LOGINหลิวโยว่เฉวียนยืนอยู่เหล่าแม่ทัพนายกองด้วยสีหน้าหงุดหงิดมือข้างหนึ่งกำแน่น "หลายวันแล้วเหตุใดถึงยังหาตัวหยางหวางไม่พบ"เสียงของเขาดังก้องไปทั่วห้ององครักษ์และขุนนางที่ยืนอยู่โดยรอบต่างก้มหน้าลง ไม่มีผู้ใดกล้าสบตา"หลิวโยว่เยว่ก็หายไป แม้แต่หยางเทียนก็ยังไร้ข่าว!"เขากัดฟันแน่น"คนของข้ามีอยู่ทั่วทุกเส้นทาง แล้วพวกมันหลบไปอยู่ที่ใดกันจนป่านนี้ยังไม่พบตัว"“ฝ่าบาทหรือแท้จริงแล้วมีคนให้ที่หลบซ่อนพวกเขา” มู่เยว่เฉินพูดขึ้น"พวกมันหนีรอดจากมือข้าได้ครั้งแล้วครั้งเล่า เพราะอะไรกัน""เป็นไปได้อย่างไร หรือว่าพวกมันมีวิชาล่องหนหายตัว"ลี่เหวินหานที่ยืนอยู่ด้านข้างก้าวออกมาอย่างนอบน้อม"นายท่านข้าน้อยมีอะไรจะพูด"หลิวโยว่เฉวียนหันมอง"เจ้ามีอะไรจะพูด"ลี่เหวินหานประสานมือ"ข้าน้อยมีเรื่องหนึ่งที่อาจเป็นเบาะแส"หลิวโยว่เฉวียนขมวดคิ้ว"พูดมา"ลี่เหวินหานเงียบไปครู่หนึ่งราวกับกำลังเรียบเรียงความคิดก่อนเอ่ยช้าๆ"ทางตอนใต้ของแคว้นปรากฏว่ามีภูเขาอยู่ลูกหนึ่ง เป็นภูเขาที่ค่อนข้างประหลาด"หลิวโยว่เฉวียนขมวดคิ้ว"ประหลาดอย่างไรพูดมา”“คนเดินทางบางคนเคยเห็นผู้คนเข้าออกบริเวณนั้นเป็นจำนวนมาก แต่เมื่อเข้าไป
ลี่เหวินหานมองบุตรสาวที่เอาแต่ก้มหน้า เห็นดวงตาคู่สวยแดงเรื่อและสีหน้าที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวเขาถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะเดินเข้าไปใกล้ยกมือขึ้นลูบศีรษะลี่เอินเอินอย่างแผ่วเบา"อย่าทำหน้าเศร้าเช่นนั้นอีก"ลี่เอินเอินเงยหน้าขึ้นดวงตายังเต็มไปด้วยความกังวลลี่เหวินหานกลับยิ้ม เป็นรอยยิ้มที่มั่นใจมากขึ้นกว่าเดิม"ขอเวลาให้พ่ออีกหน่อย หากเจ้ากังวลอีกไม่นาน...พ่อจะครอบครองทุกอย่าง"ลี่เอินเอินนิ่งไป"ท่านพ่อ...""เพื่อเจ้าจะไม่ต้องหวาดกลัวอีก ไม่ต้องก้มหน้าให้ผู้ใด ไม่ต้องกลัวว่าจะมีคนมาทำร้ายเจ้า ไม่ต้องกลัวว่าใครจะเอาชีวิตของเจ้าไป"น้ำเสียงของเขาอ่อนลงราวกับกำลังปลอบเด็กคนหนึ่ง"พ่อจะทำให้เจ้าได้ใช้ชีวิตอย่างที่ต้องการ"ลี่เอินเอินเม้มริมฝีปาก"แล้วหาก...หากท่านพ่อทำไม่สำเร็จเล่า"รอยยิ้มของลี่เหวินหานจางลงเพียงชั่วครู่แต่กลับไม่ตอบคำถามนั้นเพียงยกมือแตะไหล่บุตรสาว"พ่อไม่ล้มเหลวจำคำนี้เอาไว้ ตราบใดที่พ่อยังมีชีวิตอยู่ ไม่มีผู้ใดพรากสิ่งที่พ่อปรารถนาไปได้"ลี่เอินเอินมองบิดาอย่างเงียบๆ นางอยากเชื่อ อยากเชื่อจริงๆ ว่าท่านพ่อจะปกป้องนางได้ แต่ส่วนลึกในใจกลับยังมีความหวาดกลัวไม่จาง เพราะคนที่ย
