Se connecterบทที่ 8
เดินตลาดครานี้
ใช้เวลาเดินทางโดยรถม้าไม่นานก็มาถึงตลาด ชิงหลิงเดินลงจากรถม้าโดยการช่วยเหลือของชายหนุ่ม มือเรียววางลงบนมือใหญ่อย่างไม่ขัดเขิน โดยมีสายตาของคนที่รู้จักนายท่านเซี่ยลอบมองมายังคนทั้งคู่ ชิงหลิงได้ยินเสียงผู้คนพูดคุยกันแว่วมาว่า
“สตรีคนใหม่ของนายท่านเซี่ยหรือ ไม่เคยเห็นมาก่อนเลย”
“นั่นนะสิ นายท่านเซี่ยไม่เคยพาใครมาเดินตลาด เป็นไปได้หรือไม่ว่าจะเป็นนายหญิงใหญ่
“แต่นางดูแปลก”
“แปลกอย่างไร”
“งดงามเกินไปจนไม่คล้ายมนุษย์”
ชิงหลิงหันไปมองเซี่ยจือหมินว่ามีท่าทางเช่นไรต่อคำพูดเหล่านั้น ปรากฏว่าเขายังคงนิ่งเงียบ ท่าทางคล้ายไม่ได้ฟังเสียงสนทนาของชาวเมืองหญิงทั้งสอง
“ข้าค่อนข้างมีชื่อเสียงในเมืองนี้ ดังนั้นเสียงวิจารณ์ทั้งหลายนับเป็นเรื่องปรกติ”
แสดงว่าคำพูดของพวกนางเชื่อได้สินะ นายท่านเซี่ยไม่เคยพาใครมาเดินตลาด อีกทั้งนายท่านเซี่ยยังไม่คิดปฏิเสธด้วย ให้ความหวังข้าอีกแล้ว
“เช่นนั้นจะมีการเล่าลือเรื่องของนายท่านเซี่ยกับชิงหลิงหรือไม่เจ้าคะ”
การตั้งคำถามของชิงหลิงทำเอาฝ่าเท้าเซี่ยจือหมินชะงักค้าง ใบหน้าหล่อเหลาหันมามองนางด้วยความตื่นตะลึงเล็กน้อย ในใจคิด
นั่นสินะ หากมีการเล่าลือไปถึงชายสูงศักดิ์ผู้นั้น ไม่เท่ากับความไปถึงเขาเร็วขึ้นหรือ แต่ว่า…
“ช่างเถอะ ห้ามคำคนก็เหมือนห้ามควัน ห้ามไม่ได้หรอก”
เมื่อคิดได้ว่าอย่างไรก็ต้องส่งมอบชิงหลิงให้นายท่านผู้นั้นอยู่แล้ว เชี่ยจือหมินจึงได้ถอนหายใจแล้วปล่อยวาง
ไม่ช้าหรือเร็วก็ต้องส่งมอบให้อยู่ดี ทำใจเถอะเซี่ยจือหมิน
“เจ้าค่ะ”
ชิงหลิงพยักหน้ารับเบา ๆ ใบหน้างามก้มลงต่ำเมื่อเห็นแววตาของชายหนุ่ม
เขาช่างใจแข็งนัก
ทั้งคู่เดินเคียงข้างกันอย่างช้า ๆ มุ่งไปด้านหน้าผ่านร้านขายผ้า เครื่องประดับ ร้านแผงลอยขายเครื่องประทินโฉมมากมาย ทว่าไม่มีร้านไหนเลยที่ชิงหลิงจะสนใจ นางปรายตามองเพียงเล็กน้อยด้วยความหน่ายสิ่งของเหล่านั้น ชายหนุ่มที่จับสังเกตได้จึงไม่ได้ชวนเข้าร้านดังกล่าว
“อยากได้หรือ”
จนกระทั่งมาถึงร้านขายดอกไม้สดร้านหนึ่ง นางยืนนิ่งอยู่หน้าร้าน มองดอกไม้ช่อเล็กสีขาว แววตาเป็นประกายขึ้น
“นายหญิงรับมงกุฎดอกไม้หรือไม่ขอรับ ดอกที่นายหญิงสนใจสามารถนำมาทำมงกุฎดอกไม้ได้ขอรับ”
