Share

บทที่ 4

last update Petsa ng paglalathala: 2026-03-05 17:29:59

บทที่ 4 : การเริ่มต้นใหม่

สองวัน...

ผ่านไปแล้วสองวันเต็มๆ ที่หลินเวยลืมตาตื่นขึ้นมาพบกับเพดานไม้แกะสลักลวดลายโบราณ แทนที่จะเป็นฝ้าเพดานเรียบหรูในบ้านที่กรุงเทพฯ

นางพยายามหลับตาลงแล้วลืมตาขึ้นใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ภาวนาต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทุกศาลที่นึกออก ขอให้เรื่องทั้งหมดนี้เป็นเพียงฝันร้ายตื่นหนึ่ง แต่ความจริงช่างโหดร้าย... นางยังคงติดอยู่ในร่างของสตรีโบราณผู้นี้

"พ่อจ๋า... แม่จ๋า..."

หยาดน้ำใสไหลรินจากหางตาลงสู่หมอน ภาพใบหน้าของบิดามารดาในโลกปัจจุบันฉายชัดในความทรงจำ ท่านทั้งสองแก่ชรามากแล้ว หากรู้ว่าลูกสาวคนเดียวจากไปอย่างกะทันหัน พวกท่านจะอยู่ต่อไปอย่างไร

"หนูขอโทษ..." หลินเวยสะอื้นไห้เงียบๆ นางทิ้งเงินประกันชีวิตไว้สิบล้าน หวังว่ามันจะช่วยดูแลพ่อกับแม่แทนนางได้บ้าง

แม้จะมีเงินทองมากมายทิ้งไว้ให้ แต่เงินหรือจะสู้การมีชีวิตอยู่ด้วยกันได้อย่างไร... ความรู้สึกผิดกัดกินหัวใจจนนางแทบไม่อยากลุกจากเตียง

"ฮูหยิน... ทานโจ๊กสักหน่อยเถิดเจ้าค่ะ เดี๋ยวร่างกายจะทรุดโทรมไปกันใหญ่"

เสี่ยวชุ่ยค่อยๆ ประคองร่างบางให้ลุกขึ้นนั่ง พลางป้อนอาหารให้นายหญิงอย่างเอาใจใส่ ตลอดสองวันที่ผ่านมา หลินเวยใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการซักถามเรื่องราวในอดีตจากปากของสาวใช้คนสนิท

ยิ่งฟัง... ก็ยิ่งเวทนาเจ้าของร่างเดิม

'หลินเวย' เดิมทีเป็นดรุณีน้อยที่งดงาม จิตใจดี อ่อนโยน และขี้อาย นางเกิดในตระกูลคฤหบดีที่มั่งคั่ง มีบิดามารดาและพี่ชายที่รักใคร่ตามใจดุจไข่ในหิน ทว่าชีวิตที่โรยด้วยกลีบกุหลาบต้องพังทลายลงเมื่อแต่งเข้าจวนแม่ทัพ

ความไร้เดียงสาของนาง กลายเป็นจุดอ่อนให้ถูกรังแก... มิหนำซ้ำ 'ฮูหยินผู้เฒ่า' ยังเป็นผู้ชักนำอนุภรรยาเข้ามาเพื่อกดดันลูกสะใภ้พ่อค้าที่ตนไม่ชอบหน้า

จากผ้าขาวที่บริสุทธิ์ ถูกย้อมด้วยความกดดันและความริษยา จนกลายเป็นสตรีที่เกรี้ยวกราด และอาละวาดไม่เลือกหน้า เพียงเพื่อสร้างเกราะป้องกันตัวเอง... ช่างน่าเศร้าเหลือเกิน

"เสี่ยวชุ่ย..." หลินเวยวางช้อนลง แววตาเริ่มกลับมามีความมุ่งมั่น "เรื่องที่ข้าจะหย่ากับท่านแม่ทัพ... เจ้าห้ามแพร่งพรายไปถึงหูท่านพ่อท่านแม่ที่ตระกูลหลินเด็ดขาด"

เสี่ยวชุ่ยเบิกตากว้าง "ทำไมหรือเจ้าคะ? พวกท่านรักท่านมาก หากรู้เรื่องนี้ พวกท่านต้องรีบมารับท่านกลับบ้านแน่ๆ"

"นั่นแหละคือสิ่งที่ข้ากลัว" หลินเวยส่ายหน้า "หากพวกท่านรู้ เรื่องราวจะบานปลายใหญ่โต ข้าไม่อยากให้พวกท่านต้องมาเดือดร้อนเพราะข้า"

ในความทรงจำเจ้าของร่าง ตระกูลหลินรักนางมากเกินไป... มากจนอาจจะทำอะไรบ้าบิ่นเพื่อปกป้องศักดิ์ศรีลูกสาว ซึ่งในยุคที่อำนาจทหารเป็นใหญ่ พ่อค้าอย่างตระกูลหลินอาจจะเพลี่ยงพล้ำได้

"รอให้ข้าตั้งหลักได้ก่อน หาที่ทางขยับขยายได้มั่นคง แล้วค่อยบอกความจริงก็ยังไม่สาย"

หลินเวยหันมองออกไปนอกหน้าต่าง ท้องฟ้ากว้างใหญ่แต่กลับดูอ้างว้างสำหรับคนพลัดถิ่นเช่นนาง

แต่ในเมื่อสวรรค์ลิขิตให้นางมาอยู่ที่นี่ นางก็ต้องอยู่ให้รอด... ไม่ใช่แค่รอด แต่ต้องรอดอย่างสง่างามสมศักดิ์ศรีดีไซเนอร์สาวยุค 2025!

