แชร์

2

ผู้เขียน: ฐิญาดา
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-19 17:55:49

“พลูไม่เห็นจะเหงา” หิรัญญิการ์เถียงเสียงดัง “คอยดูสิ อีกไม่นานพี่พริ้งก็จะเป็นเหมือนยายหนิง ที่

หลังแต่งงานแล้วชวนไปไหนก็ไม่ไป เพราะต้องรีบกลับบ้านไปหาข้าวปลาไว้คอยท่าสามีที่ไม่รู้ว่าจะกลับตอนไหน กลายเป็นยายเพิ้งที่แม้แต่วันหยุดยังต้องทำงานงกๆ สภาพตอนนี้ดูได้ที่ไหน”

“ยายหนิงอาจจะมีความสุขที่ได้ทำแบบนั้นก็ได้ คนเราต้องมองต่างมุม แกมองในมุมมองด้านเดียวของแกเท่านั้นนังพลู” ชานนท์พูดกับเพื่อนทว่าดวงตานั้นจ้องมองนักร้องบนเวทีตาเป็นมัน “แหม...นักร้องบนเวทีเนี่ยน่าสอยไปนอนซบชะมัด”

“อาจจะเป็นอย่างที่นนนี่ว่านะพลู” ณัฐมนพยักหน้าเห็นด้วยกับชานนท์ “เรามองว่าหนิงมีชีวิตที่

วุ่นวายแต่เจ้าตัวอาจจะมีความสุขกับชีวิตอย่างนั้นก็ได้ใครจะรู้ และที่พลูว่าสภาพดูไม่ได้น่ะมันขึ้นอยู่กับคนคนนั้นต่างหาก เพื่อนพี่หลายคนหลังแต่งงานก็ยังใช้ชีวิตเป็นปกติ ทุกอย่างอยู่ที่การจัดสรรเวลาเท่านั้นเองจ้ะ”

ดวงหน้าสะสวยของหิรัญญิการ์ที่ตอนนี้แดงก่ำเพราะร่ำสุราเข้าไปหลายแก้วเผยรอยยิ้มหมิ่นๆ

“เอาเถอะ ใครจะมีความสุขก็มีไป แต่พลูยินดีที่จะไม่เลือกมีความสุขแบบนั้น ขอมีความสุขในรูปแบบของตัวเอง”

ณัฐมนมองรุ่นน้องสาวแล้วยิ้มกว้าง เพราะเมื่อก่อนตัวเธอก็คิดเช่นนี้เหมือนกัน แต่อะไรในโลกนี้เป็นสิ่งไม่แน่นอน ด้วยมักจะมีสิ่งไม่คาดคิดเกิดขึ้นเสมอ อีกฝ่ายยังไม่เจอความรักเกิดขึ้นจังๆ กับตัว ตอนนี้จะพูดอะไรก็ย่อมได้

สักวันเมื่อถึงวันนั้น...จะหลงลืมว่าเคยพูดอะไรไว้

ขณะเดียวกันบนชั้นลอยของผับหรูซึ่งเป็นโซนที่จัดไว้สำหรับแขกวีไอพี เจ้าของดวงหน้าหล่อเหลาที่กำลังเป็นเทรด์รนด์นิยมของฌอนระบายด้วยรอยยิ้มน้อยๆ ชายหนุ่มแต่งกายอยู่ในชุดกางเกงสแล็กสีเข้มกับเชิ้ตสีชมพูอ่อนพับแขนเหนือข้อศอกทั้งสองข้าง นั่งเอนกายด้วยท่วงท่าสบายๆ อยู่บนโซฟาตัวหนานุ่มซึ่งตั้งอยู่ริมสุด

โดยถือแก้วบรรจุน้ำสีเหลืองอำพันอยู่ในมือ ตัวเขาถูกทักษกรผู้เป็นพี่ชายของภรรยาที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกัน ชักชวนมานั่งดื่มเหล้าที่นี่ซึ่งเป็นผับประจำของอีกฝ่าย

เป็นเพราะหน้าตาหล่อเหลาชวนมองของชายหนุ่มทั้งคู่ แม้จะอยู่ในท่านั่งไขว่ห้างก็รู้ว่าเป็นคนรูปร่างสูงจากช่วงขาเพรียวยาว ปัจจุบันชายหนุ่มในอุดมคติของหญิงสาวความสูงต้องมาเป็นอันดับแรกส่วนหน้าตานั้นให้ถือว่าเป็นแต้มบุญ

