INICIAR SESIÓNประตูห้องนั้นถูกปิดลงด้วยมือหนา เท้าพาร่างใหญ่เดินไปทรุดกายนั่งลงบนเตียงกว้างแล้วก้มมองที่กลางลำตัวของตน น้องชายของเขายังคงดุ๊กดิ๊กตื่นเตลิด ผงกหัวหงึกๆ อย่างเครียดขึงและปวดหนึบราวกับว่าเด็กน้อยกำลังเรียกร้องหาของเล่นที่ถูกใจ
“บ้าชิบ!” ภูริภัชร์สบถตัวเองเมื่อกลิ่นหอมอ่อนๆ ดุจดังมะลิแรกแย้มซึ่งติดปลายจมูกอยู่ยิ่งทำให้อารมณ์พิศวาสครอบงำรุนแรงขึ้นจนเกือบจะควบคุมไม่อยู่ทั้งๆ ที่ปกติเขาสามารถควบคุมมันได้เป็นอย่างดี
ร่างกำยำสะบัดศีรษะอย่างแรงเพื่อสลัดเอาความคิดที่อยากจะครอบครองร่างบางเดี๋ยวนั้นออกจากสมอง ก่อนจะเอนร่างลงนอนและเอื้อมเอาหมอนข้างมากอดไว้แน่น
ที่ห้องนอนใหญ่ชั้นบน...
สายลมหนาวพัดพลิ้วหวิวลู่มาทางหน้าต่างปะทะเข้ากับชายผ้าม่านจนผ้าผืนนั้นวู่ไหวน้อยๆ สตรีนางหนึ่งปรากฏตัวขึ้นท่ามกลางความมืดในยามราตรีกาล ใบหน้าของหล่อนอ่อนเยาว์สวยสะอาดหมดจด ร่างอรชรอ้อนแอ้นมีเสน่ห์น่าหลงใหลนั้นห่อหุ้มด้วยอยู่ในชุดนอนสายเดี่ยวสีขาวบริสุทธิ์ ผมยาวปล่อยสยายไปจนถึงกลางหลัง หน้าอกกลมอวบเต่งตึงดันผ่านผ้าเนื้อบางจนมองเห็นทะลุปรุโปร่ง เอวกิ่วคอดรับกับสะโพกผาย ต่ำลงไปคือเนินเนื้อนวลกลางลำตัวที่เป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างต้นขาขาวเนียนทั้งสองข้าง นัยน์ตาคู่สวยหยาดเยิ้มอย่างเชิญชวน ใบหน้าสวยหวานส่งยิ้มจนแก้มสีชมพูอ่อนใสบุ๋มลงเป็นรอยลักยิ้มอย่างแสนเย้ายวนขณะเยื้องย่างพาเรือนร่างเกือบเปลือยเปล่านั้นเข้ามาประชิดปลายเตียงของเขา นัยน์ตาคู่นั้นบ่งบอกถึงอาการที่ใคร่อยากสัมผัสกับร่างกายอันแข็งแกร่งอย่างยิ่งยวดก่อนที่เสียงหวานซึ้งจะเอ่ยเรียกเขาเบาๆ
“พี่พีขา...”
อา... สาวสวยคนนั้นคือยศสิตาชัดๆ เขาไม่รอช้าที่จะลุกพรวดขึ้นจากเตียงแล้วเดินตรงดิ่งเข้าไปหาร่างงามอรชรนั้น ตาสองคู่สบประสานกันในระยะกระชั้นชิดจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดรวยรินใส่กันและกัน กลิ่นหอมอ่อนๆ ดุจกลิ่นดอกไม้จากผมนุ่มสลวยหอมฟุ้งลอยอบอวนอยู่แค่ปลายจมูก ดวงตากลมโตของหล่อนปรือเยิ้มไปด้วยอารมณ์พิศวาสช้อนขึ้นมองเขาอย่างเชิญชวน
“จูบเอยสิคะ...” ริมฝีปากอิ่มเผยอขึ้น มือเรียวลูบไล้ไต่ขึ้นไปบนไหล่แกร่งและสอดเข้าที่ท้ายทอยรั้งใบหน้าเขาให้โน้มลงมาหา
