INICIAR SESIÓNเอ๊กอิเอ๊ก...เอ๊กกกก
เสียงไก่ขันยามใกล้รุ่งทำให้ฝันอันแสนหวานนั้นสิ้นสุดลงทันที อารมณ์รักที่กำลังร้อนแรงทะยานสูงมีอันต้องสะดุดกึก!
ภูริภัชร์ลืมตาขึ้นในตอนนั้น
“บ้าไปแล้วไอ้พี! นี่ถึงขนาดเก็บมาฝันเลยเหรอวะ” ชายหนุ่มสบถด่าตัวเอง ใบหน้าหล่อคมแดงก่ำ คิดแล้วก็อดขำตัวเองไม่ได้ที่ปล่อยอารมณ์จนเตลิดราวกับเด็กหนุ่มวัยแตกผลิที่เก็บเอาสาวคนรักมาจินตนาการถึงในยามหลับและตื่นมาด้วยอาการเปียกชุ่ม
ภูริภัชร์ดับความร้อนรุ่มของตัวเองด้วยการเดินเข้าไปอาบน้ำชำระร่างกาย เปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดทำงาน และขับรถออกจากบ้านแม่เลี้ยงวลีพรรณเข้าเมืองไปตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง
เช้าวันรุ่งขึ้น...
กระเป๋าสัมภาระหลายใบถูกขนมาวางรวมกันยังลานหน้าบ้านวลีพรรณก่อนที่คนขับรถจะทยอยยกกระเป๋าเหล่านั้นขึ้นใส่ด้านหลังรถตู้สีขาวคันใหญ่ซึ่งจะใช้เป็นพาหนะสำหรับไปเชียงรายในวันนี้
ดนัย พ่อเลี้ยงภูชิต และแม่เลี้ยงวลีพรรณ นั่งรายล้อมดื่มกาแฟที่โต๊ะอาหารไปพลางๆ ในระหว่างรอยศสิตาและอริสราลงมาสมทบ
“เสร็จหรือยังเอิง” เสียงหวานๆ ของพี่สาวตะโกนเร่งอริสราซึ่งกำลังง่วนอยู่กับการแต่งตัวที่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง
“เสร็จแล้วๆ ค่ะ” อริสรารีบตอบหลังจากบรรจงทาลิปกลอสเพื่อให้ความชุ่มชื้นแก่ริมฝีปากในยามที่อากาศเย็นเช่นนี้
“งั้นก็ไปกันเถอะป่านนี้คุณพ่อกับคุณลุง คุณป้า รอแย่แล้ว”
“จ้าๆ” ผู้เป็นน้องหันมาฉีกยิ้มอย่างประจบก่อนจะยกกระเป่าสะพายข้างขึ้นพายบนบ่าแล้วก้าวออกจากห้องล่วงหน้าไปก่อนผู้เป็นพี่สาว
ยศสิตาตรวจสอบความเรียบร้อยของห้อง ปิดไฟ ปิดแอร์ ล็อกประตูแล้วจึงเดินลงบันไดไปบ้าง บันไดของบ้านวลีพรรณทำจากไม้สักทองที่ขัดจนเป็นมันวาวจึงลื่นมากโดยเฉพาะเมื่อหล่อนสวมถุงเท้าเดิน
“โอ๊ย!” เสียงร้องของยศสิตาดังขึ้นเมื่อก้าวลงมาถึงบันไดเกือบขั้นสุดท้าย
“เป็นอะไรพี่เอย”
อริสรารีบวิ่งเข้าตรงมาดูพี่สาวที่ทรุดตัวนั่งลงกุมข้อเท้าตัวเอง สีหน้าเหยเกบ่งบอกความเจ็บปวด ผู้ใหญ่ทั้งสามคนที่นั่งจิบกาแฟอยู่ที่โต๊ะก็พลอยลุกขึ้นมาดูด้วย
“พี่ลื่นน่ะเอิง สงสัยขาจะแพลง”
“เดินไหวหรือเปล่าคะพี่เอย”
“พอไหว”
อริสราประคองยศสิตให้ลุกขึ้นก่อนจะพาไปนั่งที่โซฟาตัวยาวซึ่งอยู่ใกล้ๆ บริเวณนั้น
