LOGINหลังจากที่มินตราเข้าห้องน้ำทำธุระส่วนตัวเสร็จ จึงเดินไปที่โต๊ะแขกตามที่ผู้จัดการบอกไว้
“หนูมินตรา มานั่งดื่มเป็นเพื่อนเฮียหน่อยสิ” ยังไม่ทันจะเดินถึงโต๊ะ ชายที่เรียกตัวเองว่าเฮียก็ทักทายเชิญชวนให้มินตราดื่มเสียแล้ว
“คือหนูไม่ดื่มค่ะ พอดีพรุ่งนี้มีเรียน” มินตราจำต้องโกหกชายสูงวัยตรงหน้าไป จะดื่มไปทำไมล่ะ มันบาดคอ เสียงก็หายหมดนะสิ
“ไม่เป็นไรเฮียไม่ได้ให้หนูดื่มเหล้าสักหน่อย เอาเป็นสปายมั้ย” ชายสูงวัยตื้อไม่เลิก จนหญิงสาวต้องยอม เพราะไม่อยากมีปัญหา
“อืม! ก็ได้คะ” มินตราตอบชายสูงวัยตรงหน้า เขาให้ลูกน้องที่ยืนดูแลไปสั่งสปายมาให้มินตรา บริกรวางแก้ว คนที่เรียกตัวเองว่าเฮียก็ขอชนแก้วทันที
หลังจากที่ชนแก้วเสร็จก็ถึงคิวที่มินตราต้องร้องเป็นรอบสุดท้ายก่อนเลิกงาน จึงขอตัวจากแขกโต๊ะนั้นแล้วขึ้นเวทีไป
“ค่ะ จบบทเพลงสุดท้ายสําหรับวันนี้พวกเราทุกคนต้องขอขอบคุณมากเลย ๆ นะคะ...เดี๋ยวฟังเพลงเพราะ ๆ จากดีเจสุดหล่อกันต่อไป แล้วพบมินตราใหม่ ในโอกาสหน้านะคะ สวัสดีค่ะ..”
“น้องมินตราครับ ก่อนกลับบ้านเฮียโต๊ะเมื่อกี้ขอพบหน่อยนะครับ ผู้จัดการร้านพูดขึ้น เมื่อหญิงสาวลงมาจากเวที และไม่นานคนสนิทของเฮียคนหนึ่งก็รีบเดินมาบอกกับนักร้องสาวอีกที เพราะเห็นว่าเธอยังไม่ไปหาที่โต๊ะ
“นาย!! ? มาเที่ยวด้วยเหรอ หญิงสาวชะงักมือที่เก็บข้าวของอยู่แล้วนิ่วหน้ามองอย่างสงสัยว่านายวิชญ์มาที่นี่ได้ยังไง
“ผมก็มีขานะครับ ทำไมจะมาไม่ได้ ชายหนุ่มตอบกลับมาอย่างกวน ๆ
“มินตราไปที่ห้องของคุณวิษณุด่วนเลย” ผู้จัดการหนุ่มพูดจบเขาก็เดินนําไป โดยที่มินตรายังงงอยู่ว่าสรวิชญ์มาทำอะไรที่ร้านอาหารแห่งนี้ และก็ยังงงไปอีกต่อว่า แค่ไม่ไปพบลูกค้าที่โต๊ะหลังเลิกงานถึงขั้นต้องถูกเรียกตัวไปพบเลยเหรอ
“สวัสดีค่ะ... เมื่อมาถึงห้องนัดหมาย นักร้องสาวสวยก็เอ่ยทักผู้เป็นเจ้านายออกไป หากแต่ก็ต้องชะงักนิ่งเมื่อเห็นบุคคลที่เรียกตัวเองว่าเฮียอยู่ในห้องนี้ด้วย เขาจ้องใบหน้าสวยของเธอและทักขึ้นต่อจากเจ้านายของเธอ
“เชิญนั่งก่อนสิหนู ชายสูงวัยที่เรียกเธอไปพบที่โต๊ะเมื่อสักครู่รีบบอกมินตรา เธอมองตอบพร้อมกับส่งยิ้มให้ตามมารยาท ก่อนที่แขกคนนั้นจะชวนผู้มาใหม่นั่งลงเมื่อเห็นว่าเธออึ้งไป
“ไม่เป็นไรค่ะ” หญิงสาวปฏิเสธเพราะเกรงว่าต้องนั่งข้าง ๆ ชายสูงวัยที่กางแขนทั้งสองข้างบนขอบโซฟา และอีกอย่างกระโปรงนักร้องที่ร้านอาหารนี้ให้ใส่ก็สั้นมากด้วยขืนนั่งไปก็เปิดหว๋อกันพอดี
