مشاركة

บทที่ 14

مؤلف: ใบไม้ร่วงในเมืองร้าง
ตู๋กูโฉ่วเยวี่ยพูดด้วยรอยยิ้ม “ฮ่าฮ่า ๆ ขุนนางอาวุโสเฉิงพูดเกินไปแล้ว พวกเราแค่อยากให้องค์ชายของท่านอยู่ที่นี่อีกสองสามวัน หาอย่าได้ต้องกังวล พวกเราจะดูแลองค์ชายอย่างดี”

เฉิงจืออี้สูดจมูกอย่างเย็นชาแล้วพูดกับมู่หรงฟู่ “องค์ชาย โปรดดูแลตัวเองด้วยพ่ะย่ะค่ะ ภายในสิบวัน องค์จักรพรรดิจะส่งคนไปรับท่านกลับอย่างแน่นอน"

“ไปเถอะ เดินทางปลอดภัย”

เฉิงจืออี้และคนอื่น ๆ ต่างก็อำลามู่หรงฟู่ จากนั้นจึงขึ้นรถม้าและออกจากเมืองไป

หลังจากดูพวกเขากลับไปแล้ว มู่หรงฟู่ก็ถามอย่างใจเย็น “พี่ชายตู๋กู ข้าขอถามหน่อยได้หรือไม่ว่า ข้าควรไปพบไทฮองไทเฮาของเจ้าตอนนี้หรือว่าอย่างไร?”

ตู๋กูโฉ่วเยวี่ยหัวเราะและพูดว่า "องค์ชายมู่หรงให้เกียรติกันเกินไปแล้ว ท่านมีสถานะที่สูงส่ง กระหม่อมมิกล้าให้ท่านเรียกว่าพี่ชายหรอก เรียกกระหม่อมว่าโฉ่วเยวี่ยเถิดพ่ะย่ะค่ะ"

“เข้าประเด็นกันเถิด!”

“เช่นนั้น องค์ชายมู่หลง โปรดมากับกระหม่อมมาเถิด เข้าเฝ้าไทฮองไทเฮาก่อน จากนั้น... กระหม่อมจะพาท่านไปยังที่พำนัก”

มู่หรงฟู่พยักหน้าเล็กน้อย จากนั้นก็ขี่ม้าเคียงข้างกับตู๋กูโฉ่วเยวี่ยไป

ระหว่างทาง เขาถามอย่างสงสัย “ว่าแต่ว่า พี่ตู๋กู เรื่องกักตัวข้าไว้เป็นตัวประกันเป็นความคิดผู้ใดหรือ?"

ตู๋กูโฉ่วเยวี่ยเกาหัวด้วยความสับสน "ตัวประกัน ตัวประกันอะไรกันพ่ะย่ะค่ะ ไฉนกระหม่อมมิเข้าใจที่องค์ชายมู่หรงตรัสเลย"

“ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้วมิต้องปิดบังกันแล้ว ตัวข้าเป็นตัวประกัน พวกเจ้ามิสงสัยอะไรในใจเลยหรือ?”

“อ่า ฮ่าฮ่า หากองค์ชายมู่หลงตรัสเช่นนั้น กระหม่อมก็ไม่มีคำใดจะพูดแล้ว”

“เจ้าแค่ต้องบอกตัวข้าว่า นี่เป็นความคิดของใคร”

ตู๋กูโฉ่วเยวี่ยกล่าวอย่างมิเป็นทางการ “ดูเหมือนว่าองค์รัชทายาทจะกล่าวถึงท่านต่อหน้าไทฮองไทเฮา กระหม่อมเองก็มิทราบรายละเอียด”

“ฉินซู?”

ใบหน้าของมู่หรงฟู่ซับซ้อนเล็กน้อย เขาคาดมิถึงเลยว่า การกักขังตนในฐานะตัวประกันจะเป็นความคิดของฉินซูองค์รัชทายาทที่ถูกปลดออกจากตำแหน่ง

เขาหรี่ตาลงเล็กน้อยและพ่นลมเบา ๆ “หึ ตบหน้าข้าอย่างเดียวมิพอ ยังวางแผนต่อต้านตัวข้าอีกรึ? องค์รัชทายาทของพวกเจ้าคิดว่าตัวข้ารังแกง่ายหรือไร?”