 จึงไม่แปลกที่ชายหนุ่มทั้งคู่จะตกเป็นเป้าสายตาของทั้งชายไม่จริงและหญิงสาวแท้ในผับ ที่ต่างชายตาเมียงมองทอดไมตรีส่งมาให้ แต่ก็ดูเหมือนจะไม่เกิดประโยชน์อันใด เพราะคนหนึ่งก็ได้แต่นั่งหลับตานิ่งหรือไม่ก็สนใจแต่แก้วเหล้าในมือ ส่วนอีกคนกำลังใช้สายตาคมจ้องไปยังด้านล่างราวกับมีอะไรน่าสนใจอยู่ที่นั่น

“มองอะไรอยู่หรือครับคุณกร”

ฌอนถามผู้เป็นพี่ภรรยาด้วยความสงสัย เพราะยามมองไปยังอีกฝ่ายทีไรก็เห็นสายตาของเจ้าตัวจับจ้องอยู่ด้านล่างทุกครั้งไป หลังงานแต่งงานของเขากับขวัญชีวาผ่านพ้นมาแล้วนานนับเดือน ตอนนี้ความสัมพันธ์ระหว่างตัวเขากับอีกฝ่ายก็ค่อยๆ ดีขึ้นเป็นลำดับ จะเรียกว่าดีกว่าเมื่อก่อนจากหน้ามือเป็นหลังมือก็ย่อมได้

ในจำนวนพี่ชายทั้งสามของภรรยา ทักษกรเป็นผู้ที่ออกอาการหวงน้องสาวกับเขามากที่สุดจนถึงขั้นเคยไล่เขาออกจากบ้านในครั้งแรกที่เหยียบย่างไปที่นั่น

“เอ้อ...เปล่าหรอก ก็มองไปเรื่อยเปื่อย”

หนึ่งในสามเสือแห่งตระกูลอริยะสัตย์บอกน้องเขยน้ำเสียงเรียบ มีเพียงนัยน์ตาคมกริบเท่านั้นที่ยังคงมีประกายวูบไหวปรากฏให้เห็น สาเหตุมาจากการเห็นร่างของหญิงสาวคนหนึ่งที่โต๊ะข้างล่าง ซึ่งดึงดูดสายตาของเขาจนไม่อาจละจากตรงนั้นได้

น่าแปลกนัก...ทั้งที่โต๊ะดังกล่าวไม่ได้อยู่ใกล้กับตรงที่เขานั่ง แต่เหตุใดจึงเห็นอีกฝ่ายได้อย่างชัดเจนนักชัดเจนทั้งความรู้สึกและสายตา

สิ่งแรกที่สายตาของเขาปะทะอย่างจังคือเรียวขา

เจ้าหล่อนขาสวยชะมัด!

ทักษกรรีบดึงสายตากลับมามองน้องเขยที่นั่งอยู่ตรงข้ามในฉับพลัน ไม่บ่อยครั้งนักที่ตัวเขาจะให้ความสนใจกับเพศตรงข้าม ใช่ว่าจะเบี่ยงเบนแต่เป็นเพราะผู้หญิงสมัยนี้น่าเบื่อหน่าย ทว่าคงต้องยกเว้นขวัญชีวาน้องสาวของเขาเพียงคนเดียวเท่านั้น

“ตกลงคุณยังหาเวลาพาหนูวาไปฮันนีมูนไม่ได้หรือ” ชายหนุ่มถามน้องเขยเพื่อกลบเกลื่อนอาการ

บางอย่างที่เกิดขึ้น

“ตอนนี้กำลังเคลียร์งานอยู่ครับ คาดว่าคงจะว่างช่วงเดือนหน้า”

ฌอนตอบแล้วพานอยากรู้นักว่าเมื่อกี้พี่ชายผู้สุขุมคัมภีรภาพของภรรยาเผลอตัวมองใครอยู่ เขาจึงมองไปยังจุดหมายที่อีกฝ่ายมองอีกครั้ง และเป็นเพราะจุดที่เขานั่งอยู่สามารถมองเห็นบริเวณด้านล่างของผับได้ค่อนข้างชัดเจน

