LOGINร่างของเขาก็ล้มลง หลิวโยวเยว่ถึงกับตาแดงก่ำแต่ยังไม่ทันได้เข้าไปหาหลิวโยวเฉวียนก็ยกมือขึ้นอีกครั้งลูกธนูระลอกใหม่ถูกปล่อยออกมาครั้งนี้มากกว่าเดิมหลายเท่าหลิวโยวเยว่ไม่ลังเลแม้แต่น้อยเขาพุ่งเข้าไปยืนขวางหน้าหยางหวางทันทีลูกธนูหลายดอกพุ่งเข้าสู่ร่างของเขาปักเข้าที่ไหล่แผ่นหลังและสีข้างเลือดสดไหลอาบชุดเกราะแต่บุรุษผู้นั้นยังยืนอยู่ยังไม่ยอมล้ม ยังคงใช้ร่างของตนเป็นกำแพงบังไท่จื่อเอาไว้"ท่านอาหลิว"หยางหวางเบิกตากว้างหัวใจราวกับถูกบีบรัดหลิวโยวเยว่ไอออกมาเป็นเลือดแต่ยังฝืนยิ้ม"ข้าน้อย..เคยสาบาน...ว่าจะปกป้องไท่จื่อ..."ลูกธนูอีกดอกปักเข้าสู่แผ่นหลังร่างสูงสั่นไหวอย่างรุนแรงไม่ยอมหลีกทางแม้แต่ก้าวเดียวส่วนหลิวโยวเฉวียนบนหลังม้ากลับมองภาพนั้นด้วยสายตาเย็นชาราวกับคนตรงหน้าไม่ใช่พี่ชายร่วมสายเลือดหากเป็นเพียงศัตรูคนหนึ่งเท่านั้นและในวินาทีนั้นเองระบบที่กำลังมองเหตุการณ์อยู่ก็หน้าซีดเผือด"เดี๋ยวก่อนเจ้าค่ะไม่ถูกต้อง ประวัติศาสตร์กำลังเปลี่ยนอีกแล้วเจ้าค่ะหลิวโยวเยว่ไม่ควรตายตอนนี้ วงล้อชะตากรรมกำลังรวนแล้วเจ้าค่ะ"ระบบลอยวนไปมาอย่างตื่นตระหนก ร่างของหลิวโยวเยว่ทรุดลงช้าๆลูกธนูจำ
เสียงโห่ร้องของกองทัพกบฏดังสะเทือนไปทั่วพระราชฐานชั้นในเปลวไฟลุกโชนจากตำหนักด้านนอกควันดำพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าทหารองครักษ์จำนวนมากล้มลงทีละคนแนวป้องกันสุดท้ายของวังหลวงกำลังพังทลายหยางหวางในวัยเยาว์ยืนอยู่บนบันไดหินหน้าตำหนักกระบี่ในมือสะท้อนแสงไฟสีแดงฉานแต่แววตากลับเด็ดเดี่ยวเกินวัยด้านข้างมีอวิ๋นเหยียนกำกระบี่แน่นส่วนอีกด้านคือหลิวโยวเยว่ในชุดเกราะสีดำเสียงฝีเท้าทหารกบฏดังใกล้เข้ามาทุกขณะ หยางหวางสูดลมหายใจลึกก่อนเอ่ยขึ้น"ท่านอาหลิว"หลิวโยวเยว่หันมองทันที"เพคะ...เอ่อ ขอรับ ไท่จื่อ"หยางหวางมองไปยังตำหนักด้านหลังที่ซึ่งฮ่องเต้และฮองเฮาประทับอยู่"ข้าอยากให้ท่านนำกำลังส่วนหนึ่งไปอารักขาเสด็จพ่อกับเสด็จแม่""ที่นี่ข้ารับมือเอง"อวิ๋นเหยียนถึงกับหันขวับ"ไท่จื่อ"แต่หลิวโยวเยว่กลับส่ายหน้าทันที"ข้าน้อยไม่ไปฝ่าบาทกับฮองเฮามีกำลังอารักขามากมาย"หยางหวางขมวดคิ้ว"นี่คือคำสั่ง"หลิวโยวเยว่คุกเข่าลงข้างหนึ่งแล้วประสานมือคำนับ"ข้าน้อยยืนยันจะอยู่ที่นี่ เพื่อไท่จื่อ"หยางหวางนิ่งไปหลิวโยวเยว่เงยหน้าขึ้นแววตาหนักแน่น"ฮ่องเต้และฮองเฮามีองครักษ์คุ้มกันแต่ที่นี่...มีเพียงท่านหากข้าน้อยต
