Share

บทที่ 3

Penulis: มันฝรั่งแผ่นรสไข่แดง
ฉันพูดยังไม่ทันจบ ปลายสายก็มีเพียงเสียงสัญญาณถูกตัดสายอันเย็นเยียบดังตอบกลับมา

ฉันกำโทรศัพท์แน่น ยืนเหม่อลอยอยู่กับที่

ในที่สุดน้ำตาก็กลั้นไม่อยู่ร่วงหล่นลงมา หยดแหมะลงบนหน้าจอโทรศัพท์อันเย็นเฉียบ แล้วเย็นวาบไปถึงขั้วหัวใจในชั่วพริบตา

คุณป้าที่ยืนมองอยู่ข้างๆ ตบไหล่ฉันเบาๆ ถอนหายใจแล้วพูดว่า

"หนูเอ๊ย อย่าเสียใจไปเลย เอาอย่างนี้ไหม หนูไปบ้านป้าก่อน แล้วค่อยโทรให้พ่อแม่มารับ?

“บ้านป้าลงทางด่วนไปเดี๋ยวเดียวก็ถึงแล้ว แต่มันคนละทางกับบ้านหนู ไม่อย่างนั้นป้าคงไปส่งหนูแล้วล่ะ"

ฉันนึกถึงน้ำเสียงรำคาญใจของพ่อกับแม่ จึงเลือกที่จะปฏิเสธความหวังดีของคุณป้าไป

"คุณป้าคะ ไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณมากนะคะ พ่อกับแม่บอกว่าเดี๋ยวคุณอาก็จะมารับหนูแล้ว หนูรอเขาอยู่ที่นี่ก็พอค่ะ"

ช่วงเทศกาลปีใหม่แบบนี้ พ่อกับแม่คงไม่อยากขับรถวนกลับมารับฉันอีกรอบหรอก

ปกติคุณอาก็ไม่ได้สนิทชิดเชื้อกับฉันอยู่แล้ว การที่จะให้เขาต้องขับรถอ้อมมารับฉัน เขาเองก็คงไม่เต็มใจเหมือนกัน

คุณป้าเหมือนอยากจะพูดอะไรอีก แต่เสียงโทรศัพท์ในกระเป๋าก็ดังขึ้นเสียก่อน น่าจะเป็นคนที่มาด้วยกันโทรมาเร่ง

เธอมองฉันด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใย ก่อนจะล้วงเอาช็อกโกแลตที่ห่ออย่างสวยงามหลายชิ้นจากในกระเป๋ามายัดใส่มือฉัน แล้วปลดผ้าห่มผืนเล็กสีเบจที่คลุมตัวอยู่ออกมาห่มทับลงบนไหล่ของฉัน

"คลุมผ้าห่มผืนนี้ไว้นะ จะได้อุ่นขึ้นหน่อย กินช็อกโกแลตรองท้องไปก่อน อย่าปล่อยให้ตัวเองหิวจนเป็นลมล่ะ ถ้าหากรอนานแล้วยังไม่มีคนมา ก็ขอยืมโทรศัพท์คนแถวนี้โทรหาพ่อกับแม่อีกทีนะ ห้ามวิ่งเพ่นพ่านไปไหนเด็ดขาดเข้าใจไหม"

ฉันพยักหน้าอย่างแรง พร้อมกับพูดสะอื้นว่า "ขอบคุณค่ะคุณป้า"

แผ่นหลังที่รีบร้อนของเธอหายลับไปที่หน้าประตู จุดพักรถที่ว่างเปล่ากลับมาเหลือเพียงฉันคนเดียวอีกครั้ง

ลมหนาวยังคงพัดลอดเข้ามาตามช่องประตู แต่หัวไหล่ที่ถูกคลุมด้วยผ้าห่มกลับเริ่มมีความอบอุ่นขึ้นมาทีละน้อย

ท้องร้องจ๊อกๆ ด้วยความหิว ฉันแกะช็อกโกแลตออกชิ้นหนึ่ง แล้วกัดกินไปคำเล็กๆ อย่างแผ่วเบา

ฉันไม่กล้ากินเยอะ จึงพับห่อช็อกโกแลตที่เหลืออย่างเบามือแล้วเก็บใส่กระเป๋าเสื้อ พลางคิดว่าถ้าต้องรอนานเกินไป ก็ยังพอพึ่งพาของสิ่งนี้ประทังความหิวไปได้บ้าง

