LOGINองศา...
"แฮ่ก แฮ่ก เชี้ยเอ้ย! อย่าให้รู้นะว่ายัยนั่นเป็นใคร แฮ่ก แฮ่ก" ผมสบถออกมาด้วยความหงุดหงิดหลังจากวิ่งหนีควายตัวใหญ่กับหมาบ้ามาอย่างไม่คิดชีวิต "ยัยคนสวนตัวแสบอย่าให้เจออีกครั้งนะ" ผมกัดฟันกรอดหลังจากวิ่งเข้ามานั่งในรถพร้อมกับพี่ชายฝาแฝดของตัวเองแล้ว
"มิน่าล่ะทุกคนที่ส่งมาถึงไม่มีใครได้เจรจาซื้อที่ดินแปลงนี้สักที กูว่าควายดุแล้วหมาตัวนั้นแม่ง...ดุยิ่งกว่าอีก" ไอ้อัคคีบ่นพลางส่ายหัวไปมาก่อนจะเอนตัวลงด้วยความเหนื่อยล้า
"ยัยนั่นแม่งไม่มีเหตุผลเลย แทนที่จะคุยกันก่อน" ผมบ่นพึมพำพลางขับรถออกไป "คอยดูนะ รอบหน้าถ้าเจออีกล่ะก็..."
"นี่มึงอย่าบอกนะว่าจะมาอีกน่ะ" อัคคีหันมาหาผม
"ก็เออดิ นี่ยังไม่ได้คุยกับเจ้าของที่เลยโดนไล่ออกมาซะแล้ว" ถ้าผมยอมแพ้ ข้อเสนอของคุณย่าผมก็อดน่ะสิ
"วันหลังมึงมาคนเดียวเลยนะ กูไม่มาเสี่ยงโดนหมากัดโดนควายขวิดกับมึงหรอก กูมีลูกมีเมียต้องดูแล"
"เออ! กูมาคนเดียวก็ได้วะมึงแม่ง"
อยู่ ๆ ผมก็ได้รับคำสั่งจากคุณย่าให้บินกลับไทยเพื่อมาซื้อที่ดินแถวชานเมืองในกรุงเทพให้ด้วยเหตุผลที่ว่าคนที่คุณย่าส่งมาไม่มีใครสามารถหว่านล้อมให้เจ้าของที่ดินแปลงนี้ขายที่ให้คุณย่าได้ อันที่จริงผมก็ไม่อยากอาสามาเป็นนายหน้าซื้อที่ให้คุณย่าหรอก แต่ข้อเสนอล้ำค่าที่คุณย่าเสนอมาทำให้ผมต้องน้อมรับคำบัญชาอย่างปฏิเสธไม่ได้
ครั้งแรกผมก็คิดว่าแค่ที่ดินธรรมดา ๆแปลงนึงถ้าเขาไม่ขายแล้วจะเซ้าซี้ทำไม แต่พอวันนี้มาเจอกับตาผมบอกได้เลยว่าทำเลดีเหมาะกับการทำรีสอร์ท แต่พอถามว่าคุณย่าจะซื้อมาทำไมคำตอบที่ได้คือท่านจะทำสวนผลไม้ แม่เจ้า!
