Masukเย่หย่าซีภายใต้ใบหน้าที่สวยงามและชื่อเสียงด้านการแสดงที่โด่งดังอีกมุมหนึ่งที่ไม่มีใครรู้จักคือผู้สืบทอดตระกูลแพทย์แผนโบราณและเป็นอัจฉริยะด้านการฝังเข็มที่สืบทอดกันมารุ่นต่อรุ่นของบรรพบุรุษ ในวันที่ถ่ายหนังจบแล้วต้องมาช่วยงานที่โรงพยาบาลของตระกูลเธอก็ประสบอุบัติเหตุ ในขณะที่คิดว่าตัวเองนั้นตายไปแล้วแต่ดวงวิญญาณข้ามภพมาอยู่ในร่างขององค์หญิงแคว้นหนาน เย่หย่าซีที่เสียชีวิตลงในคืนเข้าหอ ยังไม่ทันได้ไตร่ตรองอะไร ร่างสูงสง่าในชุดเจ้าบ่าวก็เข้ามาฉุดกระชากร่างบางลงบนเตียงอย่างโกรธแค้น ... เขาคืออ๋องสาม เป็นอ๋องที่ถูกร่ำลือถึงรูปโฉมที่งดงามราวกับเทพเซียน หากแต่เป็นบุรุษที่โหดเหี้ยมอำมหิต เย็นชา ไร้หัวใจ ตำนานของเขาคือ อ๋องปีศาจ สมรสที่เขาไม่ต้องการและยิ่งเป็นธิดาของแคว้นศัตรูเขายิ่งรังเกียจ เหตุใดบิดาของเขาถึงได้มีราชโองการให้เขาสมรสกับนาง เขา … เย่อหยิ่ง เย็นชา เกลียดนางตั้งแต่ยังไม่เห็นหน้า เขาไม่มีทางเชื่อใจหรือไว้ใจสตรีที่ถูกส่งมาเป็นสายลับเช่นนางแน่! แต่วันเวลาผ่านไปเหตุใดเขาถึงพบว่าพระชายาที่น่ารังเกียจก่อนนี้ก็ดูไม่น่ารังเกียจขนาดนั้น ...
Lihat lebih banyakกล่าวย้อนกลับไปเมื่อหลายปีก่อนแคว้นเหย่าฮั่น และแคว้นหนานทั้งสองแคว้นต่างก็เป็นสองแคว้นที่มีความสัมพันธ์อันดีต่อกันเสมอมา
จวบจนกระทั่งเมื่อเจ็ดปีก่อนทั้งสองแคว้นก็เกิดปัญหาใหญ่จากแคว้นที่เป็นสหายรัก กลับกลายเป็นศัตรูคู่แค้นต่อกัน
และตลอดหลายปีมีเพียงแคว้นหนานพยายามส่งสานส์นมาแสดงความจริงใจและบริสุทธิ์ แต่ก็ไร้ซึ่งการตอบกลับจากแคว้นเหย่าฮั่น
แคว้นหนานมีความจริงใจและแสดงความบริสุทธิ์ใจทุกวิถีทางแล้วตลอดหลายปีแต่ยังคงถูกแคว้นเหย่าฮั่นโจมตีอยู่บ่อยครั้ง
ในปีนี้ธิดาสายตรงของฮ่องเต้และฮองเฮาอายุได้สิบเจ็ดปีเป็นเวลาของการออกเรือน ฮ่องเต้แคว้นหนานจึงส่งสานส์นแสดงความบริสุทธิ์ใจครั้งสุดท้ายและเป็นที่สุดเท่าที่แคว้นหนึ่งจะทำได้แล้ว
นั่นคือส่งธิดาหัวแก้วหัวแหวนของพระองค์และฮองเฮาให้เดินทางมาอภิเษกสมรสกับทางแคว้นเหย่าฮั่น
และในวันนี้คือวันที่จวนหมิงอ๋องอนุชาร่วมอุทรของฮ่องเต้มู่หรงเทียนเฟยเข้าพิธีอภิเษกสมรสกับองค์หญิงเย่หย่าซี องค์หญิงแคว้นหนานนางเป็นองค์หญิงที่ชาวหนานรักและสนับสนุนมาโดยตลอด
มาครานี้เดินทางออกมาจากบ้านเมืองมาสู่แคว้นที่ตราหน้าแคว้นหนานว่าเป็นฆาตรกร นางจะทำใจได้อย่างไร
ในความสลึมลือ ที่ไม่มีข้อบ่งชี้ว่ากำลังฝันหรือเรื่องจริง จู่ๆเสียงประตูก็ถูกถีบเข้ามาจนเกิดเสียงดัง ปัง!