“องค์ชายมู่หรงตรัสเกินไปแล้วพ่ะย่ะค่ะ องค์รัชทายาทและท่านหากมิขัดแย้งกันคงมิได้รู้จักกัน ยิ่งกว่านั้นเรื่องร้าย ๆ อาจจะกลายเป็นดี ท่านพำนักอยู่ต้าเหยียนของเราอาจจะมีเรื่องดี ๆ เกิดขึ้นก็ได้พ่ะย่ะค่ะ"

มู่หรงฟู่เยาะเย้ยและมิตอบ

……

ในห้องทรงพระอักษร

หัวโหรหลวงเหลยเจิ้นกำลังเล่นหมากรุกกับฉินอู๋ต้าว

เมื่อมองไปที่หมากรุกตรงหน้าเขา คิ้วของฉินอู๋ต้าวก็ค่อย ๆ ขมวดเข้าหากัน

หลังจากนั้นมินาน เขาก็โยนตัวหมากรุกกลับเข้าไปในโหลเก็บตัวหมากรุกอย่างหงุดหงิด

“พอแล้ว เจ้าชนะข้ามาหลายตาแล้ว ให้ข้าชนะบ้างมิได้หรือไร?”

เหลยเจิ้นหัวเราะเบา ๆ “ฝ่าบาท พระองค์ทรงปล่อยให้ข้าน้อยชนะ มิเช่นนั้น ด้วยเพียงทักษะของข้าน้อยแล้ว ข้าน้อยจะชนะพระองค์ได้อย่างไรพ่ะย่ะค่ะ"

“หยุดประจบข้าทีเถอะ ข้าชนะมิได้ก็คือชนะมิได้ อย่างน้อยข้าก็ตระหนักรู้ถึงตัวข้าเองดี

ฉินอู๋ต้าวจิบชาก่อนจะถามว่า “ข้าได้ยินมาว่า เฉิงจืออี้และคนอื่น ๆ กำลังเก็บข้าวของออกไป แน่ใจหรือไม่ว่าคนที่เจ้าส่งไปจะทำให้มู่หรงฟู่อยู่ต่อได้?

“โฉ่วเยวี่ยจะจัดการเรื่องนี้ ฝ่าบาทโปรดวางพระทัยเถิดพ่ะย่ะค่ะ”

“ดีมาก ด้วยวิธีนี้ แม้ว่าเป่ยเยี่ยนต้องการใช้กองทหารโจมตีเรา พวกเขาก็จะลังเล ต้องบอกว่ากลยุทธ์ขององค์รัชทายาทผู้นี้ถือได้ว่าเป็นการแก้ปัญหาเร่งด่วนของเราต้าเหยียนแล้ว”

“องค์รัชทายาททรงเปี่ยมด้วยสติปัญญา ความเงียบของพระองค์ลึกซึ้ง เมื่อลั่นวาจาก็น่าทึ่งอย่างแท้จริง(1)” เหลยเจิ้นยิ้มอย่างรู้เท่าทัน ราวกับกำลังบอกเป็นนัยบางอย่าง

ฉินอู๋ต้าวพูดแบบสบาย ๆ “ข้ามิได้คาดหวังให้เขาน่าทึ่งอะไร ข้าจะขอบคุณสวรรค์หากเขามิสร้างปัญหาให้ข้าก่อนถึงวันซุนเฟินปีหน้า”

“ในเวลานี้ แม่ทัพฉงน่าจะเดินทางกลับได้แล้ว หากมีนางคอยดูแลองค์รัชทายาทก็มิน่ามีปัญหาใด ๆ พ่ะย่ะค่ะ”

ฉินอู๋ต้าวพยักหน้าเล็กน้อย ทันใดนั้นก็นึกถึงบางอย่างขึ้นมาได้ จึงเปลี่ยนเรื่องและถามว่า “ใช่สิ เจ้าได้ตัดสินใจเลือกตัวแทนที่จะเข้าร่วมในการประชุมระหว่างแคว้นแล้วหรือยัง?”

