Accueil / รักโบราณ / ห้วงฝันใต้แสงจันทรา / บทที่ 1.3 ฤดูหนาวที่เวียนมาอีกครา

Share

บทที่ 1.3 ฤดูหนาวที่เวียนมาอีกครา

last update Dernière mise à jour: 2024-11-23 10:00:51

หลังจากกลับมาถึงจวนสกุลหลี่ แม่บ้านจางรีบนำยามาทาแผลให้เสี่ยวหาน และให้อาเฉินจัดห้องเตรียมเสื้อผ้าและที่นอนให้เขา เสี่ยวหานสามารถมาเที่ยวเล่น ทานข้าวและทำงานอยู่ในจวนนี้ได้ตามใจเขาเพราะใต้เท้าหลี่เห็นอุปนิสัยใจคอแล้วเอ็นดูเขาเป็นพิเศษ แต่เสี่ยวหานรู้สึกเกรงใจ จึงมาที่จวนแห่งนี้เป็นครั้งคราว และทุกครั้งที่มาเขามักจะมีไข่ไก่ ของป่าติดมือมาฝากทุกคนเสมอ

“เสี่ยวหาน ทำไมเจอเจ้าเมื่อใดก็มักเห็นสภาพเจ้าเป็นแบบนี้ทุกที ข้าหัวใจจะวายให้ได้เลย” แม่บ้านจางบ่นด้วยความเป็นห่วง

“ข้าขอโทษที่ทำให้ท่านป้าเป็นห่วง ต่อไปข้าจะตั้งใจดูแลตัวเองดี ๆ”

“อย่าให้ข้าเจอเจ้าพวกนั้นอีกนะ ไม่งั้นข้าจะสอยให้ร่วงเลย” อาเฉินกล่าว

“เจ้าก็ด้วย ข้าบอกไม่ให้ใช้กำลังแก้ปัญหา” นางหันไปเอ็ดเขา

“เรื่องแบบนี้ยอมไม่ได้ ข้าจะขอให้ท่านพ่อสอนเรื่องการต่อสู้ ไว้ให้พวกเจ้าเอาไว้ปกป้องตนเอง” หลี่เหลี่ยนฮวาพูดขึ้นมาอย่างมุ่งมั่น

นอกจากเรื่องที่เสี่ยวหานจะถูกรังแกอยู่บ่อยครั้งแล้ว นางอยากให้เสี่ยวหานปกป้องตัวเองได้ บางทีอาจจะช่วยให้เรื่องราวในอนาคตของเขาเปลี่ยนไป

ยามพลบค่ำหลังจากทานข้าวเย็นเรียบร้อย หลี่เหลียนฮวาไม่รอช้ารีบพูดคุยกับใต้เท้าหลี่ ผลลัพธ์ย่อมเป็นไปตามที่นางคาดหวัง เพราะเขาตามใจนางเหมือนทุก ๆ เรื่องก่อนหน้านี้ แม้จะแปลกใจในความคิดของบุตรสาว แต่เรื่องราวประหลาดหลายเดือนที่ผ่านมาก็ทำให้เขาชินแล้ว

นับจากวันนั้นเป็นต้นมาเสี่ยวหานและอาเฉินก็ได้ร่ำเรียนวิชาศิลปะการต่อสู้ จากอาจารย์พิเศษที่ใต้เท้าหลี่จัดหามาให้ หลังจากเลิกเรียนแล้วเขามักจะช่วยเหลืองานต่าง ๆ ภายในจวนอย่างไม่รีรอและตั้งใจ เพื่อเป็นการตอบแทนความกรุณาของใต้เท้าหลี่และทุก ๆ คน

“ดีจริง ๆ ต่อไปนี้ข้าคงไม่ต้องกังวลเวลาที่เจ้าอยู่คนเดียวอีกแล้วล่ะ” หลี่เหลียนฮวาคิดในใจ พลางมองเขาจากไกล ๆ

“ทำไมข้าไปเรียนกับพวกเขาไม่ได้นะ” นางบ่นเบา ๆ แต่แม่บ้านจางได้ยิน

“คุณหนู กุลสตรีต้องเรียนอีกอย่างนะเจ้าคะ จะไปต่อยตีกับผู้อื่นเห็นจะไม่เหมาะ” นางปรามคุณหนูผู้ห้าวหาญ

ถึงในโลกความจริงจะพอได้เรียนการป้องกันตัวมาบ้างตอนปีหนึ่ง แต่พอมาอยู่ร่างหลี่เหลียนฮวาแล้วรู้สึกพละกำลังหายไป เหมือนคนไร้เรี่ยวแรงซะอย่างนั้น ทำไงได้ร่างเด็กน้อยก็เป็นเช่นนี้ เมื่อใช้กำลังไม่ได้ต่อสู้ตรง ๆ ไม่ได้ นางจึงเปลี่ยนมาใช้สมองแทนเพื่อจัดการเรื่องต่าง ๆ