เย่หย่าซี ที่กำลังหลับก็ถูกปลุกขึ้นมาด้วยเสียงบานประตูที่ถูกเปิดออกอย่างรุนแรงนั้นหญิงสาวลุกขึ้นมานั่งงัวเงียอยู่ครู่หนึ่งก็มองไปยังต้นเสียง
คิ้วงามขมวดเข้าหากันเมื่อมองได้ชัดเจนร่างบางก็เบิกตากว้างแล้วลนลานลงจากเตียงจากนั้นก็มองบรรยากาศรอบห้องอย่างครุ่นคิด นี่กำลังถ่ายทำละครอยู่หรอ? แล้วเรื่องราวเมื่อครู่ฝันหรือเราอ่านบทมากเกินไป
หรือผู้จัดการรับเรื่องใหม่มาแล้วนางลืม?แต่ทำไมตนถึงจำไม่ได้ล่ะแล้วนี่ต้องแสดงต่อไหมหรือต้องทำยังไง?
ในความมึนงง ทางด้านหลังก็มีเสียงฝีเท้าหนักๆก้าวเดินเข้ามาพร้อมกับกลิ่นสุราที่คละคลุ้ง เย่หย่าซีรีบหันกลับไปมองก็พบว่ามีชายแปลกหน้าในชุดโบราณสีแดงกำลังเดินเข้ามาหาเธอ
ปัง! เพียงแค่เขายกมือขึ้น ประตูก็ถูกลมกระแทกปิดอย่างรุนแรงเย่หย่าซีตกใจอ้าปากค้างกับการกระทำนี้ของเขา ยังไม่ทันได้อะไรเขาก็บุกประชิดร่างของเธอ แนบชิดจนต้องยกมือดันเอาไว้
"เดี๋ยวก่อนสิ หยุดก่อน!" เธอพูดพร้อมกับมองซ้ายมองขวาทั่วห้อง แล้วคิ้วสวยก็ขมวดเข้าหากัน "ผู้กำกับไปไหน กล้องล่ะทีมงาน...."
ในขณะที่เธอยังไม่เข้าใจ สองมือที่ดันอกของเขาอยู่ฉับพลันก็โดนเขารวบเอาไว้แน่น แน่นจนคิ้วของเธอขมวดเข้าหากัน "เห้ คุณฉันเจ็บนะ"
"เจ็บ? ข้าทำเจ้าเจ็บได้กว่านี้อีก!"
"อะไรนะ?.." ตกลงนี่มันเรื่องอะไรกันแน่?ในขณะนั้นเอง ความเจ็บแปลบที่ศรีษะก็เกิดขึ้นพร้อมกับความทรงจำแปลกๆก็ไหลเวียนเข้ามาเป็นห้วงๆแบบประติดประต่อไม่ค่อยสมบูรณ์
เธอเข้าใจเพียงว่าร่างนี้เป็นขององค์หญิงแคว้นหนานชื่อเดียวกับเธอเย่หย่าซีและวันนี้คือวันแต่งงานของร่างนี้กับชายคนนี้
นี่ไม่ใช่กำลังแสดงละครแต่นี่เป็นเหตุการณ์จริง และคนคนนี้ก็เป็นเจ้าบ่าวของเธออีกด้วย! เย่หย่าซีกระสับกระส่ายไม่มีที่ให้นางหลบได้เลยนางจะทำยังไงล่ะ เจรจา? เจรจายังไงล่ะผู้ชายคนนี้ทั่วทั้งตัวก็ดูดุดัน อารมณ์ไม่ดีออกปานนั้น
เย่หย่าซีที่มีความคิดจะเจรจากับเขา แล้วจะให้เริ่มต้นจากตรงไหนล่ะ?