แล้วฉับพลันดวงตาของชายหนุ่มลูกครึ่งก็เบิกกว้างขึ้น เมื่อเห็นหญิงสาวรูปร่างระหงคุ้นตาคนหนึ่ง

กำลังยกแก้วขึ้นชนกับคนร่วมโต๊ะแล้วยกขึ้นดื่มลงคอรวดเดียวหมดแก้ว

ฉิบหายละ! นั่นมันพี่พลูพี่สาวของเขาเองนี่หว่า หรือว่าเขาตาฝาด

ชายหนุ่มรีบยกมือขึ้นขยี้ตาแล้วมองไปที่จุดเดิมอีกครั้งก็ยังคงเห็นเป็นเฉกเช่นเดิม มองอย่างไรร่างที่เห็นก็คือพี่สาวเขาอยู่นั่นเอง แม้จะเห็นเพียงด้านหลังก็ตามแต่เขาก็จำได้อย่างแม่นยำว่าเป็นใคร

ดื่มแบบนั้นเดี๋ยวก็เมาแย่หรอก ฌอนคิดอย่างกลัดกลุ้ม

“แล้วคุณล่ะอ๋อง กำลังมองอะไรอยู่”

ทักษกรชอบเรียกน้องเขยผู้มีอายุเท่ากันเป็นชื่อภาษาไทยมากกว่าชื่อภาษาอังกฤษ คนถูกถามซึ่งกำลังตกอยู่ในอาการไม่ปกติอดสะดุ้งโหยงไม่ได้ แต่ยังไม่ทันได้ตอบคนถามก็พูดต่อออกมาอีกว่า

“ผู้หญิงคนนั้นสวยดีนะ”

“ผู้หญิงคนนั้นใครหรือครับ”

ถามออกไปแล้วฌอนก็อดสังหรณ์ใจไม่ได้ว่า ผู้หญิงคนนั้นที่ทักษกรพูดถึงหวังว่าคงไม่ใช่พี่สาวเขา

หรอกนะ

“คนสวมกางเกงยีนส์ขาสั้นกับเสื้อสีขาวนั่นไง”

ฌอนลอบถอนหายใจเฮือกใหญ่ ลางสังหรณ์เขานี่ช่างแม่นเสียจริง หรือว่า...ที่อีกฝ่ายจ้องมองอยู่เมื่อกี้คือพี่สาวเขาเอง แบบนี้คงตรงกับสำนวนไทยที่ว่าจุดไต้ตำตอเป็นแน่แท้

“ผู้หญิงดื่มเหล้า” คนเป็นน้องเขยแกล้งพูดเปรยขึ้นน้ำเสียงหมิ่นๆ เพื่อหยั่งท่าที “ดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่

นะครับ”

“ไม่ใช่เรื่องแปลกที่ผู้หญิงสมัยนี้ดื่มเหล้า”

คำพูดไม่แสดงอาการยี่หระของพี่ภรรยาทำเอาคนฟังอดเงยหน้าขึ้นมองคนพูดไม่ได้

“คุณกรไม่ถือเรื่องแบบนี้หรือครับ”

“ถ้าอยู่ในขอบเขต ผู้หญิงสมัยนี้ควรต้องดื่มเหล้าให้เป็นจะได้ไม่ถูกใครมอมเหล้าได้ง่ายๆ “

ทักษกรพูดน้ำเสียงเรียบเรื่อย มองไปยังจุดเดิมอีกครั้ง พลางยกแก้วเหล้าขึ้นหมุนเล่นไปมา ราวกับตกอยู่ในอารมณ์สุนทรีย์

“ดูท่าทางคุณกรจะสนใจผู้หญิงคนนี้”

คนถูกถามนิ่งไปชั่วครู่ก่อนจะเผยรอยยิ้มจางๆ ทำให้ดวงหน้าหล่อเหลาเปี่ยมเสน่ห์มากยิ่งขึ้น

“ผมชอบผู้หญิงขาสวย”

คนถูกถามตอบไม่ตรงกับที่ถูกถาม ซึ่งคำตอบดังกล่าวทำเอาคนถามนึกขบขันอยู่ในใจ สนใจผู้หญิงเพราะขาสวยนี่นะ! แล้วถ้าขาสวยอย่างเดียวหน้าไม่สวยล่ะเจ้าตัวจะชอบไหม