“นี่คุณทศพลนะ พอดีเฮียเค้าอยากรู้จักหนู..ที่โต๊ะเมื่อกี้ไม่ทันได้แนะนำตัว” เจ้าของร้านสูงวัยนามว่าคุณวิษณุแนะนำชายอีกคนที่วัยใกล้เคียงกันและคาดว่าจะเป็นลูกค้าประจำ มาให้เธอรู้จักชื่อเสียงเรียงนาม
“สวัสดีค่ะ” เมื่อรู้จักแล้วมินตราก็ไหว้ชายสูงวัยที่ชื่อเฮียทศพลอีกรอบ เขารีบลุกขึ้นรับไหว้มินตราโดยยืนขึ้นเอามือมาจับสองมือหญิงสาวไว้แทนอย่างถือวิสาสะ
“ร้องเพลงจบแล้ว เฮียอยากจะชวนมินตราไปฟังเพลงต่อได้มั้ย”
“เออ..คือว่าพรุ่งนี้หนูมีเรียนค่ะ ต้องขอตัวนะคะ” หญิงสาวรีบปฏิเสธพร้อมดึงมือออกจากการเกาะกุมของเฮียทศพลทันที
“ถ้างั้นไม่เป็นไร วันนี้ให้เฮียไปส่งได้มั้ย”
“หนูกลับเองได้ค่ะ พอดีหนูขับมอไชด์มา”
“ไม่เป็นไรให้เฮียไปส่ง มอเตอร์ไชด์หนู เดี๋ยวให้เด็กของเฮียขับไปให้ นะนะ” เฮียทศพลยังตื๊อมินตราไม่เลิก จนหญิงสาวต้องพูดปฏิเสธอีกรอบ
“อืมห์ หนูต้องขอโทษจริง ๆ ค่ะเฮีย หนูไม่สะดวกเอาไว้โอกาสหน้านะคะ พอดีพรุ่งนี้หนูมีเรียนค่ะ ต้องขออภัยจริง ๆ ค่ะ”
มินตราปฏิเสธเสียงแข็งและรีบเดินออกมาอย่างรวดเร็วจน นายวิชญ์ที่รออยู่บริเวณใกล้ ๆ ต้องรีบเดินตาม
“นี่คุณ จะรีบเดินไปไหน เลิกงานแล้วใครเรียกคุณขึ้นไปคุยอีกล่ะ”
“พอดีมีลูกค้าคนสำคัญของทางร้าน คุณวิษณุเลยแนะนำให้ฉันรู้จัก เขาก็เลยจะขอไปส่งฉัน”
“ห๊า!.. มาทำงานวันแรกคุณก็มีแขกจะออฟแล้วเหรอเนี่ย”
“นี่!.. อย่าพูดพล่อย ๆ นะ ฉันไม่ได้ตกลงย่ะ แล้วก็ไม่ได้ออฟอะไรทั้งนั้นแหละ เขาแค่จะขอไปส่ง แต่ฉันปฏิเสธไปแล้ว” หญิงสาวแก้ตัวอย่างกับเป็นคนรักของเขา ซึ่งเธอก็เพิ่งนึกได้ว่าทำไมต้องอธิบายให้อีตานี่ฟังด้วย ไร้สาระ จึงชวนคุยเรื่องอื่นระหว่างที่เธอจะเข้าไปเปลี่ยนชุด
“อืม..แล้วนายมาเป็นพนักงานเสิร์ฟที่นี่ด้วยหรอ” มินตราถามขึ้นเพราะเห็นเขาใส่ชุดพนักงานเสิร์ฟของทางร้าน แต่ช่วงที่เธอร้องเพลงก็ไม่เห็นนายวิชญ์จะมาเดินเสิร์ฟแต่อย่างใด
“ครับ ผมก็เพิ่งมาทำงานวันแรกเหมือนคุณแหละ ทำไปด้วยเรียนไปด้วย จะได้ไม่ต้องพึ่งพาทางบ้านครับ”
“อืมก็ดีแล้ว ฉันไปก่อนนะ