ฉันกระชับผ้าห่มผืนเล็กบนตัวให้แน่นขึ้น มือพลางรวบสาบเสื้อเข้าหากันตามสัญชาตญาณ เสื้อตัวในที่ฉันใส่อยู่คือเสื้อสเวตเตอร์ไหมพรมตัวเก่าที่พี่สาวโละทิ้งเมื่อปีที่แล้ว

คอเสื้อซักจนย้วยเสียทรง ปลายแขนเสื้อก็ยังมีรอยด้ายหลุดลุ่ย

นี่เป็นเสื้อที่พี่สาวไม่เอาแล้วเมื่อปีที่แล้ว แม่บอกว่ายังพอใส่ได้ ก็เลยเอามาให้ฉัน

ทว่าปีนี้พี่สาวกลับได้ใส่เสื้อกันหนาวบุนวมสีชมพูตัวใหม่เอี่ยม บนหมวกมีขนเฟอร์ฟูฟ่องประดับอยู่ ขับให้เธอดูราวกับนกยูงน้อยผู้เย่อหยิ่ง

เสื้อโค้ทขนเป็ดของน้องชายก็เป็นของใหม่เช่นกัน สีฟ้าสว่างสดใส เวลาวิ่งดุ๊กดิ๊กดูเหมือนลูกเพนกวินตัวน้อย

มีเพียงฉัน ที่สวมเสื้อผ้าเก่าๆ ของพี่สาว ดูราวกับเงาสีเทาหม่นหมอง

ด้วยความกลัวว่าตอนที่คุณอาขับรถผ่านมาจะมองไม่เห็นฉัน ฉันจึงได้แต่กัดฟันเดินออกจากห้องน้ำ กลับไปยืนท่ามกลางลมหนาวอีกครั้ง

แสงจากไฟริมทางยิ่งดูสลัวลง ท้องฟ้าก็ค่อยๆ มืดมิดลงเช่นกัน

ท้องฟ้าเบื้องไกลแปรเปลี่ยนเป็นสีเทาเข้ม เกล็ดหิมะเบาบางเริ่มร่วงหล่นลงมา ร่วงหล่นลงบนเส้นผมและหัวไหล่ของฉัน ก่อนจะละลายกลายเป็นคราบน้ำเย็นเฉียบในชั่วพริบตา

ฉันจ้องมองไปยังทิศทางที่มีรถแล่นมา พอด้านเท้าหนาวจนชาก็ย่ำเท้าไปมา พอฝ่ามือหนาวจนแข็งก็ซุกเข้าไปถูไปมาในผ้าห่ม ในใจเฝ้าภาวนาครั้งแล้วครั้งเล่าขอให้คุณอารีบมาถึงไวๆ

รถยนต์ที่สัญจรไปมาแล่นผ่านไปคันแล้วคันเล่า แสงไฟหน้ารถสาดส่องจนฉันตาลาย ทว่ากลับไม่มีรถคันไหนแวะจอดที่จุดพักรถเลย

หิมะตกหนักขึ้นเรื่อยๆ ร่วงหล่นลงบนผ้าห่มจนก่อตัวเป็นชั้นบางๆ

ฉันกระชับผ้าห่มให้แน่นขึ้นอีกนิด รสหวานของช็อกโกแลตเจือจางหายไปนานแล้ว หลงเหลือเพียงความกระวนกระวายและความหนาวเหน็บที่อัดแน่นอยู่เต็มหัวใจ

ฉันไม่รู้ว่ายังต้องรออีกนานแค่ไหน และไม่รู้ว่าคุณอาจะจำได้จริงๆ หรือเปล่าว่าต้องมารับฉัน

รู้สึกเพียงว่าลมหนาวอุณหภูมิติดลบระลอกนี้ กำลังจะแช่แข็งฉันทั้งเป็นให้อยู่ในจุดพักรถอันกว้างขวางและว่างเปล่าแห่งนี้

เวลาถูกลากยาวออกไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุดท่ามกลางความหนาวเหน็บและความหิวโหย

ฉันยืนอยู่ใต้โคมไฟริมทาง มือและเท้าหนาวจนชาไร้ความรู้สึกไปตั้งนานแล้ว หลงเหลือเพียงความชาหนึบที่ทิ่มแทงไปถึงกระดูก