“แล้วถ้าขาสวยอย่างเดียวหน้าไม่สวยล่ะครับ” คนเป็นน้องเขยเผลอหลุดพูดออกไปตามความคิด

“ถ้าบอกว่าไม่เป็นไรก็จะดูใจเร็วไปหน่อย รอให้เจอแบบนั้นก่อนค่อยพูดก็ยังไม่สาย”

ณอนฟังแล้วยิ้มจางๆ แล้วเกือบจะหลุดปากบอกออกไปแล้วว่าผู้หญิงที่อีกฝ่ายให้ความสนใจ และชมว่าขาสวยคือพี่สาวเขาเอง แต่ก็นึกขึ้นได้ว่าหิรัญญิการ์เคยเอ่ยปากออกมาว่า ไม่ค่อยชอบทักษกรนักถ้าเขาจำไม่ผิด สาเหตุมาจากเพื่อนตัวเองคลั่งไคล้ในตัวทักษกร

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • หัวใจทักษกร    5

    “แกรอฉันด้วยนังแจ๊ด”ทักษกรมองตามหลังสองกะเทยแล้วส่ายหน้าไปมา นึกถึงหญิงสาวต้นเหตุที่นอกจากจะอ้วกใส่เข้าจนเหม็นไปทั้งตัวแล้ว ยังเกือบทำให้เขาถูกกะเทยปล้ำพลางคิดในใจอย่างเข่นเขี้ยวฝากไว้ก่อนเถอะ!เมื่อชายหนุ่มกลับไปยังโต๊ะอีกครั้งและมองไปยังโต๊ะของหญิงสาวที่ฝากความเลอะเทอะไว้ให้ เขาก็ไม่เห็นเจ้าตัวอยู่ที่นั่นแล้ว ซึ่งท่าทางดังกล่าวก่อความสงสัยให้เกิดกับฌอนไม่น้อย“คุณกรหายไปไหนมา แล้วมองหาใครอยู่หรือครับ”“ปละ...เปล่า” คนถูกถามตอบน้ำเสียงตะกุกตะกักเล็กน้อย“แล้วนั่นทำไมเสื้อเปียกล่ะครับ” คนเป็นน้องเขยเอ่ยถามเมื่อเห็นอกเสื้อของอีกฝ่ายที่สวมเสื้อสีฟ้าอ่อน เมื่อเปียกจึงเห็นรอยได้อย่างชัดเจน“ถูกคนอ้วกใส่” ทักษกรตอบออกไปตามตรง“ถูกคนอ้วกใส่หรือครับ” ฌอนย้อนถามเสียงดัง“ใช่ ผู้หญิงด้วยนะ”คำพูดของทักษกรทำให้ฌอนอดที่จะนึกถึงผู้เป็นพี่สาวขึ้นมาไม่ได้ เขาพยายามเมียงมองไปที่โต๊ะก็ไม่เห็นหรือว่าเจ้าตัวกลับไปแล้ว โทร.หาก็เป็นฝากข้อความ แล้วผู้หญิงที่ไหนกันนะถึงกล้าอ้วกใส่พี่ภรรยาเขาได้แล้วคนเนี๊ยบกริบอย่างอีกฝ่ายไม่โกรธแย่หรือแต่ท่าทางที่เห็นไม่บ่งบอกว่าโกรธเลยนี่นา“แถมอ้วกแล้วหนีอีกต่างหาก”