“เย็นนี้บอกไอ้วิชญ์มาทำงานด้วยนะ ถ้าไม่อยากโดนไล่ออก” อยู่ ๆ ก็เปลี่ยนใจกะทันหันที่ตอนแรกจะไล่ออก มินตรานึกในใจ อารมณ์ไหนกันแน่ เดี๋ยวให้ออก เดี๋ยวให้มาทำงานอันที่จริง เขาอยากให้สรวิชญ์อยู่ในสายตาเสียมากกว่า เพื่อว่าเกิดอะไรขึ้นจะได้ให้ลูกน้องจัดการเสียเลย เพราะตอนนี้เขาอยากกำจัดให้สรวิชญ์ออกไปเสียพ้นทางมากกว่า แต่ถ้าไล่ออกก็กลัวมินตราแอบไปหาเด็กหนุ่มอีก “ค่ะท่าน แต่ไม่รู้เขาจะมาทำงานไหวหรือเปล่านะคะ” “เป็นห่วงขึ้นขนาดนั้นเชียวรึ” “ปะ เปล่าค่ะ คือมินแค่เดาไว้เฉย ๆ” “อืม” จริง ๆ ท่านวิษณุก็รู้เพียงแค่ว่าทั้งสองคบกัน แต่ไม่รู้ว่าถึงขั้นอยู่ด้วยกันแล้ว เพราะรู้มาว่าสองคนนี้พักอยู่หอที่เดียวกัน “อย่าลืมไปเคลียร์ให้จบนะ เพราะฉันทำตามสัญญาแล้ว” “ค่ะ” วันนี้วิษณุโทรไปบอกค่ายเพลงแล้วว่ามินตราตกลงจะไปเป็นนักร้องที่ค่าย สยามวอยซ์โปรดักชั่น ตกเย็นสรวิชญ์กลับมาถึงหน้ามหาวิทยาลัยก็โทรหามินตรา เธอก็รีบกลับจากห้องของวิษณุเจ้านายเมื่อสักชั่วโมงก่อนหน้าที่สรวิชญ์จะถึง “คิดถึงพี่จังเลยครับ..” เด็กหนุ่มเอื้อมมาหอมแก้มหญิงสา
วันนี้นักศึกษาทั้งหมด ได้ออกจากหมู่บ้าน ‘ดงอีซ่อม’ แล้ว เนื่องจากชาวบ้านช่วยกันเปิดทางให้รถบัสเข้าไปรับนักศึกษายังปากทางเข้าหมู่บ้านได้สำเร็จ “ลาก่อนนะครับพ่อผู้ใหญ่” เจษฎาหรือว่า พี่เจตน์ ประธานคณะกล่าวขอบคุณผู้ใหญ่บ้านดงอีซ่อม และชาวบ้านที่มาช่วยเหลือในการเคลียร์ทางให้รถบัสเข้ามาได้ รวมไปถึงบรรดาครูและ ผ.อ. รวมไปถึงนักเรียนก็ออกมาส่งนักศึกษาทั้งหมด เพราะเขาอยู่ที่นี่มาถึงหกวันเต็ม วันนี้เป็นวันที่เจ็ดเขาถึงได้กลับ “พี่ไปก่อนนะครับน้องกือทู” สรวิชญ์เอ่ยกับเด็กชายหัวเกรียนที่เตะฟุตบอลด้วยทุกวันในช่วงหลายวันที่ผ่านมา “สวัสดีครับพี่วิชญ์ พี่นาริ ขอให้พี่ทั้งสองรักกันนาน ๆ นะครับ” กือทูอวยพร จนแม่ต้องเข้ามาตาม “อยู่ที่นี่ตั้งใจเรียนให้ดีนะกือทู” นริสาบอกเด็กชายและก็อำลาเด็กชายคนอื่น ๆ พวกนักศึกษาขึ้นรถบัสเสร็จก็ที่รถจะออกไป ก็โบกมือให้พวกเด็ก ๆ เป็นครั้งสุดท้าย “เฮ่อ!..ได้กลับบ้านกันสักที ป่านนี้แม่บ่นตายแล้ว” สหพลบ่นกับเพื่อนที่นั่งมาด้วยกัน “แม่แกไม่ดุขนาดนั้นหรอกมั้งกอล์ฟ แม่ฉันเนี่ยสิ อยู่ ๆ ได้ลูกสะใภ้กลับบ้านจะบ
