LOGINนางมองสาวใช้ของตนด้วยสายตาคาดคั้น เคยได้ยินข่าวลือเรื่องน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ตั้งแต่ก้าวเท้าเข้ามายังเมืองอันหยาง นางไหนเลยจะไม่รู้เท่าทัน เพราะทันทีที่มารดาล่วงรู้ก็ดวงตาเป็นประกาย
“คือ...” เสี่ยวจิ่นยิ้มแหย “ฮูหยินบอกว่าไม่เชื่อก็ไม่สมควรลบหลู่ ดังนั้น...”
หานเชี่ยนหนิงถอนหายใจออกมาคราหนึ่ง มองสาวใช้ตัวน้อยของตนที่แม้จะรู้สึกผิด แต่ก็ยังร่วมมือกับมารดาของนางเป็นอย่างดีแล้ว หญิงสาวก็ได้แต่จนใจ
นางรู้ว่ามารดาและคนในบ้านหวังดี แต่ถึงอย่างนั้นนางก็ไม่คิดว่าทุกคนจะกังวลเรื่องนางถึงเพียงนี้ “ท่านแม่ให้เจ้าทำเช่นไร”
“หลอกล่อให้ท่านไปไหว้พระเจ้าค่ะ”
“เช่นนั้นก็ไปเถิด ไปรอท่านแม่กับหรงเอ๋อร์ที่นั่นก็แล้วกัน”
“เจ้าค่ะ” เสี่ยวจิ่นกระวีกระวาดเข้ามาพยุงผู้เป็นนาย
เห็นท่าทีเช่นนั้นหญิงสาวก็อดที่จะค้อนให้อีกฝ่ายไม่ได้ “ดีใจถึงเพียงนั้นเลยหรือ”
“โธ่ คุณหนูใหญ่ เรื่องนี้เป็นที่ร่ำลือกันในเมืองหยางอัน หากไม่มีมูลจะมีคนพูดถึงหรือเจ้าคะ ไม่แน่ว่าน้ำพุนั่นอาจศักดิ์สิทธิ์จริงๆ ก็ได้นะเจ้าคะ”
“เจ้าเองก็อยากให้ข้าออกเรือนถึงเพียงนี้เลยหรือ”
“มิใช่เช่นนั้นเจ้าค่ะ เพียงแต่หากได้พบคนดีๆ ก็นับเป็นเรื่องดีมิใช่หรือเจ้าคะ ข้าน้อยติดตามท่านมาตั้งแต่ยังเล็ก ท่านดีถึงเพียงนี้ ข้าน้อยก็อยากให้ท่านแต่งให้กับนายท่านที่เป็นบุรุษผู้กล้า”
ฟังดูสาวใช้ที่อยู่กับนางมานาน หานเชี่ยนหนิงพลันหลุดหัวเราะ “เจ้าอายุเท่าไรกัน ไยพูดเหมือนแม่นมที่เพิ่งเกษียณไปเช่นนี้”
เสี่ยวจิ่นเองก็หลุดหัวเราะ “ข้าน้อยเคยได้ยินแม่นมพูดเจ้าค่ะ” พูดจบทั้งนายและสาวใช้ก็หัวเราะออกมาเสียงเบา
เพราะยังเป็นเวลาเช้า ดังนั้นผู้คนจึงยังไม่มาก หานเชี่ยนหนิงและเสี่ยวจิ่นจึงเข้าไปไหว้พระได้อย่างสบายใจ ไม่เบียดเสียดกับผู้อื่นมากนัก
แต่ถึงอย่างนั้นการจะไปยืนโอ้เอ้อยู่นานๆ ก็เกรงว่าจะเกะกะ ดังนั้นสองคนจึงเดินมานั่งชมทิวทัศน์ด้านนอก
บรรยากาศร่มรื่นทั้งยังมีที่นั่งพักผ่อนหย่อนใจ ทำให้หานเชี่ยนหนิงรู้สึกผ่อนคลาย นั่งสนทนากับสาวใช้อยู่ครู่ใหญ่ คนกลุ่มใหญ่ก็เดินเข้ามาไหว้พระ
“คุณหนูใหญ่” เสี่ยวจิ่นกระซิบเมื่อมองเห็นคนกลุ่มนั้นชี้ชวนกันมองมายังผู้เป็นนาย