เวลานี้เย่หย่าซีมองไปยังเจ้าบ่าวของตนอีกครั้งทันทีที่สบสายตาที่เย็นชาราวกับจะแช่แข็งนางของเขา แผ่นหลังก็เย็นวาบขึ้นมาน่ากลัวเกินไปแล้ว..
เย่หย่าซีบิดข้อมือของตนใบหน้าของนางก็ฝืนยิ้มให้เขาจนปากกระตุก แต่ใบหน้าของชายหนุ่มกลับไม่มีทีท่าจะอ่อนลงเลยสักนิด
ถึงอย่างนั้นเย่หย่าซีก็อดไม่ได้ที่จะมองสำรวจใบหน้าเย็นชานั้นของเขาอย่างละเอียด ภายในใจก็อดที่จะอุทานออกมาไม่ได้ถึงความหล่อเหลาที่มากเกินไปของเขา
"มองพอหรือยัง?" เจ้าบ่าวหน้าตึงเอ่ยถาม น้ำเสียงของเขาเย็นเยือกปิดทำเอาเย่หย่าซีสะดุ้ง เธอกระพริบตาพร้อมกับกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือง
"คะ คุณปล่อยฉันก่อน ฉันเจ็บ!"
ไม่เพียงแต่ไม่ปล่อยมือ ชายหนุ่มยังออกแรงบีบข้อมือของเย่หย่าซีแน่นกว่าเดิมจนเธอรู้สึกว่ากระดูกของเธอนั้นคงจะแตกสลายแน่ๆ
เย่หย่าซีคิ้วกระตุก ความทรงจำก็ไหลวนเวียน ตอนนี้เธอกลัวก็กลัว ข้ามภพมาทั้งทีทำไมถึงมาขัดขวางเรื่องดีดีของคนอื่นด้วย
เรื่องดีดี? เหอะไม่แน่ว่าเจ้าสาวต่างเมืองมาเจอเจ้าบ่าวอารมณ์ฉุนเฉียวใส่อย่างนี้เลยชิงตายไปก่อนหรอกหรอ?
เย่หย่าซีมองซ้ายมองขวาสายตาก็เหลือบมองไปเห็นสุราอาหารที่วางอยู่บนโต๊ะสภาพยังไม่ได้ถูกแตะต้อง เธอหันหน้ามา แล้วพูดกับเขา
"คุณ อ่า ท่าน..."
อ๋องสามมู่หรงเทียนหยู? ความทรงจำที่กำลังไหลเวียนจู่ๆเธอก็ค้นพบชื่อ ชื่อนี้ เย่หย่าซีเงยหน้า
"ท่านอ๋อง ท่าน พวกเราต้องดื่มสุรามงคลกันก่อนไม่ใช่หรือ?"
ใบหน้าหล่อเหลาที่อยู่ไม่ไกลยกยิ้มเย้ยหยันริมฝีปากบางแดงสดขยับ "ดื่มสุรามงคล? เจ้าคู่ควร?"
