หน้าหลัก / โรแมนติก / หัวใจในตะวัน / บทที่ 13 กระท่อมน้อยในซอกเขา

แชร์

บทที่ 13 กระท่อมน้อยในซอกเขา

ผู้เขียน: เอลยา
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2025-11-21 22:07:40

เวลาสองทุ่มกว่า ท้องฟ้าเป็นสีนิลสนิทดุจเป็นผืนเดียวกันกับน้ำทะเล แสงไฟต้องคลื่นสะท้อนเป็นพรายระยิบระยับ ท่ามกลางความเวิ้งว้างได้ยินเพียงเสียงเครื่องยนต์จากเรือลำสีขาว

"เด็กบ้า! ถ้าเจอจะจับตีให้เข็ด!"

เสียงห้าวสบถอย่างหัวเสียปนกับความกังวล แม้พิณตะวันจะคุ้นเคยกับทะเลแถบนี้เป็นอย่างดี แต่ก็เป็นเพียงแค่ผู้หญิง เวลากลางวันกับกลางคืนมันก็ต่างกันมาก อันตรายจากท้องทะเลนั้นมีอยู่ตลอดเวลา รวมถึงอันตรายจากมนุษย์ด้วยกันเองด้วย แม้ว่าในรัศมีของเกาะรังนางในความดูแลของตระกูลอิสรีพัฒน์ จะไม่มีเรื่องร้ายแรงบ่อยเหมือนหมู่เกาะห่างออกไปที่มีการขโมยรังนกและมีความขัดแย้งกันตามฤดูกาลเก็บรังนก แต่ก็ไม่อาจไว้วางใจอะไรได้ เบื้องบนคือฟ้า เบื้องล่างคือน้ำ และท่ามกลางระหว่างก็คือภัยจากมนุษย์

ชายหนุ่มขับเรือออกไปไกลจากเกาะในรัศมีสิบกิโลเมตรแล้ววนไปโดยรอบ แต่ก็ยากจะมองหา ไอลวิลกลับเข้ามาบนเกาะเวลาสี่ทุมครึ่ง ใบหน้าคมเข้มเครียดขรึม ตรงหน้าหาดมีร่างของหัวหน้าคนงานรอเขาอยู่ ชายหนุ่มกระโดดลงจากเรือก้าวขึ้นไปบนฝั่ง

"เจอตัวไหม"

เสียงห้าวตะโกนถามออกไปทันที

"ไม่เจอตัวครับ แต่เจอเรือ ปรากฏว่าตะวันเอาเรือไปให้ตามั่นดูตรงกาบให้ ผมลืมไปว่าครั้งก่อนมันมีรอยแตก ตะวันคงจะจำได้เลยเอาไปไว้ที่ตามั่น แต่ตัวไม่รู้ไปไหน ตามั่นบอกว่าเอาไปให้ตอนประมาณสามโมงโน่นแล้ว"

วัฒน์กล่าว น้ำเสียงฟังดูยังกังวลแต่ก็ไม่มากเท่าครั้งแรก เพราะถึงอย่างไรก็คิดว่าพิณตะวันจะอยู่ในบริเวณเกาะนี้เอง อาจจะเป็นบ้านของใครสักแห่ง

ไอลวิลพยักหน้ารับทราบ รู้สึกเช่นเดียวกับวัฒน์ ตราบใดที่พิณตะวันยังอยู่บนเกาะ ก็ถือว่าโอเค เพราะทุกตารางนิ้วในหมู่บ้านแห่งนี้ไม่มีที่ไหนที่เจ้าตัวจะไม่รู้จักคุ้นเคย แม้แต่เกาะรังนก ซึ่งอยู่ด้านหลัง มีสันเขาหินปูนเชื่อมกับหมู่บ้านชาวเลแห่งนี้ ซึ่งปกติมีธรรมเนียมปฏิบัติคือห้ามไม่ให้ผู้หญิงเข้าไปในถ้ำอย่างเด็ดขาด แต่สำหรับที่นี่ มีเพียงพิณตะวันเท่านั้นที่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปได้ เพราะเจ้าตัวเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงช่วยนายหัวมาตั้งแต่อายุสิบสามปี และติดตามพ่อซึ่งเป็นคนรับผิดชอบเป็นหูเป็นตาในการเฝ้ารักษาความปลอดภัยของถ้ำ

