Share

บทที่ 5

last update Tanggal publikasi: 2026-01-04 20:46:22

คนในครอบครัวของนางมักจะเรียกนางว่า ‘เชี่ยนเชี่ยน’ คนนอกและบ่าวไพร่เรียกนางอย่างให้เกียรติว่า ‘คุณหนูใหญ่’ ไม่มีใครเรียกนางว่า ‘หนิงเอ๋อร์’ มาก่อน

ถึงอย่างนั้นนางก็ยังไม่ได้กล่าวอะไร เพียงฟังบทสนทนาที่หญิงสาวกลุ่มนี้ชี้ชวนให้นางสนใจ กระทั่งมารดาและน้องสาวมาถึง หานเชี่ยนหนิงเพียงแนะนำให้ทุกคนรู้จักพอเป็นมารยาท จากนั้นจึงขอตัวกลับ โดยอ้างว่ามารดาสุขภาพไม่ใคร่จะดี

จูเซวี่ยถิงรู้นิสัยของบุตรสาวทั้งสองคนดี ดังนั้นนางจึงอือออเป็นอย่างดีก่อนแยกตัวออกมาจากสตรีกลุ่มนั้น

“นี่มันอะไรกันหรือพี่ใหญ่” หานเยี่ยนหรงมองพี่สาวที่กำลังพยุงมารดาอยู่อีกฝั่ง

นางอดไม่ได้ที่จะเหลือบไปมองกลุ่มคนด้านหลัง กระทั่งกวาดสายตามองการแต่งกายงดงามของแต่ละคนด้วยความประหลาดใจ

“พวกนางรู้จักท่านได้อย่างไร”

“เห็นชัดว่าเมืองเล็กๆ แห่งนี้ข่าวสารช่างทั่วถึงและรวดเร็วยิ่ง”

หานเชี่ยนหนิงถอนหายใจออกมาคราหนึ่ง ระหว่างที่นางกับผู้เป็นน้องสาวพยุงมารดาเดินลงบันไดมานั้น ยังมีกลุ่มคนอีกกลุ่มกำลังเดินขึ้นไปไหว้พระขอพรเช่นกัน

จูเซวี่ยถิงตามองตามคนกลุ่มนั้น แต่หูยังคงฟังบทสนทนาของบุตรสาวทั้งสองคน กระทั่งหานเยี่ยนหรงสังเกตเห็น “ท่านแม่ มีอะไรหรือเจ้าคะ”

จูเซวี่ยถิงดึงสายตากลับมาจากแผ่นหลังบุรุษสี่คนที่เพิ่งเดินสวนทางเข้าไปในวัด หานเชี่ยนหนิงเองก็หันไปมอง เมื่อครู่มัวสนทนากับน้องสาว นางไม่ได้สังเกตเลยว่าบุรุษเหล่านั้นเดินผ่านด้านหลังนางไป

“ฝีเท้าแผ่วเบาเหลือเกิน” หญิงสาวมองอย่างพิจารณา “หรือจะเป็นมือปราบทั้งสี่ที่ท่านพ่อเคยบอกว่ากำลังจะย้ายมาประจำที่นี่”

“อาจเป็นได้” จูเซวี่ยถิงพยักหน้า ก่อนมองไปยังแผ่นหลังองอาจของชายหนุ่มทั้งสี่คน “ได้ยินมาว่าหนึ่งในนั้นเคยเป็นถึงองครักษ์ขั้นสี่ของวังหลวง”

หานเชี่ยนหนิงสบตากับมารดา ก่อนส่ายหน้าเป็นเชิงห้าม ไม่ว่าอย่างไรพวกนางล้วนไม่สมควรพูดถึงทั้งสิ้น “เรากลับกันเถิดเจ้าค่ะ” เอ่ยจบก็หันไปมองชายหนุ่มเหล่านั้นอีกครั้ง ก่อนดึงสายตากลับแล้วขึ้นรถม้าออกไปจากวัดไป๋จื่อ

กระทั่งรถม้าวิ่งลับตาไปก็ไม่ได้รับรู้เลยว่าชายหนุ่มทั้งสี่คนนั้นหยุดเดิน พร้อมกับมองส่งจนรถม้าวิ่งหายไปจากคลองสายตา