เย่หย่าซีดวงตาเบิกกว้าง ไม่ดื่มก็ไม่ดื่มสิทำไมต้องพูดจาแบบนี้ด้วย เย่หย่าซีจ้องมองเขาอย่างไม่พอใจ ครู่ต่อมาเขาก็โยนนางขึ้นไปบนเตียงยังไม่ทันได้ตั้งตัวร่างหนาของเขาก็ตามขึ้นมาคร่อมนาง
แรงของเขาไม่เบาเลยโยนนางขึ้นมาทั้งอย่างนั้นศรีษะของเธอกระแทกเข้ากับขอบเตียงเจ็บจนมึนไปหมด เย่หย่าซีนิ่วหน้าหลุดเสียงร้องออกมาด้วยความเจ็บอย่างแผ่วเบา
เขาชะงักไปนิดหนึ่งตวัดสายตาเย็นชาขึ้นมาเย่หย่าซีเองก็กำลังขมวดคิ้วมองจ้องเขาอยู่ทำให้ทั้งคู่สบตากันอย่างไม่ตั้งใจ
มู่หรงเทียนหยูหยุดชะงัก เย่หย่าซีเองก็ตกตะลึงภายในใจก็อุทานหล่อชะมัด...
เย่หย่าซีได้แต่นึกชมในใจแต่ร่างบางยังไม่ทันได้คิดอะไรใบหน้าหล่อเหลานั้นก็โฉบลงมา
มือหนาของเขามือหนึ่งรวบรั้งสองมือของนางไว้บนหัว อีกมือก็ปลดเปลื้องเสื้อผ้าของนางออกอย่าเรียกว่าปลดเลยเรียกว่าดึงกระชากเถอะ
แรงจูบของเขาก็ไม่เบาเลยตกลงนี่เรียกจูบหรือดูดกระชากวิญญาณกันแน่ เย่หย่าซีดิ้นขลุกขลักตอนนี้ในปากของเธอสัมผัสกับกลิ่นคาวเลือดนี่เขาจะต้องรุนแรงมากขนาดนี้เลยหรือ
เย่หย่าซีดิ้น ไม่นานความเย็นก็ปะทะเข้ากับร่างกายที่เปล่าเปลือย เย่หย่าซีเบิกตายิ่งตอนที่เขาละจากริมฝีปากของเธอแล้วก้มลงมาขบเม้มที่สองเต้าทั้งตัวก็ขนลุกซู่ขึ้นมา
เย่หย่าซีดิ้นขลุกขลักเขาจะเอาแบบนี้จริงๆหรอ "คุณ อ่าไม่สิๆ ท่านอ๋อง...คุณหยุดสิ อื๊อ.."
มู่หรงเทียนหยูละริมฝีปากออกเคลื่อนใบหน้าขึ้นมาพร้อมกับมองนางสองมือของเขาก็กำลังถอดเสื้อผ้าของตนเอง
ไม่นานร่างสุดเพอร์เฟค และกล้ามท้องแน่นๆพร้อมกับผิวขาวเนียนก็ปรากฎต่อหน้าของเธอเย่หย่าหน้าแดงก่ำ
เธอละสายตาเบือนไปทางอื่นต่อให้เธอมาจากยุคที่เปิดกว้างมากขนาดไหนการที่ต้องมานอนแก้ผ้ากับผู้ชายแปลกหน้าในร่างเปล่าเปลือยด้วยกันทั้งคู่อย่างนี้...เย่หย่าซีตวัดดวงตากลับมามองเขาอีกครั้ง
ก็พบกับสายตาของเขาที่กำลังสำรวจร่างอันเปล่าเปลือยของตนเองอยู่แม้จะไม่ใช่ร่างของเธอแต่สถานการณ์เช่นนี้ก็ทำให้เขินอายอยู่เหมือนกัน เย่หย่าซีพยายามหลับตาเบือนหน้าหนีเขาอยากทำอะไรก็ทำ
เย่หย่าซีหยุดดิ้นรนหากคิดไปในทางที่ดีก็คือคืนนี้เป็นคืนเข้าหอของร่างนี้กับเจ้าบ่าวของนาง และร่างนี้ก็ไม่ใช่ของนางเสียหน่อยนางจะมาขัดขวางบุพเพของสองสามีภรรยาได้อย่างไร
แต่...ผู้ชายคนนี้นี่..เย่หย่าซีสุดจะกลั้นมองดู สายตาของเขาทั้งเย็นเยียบทั้งคมกริบราวกับถูกทิ่มแทงด้วยน้ำแข็ง นางเบือนหน้าหนีพลางกรีดร้องอยู่ในใจ
ไม่นานลิ้นร้อนๆของเขาก็ตวัดลงมาบนยอดปทุมถันของนางในภพก่อนถึงเย่หย่าซีจะอายุยี่สิบหกแต่นางก็ยังไม่เคยมีแฟน ตั้งแต่เรียนคบกับใครกันล่ะ
ปู่กับย่าก็พร่ำสอนมาตลอดและพวกท่านก็หัวบัวราณออกปานนั้นในชีวิตนอกจากทำงานถ่ายหนังถ่ายละคร ถ่ายแบบและช่วยดูกิจการทางการแพทย์ของครอบครัวจะเอาเวลาไหนไปสนใจผู้ชายกัน
ดูเจ้าบ่าวคนนี้ก็ไม่เห็นใจกันบ้าง บุกเข้ามา ในห้องหอด้วยท่าทางดุร้ายอย่างนั้น เจ้าสาวคนไหนไม่กลัวก็บ้าแล้ว!