ในฤดูที่นกนางแอ่นทำรัง ซึ่งปีหนึ่งจะมี 3 ครั้ง แต่ละแห่งเวลาจะไม่เหมือนกันแต่ก็ใกล้เคียงกัน สำหรับเกาะรังนางแห่งนี้ การเก็บรังนกนั้น ครั้งที่ 1 คือช่วงมกราคม-ต้นกุมภาพันธ์ ซึ่งถือเป็นช่วงที่รังนกมีคุณภาพดีที่สุด ครั้งที่ 2 คือช่วงกลางเดือนมีนาคม หลังจากนั้นก็จะปล่อยให้นกทำรังและวางไข่ จะเก็บอีกทีเป็นครั้งที่ 3 คือ ช่วงเดือนกรกฎาคม ซึ่งเป็นช่วงที่ลูกนกโตเต็มที่และพร้อมจะออกจากรัง และนกเหล่านี้จะบินกลับมาอีกครั้งในเดือนธันวาคมของทุกปี

เวลานี้ต้นเดือนมีนาคม อีกไม่กี่วันจะได้เวลาเก็บรังเป็นครั้งที่สอง ซึ่งช่วงนี้ คนงานจะคอยเข้มงวดดูแลรักษาความปลอดภัยของถ้ำรังนกเป็นพิเศษ เพราะอาจจะมี โจรรังนก เข้าไปขโมยรังได้ แต่เท่าที่ผ่านมายังไม่เคยเกิดขึ้น เพราะที่นี่มีอาวุธและมีการป้องกันอย่างเข้มงวด ชาวเลหมู่เกาะรังนางนั้นมีความรักสามัคคีและอยู่กันอย่างเป็นครอบครัวเดียวกันจริงๆ เพราะมีผู้นำคือนายหัวที่เป็นที่พึ่งทางใจและเป็นผู้นำที่แข็งแกร่งให้อุ่นใจได้ ผู้ใหญ่บ้านและครูใหญ่ก็เป็นตัวอย่างที่ดี ทำให้ชาวเลแห่งนี้อยู่กันอย่างสงบสุขเสมอมา

"เดี๋ยวฉันจะกลับไปดูที่บ้าน เผื่อจะกลับมาแล้ว" ไอลวิลกล่าว

"ครับนายหัว แต่ผมคิดว่าตะวันคงจะปลอดภัยดี นายหัวไม่ต้องกังวลมากไป"

คนเป็นพ่อเอ่ยกับนายหัว... เพราะทราบดีว่านายหัวเป็นห่วงพิณตะวันเสมอ ในฐานะเด็กในปกครองและมือขวา แม้นายหัวจะดุและเข้มงวดกับพิณตะวัน แต่ก็เพราะความปรารถนาดี วัฒน์นั้นรักลูกสาวมาก แต่รู้ว่าลูกสาวเป็นคนที่เอาตัวรอดได้เก่งถ้าอยู่ในสถานที่ที่คุ้นเคย อย่างเกาะแห่งนี้ แต่ถ้าไปอยู่บนฝั่งนั่นแหละ ที่วัฒน์จะเป็นห่วง ดังนั้นเขากับจินดาจึงไม่เคยเคี่ยวเข็ญให้ตะวันไปเรียนหนังสือบนแผ่นดินใหญ่

"ฉันคุยกับเขาว่าจะส่งไปเรียนที่บนฝั่ง เขาคงจะโกรธและงอนตามเคย เดินหนีไปซะดื้อๆ"