“สงสัยเอยจะไปเที่ยวด้วยไม่ได้แล้วล่ะค่ะคุณพ่อ” หญิงสาวเงยหน้าขึ้นบอกดนัยที่กำลังยืนมองดูอยู่ใกล้ๆ
“งั้นพ่อจะยกเลิกทริปนี้ก็แล้วกัน”
“อย่านะคะคุณพ่อ อย่าต้องยกเลิกเพราะเอยคนเดียวเลยค่ะ”
“แล้วหนูเอยจะอยู่กับใครล่ะลูก?” แม่เลี้ยงวลีพรรณเอ่ยถามขึ้นบ้าง
ยศสิตายิ้มแหยๆ “เอยอยู่ได้ค่ะคุณป้า ยังพอเดินไหว แต่จะให้ปีนภูปีนเขาคงแย่”
“อยู่ได้แน่นะลูก” ดนัยถามอย่างกังวล
“ได้สิคะ ขอแค่มีคนทำกับข้าวให้กินก็พอ”
“งั้นเดี๋ยวป้าจะให้เนียมคอยดูแลเรื่องอาหารการกินให้นะ อยากกินอะไรก็บอกเนียมได้เลย”
หญิงสาวพนมมือขึ้นไหว้ “ขอบคุณค่ะคุณป้า”
“เสียดายจังอ่ะพี่เอย” อริสราอดบ่นไม่ได้ที่พี่สาวไม่ได้ไปด้วย
“เอาไว้คราวหน้าก็ได้”
“คราวหน้าอะไร เดี๋ยวเดือนหน้าพี่เอยก็ต้องไปเรียนต่อแล้ว”
สีหน้าของอริสราหม่นลงเล็กน้อยเมื่อพูดถึงเรื่องนี้เพราะหล่อนกับยศสิตานั้นไม่เคยห่างกันนาน
“ดูลูกสาวคนเล็กคุณพ่อสิคะ ไม่ทันไรเลยทำท่าจะงอแงซะแล้ว” ยศสิตากระเซ้าแล้วหันไปพยักพเยิดกับผู้เป็นบิดาซึ่งดนัยก็อดยิ้มอย่างอ่อนโยนไม่ได้
“ยังไงก็ดูแลตัวเองด้วยนะลูก” ดนัยสั่งกำชับก่อนจะเอ่ยชวนทุกคนให้เดินไปขึ้นรถเมื่อยศสิตายืนยันว่าหล่อนอยู่คนเดียวได้
“บ๊าย...บาย” เสียงยศสิตาดังขึ้นแว่วๆ พลางโบกมือให้กับรถตู้ที่ค่อยๆ แล่นออกห่างจากบริเวณหน้าบ้านไปเรื่อยๆ แล้วในที่สุดรถคันนั้นก็วิ่งลับตาไป
“เฮ้อ...” หญิงสาวระบายลมหายใจออกมายาวเหยียดอย่างอดที่จะเหงาไม่ได้เมื่อตอนนี้ทั้งบ้านมีเพียงแค่หล่อนอยู่คนเดียว
ร่างอรชรแข็งใจเดินกลับมาทั้งที่เท้ายังเจ็บลงน้ำหนักได้ไม่เต็มที่ เมื่อเข้ามาในบ้านก็พบว่าเนียมเตรียมอาหารเช้ารวมถึงกล่องยาเอาไว้ให้หล่อนเรียบร้อยแล้ว เนียมเอาน้ำแข็งมาประคบให้ หลังจากนั้นหล่อนจึงรับประทานอาหาร
ยศสิตายกเท้าขึ้นวางบนโซฟาตัวยาวแล้วนวดอย่างเบามือ หล่อนสังเกตว่าข้อเท้าข้างที่แพลงบวมขึ้นเล็กน้อย หญิงสาวจึงทานยาแก้ปวดและแก้เส้นเอ็นอักเสบอย่างละสองเม็ดด้วย จากนั้นจึงหานิตยสารอ่านและผล็อยหลับไปบนโซฟาตัวนั้นโดยไม่รู้ตัว
เรือนร่างอันอ้อนแอ้นหลับอยู่เป็นนานเพราะอากาศที่เย็นสบายบวกกับฤทธิ์ยาที่กินเข้าไป มารู้สึกตัวอีกทีตอนที่เนียมเดินเข้ามาปลุกในเวลาใกล้ค่ำ
“คุณเอยคะ คุณเอย” เสียงเรียกแว่วๆ ของเนียมทำให้แพขนตางอนยาวที่ประดับดวงตากลมโตอยู่ในยามหลับใหลค่อยๆ ลืมขึ้นมองคนเรียกอย่างงัวเงีย
“คะพี่เนียม?”