ตอนแรกยังหนาวจนสั่นสะท้าน แต่ตอนนี้ แม้แต่เรี่ยวแรงจะสั่นก็แทบจะไม่มีแล้ว

ความรู้สึกทรมานแปลกๆ เริ่มแผ่ซ่านไปทั่ว

ศีรษะราวกับถูกอะไรบางอย่างบีบรัดไว้แน่น ทั้งหนักอึ้งและปวดร้าว จนแทบจะยกหัวไม่ขึ้น

หัวใจเต้นแรงและเร็วมาก ตึก...ตึก...ตึก... ราวกับเสียงรัวกลองที่กระหน่ำตีลงบนหน้าอก เต้นรัวจนฉันรู้สึกว่าเริ่มจะหายใจไม่ทัน

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • หิมะสุดท้ายที่จุดพักรถ   บทที่ 11

    "เสี่ยวเสี่ยว สุขสันต์วันเกิด"เธอร้องไห้สะอื้นพลางเอ่ย"ครั้งนี้แม่จำได้แล้ว... ลูกกินสิ..."พ่อนั่งยองๆ อยู่หน้าหลุมศพ ใช้ผ้าเช็ดหน้าเช็ดรูปถ่ายของฉันบนป้ายหลุมศพซ้ำแล้วซ้ำเล่า ท่าทางอ่อนโยนราวกับกลัวว่าจะปลุกฉันให้ตื่น"เสี่ยวเสี่ยว พ่อผิดไปแล้ว..."เขาพูดเสียงเบา น้ำเสียงสั่นเครือ"พ่อไม่ควรว่าลูกชักช้า... ไม่ควรไม่วนกลับไปรับลูก... ลูกให้อภัยพ่อได้ไหม..."พี่สาววางช่อดอกไม้สีขาวเล็กๆ ไว้หนึ่งช่อ น้องชายก็นำรถของเล่นคันโปรดของเขามาวางไว้ให้ลมพัดผ่านสุสาน ต้นสนพัดแกว่งไกวส่งเสียงดังสวบสาบ ราวกับเสียงตอบรับ และคล้ายกับเสียงถอนหายใจครอบครัวของคุณอาหลังจากนั้นก็แทบจะไม่มาที่บ้านเราอีกเลยหลังจากการทะเลาะเบาะแว้งในครั้งนั้น ความสัมพันธ์ของทั้งสองครอบครัวก็ลดต่ำลงจนถึงจุดเยือกแข็งแม้ว่าภายนอกจะยังคงรักษาการไปมาหาสู่แบบญาติพี่น้องเอาไว้ แต่ทุกคนต่างก็รู้ดีว่า รอยร้าวเส้นนั้นไม่มีทางสมานให้กลับมาเป็นเหมือนเดิมได้อีกตลอดกาลคุณย่ามักจะถอนหายใจ"ครอบครัวดีๆ แท้ๆ ทำไมถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้..."บางครั้งในยามดึกสงัด จู่ๆ แม่ก็จะลุกพรวดขึ้นนั่งบนเตียง แล้วเขย่าตัวพ่อให้ตื่น"คุ

  • หิมะสุดท้ายที่จุดพักรถ   บทที่ 10

    รูปถ่ายของฉันถูกตั้งไว้ตรงกลาง เป็นรูปถ่ายติดบัตรที่โรงเรียนจัดถ่ายให้เมื่อปีที่แล้วฉันสวมชุดนักเรียน ยิ้มบางๆ ให้กล้อง นัยน์ตาเป็นประกายสว่างไสวคนที่มาร่วมไว้อาลัยมีไม่มากนัก ส่วนใหญ่เป็นเพื่อนบ้านและเพื่อนเก่าของคุณย่าพวกเขามองรูปถ่ายของฉัน พลางส่ายหน้าและถอนหายใจ"เด็กดีขนาดนี้ ทำไมถึงจากไปแบบนี้ล่ะ...""ได้ยินว่าหนาวตายที่จุดพักรถเหรอ? ทำไมพ่อแม่ถึงได้สะเพร่าขนาดนี้...""เฮ้อ ช่วงเทศกาลแท้ๆ มาเจอเรื่องแบบนี้..."แม่คุกเข่าอยู่หน้าแท่นปะรำพิธี ร้องไห้จนแทบขาดใจ พร่ำเพ้อซ้ำไปซ้ำมาว่า"เสี่ยวเสี่ยว แม่ผิดไปแล้ว... แม่ขอโทษ... ลูกกลับมาได้ไหม..."พ่อยืนอยู่ด้านข้าง ขอบตาบวมเป่งและแดงก่ำ ร่างทั้งร่างราวกับแก่ลงไปนับสิบปีพี่สาวก็ร้องไห้เสียใจมาก เธอลูบรูปถ่ายของฉัน แล้วเอ่ยเสียงเบา"เสี่ยวเสี่ยว ขอโทษนะ... วันนั้นพี่ไม่น่าแย่งคิวของเธอเลย... ขอโทษนะ..."น้องชายยังไม่เข้าใจความหมายของความตาย เขาดึงชายเสื้อแม่ แล้วถามอย่างไร้เดียงสา"แม่ครับ พี่สาวจะตื่นเมื่อไหร่? ผมจะเล่นจิ๊กซอว์กับพี่เขา"ฉันมองดูภาพเหตุการณ์นี้ ร่างกายเริ่มโปร่งใส และค่อยๆ สลายไปทีละน้อยเหมือนหยาดน้ำ