นายหัวเอ่ยพลางถอนหายใจ วัฒน์เข้าใจถึงความหวังดีที่นายหัววิลมีต่อลูกสาว... นายหัวเป็นฝรั่ง เชื่อในระบบการศึกษาสมัยใหม่และอยากให้พิณตะวันได้เห็นโลกกว้าง แต่เจ้าตัวกลับคิดแตกต่าง...พิณตะวันพบความสุขและพบว่าตัวเองต้องการอะไร จึงไม่ต้องการขวนขวายให้มากไปกว่านี้ วัฒน์เองก็หวังว่าเขาคงจะไม่ใช่พ่อที่เห็นแก่ตัวจนเกินไปที่เขาเองก็ไม่ส่งเสริมให้ลูกไปเรียนไกลๆ แต่ก็ไม่ต้องการพูดตรงๆ กับนายหัว วัฒน์กับจินดาทิ้งทุกอย่างให้เป็นการตัดสินใจของลูกมานานแล้ว... พิณตะวันมีความสุขแบบไหน พวกเขาก็พร้อมจะสนับสนุนเสมอ

"ผมคิดว่าเขาอาจจะไปที่ถ้ำรังนกหรือเปล่านะครับนายหัว เพราะตอนบ่ายเห็นคุยกับพวกไอ้อิ่มกับไอ้เอิบ"

วัฒน์เอ่ยเมื่อนึกได้ อิ่มกับเอิบเป็นคนงานเก็บรังนกมือฉมังของเกาะนี้

"วัฒน์ไปพักเถอะ เดี๋ยวฉันจะลองขับรถเครื่องไปดู เมื่อกี้ก็ขับเรือไปทางนั้นเหมือนกัน แต่ไม่ได้ขึ้นไปบนถ้ำ"

ไอลวิลเอ่ย จากนั้นทั้งสองก็แยกย้ายกัน ชายหนุ่มกลับไปที่เรือนใหญ่ สวมกางเกงขายาวกับเสื้อแจ็คเก็ตสีดำ เอาน้ำและขนมแซนด์วิชใส่เป้ไปด้วยเผื่อไปเจอคนที่กำลังตามหาอยู่ และเจ้าหล่อนเกิดหิวขึ้นมา! ที่เกาะมีกระท่อมสำหรับคนนอนเฝ้าเกาะ ไอลวิลเองก็มีกระท่อมส่วนตัวอยู่ที่นั่น ระหว่างซอกเขาหินปูนที่มีพื้นที่ราบพอจะตั้งเสาสี่เสาได้

เวลาห้าทุ่ม เขาจอดรถไปตรงข้างทาง ใต้ต้นไม้ใหญ่ที่จอดเป็นประจำ เพราะไม่ต้องการทำเสียงดังใกล้ถ้ำ เดินไปอีกประมาณแค่ร้อยกว่าเมตรก็ถึงกระท่อม พื้นที่ขนาดแคบแค่ 3-3 เมตร สูงจากพื้นแค่ศอกเดียว ไม่ต้องมีบันได ผลักประตู แต่ปรากฏว่ามันติด... เจ้าตัวดีอยู่ที่นี่เอง

"เปิดประตูหน่อย"

เสียงห้าวเอ่ยบอกคนที่อยู่ภายในเบาๆ เพราะรอบตัวเงียบสงัด มีเพียงเสียงหรีดหริ่งเรไรและนกเค้าแมวที่ส่งเสียงร้องก้องเป็นระยะ

"มาทำไม"

เสียงคนข้างในถาม น้ำเสียงงัวเงีย

"จะมาเฝ้าถ้ำ"

"ตะวันเฝ้าอยู่ นายหัวกลับไปเหอะ"

น้ำเสียงหมางเมินและได้ยินเสียงลุกขึ้น ในกระท่อมมีที่นอนอยู่อันหนึ่งกับผ้าห่มนวมและมุ้งแบบตั้งได้คล้ายเต็นท์ ใช้ตะเกียงเจ้าพายุในการให้แสงสว่าง

"ห้าทุ่มกว่าแล้ว ฉันเหนื่อย เปิดประตูเร็ว"

เสียงสั่งติดห้วนและระอา สักครู่ประตูไม้ก็เปิดออก ตะเกียงเจ้าพายุส่องสว่าง ทำให้เห็นร่างโปร่งเพรียวสวมเสื้อยืดสีน้ำตาลกับกางเกงขาสั้นสีดำ ใบหน้ามึนตึง เจ้าตัวมุดกลับเข้าไปในมุ้งแล้วนอนหันหลังให้ทันที