กลุ่มของผู้มาใหม่ล้วนแล้วแต่เป็นหญิงสาว ที่สำคัญมองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นคุณหนูตระกูลมั่งคั่ง เนื่องจากหญิงสาวเหล่านั้นล้วนแล้วแต่มีสาวใช้และผู้ติดตามด้านหลัง เสื้อผ้าอาภรณ์หรือก็ดูหรูหรา เกินกว่าจะมาเพียงเพื่อไหว้พระขอพร
หานเชี่ยนหนิงเหลือบมองคนกลุ่มนี้ตั้งแต่แรก นางไหนเลยจะมองไม่ออกว่าฐานะของนาง ถูกผู้อื่นล่วงรู้ตั้งนานแล้ว ดังนั้นนางจึงได้แต่ส่งสายให้สาวใช้ของตนสงบลง
ตั้งแต่ก้าวเข้ามาหญิงสาวเหล่านี้ไม่ได้มีทีท่าว่าจะเข้าไปไหว้พระ แต่กลับกวาดสายตามองไปโดยรอบ ราวกับมองหาใคร ซึ่งทันทีที่เห็นนางกับสาวใช้ก็เดินปรี่เข้ามาหา เห็นได้ชัดว่าเป้าหมายก็คือนาง
ตอนอยู่ที่เมืองหลวงบ่อยครั้งที่ได้เห็นบุตรสาวขุนนางต่างจับกลุ่มกัน หากตำแหน่งของบิดาสูงหน่อย หญิงสาวเหล่านั้นก็มักจะโอ้อวดและเกาะกลุ่มแบ่งพรรคแบ่งฝ่าย
แต่หากว่ามีใครที่บิดาฐานะด้อยลงมา ก็มักจะถูกมองข้าม และหนึ่งในนั้นคือตัวนางกับน้องสาว
กระนั้นที่เมืองอันหยางแห่งนี้ต่างออกไป บิดาของนางเป็นเจ้าเมืองที่มีอำนาจสูงสุดในเมือง ดังนั้นแน่นอนว่ามารดา น้องสาว และตัวนางเองก็คงได้รับความสนใจจากชาวบ้านเช่นกัน
“แม่นางท่านนี้ หากข้าเดาไม่ผิดคงจะเป็นแม่นางหาน”
หานเชี่ยนหนิงหันไปมองเจ้าของเสียง นางแย้มยิ้มเล็กน้อยก่อนค้อมศีรษะลงเป็นการยอมรับ
“ไม่ทราบว่าแม่นางคือ...”
“ข้าแซ่จาง นามหลินซิน”
“ข้าแซ่หลิว นามเย่เสีย”
“ข้าแซ่หวัง นามอิงลี่”
“ข้าแซ่...”
และอีกสองสามคนซึ่งหานเชี่ยนหนิงคร้านจะใส่ใจ นางมองการแต่งกายอันหรูหราของสตรีทั้งหมดแล้วได้แต่ถอดถอนใจ ตระหนักถึงจุดประสงค์ของอีกฝ่ายได้ในทันที สตรีเหล่านี้หวังจะดึงนางให้เข้ากลุ่ม
“ข้าแซ่หาน นามเชี่ยนหนิง”
“ได้ยินว่าเจ้าเพิ่งปักปิ่นไม่นาน เช่นนั้นข้าขอเรียกเจ้าว่าน้องหนิงเอ๋อร์ ข้าอายุสิบเจ็ด” จางหลินซินเดินเข้าไปนั่งลงข้างกายหานเชี่ยนหนิง ทั้งยังทำตัวสนิทสนมกับหญิงสาวอย่างรวดเร็ว ในขณะที่นางเองได้แต่ยิ้มบาง
หวังอิงลี่ที่ตกตะลึงใบหน้าแดงก่ำด้วยความอับอายระคนแค้นเคือง นางมองสหายของตนที่มาเพื่อร่วมเยาะหยันผู้อื่น หากแต่พอถึงเวลากลับเดินเข้าไปร่วมดื่มสุรามงคลแทนมองดูหยางอวี่อุ้มเจ้าสาวที่เพิ่งลงจากเกี้ยว เรียกเสียงหัวเราะและเสียงปรบมือ หวังอิงลี่ทำได้เพียงกระทืบเท้าเดินจากไป แต่นางยังไม่ทันได้เดินพ้นหน้าคฤหาสน์ ขบวนรถม้าหรูหรากลับวิ่งมาจอด“มีราชโองการ!!”