พ่อค้าหนุ่มตาเร็วมาก รีบเสนอขึ้นมาทันทีพร้อมหยิบมงกุฎดอกไม้ที่เพิ่งทำเสร็จยื่นให้สาวงาม ชิงหลิงเอียงหน้ามองเซี่ยจือหมินอย่างขอความเห็น เขาตอบคำถามนางด้วยการยื่นเงินให้พ่อค้า
“ขอบคุณนายท่านขอรับ”
ไม่เพียงรับเงินจากเซี่ยจือหมินมาเท่านั้น พ่อค้ายังยื่นมงกุฎดอกไม้ให้เขาด้วย ความหมายคือให้ชายหนุ่มเป็นผู้สวมมงกุฎดอกไม้ให้หญิงสาวเอง
“ข้าสวมให้เจ้าดีหรือไม่”
มือหนารับมงกฎดอกไม้จากพ่อค้ามาแล้ว ทว่ายังคงยืนมองหญิงสาวนิ่งแล้วขอคำอนุญาต ชิงหลิงพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้ม เพราะความสูงที่ต่างกันมาก นางเพียงยืนนิ่ง ๆ ให้เขาสวมให้แต่โดยดี ไม่ต้องย่อกายหรือต้องยืดเท้าขึ้นให้ความสูงใกล้เคียงกัน
“ขอบคุณเจ้าค่ะท่านเซี่ย ข้าชอบมาก”
มือเรียวสัมผัสมงกุฎดอกไม้ แม้จะมองไม่เห็นกระจกแต่นางคิดว่ามันต้องดูงดงามมากเป็นแน่ สังเกตได้จากแววตาอันเปล่งประกายของชายหนุ่มตรงหน้า
“เจ้าชอบก็ดี ข้าจะจำเอาไว้ว่าเจ้าชอบมงกุฎดอกไม้ ให้ข้าซื้อให้อีกหลาย ๆ อันดีหรือไม่”
“อันเดียวก็พอเจ้าค่ะ”
ชิงหลิงหัวเราะเบา ๆ เมื่อเห็นภาพตัวเองมีมงกุฎดอกไม้มากมายวางไว้บนศีรษะ ปฏิเสธออกไปด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
รอยยิ้มของนางสดใสเสียจนชายหนุ่มมองใบหน้างามนิ่งค้าง ชิงหลิงเองก็มองชายหนุ่มไม่ละสายตาไปไหนเช่นกัน
ทั้งสองตกอยู่ในภวังค์ความคิดของตนเอง โดยไม่รู้ตัวเลยว่ายามนี้มีใครกำลังมองพวกเขาอยู่บ้าง ใครที่ว่าอันจะนำความเรื่องนี้ไปบอกชายหนุ่มผู้สูงศักดิ์!
100 : อยู่ด้วยกันจนดับสลายเมื่อเห็นว่าชิงหลิงซ่างจวินสังเกตเห็นตนแล้ว ร่างเล็กจ้อยขนาดเท่านิ้วโป้งที่อยู่ในชุดสีฟ้าน้ำทะเลก็กระโดดลงจากดอกบัวบานในมือลงมายังพื้น พริบตาเดียวเท่านั้นก็เปลี่ยนเป็นหนุ่มร่างสูง งามตั้งแต่เส้นผมจรดปลายเท้า“เป็นท่าน ใช่ท่านแน่ ๆ”รูปลักษณ์หน้าตาของบุรุษตรงหน้าไม่เหมือนเซี่ยจือหมินและหนานหนิงโยวหยา แต่ชิงหลิงซ่างจวินสัมผัสแก่นวิญญาณของอีกฝ่ายได้ ริมฝีปากสั่นระริกเดินเข้าไปใกล้ร่างสูง ดวงตาคลอหน่วยไปด้วยน้ำ“จบแล้ว จากนี้เราไม่ต้องจากกันไปไหนแล้ว”ใบหน้าหล่อเหลาฉีกยิ้มหวานก่อนที่จะดึงสาวงามตรงหน้าเข้าสู่อ้อมอก