นางยังไม่ทันได้ฮึดสู้เขาก็จับข้อมือนางตรึงไว้เหนือศีรษะด้วยมือเพียงข้างเดียว อีกมือฉีกกระชากชุด แต่งงานสีแดงอย่างป่าเถื่อน ซ้ำตอนนี้ยังจะ ยังจะมาดูดดื่มหน้าอกสองข้างของนางอีก
หึ! ถึงจะไม่ใช่ร่างจริงของนางก็เถอะ ทำแบบนี้ใช้ได้ที่ไหนกัน นางจ้องเขาเขม็ง
เธอพยายามที่จะดันเขาออกแต่แค่เพียงเขามองมาด้วยสายตาขุ่นเคืองแข็งกร้าว สองมือก็หมดแรงแล้ว
"ข้าไม่รู้ว่าแคว้นของเจ้าคิดอะไรอยู่ แต่พวกเจ้าจะไม่ได้สิ่งที่ต้องการแน่" น้ำเสียงเย็นชาดังขึ้นเย่หย่าซีไม่ทันได้คิดอะไร
สองเต้าก็ถูกเขาดูดกลืนเย่หย่าซีสั่นสะท้านไปทั้งตัวเขาใช้ปลายนิ้วหยอกเย้าตุ่มไตสีชมพูแผ่วเบา ลิ้นอุ่นของเขาไล้เลียดูดกลืนอกอิ่มของนางอย่างดุดันสลับไปมาทั้งสองข้าง
ริมฝีปากของเขาผละออกจากเนินอกของนางค้างไว้เพียงสองมือที่ยังคงขยำบีบเคล้นอยู่ ลิ้นร้อนลากไล้ต่ำลงมาจนถึงหน้าท้องนวลเนียน ครั้นนึกถึงเรื่องที่บิดาของนางกระทำจุมพิตของเขาก็ดุดันขึ้นสิบส่วนด้วยความโมโห
"อ๊ะ..ทะ.." เย่หย่าซีรู้สึกเจ็บ เธอเพียงต้องการประท้วงแต่ครั้นเจอสายตาที่เย็นเยือกทิ่มอทงมาเธอก็ต้องปิดปากแน่นไม่กล้าพึมพำอะไรอีกอย่างไรก็เป็นร่างของคนอื่น เขาเองก็หน้าตาดีขนาดนี้
ตัวเธอเองก็ไม่ได้ขาดทุนเสียหน่อย ถือว่าได้รับการปรนนิบัติจากชายหนุ่มรูปงามก็แล้วกัน
ในขณะที่เย่หย่าซีกำลังคิดไปเรื่อยเปื่อย ความทางด้านล่างยาวใหญ่โตก็ค่อยๆ รุกล้ำเข้ามาภายในเธอรู้สึกปวดแสบปวดร้อนจนต้องร้องออกมาน้ำตาของนางไหลพราก เขาค้างคาครึ่งๆกลางๆ อยู่ในตัวนาง ตอนแรกนางยังรู้สึกเคลิบเคลิ้มวาบหวามแต่ตอนนี้
"เจ็บมาก หยุดเถอะพอแล้ว.."
