ログイン“สวัสดีค่ะ เชิญเลือกโต๊ะนั่งตามสบายเลยนะคะ ดิฉันจะนำเมนูไปให้ค่ะ” ยังไม่รู้สถานการณ์ ดาริกาวางกล่องพยาบาลลง ส่งเสียงไปยังด้านหน้าเคาน์เตอร์และหันกลับไปหยิบเมนู แม่ค้าคนสวยขายของเก่งยังยิ้มแย้ม ส่วนลูกค้าคนนั้นกำลังเข้ามาใกล้มากขึ้นและเบือนหน้าไปมองพี่สะใภ้
เธอคนนี้คือดรุณี เป็นพี่สะใภ้เขาอย่างนั้นเหรอ หนุ่มนักเรียนนอกรู้สึกอกหักทั้งที่ไม่เคยเป็นอย่างนี้มาก่อน
“ดรีม” เรียกน้องด้วยใบหน้าเจื่อนๆ ละอายใจเหลือเกิน
“มีอะไรคะพี่ดา” เอียงใบหน้าจิ้มลิ้มน่าเอ็นดูมามองพี่สาว ส่วนสองมือยังค้นหาหวังหยิบโปรโมชั่นให้ครบทุกใบ
“คุณมีน ลูกชายคนเล็กของคุณแก้ว” บอกออกไปเท่านั้นมือของน้องก็ชะงักงัน มองชายแปลกหน้าที่ตนเองไม่เคยเจอมาก่อน สีหน้าดาริกาเปลี่ยนสีเป็นเข้มขึ้น รอยยิ้มแสนสดใสเมื่อสักครู่เลือนหายไปราวกับว่าก่อนหน้านี้ไม่เคยยิ้มมาก่อน
ภูมินทร์ทอดสายตามองสองพี่น้อง เขาแทบไม่รู้จักสองคนนี้เลย ทั้งที่พี่ชายจดทะเบียนสมรสกับดรุณีมาหลายปี แม้กระทั่งหลานแท้ๆ เขาก็ยังไม่เคยเจอตัวจริงด้วยซ้ำเคยเห็นแค่ในรูปถ่าย ดังนั้นเขาจึงไม่แปลกใจเลยถ้าหากน้องสาวของดรุณีจะมีสายตามึนตึงแบบนั้น
“สวัสดีครับ คุณดา คุณ… ดรีม”
“สวัสดีค่ะ มาถึงร้านเล็กๆ ของเรา ไม่ทราบว่าอยากกินเค้ก กินอาหาร อยากดื่มเครื่องดื่มเย็นๆ หรืออยากมาหาเรื่องพวกเราเหรอคะ”
เปิดฉากตวาดใส่ทันที เพราะครั้งก่อนที่ ‘ดารินทร์’ พี่สาวคนโตมาก็ด่าเอาด่าเอาทั้งที่เราสองคนไม่ได้ทำอะไรผิด
ภูมินทร์เองก็ดูเหมือนจะอึ้งไป แรงจริงด้วยโว้ย ไม่ใช่กล้าเถียงแค่แม่เขา แต่พาลคนในบ้านนี้ไปหมดเลยนี่หว่า
หนุ่มหล่อลนลานสะบัดมือปฏิเสธ ยกถุงของฝากในมือประกอบการอธิบาย “เปล่าครับ เปล่า ผมแค่แวะมาเยี่ยมหลานเท่านั้น”
“หนูขวัญอายุสองขวบเศษๆ แล้วนะคะ ไม่รวมเก้าเดือนที่แกอยู่ในท้องพี่สาวฉัน ไม่เห็นคุณสนใจจะมาเยี่ยมเลย”
“ดรีม” ปรามน้อง “อย่าเสียมารยาทสิ สวัสดีคุณมีนก่อน”
ถูกดุอย่างนั้นน้องสาวตัวดีกลับเชิดใส่ ดื้อแพ่งตามเดิม ยังไม่ยอมยกมือไหว้
ชิ! คงจะสะใจมากสินะที่ทำให้พี่ดาดุหล่อนได้
ดาริกาแยกเขี้ยวใส่อีตาหน้าขาวตัวขาว ผู้ชายอะไรโคตรขาวเลย ไฟดับเอาไปส่องแทนไฟฉายได้ไหมเนี่ย ถ้าใช้ส่องไม่ได้ก็แสดงว่าไม่มีประโยชน์!
