Mag-log in“อืม”
“ข้ารู้ว่าเจ้าผ่านเรื่องร้ายมามาก ถูกคนในวังทอดทิ้ง ถูกคนในจวนดูแค
หลี่เยว่หัวเราะอีกครั้ง “ใช่...ข้าอยู่ฝ่ายองค์ชายรอง แล้วอย่างไร”เสียงตกใจดังขึ้นรอบด้าน ฮ่องเต้ทรงกำที่วางพระหัตถ์แน่น“เจ้ากล้ายอมรับต่อหน้าพวกเราหรือ”หลี่เยว่เงยหน้าขึ้น “ลูกเหนื่อยกับการสวมหน้ากากแล้ว ในเมื่อทุกอย่างถูกเปิดเผย ลูกก็ไม่มีสิ่งใดต้องปิดบังอีก”นางหันไปมองหลี่อัน “เจ้าชนะครั้งนี้ แต่สงครามยังไม่จบ”องค์ชายรองยังคงนิ่งเงียบ สีหน้าไม่เปลี่ยนแปลงแม้แต่น้อย หลี่อันมองพระองค์เพียงครู่เดียวก็เข้าใจ หลี่เยว่ถูกทอดทิ้งแล้ว หมากตัวหนึ่งถูกเสียสละ เพื่อรักษาหมากตัวสำคัญกว่า ฮ่องเต้มีรับสั่งด้วยพระสุรเสียงเย็นเฉียบ“คุมตัวหลี่เยว่ไว้ ...ห้ามผู้ใดเข้าเยี่ยม”องครักษ์หลวงรีบเข้ามาล้อมตัวนาง หลี่เยว่ไม่ขัดขืน ก่อนถูกพาตัวออกจากท้องพระโรง นางหันกลับมามองหลี่อันเป็นครั้งสุดท้าย รอยยิ้มประหลาดปรากฏบนใบหน้า“น้องเก้า...เจ้าคิดว่าชนะแล้วหรือ คนที่อันตรายที่สุด...” นางเหลือบมององค์ชายรองเพียงเสี้ยววินาที ก่อนหัวเราะเบา ๆ “ไม่ใช่ข้า”สิ้นคำ
บรรยากาศรอบด้านเงียบสนิท ไม่มีผู้ใดกล้าเอ่ยแม้แต่คำเดียว หลี่เยว่หายใจแรง ดวงตาเต็มไปด้วยความโกรธแค้น“ดี...ในเมื่อเจ้าต้องการเช่นนี้ ต่อจากนี้ ระหว่างเราจะไม่มีคำว่าพี่น้องอีก”หลี่อันพยักหน้าอย่างสงบ“ตั้งแต่วันที่ท่านเลือกความทะเยอทะยานเหนือความถูกต้อง ความเป็นพี่น้องก็สิ้นสุดลงแล้ว”หลี่เยว่สะบัดแขนเสื้ออย่างแรงก่อนหมุนตัวจากไป แต่ก่อนเดินพ้นประตูตำหนัก นางหยุดฝีเท้าและกล่าวโดยไม่หันกลับมา“หลี่อัน...ครั้งหน้า ข้าจะไม่แพ้ด้วยคำพูดอีก”สิ้นคำ นางก็เดินจากไปพร้อมคนติดตาม หลี่อันมองแผ่นหลังของพี่สาวด้วยแววตาหนักแน่น นางรู้ดีว่าการปะทะคารมในวันนี้ไม่ได้เปลี่ยนใจหลี่เยว่แม้แต่น้อย ในทางตรงกันข้าม มันกลับยิ่งทำให้หลี่เยว่ตัดสินใจเด็ดขาดว่าจะเดินหน้าไปจนสุดทาง อวี้หลินรีบเดินเข้ามา“ฮูหยิน...ท่านไม่เป็นไรใช่หรือไม่”หลี่อันพยักหน้า “ข้าไม่เป็นไร”นางเงยหน้ามองท้องฟ้าที่เริ่มมีเมฆดำเคลื่อนเข้ามา“แต่พายุ...กำลังจะมาถึงแล้ว”คำพูดนั้นทำให้อว
