เข้าสู่ระบบ“แกรอฉันด้วยนังแจ๊ด”
ทักษกรมองตามหลังสองกะเทยแล้วส่ายหน้าไปมา นึกถึงหญิงสาวต้นเหตุที่นอกจากจะอ้วกใส่เข้าจนเหม็นไปทั้งตัวแล้ว ยังเกือบทำให้เขาถูกกะเทยปล้ำพลางคิดในใจอย่างเข่นเขี้ยว
ฝากไว้ก่อนเถอะ!
เมื่อชายหนุ่มกลับไปยังโต๊ะอีกครั้งและมองไปยังโต๊ะของหญิงสาวที่ฝากความเลอะเทอะไว้ให้ เขาก็ไม่เห็นเจ้าตัวอยู่ที่นั่นแล้ว ซึ่งท่าทางดังกล่าวก่อความสงสัยให้เกิดกับฌอนไม่น้อย
“คุณกรหายไปไหนมา แล้วมองหาใครอยู่หรือครับ”
“ปละ...เปล่า” คนถูกถามตอบน้ำเสียงตะกุกตะกักเล็กน้อย
“แล้วนั่นทำไมเสื้อเปียกล่ะครับ” คนเป็นน้องเขยเอ่ยถามเมื่อเห็นอกเสื้อของอีกฝ่ายที่สวมเสื้อสีฟ้า
อ่อน เมื่อเปียกจึงเห็นรอยได้อย่างชัดเจน
“ถูกคนอ้วกใส่” ทักษกรตอบออกไปตามตรง
“ถูกคนอ้วกใส่หรือครับ” ฌอนย้อนถามเสียงดัง
“ใช่ ผู้หญิงด้วยนะ”
คำพูดของทักษกรทำให้ฌอนอดที่จะนึกถึงผู้เป็นพี่สาวขึ้นมาไม่ได้ เขาพยายามเมียงมองไปที่โต๊ะก็ไม่เห็นหรือว่าเจ้าตัวกลับไปแล้ว โทร.หาก็เป็นฝากข้อความ แล้วผู้หญิงที่ไหนกันนะถึงกล้าอ้วกใส่พี่ภรรยาเขาได้
แล้วคนเนี๊ยบกริบอย่างอีกฝ่ายไม่โกรธแย่หรือ
แต่ท่าทางที่เห็นไม่บ่งบอกว่าโกรธเลยนี่นา
“แถมอ้วกแล้วหนีอีกต่างหาก”
“อ้วกแล้วหนี!” ฌอนถามเสียงสูง
“อืม” ทักษกรพยักหน้าพลางจุดรอยยิ้มที่มุมปากนิดหนึ่งแล้วพูดพึมพำกับตัวเอง “หนียังไงก็จะตาม
หาให้เจอ”
คิ้วเข้มของฌอนขมวดเข้าหากัน นึกแปลกใจไม่น้อยเพราะสีหน้าของทักษกรยามพูดนั้นไม่ได้ฉายแววโกรธเคืองแม้แต่น้อย เหมือนอยากเจอด้วยเหตุผลอย่างอื่นมากกว่า ชายหนุ่มนึกสังหรณ์ใจแปลกๆ
เรือนซ่อนกลิ่นคอฟฟีคาเฟ่
หิรัญญิการ์ก้าวลงจากรถยนต์คันใหญ่คู่ใจ ก่อนจะยืนกอดอกมองร้านกาแฟของตัวเองด้วยความชื่นชมชื่อของร้านเรือนซ่อนกลิ่นคอฟฟีคาเฟ่ ซึ่งหญิงสาวมั่นใจว่าไม่ซ้ำกับร้านใครอย่างแน่นอนนั้น นางพุดแก้วผู้เป็นยายเป็นคนตั้งให้ และนอกจากชื่อร้านจะสะดุดหูแล้วยังตั้งอยู่ในทำเลทองอย่างริมถนนเลียบด่วนรามอินทรา ซึ่งเป็นจุดที่ใครต่อใครผ่านไปมาต้องสะดุดตา จนอดไม่ได้ที่จะเหลียวกลับมามองซ้ำอีกครั้งจากที่เธอยืนสังเกตอยู่
สาเหตุที่ว่าน่าจะมาจากการตกแต่งของร้าน ที่เป็นการผสมผสานระหว่างความวิจิตรงดงามแบบไทยสมัยโบราณ กับความทันสมัยสไตล์โมเดิร์นแบบตะวันตกที่เน้นหนักไปทางรูปทรงเลขาคณิตพื้นที่ขว้างขวางภายในร้านถูกแบ่งเป็นสองส่วน ที่แม้จะดูแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ทว่ามุมเหลี่ยมต่างๆ