“ดรีมขอตัวไปหลังร้านก่อนนะคะ แล้วจะมาทำแผลให้”
“ขอโทษแทนน้องด้วยนะคะ เชิญนั่งก่อนค่ะ ฉันจะทำเครื่องดื่มไปให้” ลุกขึ้นยืนยากลำบาก ผายมือไปยังโต๊ะเล็กๆ ไม่ไกลจากเคาน์เตอร์ ภูมินทร์ยอมเดินไปนั่งอย่างสงบ ดรุณีมองตามแผ่นหลังนั้นก่อนสั่งน้องในร้านให้ชงกาแฟ ลงมือเพ้นท์หน้ากาแฟเสร็จสรรพก่อนเดินกะเผลกๆ ไปเสิร์ฟด้วยตัวเอง
“ขอบคุณครับ” หนุ่มหล่อลุกขึ้นมาช่วยรับแก้วกาแฟโดยไม่ลืมที่จะเลื่อนเก้าอี้ให้หญิงสาวนั่ง
“ขอบคุณค่ะ”
“คุณน่าจะให้ผมพาไปทำแผลที่โรงพยาบาล” แอบเห็นว่ามีรอยถลอกหลายจุด ถูกทิ้งไว้นานจนเลือดเปรอะตามขอบแผล เจ้าหล่อนยังไม่ได้ทายาแต่อย่างใด
“ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวฉันให้น้องสาวทำแผลให้ อีกวันสองวันคงดีขึ้น”
“ถ้ามีอะไรอยากให้ช่วยก็บอกได้นะครับ”
“ค่ะ เอ่อ… ขอโทษนะคะ ที่เจอกันแต่ไม่ได้แนะนำตัว” ดรุณีหลบสายตา
“ไม่เป็นครับ ผมผิดเองที่ไม่เคยรู้จักหน้าคุณดา”
“…”
“ของฝากครับ ผมเพิ่งกลับจากอังกฤษ ไม่รู้จะซื้ออะไรมาให้ดี เห็นเสื้อผ้าน่ารักก็เลยอยากให้หลานได้ใส่” ภูมินทร์นำถุงของฝากขึ้นมาวางบนโต๊ะกาแฟ
“ขอบคุณนะคะ แต่ครั้งหน้าไม่ต้องก็ได้นะคะ คุณแก้วซื้อมาให้หลานบ่อยมากแล้วค่ะ”
“ผมเสียใจที่ไม่เคยมาทำความรู้จักคุณดาเลย ทั้งที่คุณก็จดทะเบียนสมรสกับพี่ชายผมหลายปีแล้ว” สีหน้าเขาค่อนข้างเจื่อน เช่นเดียวกับดรุณีที่ยิ้มไม่ออก
“คุณมีนอยู่อังกฤษ ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ฉันเข้าใจคุณดีทุกอย่าง”
“น้องสาวของคุณดา คง… เกลียดผมมากนะครับ”
“อ๋อ ไม่ใช่หรอกค่ะ น้องดรีมแค่เป็นคนใจร้อน จริงๆ ไม่ได้เกลียดคุณ”
ใจจริงอยากตอบว่าดาริกาเกลียดทุกคน แต่มันจะตรงเกินไป
หนุ่มหล่อหัวเราะแห้งๆ ดรุณีช่างโกหกไม่เนียนเลย
เกิดความเงียบปกคลุมทั่วอาณาบริเวณ ถ้าหากไม่มีเสียงเพลงเบาๆ ในร้านหรือเสียงลูกค้าบางโต๊ะคุยกัน เขาก็คงวางตัวไม่ถูก
ภูมินทร์ยกกาแฟขึ้นจิบลอบมองใบหน้าสวย ดวงตาของหล่อนกลมโตแฝงไปด้วยความเศร้า ล้อมรอบด้วยแพขนตาหนางอน ไร้มาสคาร่าอย่างสาวๆ ที่เขาเคยรู้จักชอบใช้กัน ผิวพรรณหล่อนเนียนใสเปล่งปลั่ง จมูกเล็กรั้นเชิดปลายไร้การศัลยกรรม เรียวปากจิ้มลิ้มมีสีพีชอ่อนค่อนไปทางซีด เวลาพูดก็แสนจะหวาน โดยรวมดรุณีถือเป็นผู้หญิงที่หวานมาก มีเสน่ห์อีกต่างหาก สวยขนาดนี้ทำไมพี่ชายเขาเมินนะ แหกตาดูบ้างไหมเนี่ย หรือใช้เท้ามองถึงไม่เห็นของสวยๆ งามๆ ตรงหน้า คิดแล้วหงุดหงิด!