------------------------------------------------------------------------------

“จิ่วเอ๋อร์ ไปเดินเล่นที่สวนดอกไม้กันเถอะ วันนี้แม่บ้านจางเตรียมขนมมากมายไว้ให้พวกเรากินเล่นด้วย เดี๋ยวรอเสี่ยวหานกับอาเฉินเรียนเสร็จแล้วเราออกไปพร้อมกัน” หลี่เหลียนฮวาชวนทุกคนไปเที่ยวที่สวนดอกไม้เป็นประจำ เพราะอากาศตรงนั้นเย็นสบาย มีลมพัดไอน้ำจากสระเข้ามาทางศาลาพักผ่อนตลอดเวลา ยามทอดสายตามองออกไปยังผืนน้ำและขอบฟ้าทำให้จิตใจได้ผ่อนคลาย

“อาเฉิน เสี่ยวหาน พวกเจ้าดูแลคุณหนูกับเสี่ยวจิ่วดี ๆ นะ” แม่บ้านจางกำชับก่อนจะส่งตะกร้าขนมให้ให้อาเฉินกับเสี่ยวหาน

“ขอรับ” ทั้งสองรับคำ

ทำไมวันนี้รู้สึกเหมือนจะมีเรื่องอะไร หลี่เหลียนฮวาเหมือนมีลางสังหรณ์

ระหว่างทางเดินไปที่สวนดอกไม้ พวกเขากำลังจะเดินสวนกับเด็กโตกว่าห้าคนอีกกลุ่มหนึ่ง เสื้อผ้าที่สวมใส่และพู่สีครามที่ห้อยตรงเอวให้ความรู้สึกราวกับเป็นบุตรของขุนนางสกุลผู้ดี หากไม่มีเรื่องอันใดเกิดขึ้น หลี่เหลียนฮวาคงจะได้วิ่งเล่นและทานขนมอย่างเอร็ดอร่อยที่ศาลายามบ่ายไปแล้ว ทว่านางทำขนมชิ้นหนึ่งหลุดมือ เจ้าก้อนกลม ๆ นั้นกลิ้งหลุน ๆ ไปยังเด็กกลุ่มนั้น คนข้างหน้าที่มัวแต่เดินไปคุยไปไม่ทันได้มอง จึงเหยียบขนมชิ้นนั้นแล้วลื่นหงายไปข้างหลัง

“พวกเจ้าแกล้งข้าหรือ” เขาโพล่งออกมาด้วยความโกรธ

“ข้าขอโทษ ข้าไม่ได้ตั้งใจ เจ้าเจ็บมากหรือไม่” หลี่เหลียนฮวารู้สึกผิดจึงรีบขอโทษและข้าไปพยุงเขาลุกขึ้น

กระนั้น เขากลับรู้สึกไม่พอใจเมื่อนางไปแตะตัวเขา จึงผลักนางออกไป ด้วยพละกำลังที่มากกว่า หลี่เหลียนฮวาล้มไปอีกทาง นางใช้มือบังหน้าตนเองไว้จึงมีแผลจากก้อนหินบาด

เสี่ยวหานรีบมาพยุงนางลุกขึ้น ก่อนตรวจดูว่านางเจ็บที่ใดอีกหรือเปล่า ส่วนอาเฉิน เมื่อเห็นคนทำร้ายคุณหนูย่อมไม่เก็บอาการไม่อยู่ เขาแสดงออกชัดเจนว่ากำลังไม่พอใจ

“พวกเจ้า ทำไมยังไม่ขอโทษข้าอีก ทำข้าเจ็บตัวแล้วยังทำเสื้อผ้าของข้าเปื้อนดินไปหมดแล้ว”

“คุณหนูขอโทษเจ้าแล้ว แต่เจ้าผลักคุณหนู” จิ่วเอ๋อร์ตอบกลับพลางทำเสียงสะอื้น น้ำตาคลอ เพราะเห็นคนทำร้ายหลี่เหลียนฮวา

“เจ้าไม่รู้หรอกหรือว่าคนผู้นี้เป็นใคร ร่างกายของเขามีค่ายิ่งนัก หากเป็นอะไรไป แค่คำขอโทษของพวกเจ้าคงไม่พอหรอก” หนึ่งในนั้นตอบกลับมาด้วยความโอ้อวด หยิ่งยโส

“ข้ารู้ ๆ พวกเจ้าต้องเป็นบุตรขุนนางผู้ยิ่งใหญ่ในแผ่นดินแน่ ๆ เป็นข้าเองที่ไม่ทันระวัง ข้าขอโทษจริง ๆ เสื้อผ้านี้ข้าจะชดใช้ให้ เจ้าบอกข้ามาเถิดว่าเป็นบุตรของผู้ใด” หลี่เหลียนฮวาพยายามแก้สถานการณ์มาคุ

“นี่เจ้าไม่รู้จักเขาได้อย่างไร เขาเป็นถึงบุตรชายคนโตของสกุลเหยาเลยนะ เห็นทีเจ้าคงเป็นแค่บุตรสาวชาวบ้านทั่วไปกระมัง” หนึ่งในนั้นตอบเกทับ

ข้าขอมาเที่ยวเล่นในเมืองตามประสาเด็กน้อย ทำไมถึงมีเรื่องทุกครั้งที่ออกมานอกจวนขนาดนี้นะ หลี่เหลียนฮวาได้แต่คิดในใจพลางเอ่ยขอโทษเขาอีกครั้ง

