Share

บทที่ 4

last update Petsa ng paglalathala: 2026-03-05 17:29:59

บทที่ 4 : การเริ่มต้นใหม่

สองวัน...

ผ่านไปแล้วสองวันเต็มๆ ที่หลินเวยลืมตาตื่นขึ้นมาพบกับเพดานไม้แกะสลักลวดลายโบราณ แทนที่จะเป็นฝ้าเพดานเรียบหรูในบ้านที่กรุงเทพฯ

นางพยายามหลับตาลงแล้วลืมตาขึ้นใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ภาวนาต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทุกศาลที่นึกออก ขอให้เรื่องทั้งหมดนี้เป็นเพียงฝันร้ายตื่นหนึ่ง แต่ความจริงช่างโหดร้าย... นางยังคงติดอยู่ในร่างของสตรีโบราณผู้นี้

"พ่อจ๋า... แม่จ๋า..."

หยาดน้ำใสไหลรินจากหางตาลงสู่หมอน ภาพใบหน้าของบิดามารดาในโลกปัจจุบันฉายชัดในความทรงจำ ท่านทั้งสองแก่ชรามากแล้ว หากรู้ว่าลูกสาวคนเดียวจากไปอย่างกะทันหัน พวกท่านจะอยู่ต่อไปอย่างไร

"หนูขอโทษ..." หลินเวยสะอื้นไห้เงียบๆ นางทิ้งเงินประกันชีวิตไว้สิบล้าน หวังว่ามันจะช่วยดูแลพ่อกับแม่แทนนางได้บ้าง

แม้จะมีเงินทองมากมายทิ้งไว้ให้ แต่เงินหรือจะสู้การมีชีวิตอยู่ด้วยกันได้อย่างไร... ความรู้สึกผิดกัดกินหัวใจจนนางแทบไม่อยากลุกจากเตียง

"ฮูหยิน... ทานโจ๊กสักหน่อยเถิดเจ้าค่ะ เดี๋ยวร่างกายจะทรุดโทรมไปกันใหญ่"

เสี่ยวชุ่ยค่อยๆ ประคองร่างบางให้ลุกขึ้นนั่ง พลางป้อนอาหารให้นายหญิงอย่างเอาใจใส่ ตลอดสองวันที่ผ่านมา หลินเวยใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการซักถามเรื่องราวในอดีตจากปากของสาวใช้คนสนิท

ยิ่งฟัง... ก็ยิ่งเวทนาเจ้าของร่างเดิม

'หลินเวย' เดิมทีเป็นดรุณีน้อยที่งดงาม จิตใจดี อ่อนโยน และขี้อาย นางเกิดในตระกูลคฤหบดีที่มั่งคั่ง มีบิดามารดาและพี่ชายที่รักใคร่ตามใจดุจไข่ในหิน ทว่าชีวิตที่โรยด้วยกลีบกุหลาบต้องพังทลายลงเมื่อแต่งเข้าจวนแม่ทัพ

ความไร้เดียงสาของนาง กลายเป็นจุดอ่อนให้ถูกรังแก... มิหนำซ้ำ 'ฮูหยินผู้เฒ่า' ยังเป็นผู้ชักนำอนุภรรยาเข้ามาเพื่อกดดันลูกสะใภ้พ่อค้าที่ตนไม่ชอบหน้า

จากผ้าขาวที่บริสุทธิ์ ถูกย้อมด้วยความกดดันและความริษยา จนกลายเป็นสตรีที่เกรี้ยวกราด และอาละวาดไม่เลือกหน้า เพียงเพื่อสร้างเกราะป้องกันตัวเอง... ช่างน่าเศร้าเหลือเกิน

"เสี่ยวชุ่ย..." หลินเวยวางช้อนลง แววตาเริ่มกลับมามีความมุ่งมั่น "เรื่องที่ข้าจะหย่ากับท่านแม่ทัพ... เจ้าห้ามแพร่งพรายไปถึงหูท่านพ่อท่านแม่ที่ตระกูลหลินเด็ดขาด"

เสี่ยวชุ่ยเบิกตากว้าง "ทำไมหรือเจ้าคะ? พวกท่านรักท่านมาก หากรู้เรื่องนี้ พวกท่านต้องรีบมารับท่านกลับบ้านแน่ๆ"

"นั่นแหละคือสิ่งที่ข้ากลัว" หลินเวยส่ายหน้า "หากพวกท่านรู้ เรื่องราวจะบานปลายใหญ่โต ข้าไม่อยากให้พวกท่านต้องมาเดือดร้อนเพราะข้า"

ในความทรงจำเจ้าของร่าง ตระกูลหลินรักนางมากเกินไป... มากจนอาจจะทำอะไรบ้าบิ่นเพื่อปกป้องศักดิ์ศรีลูกสาว ซึ่งในยุคที่อำนาจทหารเป็นใหญ่ พ่อค้าอย่างตระกูลหลินอาจจะเพลี่ยงพล้ำได้