วังหลวง ตำหนักบัญชาการบรรยากาศเงียบสงัดจนได้ยินเพียงเสียงเปลวไฟในกระถางทองแดง หลิวโยว่เฉวียนนั่งอยู่บนเก้าอี้ประธาน เบื้องหน้าคือโต๊ะยาวที่เต็มไปด้วยแผนที่และรายงานจากแนวหน้า สีหน้าของเขาเย็นชา ดวงตาคมกริบจับจ้องบุรุษที่กำลังคุกเข่าอยู่เบื้องหน้าลี่เหวินหาน อดีตขุนนางใหญ่ผู้เคยวางอำนาจเหนือผู้คน บัดนี้กลับก้มศีรษะต่ำจนแทบแตะพื้น"ฝ่าบาท"เสียงของลี่เหวินหานเต็มไปด้วยความนอบน้อม"ข้าน้อยรู้ว่าก่อนหน้านี้ข้าน้อยอาจทำให้ท่านเกิดความระแวง"หลิวโยว่เฉวียนไม่ตอบ เพียงยกถ้วยชาขึ้นจิบอย่างช้าๆลี่เหวินหานจึงรีบพูดต่อ"แต่ข้าน้อยขอสาบานด้วยชีวิต ตั้งแต่วันที่ฝ่าบาทก้าวขึ้นมาถึงจุดนี้ ข้าน้อยรอเวลานี้มาเสมอ เพียงแต่ไม่มีโอกาส แต่ตอนนี้ก็ไม่เคยคิดเป็นอื่นอีก ข้าน้อยพร้อมรับใช้ฝ่าบาทจนกว่าชีวิตจะหาไม่"หลิวโยว่เฉวียนวางถ้วยชาลง"เช่นนั้นหรือ"น้ำเสียงเย็นเยียบ"แล้วเหตุใดก่อนหน้านี้เจ้าจึงยังมีความคิดจะต่อรองกับข้า"ลี่เหวินหานก้มหน้าลงกว่าเดิม"เพราะข้าน้อยโง่เขลาข้าน้อยมองสถานการณ์ไม่ออก แต่หลังจากได้เห็นกำลังของฝ่าบาทแล้ว"เขาเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย แววตาเต็มไปด้วยความเลื่อมใส"ข้าน้อยจึงเข้าใจแล
ภายในลานกว้างของค่าย กองดินเหนียวจำนวนมากถูกนำมากองเรียงรายอยู่กลางลานโหลวหรานยืนอยู่ด้านหน้าส่วนหยางหวาง หลิวโยว่เยว่ ฮ่องเต้หยางเทียน และฮองเฮาต่างนั่งล้อมกองดินเอาไว้ภาพที่เกิดขึ้นทำให้เหล่าทหารดินเหนียวที่ยืนเฝ้าอยู่โดยรอบถึงกับมองหน้ากันเพราะไม่มีผู้ใดคาดคิดว่า...ฮ่องเต้จะมานั่งปั้นตุ๊กตาดินเหนียวด้วยพระองค์เองฮองเฮาหยิบดินขึ้นมาก้อนหนึ่งพลางมองมันอย่างพิจารณา"ต้องปั้นอย่างไร"โหลวหรานรีบเดินเข้ามา"ก่อนอื่นต้องปั้นศีรษะให้กลมเพคะ"พระนางพยักหน้าก่อนลงมือปั้นอย่างตั้งใจไม่นาน ก้อนดินในพระหัตถ์ก็เริ่มมีรูปร่างเป็นศีรษะมนุษย์ฮองเฮาทอดพระเนตรผลงานของตนเอง"เช่นนี้หรือ"โหลวหรานก้มมอง"เพคะ แต่..."เอียงศีรษะเล็กน้อย"ดูเหมือนซาลาเปาไปนิดหนึ่ง"ฮองเฮาชะงัก หยางหวางที่นั่งอยู่ด้านข้างหลุดหัวเราะเบาๆ ฮองเฮาหันไปมอง"หวางเอ่อร์เจ้าหัวเราะอะไร"หยางหวางรีบกลั้นยิ้ม"ไม่มีอะไรพ่ะย่ะค่ะ"ฮ่องเต้หยางเทียนเองก็หยิบดินขึ้นมาก้อนหนึ่ง"เช่นนั้นให้พ่อทำดู"เริ่มปั้นอย่างตั้งใจแต่ผ่านไปครู่หนึ่งก้อนดินในมือกลับมีรูปร่างประหลาดโหลวหรานมองอยู่พักใหญ่กลั้นยิ้ม"ฝ่าบาท""หืม""นี่จะเป็นทหารหรือเพค