  • หัวใจทักษกร    4

    หญิงสาววิ่งลัดเลาะไปยังรถยนต์ของตัวเอง ก่อนจะเปิดประตูหยิบขวดน้ำมาบ้วนปาก จนกลิ่นไม่พึงประสงค์ค่อยๆ หายไป แล้วจึงเข้าไปนั่งสงบสติอารมณ์ภายในรถพลางนึกทบทวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อกี้เมื่อกี้...เธออ้วกใส่ผู้ชายคนนั้น ผู้ชายที่ชื่อทักษกรนี่นะเวรละยายพลู แถมอ้วกใส่แล้วหนีอีกต่างหาก ถ้าเกิดเจอเขาอีกครั้งเธอจะทำหน้าอย่างไรล่ะนี่แต่...วงจรชีวิตของเธอกับเขาไม่น่าจะมาบรรจบพบกันได้หรอกน่า คิดได้ดังนั้นดวงหน้าของคนอ้วกแล้วหนีก็ยิ้มย่องผ่องใส แล้วต้องสะดุ้งเมื่อเสียงสมาร์ตโฟนในกระเป๋าใบใหญ่ดังขึ้น เมื่อเห็นชื่อของผู้เป็นเพื่อนที่หน้าจอก็รีบกดรับทันที“ว่าไงยายสา”“ฉันไม่ว่า แต่จะด่าแกยายพลู ฉันออกมาไม่เจอก็นึกเป็นห่วง กลัวว่าแกแอบไปอ้วกอยู่ที่ไหน”‘ฉันไม่ได้แอบแต่อ้วกใส่โต้งๆ เลยแหละ แถมอ้วกใส่คนที่แกชื่นชอบด้วยแหละยายสาเอ๋ย’ หิรัญญิการ์ตอบเพื่อนอยู่ในใจแต่ปากก็พูดออกไปว่า“ฉันอยู่ที่รถกำลังจะกลับแล้ว ฝากแกบอกพวกที่โต๊ะด้วยแล้วกันว่า ฉันขอตัวกลับก่อน มึนหัวชะมัด”“แล้วแกขับรถกลับคนเดียวได้เหรอ ให้ฉันนั่งไปเป็นเพื่อนไหมล่ะ”“ไม่ต้อง” หิรัญญิการ์พูดปฏิเสธทันควัน “แกกลับไปนั่งกับพวกพี่พริ้งเถอะ

  • หัวใจทักษกร    3

    ซึ่งฟังแล้วไม่ค่อยมีเหตุผลเท่าไหร่ และตัวภรรยาเขาก็เคยบอกว่าพี่ชายเคยตั้งสเปกเอาไว้ว่า ผู้หญิงที่จะมาเป็นแฟนหรือภรรยาต้องไม่ใช่ผู้หญิงที่อายุมากกว่า พูดตรงๆ ก็คือไม่ชอบคนอายุมากกว่านั่นเองซึ่งหิรัญญิการ์อายุมากกว่าเขาสามปีก็ย่อมมากกว่าทักษกรสามปีด้วยเช่นกัน เรียกว่าตกสเปกตั้งแต่ยังไม่ทันแนะนำให้รู้จักกันเลยก็ว่าได้ฌอนคิดแล้วก็อดขำไม่ได้ เรียกว่าทั้งคู่น่าจะไม่มีวาสนาต่อกันด้วยเหตุผลที่ว่านี้เขาก็คิดว่าชีวิตของทั้งคู่คงยากที่จะโคจรมาเจอกันอีก ดังนั้นไม่บอกน่าจะเป็นสิ่งที่ถูกต้องที่สุด ฌอนจึงหันเหหัวข้อสนทนาไปเรื่องอื่นในทันควัน“ได้ยินหนูวาบอกว่าคุณกรจะเปิดบริษัทใหม่หรือครับ”พอพูดถึงเรื่องงานที่ตัวเองกำลังจดจ่ออยู่ทักษกรก็เบนสายตากลับมาทันที“ใช่ ผมจะเปิดบริษัทสำหรับรีโนเวท เพราะไหนๆ เราก็มีบุคลากรด้านนี้ที่มีความสามารถพร้อมอยู่แล้วตอนนี้บริษัทที่รับทำแล้วมีฝีมือดีๆ มีอยู่ไม่กี่แห่ง ดังนั้นเราต้องฉวยโอกาสนี้ไว้”“ผมเห็นด้วยครับ ตอนนี้คนหันมานิยมรีโนเวทบ้านกันมากกว่าจะรื้อทิ้งแล้วสร้างใหม่ ผมเคยเห็นตึกแถวบางแห่งรีโนเวทออกมาจนจำสภาพเดิมไม่ได้เลยครับ”“ใช่ ผมจะใช้ชั้นที่เคยเป็นห้องป