กลับลงตัวกลมกลืนแนบเนียนไม่ขัดตา ทางซ้ายมือถูกจัดวางไว้ด้วยโต๊ะเก้าอี้รูปทรงทันสมัยอย่างเหมาะเจาะเบาะรองนั่งสีสันสดใจที่วางไว้บนเก้าอี้ นอกจากจะนั่งพิงอย่างสบายแล้วยังทำให้ร้านดูสว่างไสวขึ้น ตามมุมต่างๆ จัดวางชั้นหนังสือสำหรับให้ลูกค้าอ่านระหว่างดื่มด่ำกับรสชาติของกาแฟ ช่วยทำให้บรรยากาศคล้ายกับการนั่งดื่มกาแฟภายในบ้านของตัวเองมากกว่านั่งอยู่ในร้าน
เคาน์เตอร์สีดำสนิทสำหรับวางเครื่องชงกาแฟสีน้ำตาลเข้มถูกสั่งทำเป็นพิเศษไม่ซ้ำแบบใคร ผนัง
ด้านหลังเป็นภาพเมนูของกาแฟชนิดต่างๆ โดยมีชื่อเขียนไว้อยู่ด้านล่างของภาพ ด้านขวาเป็นถ้วยกาแฟรูปทรงสวยงามแปลกตาแขวนเรียงรายอยู่อย่างมีศิลปะ
ส่วนที่สองทางด้านขวามือมีการตกแต่งราวกับอยู่ในยุคสมัยโบราณไม่ว่าจะเป็นพื้นกระดานที่ถูกขัดจนมันวับ ตั่งไม้สักสีเหลืองทองประดับมุกถูกวางไว้เป็นจุดๆ มีเบาะลวดลายไทยไว้สำหรับให้ลูกค้านั่งพิง
นอกจากนั้นบนเพดานยังมีภาพวาดลวดลายไทยอ่อนช้อยงดงาม ตามผนังมีภาพขนมไทยชาววังนานาชนิดติดอยู่เป็นระยะ มีชื่อประกอบไว้ทุกภาพ สลับกับภาพชาคุณภาพดีชนิดต่างๆ รวมทั้งสรรพคุณ
ภายในตู้กระจกโค้งแบบโบราณลวดลายวิจิตร วางเรียงรายไว้ด้วยขนมไทยชาววังสีสันสวยงาม รวมทั้งหน้าตาน่ากินหลากหลายชนิด บนภาชนะที่มองดูก็รู้ว่าเป็นของเก่าแก่ทรงคุณค่า
การตกแต่งร้านและแนวคิดต่างๆ นั้น หิรัญญิการ์ซึ่งเคยประกอบอาชีพมัณฑนากรมาก่อนเป็นผู้สรรค์สร้าง เธอไม่อยากทำร้านกาแฟให้เหมือนใคร ส่วนใหญ่ร้านกาแฟทั่วไปมักจะคล้ายกันแทบทุกร้าน และที่เหมือนจนกลายเป็นของคู่กันก็คือขนมเค้ก หญิงสาวคิดว่าถ้าเปลี่ยนจากขนมเค้กแบบฝรั่งเป็นขนมไทยโดนเฉพาะขนม
ชาววังที่นางพุดแก้วผู้เป็นยายมีชื่อเสียงทางด้านนี้อยู่แล้วก็น่าจะดีไม่น้อย ที่สำคัญหญิงสาวเคยเข้าไปดื่มกาแฟที่ร้านกาแฟนรสิงห์ในโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ซึ่งเธอรู้มาว่าร้านดังกล่าวเป็นร้านกาแฟ ที่เกิดขึ้นเป็นแห่งแรกในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ร้าน
กาแฟนรสิงห์นั้นขึ้นชื่อทั้งในด้านรสชาติของกาแฟและอาหารชาววังทั้งคาวและหวานต่างๆ ตั้งแต่สมัยก่อนจนกระทั่งบัดนี้ แล้วทำไมเธอจะทำร้านกาแฟควบคู่ไปกับขนมไทยบ้างไม่ได้