  • หิมะสุดท้ายที่จุดพักรถ   บทที่ 9

    บนใบหน้าของตำรวจปรากฏแววตาที่แทบไม่อยากจะเชื่อ"พวกคุณลืมเด็กไว้ที่จุดพักรถบนทางด่วน ปล่อยทิ้งไว้สี่ชั่วโมงโดยไม่ไปรับ แถมยังให้เด็กใส่เสื้อผ้าบางๆ แบบนั้น นั่งรอท่ามกลางสภาพอากาศที่ติดลบเนี่ยนะ?""พวกเรานึกว่าคุณอาของเธอจะไปถึงเร็วกว่านี้..."เสียงของพ่อเบาลงเรื่อยๆ"อีกอย่างนะครับ" ตำรวจพลิกดูบันทึกในมือ"จากภาพกล้องวงจรปิดที่เราดึงมา รถของคุณอาคุณขับเข้ามาในจุดพักรถตอนหนึ่งทุ่มห้าสิบสองนาที แต่จอดอยู่ไม่ถึงหนึ่งนาที ไม่ได้ลงจากรถมาตามหาเลยด้วยซ้ำ แล้วก็ขับตรงดิ่งออกไปเลย"คุณอารีบแก้ตัว"ผมดูแล้ว ไม่เห็นมีคน! ผมก็นึกว่าพี่ชายกับพี่สะใภ้วนกลับไปรับแล้ว!""ไม่เห็นคนก็เลยไม่หาแล้วเหรอ? นั่นเด็กอายุแปดขวบทั้งคนนะ! อย่างน้อยคุณก็ควรจะลงจากรถมาดูให้แน่ใจ หรือไม่ก็โทรศัพท์ถามสักหน่อยไหม?"น้ำเสียงของตำรวจแฝงไปด้วยความโกรธที่พยายามระงับไว้"พวกคุณรู้ไหม นิติเวชสันนิษฐานเบื้องต้นว่า เวลาการเสียชีวิตของเด็กอยู่ระหว่างหนึ่งทุ่มครึ่งถึงสองทุ่ม?""ถ้าตอนนั้นคุณลงรถมาตามหา ถ้าตอนนั้นคุณโทรหาพ่อแม่ของเด็ก บางทีเด็กคนนี้อาจจะยังมีทางรอด!"ประโยคนี้ราวกับค้อนเหล็กหนักอึ้ง ที่ทุบลงกลางใจข

  • หิมะสุดท้ายที่จุดพักรถ   บทที่ 8

    ทั้งห้องรับแขกพลันเงียบสงบลง มีเพียงเสียงพิธีกรในโทรทัศน์ที่ยังคงกล่าวคำอวยพรอยู่"ครับ... ครับ... พวกเราจะรีบไปเดี๋ยวนี้ครับ"พ่อวางสายโทรศัพท์ ร่างทั้งร่างราวกับถูกสูบเรี่ยวแรงออกไปจนหมด ทรุดฮวบลงบนเก้าอี้"เกิดอะไรขึ้น? ใครโทรมาน่ะ?"น้ำเสียงของแม่สั่นเครือพ่อเงยหน้าขึ้นมา ดวงตาแดงก่ำ ริมฝีปากสั่นระริก"ตำรวจน่ะ บอกว่ามีเจ้าของรถคนหนึ่งพบศพเด็กผู้หญิงหนาวตายอยู่ที่จุดพักรถ เบื้องต้นสันนิษฐานว่า... ว่าคือเสี่ยวเสี่ยว...""เป็นไปไม่ได้!"แม่กรีดร้องขึ้นมา"เป็นไปไม่ได้! เสี่ยวเสี่ยวของฉันจะเป็นแบบนั้นได้ยังไง..."เธอพูดยังไม่ทันจบ ร่างทั้งร่างก็ทรุดฮวบลงไปคุณย่ารีบเข้าไปประคองเธอไว้ ภายในห้องรับแขกพลันวุ่นวายขึ้นมาในทันทีระหว่างทางไปสถานีตำรวจ แม่ร้องไห้มาตลอดทาง น้ำตาไหลรินอย่างไม่อาจกลั้นไว้ได้"เสี่ยวเสี่ยวของฉัน... เสี่ยวเสี่ยวของฉันยังไม่ตาย... ต้องมีอะไรผิดพลาดแน่ๆ..."พ่อกำพวงมาลัยรถแน่นจนข้อเป็นสีขาว ไม่พูดไม่จาแม้แต่ครึ่งคำพี่สาวนั่งอยู่เบาะหลัง สะอื้นไห้เสียงเบา น้องชายดูเหมือนจะยังไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น ได้แต่เหม่อมองวิวทิวทัศน์ยามค่ำคืนที่แล่นผ่านหน้าต