“ตื่นเถอะค่ะ ค่ำแล้ว โบราณว่านอนตอนผีตากผ้าอ้อมไม่ดีนะคะ”
“โห... นี่เอยหลับไปนานขนาดนั้นเลยเหรอคะ”
“หลับตั้งแต่ทานข้าวเช้าเสร็จนั่นล่ะคะ”
“แล้วนี่กี่โมงแล้วคะ?” หญิงสาวเอ่ยถามพลางกวาดสายตาคู่สวยเหลือบมองไปที่นาฬิกาไม้สักขัดเงาซึ่งติดอยู่ข้างฝา
“จะหกโมงแล้วค่ะ” เนียมตอบ
“งั้นเอยขอตัวไปอาบน้ำก่อนนะคะ”
“แล้วคุณเอยจะทานอะไรดีคะเย็นนี้”
“เอยอยู่บ้านคนเดียว ทานง่ายๆ ก็ได้ค่ะ พี่เนียมจะได้ไม่ยุ่งยาก”
“ถ้าอย่างนั้นเนียมจะทำแกงเลียงกับผัดเห็ดหอมให้นะคะ”
ยศสิตายิ้มและพยักหน้ารับ ก่อนจะค่อยๆ เดินเกาะราวบันไดขึ้นไปยังห้องชั้นบนเพื่ออาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า โดยใช้เวลาไม่นานนักหญิงสาวก็ลงมารับประทานอาหารเย็นที่เนียมเตรียมไว้ให้
ชายหนุ่มประทับริมฝีปากลงบนหน้าผากมนอย่างรักใคร่“ผมรักคุณ”“แล้วคุณอิงฟ้าล่ะคะ”“ผมไม่เคยคิดอะไรกับฟ้า นอกจากเพื่อน ผู้หญิงคนเดียวที่อยู่ในหัวใจผมตลอดมาก็คือคุณ” ชายหนุ่มพูดถึงสิ่งที่ซุกซ่อนอยู่ในใจมานานกับหล่อนเป็นครั้งแรก“แล้วทำไมวางตัวกับเอยไม่เหมือนกับยัยเอิงล่ะคะ ทำไมไม่ให้ความสนิทสนมกับเอยเหมือนที่ให้ยัยเอิง”“ก็เพราะถ้าทำแบบนั้นคุณอาจจะชอบผมแบบพี่ชายซึ่งผมไม่ต้องการ ผมไม่อยากเป็นพี่ชายของคุณ แต่อยากเป็นเจ้าของหัวใจและร่างกายของคุณ เข้าใจหรือยังคนสวยของผม” มือหนาลูบไล้ที่ใบหน้าสวยหวานเบา ๆ ด้วยความรักใคร่ทะนุถนอม“รู้หรือเปล่าว่าทำให้เอยน้อยใจแค่ไหน น้อยใจจนพลอยจะเกลียดคุณ แต่ก็เกลียดไม่ลงสักที เอยแอบอิจฉาน้องที่คุณสนิทสนมด้วย และแอบเจ็บปวดเมื่อคิดว่าคุณกับคุณอิงฟ้ารักกัน”“เด็กโง่ ผมรักคุณต่างหาก วันนั้นที่คุณมีเรื่องกับอิงฟ้า ผมเสียใจมากแค่ไหนรู้หรือเปล่า ที่พูดจาไม่ดีกับคุณ”“ยังจะบังคับเอยให้ไปงานบ้านคุณอิงฟ้าอีก” ใบหน้าหวานงอขึ้นอย่างแสนงอน“ตั้งใจจะพาไปแนะนำว่าเอยคือคนที่ผมรัก แต่เอยก็ยั่วจนผมโมโหหึง”“ต่อไปไม่ยั่วแล้วค่ะ จะเป็นภรรยาที่ดีของคุณ”ใบหน้าหล่อคมยิ้มแสนเสน่ห์