“ข้าขอโทษจริง ๆ ที่ไม่รู้จักพวกเจ้า ข้าไม่ค่อยได้ออกมานอกบ้านเท่าใด” นางพูดตามตรงหวังว่าพวกเขาจะเข้าใจ ไหนเลยเหตุการณ์จะบานปลาย

“ข้าไม่รับคำขอโทษ” เขาตอบ

เสี่ยวหานที่อดทนหักห้ามใจและคอยดึงอาเฉินอยู่เดินก้าวออกมายืนข้างหน้าหลี่เหลียนฮวา

“คุณหนูข้าของโทษเจ้าแล้ว และเจ้าก็ทำให้นางบาดเจ็บเช่นกัน เจ้าควรรับคำขอโทษของนาง”

เด็กสกุลเหยาไม่พอใจที่ลูกชาวบ้านเช่นเขาพูดแบบนี้ เขาจึงผลักเสี่ยวหานล้มไปที่พื้น แต่ไหนแต่ไรมาคนเอาแต่ใจแบบเขาไม่มีใครกล้าขัดใจ ต่อให้ความผิดเขาจะมากมายแค่ไหนก็ไม่มีผู้ใดกล้าติเตียน

“เจ้า คนนิสัยไม่ดี” หลี่เหลียนฮวาโพล่งออกไปอย่างไม่รู้ตัว กำมือข้างหนึ่งเขกหน้าผากเขาไปหนึ่งครั้ง

แม้จำนวนคนฝั่งหลี่เหลียนฮวาจะมีน้อยกว่าแต่ก็พอจะสู้กับอีกฝ่ายได้สูสี เสี่ยวหานและอาเฉินรับมือกับฝ่ายนั้นสี่คน ส่วนหลี่เหลียนฮวาและจิ่วเอ๋อร์กำลังยุ่งเหยิงอีรุงตุงนังกับนายน้อยสกุลเหยา

“ปล่อยจิ่วเอ๋อร์เดี๋ยวนี้นะ” หลี่เหลียนฮวาตะโกนใส่หูเขา ก่อนนางจะกระโดดดึงผมเกล้าของอีกฝ่ายที่ตัวสูงกว่า

เส้นทางมาสวนดอกไม้แห่งนี้ ไม่ค่อยมีผู้ใดผ่านไปผ่านมานัก เนื่องจากเป็นทางผ่านของเหล่าขุนนางชั้นสูงเท่านั้น แต่ยามนี้เป็นเวลาราชการ ขุนนางต่าง ๆ จึงอยู่ในวัง

“พวกเจ้าหยุดได้แล้ว!” เสียงหนึ่งตะโกนก้อง

เสียงดังราวฟ้ากัมปนาถทำให้ทุกคนพร้อมใจกันหยุดนิ่งอยู่กับที่ มือข้างหนึ่งของหลี่เหลียนฮวาที่กำผมของนายน้อยสกุลเหยาอยู่รีบปล่อยอย่างรวดเร็ว

“องค์ชายสาม!” นายน้อยสกุลเหยาเสียงหลง

เย่ชิงหลงคือองค์ชายสามหรอกหรือ หลี่เหลียนฮวาคิดทบทวนเรื่องราว

“เย่ชิงหลง เจ้าช่วยข้าด้วย” นางขอความช่วยเหลือจากเขา

“เกิดเรื่องอันใดขึ้นถึงได้เป็นเช่นนี้” เย่ชิงหลงถามนางด้วยความเป็นห่วงเมื่อเห็นสภาพผมเผ้าของนาง

หลี่เหลียนฮวาจึงเล่าเรื่องราวทั้งหมดแบบสรุปจบให้เขาฟัง ก่อนที่เขาจะหันไปทางนายน้อยสกุลเหยา

“พวกเจ้าเป็นถึงบุตรขุนนางชั้นสูงของแผ่นดินนี้ใยถึงประพฤติตนเช่นนี้”

“พวกนั้นทำข้าก่อนแล้วเจ้านั่นยังมาว่าข้าอีก”

“เจ้าคิดทบทวนให้ดีเถิด นางบอกว่าขอโทษเจ้าไปแล้ว แต่ใยเจ้าติดใจเอาความเช่นนี้”

ไม่ทันที่นายน้อยสกุลเหยาจะได้เอ่ยปากอีกครั้ง เขาพูดขึ้นเตือนสติอีกว่า

“หากเรื่องนี้รู้ถึงบิดาของเจ้า เขาจะอับอายการกระทำของเจ้าเพียงใด เจ้ารังแกแม้กระทั่งเด็กหญิง และนางเป็นบุตรสาวของใต้เท้าหลี่ไท่ ข้าจะให้โอกาสเจ้าเล่าเรื่องราวแก่บิดาของเจ้าเองแล้วมาขอโทษนางด้วยความจริงใจในคราวหลัง แยกย้ายกลับจวน” เย่ชิงหลงกล่าว

เมื่อฝ่ายนั้นแยกย้ายกลับจวน เย่ชิงหลงหันมาดูหลี่เหลียนฮวาและคนอื่น ๆ เขาคิดว่าแม้จะมีคนน้อยกว่าแต่โดยรวมแล้วอยู่ในสภาพดีกว่ากลุ่มนั้นมากโข อาจเป็นเพราะเด็กชายสองคนผู้นี้ค่อนข้างมีฝีมือไม่น้อย