“หัวหน้า มีอะไรหรือขอรับ” เหวินเคอเอ่ยถามด้วยความสงสัย เมื่อเห็นหัวหน้าของตนหยุดเดิน พร้อมกับมองไปยังรถม้าคันหนึ่งที่เพิ่งวิ่งออกไปจากบริเวณวัดไป๋จื่อ

“นั่นมิใช่ฮูหยินและบุตรสาวสองคนของท่านเจ้าเมืองหรอกหรือ” หูพานเคยพบพวกนางในยามที่เขาอยู่ที่เมืองหลวง ดังนั้นจึงจดจำได้ในทันที

“เป็นพวกนาง” หยางอวี่เอ่ยจบก็หมุนกายพร้อมกับเดินออกมา

“เอ๋ ไม่ไหว้พระแล้วหรือขอรับ” เหอชินห้าววิ่งตามมาพร้อมกับอีกสองคน

“ข้าไม่ได้มาเพื่อไหว้พระ” หยางอวี่ตอบสั้นๆ ก่อนเดินลงบันไดไป สายตาของเขายังคงมองไปยังโค้งถนนที่รถม้าวิ่งลับสายตาไปด้วยความเสียดาย

“แต่มาที่วัด แต่กลับไม่ได้ตั้งใจมาไหว้พระขอพร ข้าก็นึกว่าท่านอยากจะลองขอพรที่น้ำพุ...”

พูดยังไม่ทันจบประโยคดีเหอชินห้าวก็โดนหูพานตบศีรษะไปคราหนึ่ง “เจ้าโง่” เขาส่ายหน้าก่อนเดินตามหยางอวี่ไปเงียบๆ ปล่อยให้เหอชินห้าวและเหวินเคอยืนมองหน้ากันไปมาด้วยความไม่เข้าใจ

เมื่อครู่ตอนเพิ่งจะมาถึงเมืองอันหยาง ยังไม่ทันได้ลงจากหลังม้า หยางอวี่ก็ได้ยินกลุ่มคนซุบซิบบอกกล่าวกันเรื่องบุตรสาวเจ้าเมืองพามารดามาไหว้พระขอพร เขาเห็นดวงตาวูบไหวของหัวหน้าก็รู้อยู่แล้ว ยังไม่ทันได้เอ่ยถามอีกฝ่ายกลับดึงบังเหียนม้ากลับหลังหัน ก่อนควบออกมาจากประตูเมืองตรงมายังวัดไป๋จื่อ

ตอนเดินขึ้นบันไดมาเขายังคิดว่าหยางอวี่จะเข้าไปทักทายสตรีทั้งสาม ไหนเลยจะคาดคิดว่าหัวหน้าของตนจะเพียงแต่เดินเฉียดไปเสียอย่างนั้น

“เฮ้อ เอาแต่มองเช่นนี้ไหนเลยจะได้บุปผางามมาเชยชม” หูพานพึมพำกับตัวเองก่อนกระโดดขึ้นบนหลังม้า

“ไปรายงานตัวกับท่านเจ้าเมืองก่อน” หยางอวี่เอ่ยเสียงเรียบ

“หัวหน้า เรามาถึงก่อนกำหนด ข้ายังคิดว่าท่านอยากจะทำความคุ้นเคยกับเมืองอันหยางก่อน” เหอชินห้าวที่เพิ่งจะตามมาทันตะโกนถาม แต่กระนั้นหยางอวี่ที่ควบม้าออกไปแล้วไหนเลยจะได้ยิน

หูพานมองสหายทั้งสองก่อนถอนหายใจออกมา “รีบตามไปเถิด เจ้าไม่ต้องมามองข้า แต่ไหนแต่ไรมีใครเคยเดาใจเขาได้ด้วยหรือ”

“เจ้าอย่างไรเล่า!!” ทั้งเหวินเคอและเหอชินห้าวเอ่ยออกมาพร้อมกัน

หูพานเพียงหัวเราะก่อนกระตุ้นม้าให้ออกวิ่ง เขาตะโกนกลับมาเสียงดังให้สหายสองคนเจ็บใจเล่น “ถึงใช่แล้วอย่างไรเล่า ข้าไม่บอกพวกเจ้าแน่นอน”

“สมควรตาย!/ เจ้าคนน่าโมโห!”