ไอลวิลวางเป้ลง แล้วมุดเข้าไป ดึงซิปมุ้งรูดปิด ร่างใหญ่นอนหันหลังชนกับร่างเล็ก ต่างคนต่างนอนเงียบ ไอลวิลขยับเอื้อมมือไปดับตะเกียง ห้องแคบมืดลงไปถนัดใจ อากาศยามค่ำคืนกลางทะเล ลมพัดเย็นยะเยือก กระท่อมทำจากปีกไม้ที่มีอยู่บนเกาะ เสาไม้สี่ต้น พื้นเป็นไม้เช่นกัน หลังคามุงใบมะพร้าวที่สานเป็นตับ แม้จะขนาดเล็กแต่ก็สร้างอย่างแข็งแรงพอใช้

"โกรธฉันหรือ"

เสียงห้าวเอ่ยถามในความมืด ทั้งที่รู้อยู่แล้ว แต่ก็ถามเพราะต้องการพูดกับเด็กดื้อให้รู้เรื่อง คนที่นอนหันหลังให้เขานิ่งเงียบ ไอลวิลขยับร่างนอนหงาย ลืมตาโพลงมองไปที่หลังคามุ้งซึ่งก็ไม่ได้เห็นอะไร มันมืดมาก

"ตะวัน"

เขาเรียกชื่อ

"หือ"

เจ้าตัวทำเสียงขานรับในลำคอ

"พูดดีๆ"

เขาทำเสียงดุใส่ ดึงไหล่บางให้หันมานอนหงายเคียงกัน

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • หัวใจในตะวัน   บทที่ 308 คู่พิเศษ ทรงพล & ไข่มุก 14 NC 25+(จบ)

    "เมื่อกี้คุณตอบว่าอะไรนะ ผมได้ยินไม่ถนัด" คนเจ้าเล่ห์ทำหน้าซื่อถาม แต่ดวงตาพราวด้วยความดีใจ ไข่มุกค้อนให้เขาอย่างอดไม่ได้ เพราะเขาทำให้ตกใจเสียมากมาย เวลานี้ไข่มุกได้เห็นแล้วว่าเขาว่ายน้ำแข็งและดำน้ำได้นานมาก ไม่น่าไปทึกทักจากหน้าขาวๆ ของเขาว่าจะทำอะไรไม่อึดและทน"ตกลงแต่งงานกับผมนะ" เขาขออีกครั้ง หญิงสาวถอนหายใจก่อนจะพยักหน้า"ก็ได้ค่ะ ถ้าคุณคิดว่ามุกดีพอ" เสียงตอบรับทำให้ทรงพลยิ้มกว้างออกมาด้วยความยินดีอย่างที่สุด ชายหนุ่มคว้าร่างบางมากอดและพรมจูบไปด้วยใบหน้านวล"ขอบคุณมากมุกจ๋า...ขอบคุณมาก"เขาพึมพำอย่างมีความสุข ประกบปากไปบนเรียวปากอิ่ม จุมพิตหนักหน่วงทว่าอ่อนหวาน ไข่มุกโอบแขนไปรอบลำคอและจูบตอบเขาอย่างเต็มใจ เป็นการซีลสัจจะสัญญาต่อกันต่อมาจุมพิตอ่อนหวานก็เริ่มแปรเปลี่ยนไปเป็นดื่มด่ำและเร่าร้อน มือใหญ่เลื่อนไปเกาะกุมทรวงอกคู่งาม ดึงชุดว่ายน้ำให้ไปอยู่ใต้ฐานอก ก้มไปจูบไซ้เต้างามอย่างหิวกระหาย"ผมขอฉลองข่าวดีของเราสักรอบนะคนดี" เขากระซิบขอ ไข่มุกโอบกอดไปรอบแผ่นหลังกว้างเป็นคำตอบ เขายิ้มพอใจกับร่องอกอิ่ม จากนั้นปากและลิ้นก็เริ่มบรรเลงเพลงรักเร่าร้อนตรงซอกหิน เสียงครางพลิ้วดังปนกับเสี