ริมฝีปากจุมพิตข้างขมับเล็กแล้วเอ่ยประโยคเดียวกันกับที่คนรักเอ่ยเมื่อครู่“ใช่ จากนี้เราไม่ต้องจากกันไปไหนแล้ว”ฮั่วเอ๋อร์ยกปีกขึ้นปิดตาเอาไว้ รู้สึกเขินอายแทนเจ้านาย แต่เมื่อคิดได้ว่าควรพาก้างขวางคอออกไปจากพื้นที่ตรงนี้ เขาก็แปลงกายเป็นร่างเนื้อเอ่ยชวนเซียนผู้น้อยไปจากสระสัตตบงกช“เราไปจากตรงนี้เถิด ท่านทั้งสองคงอยากได้ความเป็นส่วนตัว”เซียนชั้นผู้น้อยรู้มารยาทดีจึงพยักหน้าตอบรับฮั่วเอ๋อร์แล้วเดินนำเขาออกไปจากพื้นที่บริเวณนี้ชิงหลิงซ่างจวินดันอกแกร่งอ
99 : กลับมาแล้วฮั่วเอ๋อร์บินโฉบลงบนพื้นหินอ่อนของสวรรค์ชั้นนภาท่ามกลางสายตาของเทพเซียนชายหญิงการที่อสูรนกไฟกลายเป็นหงส์เพลิงได้ไม่ใช่เพราะแค่ทำพันธะสัญญาก็สามารถกลายเป็นหงส์เพลิงได้เลยแต่เป็นเพราะผ่านการจำศีลร่วมกันมานาน บารมีทัดเทียมกันจนสามารถกลายเป็นสัตว์เทพชั้นสูงได้ ความหมายคือเทพเซียนผู้เป็นเจ้าของพันธะกำลังเลื่อนขั้นขึ้นเป็นเทพในเร็ววันนี้“กลิ่นอายเซียนระดับนี้เพิ่งเลื่อนขั้นจากภูตมาเป็นแน่ เหตุใดจึงเลื่อนขั้นได้เร็วนัก ข้ามจากเซี้ยเซียนกับซ่างเซียนเป็นซ่างจวินได้ อีกไม่นานคงได้เลื่อนขั้นขึ้นเป็นเสิ่นจวินแน่”สวรรค์มีลำดับชั้น เริ่มจากเซี้ยเซียน [1] ซ่างเซียน [2] ซ่างจวิน [3] เสิ่นจวิน [4] ซ่างเสิน [5] เหนือไปกว่านั้นคือเทียนจวิน [6] ตี้จวิน [7] สัจจเทพ [8] และเทพบรรพกาล [9]“นั่นมิใช่ธิดาแห่งเผ่าวารีหรือ ก็ไม่แปลกหากนางจะข้ามขั้นจากเซี้ยเซียนมาเป็นซ่างจวิน”ชิงหลิงซ่างจวินได้ยินคำพูดของซ่างเซียนเหล่านั้นชัดนางไม่สนใจจะแนะนำตัวเองกับใคร มุ่งหน้าขึ้นบันไดกว่าสามร้อยขั้นพร้อมกับฮั่วเอ๋อร์ในร่างขนาดย่อส่วนเพื่อขึ้นไปยังตำหนักของเทพชั้นสูงเทพแห่งดวงชะตาและเฒ่าจันทราอยู่ในตำแห
98 : หวนคืนสู่สวรรค์อีกครั้งห้าสิบปีผันผ่านบางจิตวิญญาณได้ดับสลายไม่อาจเวียนว่ายตายเกิด บางจิตวิญญาณเร่่ร่อนกลายเป็นวิญญาณไร้ที่ไป บางดวงจิตวิญญาณได้มาเกิดใหม่ในสถานที่ดีกว่าเดิมไม่ก็แย่ลงเพราะผลกรรมในอดีตชาติแต่ก็มีจิตวิญญาณที่ร่างเนื้อดับสลายพร้อมกับดวงจิตที่พุ่งขึ้นคืนสู่สวรรค์ กลับไปสู่สถานที่ซึ่งให้กำเนิดตนมานานเกือบสองร้อยปี“ยินดีต้อนรับธิดาวารีหวนคืนสู่สวรรค์ชั้นบาดาลเจ้าค่ะ”ทันทีที่ร่างงดงามในชุดบางเบาพริ้วไหวไปกับสายลมและผิวน้ำลุกขึ้นมานั่ง เหล่าสตรีมากมายในสถานะภูตก็ทำการเคารพเซียนองค์ใหม่แห่งสวรรค์ชั้นบาดาลชิงหลิงซ่างจวิน!