เย่หย่าซีดิ้นรน มู่หรงเทียนหยูไม่สนใจนางสักนิดเขาบังคับร่างกายเล็กของนางฝืนกายยัด มังกรยักษ์เข้าไปอย่างไม่ไยดี
เย่หย่าซีกัดริมฝีปากแน่นน้ำตาของเธอไหลพราก รู้สึกทรมานเป็นอย่างยิ่ง นางรู้สึกว่าตนเองใกล้จะตายแล้วไม่คิดว่าครั้งแรกมันจะเจ็บมากขนาดนี้
จวบจนในที่สุดเขาก็พาเจ้าสิ่งนั้นเข้าสู่ร่างกายของนางจนมิดสีหน้าของเขาดูบิดเบี้ยวคล้ายกับทรมานแต่สายตาที่มองลงมาก็ยังเย็นชาอย่างเห็นได้ชัด
เย่หย่าซีร้องไห้ปากของเธอสั่นระริก "แม่งเอ้ยตายทั้งทีทำไมต้องมาเจอเรื่องบ้าๆอย่างนี้ด้วย?" หญิงสาวก่นด่าออกมาอย่างทนไม่ได้
เย่หย่าซีหอบหายใจเธอเจ็บแทบตายอยู่แล้วแต่ฉับพลัน น้ำเสียงของเขาที่เอ่ยกับนางเจือความดูแคลน
"ข้าเพิ่งจะรู้ว่าสตรีแคว้นหนานสอนให้เจ้าปรนนิบัติสามีเช่นนี้"
เย่หย่าซีได้ยินก็หน้าตึงไปทันที ถึงเธอจะไม่ใช่เจ้าของร่างนี้ไม่ใช่คนในยุคสมัยนี้ แต่ก็เข้าใจความหมายในคำพูดเขาเป็นอย่างดี
เย่หย่าซีสะบัดหน้ามองไปทางอื่นกัดริมฝีปากแน่นสองมือขยุ้มผ้าปูที่นอนจนแทบขาด
เมื่อเห็นนางหยุดดิ้นรนริมฝีปากบางก็ยกยิ้มเย้ยหยันก่อนจะขยับความใหญ่โตนั้นเข้าออกอย่างหนักหน่วง
ย่หย่าซีรู้สึกเจ็บแปลบแสบและหน่วงเป็นอย่างมากดวงตาหงส์คู่งามก็เต็มไปด้วยน้ำตา มองดูแล้วช่างน่าสงสารจับใจ
...
นิยายเรื่องนี้ไรท์แต่งนานแล้วนะคะ
มู่หรงเทียนหยูไม่รอช้า เขาก้มหน้าลงแล้วตวัดปลายลิ้นเลียเมล็ดทับทิมของนางแรงๆทันที“อ่าส์~~อ๊ะ~~ซี้ด!อื้ม~~ทะ...ท่านอ๋องข่ะ...ข้าเสียวเหลือเกิน~~ ”การลงลิ้นของเขาทำให้เย่หย่าซีครวญครางเสียงสั่นเมื่อเขาทั้งเลีย ทั้งดูดเม็ดทับทิมของนาง อีกทั้งยังห่อปลายลิ้นแล้ว แหย่เข้าไปในถ้ำงามที่เฉอะแฉะของนางนั้นอีกด้วย“หวานเหลือเกินซีซีของข้า.."เขาบ่นพึมพำก่อนจะกลืนกินน้ำใสที่ไหลหยาดหยดออกมาจากถ้ำงาม สองมือหนาช้อนก้นของนางเอาไว้แน่นพร้อมกับลงลิ้นร้อนละเลงเลียระรัวเข้าไปในถ้ำงามเย่หย่าซีเเอ่นกายขึ้นกระเด้งก้นงามขึ้นลงตอบรับความเสียวซ่านที่เขานั้นมอบให้“อื้ม~~~ อ่าส์ อ๊ะ~~” เย่หย่าซีครวญครางเสียงหลง