  • หัวใจทักษกร    2

    “พลูไม่เห็นจะเหงา” หิรัญญิการ์เถียงเสียงดัง “คอยดูสิ อีกไม่นานพี่พริ้งก็จะเป็นเหมือนยายหนิง ที่หลังแต่งงานแล้วชวนไปไหนก็ไม่ไป เพราะต้องรีบกลับบ้านไปหาข้าวปลาไว้คอยท่าสามีที่ไม่รู้ว่าจะกลับตอนไหน กลายเป็นยายเพิ้งที่แม้แต่วันหยุดยังต้องทำงานงกๆ สภาพตอนนี้ดูได้ที่ไหน”“ยายหนิงอาจจะมีความสุขที่ได้ทำแบบนั้นก็ได้ คนเราต้องมองต่างมุม แกมองในมุมมองด้านเดียวของแกเท่านั้นนังพลู” ชานนท์พูดกับเพื่อนทว่าดวงตานั้นจ้องมองนักร้องบนเวทีตาเป็นมัน “แหม...นักร้องบนเวทีเนี่ยน่าสอยไปนอนซบชะมัด”“อาจจะเป็นอย่างที่นนนี่ว่านะพลู” ณัฐมนพยักหน้าเห็นด้วยกับชานนท์ “เรามองว่าหนิงมีชีวิตที่วุ่นวายแต่เจ้าตัวอาจจะมีความสุขกับชีวิตอย่างนั้นก็ได้ใครจะรู้ และที่พลูว่าสภาพดูไม่ได้น่ะมันขึ้นอยู่กับคนคนนั้นต่างหาก เพื่อนพี่หลายคนหลังแต่งงานก็ยังใช้ชีวิตเป็นปกติ ทุกอย่างอยู่ที่การจัดสรรเวลาเท่านั้นเองจ้ะ”ดวงหน้าสะสวยของหิรัญญิการ์ที่ตอนนี้แดงก่ำเพราะร่ำสุราเข้าไปหลายแก้วเผยรอยยิ้มหมิ่นๆ“เอาเถอะ ใครจะมีความสุขก็มีไป แต่พลูยินดีที่จะไม่เลือกมีความสุขแบบนั้น ขอมีความสุขในรูปแบบของตัวเอง”ณัฐมนมองรุ่นน้องสาวแล้วยิ้มกว้าง เพ

  • หัวใจทักษกร    1

    “ต่อแต่นี้เราอย่าได้เจอกันขอให้มันจงเป็นวันสุดท้ายเพราะรู้ดีว่าไม่มีความหมายถึงเจ็บเพียงใดฉันก็ต้องตัดใจก็คนนั้นเขาก็ยังพบเธอก็เห็นเธอยังไปเดินกับเขาไม่เคยนึกเลยว่าจะทำกับเราอุตส่าห์เอาใจเอาความรักจริงมอบให้เธอที่แท้เปลืองตัว”ขณะที่บนเวทีในผับดังย่านทองหล่อ นักร้องหนุ่มหุ่นเซียะกำลังร้องคร่ำครวญเพลงเก่าที่นำมาร้องใหม่ โดยใส่อารมณ์ร่วมอย่างเต็มที่ทั้งน้ำเสียงและลีลาท่าทาง จนเรียกให้คนฟังด้านล่างต่างพากันร้องตามไปด้วย ทว่า...บนโต๊ะทางด้านขวามือห่างจากเวทีพอสมควร หญิงสาวสวยเจ้าของนามหิรัญญิการ์ในชุดกางเกงยีนส์ขาสั้นเหนือเข่าอวดช่วงขาขาวเรียวยาวกับเสื้อเชิ้ตแขนสี่ส่วนเข้ารูปสีขาวแบบเก๋ กำลังส่งเสียงต่อว่าต่อขานหญิงสาววัยใกล้เคียงกัน ที่นั่งอยู่ด้านข้างด้วยน้ำเสียงยานคางจากฤทธิ์สุราที่ดื่มเข้าไปไม่น้อย“พี่พริ้งนะพี่พริ้ง พลูก็คิดว่าจะมีเซอร์ไพรส์อะไร ที่แท้เป็นปาร์ตี้สละโสดหนีน้องไปแต่งงานนี่เอง” พูดพลางก็ดื่มเหล้าในแก้วที่ถืออยู่เข้าไปอึกใหญ่ “สัญญากันไว้ดิบดีว่าจะอยู่บนคานทอง...ฝังเพชรด้วยกัน จู่ๆ ก็มาตัดช่องน้อยแต่พอตัวทิ้งกันไปดื้อๆ ซะงั้น อย่างนี้ก็ได้หรือคะ”ณัฐมนที่ถูกต่อ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status