สิ่งที่เรียกว่า การประชุมระหว่างแคว้นเป็นงานใหญ่ที่จัดขึ้นร่วมกันโดยแคว้นมหาอำนาจหลายในแผ่นดินเฉินโจว

จุดประสงค์คือ เพื่อเลือกแคว้นที่มีศักยภาพจากแคว้นต่าง ๆ สนับสนุนพวกเขา และร่วมกันต่อสู้กับแผ่นดินชื่อเหยียนในภายภาคหน้า

ตราบใดที่เป็นแคว้นในแผ่นดินเฉินโจว มิว่าจะเล็กหรือใหญ่ก็สามารถส่งตัวแทนเข้าร่วมในการประชุมระหว่างแคว้นได้

การประชุมมีทั้งการแข่งขันทั้งทางด้านบุ๋นและบู๊ ซึ่งจัดขึ้นทุก ๆ ห้าปี ถือเป็นงานที่มีชีวิตชีวาและเป็นที่รอคอยมากที่สุดทั่วทั้งแผ่นดิน

ในด้านของต้าเหยียนนั้น หัวหน้าโหรหลวงเหลยเจิ้นมีหน้าที่คัดเลือกคนเข้าแข่งขันทางด้านบู๊มาโดยตลอด

สำหรับด้านบุ๋นนั้น ขุนนางอาวุโสเว่ยเจิงเป็นผู้รับผิดชอบในการคัดเลือก

เหลยเจิ้นพูดช้า ๆ “เดิมทีได้มีการคัดเลือกแล้วพ่ะย่ะค่ะ แต่ตอนนี้แม่ทัพฉงต้องไปอยู่ในตำหนักบูรพาเพื่อดูแลองค์รัชทายาท เช่นนั้นข้าน้อยจะต้องหาคนมาแทนนางพ่ะย่ะค่ะ”

“เจ้าจัดการเถอะ หากเรามิสามารถหาผู้สมัครที่เหมาะสมได้ ข้าจะให้องค์รัชทายาทไปกับเจ้า”

เมื่อได้ยินเช่น ส่วนลึกในดวงตาของเหลยเจิ้นก็ฉายแววเป็นประกาย จากนั้นเขาก็พยักหน้าช้า ๆ

“ดีอย่างยิ่งพ่ะย่ะค่ะ เช่นนั้นทั้งสองฝ่ายก็จะไม่มีสิ่งผิดพลาด ฝ่าบาทรงพิจารณาได้อย่างรอบคอบแล้วพ่ะย่ะค่ะ”

ฉินอู๋ต้าวกล่าวอย่างจริงจัง "ในการประชุมระหว่างแคว้นครั้งนี้ แคว้นสามสิบอันดับแรกจะมีสิทธิ์เข้าสู่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเฉวียน เช่นนั้นในครั้งนี้เจ้าและเว่ยเจิงจึงต้องใช้ความพยายามมากเป็นพิเศษ ในปีก่อนพวกเราพลาดไปเพียงหวุดหวิดเท่านั้น"

“ฝ่าบาทโปรดวางพระทัย ในช่วงห้าปีที่ผ่านมา โฉ่วเยวี่ยและคนอื่น ๆ ได้พัฒนาความแข็งแกร่งขึ้นมาก อย่างน้อยข้าน้อยก็มั่นใจในด้านบู๊พ่ะย่ะค่ะ”

“อย่าได้ชะล่าใจ ในช่วงห้าปีนี้ พวกเขาแข็งแกร่งขึ้น ผู้เข้าร่วมจากแคว้นอื่น ๆ ก็แข็งแกร่งขึ้นเช่นกัน หากเราได้รับอาวุธหรือเมล็ดพันธุ์จากดินแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเฉวียนเช่นเดียวกับเมื่อสองร้อยปีก่อน ต้าเหยียนของเราจะกลายเป็นแคว้นผู้นำในมิช้า”

เมื่อสองร้อยปีที่แล้ว ต้าเหยียนเป็นเพียงแคว้นเล็ก ๆ ซึ่งมิเป็นที่นิยม

เป็นเพราะพวกเขาได้รับอาวุธศักดิ์สิทธิ์ระหว่างการทดลองในดินแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเฉวียน และเสนอมันให้กับแคว้นมหาอำนาจเหล่านั้นพวกเขาจึงจะได้รับการสนับสนุน