"ฮูหยินขอรับ..." บ่าวชายเดินเข้ามารายงานที่หน้าประตู "รถม้าเตรียมพร้อมแล้วขอรับ"

หลินเวยสูดลมหายใจลึก ปาดน้ำตาคราบสุดท้ายทิ้งไป นางลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดแต่งอาภรณ์ให้เรียบร้อย

"เอาล่ะ..." นางพึมพำกับตัวเองเบาๆ "ก่อนอื่น... ต้องหาที่ซุกหัวนอนใหม่ให้ได้เสียก่อน จะมัวมานั่งซึมเศร้าอยู่ในจวนเฮงซวยนี่ไม่ได้อีกแล้ว!"

บรรยากาศภายในจวนแม่ทัพช่างเงียบสงบ... สงบจนน่าประหลาดใจ

เยว่เฉิน นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ในห้องหนังสือ มือหนายกถ้วยชาเนื้อดีขึ้นจิบ ไอคุกรุ่นลอยขึ้นมาปะทะจมูก แต่สายตาคมกริบกลับทอดมองผ่านบานหน้าต่างไม้ฉลุออกไปยังสวนด้านนอก

สวนที่เคยเป็นสนามรบขนาดย่อมของภรรยาเอกและเหล่าอนุภรรยา บัดนี้กลับว่างเปล่า ไร้ซึ่งเสียงกรีดร้องโวยวาย ไร้ซึ่งฉากละครตบตาที่เขาแสนจะเอือมระอา

"......"

เขาเคยคาดการณ์ไว้ว่า หลังจากวันที่ หลินเวย บุกมาเจรจาเรื่องหย่าถึงในห้องนี้ นางจะต้องแผลงฤทธิ์อะไรสักอย่าง อาจจะเป็นการแกล้งป่วยหนัก แกล้งผูกคอตาย หรือไม่ก็อาละวาดทำลายข้าวของเพื่อเรียกร้องความสนใจและยื้อเวลาเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา

ทว่า... ความจริงกลับตรงกันข้าม

สองสามวันที่ผ่านมานี้ นางกลับทำตัวราวกับวิญญาณที่ไร้ตัวตน นางออกจากจวนไปตั้งแต่เช้าตรู่พร้อมสาวใช้คนสนิท และกลับมาอีกทีก็ยามตะวันตกดิน โดยไม่แวะไปหาเรื่องใคร ไม่แม้แต่จะเฉียดกรายมาใกล้เรือนของเขา

"หรือนาง... คิดจะไปจากที่นี่จริงๆ?"

เยว่เฉินพึมพำกับตัวเอง สายตาเลื่อนลงมาจับจ้องที่แผ่นกระดาษบนโต๊ะ

หนังสือหย่า ฉบับนั้นยังวางอยู่ที่เดิม เพิ่มเติมคือรอยประทับนิ้วมือสีแดงชาดของนางที่กดประทับไว้อย่างชัดเจน เป็นเครื่องยืนยันว่านางยอมรับข้อตกลงทุกประการ

นี่คือสิ่งที่เขาปรารถนามาตลอดไม่ใช่หรือ? อิสรภาพจากการถูกคลุมถุงชน การหลุดพ้นจากสตรีที่บิดาของนางใช้เงินซื้อตำแหน่งฮูหยินแม่ทัพให้

แต่เหตุใด... แทนที่จะรู้สึกปิติยินดี ในอกข้างซ้ายกลับรู้สึกโหวงเหวงพิกล ราวกับมีบางอย่างผิดปกติ ความเงียบขรึมและแววตาเย็นชาของนางในวันนั้น ยังคงตามหลอกหลอนอยู่ในความคิดของเขา

"ฮึ... ก็ดี"

เยว่เฉินสะบัดความคิดฟุ้งซ่านทิ้งไป เขาวางถ้วยชาลงเสียงดังกระทบจานรอง

"รีบไปเสียได้ก็ดี... หากนางย้ายออกไปเมื่อไหร่ ข้าก็จะได้จัดการกวาดล้างจวนเสียที"

ดวงตาของแม่ทัพหนุ่มฉายแววเด็ดขาด เขาไม่เคยพิศวาสอนุภรรยาทั้งสี่คนที่ท่านแม่ยัดเยียดหามาให้ พวกนางเป็นเพียง 'หมากเบี้ย' ที่เขาใช้เพื่อกดดันหลินเวยเท่านั้น ในเมื่อตัวปัญหาใหญ่จากไปแล้ว ตัวปัญหาเล็กๆ พวกนี้ก็ไม่มีความจำเป็นต้องเก็บไว้อีก