“คุณหนู ท่านเจ็บมากไหม” เสี่ยวหานถามหลี่เหลียนฮวาด้วยความเป็นห่วง ส่วนอาเฉินก็หันมาดูน้องสาวของตน โชคดีนักที่นายน้อยสกุลเหยาผู้นั้นไม่ได้มีวิชาต่อสู้ใด ๆ เหมือนกับคนที่เหลือ ทำให้หลี่เหลียนฮวาและจิ่วเอ๋อร์ไม่บาดเจ็บ

“ไม่เป็นไร” นางตอบกลับให้เขาหายเป็นห่วง

“มือท่านเจ็บหรือไม่” เขาถามย้ำอีกครั้ง

“ไม่มาก อย่างกังวลเลย ดูเจ้ากับอาเฉินเถอะ ได้แผลอีกแล้ว” นางกังวลใจ

เย่ชิงหลง เมื่อได้เห็นมือหลี่เหลียนฮวามีเลือดไหลก็รีบเดินเข้ามาแล้วนำผ้ามาพันไว้ สีหน้าเป็นห่วงนาง

“ฮวาฮวา เดี๋ยวข้าไปส่งเจ้าที่จวน จะได้คอยอธิบายเรื่องราวให้บิดาเจ้าฟัง” เย่ชิงหลงอาสาไปส่งนางโดยที่ไม่ได้ร้องขอ หลี่เหลียนฮวาคิดว่าเขาคงช่วยพูดกับบิดาของนางให้ใจเย็นลงได้บ้างเลยไม่ได้ปฏิเสธ

“ขอบพระทัยเพคะ องค์ชายสาม”

“เรียกข้า เย่ชิงหลงเช่นเดิมเถอะ ฮวาฮวา” เขาตอบกลับ

------------------------------------------------------------------------------------

จวนสกุลหลี่

ใต้เท้าหลี่กำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ที่ศาลาหลังกลับมาจากวังหลวง เงยหน้ามองมาที่ประตูไม้หน้าจวน ยามประตูเปิดออก สีหน้าเขาแปรเปลี่ยนเป็นตกใจ ความรู้สึกประเดประดัง คิดต่าง ๆ นานว่าเกิดเรื่องอันใดขึ้นกับบุตรสาว

หลี่เหลียนฮวาไม่รอช้าให้บิดาได้เอ่ยคำใด นางวิ่งเข้ามากอดเขาแล้วบอกว่านางไม่เป็นอะไรเลย เมื่อเขาเห็นนางยิ้มก็ค่อยเบาใจลง ทั้งเมื่อมองไปด้านหลังยังเห็นองค์ชายสามเดินตามมา และสภาพของคนที่เหลือ แม้จะโล่งใจไปเปราะหนึ่งแต่ในใจนั้นสงสัยทวีคูณ

“องค์ชาย ทำไมท่านถึงได้มาพร้อมนาง” เขาถาม

“ข้าบังเอิญผ่านมา เจอนางเกิดเรื่องนิดหน่อย เมื่อจัดการเรื่องราวแล้ว จึงเดินมาส่งนางที่จวน” เย่ชิงหลงตอบเขา จากนั้นเขาเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ใต้เท้าหลี่ฟัง

“ขอบพระทัยองค์ชายที่ช่วยเหลือ”

“วันพรุ่ง ข้าจะมาพร้อมกับเขา ท่านไม่ต้องกังวล”

หลังจากส่งองค์ชายกลับวังเรียบร้อยแล้ว เขาสั่งให้แม่บ้านจางดูแลคนที่เหลือ ส่วนตัวเขานั่งคุยกับบุตรสาวสักพักแล้วไปส่งนางที่เรือน

--------------------------------------------------------------------------------

เช้าวันรุ่งขึ้น

นายน้อยสกุลเหยาและผองเพื่อนเดินทางมาที่จวนสกุลหลี่เพื่อขอโทษ หลี่เหลียนฮวาอย่างเป็นทางการ โดยมีใต้เท้าหลี่และองค์ชายสามเป็นพยาน เมื่อสองฝ่ายปรับความเข้าใจกันได้แล้ว นายน้อยสกุลเหยาก็ขอลากลับเรือน

เจ้าพวกนี้ ทำไมถึงได้มองเสี่ยวหานเช่นนี้ คงไม่ได้คิดจะมาเอาคืนวันหลังหรอกนะ หลี่เหลียนฮวาเหลือบเห็นสายตาของนายน้อยสกุลเหยา จึงรู้สึกกังวลใจเป็นห่วงเสี่ยวหาน

ฝั่งเย่ชิงหลงเองเมื่อเสร็จธุระเรียบร้อยแล้วก็ขอตัวกลับเช่นกัน

ใต้เท้าหลี่เรียกเสี่ยวหานและอาเฉินไปพูดคุยกันอยู่นาน แม้หลี่เหลียนฮวาจะถามว่ามีเรื่องอันใด พวกเขาก็ไม่เอ่ยปากบอก นางจึงเข้าใจว่าคงจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับตัวนางและมีความสำคัญจึงเก็บไว้เป็นความลับ