“หน้าอกหนูสวยมาก..ฉันชอบจัง” พูดจบท่านวิษณุก็ครอบครองทรวงอกนุ่มหยุ่นด้วยริมฝีปากของเขา ดูดเม้มไล้เลียขณะที่อีกข้างก็ใช้มือฟอนเฟ้นไม่ให้น้อยหน้า หน้าอกของมินตราใหญ่เกินตัวของหญิงสาวก็จริง แต่มันก็ได้รูปสวย ไม่หย่อนคล้อยหรือย้วยยานเลยสักนิด แถมยังนุ่มเด้งสู้มือของเขาเป็นที่สุดอืมห์...เขาชอบมันเหลือเกินท่านวิษณุ ผละห่างออกจากหน้าอกหน้าใจล้นหลามของมินตราเมื่อเขาฟัดมันจนเริ่มซ้ำ ชายหนุ่มรูดกระโปรงของเธอออกแล้วถีบมันไปไกลจากเตียงแล้ว ทำเช่นเดียวกันกับชั้นในชิ้นสุดท้ายของหญิงสาวชายสูงวัยเอื้อมมือไปเปิดโคมไฟก่อนจะยันตัวเองขึ้นมาเหนือร่างของ เปลือยเปล่าของมินตรา กวาดไร้สายตาชมความงามของสตรีสาวที่เขาหลงใหลตั้งแต่แรกเห็น แล้วเหยียดยิ้มออกมาอย่างชอบอกชอบใจ“มินตราหนูหุ่นดีมาก!” ชายสูงวัยอยากจะเขมือบเธอเสียเดี๋ยวนี้เลยด้วย“ฉันจะทำให้หนูมีความสุข..มินตรา” ชายสูงวัยเอื้อมมือไปหยิบซองถุงยางอนามัยในลิ้นชัก ตรงหัวเตียงขึ้นมาฉีกแล้วสวมมันให้ตัวเองอย่างคล่องแคล่ว รอยยิ้มร้ายกาจผุดขึ้นบนใบหน้ายามที่นิ้วของเขาแตะลงบนจุดกระสันของมินตราจนอีกฝ่ายต้องดิ้นเร่า“อ๊ะ...อ๊า อื้อ ท่านขา” มินตราปล่อยเสียงครางออก
“ถ้าท่านสัญญาตามนั้นจริง รอวันพรุ่งนี้ไม่ได้เหรอคะ!”“ไม่ได้ เธอก็เห็นสัญญาแล้วนี่นา รับรองฉันพูดจริง” เขาใช้มือข้างหนึ่งรั้งแขนเธอเขามาประชิดตัว ทรวงอกใหญ่โตของมินตราเบียดแนบชิดกับแผ่นอกของเขาวินาทีนั้นเองที่หญิงสาวรู้ว่ากระดุมเม็ดบนของเธอมันหลุดออกจากรังดุม มือเล็กยกขึ้นมาหมายจะตะครุบอกเสื้อเพื่อปิดบังเรือนร่างอวบอั๋นของตัวเอง แต่ช้ากว่าชายสูงวัยที่ก้มหน้าลงแล้วลากปลายลิ้นผ่านร่องอกลึกจากการเบียดชิดของสองเต้าใหญ่โต“อ๊ะ....ท่านขา อื้อ!” มินตราหลุดครางออกมา มือที่ยกขึ้นเมื่อครู่ตกลงข้างตัวเมื่อเธอ เสียวสะท้านจนไร้เรี่ยวแรงท่านวิษณุเงยหน้าขึ้นมาจูบปากหวานๆ ที่เขายังชิมไม่อิ่มอีกครั้ง มือใหญ่สาละวนกับการปลดกระดุมที่เหลือออกอย่างรวดเร็ว และทำเช่นเดียวกันกับบราลูกไม้เกะกะมือ เขากอบกุมทรวงอกที่ล้นมือเอาไว้ บีบขยำแผ่วเบาแล้ว กดนิ้วหัวแม่มือลงบนปลายถันที่หดเกร็งมินตราสะดุ้งน้อยๆ เมื่อชายสูงวัยดันเธอแนบโซฟา แต่หญิงสาวก็ไม่มีเวลาเรียกสติของตัวเองกลับมาเมื่อเขาก้มลงกลืนกินหน้าอกข้างหนึ่งของเธอหญิงสาวรู้สึกเหมือนตัวเองขนลุกชันไปทั้งตัวเมื่อเขาได้ลิ้นร้อนไปรอบฐานอก ก่อนจะวกกลับมาสะกิดยอดอกที