“คืนนี้ผมต้องกลับอังกฤษแล้ว คุณพ่อคุณแม่ก็จะบินไปด้วยกัน ผมเพิ่งเรียนจบปริญญาโท”
“ยินดีด้วยนะคะ” แววตาดรุณีมีความชื่นชม ทำคนมองเขินไปสองม้วน ยังเสียดายไม่หายเลยที่คนตรงหน้าเป็นเมียพี่ชาย ถ้าเจอกันเร็วกว่านี้ เขาคงไม่ลังเลที่จะทำความรู้จัก
“ผมชินกับการอยู่ต่างประเทศซะแล้ว อยู่มาเป็นสิบๆ ปี ไม่รู้ว่ากลับมาอยู่ไทยคราวนี้จะปรับตัวได้มากแค่ไหน”
“อยู่ไปสักพักคงชินเองค่ะ”
“ครับ ถ้าหากถึงวันนั้นผมขอแวะมาที่นี่บ่อยๆ นะครับ”
“ได้ค่ะ แล้วแต่คุณมีนเลย”
“ผม… อยากชดเชยช่วงเวลาที่ผ่านมาให้หลาน อยากให้หลานรู้จักอามีนให้มากขึ้น อยากให้แกรักผม”
จริงใจ มั่นคง ดรุณีรู้สึกเหมือนเห็นคุณภูธเนศในร่างของผู้ชายคนนี้ เขาคงจะถอดแบบมาจากท่านอย่างแน่นอน คุณปู่ของหนูขวัญใจดี อ่อนโยน ทุกคืนก่อนนอนท่านจะวิดีโอคอลมาคุยกับหลานประจำ วันหยุดก็มานั่งเล่นที่ร้าน ช่วยหล่อนขายของ เสิร์ฟขนมอย่างไม่ถือตัว ดรุณีซาบซึ้งมาก
“แค่ได้ยินคุณมีนพูดแบบนี้ ฉันกับลูกก็ดีใจมากแล้วค่ะ”
“ผมดีใจที่คุณดาไม่เกลียดผมนะครับ”
“อ้าวเฮ้ย ไปจริงเหรอวะหมอก” แก๊งเพื่อนเรียกตามหลังแต่ไม่ทัน มันถือจานข้าวเปล่าลุกออกจากโต๊ะไปแล้ว กินไวเป็นบ้าเลย ข้าวพวกเขายังเต็มจานกันเกือบทุกคน มันสวาปามอยู่คนเดียวหนุ่มๆ เซ็งเป็ดเป็นแถบ ละสายตาจากภูดิศ กลับมามองดรุณีที่ทำตาใสมองพวกเขาปริบๆ ไม่รู้จะพูดอะไรดี อึดอัด อยากลุกออกไปจะแย่แล้ว เต้ ท็อป วี เลิกถามรัว ส่งยิ้มบางๆ มาให้ จากกระโดกกระเดกแย่งกันพูดเมื่อครู่ก็กลับมามีมารยาทมากขึ้น“พวกพี่แกล้งเล่นครับ ยินดีต้อนรับเข้าสู่บริษัทของเรานะ มีปัญหาอะไรถามพวกพี่ได้ตลอดเลย ไม่ต้องไปถามไอ้หมอกหรอก”“ใช่ครับ พวกพี่มีแฟนกันหมดแล้ว แต่ไอ้วียังโสดน๊า” คนที่เป็นวิศวกรที่ปรึกษาไม่วายสปอลย์เพื่อน ดรุณีผ่อนคลายลงมากถึงกับหลุดเสียงหัวเราะออกมา และพยักหน้าเบาๆ เพื่อรับทราบพี่ท็อปพูดเสริม “กินข้าวกันเถอะครับ ไอ้วี! มึงไม่ต้องยิ้ม ไปซื้อน้ำมาให้น้องดาเลย กับขนมด้วยนะ เลี้ยงรับน้องหน่อย”สามหนุ่มสามมุมวาไรตี้ฉีกยิ้มกว้าง ไล่ปฐวีให้ไปซื้อน้ำมาบริการแบบฟรีๆ ดรุณีมองพี่ๆ ในแง่ดีมากขึ้น ร่วมโต๊ะรับประทานอาหาร โดยไม่รู้ตัวเลย ว่าถูกถ่ายรูปไปนินทาในกลุ่มไลน์อีกแล้ว สาวๆ พนักงานที่แอบชอบสถาปนิกในกลุ่มนั้