หลังจากเหตุการณ์วันนั้นหลี่เหลียนฮวาสังเกตุว่าเสี่ยวหานและอาเฉินฝึกหนักขึ้นและมีบาดแผลแทบทุกวัน แต่กระนั้นทั้งสองก็ไม่เคยปริปาก ดูเป็นคนเข้มแข็งและพึ่งพาได้แม้จะยังอายุเท่านี้

ข้าเองก็ต้องเริ่มออกกำลังบ้างแล้ว ร่างกายจะได้แข็งแรงบ้าง พออยู่ที่นี่แล้วแทบไม่ได้ใช้แรงเลยจริง ๆหลี่เหลียนฮวาคิดแล้วบอกจิ่วเอ๋อร์ว่า

“จิ่วเอ๋อร์ พี่ชายของเจ้าดูเปลี่ยนไปมากจริง ๆ เจ้าเองก็ต้องรู้จักปกป้องตัวเองเช่นกัน แต่จะให้ไปเรียนแบบพี่ชายเจ้าคงจะไม่ไหว เดี๋ยวข้าจะสอนเจ้าเอง”

“เจ้าค่ะคุณหนู” จิ่วเอ๋อร์ตอบรับอย่างว่านอนสอนง่าย

“ดีมาก เช่นนั้นมาเริ่มกันวันนี้เลย” นางรีบดึงแขนจิ่วเอ๋อร์ให้กลับเรือน

นอกจากหลี่เหลียนฮวาจะกังวลเรื่องเสี่ยวหานแล้ว นางยังเป็นห่วงจิ่วเอ๋อร์ไม่น้อย ทั้งรักและเอ็นดูจิ่วเอ๋อร์เหมือนน้องสาว ทุกวันนี้เมื่อมีขนมอร่อย ๆ นางจะให้จิ่วเอ๋อร์กินเยอะ ๆ หรือได้ไปที่ไหนสนุก ๆ จิ่วเอ๋อร์ก็จะได้ไปด้วย เรียกได้ว่าตัวติดกันยิ่งกว่าอะไร ส่วนอาเฉิน นางหายห่วงเพราะในฝันนั้นเขาอยู่ดีมีสุขยิ่งกว่าใคร

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วจนวันนี้ครบหนึ่งปีแล้วที่หลี่เหลียนฮวาอาศัยอยู่ในความฝันนี้ เด็ก ๆ ทุกคนเติบโตมาอย่างดี จิ่วเอ๋อร์เริ่มอ่านหนังสือออกบ้างแล้ว อาเฉินตัวสูงขึ้นเล็กน้อยและเพิ่งสอบผ่านชั้นเรียนการต่อสู้ขั้นแรกมาได้ ส่วนเสี่ยวหานนอกจากจะตัวสูงขึ้นเกือบเท่าอาเฉินที่อายุมากกว่าสองปี เขายังสอบผ่านเร็วกว่าอาเฉินหนึ่งขั้นด้วยความมุ่งมั่นเต็มเปี่ยม ยามไปเดินเที่ยวเล่นที่ตลาดในเมืองหรือกลับบ้านเพียงลำพัง กลุ่มเด็กยักษ์ก็ไม่มีใครกล้ารังแกเขา เสี่ยวหานแบ่งปันอาหารที่ได้มาจากการทำงานที่จวนแก่เด็กกลุ่มนี้เสมอและคอยชี้แนะไม่ให้เด็กเหล่านี้กลายเป็นเด็กมีปัญหาตามคำแนะนำของหลี่เหลียนฮวา ทุกวันนี้พวกเขาทั้งหมดต่างเป็นเพื่อนที่คอยช่วยเหลือกันและกัน

เหมันตฤดูวนเวียนมาอีกครา แม่บ้านจางจึงพาทุกคนออกไปตลาดในเมืองเพื่อวัดตัวตัดเสื้อผ้าคลุมกันหนาว หลี่เหลียนฮวาถือโอกาสไปหาของกินและซื้อกระดาษกับพู่กัน

“เถ้าแก่ ข้าซื้อถังหูลู่สี่ไม้”

“ซาลาเปาห้าลูก นะเถ้าแก่”

“น้ำตาลปั้น พวกเจ้าอยากได้อันไหนเลือกเลย”

หลี่เหลียนฮวาและเด็ก ๆ เดินไปหาของกินร้านโน้นร้านนี้จนแม่บ้านจางแทบเดินตามไม่ทัน ขนมที่นางซื้อเกือบเต็มตะกร้า มือสองข้างถือถังหูลู่และน้ำตาลปั้น

เมื่อกินอิ่มเรียบร้อยก็ได้เวลาทำธุระ ระหว่างรอแม่บ้านจางคุยรายละเอียดกับเถ้าแก่ร้านขายผ้า หลี่เหลียนฮวาเดินมาฝั่งตรงข้ามเพื่อซื้อถุงเครื่องรางให้เสี่ยวหาน อาเฉินและจิ่วเอ๋อร์ ก่อนจะเดินไปซื้อกระดาษกับพู่กันให้ใต้เท้าหลี่

หลังเสร็จธุระเรียบร้อยต่างพากันหอบของพะรุงพะรังกลับจวนก่อนพลบค่ำ เสี่ยวหานมาส่งพวกเขาที่หน้าจวนแล้วแยกย้ายกลับบ้าน มือกุมถุงเครื่องรางที่ หลี่เหลียนฮวามอบให้เอาไว้ด้วยความดีใจ