“ให้ตายสิ!” เขาสบถงึมงำอยู่ในลำคอเพราะนอกจากหล่อนจะไม่ด่าทอหรือตบหน้าเขาฉาดใหญ่อย่างที่ควรจะทำแล้ว ยศสิตายังเป็นฝ่ายวอนขอจุมพิตจากเขาเสียอีก นี่มันบ้าชัดๆ
ร่างกายใหญ่โตกำยำตอนนี้ปั่นป่วนไปหมด ความอดทนขาดผึง! มือหนาสอดเข้าเอวอ้อนแอ้นเต็มแรงและรั้งเข้ามาแนบชิดกับกายแกร่งจนเกือบเป็นกระชาก
ริมฝีปากหยักนาบลงแนบชิด จนปากต่อปากประกบกันแน่น และเริ่มบดคลึงช้าๆ หญิงสาวเผยอรับอย่างเต็มใจ ลิ้นอุ่นล้วงลึกเข้าไปพลิกพลิ้วเกี่ยวกระหวัดหาความหวานในโพรงปากนุ่มอย่างไม่ลังเล
มือใหญ่ลูบไล้ไปตามแผ่นหลังนวลเนียน แนวโค้งของเอวกิ่วคอด สะโพกผายกลมกลึง และสุดท้ายไปหยุดขยำขยุ้มอยู่ที่บั้นท้ายกลมกลึงหนั่นแน่น
ใบหน้าหล่อเหลาและปลายจมูกโด่งคมบรรจงไล้ลงไปตามพวงแก้มนวลใส ลากต่ำลงมายังปลายคาง ลำคอระหง เคลื่อนคล้อยจนถึงเนินทรวงอวบอิ่มก่อนจะผลักสายเสื้อนอนของหล่อนออกจนมันหลุดลงไปกองอยู่ที่ปลายเท้า
ร่างหนาย่อตัวลงไปฟอนเฟ้น เคล้นคลึงอกอวบเต่งตึง ริมฝีปากอุ่นจัดอ้าครอบและขบเม้มปลายถันสีสวย ลิ้นสากระคายตวัดไปมาจนส่วนนั้นแข็งขันชูชันและเปียกชื้น
อึดใจต่อมา ชายหนุ่มก็ใช้แขนข้างหนึ่งช้อนขาเรียวให้ยกขึ้นเพื่อให้กลางกายสาวเบียดสีกับความกลัดแกร่งของเขาได้แนบชิดยิ่งกว่าเดิม
เสียงหวานที่ครางกระเส่ายิ่งกระตุ้นเร่งเร้าให้เขาเดินหน้าไม่หยุด มือหนาสอดเข้าไปเกาะเกี่ยวเอาบิกิสีหวานออกไปตามเรียวขาสวย มืออีกข้างช้อนเข้าไปใต้ต้นขาแล้วยกขึ้นจนเนินเนื้อโล่งเปลือยปะทะกับแก่นกายยาวแกร่ง
“พี่พีขา รักเอยนะคะ” เสียงหวานวอนขอการเติมเต็มอย่างกระสัน
ภูริภัชร์แทบคลั่ง!
“ช่างร้อนแรงได้ใจเหลือเกินเอยจ๋า”
มือหนาเลื่อนลงไปกระชากกางเกงนอนของตนลงไปค้างไว้ที่ต้นขาแล้วกุมกำความมหึมาพาโจนจ้วงผ่านกลีบเนื้อนวลจมดิ่งเข้าไปจนมิดซึ่งผนังอันอ่อนนุ่มก็คลี่แย้มโอบรัดเขาอย่างเต็มใจ
“แน่นจังค่ะ แต่เอยชอบ อ๊าซ์”
“โอย...เอยจ๋า” ชายหนุ่มครางเสียงแหบโหยเมื่อถูกตอดรัดจนปวดหนึบๆ
“พี่พีขา...เร่งอีกนิดนะคะ”
“ได้เลยจ้ะที่รัก” ภูริภัชร์ก้มมองใบหน้าแสนหวานยวนสวาทแล้วจึงกระแทกกระทั้นเลื้อยมุดเข้าออกให้เร็วขึ้นจนกลายเป็นจังหวะเร่าร้อน
เสียงหน้าขากระทบกันดังเปรี๊ยะๆ ผสานกับเสียงครางกระเส่าของทั้งคู่ราวกับมโหรีวงเล็กที่กำลังบรรเลงเพลงสวาทอย่างไพเราะเพราะพริ้ง ดอกไม้สวยรัดรึงความแข็งแกร่งเต็มแรง น้ำหวานถูกกลั่นออกมาไม่ขาดสาย
“พี่จะไม่ไหวแล้วเอยจ๋า...”
