LOGINเวลา...
สองสัปดาห์ต่อมา...
"ลุงโชคว่ายังไงนะคะ" ฉันหันไปมองลุงโชคอีกครั้งหลังจากได้ฟังเรื่องที่ลุงโชคพูดจบไป
"พวกนั้นมาอีกแล้วครับ พวกนายทุนน่ะ"
"คนพวกนี้พูดไม่รู้เรื่องกันหรือยังไงนะ ก็บอกไปแล้วว่าไม่ขาย ๆ" ก่อนหน้านี้มีพวกนายทุนต่างชาติมาถามขอซื้อที่ดินของฉันอยู่บ่อยครั้ง และทุกครั้งฉันก็ได้ปฏิเสธไป ถึงแม้ว่าสวนส้มจะยังเป็นต้นอ่อนที่เพิ่งลงหลุมไป แต่ก็ไม่ได้ทำให้ฉันรอไม่ได้ถึงกับขายสวนทิ้ง เพราะฉันยังมีสวนผักอีกมากมายที่ออกผลผลิตให้ได้ส่งขายอยู่ตลอด ที่สำคัญมันคือที่ดินที่คุณทวดซื้อให้ฉันกับลูก ฉันไม่มีวันขายมันหรอก
"เราจะทำยังไงดีครับคุณเวลา" ลุงโชคยังคงถามด้วยสีหน้าเคร่งเครียดไม่ต่างกับฉัน
"คราวนี้มากันกี่คนคะลุง"
"มากันสองคนครับ น่าจะเป็นคนไทยด้วยกันทั้งคู่" ลุงโชคตอบ ปกติมากันทีสี่ห้าคนแถมมีแต่ต่างชาติด้วย วันนี้มาแปลกไม่แน่อาจจะคนละเจ้าก็ได้ครับ ไม่งั้นก็คงเป็นพวกนายหน้าหาที่ดินให้ชาวต่างชาติ
"เดี๋ยวลุงโชคให้ป้าช้อยมาดูนาทีให้เวลาก่อนนะคะ เดี๋ยวเวลาจะไปจัดการคนพวกนั้นเอง" ลุงโชคพยักหน้าก่อนจะวิ่งเข้าไปในครัวเพื่อเรียกป้าช้อยเมียแกให้มาดูลูกชายของฉัน
"ป้ามาแล้วค่ะ" เสียงป้าช้อยดังออกมาจากด้านใน "คุณเวลาให้คนไปเป็นเพื่อนไหมคะ เผื่อคนพวกนั้นทำอะไรคุณเวลา" ป้าช้อยถามฉันด้วยความเป็นห่วง
"ไม่เป็นไรค่ะป้าเดี๋ยวเวลามานะคะ" ฉันหันไปบอกป้ากับลุงซึ่งเป็นคนงานในสวยที่สนิทด้วยที่สุดก่อนจะรีบเดินออกมา "พอดีเลย เอาไอ้ทุยกับอีด่างออกไปเดินเล่นข้างนอกด้วย" ฉันมองหาหมาแม่ลูกอ่อนที่มาคลอดลูกทิ้งไว้ในสวนก่อนจะมองหาไอ้ทุยควายจากโรงเชือดที่ฉันไถ่มา
"ด่าง ๆ มานี่ ๆ" ฉันร้องเรียกอีด่าง หมาแม่ลูกอ่อนที่นอนให้นมลูกอยู่ข้างคอกไอ้ทุยให้ออกมา "เดี๋ยวพวกแกไปเดินเล่นนะ อีด่างก็ไปไล่คนแปลกหน้านะเข้าใจไหม" ฉันคุยกับสัตว์สองตัวพลางจูงเชือกไอ้ทุยออกมาจากคอกโดยมีหมาอีด่างวิ่งตามมาด้วย
"มึงจะซื้อที่ดินตรงนี้จริง ๆ เหรอวะ ไหนบอกเจ้าของเขาไม่ยอมขายไง" เดินออกมาได้สักพักก็ได้ยินเสียงพวกนายทุนคุยกันอยู่ไม่ไกลไม่ไกลจากจุดที่ฉันยืนอยู่นัก ลองแอบดูก็เห็นเป็นผู้ชายสองคนสวมเสื้อยืดสีดำกับกางเกงยีนส์สีดำ สวมแว่นดำแล้วก็ใส่หมวกด้วยกันทั้งคู่ หากมองผ่าน ๆ สองคนนั้นเหมือนกันราวกับเป็นคนเดียวกัน แต่ดูจากทรงแล้วถ้ามาซื้อเองก็น่าจะเอาที่ดินของฉันไปทำสนามกอล์ฟแน่เลย