ภูดิศ รักษาการประธานกรรมการบริษัทแอบอู้งาน นั่งสบายเหยียดแข้งเหยียดขาพาดบนโต๊ะ ดูกล้องวงจรปิดโถงทางเดินชั้นผู้บริหารมาจนถึงโต๊ะเลขาหน้าห้อง แอบสังเกตการณ์เลขาผู้ช่วยคนใหม่ อยากรู้ว่าหล่อนตั้งใจทำงานมากแค่ไหน หรือไม่ยอมหยิบจับอะไรจะนั่งเฝ้าเขาอย่างเดียวภาพจากกล้องยี่ห้อนี้ชัดชะมัดเลย คุณแม่หนูขวัญกำลังนั่งหน้าจอคอมพ์พิมพ์ก๊อกๆ แก๊กๆ ลงบนแป้นพิมพ์ แฉลบสายตามาอ่านและพิมพ์สดๆ โดยไม่ได้ใช้อุปกรณ์ช่วยแปลแต่อย่างใดดูจากท่าทางก็เข้าทีอยู่หรอก แต่ไม่รู้ว่าผลงานจะออกมาน่าโยนลงถังขยะหรือเปล่า ผิดแกรมม่า พิมพ์ตกหล่นอะไรทำนองนั้นเขาก็ไม่เอากล่องอีเมลเด้งขึ้นมามุมล่างขวาของจอแมคบุ๊ก ภูดิศละสายตาจากหน้าจอใหญ่ กลับมามองจอเล็กและคลิกเม้าท์เข้าไปอ่าน พบว่าเป็นอีเมลคอนเฟิร์มวันเวลาคุยงานกับนักธุรกิจชาวฮ่องกง ต่อเนื่องจากสัปดาห์ผ่านมาที่เขาบินไปฮ่องกงครั้งหนึ่ง เขากดเปลี่ยนภาษาและตอบกลับไป ลงชื่อกำกับเสร็จสรรพ และก๊อบปี้ส่งต่อข้อมูลไปให้คุณสุวิทย์ เพื่อให้อีกฝ่ายเตรียมตัวให้พร้อมตาเขาเริ่มปรือๆ อีกแล้ว กาแฟสองแก้วที่ดรุณีชงมาให้ท่าจะเอาไม่อยู่ จึงต่อสายไปข้างนอกใช้หล่อนให้ลงไปซื้อจากร้านกาแฟข้างล่าง
“แล้วนี่อะไร นั่งอยู่กับใครนานสองนาน”แค่ปรายสายตามองเท่านั้นไม่ได้ใส่ใจจะหันไปมองให้เต็มสองตา ร้อยวันพันปีดรุณีไม่เคยมายุ่งกับครอบครัวหรือบริษัทเขา แต่หลังจากมีข่าวดังก็โผล่หน้ามาให้เห็นแบบนี้ คงไม่พ้นฝีมือมารดาเขาแน่นอน นี่ขนาดตัวอยู่อังกฤษ แต่ยังไม่วายส่งคนมาจับผิด กลางวันมีดรุณีคอยจับผิด กลางคืนก็มีอีกคนส่งมาประกบเขา ตั้งใจให้กระดิกตัวไปไหนไม่ได้เลยหรือไง นึกถึงเรื่องนี้ทีไรภูดิศชักจะอารมณ์เสียทุกทีปฐวีมองหน้าทั้งสองคน “อ้าว ไม่รู้จักกันหรอกเหรอ คุณดาบอกแม่มึงให้มาช่วยงาน” “ไม่เชิงรู้จัก แค่เคยเห็นหน้า” ประชดเข้าให้ดรุณีเองก็เริ่มมีความรู้สึกไม่ต่างจากเขา โกรธ เจ้าหล่อนเอียงใบหน้ามามองอย่างเร็ว ในสายตาแฝงด้วยความไม่พอใจที่เขาตัดสัมพันธ์“คุณแม่ไปอังกฤษ เธอมาเสียเที่ยวแล้วแหละ กลับบ้านไปขายขนมไปเฝ้าร้านของเธอต่อเถอะ ที่นี่ไม่มีงานอะไรให้เธอทำ!”