"รอให้ข้าตั้งหลักได้ก่อน หาที่ทางขยับขยายได้มั่นคง แล้วค่อยบอกความจริงก็ยังไม่สาย"

หลินเวยหันมองออกไปนอกหน้าต่าง ท้องฟ้ากว้างใหญ่แต่กลับดูอ้างว้างสำหรับคนพลัดถิ่นเช่นนาง

แต่ในเมื่อสวรรค์ลิขิตให้นางมาอยู่ที่นี่ นางก็ต้องอยู่ให้รอด... ไม่ใช่แค่รอด แต่ต้องรอดอย่างสง่างามสมศักดิ์ศรีดีไซเนอร์สาวยุค 2025!

"ฮูหยินขอรับ..." บ่าวชายเดินเข้ามารายงานที่หน้าประตู "รถม้าเตรียมพร้อมแล้วขอรับ"

หลินเวยสูดลมหายใจลึก ปาดน้ำตาคราบสุดท้ายทิ้งไป นางลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดแต่งอาภรณ์ให้เรียบร้อย

"เอาล่ะ..." นางพึมพำกับตัวเองเบาๆ "ก่อนอื่น... ต้องหาที่ซุกหัวนอนใหม่ให้ได้เสียก่อน จะมัวมานั่งซึมเศร้าอยู่ในจวนเฮงซวยนี่ไม่ได้อีกแล้ว!"

บรรยากาศภายในจวนแม่ทัพช่างเงียบสงบ... สงบจนน่าประหลาดใจ

เยว่เฉิน นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ในห้องหนังสือ มือหนายกถ้วยชาเนื้อดีขึ้นจิบ ไอคุกรุ่นลอยขึ้นมาปะทะจมูก แต่สายตาคมกริบกลับทอดมองผ่านบานหน้าต่างไม้ฉลุออกไปยังสวนด้านนอก

สวนที่เคยเป็นสนามรบขนาดย่อมของภรรยาเอกและเหล่าอนุภรรยา บัดนี้กลับว่างเปล่า ไร้ซึ่งเสียงกรีดร้องโวยวาย ไร้ซึ่งฉากละครตบตาที่เขาแสนจะเอือมระอา

"......"

เขาเคยคาดการณ์ไว้ว่า หลังจากวันที่ หลินเวย บุกมาเจรจาเรื่องหย่าถึงในห้องนี้ นางจะต้องแผลงฤทธิ์อะไรสักอย่าง อาจจะเป็นการแกล้งป่วยหนัก แกล้งผูกคอตาย หรือไม่ก็อาละวาดทำลายข้าวของเพื่อเรียกร้องความสนใจและยื้อเวลาเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา

ทว่า... ความจริงกลับตรงกันข้าม

สองสามวันที่ผ่านมานี้ นางกลับทำตัวราวกับวิญญาณที่ไร้ตัวตน นางออกจากจวนไปตั้งแต่เช้าตรู่พร้อมสาวใช้คนสนิท และกลับมาอีกทีก็ยามตะวันตกดิน โดยไม่แวะไปหาเรื่องใคร ไม่แม้แต่จะเฉียดกรายมาใกล้เรือนของเขา

"หรือนาง... คิดจะไปจากที่นี่จริงๆ?"

เยว่เฉินพึมพำกับตัวเอง สายตาเลื่อนลงมาจับจ้องที่แผ่นกระดาษบนโต๊ะ

หนังสือหย่า ฉบับนั้นยังวางอยู่ที่เดิม เพิ่มเติมคือรอยประทับนิ้วมือสีแดงชาดของนางที่กดประทับไว้อย่างชัดเจน เป็นเครื่องยืนยันว่านางยอมรับข้อตกลงทุกประการ

นี่คือสิ่งที่เขาปรารถนามาตลอดไม่ใช่หรือ? อิสรภาพจากการถูกคลุมถุงชน การหลุดพ้นจากสตรีที่บิดาของนางใช้เงินซื้อตำแหน่งฮูหยินแม่ทัพให้

แต่เหตุใด... แทนที่จะรู้สึกปิติยินดี ในอกข้างซ้ายกลับรู้สึกโหวงเหวงพิกล ราวกับมีบางอย่างผิดปกติ ความเงียบขรึมและแววตาเย็นชาของนางในวันนั้น ยังคงตามหลอกหลอนอยู่ในความคิดของเขา

"ฮึ... ก็ดี"

เยว่เฉินสะบัดความคิดฟุ้งซ่านทิ้งไป เขาวางถ้วยชาลงเสียงดังกระทบจานรอง

"รีบไปเสียได้ก็ดี... หากนางย้ายออกไปเมื่อไหร่ ข้าก็จะได้จัดการกวาดล้างจวนเสียที"