หลังจากกิจกรรมออกค่ายอาสาจบลง นักศึกษาที่ไปก็ยังเดินทางออกมาไม่ได้ เพราะรถบัสที่จะเข้าไปรับนักศึกษา ตอนนี้เข้าไปในหมู่บ้านไม่ได้ เนื่องจากฝนตกหนักมาก ดินโคลนที่ทรุดตัวมาจากภูเขาถล่มลงมาปิดทางสัญจรไปหมดสรวิชญ์มีความกังวลเหมือนกันว่า ตอนนี้ผ่านไปห้าวันแล้ว และก็ส่งข่าวบอกกับมินตราไม่ได้เลย เพราะในหมู่บ้านแห่งนี้ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์“นั่งคิดอะไรอยู่วิชญ์” นาริเดินมานั่งใกล้ ตรงบริเวณที่มีสายน้ำตกไหลผ่านเป็นสาย ผ่านตัวหมู่บ้าน“เปล่าหรอก คือวิชญ์กังวลใจหน่ะ ลางานมาแค่สามวัน กลับไปเจ้านายไล่ออกแน่เลย”“วิชญ์ถ้าเขาไม่จ้าง มาทำงานกับพ่อนาริมั้ย ช่วงปิดเทอมก็ได้”“พ่อนาริจะมีงานอะไรให้วิชญ์ทำเหรอ”“ก็มีหลายอย่าง วิชญ์ถนัดอะไรล่ะ จะไปทำงานเอกสารก็ได้นะ เดี๋ยวนาริคุยกับพ่อให้”“อย่าเพิ่งเลยนาริ เผื่อว่าถ้าวิชญ์ยังได้ทำงานที่เดิมอยู่ก็ไม่เป็นไร วิชญ์เกรงใจ” ชายหนุ่มที่กังวลว่าถ้าใกล้ชิดนาริมากกว่านี้เขาจะทำตัวไม่ถูก ตอนนี้เขายังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเอายังไงต่อไป จะกลับไปคบมินตราแล้วจะเอาอย่างไรกับนาริดี ตอนนี้ในหัวกลุ้มใจไปหมด “วิชญ์ / นาริ มานั่งกันตรงนี้เอง” สหพล และเบญจพร ทั้งคู่เดินเ
“อ้า.....” นาริครางออกมาพร้อมแหงนหน้าขึ้นฟ้า เมื่อลิ้นหนาออกมาปาดกลีบดอกกุหลาบตรงหน้า ปากหยักเม้มบีบปุ่มเนื้อที่ถูกเปิดทางด้วยปลายลิ้น เสียงลมหายใจของนาริดังแข่งกับเสียงลมที่พัดอยู่บริเวณโดยรอบตัวบ้าน เสียงจั๊กจั่นตามธรรมชาติดังระงมเมื่อเริ่มดึกเข้าไปทุกที“วิชญ์!...ได้โปรดเถอะ...” นาริร้องออกมาด้วยเสียงที่สั่นพร่า พร้อมกับย่อเข่าลงเมื่อสรวิชญ์ยอมผละใบหน้าออกจากความสวยงามตรงหน้าที่เป็นของเขาเพียงคนเดียว สรวิชญ์ปลดปล่อยตัวตนออกมาต่อสายตาของนาริที่มองความแข็งแรงนั้นด้วยดวงตาที่บ่งบอกว่าเธอหาทางออกจากหลุมสวาทนี้ไม่ได้แล้วสรวิชญ์ที่เป็นฝ่ายยืนขยับเข้าใกล้ร่างบางที่ยืดตัวขึ้นพร้อมเปิดปากเล็กเพื่อรับความแข็งแรงนั้นเข้าหาความอุ่นในโพรงปากเล็ก“อื้มมมม.....” สรวิชญ์ครางออกมา เมื่อปากเล็กที่เปิดกว้างค่อยๆกลืนความ แข็งแรงที่ร้อนผ่าวไปทีละนิด กรามหนาขบกันแน่นเมื่อนาริเริ่มขยับศีรษะให้ท่อนแก่นกายรูดเข้ารูดออกในโพรงปากที่เล็กที่แสนจะคับแคบ มือใหญ่กอบกุมที่แก้ม ทั้งสองข้างที่ดูดรัดตัวตนเขาจนเขาแทบจะปลดปล่อยออกมา เมื่อแก้มนั้นตอบ อย่างเห็นได้ชัด สรวิชญ์ปล่อยให้นาริทำต่อได้ไม่นาน เขาต้องเอาตัวตนของต







![ความลับประธานหม้าย [20+ Soft BDSM]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)