คำตอบนั้นทำให้ลี่เอินเอินยิ่งหน้าแดงกว่าเดิมไทเฮายิ้มกว้าง"เช่นนั้นก็ดี พวกเจ้าสองคนรู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก ย่อมดีกว่าการแต่งงานแบบคลุมถุงชน"พูดจบไทเฮากลับนิ่งไปชั่วครู่ราวกับนึกอะไรขึ้นมาได้ก่อนหัวเราะเบาๆ"พอมาคิดดูแล้ว ทุกอย่างกลับตาลปัตรจริงๆ"ฮองเฮาที่นั่งอยู่ข้างกันเลิกคิ้ว"เสด็จแม่หมายความว่าอย่างไรเพคะ"ไทเฮาถอนหายใจสายตามองออกไปนอกหน้าต่าง"เมื่อก่อน...เจ้ากับฮ่องเต้เคยคิดจะจับคู่เด็กสองคน คนหนึ่งคือหยางหวางอีกคนคือโหลวหราน"ลี่เอินเอินชะงักไปเล็กน้อยส่วนหยางหวางเงยหน้าขึ้นโดยไม่รู้ตัวไทเฮากล่าวต่อ"ตอนนั้นพวกเราคิดเพียงเรืองอำนาจ คิดเพียงเรื่องความเหมาะสมของตระกูล ไม่เคยถามความสมัครใจของเด็กทั้งสองเลย"น้ำเสียงของนางแผ่วลง"หากเป็นเช่นอดีตจริง...หยางหวางกับโหลวหรานคงถูกบังคับให้แต่งงานกันไปแล้ว"ภายในห้องพลันเงียบลงไม่รู้เพราะเหตุใดหัวใจของหยางหวางกลับเต้นแรงขึ้นมาอย่างประหลาดราวกับคำว่า โหลวหราน นั้นไปแตะต้องความทรงจำบางอย่างที่เลือนรางแต่จับต้องไม่ได้ภาพเด็กหญิงตัวน้อยในชุดสีฟ้าพลันแวบผ่านในหัวเพียงชั่วขณะเร็วจนเขาไม่ทันมองเห็นใบหน้าหยางหวางขมวดคิ้วเล็กน้อย"ไท่จื
จวนตระกูลหลิวยามเช้าตรู่รถม้าคันหนึ่งจอดรออยู่หน้าประตูใหญ่บ่าวรับใช้กำลังช่วยกันขนสัมภาระขึ้นรถอย่างวุ่นวายโหลวหรานในวัยสิบสามปียืนกอดกระบี่ไม้เอาไว้แน่นดวงตากลมโตแดงเรื่อเล็กน้อย"ท่านพ่อ...ข้ายังไม่ได้กล่าวลาไท่จือกับเอินเอินเลย"หลิวโยวเยว่มองบุตรสาวเพียงคนเดียวของตนก่อนยกมือลูบศีรษะนางเบาๆ"พ่อบอกไท่จือแทนเจ้าส่วนลี่เอินเอิน พ่อจะส่งคนบอกนางถึงจวน เจ้าอยู่กับท่านป้าให้ดี