ดวงตาของแม่ทัพหนุ่มฉายแววเด็ดขาด เขาไม่เคยพิศวาสอนุภรรยาทั้งสี่คนที่ท่านแม่ยัดเยียดหามาให้ พวกนางเป็นเพียง 'หมากเบี้ย' ที่เขาใช้เพื่อกดดันหลินเวยเท่านั้น ในเมื่อตัวปัญหาใหญ่จากไปแล้ว ตัวปัญหาเล็กๆ พวกนี้ก็ไม่มีความจำเป็นต้องเก็บไว้อีก

เขาจะมอบเงินให้พวกนางสักก้อน แล้วส่งกลับบ้านเดิมไปให้หมด... คืนความสงบสุขที่แท้จริงให้แก่จวนแม่ทัพเสียที

เยว่เฉินเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ หลับตาลงช้าๆ ภาพในจินตนาการผุดขึ้นมา... ชีวิตที่สงบสุข ไร้ความวุ่นวาย และความหวังเล็กๆ ในก้นบึ้งของหัวใจ

สักวันหนึ่ง... เขาคงจะได้พบเจอกับสตรีที่เขา 'เลือก' ด้วยหัวใจของตนเอง สตรีที่เข้าใจเขา เป็นคู่คิดคู่ใจ และไม่ได้มองเขาเป็นเพียงบันไดไต่เต้าสู่อำนาจ... หวังว่าสวรรค์จะเมตตาให้เขาได้พบเจอนางในเร็ววัน

โดยที่เขาไม่รู้เลยว่า... สตรีที่เขากำลังวาดฝันถึงนั้น อาจจะเป็นคนเดียวกับคนที่เขากำลังไล่ตะเพิดออกจากจวนอยู่ในขณะนี้!

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • อดีตสามี... ปล่อยข้าไปเถอะ   บทที่ 131

    บทส่งท้าย: กาลเวลา ลิขิตสวรรค์ และนิรันดร์ของเราห้าปีต่อมา ณ เมืองเจียงหนานสายลมวสันต์พัดพาความอบอุ่นและกลิ่นหอมของดอกท้อให้ลอยอวลไปทั่วทั้งคฤหาสน์ตระกูลไป๋ บรรยากาศภายในจวนเต็มไปด้วยความคึกคักและเสียงหัวเราะสดใสที่ดังแว่วมาจากลานกว้างหน้าเรือนใหญ่“ท่านพ่อ! จับข้าให้ได้สิขอรับ!”เด็กชายตัวน้อยวัย

  • อดีตสามี... ปล่อยข้าไปเถอะ   บทที่ 130

    บทที่ 69: พยานรักแห่งสองห้วงเวลาหลายสัปดาห์ผ่านไป ชีวิตในจวนตระกูลไป๋กลับมาสงบสุขและอบอวลไปด้วยความหวาน เมิ่งซีกลับไปดูแลกิจการหอวิจิตรซีซีอย่างขยันขันแข็ง โดยมีไป๋อวี้เฉินคอยรับส่งและดูแลแทบไม่ห่างกายทว่าในช่วงเช้าของวันหนึ่ง ขณะที่เมิ่งซีกำลังนั่งร่วมโต๊ะอาหารกับไป๋อวี้เฉินและฮูหยินผู้เฒ่า กลิ่น

  • อดีตสามี... ปล่อยข้าไปเถอะ   บทที่ 129

    บทที่ 68: พันธนาการแห่งรักราตรีเยือกเย็นปกคลุมไปทั่วจวนตระกูลไป๋ ทว่าภายในเรือนนอนใหญ่กลับอบอวลไปด้วยไออุ่นจากถ่านในเตาผิง แสงเทียนวับแวมส่องกระทบผ้าม่านแพรไหมสีนวลที่พลิ้วไหวตามแรงลมเมิ่งซีนั่งอยู่บนเตียงกว้าง นางเอื้อมมือไปหยิบกระเป๋าเป้ใบย่อมที่ติดตัวมาจากโลกอนาคตขึ้นมาเปิดออก ท่ามกลางสายตาใคร่

  • อดีตสามี... ปล่อยข้าไปเถอะ   บทที่ 128

    บทที่ 67: เรื่องเล่าจากห้วงอนาคตแสงแดดยามเช้าสาดส่องเข้ามาภายในโถงของเรือนใหญ่ บรรยากาศที่เคยอึมครึมมาตลอดหกเดือนถูกแทนที่ด้วยรอยยิ้มและเสียงพูดคุยที่อบอุ่นบนตั่งไม้ตัวใหญ่ ฮูหยินผู้เฒ่าไป๋ นั่งอยู่ตรงกลาง ดวงตาที่ผ่านโลกมามาก รื้นไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความปีติ สองมือเหี่ยวย่นกอบกุมมือของ เมิ่งซี เอา