ยามใกล้ค่ำขบวนม้าจำนวนหนึ่งเคลื่อนผ่านแนวป่าลึกอย่างระมัดระวังหยางหวางควบม้านำอยู่ด้านหน้าด้านหลังคือหลิวโยว่เยว่ ฮ่องเต้หยางเทียน และฮองเฮาส่วนเฉินเจิ้งกั๋วนั่งมาบนรถม้าใบหน้าของรองแม่ทัพยังซีดเซียวบาดแผลที่สีข้างถูกพันด้วยผ้าหนาแม้ท่านหมองจะห้ามไม่ให้เคลื่อนไหวมาก แต่เขายืนกรานว่าจะต้องกลับมาพร้อมทุกคนเพราะรู้ดีว่า...ค่ายแห่งนี้คือที่ปลอดภัยที่สุดในเวลานี้ทันใดนั้น ทหารดินเหนียวที่เฝ้าระวังอยู่ตามแนวป่าก็ปรากฏตัวขึ้นพวกมันมองขบวนที่กำลังเคลื่อนเข้ามาอย่างระแวดระวัง ก่อนหนึ่งในนั้นจะจำคนที่อยู่ด้านหน้าได้"หยุด" ทหารดินเหนียวสิบกว่านายเคลื่อนตัวออกมาจากแนวไม้พร้อมกันหยางหวางยกมือขึ้น"พวกเดียวกัน"ทหารดินเหนียวมองเขาอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะก้มศีรษะ“ท่านรองแม่ทัพบาดเจ็บ รับทราบแล้วข้าน้อยจะไปรายงานคุณหนูเดี๋ยวนี้"หนึ่งในนั้นรีบหมุนตัววิ่งกลับเข้าไปยังค่ายทันทีไม่นานเสียงฝีเท้าก็ดังขึ้นกลางค่าย"คุณหนู"โหลวหรานที่กำลังนั่งจัดสมุนไพรอยู่กับสุ่ยซือกวานเงยหน้าขึ้น"มีอะไร"ทหารดินเหนียวประสานมือ"ท่านรองแม่ทัพเดินทางมาถึงขอรับ แต่มาพร้อมผู้อื่นอีกไม่น้อย"สุ่ยซือกวานขมวดคิ้ว"ผู้ใด"ทหารด
ภายในค่ายกลเสียงฝีเท้าเร่งรีบดังขึ้นจากทางเข้าค่ายทหารดินเหนียวห้านายเดินเข้ามาอย่างรวดเร็ว ก่อนหยุดลงตรงหน้ากระโจมใหญ่เฉินเจิ้งกั๋วและสุ่ยซือกวานที่กำลังตรวจบัญชีเสบียงอยู่ต่างเงยหน้าขึ้นพร้อมกันหัวหน้าหน่วยลาดตระเวนประสานมือ"รายงานขอรับ"เฉินเจิ้งกั๋วขมวดคิ้ว"ว่ามา""เมื่อครู่พวกข้าน้อยออกลาดตระเวนไปทางตะวันตก พบกลุ่มทหารจำนวนหนึ่งกำลังสำรวจเส้นทางอยู่ในป่า"สุ่ยซือกวานวางพู่กันลง"เป็นใคร”“พวกเขาบอกว่าเป็นคนของหลิวโยว่เยว่ขอรับ"เฉินเจิ้งกั๋วค่อยๆ ลุกขึ้น"คนของท่านแม่ทัพหลิว"ทหารดินเหนียวพยักหน้า"ขอรับ”“พวกเขารู้หรือไม่ว่าที่นี่มีค่ายอยู่""ยังไม่ทราบตำแหน่งแน่ชัดขอรับ แต่พวกเขากำลังสำรวจเส้นทางใกล้เข้ามาเรื่อยๆ"เฉินเจิ้งกั๋วเดินออกมานอกกระโจม สายตามองไปยังแนวป่าที่ทอดยาวสุดสายตาคิ้วขมวดแน่นขึ้นเรื่อยๆ"ทำไมคนของท่านแม่ทัพหลิวถึงลาดตระเวนมาถึงที่นี่..."สุ่ยซือกวานเดินตามออกมา"บางทีพวกเขาอาจกำลังตามหาใครบางคน"เฉินเจิ้งกั๋วหันกลับมา"หรือกำลังตามหาคุณหนู"สุ่ยซือกวานไม่ได้ตอบแต่สีหน้าก็จริงจังขึ้น ทั้งสองรู้ดีว่า หากคนของหลิวโยว่เยว่ตามหาโหลวหราน แต่ไม่น่ามาถึงนี่ได้หากไม่