  • หัวใจในตะวัน   บทที่ 307 คู่พิเศษ ทรงพล & ไข่มุก 14 NC 25+(จบ)

    "แต่คุณก็ต้องอยู่กรุงเทพฯ กับผม เพราะงานและชีวิตผมกับคุณแม่อยู่ที่นั่น... ผมไม่มีทางเลือกจริงๆ คงจะพาคุณกับลูกมาที่นี่ได้ในช่วงวันหยุดเท่านั้นเอง" ชายหนุ่มเอ่ยอย่างรู้สึกผิด ไข่มุกปัดปอยผมออกจากหน้าผากให้เขาอย่างอ่อนโยน"ไม่เป็นไรนี่คะ มุกโอเค...คุณไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ"เสียงอ่อนหวานเอ่ย ทรงพลถอดแว่นตาออก สายตาคมมองสบตากับหล่อนอย่างรู้สึกขอบคุณและรู้สึกแสนรักลึกซึ้ง"ขอบคุณมากที่คุณเสียสละ ผมโชคดีมากที่มีคุณกับลูกเข้ามาในชีวิต แต่ผมจะมีความสุขมากกว่านี้ ถ้าหากคุณยอมแต่งงานกับผม อยากให้ลูกคนที่สองของเราเกิดมาในตอนที่ผมกับคุณจดทะเบียนสมรสกันแล้ว เป็นสิ่งที่ผมใฝ่ฝันและต้องการเหลือเกิน"เขารำพัน ยกมือหญิงสาวขึ้นไปจูบ ไข่มุกนิ่งฟังเงียบๆ หญิงสาวรู้ว่าเขาต้องการทำทุกอย่างเพื่อแสดงถึงความให้เกียรติยกย่องหล่อน เขาพูดถูกเรื่องที่ว่า ถ้าหากลูกคนที่สองเกิดมา จะเป็นการดีสำหรับลูกที่ได้เกิดมาด้วยสถานะที่บิดามารดาสมรสกันอย่างถูกต้องตามกฎหมาย แต่ไข่มุกก็ยังกลัวกับคำว่า... ลูกสะใภ้คุณหญิง อย่างไม่อาจจะขจัดความรู้สึกกลัวไปได้ง่ายๆ"คุณไม่อายหรือคะที่มุกเป็นเพียงแค่ผู้หญิงธรรมดา ถ้าหากแต่งงานกัน สังคมจะม

  • หัวใจในตะวัน   บทที่ 306 คู่พิเศษ ทรงพล & ไข่มุก 14 NC 25+(จบ)

    รุ่งเช้า ไข่มุกตื่นแต่มืดเข้าไปหาลูกน้อย ซึ่งก็ยังคงหลับสนิทอย่างสงบ หญิงสาวถอนหายใจโล่งอกออกมา เวลานี้พ่อกับลูกต่างก็ยังนอนหลับอยู่ในนิทรารมณ์อันเป็นสุข หญิงสาวก้มไปปัดผมนุ่มให้พ้นใบหน้าเล็ก ดึงผ้าห่มขึ้นมาห่มให้ถึงคอ จากนั้นก็เข้าห้องน้ำอาบน้ำสระผมและล้างหน้าก๊อก-ก๊อกเสียงเคาะประตูดังขึ้นในขณะที่หญิงสาวกำลังถูสบู่อยู่"เปิดประตูหน่อย ผมเอง" เสียงเรียกแผ่วเบา เมื่อรู้ว่าเป็นใคร ไข่มุกจึงรีบเปิดประตูให้... ร่างสูงก้าวเข้ามา"ตื่นทำไมไม่ยอมปลุกผมด้วยหือ" เขาเอ่ย รีบถอดเสื้อผ้าออกจนเนื้อตัวล่อนจ้อน ดึงร่างบางไปหอมแก้ม จากนั้นก็เดินไปแปรงฟันที่ซิงก์ ไข่มุกเขินหน้าแดง ยังไม่ยอมชินกับการได้เห็นเขาตัวเปลือยเปล่า เขาแปรงฟันเสร็จก็หันมาหา หญิงสาวอาบน้ำสระผมเสร็จพอดี กำลังจะคว้าผ้าเช็ดตัวมาห่ม แต่ก็ต้องร้องว้ายเมื่อถูกดึงเข้าไปจูบหนักหน่วงรับอรุณ"อื้อ...อย่าค่ะ เดี๋ยวลูกตื่น"หญิงสาวรีบกระซิบบอกเมื่อเขาปล่อยปาก ก้มไปจูบไซ้ทรวงอกคู่งามที่มีหยดน้ำเกาะพราว ไล้ลิ้นตวัดหยดน้ำเข้าปากแล้วดูดยอดถันอย่างหิวกระหาย"ผมหิวเมียที่สุด ขอสักรอบเพื่อต้อนรับวันใหม่นะที่รัก" เขากระซิบเสียงพร่าด้วยอารมณ์ปรารถ