“เอยก็เหมือนกันค่ะ” ใบหน้าแสนหวานแหงนเงยเหยเก “เอยรอไม่ไหวแล้ว”
ได้ยินเสียงเว้าวอนปนกระเส่าของสาวสวย ภูริภัชร์ยิ่งเพิ่มการดิ่งลึกเข้าอีกจนกลายเป็นจังหวะถี่ระรัวราวเสียงกองศึก
เสียงร้องครวญครางของสองหนุ่มสาวดังคู่ปานจะขาดใจ อารมณ์สวาทสาดประทุทะยานขึ้นจนใกล้จะถึงจุดสูงสุด แต่ทันใดนั้น
ชายหนุ่มประทับริมฝีปากลงบนหน้าผากมนอย่างรักใคร่“ผมรักคุณ”“แล้วคุณอิงฟ้าล่ะคะ”“ผมไม่เคยคิดอะไรกับฟ้า นอกจากเพื่อน ผู้หญิงคนเดียวที่อยู่ในหัวใจผมตลอดมาก็คือคุณ” ชายหนุ่มพูดถึงสิ่งที่ซุกซ่อนอยู่ในใจมานานกับหล่อนเป็นครั้งแรก“แล้วทำไมวางตัวกับเอยไม่เหมือนกับยัยเอิงล่ะคะ ทำไมไม่ให้ความสนิทสนมกับเอยเหมือนที่ให้ยัยเอิง”“ก็เพราะถ้าทำแบบนั้นคุณอาจจะชอบผมแบบพี่ชายซึ่งผมไม่ต้องการ ผมไม่อยากเป็นพี่ชายของคุณ แต่อยากเป็นเจ้าของหัวใจและร่างกายของคุณ เข้าใจหรือยังคนสวยของผม” มือหนาลูบไล้ที่ใบหน้าสวยหวานเบา ๆ ด้วยความรักใคร่ทะนุถนอม“รู้หรือเปล่าว่าทำให้เอยน้อยใจแค่ไหน น้อยใจจนพลอยจะเกลียดคุณ แต่ก็เกลียดไม่ลงสักที เอยแอบอิจฉาน้องที่คุณสนิทสนมด้วย และแอบเจ็บปวดเมื่อคิดว่าคุณกับคุณอิงฟ้ารักกัน”“เด็กโง่ ผมรักคุณต่างหาก วันนั้นที่คุณมีเรื่องกับอิงฟ้า ผมเสียใจมากแค่ไหนรู้หรือเปล่า ที่พูดจาไม่ดีกับคุณ”“ยังจะบังคับเอยให้ไปงานบ้านคุณอิงฟ้าอีก” ใบหน้าหวานงอขึ้นอย่างแสนงอน“ตั้งใจจะพาไปแนะนำว่าเอยคือคนที่ผมรัก แต่เอยก็ยั่วจนผมโมโหหึง”“ต่อไปไม่ยั่วแล้วค่ะ จะเป็นภรรยาที่ดีของคุณ”ใบหน้าหล่อคมยิ้มแสนเสน่ห์
เท้าเล็กๆ ก้าวลงจากเวทีตรงไปยังโต๊ะโต๊ะหนึ่งซึ่งภูริภัชร์นั่งอยู่ หญิงสาวร้องเพลงไปพร้อมกับมองสบตาใบหน้าหล่อคมคร้ามนั้นอย่างหวานซึ้ง หากแต่ชายหนุ่มยังคงนิ่งเฉย ทั้งๆ ที่รู้สึกโกรธจนแทบจะฆ่าคนได้ที่ยศสิตาทำเหมือนกำลังเยาะเย้ยเขาWhen you are come to my life.You teach the meaning our love life.I can explain the way I feel,cause know you here by my side.My dream to hope stay like come true.But know the hope love late without you.Losting love my heart to you.I'll be with you all my life.I'll be with you forever จะรักเธอตลอดไปไม่ว่าผ่านฝนร้อนหนาวเท่าไหร่ จะเดินไปด้วยกันWe will be together จะมีแค่เธอคนเดียวเท่านั้นจากวันนี้ไปถึงทุกวัน จะมีกันตลอดไปทุกเวลาที่ฉันมีเธอ เหมือนฉันมีทุกสิ่งเพราะเธอมีความรักแท้จริง ที่ฉันไม่เคย ได้เจอจากใคร... (เพลง มีกันตลอดไป ศิลปิน : แอมมารี่)ร่างเพรียวระหงในชุดเจ้าสาวสีขาวนั่งคุกเข่าลงกับพื้นหญ้าเมื่อเพลงจบพร้อมกับเอ่ยผ่านไมโครโฟนด้วยประโยคที่ทำให้ภูริภัชร์เหมือนถูกตรึงเอาไว้ทั้งตัว“แต่งงานกับเอยนะคะ”“นี่คุณกำลังเล่นอะไร?” เขาพูดเสียงลอดไรฟัน