หยางอวี่หมุนตัวกลับมา เขาวางฮูหยินของตนลงจากนั้นก็เดินมาคุกเข่ารับราชโองการผู้ที่ก้าวลงจากรถม้าหาใช่ใครอื่น เป็นเสิ่นม่อหรานที่ยังคงไม่ได้ไปไหนไกล หยางอวี่เลิกคิ้วมองอีกฝ่ายด้วยดวงตาประหลาดใจ“องครักษ์ขั้นสี่แห่งวังหลวงหยางอวี่รับราชโองการ”เสียงฮือฮาดังขึ้นเป็นระลอก หวังลิงลี่ถึงกับเข่าอ่อนนั่งลงกับพื้น ชาวบ้านทุกคนที่ถูกรัศมีน่าเกรงขามของเสนาบดีต่างก็นั่งคุกเข่าลงทั้งหมด“ด้วยความซื่อสัตย์ภักดีของราชองครักษ์หยางอวี่ หลังจากร่วมล้มล้างกบฏ พระราชทานหยกงามหนึ่งรถม้า เงินจำนวนหนึ่งพันตำลึง กระบี่หวงหลงแห่งหานซาน พร้อมให้เดินทางเข้าวังหลวงในทันที”“กระหม่อมรับราชโองการ”เสิ่นม่อหรานส่งราชโองการให้หยางอวี่ จากนั้นก็มองไปรอบๆ “ข้ามาร่วมดื่มสุร
“เจ้าอยู่นิ่งๆ ตัวอะไรไต่เข้าไปในเสื้อของเจ้า”“เอ๋” หานเชี่ยนหนิงสะดุ้ง นางนั่งตัวแข็งทื่อปล่อยให้มือใหญ่สอดเข้าไปจับ ‘ตัวอะไร’ ดังกล่าว จนเสื้อผ้าของนางหลุดลุ่ยกว่าจะรู้ตัวว่ากำลังหลงกล นางก็ถูกเขาจับขึ้นนั่งคร่อมตักแกร่ง ซึ่งบัดนี้ความต้องการของเขาผงาดขึ้นดุนดันผิวอ่อนนุ่มจนรู้สึกได้ชัดเจน“พี่อวี่ ท่าน...”รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของเขาทำให้นางจนใจ ดวงตาเปล่งประกายซึ่งจดจ้องมา พร้อมกับริมฝีปากที่อยู่ห่างเพียงปลายนิ้ว ทำให้ลมหายใจของนางติดขัด“เชี่ยนเชี่ยน”“เจ้าคะ”“ข้าหิว”“เช่นนั้นข้าจะรีบไปตั้งสำรับ”นางพยายามลุกขึ้น แต่มือใหญ่กลับรั้งนางลง และการกระทำนั้นล่อแหลมจนนางเม้มปากหน้าแดงก่ำ ยิ่งในยามที่เสียงครวญครางของเขาดังขึ้น นางก็ยิ่งเขินอายจังหวะที่นางถูกเขารั้งลงนั้น ความต้องการของเขา กระทบเข้ากับความอ่อนนุ่มของนาง คล้ายกับจังหวะของการ...ลมหายใจของหยางอวี่เริ่มสับสน มือใหญ่ของเขาลูบไล้แผ่นหลังของคนในอ้อมแขน เขาชิดหน้าเข้าไปแต่กลับเพียงพ่นลมหายใจอบอุ่นลงบนผิวเนียนละเอียดกระทั่งมือใหญ่ไล้ลงไปยังเอวอรชรเขาก็ใช้สองมือจับแน่น“เชี่ยนเชี่ยน”เขาบังคับให้นางบดเบียดกายเบื้องล่างเข้ากับความ