  • อดีตสามี... ปล่อยข้าไปเถอะ   บทที่ 127

    บทที่ 66: ฮูหยินที่หวนคืนแสงแดดสีทองยามเช้าสาดส่องลอดผ่านหน้าต่าง ขับไล่ความมืดมิดและเงียบเหงาที่ปกคลุมเรือนนอนแห่งนี้มาตลอดหกเดือนให้มลายหายไปขวัญฤทัยในร่างของเมิ่งซีค่อยๆ ขยับตัวตื่น สิ่งแรกที่นางสัมผัสได้คือวงแขนแกร่งที่กอดนางเอาไว้แน่น และลมหายใจอุ่นๆ ที่รดอยู่บริเวณหน้าผาก เมื่อเงยหน้าขึ้น นา

  • อดีตสามี... ปล่อยข้าไปเถอะ   บทที่ 126

    บทที่ 65: ปาฏิหาริย์แห่งหยาดฝนนี่เขาไม่ได้กำลังฝันไปใช่หรือไม่...ไป๋อวี้เฉินยืนตัวแข็งทื่อ นัยน์ตาคมเบิกกว้างเมื่อทอดสบเห็นร่างบางในชุดเสื้อผ้าแปลกประหลาด กำลังนั่งสะอื้นไห้อยู่เบื้องหน้าเรือนนอนทว่าเมื่อ 'หมิงซาน' ที่ยืนอยู่เบื้องหลังหลุดเสียงอุทานเรียก “ฮูหยิน!” ชายหนุ่มจึงตระหนักได้ในวินาทีนั้

  • อดีตสามี... ปล่อยข้าไปเถอะ   บทที่ 68

    บทที่ 7: ของวิเศษจากต่างแดนและเมืองหยางโจวระหว่างที่รถม้ากำลังแล่นไปตามเส้นทาง ไป๋อวี้เฉินก็นึกเรื่องบางอย่างขึ้นมาได้ เขาก้มลงไปหยิบห่อผ้าที่วางอยู่ใต้เบาะที่นั่ง ก่อนจะยื่นส่งไปตรงหน้าสตรีฝั่งตรงข้าม“ข้าเกือบจะลืมไป สิ่งเหล่านี้คือข้าวของที่ติดตัวเจ้ามาเมื่อวาน ข้าให้คนเก็บรวบรวมมาให้ครบถ้วนแล้ว

  • อดีตสามี... ปล่อยข้าไปเถอะ   บทที่ 67

    บทที่ 6: ตำราล้ำลึกกับบุรุษสายเปย์เสียงล้อรถม้าที่บดไปตามถนนขรุขระ ทำเอาสตรีที่เพิ่งเคยสัมผัสพาหนะโบราณครั้งแรกถึงกับหน้าถอดสี เมิ่งซีพยายามทรงตัวให้อยู่บนเบาะนุ่ม แต่มันก็ยังสั่นสะเทือนจนหัวแทบคลอน‘ให้ตายเถอะ... ทำไมมันสั่นสะเทือนไม่แพ้รถอีแต๊กแถวบ้านฉันเลยนะ ดีนะที่ไม่เมารถ ไม่อย่างนั้นคงได้ตายค

  • อดีตสามี... ปล่อยข้าไปเถอะ   บทที่ 66

    บทที่ 5: สตรีที่ไม่อาจคาดเดาแสงแดดยามบ่ายคล้อยสาดส่องลงมายังลานกว้างหน้าโรงเตี๊ยม รถม้าคันหรูของตระกูลไป๋ถูกเตรียมพร้อมสำหรับการเดินทางไกลอีกครั้ง ทว่าบรรยากาศรอบรถม้าในยามนี้กลับเต็มไปด้วยความตึงเครียดแปลกประหลาด‘หมิงซาน’ ผู้คุ้มกันฝีมือฉกาจเบิกตากว้างจนแทบจะถลนออกมานอกเบ้า เมื่อเห็นเจ้านายของตนเ

  • อดีตสามี... ปล่อยข้าไปเถอะ   บทที่ 42

    บทที่ 31 : ข่าวร้ายและธาตุแท้ของว่าที่คู่หมั้นในที่สุด หลังจากผ่านการต่อสู้กับความรู้สึกว้าวุ่นใจมาตลอดคืน หลินเวยก็ตัดสินใจฝนหมึกและจรดพู่กันเขียนจดหมายตอบกลับไปหาเยว่เฉินเนื้อความในจดหมายไม่ได้มีคำหวานซึ้งกินใจ นางเพียงแค่อธิบายความจริงว่าเพิ่งได้รับห่อผ้าและจดหมายของเขาเพราะเกิดเหตุสุดวิสัย และ

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status