“ยังไม่นอนอีกเหรอลูก” เสียงบิดาดังขึ้น“ยังครับพ่อ”“พรุ่งนี้ต้องเข้าเมืองแต่เช้าไม่ใช่เหรอ” ผู้เป็นบิดาตบไหล่ลูกชายเบาๆ“ไม่มีปัญหาครับพ่อ ผมตื่นได้สบายมาก”“พ่อเชื่อว่าพีทำได้ แต่ร่างกายก็สำคัญนะลูก พักผ่อนบ้าง”“ครับ... พ่อไปนอนเถอะ ผมขอเวลาสักพัก ก็จะขึ้นไปนอนแล้ว”“มีเรื่องอะไรไม่สบายใจเหรอลูก” พ่อเลี้ยงภูชิตเอ่ยถามเขาก้มหน้าลงเล็กน้อย สายตาเหม่อมองไปไกลเหมือนกำลังใช้ความคิด “เปล่าครับพ่อ แค่อยากดื่ม”“งั้นขอพ่อสักแก้วสิ” ผู้เป็นพ่อพูดแบบลูกผู้ชายคุยกันลูกชายรินเหล้าใส่แก้วทรงเตี้ยแล้วส่งให้“ไม่ได้ดื่มนานแล้วเหมือนกัน” พ่อเลี้ยงภูชิตเปรยพร้อมกับยิ้มน้อยๆ“อย่าดื่มมากนะครับพ่อ เดี๋ยวแม่จะบ่นเอา” ภูริภัชร์สัพยอกบิดา“พ่อพึ่งคุยโทรศัพท์กับดนัย” ผู้เป็นพ่อเอ่ยขึ้น “หนูเอยกำลังจะแต่งงาน”“อะไรนะครับ!” เสียงนั้นดังเกือบเป็นตะโกน“แล้วก็อยากจะมาใช้ไร่เราเป็นสถานที่จัดงาน”มือหนากำเข้าหากันแน่น ขบกรามจนนูนเป็นสัน มันจะมากไปแล้วยศสิตา!“จะแต่งก็แต่งไปสิ หอบหิ้วมาทำไมกันถึงนี่” น้ำเสียงแข็งกร้าวนั้นเต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราด“เอยเขาชอบบรรยากาศบ้านไร่ จะได้ถ่ายรูปออกมาสวยๆ” พ่อเลี้ยงภูชิต
ชายหนุ่มค่อยๆ ลืมตาขึ้นตามที่หมอบอก แสงสว่างที่สาดเข้ามาทำให้ดวงตาสีน้ำตาลเข้มต้องกะพริบถี่ๆ หลายๆ ครั้ง ก่อนจะคลี่ยิ้มออกมาอย่างดีใจเมื่อรู้สึกว่าโลกนี้ไม่มืดมนอีกต่อไป “มองเห็นหมอมั้ยครับ” “เห็นครับหมอ เห็นชัดเลย” “หมอดีใจด้วยครับ” ข่าวดีที่ได้รับหลังจากลูกชายเปิดตาทำให้พ่อเลี้ยงภูชิตและแม่เลี้ยงวลีพรรณยิ้มออกมาอย่างมีความสุขและโล่งอก “แม่ดีใจเหลือเกินพี” นางกอดลูกชายเอาไว้ “ขวัญเอ๋ยขวัญมานะลูก หมดทุกข์หมดโศกเสียที” “พยาบาลพิเศษของแม่ไปไหนแล้วครับ” ชายหนุ่มถามถึงทันทีเมื่อกลับมาถึงบ้านแล้วไม่พบคนที่เขาอยากพบมากที่สุดในตอนนี้ “เธอกลับไปแล้วล่ะลูก” “กลับไปไหนครับ ก็ผมบอกให้เธอรอผม” “หมดหน้าที่เธอแล้วนี่ลูก เธอก็ต้องกลับไปในที่ของเธอ หรือว่าลูกมีอะไรเป็นพิเศษกับเธอ” คำตอบของมารดาทำให้ใบหน้าหล่อคมเคร่งขรึมขึ้นทันที “ไม่มีหรอกครับ การที่เธอไม่อยู่รอผม ก็เท่ากับตอบทุกอย่างหมดแล้ว” เขาพูดพลางแอบถอนหายใจออกมาเบาๆการทำรูปคดีของตำรวจเป็นไปตามขั้นตอน หากแต่พ่อเลี้ยงภูชิตรู้ดีว่าไม่มีทางที่หลักฐานจะสาวถึงตั