จุมพิตอ่อนโยนยังคงลากไล้ ดวงตาคมจดจ้องใบหน้าแดงก่ำชื้นเหงื่อของนางอย่างรักใคร่หานเชี่ยนหนิงสบตากับเขาด้วยความเขินอาย แต่ในยามที่ขยับท่อนขาเพรียวทั้งสองข้างลง เขากลับไม่ยอมให้นางทำเช่นนั้น“อย่าขยับ” เขากระซิบบอก “อยู่แบบนี้สักพัก”หานเชี่ยนหนิงคอแห้งผาก แม้เขินอายแต่เพราะความสุขสมที่เพิ่งล้นปรี่ ทำให้นางตามใจเขา “พี่อวี่”หยางอวี่ยิ้มกว้าง จุมพิตปลายจมูกของนางเบาๆ ทาบทับกายเปลือยเปล่าของเขาลงไปบนเรือนกายนุ่มนิ่มหอมกรุ่น “หนักหรือไม่"หานเชี่ยนหนิงซบใบหน้าเข้าหาอกแกร่ง นางส่ายหน้า ก่อนต้องอุทานออกมาเมื่อเอวสอบขยับอีกครั้ง ครั้งนี้เขาเริ่มอย่างเชื่องช้า“ท่าน...อ๊ะ”ร่างของนางโยกคลอนพร้อมกับร่างของเขา หยางอวี่หัวเราะในลำคอ “แย่แล้ว” เขาว่าเสียงแหบพร่า “เชี่ยนเชี่ยน”“พี่อวี่ ฟะ...ฟ้าสางแล้ว”“อืม”หยางอวี่ไล้จมูกลงไปยังลำคอขาวผ่อง กระทั่งประทับจุมพิตลงไป หลังจากรับรู้ว่าคนในอ้อมแขนตัวสั่นสะท้าน เขาบดเบียดตัวตนลงไปยังความอ่อนนุ่มโดยไม่ถอดถอน รับรู้ว่านางเองก็พร้อมพรั่งแม้เพิ่งผ่านครั้งแรกมาหมาดๆ“เราอยู่ที่นี่กันเพียงสองคน ดังนั้น...” เขาเคลื่อนใบหน้าลงต่ำ “เจ้าอยู่เป็นเพื่อนข้าให้นานหน
เขายังนึกว่านางจะรู้สึกลำบากใจที่เหล่าองครักษ์เกราะดำมากันมากมายถึงเพียงนั้น มาตอนนี้เห็นหานเชี่ยนหนิงเล่าเรื่องหลังจากที่เขาเมาหลับไปด้วยรอยยิ้ม ในหัวใจของเขาพลันรู้สึกหวานละมุนเมื่อเงยหน้าขึ้นมองเพราะหยางอวี่เงียบไป หานเชี่ยนหนิงพลันชะงัก นางสบตากับดวงตาคมที่แฝงประกายเจิดจ้า ในนั้นบอกความรู้สึกของเขาออกมาทั้งหมด โดยที่เขาไม่จำเป็นต้องเอ่ยออกมาเป็นคำพูด แต่...“ข้ารักเจ้า” เขาพูดออกมาในที่สุดหญิงสาวจ้องตาเขานิ่งนาน นางยิ้มออกมา “ข้ารักท่าน”ใบหน้าหล่อเหลาเคลื่อนเข้ามาใกล้ นางหลับตาลงช้าๆ ซึมซับสัมผัสอ่อนโยน ซึ่งมาพร้อมกับกลิ่นอายของผู้เป็นสามี เขาไม่ได้เร่งเร้าแต่ค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป แตะต้องนางอย่างระมัดระวัง ลูบไล้ผิวกายที่สั่นเทาเล็กน้อย เนื่องจากไม่คุ้นเคยกับความแนบชิด“ไม่เป็นไร ไม่ต้องกลัว” เขากระซิบมือใหญ่เลื่อนลงไปดึงสายคาดเอวของนางออก ก่อนใช้มืออีกข้างแหวกสาบเสื้อของนางออกช้าๆ ผิวกายเนียนละเอียดทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะลูบไล้ฝ่ามือลงไปหานเชี่ยนหนิงสั่นสะท้าน ในยามที่มือร้อนไล้ผ่านความอวบอิ่มซึ่งเผยออกมา ทันทีที่สาบเสื้อเปิดออก นางหลับตาปี๋ตัวแข็งทื่อ แต่เพราะจุมพิตแผ่วเบาที่เปล