มิกี่ปีต่อมา แคว้นเล็ก ๆ ซึ่งมิเป็นที่รู้จักก็ได้มีความก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว

ปัจจุบันได้พัฒนาเป็นแคว้นอันดับสองแล้ว และเป็นเพียงโอกาสเดียวเท่านั้นที่จะกลายเป็นแคว้นผู้นำ

ปัจจุบันมีแคว้นมหาอำนาจห้าแห่งในแผ่นดินเฉินโจว และแคว้นผู้นำมีมากกว่ายี่สิบแคว้น

แคว้นมหาอำนาจและแคว้นผู้นำจะมิแข่งขันกับแคว้นที่อ่อนแอกว่าในการเข้าสู่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเฉวียน

เพราะตามข้อบังคับ แคว้นผู้นำสามารถเข้าสู่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเฉวียนได้ทุก ๆ สองปี

แคว้นมหาอำนาจสามารถเข้าดินแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเฉวียนได้ปีละครั้ง

ดินแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเฉวียนอุดมไปด้วยทรัพยากร นอกเหนือจากทักษะวิทยายุทธและอาวุธศักดิ์สิทธิ์ที่เหมาะสำหรับนักรบแล้ว ยังมีพืชพรรณดอกไม้แปลกตา เครื่องยาสมุนไพรหายาก และเมล็ดพันธุ์พืชผลที่แตกต่างกัน

ด้วยเหตุผลบางประการ เมล็ดธัญพืชภายในดินแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเฉวียนนั้นให้ผลผลิตสูงอย่างน่าประหลาดใจ

เมื่อนำเมล็ดพันธุ์เหล่านี้ออกมาปลูกแล้ว แคว้นก็สามารถเติบโตได้อย่างก้าวกระโดดในเวลาเพียงมิกี่ปี

ตอนนี้ราชวงศ์ต้าเหยียนต้องการที่จะกลายเป็นแคว้นผู้นำในคราวเดียว พวกเขาจำเป็นต้องได้รับอาวุธศักดิ์สิทธิ์และเสนอให้กับแคว้นมหาอำนาจเพื่อรับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง!

หรือหาเมล็ดพันธุ์พืชแล้วนำกลับมาปลูกอีกครั้ง

นอกจากนั้นไม่มีทางอื่นแล้ว

ฉินอู๋ต้าวมุ่งมั่นที่จะเป็นที่จดจำในประวัติศาสตร์ ดังนั้นเขาจึงตั้งใจที่จะนำราชวงศ์ต้าเหยียน ขึ้นสู่แคว้นผู้นำในระหว่างที่เขาครองบัลลังก์

เหลยเจิ้นรู้เรื่องนี้ดีอยู่แล้ว

เขายืดตัวขึ้นและพูดว่า "ฝ่าบาทโปรกวางพระทัย ในด้านบู๊นั้น ข้าน้อยขอรับประกันได้ว่าไม่มีอะไรผิดพลาด ส่วนด้านบุ๋นนั้นขึ้นอยู่กับความเชี่ยวชาญของขุนนางอาวุโสเว่ย"

เมื่อได้ยินเช่นนี้ฉินอู๋ต้าวก็พูดด้วยความกังวล “ในช่วงมิกี่ปีที่ผ่านมา ต้าเหยียนของเราดูเหมือนจะมิได้สร้างคนที่มีความสามารถพิเศษเลย เช่นนั้นเราจำต้องหาทางสรรหาคนที่มีความสามารถจากทั่วหล้า"

ทันทีที่เขาพูดจบ ก็ถอนหายใจอีกครั้งและพึมพำ “เพียงแต่ผู้ที่มีความรู้ความสามารถส่วนใหญ่มักจะถือตัวและหยิ่งในศักดิ์ศรี และอ้างว่าละกิเลส ทำให้ข้าปวดหัวเสียจริง”

“ฝ่าบาท เช่นนั้นเหตุไฉนมิเชิญองค์รัชทายาทเข้าวังเพื่อขอคำปรึกษาในเรื่องนี้พ่ะย่ะค่ะ”

“เช่นนั้นรึ? ถามเขารึ? เขาจะคิดวิธีได้รึ?”