"แล้วมึงจะเอาไงต่อ" ไอ้อัคคีถามขณะที่เรากำลังเดินเข้าบ้านด้วยกัน หลังจากเดินทางกลับแล้ว
"กูขอกลับไปคิดก่อน"
"ตามใจมึงก็แล้วกัน แต่ถ้าวันไหนไส้ทะลักเพราะควายขวิดอย่าหาว่ากูไม่เตือนนะ" มันตบไหล่ผมพลางกระตุกยิ้มก่อนจะเดินไปหาพี่สะใภ้ที่ตอนนี้กำลังให้นมหลานแฝดผมอยู่ในห้องนั่งเล่น
"งั้นกูกลับเลยนะ" ผมบอกมันก่อนจะเดินตรงไปหาพี่สะใภ้พลางจิ้มแก้มนุ่มนิ่มของหลานแฝดสองคนที่เพิ่งคลอดได้เดือนกว่า ๆ จะว่าไปมองหน้าหลานที่ไรทำให้ผมคิดถึงใครบางคนขึ้นมา เธอไปอยู่ไหนนะ...เวลา "กลับแล้วนะพี่สะใภ้"
"ไม่อยู่กินมื้อเย็นด้วยกันเหรอ" พี่สะใภ้เงยหน้าขึ้นมาถามผมขณะที่อุ้มหลานผมไว้บนตัก
"ไม่ดีกว่า อยากรีบกลับไปพักน่ะ"
"นอนที่นี่ก็ได้นะ ตอนนี้สร้างห้องนอนเพิ่มแล้ว"
"จะให้มันนอนนี่ทำไมล่ะน้ำแข็ง ให้มันรีบกลับล่ะดีแล้วเดี๋ยวมันมาขโมยลูกเราไป" ไอ้พี่ชายว่าพลางขมวดคิ้วไปด้วย ผมยืนส่ายหัวให้กับอดีตเสือผู้หญิงอย่างอัคคีที่ตอนนี้ทิ้งลายกลายเป็นลูกแมวเชื่อง ๆ ตัวนึง ติดบ้านติดเมียติดลูก ก่อนจะตบหัวมันไปทีแล้วหันหลังเดินออกมา
"กูเจ็บนะ!" มันโวยวาย
อันที่จริงผมก็อยากนอนค้างที่นี่แหละเพราะขี้เกียจขับรถไกล อีกอย่างที่นี่ก็ใกล้กับสวนที่คุณย่าจะให้ผมไปถามซื้อด้วย แต่ทุกครั้งที่ผมมาที่นี่ มาเห็นครอบครัวของพี่ชายตัวเอง เห็นพี่ชายฝาแฝดตัวเองเป็นหัวหน้าครอบครัวที่ดี เป็นพ่อของลูกที่ดี เป็นสามีที่น่ารัก ผมก็อดรู้สึกผิดกับใครบางคนขึ้นมา
บางครั้งผมมาที่นี่ผมก็แอบมองดูพี่สะใภ้บ่อยครั้งแต่ไม่ใช่เพราะความพิศวาสอะไรนะครับ ผมมองพี่สะใภ้ก็เพราะว่าคนคนนั้นในเวลานี้เธอจะเลี้ยงลูกเหมือนพี่สะใภ้ไหม เธอกำลังให้นมลูกหรือเปล่า เธอกำลังทำอะไรอยู่ ยิ่งผมมองหน้าหลานแฝดทั้งสองที่อีกคนหน้าเหมือนพ่อซึ่งก็หน้าเหมือนผมด้วยเพราะเป็นแฝดกัน ผมก็รู้สึกแย่เข้าไปอีก ผม...อยากเจอลูกของตัวเอง
เวลา...เย็นวันนี้ฉันให้องศาเป็นคนดูแลนาที ส่วนฉันก็เตรียมมื้อเย็น จะว่าไปวันนี้ก็เหนื่อยเหมือนกันนะ กว่าจะจัดข้าวของเสร็จก็เย็นพอดี" เวลา ฉันพานาทีออกไปเดินเล่นริมสระนะ "เสียงองศาตะโกนจากด้านนอก" นาทีตื่นแล้วหรอ "ฉันตะโกนกลับพร้อมกับตอกไข่ใส่ถ้วยไปด้วย" ตื่นแล้ว ฉันพาออกไปริมสระว่ายน้ำนะ "" รีบกลับมานะ จะมืดแล้วอากาศเย็น ยุงเยอะ "ฉันตะโกนบอก" ได้จ้าาา "เดี๋ยวนะเมื่อกี้เขาพูดว่าอะไรนะ...ช่างเถอะขอแอบดูสองพ่อลูกหน่อยว่าทำอะไรกัน ภาพที่ฉันเห็นคือผู้ชายตัวสูงกำลังทำท่าทางเก้ๆกังๆอุ้มเด็กน้อยวัยสองเดือนไว้แนบอกพลางโยกตัวไปมาพร้อมกับเดินออกไปนอกประตู จะขำก็ขำจะว่าน่ารัก...ก็ได้อยู่นะ