เท้าเล็กๆ ก้าวลงจากเวทีตรงไปยังโต๊ะโต๊ะหนึ่งซึ่งภูริภัชร์นั่งอยู่ หญิงสาวร้องเพลงไปพร้อมกับมองสบตาใบหน้าหล่อคมคร้ามนั้นอย่างหวานซึ้ง หากแต่ชายหนุ่มยังคงนิ่งเฉย ทั้งๆ ที่รู้สึกโกรธจนแทบจะฆ่าคนได้ที่ยศสิตาทำเหมือนกำลังเยาะเย้ยเขาWhen you are come to my life.You teach the meaning our love life.I can explain the way I feel,cause know you here by my side.My dream to hope stay like come true.But know the hope love late without you.Losting love my heart to you.I'll be with you all my life.I'll be with you forever จะรักเธอตลอดไปไม่ว่าผ่านฝนร้อนหนาวเท่าไหร่ จะเดินไปด้วยกันWe will be together จะมีแค่เธอคนเดียวเท่านั้นจากวันนี้ไปถึงทุกวัน จะมีกันตลอดไปทุกเวลาที่ฉันมีเธอ เหมือนฉันมีทุกสิ่งเพราะเธอมีความรักแท้จริง ที่ฉันไม่เคย ได้เจอจากใคร... (เพลง มีกันตลอดไป ศิลปิน : แอมมารี่)ร่างเพรียวระหงในชุดเจ้าสาวสีขาวนั่งคุกเข่าลงกับพื้นหญ้าเมื่อเพลงจบพร้อมกับเอ่ยผ่านไมโครโฟนด้วยประโยคที่ทำให้ภูริภัชร์เหมือนถูกตรึงเอาไว้ทั้งตัว“แต่งงานกับเอยนะคะ”“นี่คุณกำลังเล่นอะไร?” เขาพูดเสียงลอดไรฟัน
“ยังไม่นอนอีกเหรอลูก” เสียงบิดาดังขึ้น“ยังครับพ่อ”“พรุ่งนี้ต้องเข้าเมืองแต่เช้าไม่ใช่เหรอ” ผู้เป็นบิดาตบไหล่ลูกชายเบาๆ“ไม่มีปัญหาครับพ่อ ผมตื่นได้สบายมาก”“พ่อเชื่อว่าพีทำได้ แต่ร่างกายก็สำคัญนะลูก พักผ่อนบ้าง”“ครับ... พ่อไปนอนเถอะ ผมขอเวลาสักพัก ก็จะขึ้นไปนอนแล้ว”“มีเรื่องอะไรไม่สบายใจเหรอลูก” พ่อเลี้ยงภูชิตเอ่ยถามเขาก้มหน้าลงเล็กน้อย สายตาเหม่อมองไปไกลเหมือนกำลังใช้ความคิด “เปล่าครับพ่อ แค่อยากดื่ม”“งั้นขอพ่อสักแก้วสิ” ผู้เป็นพ่อพูดแบบลูกผู้ชายคุยกันลูกชายรินเหล้าใส่แก้วทรงเตี้ยแล้วส่งให้“ไม่ได้ดื่มนานแล้วเหมือนกัน” พ่อเลี้ยงภูชิตเปรยพร้อมกับยิ้มน้อยๆ“อย่าดื่มมากนะครับพ่อ เดี๋ยวแม่จะบ่นเอา” ภูริภัชร์สัพยอกบิดา“พ่อพึ่งคุยโทรศัพท์กับดนัย” ผู้เป็นพ่อเอ่ยขึ้น “หนูเอยกำลังจะแต่งงาน”“อะไรนะครับ!” เสียงนั้นดังเกือบเป็นตะโกน“แล้วก็อยากจะมาใช้ไร่เราเป็นสถานที่จัดงาน”มือหนากำเข้าหากันแน่น ขบกรามจนนูนเป็นสัน มันจะมากไปแล้วยศสิตา!