มีความสามารถแต่ไม่แสดงออก

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 865

    จวนอ๋องฉู่องครักษ์คนหนึ่งคุกเข่าข้างเดียวอยู่เบื้องหน้าฉินอวี่"ทูลท่านอ๋องฉู่ ฝ่าบาทมิทรงเห็นด้วยที่จะส่งทัพไปช่วยเป่ยเยี่ยน อีกทั้งยังทรงส่งแม่ทัพฉงไปประจำการที่ชายแดนเหนือพ่ะย่ะค่ะ""เจ้าแน่ใจหรือว่าเสด็จพ่อปฏิเสธชัดเจน?" ฉินอวี่ถามย้ำ"พ่ะย่ะค่ะ ท่านอ๋อง การที่ฝ่าบาททรงส่งแม่ทัพฉงไปชายแดนเหนือ น่าจะประสงค์ฉวยโอกาสโจมตี""ดูเหมือนว่าเสด็จพ่อต้องการฉวยโอกาสโจมตีตลบหลังเป่ยเยี่ยน ขณะที่พวกเขากำลังสู้กับแคว้นฉี"พูดถึงตรงนี้ ฉินอวี่ขมวดคิ้วแล้วกล่าว "แล้วแคว้นฉีจะรับมืออย่างไร? เสด็จพ่อทรงส่งหัวหน้าโหรหลวงไปเกลี้ยกล่อมหรือไม่?"องครักษ์พยักหน้า "ส่งไปแล้วพ่ะย่ะค่ะ และตามรายงานข่าวที่น่าเชื่อถือ หัวหน้าโหรหลวงเดินทางขึ้นเหนือไปแล้ว น่าจะไปเจรจากับอ๋องเซียงหยางพ่ะย่ะค่ะ""ดี! ดีมาก! การกระทำของเสด็จพ่อเช่นนี้ มิต่างกระไรกับการประกาศให้ใต้หล้ารู้ว่าต้าเหยียนของเราละทิ้งฉินซูองค์รัชทายาทผู้นี้ไปแล้ว!""ขอแสดงความยินดีกับท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ เมื่อองค์รัชทายาทถูกละทิ้ง เขาก็ทำได้แค่รอความตายเท่านั้น เมื่อถึงเวลาที่ฝ่าบาททรงแต่งตั้งรัชทายาทองค์ใหม่ ก็ไม่มีใครเหมาะสมไปกว่าท่านอ๋องอีกแล้

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 864

    ฉงชูโม่ชะงักไป แล้วถามย้ำ “เจ้าแน่ใจนะว่าหัวหน้าโหรหลวงขึ้นเหนือไปเพื่อช่วยองค์รัชทายาท?”“อืม อาจารย์พูดเองว่าจะมิทอดทิ้งองค์รัชทายาท”“แต่เขาไปเพียงลำพัง จะมีประโยชน์กระไรมากมาย?”กู้เสวี่ยเจี้ยนกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง “อันที่จริงอาจารย์ก็ลำบากใจเช่นกัน หากเกลี้ยกล่อมฝ่าบาทให้ทรงออกทัพไปช่วยเป่ยเยี่ยน สุดท้ายต้าเหยียนของเราก็คงหนีมิพ้นเคราะห์กรรม ราษฎรในแผ่นดินก็จะต้องพลอยเดือดร้อนไปด้วย เพราะอาจารย์คำนึงถึงจุดนี้ เขาจึงมิได้เตือนฝ่าบาทอย่างตรงไปตรงมา”ได้ยินดังนั้น ฉงชูโม่ก็ขมวดคิ้วแล้วเงียบไปเพราะระหว่างทางที่กลับมา นางได้ลองประมาณกำลังพลทั้งสามฝ่ายดูแล้วกำลังพลของเป่ยเยี่ยนและต้าเหยียนรวมกันอย่างมากก็มีประมาณเก้าแสนถึงหนึ่งล้านนาย ส่วนแคว้นฉีลำพังแค่กองทัพทหารม้าหุ้มเกราะก็มีจำนวนคนถึงหนึ่งล้านนายแล้ว นี่ยังมิรวมทัพอื่น ๆ อีกอีกทั้งแคว้นฉียังมีรากฐานที่มั่นคง อาวุธยุทโธปกรณ์ที่เหล่าทหารใช้ก็เป็นของชั้นเลิศหากเกิดสงครามขึ้นจริง ๆ แม้เป่ยเยี่ยนและต้าเหยียนจะร่วมมือกัน ก็ยากที่จะเอาชนะได้ที่นางมาหาหัวหน้าโหรหลวง ก็เพียงแต่หวังว่าอีกฝ่ายจะคิดหาทางออกที่ดีต่อทั้งสองฝ่าย