ซ่างจวินคือเซียนชั้นสูงที่มีดินแดนปกครองตัวเอง ชิงหลิงซ่างจวินมีเผ่าวารีในสวรรค์ชั้นบาดาลเป็นดินแดนปกครองที่ว่า“ไม่ได้เจอกันนานสบายดีใช่หรือไม่”น้ำเสียงแว่วหวาน ใบหน้าอ่อนหวานงดงามจนแทบหยุดลมหายใจผู้ที่พบเห็นปรากฏรอยยิ้มบางเบาเพราะดวงตาของนางดั่งมีน้ำคลออยู่ในดวงตาตลอดเวลา คนถูกมองจึงรู้สึกว่ากำลังได้รับสายตาแห่งความรักจากชิงหลิงซ่างจวิน“พวกเราสบายดีเจ้าค่ะ ยามนี้ซ่างจวินรู้สึกอย่างไรบ้างเจ้าคะ ตอนนี้ท่านฮั่วเอ๋อร์กำลังบินวนอยู่เหนือน่านน้ำ ให้เร
97 : ความจริงทั้งหมดเพราะพระสวามีของนางได้รับตำแหน่งใหม่เป็นองค์รัชทายาท เล่อเวยจึงย้ายจากจวนเต้าเต๋อมายังตำหนักบูรพา ภายในเดือนแรกของการอภิเษก สถานะของนางก็เปลี่ยนเป็นว่าที่มารดาแห่งแผ่นดินแล้วยามนี้เล่อเวยนั่งอยู่ในห้องบรรทมใหญ่นั่งอ่านตำราที่โต๊ะเขียนหนังสือ ขณะนั้นเองฮั่วเอ๋อร์ก็บินผ่านหน้าต่างเข้ามา ในปากคาบบางอย่างเอาไว้ด้วย“พี่สาวขอรับ ฮั่วเอ๋อร์ได้รับสารจากองค์ชายใหญ่ขอรับ”ใบหน้างดงามฉายรอยยิ้มในทันที ตอนแรกนางกำลังหาอะไรทำแก้เบื่อ เมื่อจะได้ตอบจดหมายพี่ชายแบบยาวเหยียด นางจึงรู้สึกตื่นเต้น รับจดหมายมาเปิดอ่านทันทีโดยมีฮั่วเฮ๋อร์ที่อ่านตัวอักษรออกแล้วยืนมองข้อความในกระดาษอยู่ข้าง ๆเมื่ออ่านจดหมายจบ เล่อเวยก็เงยหน้าขึ้นมองฮั่วเอ๋อร์ในทันที ผู้ที่เอ่ยขึ้นมาก่อนคือฮั่วเอ๋อร์“ไม่คิดว่าซื่อจื่อจะรักพี่สาวถึงเพียงนี้ ถึงขั้นยอมแต่งกับนางเลยหรือขอรับ”เล่อเวยเองก็พูดไม่ออก เรื่องแต่งงานสำหรับนางคือเรื่องใหญ่ ในใจตั้งคำถามว่าเขารักนางมากเพียงใดถึงได้แต่งงานกับสตรีที่ตนไม่ได้รัก เพราะกลัวว่าสตรีผู้นั้นจะมาเป็นพระชายารองสามีของสตรีที่ตนรักอะ ปวดหัว!“พี่สาว น้ำตาพี่สาวไหลแล้วขอรับ