“จะแต่งก็แต่งไปสิ หอบหิ้วมาทำไมกันถึงนี่” น้ำเสียงแข็งกร้าวนั้นเต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราด“เอยเขาชอบบรรยากาศบ้านไร่ จะได้ถ่ายรูปออกมาสวยๆ” พ่อเลี้ยงภูชิต
ชายหนุ่มค่อยๆ ลืมตาขึ้นตามที่หมอบอก แสงสว่างที่สาดเข้ามาทำให้ดวงตาสีน้ำตาลเข้มต้องกะพริบถี่ๆ หลายๆ ครั้ง ก่อนจะคลี่ยิ้มออกมาอย่างดีใจเมื่อรู้สึกว่าโลกนี้ไม่มืดมนอีกต่อไป “มองเห็นหมอมั้ยครับ” “เห็นครับหมอ เห็นชัดเลย” “หมอดีใจด้วยครับ” ข่าวดีที่ได้รับหลังจากลูกชายเปิดตาทำให้พ่อเลี้ยงภูชิตและแม่เลี้ยงวลีพรรณยิ้มออกมาอย่างมีความสุขและโล่งอก “แม่ดีใจเหลือเกินพี” นางกอดลูกชายเอาไว้ “ขวัญเอ๋ยขวัญมานะลูก หมดทุกข์หมดโศกเสียที” “พยาบาลพิเศษของแม่ไปไหนแล้วครับ” ชายหนุ่มถามถึงทันทีเมื่อกลับมาถึงบ้านแล้วไม่พบคนที่เขาอยากพบมากที่สุดในตอนนี้ “เธอกลับไปแล้วล่ะลูก” “กลับไปไหนครับ ก็ผมบอกให้เธอรอผม” “หมดหน้าที่เธอแล้วนี่ลูก เธอก็ต้องกลับไปในที่ของเธอ หรือว่าลูกมีอะไรเป็นพิเศษกับเธอ” คำตอบของมารดาทำให้ใบหน้าหล่อคมเคร่งขรึมขึ้นทันที “ไม่มีหรอกครับ การที่เธอไม่อยู่รอผม ก็เท่ากับตอบทุกอย่างหมดแล้ว” เขาพูดพลางแอบถอนหายใจออกมาเบาๆการทำรูปคดีของตำรวจเป็นไปตามขั้นตอน หากแต่พ่อเลี้ยงภูชิตรู้ดีว่าไม่มีทางที่หลักฐานจะสาวถึงตั
“เราหย่ากันแล้ว”“หย่าแล้ว!”“เบาๆ สิคุณ ดีใจขนาดนั้นเชียว”“บ้าสิ! ฉันจะดีใจทำไม”“สมน้ำหน้าผมมั้งที่เมียทิ้ง” พูดติดตลกแต่น้ำเสียงประชดประชันหล่อนค้อนทั้งที่เขามองไม่เห็น เวลาเขาพูดจาดีๆ แบบก็น่ารักหรอก“ไปทำอีท่าไหนเธอถึงได้ทิ้งล่ะคะ”“ผมคงเป็นสามีที่แย่มากเลยมั้ง เธอถึงไม่ลังเลที่จะขอหย่า” ชายหนุ่มเล่าเรื่อยๆ ทั้งๆ ที่ก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงยอมเล่าให้หล่อนฟัง อาจเป็นเพราะอยากระบายให้ใครสักคนได้รับรู้ แต่ทำไมต้องเป็นผู้หญิงขี้วีน ปากร้าย อย่างแม่พยาบาลสาวคนนี้ก็ไม่รู้“ฉันขอเดานะ คุณคงไปทำเจ้าชู้ให้เธอเห็นล่ะสิ”“ผมไม่เคยเจ้าชู้ ทั้งก่อนและหลังแต่งงาน”มือที่กำลังนวดศีรษะเผลอดขยำแรง “เชื่อยากค่ะ!”