เชื่อฟังคำสั่งผู้ใหญ่"โหลวหรานเม้มริมฝีปาก"แล้วท่านพ่อล่ะพ่อก็อยู่ที่นี่หากมีเวลาก็จะไปเยี่ยมเจ้า"หลิวโยวเยว่หัวเราะโหลวหรานพยักหน้าแต่ใบหน้าไม่ได้ดูเชื่อเลยแม้แต่น้อยนางรู้ดีต่างแคว้นอยู่ไกลมากกว่าจะเดินทางถึงต้องใช้เวลาเป็นเดือนหากไปแล้วคงไม่ได้พบหน้ากันง่ายๆ"เหตุใดต้องให้ข้าไปด้วยข้าไมไ่ด้อยากจะไป"โหลวหรานถามเสียงเบาหลิวโยวเยว่เงียบไปครู่หนึ่งก่อนตอบด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน"เพราะแคว้นฉีช่วงนี้ไม่สงบ เจ้าอยู่กับท่านป้าจะปลอดภัยกว่า และพ่อจะได้ไม่ต้องห่วงเจ้าดีไหม"ความจริงแล้วเขาไม่ได้บอกนางทั้งหมดช่วงหลายปีที่ผ่านมาองค์รัชทายาทหยางหวางเริ่มเป็นที่จับตามองของหลายฝ่ายขุนนางในราชสำนักต่างแบ่งพรรคแบ่งพวกคลื่
วงล้อแห่งชะตากรรมยังคงหมุนต่อไปเจ้ามังกรน้อยนั่งกอดเข่าอยู่บนก้อนเมฆจู่ๆ แผ่นป้ายสีทองขนาดใหญ่ก็ปรากฏขึ้นกลางอากาศเสียงประกาศดังก้องไปทั่วมิติระบบสะดุ้งโหยงก่อนรีบเงยหน้าขึ้นมองตัวอักษรสีทองสว่างไสวปรากฏขึ้นทีละบรรทัดขอแสดงความยินดีผู้เล่น โหลวหราน ผ่านด่านที่ 6 สำเร็จระดับความยาก มหากาพย์เหนือระดับคะแนนความสำเร็จ 99/100รางวัลกำลังคำนวณ..เจ้ามังกรน้อยรีบลุกขึ้นยืนดวงตาเป็นประกายทันที"นายหญิงเจ้าคะท่านผ่านแล้วเจ้าค่ะถึงจะผ่านแบบทุลักทุเลไปหน่อยก็เถอะ!"หีบสีทองสามใบร่วงลงมาจากฟากฟ้าระบบรีบกระโดดไปเปิดใบแรกทันทีแสงสีทองส่องสว่างออกมาได้รับไอเท็ม ดวงใจไม่สิ้นสลายระดับ ตำนานความสามารถ แม้วิญญาณจะแตกสลายไปแล้ว แต่ตราบใดที่ยังมีผู้จดจำเจ้าของไอเท็มอยู่ เศษเสี้ยววิญญาณจะไม่มีวันสูญหายไปตลอดกาลระบบเบิกตากว้าง"ว้าวนี่มันไอเท็มโกงชัดๆ หมายความว่านายหญิงยังมีโอกาสกลับมาเจ้าค่ะ"จากนั้นมันรีบเปิดหีบใบที่สองได้รับไอเท็ม กระจกย้อนชะตาระดับ ตำนานความสามารถ สามารถมองเห็นอดีตที่ถูกลบเลือน หรืออนาคตที่ถูกเปลี่ยนแปลงได้หนึ่งครั้งระบบอ้าปากค้าง"ของดีอีกแล้ว ของชิ้นนี้แม้แต่ลาสบอสยังอยากได
ทันใดนั้นเองยกแผ่นหยกในมือขึ้นช้าๆแสงสีเขียวเข้มพลันปะทุออกมาพื้นทั้งห้องสั่นสะเทือนทุกคนเสียหลักทันที“เกิดอะไรขึ้น” หานอี้ร้องลั่นระบบในโลกวิญญาณเองก็สะดุ้ง“แย่แล้วเจ้าค่ะ เขาใช้พลังของหยกเป็นแล้ว”ไท่ซางหวงยกหยกขึ้นเหนือศีรษะแสงสีเขียวจากหยกทั้งสามชิ้นเริ่มสั่นสะเทือนราวกับกำลังตอบสนองต่อกัน“ในเมื่อข้าไม่ได้มัน...