“เฮ้ย! พอได้แล้วไอ้หมอก!” ปฐวีลุกขึ้นมาห้าม มันใช้มือผลักอกเขาออกไม่ให้ต่อว่าอะไรดรุณีไปมากกว่านี้ ออกตัวแรงปกป้องทั้งที่ไม่ใช่ธุระกงการอะไร“ไม่พอ! ถ้างานหลักคือจับตามองฉันก็นั่งเฝ้าประตู เฝ้าลิฟต์แถวนี้แหละ บริษัทของฉันรับแต่คนมีคุณภาพ
ดรุณีเรียกวินมอเตอร์ไซค์ไปยังบริษัทไทยออลสตาร์คอนสตรัคชั่นที่อยู่ห่างออกไปราวห้านาที การเดินทางมาโรงเรียนน้องขวัญและมาทำงานค่อนข้างลำบาก เดินเท้า ต่อบีทีเอส ต่อวินมอเตอร์ไซค์ ค่าใช้จ่ายใช้ไปค่อนข้างเยอะแต่ก็บ่นไม่ได้เพราะขัดใจคุณแก้วกับคุณหมอกได้ที่ไหน วินมอเตอร์ไซค์ขับเร็วมากพาแว้นแซงรถหลายคันมาจนถึงที่หมายโดยร่างกายไม่มีบุบสลาย ลงจากรถขาอ่อนถึงกับสั่น จ่ายเงิน ส่งหมวกกันน็อกคืน“ขอบคุณครับ” หนุ่มอายุอานามใกล้เคียงกันเอ่ยแล้วเลี้ยวรถขับย้อนศรกลับวิน ถือว่ายังเช้ามากพนักงานยังไม่บางตา ดรุณีเดินตามทางเท้ามายังประตูกระจกจะผลักเข้าไปทว่ากลับพบว่ามีมือใหญ่ของใครไม่รู้วางทาบทับ สองหนุ่มสาวหันมามองหน้ากันต่างคนต่างตกใจ“ขอโทษครับ ผมไม่ทันมอง ผมไม่ได้ตั้งใจจะจับมือคุณ” ยกแก้วกาแฟในมือขึ้นเป็นหลักฐาน แอบเห็นเงาตนเองสะท้อนกระจก โทรมฉิบหายเลยโว้ย ทำไมต้องมาเจอคนน่ารักในช่วงเวลาที่สภาพย่ำแย่ขนาดนี้นะไอ้วีเอ๊ย แต่ถึงอย่างนั้นก็ยิ้มสู้ไว้ก่อน“ไม่เป็นไรค่ะ ดิฉันเองก็ไม่ทันมองคุณเหมือนกัน”“โอเคครับ เชิญด้านในได้เลยนะ”ปฐวียิ้มเขิน เปิดประตู ฝ่ายหญิงก้มหน้าขอบคุณ โอ๊ย ตายแล้วววว หน้านิ่งยังน่ารักเล
เธอคนนั้นเป็นผู้หญิงรักสบายห่วงแค่เรื่องเงิน ถึงกระนั้นภูดิศก็ยังรักคุณน้ำหวาน ตามตื๊อ ติดต่อฝ่ายหญิงจนถูกสามีเธอส่งคนมากระทืบหลายครั้ง จนต้องหลบไปพักใจที่เมืองนอก ทิ้งหล่อนให้อุ้มท้องคนเดียว หนูขวัญเติบโตในครรภ์ด้วยการฟูมฟักจากหล่อนเพียงลำพัง ไร้เงาพ่อของลูก