“เราหย่ากันแล้ว”“หย่าแล้ว!”“เบาๆ สิคุณ ดีใจขนาดนั้นเชียว”“บ้าสิ! ฉันจะดีใจทำไม”“สมน้ำหน้าผมมั้งที่เมียทิ้ง” พูดติดตลกแต่น้ำเสียงประชดประชันหล่อนค้อนทั้งที่เขามองไม่เห็น เวลาเขาพูดจาดีๆ แบบก็น่ารักหรอก“ไปทำอีท่าไหนเธอถึงได้ทิ้งล่ะคะ”“ผมคงเป็นสามีที่แย่มากเลยมั้ง เธอถึงไม่ลังเลที่จะขอหย่า” ชายหนุ่มเล่าเรื่อยๆ ทั้งๆ ที่ก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงยอมเล่าให้หล่อนฟัง อาจเป็นเพราะอยากระบายให้ใครสักคนได้รับรู้ แต่ทำไมต้องเป็นผู้หญิงขี้วีน ปากร้าย อย่างแม่พยาบาลสาวคนนี้ก็ไม่รู้“ฉันขอเดานะ คุณคงไปทำเจ้าชู้ให้เธอเห็นล่ะสิ”“ผมไม่เคยเจ้าชู้ ทั้งก่อนและหลังแต่งงาน”มือที่กำลังนวดศีรษะเผลอดขยำแรง “เชื่อยากค่ะ!”“นี่! เบาๆ สิคุณ”“อุ๊ย! ขอโทษค่ะ” หล่อนรีบเอ่ยขึ้นพร้อมกับยิ้มแหยๆ “พอดีฉันอินไปหน่อยน่ะค่ะ เล่าต่อสิคะ”“ทำไมต้องอิน”“เอ่อ...ฉันก็เคยจับได้ว่าแฟนมีกิ๊กเหมือนกันค่ะ”“เหรอ...คุณนี่ทันสมัยจริงนะรู้จักกิ๊กกะเขาด้วย”หล่อนหรี่ตามองเขาอย่างหมั่นไส้ “ทำยังกะคุณไม่เคยมี”“พูดไปก็เท่านั้น”พยาบาลเปิดฝักบัวล้างแชมพูออกจากผมให้เขา“คุณทำเหมือนคุณรักภรรยาคุณมาก”“ผมไม่เคยพูดถึงความรักกับเธอซะที เพราะ
“อย่ามายุ่ง!”“ดิฉันต้องยุ่งค่ะ เพราะมันเป็นหน้าที่ของดิฉัน”“เอาล่ะ...คุณพยาบาล” ภูริภัชร์กัดฟันเอ่ยอย่างใจเย็น “พาผมขึ้นไปห้อง ผมจะนอน หวังว่าคุณคงไม่นอนเฝ้าผมหรอกนะ”“ไปสิคะ...แต่คงต้องบอกว่า ดิฉันจะนอนเฝ้าคุณด้วยค่ะ”ชายหนุ่มระบายลมหายใจออกมาแรงๆ บ่งบอกว่าหัวเสียและรำคาญพยาบาลสาวคนใหม่เต็มทน จากนั้นภูริภัชร์ก็หมดความเป็นส่วนตัวเพราะพลอยดาวจะคอยตามประกบเขาตลอดไม่ว่าทำอะไร ยกเว้นเสียแต่ตอนเข้าห้องน้ำเท่านั้น เขาหงุดหงิดในช่วงแรกๆ แต่ต่อมาก็เริ่มชินและปรับตัวให้เข้ากับความจุ้นจ้านของหล่อนให้มากที่สุดเพื่อจะได้ไม่ต้องหงุดหงิด บางครั้งเขาก็แกล้งโมโหรำคาญและไล่หล่อนไปไกลๆ หากแต่หล่อนก็ยังไม่ยอมไปไหน ยังคงเฝ้าดูแลปรนนิบัติเขาอย่างสม่ำเสมอ ไม่เหมือน... ชายหนุ่มรีบสะบัดศีรษะแรงๆ เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ ป่านนี้คงมีความสุขกับหนุ่มใหม่ที่กรุงเทพฯ แล้วมั้ง หรือไม่ก็ไปเที่ยวต่างประเทศเพลินเพราะได้น้องเขยเป็นมหาเศรษฐี ให้ตายสิ! ทำไมเขาต้องทุรนทุรายมากขนาดนี้ ทำไมไม่ลืมผู้หญิงเจ้าพยศคนนั้นไปเสียที!พยาบาลสาวนำอาหารเที่ยงมาให้เขาและจัดแจงให้กินยาจนเสร็จ หลังจากนั้นหล่อนก็หายตัวไปนานพอสมควร ทำให้ชายหน