เหวินเคอและเหอชินห้าวรีบกระโดดขึ้นหลังม้าแล้วควบตามไปทันที

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • หานเชี่ยนหนิง เพียงหนึ่งใจรัก   บทที่ 59 จบ

    หวังอิงลี่ที่ตกตะลึงใบหน้าแดงก่ำด้วยความอับอายระคนแค้นเคือง นางมองสหายของตนที่มาเพื่อร่วมเยาะหยันผู้อื่น หากแต่พอถึงเวลากลับเดินเข้าไปร่วมดื่มสุรามงคลแทนมองดูหยางอวี่อุ้มเจ้าสาวที่เพิ่งลงจากเกี้ยว เรียกเสียงหัวเราะและเสียงปรบมือ หวังอิงลี่ทำได้เพียงกระทืบเท้าเดินจากไป แต่นางยังไม่ทันได้เดินพ้นหน้าคฤหาสน์ ขบวนรถม้าหรูหรากลับวิ่งมาจอด“มีราชโองการ!!”หยางอวี่หมุนตัวกลับมา เขาวางฮูหยินของตนลงจากนั้นก็เดินมาคุกเข่ารับราชโองการผู้ที่ก้าวลงจากรถม้าหาใช่ใครอื่น เป็นเสิ่นม่อหรานที่ยังคงไม่ได้ไปไหนไกล หยางอวี่เลิกคิ้วมองอีกฝ่ายด้วยดวงตาประหลาดใจ“องครักษ์ขั้นสี่แห่งวังหลวงหยางอวี่รับราชโองการ”เสียงฮือฮาดังขึ้นเป็นระลอก หวังลิงลี่ถึงกับเข่าอ่อนนั่งลงกับพื้น ชาวบ้านทุกคนที่ถูกรัศมีน่าเกรงขามของเสนาบดีต่างก็นั่งคุกเข่าลงทั้งหมด“ด้วยความซื่อสัตย์ภักดีของราชองครักษ์หยางอวี่ หลังจากร่วมล้มล้างกบฏ พระราชทานหยกงามหนึ่งรถม้า เงินจำนวนหนึ่งพันตำลึง กระบี่หวงหลงแห่งหานซาน พร้อมให้เดินทางเข้าวังหลวงในทันที”“กระหม่อมรับราชโองการ”เสิ่นม่อหรานส่งราชโองการให้หยางอวี่ จากนั้นก็มองไปรอบๆ “ข้ามาร่วมดื่มสุร

  • หานเชี่ยนหนิง เพียงหนึ่งใจรัก   บทที่ 58

    “เจ้าอยู่นิ่งๆ ตัวอะไรไต่เข้าไปในเสื้อของเจ้า”“เอ๋” หานเชี่ยนหนิงสะดุ้ง นางนั่งตัวแข็งทื่อปล่อยให้มือใหญ่สอดเข้าไปจับ ‘ตัวอะไร’ ดังกล่าว จนเสื้อผ้าของนางหลุดลุ่ยกว่าจะรู้ตัวว่ากำลังหลงกล นางก็ถูกเขาจับขึ้นนั่งคร่อมตักแกร่ง ซึ่งบัดนี้ความต้องการของเขาผงาดขึ้นดุนดันผิวอ่อนนุ่มจนรู้สึกได้ชัดเจน“พี่อวี่ ท่าน...”รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของเขาทำให้นางจนใจ ดวงตาเปล่งประกายซึ่งจดจ้องมา พร้อมกับริมฝีปากที่อยู่ห่างเพียงปลายนิ้ว ทำให้ลมหายใจของนางติดขัด“เชี่ยนเชี่ยน”“เจ้าคะ”“ข้าหิว”“เช่นนั้นข้าจะรีบไปตั้งสำรับ”นางพยายามลุกขึ้น แต่มือใหญ่กลับรั้งนางลง และการกระทำนั้นล่อแหลมจนนางเม้มปากหน้าแดงก่ำ ยิ่งในยามที่เสียงครวญครางของเขาดังขึ้น นางก็ยิ่งเขินอายจังหวะที่นางถูกเขารั้งลงนั้น ความต้องการของเขา กระทบเข้ากับความอ่อนนุ่มของนาง คล้ายกับจังหวะของการ...ลมหายใจของหยางอวี่เริ่มสับสน มือใหญ่ของเขาลูบไล้แผ่นหลังของคนในอ้อมแขน เขาชิดหน้าเข้าไปแต่กลับเพียงพ่นลมหายใจอบอุ่นลงบนผิวเนียนละเอียดกระทั่งมือใหญ่ไล้ลงไปยังเอวอรชรเขาก็ใช้สองมือจับแน่น“เชี่ยนเชี่ยน”เขาบังคับให้นางบดเบียดกายเบื้องล่างเข้ากับความ