นางรู้สึกเสียวซ่านที่ถูกเขาดูดเลียเม็ดทับทิมจนแทบดิ้น“ซี๊ด ขะ ข้าจะไม่ไหวแล้วท่านอ๋อง”ไม่นานเย่หย่าซีก็กระตุกตัวเกร็งแล้วปล่อยน้ำใสออกมาให้สามีดื่มกินจนหมดทุกหยาดหยด จากนั้นนางจึงเป็นฝ่ายดันให้เขานอนลงในขณะที่นางเปลี่ยนมาทาบทับบนตัวของเขานางไม่พูดให้มากความมือเล็กคว้าหมับเข้าที่แท่งมังกรใหญ่แล้วอ้าปากครอบครองมันกว่าสองในสามส่วน ทั้งดูด ทั้งเลีย แล้วใช้มือรูดดึงส่วนโคนไปด้วย“อ่ะ...อืมซีซี~~” มู่หรงเ
"ท่านอ๋อง?" หลังจากถูกดึงร่างเข้าไปโอบกอดเย่หย่าซีก็ลืมตา "ท่านอ๋อง...""ซีซี.." มู่หรงเทียนหยูกล่าวพลางงับติ่งหูที่ขาวสะอาดของนางสองมือที่โอบกอดร่างบางอยู่ใต้น้ำก็เริ่มไม่อยู่นิ่งมือหนาค่อยๆเอื้อมขึ้นมาบีบเคล้นหน้าอกงามเต่งตึงพอดีมือของนางเบาๆ"อืม..ท่านอ๋องยามนี้ไม่ใช่..อ๊ะ เวลาที่จะมา อื้อ ทำย่ะ อย่างนี้นะ!""เช่นนั้นเวลานี้ข้าควรจะทำอย่างไรกับเจ้าดีหรือ หื๊ม?" มู่หรงเทียนหยูกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงแหบพร่า"อื้ม เรื่องตั้งครรภ์ ขะ ข้าแต่งเรื่องขึ้น" มู่หรงเทียนหยูที่กำลังซุกไซ้ซอกคอขาวหยุดชะงักลง "ซีซี เจ้าหมายความว่าอย่างไร?"เย่หย่าซีเอนตัวแหงนหน้าขึ้นมองใบหน้าหล่อเหลาที่แดงก่ำของเขา นางโน้มใบหน้าเข้าไปจุมพิตริมฝีปากบางของเขาทีหนึ่งจากนั้นนางก็พูดขึ้นอย่างจริงจัง"ข้า คือ ข้าไม่ได้ตั้งครรภ์จริงๆ เรื่องตั้งครรภ์ข้าเพียง ข้าเพียงแต่งเรื่องหลอกเสด็จพ่อเท่านั้น..ท่านอ๋องท่านห้ามโกรธข้านะที่ข้าทำเช่นนี้เพราะเกรงว่าเสด็จพ่อจะลงโทษท่านแต่ต่อให้ข้าไม่ได้ตั้งครรภ์จริงๆเสด็จพ่อก็ไม่ประสงค์จะเอาความเรื่องนี้ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ท่านอ๋อง..."เย่หย่าซีทำน้ำเสียงออดอ้อนเล็กน้อยมู่หรงเทียนหยูหรี่
หลังจากได้ฟังเช่นนั้นหวางฮองไทเฮาก็รู้สึกเจ็บปวด "เรื่องนี้ข้าผิดต่อทุกคนจริงๆ หยูเอ๋อยิ่งเป็นคนที่น่าสงสารที่สุดข้ารู้สึกละอายใจที่จะพบหน้าเขา ทำได้เพียงหนีมาที่นี่หวังว่าฮ่องเต้ของแคว้นหนานจะมอบความตายให้ข้า