  • หิมะสุดท้ายที่จุดพักรถ   บทที่ 7

    คุณอาโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ"เด็กตัวแค่นั้นจะไปไหนได้ล่ะ? ไม่แน่อาจจะตามคนแปลกหน้าที่ขับรถผ่านมากลับบ้านไปแล้วก็ได้ ตั้งใจไม่บอกพวกพี่ กะจะให้พวกพี่ร้อนใจเล่นนั่นแหละ"ไม่ใช่แบบนั้นนะ!ฉันเถียงอย่างเอาเป็นเอาตายอยู่ข้างๆ แต่กลับไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมาเลยพ่อหน้าเขียวคล้ำด้วยความโกรธ หยิบโทรศัพท์มือถือออกมา แล้วกดโทรกลับไปยังสองเบอร์ที่ฉันเพิ่งโทรหาเมื่อครู่นี้สายแรกโทรหาคุณป้าที่ให้ฉันยืมโทรศัพท์ พ่อเปิดลำโพง พวกเราทุกคนได้ยินคุณป้าพูดว่า"ใช่จ้า แม่หนูคนนั้นยืมโทรศัพท์ฉันจริงๆ แต่เธอบอกว่าเดี๋ยวคุณอาจะมารับ ฉันก็เลยกลับออกมาก่อน ทำไมล่ะ? น้องยังไม่ได้ขึ้นรถเหรอ?"สายที่สองโทรหาคุณลุงที่ให้ฉันยืมโทรศัพท์ในตอนหลัง คุณลุงพูดว่า"เด็กคนนั้นยืมโทรศัพท์ผมไปน่ะแหละ แต่พอโทรเสร็จก็ยังยืนรออยู่ที่จุดพักรถ ผมบอกให้เข้ามาหลบหนาวในรถผม เธอก็ไม่ยอม ทำไมล่ะ? พวกคุณยังไม่ได้รับเธอมาอีกเหรอ?"หลังจากวางสาย ภายในห้องรับแขกก็ตกอยู่ในความเงียบสงัดน้ำตาของแม่ร่วงหล่นลงมา"เสี่ยวเสี่ยวตัวแค่นี้ จะไปไหนได้ล่ะเนี่ย..."จู่ๆ น้องชายก็พูดแทรกขึ้นมา"พี่สาวต้องโกรธที่พ่อกับแม่ลืมเธอไว้ที่จุดพักรถแ