นางถอยหลังหนึ่งก้าว ก่อนส่งสัญญาณด้วยการยกมือขึ้นเพียงเล็กน้อย ทันใดนั้น องครักษ์ของจวนแม่ทัพที่ซ่อนตัวอยู่รอบสวนก็ปรากฏตัวออกมาจากแนวต้นไม้ อวี้หลินก้าวออกมายืนข้างหลี่อัน“ฮูหยิน”หลี่เยว่ชะงักทันที หลี่อันยิ้มบาง“ข้ารู้ว่าท่านจะมา จึงไม่ได้มาคนเดียว”สีหน้าของหลี่เยว่เปลี่ยนไป นางมองไปรอบสวน ก่อนรู้ว่าตนเองไม่อาจทำตามแผนได้ หลี่อันกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบสงบ“พี่หญิงยังกลับตัวทันก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป”หลี่เยว่หัวเราะทั้งที่ดวงตาแดงก่ำ“ไม่มีวัน! ตั้งแต่เจ้ากลับมา ชีวิตของข้าก็ไม่มีทางถอยอีกแล้ว”นางหันหลังจากไปอย่างรวดเร็ว พร้อมสาวใช้และคนติดตาม หลี่อันมองแผ่นหลังนั้นด้วยความหนักใจ เซียวจิ่นเหยียนซึ่งเพิ่งมาถึงพร้อมกำลังเสริมเดินเข้ามา“นางทำอะไรเจ้าหรือไม่”หลี่อันส่ายหน้า“ยัง...แต่จากสายตาของนาง...” นางถอนหายใจเบา ๆ “ครั้งหน้า นางคงไม่ใช้คำพูดอีกแล้ว”เซียวจิ่นเหยียนจับมือนางไว้แน่น“ไม่ว่าจะเกิ
เซียวจิ่นเหยียนรับมาอ่าน ใบหน้าของเขาเคร่งเครียดขึ้นทันที ในเอกสารมีเพียงประโยคสั้น ๆ 'ประชุมลับ เจ็ดวัน คืนวันเพ็ญ เริ่มแผนใหญ่ในวัง' ด้านล่างมีสัญลักษณ์ดอกเหมยห้ากลีบ หลี่อันกล่าวช้า ๆ“ทุกอย่างตรงกัน การระดมแม่ทัพ การปล่อยข่าวลือ การใส่ร้ายท่าน ทั้งหมดเป็นเพียงการเตรียมการ”เซียวจิ่นเหยียนวางเอกสารลง “เขาจะลงมือในคืนวันเพ็ญ”หลี่อันเดินไปยังแผนที่พระราชวัง นางปักหมุดสีแดงลงบนตำหนักต่าง ๆ“หากเป็นข้า...ข้าจะตัดการสื่อสารระหว่างกองกำลัง”“ยึดประตูวังทั้งสี่ด้าน”“และควบคุมฮ่องเต้ให้ได้ก่อน”เซียวจิ่นเหยียนพยักหน้า “เช่นนั้นเราต้องไปเข้าเฝ้าฝ่าบาททันที”หลี่อันกลับส่ายหน้า “ยังไม่ได้”“เหตุใด”“เพราะเรายังมีเพียงข่าวจากสายลับ ยังไม่มีหลักฐานว่าผู้บงการคือองค์ชายรอง”เซียวจิ่นเหยียนเงียบลง เขารู้ว่าหากกล่าวหาเชื้อพระวงศ์โดยไร้หลักฐาน ผลที่ตามมาอาจย้อนกลับมาทำร้ายพวกเขาเอง หลี่อันค่อย ๆ ม้วนแผนที่