กระทั่งลูกคลอดภูดิศถึงกลับเมืองไทยและแวะมาหา‘ฉันให้เธอได้แค่ความเป็นเพื่อน อยากได้เงินเท่าไหร่ก็ว่ามา ฉันอยากใช้แลกกับลายเซ็นเธอบนใบหย่าของเรา’เจอหน้ากันกี่ครั้ง เขาก็ถามถึงแค่เรื่องนี้เรื่องเดียว“ถึงดารักคุณมากแค่ไหน ก็ไม่มีประโยชน์”ดวงตาคู่หวานสวยปานตากวาง ทอดสายตามองหน้าตนเองที่สะท้อนกระจก ใบหน้ารูปไข่แม้จะสวยแต่ก็แสนจะเศร้า หึงในตัวเขามากแต่ก็ทำอะไรได้ไม่มากไปกว่าการนิ่งเฉย แต่ไหนแต่ไรก็แทบไม่เคยได้อยู่ใกล้กัน แม้จะได้ชื่อว่าเป็นภรรยาตามกฎหมาย แม้จะได้ชื่อว่าเป็นแม่ของลูกเขา ทว่าดรุณีรู้ตัวเองดีว่าตนไม่มีสิทธิ์ในตัวเขาเลยหกนาฬิกาสามสิบนาทีดรุณีอาบน้ำแต่งตัวแต่งหน้าเสร็จสรรพ สวมใส่ชุดทำงานเก่าเมื่อราวๆ สามปีก่อน เพราะไม่คิดว่าจะได้ทำงานประจำอีกจึงไม่ได้หาซื้อชุดใหม่ เมื่อคืนได้รับสายจากคุณแก้วกัลยา ท่านโทรสายตรงจากอังกฤษเ
โดยเฉพาะพวกที่ได้ลำดับการพรีเซ็นท์ก่อน อย่างบริษัทประเทศญี่ปุ่น!หลังจากเคลียร์งานในออฟฟิศเสร็จ คล้อยบ่ายไปดูไซต์งานที่ชลบุรี โดยปกติภูดิศชอบทำงานแบบนี้มากกว่าเข้าไปช่วยบิดาที่ฝ่ายบริหาร ไซต์งานชลบุรีเป็นงานสร้างคอนโดสูงสี่สิบชั้น เครื่องจักรทำงานทั้งวันทั้งคืนแข่งกับเวลาเสียงดังไปหมด คนงานก็เยอะเดินสวนกันไปมา ภูดิศถูกเชิญมาห้องประชุมซึ่งเป็นตู้คอนเทนเนอร์ใหญ่มีสิ่งอำนวยความสะดวกในนั้น และมีคนงานระดับหัวหน้านั่งรออยู่แล้ว“อัดงบอัดคนเข้าไปอีกแล้วกัน เร่งโครงการให้มันเร็วมากขึ้น”ภูดิศเข้าดูความคืบหน้าโครงการทุกอย่าง ทั้งการก่อสร้าง ทั้งเอกสารรายงานหลายสิบฉบับ กว่าจะได้กลับกรุงเทพก็เกือบสองทุ่มและในขณะนั้นก็มีสายเรียกเข้า เขาเหลือบสายตาไปมองแวบเดียวเท่านั้นแม้จะเหนื่อยมาก แต่ก็กดรับหนึ่งชั่วโมงต่อมาณ ผับแห่งหนึ่งในย่านรัชดา“หมอก น้ำหวานรู้อยู่แล้วว่าคุณต้องมา” เสียงหวานเอ่ยอย่างมั่นใจ ริมฝีปากสีแดงสดฉาบไปด้วยรอยยิ้มอ่อนหวาน รีบลุกจากเก้าอี้มากอดแขนกำยำทว่ากลับต้องหน้าเสีย “ทำไมล่ะคะ แค่นี้เอง” ถามเพราะเขาปัดมือตนเองออก“ผมเพิ่งมาจากไซต์งาน ยังไม่อาบน้ำ”ดาราสาวระบายรอยยิ้มอ่อนๆ ออกม