96 : เหนือการคาดหมายซูซูเนี่ยนเดินมายังโต๊ะที่ชุนชูถงนั่งรออยู่ด้วยใจที่เต้นตูมตาม ทว่ายังควบคุมตัวเองได้ดีโดยไม่แสดงอาการตื่นเต้นให้ชายหนุ่มเห็นเลยสักนิด“ซื่อจื่อ”นางย่อกายลงทำความเคารพเขาซึ่งชุนชูถงก็ลุกขึ้นยืนต้อนรับพร้อมผงกศีรษะทักทายกลับ“คุณหนูซู เชิญนั่ง”รอยยิ้มบนใบหน้าซูซูเนี่ยนหายไปในทันที เพราะเมื่อวานนี้ชุนชูถงเพิ่งเรียกนางด้วยความสนิทสนมว่า ‘ซูเนี่ยน’แต่พอวันนี้กลับมาเรียก ‘คุณหนูซู’ นางจึงไม่อาจรักษารอยยิ้มบนใบหน้าได้อีกต่อไป“เกิดอันใดขึ้นเจ้าคะ เหตุใดซื่อจื่อจึงกลับมาเรียกซูเนี่ยนเช่นนี้อีกแล้ว หรือว่าซูเนี่ยนทำอันใดผิดไปหรือไม่”ชุนชูถงส่ายหน้าไปมา“คุณหนูซูมิได้กระทำสิ่งใดผิด เป็นชูถงที่ผิดต่อคุณหนูซูแล้ว หลายวันที่ผ่านมานี้คิดว่าตนเองจะทำใจให้ชอบคุณหนูได้ แต่สุดท้ายก็ทำไม่ได้ จำต้องพูดกับคุณหนูซูในวันนี้ให้ชัดเจนแล้ว”หญิงสาวโดนคำพูดของเขาทำให้แน่นิ่งไปแล้ว ในใจคิด…จะรักจะชอบข้าต้องใช้คำว่า ‘ทำใจ’ เชียวหรือ“เพียงไม่กี่วันเท่านั้นเหตุใดจึงคิดว่าตนจะชมชอบซูเนี่ยนไม่ได้เจ้าคะ องค์หญิงก็อภิเษกไปแล้ว ซื่อจื่อยังคิดฝันเรื่องใดอยู่”ประโยคคำถามนี้ทำเอาชุนซือหนิงพยักห
95 : รับราชโองการเล่อเวยเห็นสวามีคุกเข่านิ่ง ไม่ออกไปห้องโถงเพื่อรับราชโองการตามที่หลิวกงกงเอ่ยนาม นางก็สะกิดเขาเบา ๆ ให้ลุกไปรับราชโองการตรงกลางห้องโถงเมื่อนั้นขันทีจึงได้เปิดม้วนพระราชโองการสีเหลืองทองออกแล้วอ่านในสิ่งที่อยู่บนกระดาษประทับตราราชลัญจกร“ด้วยอ๋องหนานหนิงโยวหยาจัดการดูแลเมืองเค่อได้เจริญก้าวหน้า สามารถจัดการขุนนางผู้ทุจริตและควบคุมขุนนางน้ำดีได้อย่างมีประสิทธิภาพจึงเห็นสมควรแต่งตั้งอ๋องหนานหนิงโยวหยาขึ้นเป็นองค์รัชทายาท เสด็จขึ้นครองราชย์ได้ทันทีเมื่อรัชกาลปัจจุบันสวรรคต จบราชโองการ”สิ้นขันทีประกาศก้าว ภายในท้องพระโรงพลันตกอยู่ในความนิ่งเงียบ เล่อเวยขยับกายมายืนข้างสวามีก่อนที่จะกระซิบบอกให้อีกฝ่ายรับราชโองการ“ขอบพระทัยฝ่าบาท ขอทรงพระเจริญหมื่นปีหมื่นหมื่นปี”มือหนายื่นมือออกไปรับม้วนพระราชโองการจากหลิวกงกง เมื่อไร้ร่างหลิวกงกงบดบังเสด็จปู่ของตนแล้วเขาจึงเห็นใบหน้าเปื้อนยิ้มของชายชรายามนี้ชินอ๋องต้องโทษ เว่ยหวางถูกถอดถอนฐานันดรศักดิ์ ยามนี้คนที่เหมาะสมจะเป็นองค์รัชทายาทมากที่สุดก็คืออ๋องหนุ่มแล้ว ดังนั้นเหล่าขุนนางจึงกล่าวแสดงความยินดี ยังไม่คิดแบ่งฝักแบ่งฝ่ายในตอ