"ทุย ๆ มานี่" ฉันดึงไอ้ทุยให้เข้ามาใกล้ ๆ ก่อนจะค่อย ๆ แกะเชือกออกพลางแอบฟังที่สองคนนั้นคุยกันไปด้วย
"เออกูก็ไม่ได้อยากเซ้าซี้เขาหรอกถ้าเขาไม่อยากขายน่ะ แต่ย่านะสิอยากได้ซะงั้นแถมยังบอกกูอีกนะว่าถ้าซื้อที่ดินแปลงนี้ไม่ได้ท่านจะไม่ให้กูกลับเมืองนอกแล้วก็จะไม่ช่วยกูเรื่องโรสอีก" เสียงผู้ชายคนหนึ่งพูดขึ้น ว่าแต่ทำไมเชือกมันแกะยากแกะเย็นแบบนี้ล่ะ ฉันพยายามดึงเชือกไอ้ทุยที่ติดกับกิ่งไม้ออกแต่ก็ไม่ออกสักที
"นี่มึงไม่อยากกลับไปคบกับโรสเพราะมึงจะตามหาแม่ของลูกที่หนีไป หรือเพราะว่ามึงไม่ได้รักโรสแล้ว" เสียงผู้ชายอีกคนถามขึ้น
"กู... ก็ไม่รู้ว่ะ แต่ก่อนที่กูจะข่มขืนผู้หญิงคนนั้นโรสเป็นคนบอกเลิกกูก่อน โรสนอกใจกูก่อน"
"เฮ้! ใครอยู่ตรงนั้นน่ะ ออกมานะ" แต่เหมือนหนึ่งในสองคนนั้นจะเห็นฉันเข้าแล้วล่ะสิ เอายังไงดี
"ควายไง! เคยเห็นไหมล่ะ" ฉันตะโกนกลับพร้อมปล่อยให้ไอ้ทุยวิ่งออกไปหาสองคนนั้น "ไปเลยทุย ไปเลยลูก!"
"เฮ้ยย! คะควาย!"
"ด่างรีบตามไอ้ทุยไปเร็วไล่พวกนั้นออกไปจากสวนเรา"
โฮ่ง! โฮ่ง! โฮ่ง!
ฉันยืนมองผู้ชายสองคนวิ่งหนีควายตัวใหญ่ออกจากไร่ พร้อมกับมีหมาอีด่างวิ่งตามไปไล่กัด หึ สมน้ำหน้าอยากมายุ่งกับมรดกของลูกชายฉันทำไม "บอกไปแล้วว่าไม่ขาย ๆ ยังจะมาตื้ออีก น่ารำคาญ"
เกริ่นเรื่องไปก่อนนะคะ ไว้วันหลังจะมาอัฟเรื่อยๆจะได้เข้าถึงเนื้อเรื่องเร็วๆ
หลายปีต่อมา...องศา..." นาทีคิดดีแล้วหรอลูก "ผมถามลูกชายคนเดียวของผมที่ตอนนี้นั่งห้อยขาอยู่ริมสระข้างๆผม" ครับพ่อ นาทีคิดดีแล้ว "ลูกชายวัยสิบแปดปีของผมที่เมื่อก่อนเคยเป็นเด็กชายตัวน้อยๆคนหนึ่งหันมาตอบอย่างหนักแน่น ผมไม่รู้ว่าทำไมนาทีถึงอยากไปเรียนต่อที่อังกฤษทั้งๆที่ก่อนหน้านี้เคยย้ำนักย้ำหนาว่าจะไม่ไป และผมเองก็ไม่ได้อยากให้นาทีไปเพราะไม่อยากให้นาทีต้องเรียนหนักและทำงานหนักเหมือนผมตอนนั้น" ไม่คิดถึงพ่อกับแม่หรอลูก "ผมถามยิ้มๆ อันที่จริงเราสามคนพ่อแม่ลูกเมื่อก่อนเคยเป็นแบบไหนทุกวันนี้ก็ยังคงเป็นแบบนั้น บอกรักกันทุกวันเหมือนเดิม บอกคิดถึงกันทุกวันเหมือนเดิม และเล่นกันเหมือนเดิม ก็เลยทำให้เราสามคนกล้าพูดหรือกล้าบอกอะไรหลายๆอย่างแก่กันอย่างไม่ต้องกังวล ยกเว้นในตอนนี้" คิดถึงครับ แต่นาทีจะโทรหาพ่อกับแม่ทุกวัน จะมาเยี่ยมบ่อยๆ "นาทีหันมาตอบพลางเอนตัว