“อ้าว...คุณพลู เมื่อคืนไปงานเลี้ยง แต๋นก็นึกว่าจะกลับมานอนที่นี่”
ทิพวรรณซึ่งเป็นบาริสต้าประจำร้าน และเพิ่งเดินทางมาถึงที่ทำงานเอ่ยทักเจ้านายสาวด้วยน้ำเสียง
แปลกใจ เมื่อเห็นอีกฝ่ายยืนกอดอกอยู่หน้าร้าน ทำเอาคนถูกทักถึงกับสะดุ้งโหยง
“อ๋อ...เมื่อคืนถนนโล่งก็เลยกลับไปนอนที่บ้านสวนแล้วก็รีบออกมาแต่เช้านี่แหละจ้ะ”
หิรัญญิการ์ตอบพลางยิ้มแห้งๆ เมื่อคืนหลังจากสร้างวีรกรรมที่ไม่น่าจดจำด้วยการอ้วกใส่ทักษกร แล้วยังหนีมาริสาผู้เป็นเพื่อนกลับบ้าน ตอนแรกหญิงสาวตั้งใจจะขับรถกลับมานอนที่ร้านซึ่งอยู่ไม่ไกลกับสถานที่ที่เธอไปงานเลี้ยงนัก แต่เป็นเพราะความตกใจหรืออะไรก็แล้วแต่ ทำให้เธอขับรถกลับบ้านสวนเฉยเลยก็ตั้งแต่เกิดมาจนอายุย่างเข้าสามสิบ เพิ่งจะเคยเมาแล้วอ้วกใส่คนอื่นก็คราวนี้แหละ แล้วหญิงสาวก็อดยิ้มออกมาด้วยความขบขันไม่ได้
“แกรอฉันด้วยนังแจ๊ด”ทักษกรมองตามหลังสองกะเทยแล้วส่ายหน้าไปมา นึกถึงหญิงสาวต้นเหตุที่นอกจากจะอ้วกใส่เข้าจนเหม็นไปทั้งตัวแล้ว ยังเกือบทำให้เขาถูกกะเทยปล้ำพลางคิดในใจอย่างเข่นเขี้ยวฝากไว้ก่อนเถอะ!เมื่อชายหนุ่มกลับไปยังโต๊ะอีกครั้งและมองไปยังโต๊ะของหญิงสาวที่ฝากความเลอะเทอะไว้ให้ เขาก็ไม่เห็นเจ้าตัวอยู่ที่นั่นแล้ว ซึ่งท่าทางดังกล่าวก่อความสงสัยให้เกิดกับฌอนไม่น้อย“คุณกรหายไปไหนมา แล้วมองหาใครอยู่หรือครับ”“ปละ...เปล่า” คนถูกถามตอบน้ำเสียงตะกุกตะกักเล็กน้อย“แล้วนั่นทำไมเสื้อเปียกล่ะครับ” คนเป็นน้องเขยเอ่ยถามเมื่อเห็นอกเสื้อของอีกฝ่ายที่สวมเสื้อสีฟ้าอ่อน เมื่อเปียกจึงเห็นรอยได้อย่างชัดเจน“ถูกคนอ้วกใส่” ทักษกรตอบออกไปตามตรง“ถูกคนอ้วกใส่หรือครับ” ฌอนย้อนถามเสียงดัง“ใช่ ผู้หญิงด้วยนะ”คำพูดของทักษกรทำให้ฌอนอดที่จะนึกถึงผู้เป็นพี่สาวขึ้นมาไม่ได้ เขาพยายามเมียงมองไปที่โต๊ะก็ไม่เห็นหรือว่าเจ้าตัวกลับไปแล้ว โทร.หาก็เป็นฝากข้อความ แล้วผู้หญิงที่ไหนกันนะถึงกล้าอ้วกใส่พี่ภรรยาเขาได้แล้วคนเนี๊ยบกริบอย่างอีกฝ่ายไม่โกรธแย่หรือแต่ท่าทางที่เห็นไม่บ่งบอกว่าโกรธเลยนี่นา“แถมอ้วกแล้วหนีอีกต่างหาก”