“อาเฉิน เจ้ารู้ไหมว่าเสี่ยวหานไปไหน ข้าไม่เห็นเขามาเกือบอาทิตย์แล้ว ปกติเขาต้องมาเรียนกับเจ้าทุกสองสามวันมิใช่หรือ” หลี่เหลียนฮวาถามอาเฉิน

“อาทิตย์ก่อนเสี่ยวหานบอกว่าจะลาสองสามวันไปช่วยท่านลุงข้างบ้านตัดฟืนในป่าขอรับคุณหนู”

“เช่นนั้นเจ้าช่วยไปดูเขาที่บ้านสักครั้ง ฝากขนมไปให้เขาด้วย” หลี่เหลียนฮวาวานให้อาเฉินแวะไปดูเสี่ยวหานที่บ้าน

“ขอรับคุณหนู” เขาตอบรับแล้วรีบจัดแจงข้าวของไปหาเสี่ยวหานที่บ้าน

ยามพลบค่ำ อาเฉินรีบเดินกลับจวนมาหาหลี่เหลียนฮวา

“คุณหนู ข้ารอเสี่ยวหานอยู่ทั้งวันแต่ไม่เห็นเขาเลย ถามท่านยายข้างบ้านได้ความว่าเขาเข้าป่าไปหลายวันแล้ว อย่างช้าบ่ายวันนี้เขาต้องถึงบ้านแล้ว ลูกชายของนางก็ยังไม่กลับมาเช่นเดียวกัน”

หลี่เหลียนฮวารู้สึกเป็นห่วงเสี่ยวหานและกังวล กลัวว่าเสี่ยวหานเกิดอะไรขึ้นมา รุ่งเช้านางจึงขอให้คนงานในจวนไปช่วยตามหาเสี่ยวหานอีกแรง ระหว่างเดินไปที่บ้านของเขา หลี่เหลียนฮวานึกภาพบางอย่างในความฝันครั้งนั้นได้จึงรีบวิ่งไปที่หน้าผา จากนั้นลงไปดูที่ริมทะเลสาบข้างล่าง ชะเง้อมองหาเขาซ้ายทีขวาทีไม่หยุดหย่อนจนอาทิตย์ลับขอบฟ้า แม่บ้านจางจึงพานางกลับจวน นางตามหาเขาทั้งวันจนหมดเรี่ยวแรงแล้วผล็อยหลับไป

หลี่เหลียนฮวาตื่นเช้าเตรียมตัวออกไปตามหาเขาอีกครั้ง จังหวะที่ประตูไม้บานใหญ่เปิดออก ทันทีที่เห็นเสี่ยวหาน นางรีบวิ่งเข้าไปกอดเขาทั้งน้ำตา อารมณ์ความเป็นห่วง ความกลัวต่าง ๆ นานาหายเป็นปลิดทิ้ง

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Latest chapter

  • ห้วงฝันใต้แสงจันทรา   บทที่ 7.5 นิจนิรันดร์(ตอนจบ)

    หลังจากเรื่องราวต่าง ๆ ผ่านมาครบหนึ่งร้อยวัน เทพพิทักษ์กฎสั่งให้นำตัวเหรินฮ่าวหรานและหลิวลี่เซียงเข้ามาที่ท้องพระโรงเพื่อไต่สวนครั้งสุดท้าย หากดูจากภายนอกแล้ว หลิวลี่เซียงเหมือนกลับมาเป็นปกติ แต่เหล่าเทพเซียนทั้งหลายยังคงกังขาว่านางหายจากมนตร์ปีศาจแล้วหรือไม่ ส่วนเหรินฮ่าวหรานนั้น ร่างกายภายนอกดูไม่เป็นอันใดเพราะยาจากชิวฉือ แต่ภายในนั้นบอบช้ำเกินพรรณนา“เทพบุปผา ท่านยืนยันได้หรือไม่ว่าสติของท่านกลับมาเป็นเช่นเดิมแล้ว” เทพพิทักษ์กฎถามนางขึ้นท่ามกลางเสียงพูดคุยของเหล่าเทพเซียน“อื้ม” นางพยักหน้า สายตายังคงมองไปที่เหรินฮ่าวหรานด้วยความเป็นห่วง เวลานี้ไม่คิดสนใจผู้ใดนอกจากเขา“เรื่องของท่านกับเขา เหรินฮ่าวหรานเคยกล่าวว่าเขาไม่ได้ทำเรื่องเช่นนั้น ท่านยืนยันได้หรือไม่”“ข้ายืนยันได้ เขาไม่มีวันทำร้ายข้า ทั้งไม่จำเป็นต้องใช้มนตร์ปีศาจเพื่อให้ข้าหลงรักเขา ไม่ว่าจะอยู่ในชาติภพใด เขาจะคอยปกป้องข้า ไม่มีวันทอดทิ้ง” หลิวลี่เซียงพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง“ท่านเพิ่งได้พบเจอเขา เหตุใดถึงเชื่อใจเขา” เทพวารีก