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 863

    เขาครุ่นคิดเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยปาก “ฝ่าบาท หากหัวหน้าโหรหลวงสามารถเกลี้ยกล่อมอ๋องเซียงหยางได้ เมื่อเขากลับมาแล้ว ค่อยให้เขาคิดหาทางแก้ไขก็แล้วกันพ่ะย่ะค่ะ”“ก็คงต้องเป็นเช่นนั้น หึ! เดิมทีตัวข้ายังปวดหัวอยู่ว่าจะลดทอนความดีความชอบขององค์รัชทายาทลงอย่างไร เจ้านั่นก็เหลือเกิน ใจกล้าสังหารบุตรชายอ๋องเซียงหยาง นี่ถือว่าเขาก่อเรื่องเอง แต่เมื่อเป็นเช่นนี้ก็เบาแรงข้าลงไปได้มากโขเลยทีเดียว”เฉาฉุนหัวเราะแห้ง ๆ มิได้ตอบกระไรฉินอู๋ต้าวยืดเส้นยืดสาย แล้วหันกลับไปยังห้องบรรทมภายในสำนักหอดูดาวหลวงทันทีที่เหลยเจิ้นกลับมา กู้เสวี่ยเจี้ยนก็ถามอย่างใจร้อน “อาจารย์ ฝ่าบาททรงรับสั่งว่าอย่างไรบ้างเจ้าคะ จะส่งทัพไปช่วยเหลือเป่ยเยี่ยนเมื่อใด?”“ฝ่าบาทจะมิส่งทัพไป” เหลยเจิ้นตอบสั้น ๆ“ว่ากระไรนะ?! มิส่งทัพไปช่วยหรือ หากเป่ยเยี่ยนถูกทำลาย กองทัพแคว้นฉีก็จะหันคมดาบมายังต้าเหยียนของเรามิใช่หรือ หลักการง่าย ๆ แค่นี้ฝ่าบาทมิได้ทรงคำนึงถึงหรือเจ้าคะ?”“ใช่ว่าฝ่าบาทมิได้คำนึงถึง เพียงแต่หากส่งทัพไปช่วยเป่ยเยี่ยน ก็เท่ากับการประกาศสงครามกับแคว้นฉี ด้วยกำลังของแคว้นฉี แม้ต้าเหยียนกับเป่ยเยี่ยนจะร่วมมือกัน

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 862

    เว่ยเจิงมีสีหน้าประหลาดใจอย่างยิ่ง เห็นได้ชัดว่าเขามิคาดคิดว่าฉินอู๋ต้าวตั้งใจจะสละองค์รัชทายาทจริง ๆเหลยเจิ้นขมวดคิ้วเล็กน้อย มองฉินอู๋ต้าวอย่างลึกซึ้งผาดหนึ่งแล้วส่ายหน้าช้า ๆ“เกรงว่ามิง่ายนัก เมื่ออ๋องเซียงหยางทำลายเป่ยเยี่ยนลงแล้ว เก้าในสิบส่วนย่อมต้องบุกเข้ามา และฉวยโอกาสยึดต้าเหยียนของเราไปด้วย”เว่ยเจิงเกลี้ยกล่อมด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ฝ่าบาท องค์รัชทายาทได้สร้างคุณูปการอันยิ่งใหญ่มากมายในช่วงหลังมานี้ หนานเยวี่ยก็เป็นองค์รัชทายาทที่ยึดครองมาได้ หากสละองค์รัชทายาทไป เกรงว่าจะถูกคนทั่วหล้าวิพากษ์วิจารณ์เอาได้พ่ะย่ะค่ะ”“คนทั่วหล้าจะวิพากษ์วิจารณ์ข้าอย่างไร ข้ามิสน! สิ่งที่ข้าใส่ใจคือชีวิตของราษฎรนับล้านในแผ่นดินต้าเหยียนของข้า!”ฉินอู๋ต้าวลุกขึ้นยืน แล้วกล่าวต่อ “ท้ายที่สุดแล้วหายนะครั้งนี้ก็เป็นสิ่งที่รัชทายาทก่อขึ้น ในฐานะจักรพรรดิแห่งต้าเหยียน ข้าย่อมมิอาจปล่อยราษฎรในแผ่นดินต้องพลอยรับเคราะห์กรรมไปด้วย ดังนั้น ขุนนางเหลย ข้าอยากจะขอให้เจ้าเดินทางขึ้นเหนือด้วยตนเอง ไปเกลี้ยกล่อมอ๋องเซียงหยาง ตราบใดที่เขามิระบายโทสะกับต้าเหยียนของเรา องค์รัชทายาทจะเป็นอย่างไรก็ให้เขาจัดการ