หญิงสาววิ่งลัดเลาะไปยังรถยนต์ของตัวเอง ก่อนจะเปิดประตูหยิบขวดน้ำมาบ้วนปาก จนกลิ่นไม่พึงประสงค์ค่อยๆ หายไป แล้วจึงเข้าไปนั่งสงบสติอารมณ์ภายในรถพลางนึกทบทวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อกี้เมื่อกี้...เธออ้วกใส่ผู้ชายคนนั้น ผู้ชายที่ชื่อทักษกรนี่นะเวรละยายพลู แถมอ้วกใส่แล้วหนีอีกต่างหาก ถ้าเกิดเจอเขาอีกครั้งเธอจะทำหน้าอย่างไรล่ะนี่แต่...วงจรชีวิตของเธอกับเขาไม่น่าจะมาบรรจบพบกันได้หรอกน่า คิดได้ดังนั้นดวงหน้าของคนอ้วกแล้วหนีก็ยิ้มย่องผ่องใส แล้วต้องสะดุ้งเมื่อเสียงสมาร์ตโฟนในกระเป๋าใบใหญ่ดังขึ้น เมื่อเห็นชื่อของผู้เป็นเพื่อนที่หน้าจอก็รีบกดรับทันที“ว่าไงยายสา”“ฉันไม่ว่า แต่จะด่าแกยายพลู ฉันออกมาไม่เจอก็นึกเป็นห่วง กลัวว่าแกแอบไปอ้วกอยู่ที่ไหน”‘ฉันไม่ได้แอบแต่อ้วกใส่โต้งๆ เลยแหละ แถมอ้วกใส่คนที่แกชื่นชอบด้วยแหละยายสาเอ๋ย’ หิรัญญิการ์ตอบเพื่อนอยู่ในใจแต่ปากก็พูดออกไปว่า“ฉันอยู่ที่รถกำลังจะกลับแล้ว ฝากแกบอกพวกที่โต๊ะด้วยแล้วกันว่า ฉันขอตัวกลับก่อน มึนหัวชะมัด”“แล้วแกขับรถกลับคนเดียวได้เหรอ ให้ฉันนั่งไปเป็นเพื่อนไหมล่ะ”“ไม่ต้อง” หิรัญญิการ์พูดปฏิเสธทันควัน “แกกลับไปนั่งกับพวกพี่พริ้งเถอะ
ซึ่งฟังแล้วไม่ค่อยมีเหตุผลเท่าไหร่ และตัวภรรยาเขาก็เคยบอกว่าพี่ชายเคยตั้งสเปกเอาไว้ว่า ผู้หญิงที่จะมาเป็นแฟนหรือภรรยาต้องไม่ใช่ผู้หญิงที่อายุมากกว่า พูดตรงๆ ก็คือไม่ชอบคนอายุมากกว่านั่นเองซึ่งหิรัญญิการ์อายุมากกว่าเขาสามปีก็ย่อมมากกว่าทักษกรสามปีด้วยเช่นกัน เรียกว่าตกสเปกตั้งแต่ยังไม่ทันแนะนำให้รู้จักกันเลยก็ว่าได้ฌอนคิดแล้วก็อดขำไม่ได้ เรียกว่าทั้งคู่น่าจะไม่มีวาสนาต่อกันด้วยเหตุผลที่ว่านี้เขาก็คิดว่าชีวิตของทั้งคู่คงยากที่จะโคจรมาเจอกันอีก ดังนั้นไม่บอกน่าจะเป็นสิ่งที่ถูกต้องที่สุด ฌอนจึงหันเหหัวข้อสนทนาไปเรื่องอื่นในทันควัน“ได้ยินหนูวาบอกว่าคุณกรจะเปิดบริษัทใหม่หรือครับ”พอพูดถึงเรื่องงานที่ตัวเองกำลังจดจ่ออยู่ทักษกรก็เบนสายตากลับมาทันที“ใช่ ผมจะเปิดบริษัทสำหรับรีโนเวท เพราะไหนๆ เราก็มีบุคลากรด้านนี้ที่มีความสามารถพร้อมอยู่แล้วตอนนี้บริษัทที่รับทำแล้วมีฝีมือดีๆ มีอยู่ไม่กี่แห่ง ดังนั้นเราต้องฉวยโอกาสนี้ไว้”“ผมเห็นด้วยครับ ตอนนี้คนหันมานิยมรีโนเวทบ้านกันมากกว่าจะรื้อทิ้งแล้วสร้างใหม่ ผมเคยเห็นตึกแถวบางแห่งรีโนเวทออกมาจนจำสภาพเดิมไม่ได้เลยครับ”“ใช่ ผมจะใช้ชั้นที่เคยเป็นห้องป