  • ห้วงฝันใต้แสงจันทรา   บทที่ 7.4 ผีเสื้อสีขาว

    “เช่นนั้น ข้าจะให้เจ้าคอยรักษานางจนครบหนึ่งร้อยวัน แล้วข้าจะไต่สวนเรื่องราวอีกครั้ง” เทพพิทักษ์กฎกล่าวโดยสรุปก่อนจะหันไปทางคนที่เหลือ“พวกเจ้าเป็นเผ่าพันธุ์จิ้งจอก ดินแดนเทพไม่อาจตัดสินความถูกผิดได้ ข้าส่งจะตัวพวกเจ้าไปที่แคว้นชิงชิว”ซือมู่เฉินยืนขึ้นเผชิญหน้ากับเทพพิทักษ์กฎ ท่ามกลางความแปลกใจของทุกคนที่อยู่ในท้องพระโรง“หากข้าไม่ได้ทำความผิด ไม่ว่าผู้ใดก็ตัดสินข้าไม่ได้” ซือมู่เฉินเผยตราราชวงศ์เมืองฉางให้พวกเขาดู“องค์รัชทายาทเช่นนั้นหรือ” เทพองค์หนึ่งพูดขึ้น“พวกเจ้าอย่าทำให้เรื่องนี้เป็นปัญหาระหว่างเผ่าพันธุ์ไปเลย ข้ายืนยันว่าข้าและสหายบริสุทธิ์ใจ ระหว่างที่เหรินฮ่าวหรานรักษานาง พวกข้าจะออกตามหาคนต้นเหตุเพื่อมารับโทษให้ได้”“ด้วยเกียรติและศักดิ์ศรีของจิ้งจอกเก้าหาง วาจาที่เอ่ยออกมาแล้วไม่สามารถบิดพลิ้วได้ มิเช่นนั้นจะถูกวาจาศักดิ์ย้อนกลับมาทิ่มแทงตนเอง รวมถึงนางด้วยใช่หรือไม่” เทพพิทักษ์กฎทวนเขาอีกครั้งถึงสิ่งที่เขาเดิมพันเอาไว้ขณะหันไปมองไป๋เยว่ซิน“ข้า

  • ห้วงฝันใต้แสงจันทรา   บทที่ 7.3 มิตรภาพผองเพื่อน

    เหรินฮ่าวหรานไม่รอช้าหยิบมีดขึ้นมากรีดลงที่ตรงหน้าอก พลันเลือดสีแดงฉานไหลริน เขารีบนำภาชนะรองมาให้หลิวลี่เซียงดื่มจนกว่านางจะดีขึ้น“พอแล้ว” ซือมู่เฉินห้ามปราม“แต่นาง...” เหรินฮ่าวหรานมองหลิวลี่เซียงด้วยสีหน้ากังวล“วันนี้พอเท่านี้ อีกครู่หนึ่งนางจะหาย”หลิวลี่เซียงมีท่าทีสงบลง สีตาของนางกลับมาเป็นเช่นเดิม สติที่หายไปเริ่มกลับมาจนแก้มของนางสีแดงระเรื่ออีกครั้ง นางรีบหันหลังหลบสายตาของเหรินฮ่าวหราน“เป็นอันว่า นางหายดีแล้ว ไม่ต้องกังวลแล้วล่ะเสี่ยวหราน เจ้าตามข้ามา เรามีเรื่องต้องคุยกัน” ซือมู่เฉินบอกเขาแล้วเดินออกจากห้องไปรอข้างนอก“เถอะน่า รีบตามไปเร็วเข้า เดี๋ยวข้าอยู่กับนางเอง” ไป๋เยว่ซินเห็นท่าทีของเขาก็รีบบอกให้คลายกังวล เหรินฮ่าวหรานพยักหน้าแล้วตามออกไป“ซินซิน เมื่อครู่ข้าทำอันใดไปบ้าง” หลิวลี่เซียงหามาถามไป๋เยว่ซิน“อาเซียง ไม่นึกเลยว่าเจ้าจะมีท่าทางเช่นนี้ แต่เจ้าไม่ต้องคิดอันใดมากหรอก เจ้าเพิ่งจะโดนมนตร์ปีศาจจิ้งจอกมา”“ถ

  • ห้วงฝันใต้แสงจันทรา   บทที่ 7.2 มนตร์ปีศาจจิ้งจอก

    เหรินฮ่าวหรานลงจากล่างเขาดินแดนเทพมาอยู่ในดินแดนมนุษย์ได้สามสี่วัน เขาใช้เวลาว่างคิดทบทวนเรื่องของตนเองกับหลิวลี่เซียง ระยะเวลาสองพันปีที่เขารอคอยนางมา หากคำตอบไม่เป็นอย่างที่ใจหวัง เขาจะทำเช่นไรทว่าเรื่องหัวใจของตนเองนั้น ไม่จำเป็นต้องใช้เวลาคิดให้นานนัก ใช่ว่าเรื่องแบบนี้จะเคยเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกเสียหน่อย ความฝันที่ผ่านมาแต่ละครั้งก็เปรียบเสมือนชาติภพที่เขาและนางต้องเผชิญร่วมกันในฐานะที่แตกต่างกันไป เหรินฮ่าวหรานตัดสินใจได้แล้วว่า ไม่ว่าคำตอบเป็นเช่นไร เขาจะยังคงรอนางอย่างที่เคยรอเสมอมา ความรักของเขาจะมอบให้นางแต่เพียงผู้เดียว เมื่อคิดได้เช่นนั้นแล้ว เหรินฮ่าวหรานเริ่มยิ้มออก ใจที่เคยสับสนค่อยผ่อนคลายลงเหรินฮ่าวหรานเก็บของเตรียมจะออกจากโรงเตี๊ยม จู่ ๆ เขาก็เห็นผีเสื้อสีขาวบินมาจากทางหน้าต่างห้องผีเสื้อนำทาง ผู้ใดกำลังตามหาข้าอยู่หรือ เหรินฮ่าวหรานเอื้อมมือแตะที่ผีเสื้อตัวนั้นก่อนจะออกมายืนริมหน้าต่าง สายตาของเขาทอดมองไปยังเบื้องล่าง พลันได้พบเจอคนผู้หนึ่งยืนส่งยิ้มมาให้ก็ใจเต้นรัวหลิวลี่เซียง เขาไม่รอช้ากระโดดลงมาจากชั้นสองของโรงเต