  • หัวใจในตะวัน   บทที่ 305 คู่พิเศษ ทรงพล & ไข่มุก 13 NC 25+

    ร่างบางอ่อนระทวย แต่ร่างสูงยังไม่หมดแรง เขาถอนถอยตัวตนออก จับร่างนุ่มให้พลิกนอนคว่ำ แยกขาออกจากกัน ใช้อาวุธที่เพิ่งคายพิษออกไปถูไถที่ร่องสะโพกหนั่นแน่นจนมันแข็งขันขึ้นมาอีกครั้้งอย่างรวดเร็ว เขาเขี่ยไล้หาเป้าหมาย เมื่อเจอก็กดพรวดเข้าไปอีกครั้ง"อ๊า...คุณพลขา...อื้อ..."ไข่มุกร้องครางเสียวอย่างไม่อาจทนไหว อารมณ์พิศวาสเร่าร้อนถูกจุดขึ้นมาอีกครั้ง หญิงสาวซบหน้ากับหมอนในขณะที่ด้านหลังก็ถูกกระแทกกระทุ้งโยกใส่อย่างหนักหน่วงและรัวเร็วถี่ยิบๆ"โอว...เจ็บไหมที่รัก"เขามีแก่ใจถามแต่ก็ยังโยกรัวต่อไป เสียงเนื้อกระทบเนื้อได้ยินชัดเจนในความเงียบแห่งค่ำคืน"ไม่...ไม่เจ็บค่ะ แต่เสียวมาก...อ๊า" หญิงสาวตอบเสียงพลิ้ว กลั้นเสียงครางอย่างสุดความสามารถ เขาเอื้อมมือมาขยี้ปลายถันให้ และอีกข้างก็ขยี้เกสรอ่อน ไข่มุกรู้สึกเสียวซ่านสยิวสุดจะทนไหว"อื้อ...คุณพล...ไม่ไหวแล้ว...อีกนิดเดียว" หญิงสาวเอ่ยเร่งเร้าอย่างลืมอายเพราะอารมณ์มันพาไป สุดแสนทรมาน รู้ว่าอีกนิดจะถึงสวรรค์ที่แสนสุข เขาดึงมือกลับแล้วจับเอวเล็กไว้มั่น ขยับกระหน่ำแรงและเร็วเพื่อส่งให้หล่อนไปถึงจุดหมายปลายทาง"อ๊า..." เสียงร้องกรี๊ดส่งสัญญาณว่าถึงจุดส