หลังจากดื่มสุราอวยพร จาก ‘หัวหน้า’ เปลี่ยนเป็น ‘พี่ใหญ่’ ได้ยินดังนั้นหานเชี่ยนหนิงก็ยิ้มออกมาด้วยใบหน้าอ่อนโยนในใจของนางได้แต่คิดว่าเมื่อก่อนไม่ว่าเขาจะเป็นใคร นางล้วนไม่ใส่ใจทั้งสิ้น เพราะที่สำคัญวันนี้เขาคือสามีของนาง และนางก็คือฮูหยินของเขากว่าจะผ่านด่านพี่น้องของตัวเองมาได้ หยางอวี่ก็แทบจะยืนไม่อยู่ พี่น้องของเขากว่ายี่สิบคน เขาก็ต้องแบ่งเหล้าคนละครึ่งกับทุกคนรวมยี่สิบไห ดังนั้นแน่นอนกว่าสามารถกลับเข้าห้องหอ หยางอวี่ก็ถูกเหล่าพี่น้องมอมเหล้า กระทั่งต้องแบกร่างที่หมดสติกลับมาคืนหานเชี่ยนหนิง“พี่สะใภ้ ท่านจนโทษพวกเราก็ไม่ได้นะ พวกเราแค่อยากดื่มสุรามงคลอวยพรให้ท่านกับพี่ใหญ่”“ใช่ๆ ตอนนี้พวกเราจะไสหัวไปก่อนที่พี่ใหญ่จะฟื้น”“พวกท่านไม่ต้องกังวล พวกเราจะเฝ้าทางขึ้นเขาไว้ มดตัวเดียวก็จะไม่ปล่อยให้ขึ้นเขามาได้”หานเชี่ยนหนิงกลั้นหัวเราะ มองดูเหล่าองครักษ์เกราะดำที่รับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าจะเฝ้าทางขึ้นเขา กระนั้นแม้แต่ยืนก็ยังโงนเงนแทบล้ม“พวกท่านก็ไม่ค้างที่นี่ก่อนหรือ” มองดูลานรอบกองไฟที่ยังมีร่างของหลายคนนอนเรียงราย หานเชี่ยนหนิงมั่นใจว่าพวกเขาคงไม่รังเกียจ“ไม่ได้ๆ!” เสียงปฏิเส
ทว่านางไหนเลยจะคิดว่าเสิ่นม่อหรานจะใช้แผนนี้ คนไม่อยู่ ราชโองการไหนเลยจะใช้ได้ถึงแม้จะกลับมาและใช้ราชโองการ ข้าวสารก็คงกลายเป็นข้าวสุก ถึงวันนั้นหยางอวี่ก็แต่งสตรีอื่นที่ไม่ใช่นางเป็นฮูหยินเสียแล้ว!!!“หนึ่ง ไหว้ฟ้าดิน”ช่วงเวลาเดียวกันนั้น งานมงคลเรียบง่ายก็กำลังดำเนินไปอย่างราบรื่น กระท่อมกลางป่าของคนจรถูกตบแต่งด้วยกลิ่นอายมงคลแต่ถึงอย่างนั้นงานมงคลที่ดูเรียบง่าย ผู้อาวุโสฝ่ายเจ้าบ่าวกลับเป็นถึงเสนาบดีของแคว้น ...เสิ่นม่อหราน“สองไหว้บุพการี” บ่าวสาวในชุดสีแดงก้มลงคำนับหานลู่และฮูหยิน ข้างๆ กันนั้นยังมีหานเยี่ยนหรงที่ยืนน้ำตาซึมเหลือบมองสมุดรายการสินสอดที่หยางอวี่เขียนเอาไว้ในสมุด นางเองก็ตกตะลึงจนพูดไม่ออก นางไหนเลยจะรู้ว่าพี่เขยของนางจะมั่งคั่งถึงเพียงนี้ ถึงกับมีที่ดินมากมายในเมืองหลวง ตั๋วเงินและคฤหาสน์หลังใหญ่ทั้งที่เมืองยินและเมืองอันหยางได้ยินมาว่าคฤหาสน์ที่อันหยาง เขาเพิ่งจะซื้อเอาไว้เมื่อไม่นานมานี้ นางจึงได้แต่สงสัยว่านี่คือความบังเอิญหรือความจงใจ เพราะคฤหาสน์หลังนั้น อยู่ติดกันกับจวนเจ้าเมืองซึ่งบิดาซื้อเอาไว้ อีกทั้งระยะเวลายังใกล้เคียงกันอีกด้วยหากบังเอิญก็แล้วไป แ