  • หานเชี่ยนหนิง เพียงหนึ่งใจรัก   บทที่ 57

    จุมพิตอ่อนโยนยังคงลากไล้ ดวงตาคมจดจ้องใบหน้าแดงก่ำชื้นเหงื่อของนางอย่างรักใคร่หานเชี่ยนหนิงสบตากับเขาด้วยความเขินอาย แต่ในยามที่ขยับท่อนขาเพรียวทั้งสองข้างลง เขากลับไม่ยอมให้นางทำเช่นนั้น“อย่าขยับ” เขากระซิบบอก “อยู่แบบนี้สักพัก”หานเชี่ยนหนิงคอแห้งผาก แม้เขินอายแต่เพราะความสุขสมที่เพิ่งล้นปรี่ ทำให้นางตามใจเขา “พี่อวี่”หยางอวี่ยิ้มกว้าง จุมพิตปลายจมูกของนางเบาๆ ทาบทับกายเปลือยเปล่าของเขาลงไปบนเรือนกายนุ่มนิ่มหอมกรุ่น “หนักหรือไม่"หานเชี่ยนหนิงซบใบหน้าเข้าหาอกแกร่ง นางส่ายหน้า ก่อนต้องอุทานออกมาเมื่อเอวสอบขยับอีกครั้ง ครั้งนี้เขาเริ่มอย่างเชื่องช้า“ท่าน...อ๊ะ”ร่างของนางโยกคลอนพร้อมกับร่างของเขา หยางอวี่หัวเราะในลำคอ “แย่แล้ว” เขาว่าเสียงแหบพร่า “เชี่ยนเชี่ยน”“พี่อวี่ ฟะ...ฟ้าสางแล้ว”“อืม”หยางอวี่ไล้จมูกลงไปยังลำคอขาวผ่อง กระทั่งประทับจุมพิตลงไป หลังจากรับรู้ว่าคนในอ้อมแขนตัวสั่นสะท้าน เขาบดเบียดตัวตนลงไปยังความอ่อนนุ่มโดยไม่ถอดถอน รับรู้ว่านางเองก็พร้อมพรั่งแม้เพิ่งผ่านครั้งแรกมาหมาดๆ“เราอยู่ที่นี่กันเพียงสองคน ดังนั้น...” เขาเคลื่อนใบหน้าลงต่ำ “เจ้าอยู่เป็นเพื่อนข้าให้นานหน

  • หานเชี่ยนหนิง เพียงหนึ่งใจรัก   บทที่ 56

    เขายังนึกว่านางจะรู้สึกลำบากใจที่เหล่าองครักษ์เกราะดำมากันมากมายถึงเพียงนั้น มาตอนนี้เห็นหานเชี่ยนหนิงเล่าเรื่องหลังจากที่เขาเมาหลับไปด้วยรอยยิ้ม ในหัวใจของเขาพลันรู้สึกหวานละมุนเมื่อเงยหน้าขึ้นมองเพราะหยางอวี่เงียบไป หานเชี่ยนหนิงพลันชะงัก นางสบตากับดวงตาคมที่แฝงประกายเจิดจ้า ในนั้นบอกความรู้สึกของเขาออกมาทั้งหมด โดยที่เขาไม่จำเป็นต้องเอ่ยออกมาเป็นคำพูด แต่...“ข้ารักเจ้า” เขาพูดออกมาในที่สุดหญิงสาวจ้องตาเขานิ่งนาน นางยิ้มออกมา “ข้ารักท่าน”ใบหน้าหล่อเหลาเคลื่อนเข้ามาใกล้ นางหลับตาลงช้าๆ ซึมซับสัมผัสอ่อนโยน ซึ่งมาพร้อมกับกลิ่นอายของผู้เป็นสามี เขาไม่ได้เร่งเร้าแต่ค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป แตะต้องนางอย่างระมัดระวัง ลูบไล้ผิวกายที่สั่นเทาเล็กน้อย เนื่องจากไม่คุ้นเคยกับความแนบชิด“ไม่เป็นไร ไม่ต้องกลัว” เขากระซิบมือใหญ่เลื่อนลงไปดึงสายคาดเอวของนางออก ก่อนใช้มืออีกข้างแหวกสาบเสื้อของนางออกช้าๆ ผิวกายเนียนละเอียดทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะลูบไล้ฝ่ามือลงไปหานเชี่ยนหนิงสั่นสะท้าน ในยามที่มือร้อนไล้ผ่านความอวบอิ่มซึ่งเผยออกมา ทันทีที่สาบเสื้อเปิดออก นางหลับตาปี๋ตัวแข็งทื่อ แต่เพราะจุมพิตแผ่วเบาที่เปล