พวกเจ้าก็อย่าหวังจะได้มันเช่นกันข้าจะทำลายมันเสีย แล้วนังมารโหลวหรานก้จะไม่มีโอกาสได้กลับมา”คลื่นพลังมหาศาลระเบิดออกจากหยกองครักษ์หลายคนถูกซัดกระเด็นหานอี้ล้มลงกระแทกเสา มู่เยว่เฉินกระอักเลือดทันที หมอสุ่ยถูกแรงลมซัดปลิวแม้แต่เหลียนซูยังถูกเหวี่ยงกระแทกกำแพง“อั่ก”ทั่วห้องกลายเป็นความโกลาหลหยางหวางรีบใช้ร่างของตนบังโหลวหรานเอาไว้แต่คลื่นพลังยังคงพุ่งเข้ามากระอักเลือดสดสดไหลออกจากมุมปากทว่าแขนทั้งสองยังคงกอดร่างของโหลวหรานไว้แน่น“ฝ่าบาท” หานอี้ตะโกนไท่ซางหวงหัวเราะลั่นดวงตาแดงก่ำ“เห็นหรือยัง นี่คือพลังที่แท้จริงของตราวิญญาณจักรพรรดิ พวกเจ้าทุกคนเป็นเพียงมดปลวก”แต่ในวินาทีนั้นเองรอยร้าวเล็กๆ กลับปรากฏขึ้นบนหยกในมือของเขาไท่ซางหวงชะงักก้มมองหยกรอยร้าวเพิ
มังกรน้อยของระบบกำลังกระโดดตัวลอย“สำเร็จ สำเร็จอย่างงดงาม” เสียงใสดังขึ้นพร้อมเอฟเฟกต์ประกายแสงวิบวับรอบตัวมัน “ค่าความสงสารจากอวิ๋นเหยียนเพิ่มขึ้น 45% ความเห็นใจทะลุเพดานเจ้าค่ะ นั่นเท่ากับท่านเพิ่มพันธมิตรให้กับทีม”มันหมุนตัวกลางอากาศอย่างดีใจ หางสะบัดไปมา“นายหญิงพลิกเกมได้สวยมาก จากเดิมที่เขา
บัลลังก์หงส์ตั้งตระหง่านกลางโถง กำยานลอยอ้อยอิ่งเป็นเส้นบางๆ ท่ามกลางแสงเทียนสีทองลี่เอินเอินนั่งหลังตรงบนบัลลังก์ฮองเฮาใต้เท้าลี่กวงยืนอยู่เบื้องหน้า สีหน้าขรึมเคร่ง“ลูกพ่อ เจ้ายอมได้หรือ ให้ฝ่าบาทไปหากุ้ยเฟยยามค่ำคืน แต่ละเลยเจ้า” พูดสิ่งที่ รับรู้มา ในวังหลวงมีแต่คนของใต้เท้ากวงปลายนิ้วลี่เอ
“โครม”บานหน้าต่างแตกกระจาย เงาดำสองร่างพุ่งเข้ามาเร็วราวลูกศรระบบเอามือปิดตา“นายหญิงเจ้าข้าใช้พลังพิเศษไหมเจ้าคะหยุดเวลาก็ได้นะเจ้าคะ”โหลวหรานอ้าปากจะกรีดร้อง แต่เสียงยังไม่ทันหลุดออกจากปาก“เคร้ง” คมดาบปะทะกันกลางอากาศ อวิ๋นเช่อกับหานอี้พุ่งเข้ามาขวางหน้า ทันทีกระบี่ในมือสะท้อนแสงไฟวาบวับ“คุ้
กลิ่นยาสมุนไพรขมขื่นลอยอบอวลอยู่ในห้องเคี่ยวยา หม้อดินใบใหญ่ตั้งอยู่เหนือเตาถ่าน ไอน้ำร้อนลอยขึ้นช้าๆ เสียงเดือดปุดๆ ดังเป็นจังหวะเหมือนหัวใจของคนป่วยที่กำลังต่อสู้กับความเป็นความตายเหลียนซูนั่งพัดไฟอยู่ด้านหนึ่ง สีหน้าจริงจังผิดกับนิสัยปกติ ชิงอี้กำลังคอยคนยา มือเล็กๆ จับทัพพีไม้แน่น“ต้องระวังหน