หลี่อันรู้สึกแน่นในอก นางไม่ใช่หลี่อันตัวจริง แต่ความทรงจำของร่างนี้กลับค่อย ๆ ผุดขึ้นมา ภาพเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ วิ่งอยู่ในสวน ชายผู้หนึ่งอุ้มขึ้นพาดบ่า เสียงหัวเราะที่เคยอบอุ่น ก่อนทุกอย่างจะหายไปหลังมารดาสิ้นชีวิต ฮ่องเต้ทรุดนั่งลงช้า ๆ“หลังจากนั้นเรามัวแต่สนใจราชการ มัวแต่เชื่อคนรอบตัว จนลืมไปว่า...เรายังมีลูกสาวอีกคน”หยดน้ำใสค่อย ๆ ไหลลงจากหางพระเนตร หลี่อันชะงัก นี่เป็นครั้งแรกที่นางเห็นฮ่องเต้ร้องไห้ พระองค์ก้มพระพักตร์ลง“เราผิดเอง ที่ปล่อยให้เจ้าถูกกลั่นแกล้ง ผิดที่ส่งเจ้าแต่งงานแทนหลี่เยว่ ผิดที่ไม่เคยถามเลยว่า...เจ้าต้องการหรือไม่”พระสุรเสียงเต็มไปด้วยความเสียใจ “เราเป็นพ่อที่ล้มเหลว”ภายในตำหนักเงียบจนได้ยินเพียงเสียงลมหายใจ หลี่อันค่อย ๆ เดินเข้าไป แม้หัวใจของนางจะไม่ใช่ลูกสาวแท้ ๆ ของพระองค์ แต่ความเจ็บปวดของเด็กหญิงหลี่อันที่เคยถูกทอดทิ้งกลับชัดเจนเหลือเกิน นางคุกเข่าลงเบื้องหน้า“ฝ่าบาท”ฮ่องเต้เงยพระพักตร์ขึ้น “ลูกไม่โกรธหรือ”หลี่อันเงียบไปครู่หนึ่งก่อ
ด้านล่างมีเพียงตราดอกเหมยห้ากลีบ หลี่อันเบิกตากว้าง“ตรานี้...” เซียวจิ่นเหยียนกล่าวเสียงหนัก “เป็นตราประจำตระกูลหลี่”หลี่อันอ่านข้อความซ้ำอีกครั้ง ยิ่งอ่าน หัวใจก็ยิ่งหนักอึ้ง“เสบียงไม่ได้หายเพราะความผิดพลาด”“แต่มีคนจงใจตัดเสบียงกองทัพของบิดาท่าน”เซียวจิ่นเหยียนหลับตาลง ภาพในอดีตย้อนกลับมาอีกครั้ง คืนที่บิดาคุกเข่าอยู่กลางท้องพระโรง คืนที่มารดาร้องไห้จนหมดสติ วันที่ตระกูลเซียวถูกริบทรัพย์และประหารคนในตระกูลหลายสิบชีวิต เขาเคยเชื่อว่าทั้งหมดเป็นเพราะความพ่ายแพ้ในสนามรบ แต่แท้จริง...เป็นแผนการที่ถูกวางไว้ตั้งแต่ต้น หลี่อันจับมือเขาเบา ๆ“ท่าน”เซียวจิ่นเหยียนลืมตาขึ้น แววตาแดงก่ำ แต่ยังคงสงบนิ่ง“ข้าตามหาความจริงมาสิบห้าปี วันนี้...ในที่สุดก็พบมัน”หลี่อันกล่าวอย่างมั่นคง “ยังไม่หมด หลักฐานนี้เพียงพอจะพิสูจน์ว่าตระกูลหลี่เกี่ยวข้อง แต่ยังพิสูจน์ไม่ได้ว่าใครเป็นคนสั่ง”เซียวจิ่นเหยียนพยักหน้า “ใช่...เราต้องหาหลักฐานเพิ่ม&rd