เวลา...หลายวันมานี่องศามาอยู่กับฉันที่สวนทุกวัน มาช่วยเลี้ยงนาที และตอนนี้สวนของฉันก็เปิดให้คนงานเข้ามาทำงานตามปกติ ที่เปลี่ยนไปก็คือมีงานให้คนทำเพิ่มมากขึ้นและเป็นเรื่องดีทีเดียวเพราะทุกคนดีใจที่มีงานทำ ฉันกับองศาทำตามทุกอย่างที่ตกลงกันไว้เรื่องการเปลี่ยนแปลงที่ดิน รวมถึงการสร้างรีสอร์ตด้วย เพราะแบบนี้วันนี้จึงเป็นวันที่องศาจะพาฉันกับนาทีย้ายไปอยู่ที่คอนโดของเขา จนกว่าการปรับเปลี่ยนสภาพพื้นที่และจนกว่าจะสร้างรีสอร์ตเสร็จ เราสองคนกลัวว่าถ้าอยูที่สวนต่อระหว่างการก่อสร้างอาจทำให้นาทีไม่สบายและรบกวนนาทีเราสองคนจึงตกลงย้ายมาอยู่ที่คอนโดกันก่อน" เวลา ในระหว่างที่ฉันอยู่ที่นี่ฉันต้องช่วยงานที่บริษัทของฟาเรนท์ไปด้วย ฉันอาจจะไม่ได้อยู่กับเธอกับลูกในช่วงกลางวันนะ "ฉันพยักหน้าก่อนจะส่งยิ้มให้องศา แน่นอนว่าฉันเข้าใจ เพราะฟาเรนท์เพิ่งจะรับช่วงต่อกิจการโรงแรมและคอนโดที่คุณย่ายกให้ดังนั้นเธอจึงเป็นผู้บริหารที่ประสบการณ์ยังไม่มากเท่าไหร่แต่ก็โชคดีที่องศาเก่งด้านนี้และเขาก็เรี
เวลา...หลังจากที่ฉันกับองศาเรายืนล้างจานช่วยกันเงียบๆ ขอย้ำยืนแบบต่างคนต่างยืนนะคะแบบเงียบๆ เสร็จแล้วองศาก็ขอตัวไปคุยโทรศัพท์กับใครสักคน ฉันเลยเดินไปหานาทีที่ห้องนั่งเล่นตอนนี้หลับปุ๋ยเลยนะเจ้าลูกชาย" เวลา... "องศาพยักหน้าเรียกฉันเบาๆเพราะกลัวนาทีจะตื่น ก่อนที่ฉันจะเดินตามเขาไปในห้องนอน ว่าแต่ทำไมต้องเป็นห้องนอน" นายมีอะไรหรอ "ฉันถามพร้อมกับแง้มประตูไว้เล็กน้อยกลัวว่าจะไม่ได้ยินเสียงนาที" คือฉันอยากจะปรึกษาเธอเรื่องที่ดินน่ะ "สีหน้าขององศาเหมือนลำบากใจ" นายยังอยากได้ที่ดินผืนนั้น? "" เปล่า แต่ฉันจะบอกเธอว่าฉันจะสร้างรีสอร์ตบนพื้นที่ที่เหลือดีมั้ย หรือว่าเธออยากจะทำสวนเพิ่มก็ได้ ตอนนี้ฉันโอนที่ดินทั้งหมดเป็นชื่อเ