“พลูไม่เห็นจะเหงา” หิรัญญิการ์เถียงเสียงดัง “คอยดูสิ อีกไม่นานพี่พริ้งก็จะเป็นเหมือนยายหนิง ที่หลังแต่งงานแล้วชวนไปไหนก็ไม่ไป เพราะต้องรีบกลับบ้านไปหาข้าวปลาไว้คอยท่าสามีที่ไม่รู้ว่าจะกลับตอนไหน กลายเป็นยายเพิ้งที่แม้แต่วันหยุดยังต้องทำงานงกๆ สภาพตอนนี้ดูได้ที่ไหน”“ยายหนิงอาจจะมีความสุขที่ได้ทำแบบนั้นก็ได้ คนเราต้องมองต่างมุม แกมองในมุมมองด้านเดียวของแกเท่านั้นนังพลู” ชานนท์พูดกับเพื่อนทว่าดวงตานั้นจ้องมองนักร้องบนเวทีตาเป็นมัน “แหม...นักร้องบนเวทีเนี่ยน่าสอยไปนอนซบชะมัด”“อาจจะเป็นอย่างที่นนนี่ว่านะพลู” ณัฐมนพยักหน้าเห็นด้วยกับชานนท์ “เรามองว่าหนิงมีชีวิตที่วุ่นวายแต่เจ้าตัวอาจจะมีความสุขกับชีวิตอย่างนั้นก็ได้ใครจะรู้ และที่พลูว่าสภาพดูไม่ได้น่ะมันขึ้นอยู่กับคนคนนั้นต่างหาก เพื่อนพี่หลายคนหลังแต่งงานก็ยังใช้ชีวิตเป็นปกติ ทุกอย่างอยู่ที่การจัดสรรเวลาเท่านั้นเองจ้ะ”ดวงหน้าสะสวยของหิรัญญิการ์ที่ตอนนี้แดงก่ำเพราะร่ำสุราเข้าไปหลายแก้วเผยรอยยิ้มหมิ่นๆ“เอาเถอะ ใครจะมีความสุขก็มีไป แต่พลูยินดีที่จะไม่เลือกมีความสุขแบบนั้น ขอมีความสุขในรูปแบบของตัวเอง”ณัฐมนมองรุ่นน้องสาวแล้วยิ้มกว้าง เพ
“ต่อแต่นี้เราอย่าได้เจอกันขอให้มันจงเป็นวันสุดท้ายเพราะรู้ดีว่าไม่มีความหมายถึงเจ็บเพียงใดฉันก็ต้องตัดใจก็คนนั้นเขาก็ยังพบเธอก็เห็นเธอยังไปเดินกับเขาไม่เคยนึกเลยว่าจะทำกับเราอุตส่าห์เอาใจเอาความรักจริงมอบให้เธอที่แท้เปลืองตัว”ขณะที่บนเวทีในผับดังย่านทองหล่อ นักร้องหนุ่มหุ่นเซียะกำลังร้องคร่ำครวญเพลงเก่าที่นำมาร้องใหม่ โดยใส่อารมณ์ร่วมอย่างเต็มที่ทั้งน้ำเสียงและลีลาท่าทาง จนเรียกให้คนฟังด้านล่างต่างพากันร้องตามไปด้วย ทว่า...บนโต๊ะทางด้านขวามือห่างจากเวทีพอสมควร หญิงสาวสวยเจ้าของนามหิรัญญิการ์ในชุดกางเกงยีนส์ขาสั้นเหนือเข่าอวดช่วงขาขาวเรียวยาวกับเสื้อเชิ้ตแขนสี่ส่วนเข้ารูปสีขาวแบบเก๋ กำลังส่งเสียงต่อว่าต่อขานหญิงสาววัยใกล้เคียงกัน ที่นั่งอยู่ด้านข้างด้วยน้ำเสียงยานคางจากฤทธิ์สุราที่ดื่มเข้าไปไม่น้อย“พี่พริ้งนะพี่พริ้ง พลูก็คิดว่าจะมีเซอร์ไพรส์อะไร ที่แท้เป็นปาร์ตี้สละโสดหนีน้องไปแต่งงานนี่เอง” พูดพลางก็ดื่มเหล้าในแก้วที่ถืออยู่เข้าไปอึกใหญ่ “สัญญากันไว้ดิบดีว่าจะอยู่บนคานทอง...ฝังเพชรด้วยกัน จู่ๆ ก็มาตัดช่องน้อยแต่พอตัวทิ้งกันไปดื้อๆ ซะงั้น อย่างนี้ก็ได้หรือคะ”ณัฐมนที่ถูกต่อ