เวลา...หลายสัปดาห์มานี้ฉันได้มีโอกาสตามองศามาดูงานในกรุงเทพแทนฟาเรนท์เพราะเธอกำลังตั้งท้อง ธันวาก็เลยให้เธอหยุดทำงานทุกอย่างและองศาก็เข้าไปช่วยเพราะเมื่อก่อนฟาเรนท์ก็เคยช่วยงานเขาเอาไว้เหมือนกันและฉันก็อยากลองทำงานดูบ้างเลยขอองศาให้รับงานฟาเรนท์ไว้ และฝากนาทีไว้กับน้ำแข็งและคุณทวดจากการที่ได้เลี้ยงลูกอยู่บ้านเป็นแม่บ้านมาตลอดพอฉันต้องออกมาเจอผู้คนมากมายมันก็ทำให้ฉันตื่นเต้นไม่น้อย โดยเฉพาะที่โรงแรมของฟาเรนท์มีผู้คนพลุกพล่านเต็มไปหมด" ไม่คิดเลยว่าพนักงานต้อนรับที่นี่จะสวยขนาดนี้ "เสียงผู้ชายหน้าตาหล่อเหลาแต่งตัวดูดีอายุน่าจะมากว่าฉันสักสี่ห้าปีพูดขึ้นพลางเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าพร้อมกับจูงมือเด็กชายตัวน้อยหน้าตาน่ารักมาด้วย" ขอบคุณค่ะ คุณมีอะไรให้ฉันช่วยมั้ยค่ะ หรือติดต่อเรื่องอะไรค่ะเผื่อฉันช่วยคุณได้ "ฉันส่งยิ้มเป็นมิตรไปให้และรักษาไว้ซึ่งมารยาทที่สุดกับบุคคลตรงหน้า ถึงจะสัมผัสได้ว่าเขานั้นหน้าม่อแค่ไหน
เวลา...วันนี้น้ำแข็งกับอัคคีพาเด็กๆมาฝากฉันไว้เพราะทั้งคู่ไปประชุมที่ต่างจังหวัด นักรบกับพบรักเป็นเด็กเลี้ยงง่ายและน่ารักเหมือนกับนาที พบรักเป็นเด็กช่างพูดและขี้เล่นเหมือนกับนาทีต่างกับนักรบที่เป็นฝาแฝดของพบรักแต่นิสัยต่างกัน" นักรบมายืนทำอะไรตรงนี้ครับ ไม่ไปเล่นกับนาทีกับพบรัก "ฉันเดินตามเด็กชายตัวน้อยมาห่างๆเมื่อก่อนหน้าสังเกตุได้ว่าหลานชายตัวเองตีตัวออกห่างจากที่เล่นกันอยู่ค่อยๆเดินออกมาจากกลุ่ม ก่อนจะเดินมาตรงแคมป์คนงานที่องศาจ้างมาให้ปรับปรุงรีสอร์ต" นักรบมาหาของเล่นฮะคุงอา "ฉันขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำพูดของหลานชายพร้อมกับมองตามนิ้วชี้น้อยๆที่ชี้ไปตรงบ่อผสมปูน อ่าบ่อนั่นหรอของเล่น" อันนั้นเล่นไม่ได้นะครับ มันอันตรายแล้วก้สกปรกมากด้วย "ฉันย่อตัวลงบอกหลานชาย" นักรบไม่กลัวอันตรายฮะ แต่ถ้ามันสกปรกนักรบจะทำให้มันสะอาดเอง "หลานชายตัวน้อยพูดโดยไม่หันม
เวลา..." แม่ฮะทำไมวันนี้บ้านเราทำกับข้าวเยอะล่ะฮะ คุงปู่คุงย่าก็มาด้วย คุงทวดสุดสวยก็มา ลุงคีกะป้าน้ำแข็งก็มา "เสียงลูกชายตัวน้อยยืนหันซ้ายหันขวามองทุกคนที่รีสอร์ตพลางไล่ชื่อแต่ละคนไปมาด้วยน้ำเสียงเจื้อยแจ้วและแววตาตื่นเต้น" วันนี้เป็นวันพิเศษครับ ทุกคนเลยมาที่นี่เพื่อทานข้าวร่วมกัน "ฉันบอกลูกชายตัวน้อยที่ยังไม่รู้ตัวว่าวันนี้คือวันเกิดครบรอบสี่ขวบของตัวเอง" อ๋อ เป็นแบบนี้นี่เอง นาทีก็คิดว่ามีงานอะไรซะอีก "ลูกชายตัวน้อยยิ้มแป้นก่อนจะกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปหาคุณทวดเมื่อได้รู้คำตอบแล้ว" ว่าไงจ๊ะนาทีเหลนทวด หล่อขึ้นนะเรา "เสียงคุณทวดที่โน้มตัวลงมาคุยกับเหลนตัวน้อยพูดขึ้น" คุงทวดก็สวยขึ้นฮะ ส่วนนาทีอะหล่ออยู่แล้ว "เฮ้อลูกชายฉันนี่นะหลงตัวเองได้ใครกัน" นาที!! สุขสันต์วันเกิดน้าา วันนี้พบรักมีของขวัญมาให้นาทีด้วยล่ะ "
องศา...มื้อเย็นวันนี้ผมเป็นคนเข้าครัวโชว์ฝีมือทั้งหมดเพื่อไถ่โทษกับใครบางคนที่ผมทำให้นอนซมจนป่านนี้ไม่รู้ว่าลุกไหวหรือยัง" มาครับเด็กๆ ล้างมือกันหมดทุกคนแล้วใช่มั้ยครับ "ผมถามสามแสบที่นั่งประจำที่บนโต๊ะอาหารเรียบร้อยแล้ว" ล้างแล้วค่า / ล้างแล้วฮะ / เรียบร้อยฮะ "" พ่อฮะแม่ล่ะฮะ "เสียงลูกชายตัวน้อยเอ่ยถามแต่ปากยังเคี้ยวข้าวตุ่ยๆ" แม่คงอาบน้ำอยู่ครับ พวกเราทานก่อนเลยนะครับเดี๋ยวพ่อไปดูแม่ก่อน "สามแสบพยักหน้าให้ผมรัวๆก่อนที่ผมจะฝากเซริคที่นั่งทานข้าวด้วยช่วยดูแลเด็กๆ ส่วนยัยหนูคนนั้นป้าช้อยกับลุงโชคให้ทานข้าวในครัวด้วยกันก็เลยไม่ได้มาร่วมวงด้วย" นายไม่เห็นปลุกฉันเลยองศา "เสียงคนที่กำลังแต่งตัวอยู่พูดพลางยู่หน้าใส่ผม" ก็ไม่อยากกวนเธอนิเห็นหลับอยู่ หิวมั้ยวันนี้ฉันโชว์ฝีมือเองเลยนะ "ผมบอกคนที
เวลา..." อื้ม องศา "เสียงแหบพร่าของฉันร้องเรียกชื่อคนที่กำลังวุ่นวายอยู่กับเบื้องล่างของฉันดังซ้ำไปซ้ำมา ลิ้นหนาสากตวัดซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนฉันปวดหนึบไปทั่วจุดกึ่งกลาง มือใหญ่สองข้างขององศาบีบเคล้นอกของฉันไปมาทั้งๆที่ใบหน้าของเขายังคงซุกอยู่ตรงกลางหว่างขา" หวานจังเลย เวลา "" ซี๊ด องศาหยุดก่อน "สะโพกฉันแอ่นขึ้นลงตามแรงตวัดของปลายลิ้นสากซ้ำแล้วซ้ำเล่า กี่ครั้งที่ปลายลิ้นสากตวัดไปมาทำให้สติฉันวูบโหวงสมองโล่งไปหมด" พร้อมมั้ย "เสียงกระเส่าขององศายังคงดังขึ้นเรื่อยๆเมื่อสอดแทรกปลายลิ้นเข้ามาในช่องเล็กๆ แม้ฉันจะบอกเขาเป็นสิบๆครั้งว่าพร้อมแล้ว ฉันต้องการเขาเขาก็ไม่ยอมหยุดสักที" อื้อ เจ็บ "ฉันดิ้นไปมาอย่างทุรนทุรายเมื่อลิ้นหนาสอดแทรกเข้ามาในช่องเล็กลึกกว่าทุกครั้ง ก่อนจะตวัดไปมาขบเม้มและดูดดึงติ่งเนื้อน้อยๆอย่างสนุกสนาน ความเปียกชื้นไหลลื่นเต็มบริเวณช่องแคบจนฉันรู้สึก