  • หิมะสุดท้ายที่จุดพักรถ   บทที่ 6

    "เอาสิ เดี๋ยวฉันลองดูว่าจองห้องได้ไหม"พวกเขาพูดคุยถึงแผนการช่วงปีใหม่กันอย่างออกรส ทั้งเรื่องที่จะไปอวยพรปีใหม่ที่ไหน ไปเที่ยวที่ไหน และจะซื้ออะไรบ้างฉันดีใจจนวิ่งวนไปรอบๆ ตัวพวกเขา อยากจะบอกว่าฉันก็อยากไปเหมือนกัน แต่พออ้าปาก กลับไม่มีเสียงใดๆ เล็ดลอดออกมาเลยใช่สิ ฉันตายไปแล้ว ไปไม่ได้แล้วล่ะจู่ๆ พี่สาวก็วางโทรศัพท์มือถือลง แล้ววิ่งไปหาแม่"แม่ โทรศัพท์แบตหมดแล้ว เอาของแม่มาให้หนูเล่นหน่อยสิ""เด็กคนนี้นี่ รู้จักแต่จะเล่นโทรศัพท์"ปากแม่บ่นไปอย่างนั้น แต่ก็ยังยื่นโทรศัพท์ส่งให้ไปอยู่ดีน้องชายก็วิ่งเข้ามา ดึงขากางเกงของพ่อไว้"พ่อ ขอเงินหน่อย ผมจะไปซื้อประทัด!""มืดค่ำป่านนี้แล้วจะไปซื้อประทัดอะไร พรุ่งนี้ค่อยว่ากัน"แม้พ่อจะพูดแบบนั้น แต่ก็ยังล้วงเงินหนึ่งร้อยบาทออกจากกระเป๋าสตางค์น้องชายร้องดีใจด้วยความร่าเริง แล้วถือเงินวิ่งออกไปตั้งแต่ต้นจนจบ ไม่มีใครพูดถึงฉันเลยราวกับว่าฉันไม่เคยมีตัวตนอยู่บนโลกใบนี้แม่คลำกระเป๋าเสื้อ ขมวดคิ้วมุ่น"ทำไมฉันถึงรู้สึกเหมือนลืมอะไรไปสักอย่างนะ..."ตอนนั้นเอง คุณย่าก็ยกกับข้าวเดินออกมาจากห้องครัว แล้ววางลงบนโต๊ะอาหาร"จริงสิ

  • หิมะสุดท้ายที่จุดพักรถ   บทที่ 5

    เมื่อลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง ฉันรู้สึกว่าร่างกายเบาหวิวผิดปกติ ราวกับขนนกที่ถูกลมพัดปลิวฉันนึกว่าจะได้เห็นใบหน้าร้อนรนของแม่ และสัมผัสได้ถึงอ้อมแขนอันอบอุ่นของเธอ เหมือนตอนเด็กๆ เวลาที่หกล้ม เธอมักจะวิ่งเข้ามาอุ้มฉันขึ้นเป็นคนแรกเสมอทว่าภาพตรงหน้ากลับยังคงเป็นจุดพักรถไร้ผู้คนอันเย็นเยียบแห่งนั้นหิ

  • หิมะสุดท้ายที่จุดพักรถ   บทที่ 4

    ท้องว่างจนรู้สึกหวิว แถมยังปวดหน่วงๆหรือว่าจะหิวจัดเกินไปนะ?ฉันมือสั่นเทา ล้วงเอาช็อกโกแลตครึ่งชิ้นที่เหลืออยู่ในกระเป๋าออกมา ไม่สนที่จะประหยัดอีกต่อไป รีบยัดมันเข้าปากรวดเดียวรสชาติหวานเลี่ยนพอจะช่วยระงับอาการใจสั่นลงไปได้บ้าง แต่ความรู้สึกหนักอึ้งที่หัวและเบาหวิวที่เท้ากลับชัดเจนยิ่งขึ้นร่

  • หิมะสุดท้ายที่จุดพักรถ   บทที่ 2

    เธอมองประเมินฉันตั้งแต่หัวจรดเท้าครู่หนึ่ง แล้วถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน"สาวน้อย หนูอยู่ที่นี่คนเดียวเหรอจ๊ะ พ่อแม่หนูล่ะ?"พอได้ยินคำว่าพ่อแม่ จมูกของฉันก็พาลแสบปร่าขึ้นมา ฉันฝืนกลั้นน้ำตาที่เอ่อคลอเบ้า แล้วตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงแหบพร่า"คุณป้าคะ หนู...หนูถูกพ่อแม่ลืมทิ้งไว้ที่นี่ ขอยืมโทรศัพท์โทรห

  • หิมะสุดท้ายที่จุดพักรถ   บทที่ 1

    ฉันเป็นลูกคนกลางของบ้าน และเป็น "มนุษย์ล่องหน" ที่ไม่มีใครในครอบครัวมองเห็นวันเกิดของพี่สาวและน้องชายถูกพ่อแม่จดไว้บนปฏิทิน แต่วันเกิดของฉันพ่อแม่มักจะจำไม่ได้เสมอพี่สาวกับน้องชายมีกระโปรงตัวใหม่และชุดสูทตัวเล็กให้ใส่ แต่เสื้อผ้าตัวใหม่ของฉันพ่อแม่ก็มักจะลืมซื้อให้เสมอพี่สาวและน้องชายได้ซองแดง

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status