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 861

    หวังฉือตุลาการศาลต้าหลี่ก้าวออกมากล่าวว่า "ฝ่าบาท ข้าน้อยเห็นว่าการที่องค์รัชทายาทสังหารบุตรชายของอ๋องเซียงหยางเป็นการกระทำที่บีบบังคับยิ่ง มิอาจตำหนิพระองค์ได้ หากมิส่งกำลังไปช่วยเหลือเป่ยเยี่ยน เกรงว่าในภายภาคหน้าภัยจะมาถึงตัว ขอฝ่าบาทโปรดพิจารณาไตร่ตรองด้วยพ่ะย่ะค่ะ!"ตาเฒ่าเนี่ยหงสนับสนุน "ข้าน้อยก็เห็นด้วยพ่ะย่ะค่ะ แม้ว่าเป่ยเยี่ยนกับต้าเหยียนของเราจะขัดแย้งกันมาโดยตลอด แต่ยามนี้หากมิร่วมมือกันต่อต้านแคว้นฉี หลังจากที่เป่ยเยี่ยนพ่ายแพ้ ต้าเหยียนของเราก็จะไม่มีกำลังต่อต้านอีกต่อไป ขอฝ่าบาทโปรดพิจารณาไตร่ตรองด้วยพ่ะย่ะค่ะ!"หลินซีเสนาบดีกรมพระคลังลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่แล้วก็ก้าวออกมา "ฝ่าบาท ข้าน้อยก็เห็นด้วยพ่ะย่ะค่ะ การร่วมมือกับเป่ยเยี่ยนยังพอเห็นโอกาสเอาชนะได้บ้าง หากปฏิเสธที่จะส่งกำลังไปช่วยเหลือ หลังจากเป่ยเยี่ยนถูกทำลาย พวกเราก็จะต้องเผชิญหน้ากับคมดาบของกองทัพทหารม้าหุ้มเกราะนับล้านของแคว้นฉีโดยตรง""ถูกต้องพ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท การช่วยเหลือเป่ยเยี่ยน จะทำให้ภายในต้าเหยียนของเรามิได้รับผลกระทบจากไฟสงคราม มิฉะนั้นหากวันใดทัพใหญ่ของแคว้นฉีบุกเข้ามา ต้าเหยียนของเราย่อมต้องประสบกับ