ชดเชยโอรสและพระสนมที่เสียไปแต่ไม่คิดเลยว่านอกจากจะไม่ถูกทำโทษแล้วกลับยังได้รับการต้อนรับอย่างดีหยูเอ๋อนั้นถูกข้ามอบความเกลียดชังชักจูงเขาไปในทางที่ผิดข้าเจ็บปวดแต่เขาคงจะเจ็บปวดมากกว่าข้ายิ่งนัก""ไทเฮาเจ้าอย่าได้คิดมากเช่นนี้ หมิงอ๋องโอรสของเจ้าช่างเป็นคนเที่ยงธรรมและกตัญญูยิ่งนักฝ่าบาทชื่นชมแล้วชื่นชมอีก ที่เขาเป็นเช่นนี้ก็เพราะได้เจ้าสอนสั่งมาไม่ใช่หรือ?" หวางฮองไทเฮาได้ยินเช่นนั้นน้ำตาแห่งความเสียใจก็ไหลพรากลงมา นางไม่คิดเลยว่า ทุกคนที่นางเฝ้าเกลียดชังต่างก็มีความรู้สึกดีกับนาง แม้แต่ฮ่องเต้มู่หรงที่เป็นพระสวามีของนางเอง แม้เขาจะเฉยชากับนางไร้เยื่อใยกับนางแต่ก็ยังคงทำหน้าที่บิดาที่ดีเสมอ "ชั่วชีวิตนี้ของข้าคงได้เพียงบำเพ็ญเพียรเพื่ออดีตฮ่องเต้และพระสนมและองค์ชายที่เสียไปแล้ว คงไม่มีทางใดที่จะทำได้ดีไปกว่านี้แล้ว..หยูเอ๋อนั้นเวลานี้...""พระนางท่านอ๋องรออยู่ด้านนอกนานแล้วเ
"มู่หรงเทียนหยูท่านคิดที่จะทิ้งข้าเอาไว้แล้วหนีมาเช่นนี้ท่านยังมีหัวใจหรือไม่?"ด้านนอกประตูเสียงใสอันคุ้นเคยดังขึ้นมาอย่างโกรธเคืองและดุดัน ทุกคนที่อยู่ภายในท้องพระโรงต่างก็หยุดชะงักและหันกลับมามองเป็นจุดเดียวกันไม่นานร่างแบบบางของหญิงสาวก็ก้าวเดินเข้ามา ใบหน้างามขึ้นสีแดงฝาด หน้าอกกระเพื่อมจากการหอบหายใจผมของนางดูยุ่งเล็กน้อยดูก็รู้ว่านางรีบมากแค่ไหนมู่หรงเทียนหยูขมวดคิ้ว "ซีซี../ซีเอ๋อ?/องค์หญิงหก?" ภายในท้องพระโรงทุกคนต่างก็กล่าวออกมาด้วยความตกตะลึงเป็นเสียงเดียวกัน"อะซีถวายบังคมเสด็จพ่อ เสด็จพี่ใหญ่เสด็จพี่รองเสด็จพี่สามเพคะ" พูดจบเย่หย่าซีก็คุกเข่าลงด้านข้างของมู่หรงเทียนหยู"ซีซี เจ้ามาได้อย่างไร?" มู่หรงเทียนหยูหลังจากตื่นจากภวังค์เขาก็รีบเอ่ยถาม"นั่นสิซีเอ๋อเจ้ามาได้อย่างไร?" ฮ่องเต้เย่ซวงอี้ตรัสถามด้วยความแปลกพระทัย"อย่าบอกนะว่าเจ้าควบม้ามาจากเมืองทางใต้?" องค์รัชทายาทเย่อู๋เฉินรีบร้อนเอ่ยถามเช่นเดียวกันเย่หย่าซีไม่ได้ตอบคำถามนางคุกเข่าลงแล้วพูดว่า "เสด็จพ่อเพคะ เสด็จพ่อจะลงโทษท่านอ๋องไม่ได้นะเพคะ""อ่า น้องหญิงหกเจ้าเดินทางมาตั้งไกลเพียงเพื่อมาขออภัยโทษให้กับพระสวามีห