เวลา..." โอ๊ย!! จะอ้วกก ไปจีบกันที่อื่นไป๊!! ฮะเฮ้ย!! พี่สะใภ้!! "เสียงคุ้นหูของฟาเรนท์ทำให้เราสองคนรีบหันไปมอง" เงียบๆได้มั้ยฟาเรนท์ "องศาดุ" อร๊ายยย นี่ๆ หลานคนที่สามของกูหรอไอ้พี่องศา "ฟาเรนท์ที่กำลังเดินเข้ามาหาฉันชะงักเท้าแทบหัวทิ่มเมื่อหันไปมองร่างเล็กๆที่กำลังขยับไปมาเพราะได้ยินเสียงดังเหมือนคนตะโกนใส่ลำโพงของฟาเรนท์" แอ้ อ้อแอ้ "มือเล็กๆของนาทีแกว่งไปมาในอากาศก่อนจะคว้านิ้วชี้ของฟาเรนท์เอาไว้" ลูกกูตื่นเลยเนี่ย ไปไหนก็ไป "องศาชักสีหน้าใส่แต่ฟาเรนท์ก็ไม่ได้สนใจเพราะมัวแต่สนใจนาทีที่คุยอ้อแอ้อยู่บนโซฟา" อร๊ายยย หน้าเหมือนนักรบเลยอะ ผู้หญิงหรือผู้ชายอะพี่สะใภ้ "
เวลา..." โรงพยาบาลนี้มันแพงมากนะองศา "เมื่อลงจากรถองศาก็หิ้วกระเป๋าพาฉันเดินเข้าไปในโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง มันเป็นคนละโรงพยาบาลที่คุณทวดพาฉันมาตอนคลอดนาที และฉันก็เพิ่งจะเคยมาที่นี่เป็นครั้งแรก ดูจากการตกแต่งโรงพยาบาล การแต่งกายพนักงานและการบริการลูกค้าแล้ว ฉันว่าฉันจ่ายไม่ไหวแน่ๆ" เวลา เธอคิดว่าแค่นี้ฉันจะจ่ายให้ลูกไม่ไหวหรือไง "องศาหันมาพร้อมกับเลิกคิ้วให้ฉันทีนึง อ่อลืมไปว่าเขารวย โอเค๊" ไงมึง พาใครมาหาหมอวะ "เดินไปได้สักพักก็มีผู้ชายหน้าตาดีคนหนึ่งเดินมาทักทายองศา ดูจากสรรพนามที่ใช้ด้วยกันแล้วฉันคิดว่าเขาน่าจะเป็นเพื่อนกันนะ" พาลูกมาหาหมอ "องศาตอบ" นักรบไม่สบายหรอ "ผู้ชายคนนั้นเดินมาหาฉันก่อนจะจิ้มแก้มนาทีไปครั้ง
องศา...ผมนั่งมองทางที่เวลาเดินเข้าไปด้วยใจที่ไม่เป็นสุข ผมกลัวว่าผมจะอุ้มนาทีผิดท่า กลัวว่านาทีจะตื่นขึ้นมาแล้วงอแง ตอนนี้ผมนั่งตัวแข็งทื่อทำอะไรไม่ถูกนอกจากจะนั่งมองหน้านาทีสลับกับทางที่เวลาเดินเข้าไปในสวนเมื่อกี้" แอ้ อ้อ แอ้ "เสียงของนาทีที่ตื่นขึ้นมาทำให้ผมสะดุ้งและรู้สึกกระวนกระวาย ถ้านาทีหิวผมจะเอานมที่ไหนให้กินเวลายังไม่กลับมาสักที แต่ความกังวลทั้งหมดก็หายไปเมื่อมือเล็กๆของนาทีโบกไปมาเหมือนสะกดให้ผมค่อยๆโน้มใบหน้าลงไปหา มือเล็กๆสีชมพูระเรื่อสองข้างยกขึ้นแกว่งไปมากลางอากาศจนสัมผัสเข้ากับปลายจมูกและใบหน้าของผม" อ้อ อ้อ แอ้ "ทันทีที่มือเล็กนั้นสัมผัสโดนใบหน้า น้ำตาลูกผู้ชายที่เคยไหลเฉพาะเวลาโดนแม่ตีในสมัยเด็กก็เอ่อล้นรอบดวงตาทั้งสองข้าง มือเล็กๆแกว่งไปมาฝากกลิ่นหอมแป้งเด็กไว้จนติดจมูก หากในวันนี้ผมไม่ได้มาอยู่ตรงนี้ผมคงต้องเสียสิ่งที่มีค่าที่สุดไป จากนี้ผมจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนพาเจ้าต