“นี่! เบาๆ สิคุณ”“อุ๊ย! ขอโทษค่ะ” หล่อนรีบเอ่ยขึ้นพร้อมกับยิ้มแหยๆ “พอดีฉันอินไปหน่อยน่ะค่ะ เล่าต่อสิคะ”“ทำไมต้องอิน”“เอ่อ...ฉันก็เคยจับได้ว่าแฟนมีกิ๊กเหมือนกันค่ะ”“เหรอ...คุณนี่ทันสมัยจริงนะรู้จักกิ๊กกะเขาด้วย”หล่อนหรี่ตามองเขาอย่างหมั่นไส้ “ทำยังกะคุณไม่เคยมี”“พูดไปก็เท่านั้น”พยาบาลเปิดฝักบัวล้างแชมพูออกจากผมให้เขา“คุณทำเหมือนคุณรักภรรยาคุณมาก”“ผมไม่เคยพูดถึงความรักกับเธอซะที เพราะ
“อย่ามายุ่ง!”“ดิฉันต้องยุ่งค่ะ เพราะมันเป็นหน้าที่ของดิฉัน”“เอาล่ะ...คุณพยาบาล” ภูริภัชร์กัดฟันเอ่ยอย่างใจเย็น “พาผมขึ้นไปห้อง ผมจะนอน หวังว่าคุณคงไม่นอนเฝ้าผมหรอกนะ”“ไปสิคะ...แต่คงต้องบอกว่า ดิฉันจะนอนเฝ้าคุณด้วยค่ะ”ชายหนุ่มระบายลมหายใจออกมาแรงๆ บ่งบอกว่าหัวเสียและรำคาญพยาบาลสาวคนใหม่เต็มทน จากนั้นภูริภัชร์ก็หมดความเป็นส่วนตัวเพราะพลอยดาวจะคอยตามประกบเขาตลอดไม่ว่าทำอะไร ยกเว้นเสียแต่ตอนเข้าห้องน้ำเท่านั้น เขาหงุดหงิดในช่วงแรกๆ แต่ต่อมาก็เริ่มชินและปรับตัวให้เข้ากับความจุ้นจ้านของหล่อนให้มากที่สุดเพื่อจะได้ไม่ต้องหงุดหงิด บางครั้งเขาก็แกล้งโมโหรำคาญและไล่หล่อนไปไกลๆ หากแต่หล่อนก็ยังไม่ยอมไปไหน ยังคงเฝ้าดูแลปรนนิบัติเขาอย่างสม่ำเสมอ ไม่เหมือน... ชายหนุ่มรีบสะบัดศีรษะแรงๆ เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ ป่านนี้คงมีความสุขกับหนุ่มใหม่ที่กรุงเทพฯ แล้วมั้ง หรือไม่ก็ไปเที่ยวต่างประเทศเพลินเพราะได้น้องเขยเป็นมหาเศรษฐี ให้ตายสิ! ทำไมเขาต้องทุรนทุรายมากขนาดนี้ ทำไมไม่ลืมผู้หญิงเจ้าพยศคนนั้นไปเสียที!พยาบาลสาวนำอาหารเที่ยงมาให้เขาและจัดแจงให้กินยาจนเสร็จ หลังจากนั้นหล่อนก็หายตัวไปนานพอสมควร ทำให้ชายหน