  • หานเชี่ยนหนิง เพียงหนึ่งใจรัก   บทที่ 55

    หลังจากดื่มสุราอวยพร จาก ‘หัวหน้า’ เปลี่ยนเป็น ‘พี่ใหญ่’ ได้ยินดังนั้นหานเชี่ยนหนิงก็ยิ้มออกมาด้วยใบหน้าอ่อนโยนในใจของนางได้แต่คิดว่าเมื่อก่อนไม่ว่าเขาจะเป็นใคร นางล้วนไม่ใส่ใจทั้งสิ้น เพราะที่สำคัญวันนี้เขาคือสามีของนาง และนางก็คือฮูหยินของเขากว่าจะผ่านด่านพี่น้องของตัวเองมาได้ หยางอวี่ก็แทบจะยืนไม่อยู่ พี่น้องของเขากว่ายี่สิบคน เขาก็ต้องแบ่งเหล้าคนละครึ่งกับทุกคนรวมยี่สิบไห ดังนั้นแน่นอนกว่าสามารถกลับเข้าห้องหอ หยางอวี่ก็ถูกเหล่าพี่น้องมอมเหล้า กระทั่งต้องแบกร่างที่หมดสติกลับมาคืนหานเชี่ยนหนิง“พี่สะใภ้ ท่านจนโทษพวกเราก็ไม่ได้นะ พวกเราแค่อยากดื่มสุรามงคลอวยพรให้ท่านกับพี่ใหญ่”“ใช่ๆ ตอนนี้พวกเราจะไสหัวไปก่อนที่พี่ใหญ่จะฟื้น”“พวกท่านไม่ต้องกังวล พวกเราจะเฝ้าทางขึ้นเขาไว้ มดตัวเดียวก็จะไม่ปล่อยให้ขึ้นเขามาได้”หานเชี่ยนหนิงกลั้นหัวเราะ มองดูเหล่าองครักษ์เกราะดำที่รับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าจะเฝ้าทางขึ้นเขา กระนั้นแม้แต่ยืนก็ยังโงนเงนแทบล้ม“พวกท่านก็ไม่ค้างที่นี่ก่อนหรือ” มองดูลานรอบกองไฟที่ยังมีร่างของหลายคนนอนเรียงราย หานเชี่ยนหนิงมั่นใจว่าพวกเขาคงไม่รังเกียจ“ไม่ได้ๆ!” เสียงปฏิเส