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 860

    ฉินซูกำชับ "แม่ทัพใหญ่ ท่านควรส่งคนกลับไปเสริมกำลังป้องกันเมืองเจียหยางก่อน หากอ๋องเซียงหยางบุกโต้กลับ เมืองเจียหยางก็คือแนวป้องกันสุดท้ายของเรา""ก่อนมา ข้าได้สั่งให้คนเสริมกำลังป้องกันเมืองไว้แล้ว เรื่องนี้บุตรแห่งนักปราชญ์วางใจได้เลย!""เช่นนั้นก็ยอดเยี่ยม"ฉินซูพูดจบ ก็จ้องมองแผนที่ทรายตามิกะพริบ ความคิดในสมองแล่นอย่างรวดเร็วเห็นดังนั้น ลู่อวี้และมู่หรงอวิ๋นเจิงก็ฉลาดพอที่จะมิส่งเสียงรบกวน......แคว้นต้าเหยียนท้องพระโรงของพระราชวังเมืองหลงเฉิงเมื่อฉงชูโม่เห็นฉินอู๋ต้าวก็รีบเล่าเรื่องราวคร่าว ๆ ให้ฟังทันทีฉินอู๋ต้าวเอ่ยถามด้วยสีหน้าเคร่งขรึม "เจ้าว่ากระไรนะ? รัชทายาทกล้าสังหารบุตรชายอ๋องเซียงหยางแห่งแคว้นฉีเชียวหรือ?!"ขุนนางทั้งราชสำนักต่างก็ตกใจหน้าซีดเซียว และต่างมองไปที่ฉงชูโม่เป็นตาเดียว!แม้แต่เหลยเจิ้นยังมีสีหน้าประหลาดใจฉงชูโม่พยักหน้าช้า ๆ "เพคะฝ่าบาท หยวนหัวคิดจะทำเรื่องต่ำช้ากับกู้เสวี่ยเจี้ยน หลังจากองค์รัชทายาทเสด็จไปถึง ก็ได้สังหารเขาทันที"ได้ยินดังนั้น บรรดาขุนนางระดับสูงที่ต้องการตำหนิฉินซูเกิดความกระดากทันทีด้วยกู้เสวี่ยเจี้ยนเป็นศิษย์ของหัวหน้

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 766

    ด้านหลังประตูหินเป็นห้องหินกว้างประมาณหนึ่งจั้งกลางห้องหินมีโต๊ะหินตั้งอยู่ บนโต๊ะหินมีกล่องไม้ฝุ่นเขรอะนอกจากนี้แล้วภายในห้องหินก็ไม่มีสิ่งอื่นใดอีกฉินซูและซ่างกวนอวิ๋นซีมองกล่องนั้นเป็นตาเดียว จากนั้นก็หันมาสบตากันโดยมิได้นัดหมายในสายตาคล้ายกับกำลังกล่าวว่า 'นี่คือขุมทรัพย์หรือ?!'“เปิดดู

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 744

    ฉินซูพูดอย่างจริงจัง "ตงอี๋ติดกับเป่ยเยี่ยนและต้าเหยียน พวกท่านกับแคว้นตงอี๋ถูกคั่นด้วยทิวเขาสูงชัน มิเหมาะแก่การเดินทัพกลับกันต้าเหยียนของเรา ติดกับตงอี๋บริเวณพื้นที่ราบ หากตงอี๋ต้องการจะรุกราน การยกทัพโจมตีต้าเหยียนของเราจะมิง่ายกว่าหรือ?อีกอย่างเมื่อหลายสิบปีก่อน หลังจากตงอี๋พ่ายแพ้ในสงคราม ก

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 760

    ภายในถ้ำหินฉินซูกำลังนั่งผิงไฟอุ่น ๆแต่แล้วในตอนนั้นเอง ซ่างกวนอวิ๋นซีก็พรวดพราดเข้ามาด้วยจิตสังหารเต็มเปี่ยม“บอกมา กระบี่มารนั่น… ว้าย!!”นางยังพูดมิทันจบประโยค เมื่อสังเกตเห็นว่าฉินซูเปลือยกายก็กรีดร้องออกมาแล้วหันหลังกลับไปทันทีฉากนี้ทำเอาฉินซูงุนงงเป็นไก่ตาแตก!มิจริงกระมัง?นางอายุปา

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 704

    ฉินอู๋ต้าวผงกศีรษะให้ฉินอวี่เล็กน้อย แล้วกล่าวว่า “อ๋องฉู่ ในเมื่อชูโม่เข้าใจตัวเจ้าผิดไป เจ้าก็เล่าเรื่องราวทั้งหมดอีกครั้งเถิด”“ลูกรับพระบัญชาพ่ะย่ะค่ะ!”ฉินอวี่ประสานมือคำนับ แล้วกล่าวช้า ๆ ว่า “ชูโม่ ตอนที่ลงใต้ไปยังเจียวโจว ยามนั้นข้าประมาทเลินเล่อ ถูกคนสนิทขโมยตราประจำตัวไป ภายหลังจึงได้ทรา

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status