  • ห้วงฝันใต้แสงจันทรา   บทที่ 7.1 การรอคอยที่เนิ่นนาน

    ท้องฟ้าสีครามแต้มด้วยปุยเมฆขาว ๆ ในวันนี้ก็ยังคงเป็นดั่งเช่นทุกวันที่ผ่านมา ฝูงปักษาสวรรค์ที่นานครั้งจะปรากฏตัวอวดโฉมต่างพากันโผบินไปยังตำหนักเทพเบื้องบนราวกับมีงานชุมนุมรื่นเริง ด้านล่างทางขึ้นเขาดินแดนเทพมีหอเซียนต่าง ๆ มากมายสำหรับเซียนที่คอยทำหน้าที่เป็นสื่อกลางระหว่างเทพ มนุษย์ และเผ่าอื่น ๆ ในใต้หล้าริมทะเลสาบด้านหลัง มีเซียนหนุ่มผู้หนึ่งที่มีหน้าที่รับคำวิงวอนจากมนุษย์ส่งให้เหล่าเทพได้ปลีกตัวจากความวุ่นวายในหอเซียนไปนั่งชื่นชมธรรมชาติที่เงียบสงบอย่างเช่นเคยหลิวลี่เซียง เจ้าอยู่ที่ใดกัน เซียนหนุ่มผู้นี้ถอนหายใจพลางมองไปยังเป็ดยวนยางคู่หนึ่งเป็ดยวนยางยังมีคู่แล้วเจ้าอยู่แห่งหนใด ความฝันนี้ช่างยาวนานเหลือเกิน แต่ไม่มีเจ้าราวกับชีวิตมีบางสิ่งขาดหายไปความรำพึงรำพันของเขาเช่นนี้คงจะไม่เกิดขึ้นหากได้พบนางในฝัน แต่ความฝันครั้งนี้ได้เริ่มขึ้นเมื่อสองพันปีก่อน ครั้นเมื่อรู้ว่าตัวเองได้เกิดเป็นเซียนก็คอยแต่จะตามหานางทุก ๆ วัน ไม่ว่าจะดินแดนเซียน ดินแดนมนุษย์ เผ่าอื่น ๆ ล้วนแล้วแต่เคยไปมาทั้งหมด หากแต่ไม่มีวี่แววจะได้พบกับนาง เหลือเพียงแต

  • ห้วงฝันใต้แสงจันทรา   บทที่ 6.4 ห่วงหาอาวรณ์

    “เทียนเทียน” ถานลี่อิงร้องไห้เรียกเขา จิตใจของนางเริ่มสั่นไหวทีเล็กทีละน้อย ทำให้ผนึกที่อยู่ในตัวนางเกิดรอยร้าวใหญ่ขึ้น“ช้าก่อน” เสียงของต้วนจื่อเยี่ยนดังขึ้นพร้อมกับคนในพรรคฝนโลหิตราวห้าสิบคน“เพิ่งจะโผล่มาตอนนี้ เจ้านี่มันจอมฉวยโอกาส” หวังเหว่ยตวาดเขา“หุบปาก เจ้าพวกโง่” ต้วนจื่อเยี่ยนตอกกลับ แล้วถามเหออี้เทียน“หลี่หงจวิ้นเล่า เจ้าฆ่าเขาหรือยัง”“...” เหออี้เทียนไม่ตอบอันใด เรี่ยวแรงของเขาเริ่มจะหมด ทั้งยังเจ็บปวดบาดแผลไปทั่วร่าง“ยังไม่ฆ่ามันสินะ” ต้วนจื่อเยี่ยนเห็นท่าทีของเหออี้เทียนก็พอเดาได้ เมื่อรู้ข่าวจากคนในพรรคว่าหาตัวหลี่หงจวิ้นไม่เจอ เขาก็รีบมาที่นี่ทันที“...” เหออี้เทียนยังคงนิ่งเงียบ“หรือว่าเจ้าโดนเสน่ห์มารของมันแล้ว เฮอะ เจ้าหลี่หงจวิ้นคิดจะเก็บของดีไว้กินผู้เดียว” หวังเหว่ยพูดออกมา“แล้วเจ้านั่นหายไปที่ใด ทำไมไม่มาชิงเหยื่อของตนกลับไป” พรรคหมอกทมิฬสงสัยมองไปรอบ ๆ ตัว“หม

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status