  • หานเชี่ยนหนิง เพียงหนึ่งใจรัก   บทที่ 54

    ทว่านางไหนเลยจะคิดว่าเสิ่นม่อหรานจะใช้แผนนี้ คนไม่อยู่ ราชโองการไหนเลยจะใช้ได้ถึงแม้จะกลับมาและใช้ราชโองการ ข้าวสารก็คงกลายเป็นข้าวสุก ถึงวันนั้นหยางอวี่ก็แต่งสตรีอื่นที่ไม่ใช่นางเป็นฮูหยินเสียแล้ว!!!“หนึ่ง ไหว้ฟ้าดิน”ช่วงเวลาเดียวกันนั้น งานมงคลเรียบง่ายก็กำลังดำเนินไปอย่างราบรื่น กระท่อมกลางป่าของคนจรถูกตบแต่งด้วยกลิ่นอายมงคลแต่ถึงอย่างนั้นงานมงคลที่ดูเรียบง่าย ผู้อาวุโสฝ่ายเจ้าบ่าวกลับเป็นถึงเสนาบดีของแคว้น ...เสิ่นม่อหราน“สองไหว้บุพการี” บ่าวสาวในชุดสีแดงก้มลงคำนับหานลู่และฮูหยิน ข้างๆ กันนั้นยังมีหานเยี่ยนหรงที่ยืนน้ำตาซึมเหลือบมองสมุดรายการสินสอดที่หยางอวี่เขียนเอาไว้ในสมุด นางเองก็ตกตะลึงจนพูดไม่ออก นางไหนเลยจะรู้ว่าพี่เขยของนางจะมั่งคั่งถึงเพียงนี้ ถึงกับมีที่ดินมากมายในเมืองหลวง ตั๋วเงินและคฤหาสน์หลังใหญ่ทั้งที่เมืองยินและเมืองอันหยางได้ยินมาว่าคฤหาสน์ที่อันหยาง เขาเพิ่งจะซื้อเอาไว้เมื่อไม่นานมานี้ นางจึงได้แต่สงสัยว่านี่คือความบังเอิญหรือความจงใจ เพราะคฤหาสน์หลังนั้น อยู่ติดกันกับจวนเจ้าเมืองซึ่งบิดาซื้อเอาไว้ อีกทั้งระยะเวลายังใกล้เคียงกันอีกด้วยหากบังเอิญก็แล้วไป แ

  • หานเชี่ยนหนิง เพียงหนึ่งใจรัก   บทที่ 13

    มือใหญ่ส่งบังเหียนม้าให้ผู้ติดตาม ก่อนน้ำเสียงตำหนิจะดังขึ้น “น้องเล็ก เจ้าเอาแต่ใจเกินไปแล้ว จัดงานเลี้ยงน้ำชาเอิกเกริกเช่นนี้โดยไม่...” สายตาคมกริบก็กวาดมองไปยังเบื้องหลังผู้เป็นน้องสาว คิ้วเข้มเลิกขึ้นก่อนสบตากับน้องสาวเป็นเชิงถาม“พี่ใหญ่ข้าจะแนะนำให้รู้จัก สหายคนอื่นๆ ของข้าท่านรู้จักแล้ว แต่แ

  • หานเชี่ยนหนิง เพียงหนึ่งใจรัก   บทที่ 10

    ไม่รอให้ผู้เป็นพี่สาวกล่าวอะไร หานเยี่ยนหรงจึงรีบบอก เนื่องจากเรื่องอื่นนางพอจะยอมได้ แต่เรื่องของมารดาที่เพิ่งอาการดีขึ้นนั้น นางไม่อยากให้ผู้ใดหรือเรื่องใดเข้าไปรบกวน“อ้อ เช่นนั้นก็น่าเสียดายยิ่ง”แม้ถ้อยปฏิเสธจะไร้เยื่อใยไปบ้าง แต่หญิงสาวทั้งสองที่ล่วงรู้ความเคลื่อนไหวของจวนตระกูลหานย่อมเข้าใจด

  • หานเชี่ยนหนิง เพียงหนึ่งใจรัก   บทที่ 9

    นางกระแอมแก้ขัดเขิน จากนั้นจึงหันมาขอบคุณเขาอีกครั้ง แต่ยังไม่ทันได้สนทนากันมากกว่านั้น หญิงสาวพลันหันไปตามเสียงเรียก‘เชี่ยนเชี่ยน’มองไปยังอีกฝั่งของป่าดอกท้อ สตรีวัยกลางคนพร้อมกับเด็กสาวกำลังมองมายังจุดที่พวกเขาอยู่หยางอวี่มองดูเสี้ยวหน้าด้านข้างของคนตรงหน้า ซึ่งเป็นจังหวะที่สายลมพัดพาเอาเส้นผม

  • หานเชี่ยนหนิง เพียงหนึ่งใจรัก   บทที่ 8

    ใบหน้าสลบไสลแม้มอมแมมไปบ้าง แต่กลับไม่อาจบดบังความงดงามทั้งภายในและภายนอกของนางเอาไว้ได้วันนั้นเขาจำได้ว่าเป็นคนช่วยเช็ดหน้าเช็ดตาให้หญิงสาว แต่ก่อนที่นางจะฟื้นคืนสติ เขากลับตัดสินใจจากมาโดยหาได้รู้ไม่ว่านางเป็นบุตรสาวตระกูลใดนับจากเหตุการณ์ไฟไหม้ผ่านไปหลายเดือน ไม่คาดคิดว่าจะได้พบนางอีกครั้ง และ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status