  • หัวใจในตะวัน   บทที่ 304 คู่พิเศษ ทรงพล & ไข่มุก 13 NC 25+

    "ยังไม่ตื่นหรอก ไม่ต้องกังวล ผมขอเวลาแค่ชั่วโมงเดียว" เขากระซิบส่งสายตาฉ่ำแพรวพราวมาให้ ไข่มุกรู้ดีว่าถ้าเขามีอารมณ์แบบนี้ก็จะต้องยอมโอนอ่อนผ่อนตาม ซึ่งความจริงหญิงสาวก็รู้สึกตัวร้อนระอุขึ้นมาเหมือนกันในเวลานี้ อารมณ์ธรรมชาติที่ตื่นตัวอย่างไม่ต้องใช้เวลานาน เขาเป็นผู้ที่มีความสามารถจุดไฟให้หล่อนได้อย่างรวดเร็วเสมอ"อย่าเสียงดังนะคะ" เอ่ยเตือนเพราะไม่ต้องการส่งเสียงให้ลูกตื่น"โอเค...ผมจะพยายาม ตอนนี้ตัวผมร้อนเหลือเกินมุกจ๋า...ต้องการเมียสุดๆ"เขากระซิบเสียงแตกพร่า ก้มมาประจบจูบอย่างเร่าร้อนและหนักหน่วงอย่างไม่รอให้เสียเวลา ไข่มุกปล่อยอารมณ์ ร่างกายอ่อนระทวยไปกับเขาทันที หญิงสาวจูบตอบอย่างเต็มใจ ทำให้อีกคนครางในลำคอด้วยความพอใจ มือใหญ่สะกิดตะขอหน้าของบราเซียร์ออก รูดกางเกงในตัวจิ๋วลงอย่างช่ำชอง เพราะความต้องการล้นหัวใจ"ผมขอเร็วๆ รอบหนึ่งก่อนนะที่รัก" เขากระซิบ ร่างบางเปลือยเปล่าตามที่เขาต้องการในเวลานี้ ชายหนุ่มดึงบ็อกเซอร์ของตัวเองออก เตะไปทางปลายเตียงอย่างไม่แยแส ร่างกายร้อนฉ่าด้วยอารมณ์กามรัก ต้องการเข้าไปในตัวเมียรักอย่างเร่งด่วนด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่ทำให้ฮอร์โมนร่างกายร้อนระอุกว่า

  • หัวใจในตะวัน   บทที่ 303 คู่พิเศษ ทรงพล & ไข่มุก 13 NC 25+

    "เขาคงจะดีใจที่มุกกลับมากระมัง เลยอยากให้ออกเรือพาสามีไปเที่ยวชมเกาะหน่อย"ทรงพลเอ่ยพลางยิ้มกริ่ม รู้สึกพอใจที่ได้รู้ว่าโก้มีน้ำใจกับเขามากด้วยการให้ยืมเรือลำสุดหวง"ได้สิคะ ทะเลแถวนี้สวยไม่มีที่ไหนสู้ได้ พรุ่งนี้มุกจะพาคุณไปดู เอาน้องขวัญไปด้วย""เห็นโก้บอกว่าคิดถึงน้องขวัญ จะขอเอาตัวไว้ชื่นชมให้หายคิดถึง"ชายหนุ่มกล่าว ไข่มุกรู้สึกแปลกใจที่เขาเข้ากับโก้ได้เป็นอย่างดีเช่นนี้ คงจะเข้าใจกันแล้วกระมัง ถึงมีความเป็นมิตรกันอย่างที่เห็น เพราะไข่มุกก็พอจะทราบว่าเขาไม่ชอบโก้เมื่อในอดีต สืบเนื่องมาจากเรื่องที่รักผู้หญิงคนเดียวกัน"อย่างนั้นเหรอคะ ก็แล้วแต่คุณก็แล้วกันค่ะ มุกจะเตรียมอาหารใส่ตะกร้าไปด้วย"หญิงสาวเอ่ยอย่างนึกสนุกไปตามเขา เอาอาหารไปทานบนเรือในขณะที่ทอดสมออยู่กลางทะเล ไม่ได้ทำแบบนั้นนานมากแล้ว ตั้งแต่สมัยที่แม่ยังคงอยู่ หญิงสาวหน้าสลดลงไป เพราะคิดถึงแม่ แม่เสียตอนที่ไข่มุกท้องน้องขวัญได้สองเดือนพอดี หญิงสาวได้กลับมาทำพิธีให้ท่าน ทางนี้เขาเผาศพกันเหมือนเช่นชาวพุทธทั่วไป ซึ่งเกาะนี้นับถือพุทธอย่างคนไทยแผ่นดินใหญ่ ไม่นับถืออิสลามหรือนับถือผีเหมือนอีกหลายเกาะที่อยู่ไปทางมาเลเซียและอิน

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status