เขาจะมอบเงินให้พวกนางสักก้อน แล้วส่งกลับบ้านเดิมไปให้หมด... คืนความสงบสุขที่แท้จริงให้แก่จวนแม่ทัพเสียที

เยว่เฉินเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ หลับตาลงช้าๆ ภาพในจินตนาการผุดขึ้นมา... ชีวิตที่สงบสุข ไร้ความวุ่นวาย และความหวังเล็กๆ ในก้นบึ้งของหัวใจ

สักวันหนึ่ง... เขาคงจะได้พบเจอกับสตรีที่เขา 'เลือก' ด้วยหัวใจของตนเอง สตรีที่เข้าใจเขา เป็นคู่คิดคู่ใจ และไม่ได้มองเขาเป็นเพียงบันไดไต่เต้าสู่อำนาจ... หวังว่าสวรรค์จะเมตตาให้เขาได้พบเจอนางในเร็ววัน

โดยที่เขาไม่รู้เลยว่า... สตรีที่เขากำลังวาดฝันถึงนั้น อาจจะเป็นคนเดียวกับคนที่เขากำลังไล่ตะเพิดออกจากจวนอยู่ในขณะนี้!

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • อดีตสามี... ปล่อยข้าไปเถอะ   ตอนพิเศษ: ก้อนแป้งแฝดแห่งจวนชินอ๋อง

    ตอนพิเศษ: ก้อนแป้งแฝดแห่งจวนชินอ๋องเวลาผันผ่านไปอย่างรวดเร็วราวกับสายน้ำ... สามปีแล้วนับตั้งแต่งานอภิเษกสมรสที่สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งเมืองหลวงจวนชินอ๋องที่ในอดีตเคยเงียบเหงา วังเวง และหนาวเหน็บดุจถ้ำน้ำแข็ง บัดนี้กลับอบอวลไปด้วยความอบอุ่นและเสียงหัวเราะใสแจ๋วที่ดังเจื้อยแจ้วไปทั่วทุกมุมเรือน โดยเฉพาะในยามวสันตฤดูที่ดอกท้อกำลังเบ่งบานเช่นนี้“ป้อจ๋า! จับ... จับเฉิน!”“เอิ๊กๆ... หรานหราน ทางนี้!”เสียงเล็กๆ ที่พูดจายังไม่ค่อยจะชัดเจนนัก ดังประสานกับเสียงฝีเท้าที่วิ่งเตาะแตะลัดเลาะไปตามทางเดินหินในสวนดอกไม้ เบื้องหน้าคือ ก้อนแป้งแฝดมังกรหงส์ (แฝดชายหญิง) วัยสองหนาวเศษ ผู้เป็นแก้วตาดวงใจของจวนชินอ๋องแฝดผู้พี่คือคุณชายน้อย เซียวมู่เฉิน ผู้มีใบหน้าหล่อเหลาถอดแบบมาจากบิดาราวกับพิมพ์เดียวกัน กำลังวิ่งนำหน้าไปอย่างทุลักทุเล ส่วนแฝดผู้น้องคือท่านหญิงน้อย เซียวอวี้หราน ผู้มีดวงตาคู่หงส์งดงามเหมือนมารดา กำลังวิ่งตามหลังพี่ชายด้วยขาสั้นๆ จนแทบจะหน้าทิ่มดินอยู่รอมร่อและผู้ที่กำลังวิ่งไล่ตามจับเจ้าก้อนแป้งทั้งสองอยู่นั้น ไม่ใช่บ่าวไพร่หรือองครักษ์ที่ไหน... แต่เป็นถึงอดีตแม่ทัพใหญ่ผู้เกรียงไกร ชิน

  • อดีตสามี... ปล่อยข้าไปเถอะ   บทที่ 51 (ตอนจบ): คำสัญญาชั่วนิรันดร์

    บทที่ 51 (ตอนจบ): คำสัญญาชั่วนิรันดร์เมืองหลวงยามวสันตฤดูอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของดอกท้อที่เบ่งบาน บรรยากาศทั่วทั้งเมืองคึกคักและเต็มไปด้วยรอยยิ้ม เมื่อกองทัพหลวงและขบวนของชินอ๋องเดินทางกลับมาถึงอย่างปลอดภัยทันทีที่ขบวนรถม้าเคลื่อนผ่านประตูเมือง เสียงโห่ร้องต้อนรับและสรรเสริญก็ดังกึกก้องไปทั่วทุกสารทิศ ทว่าเซียวจินเยว่ไม่ได้สั่งให้ขบวนมุ่งหน้ากลับจวนอ๋อง เขากลับสั่งให้รถม้าตรงไปเข้าเฝ้ายังวังหลวงในทันทีณ ตำหนักฉือหนิงทันทีที่เซียวจินเยว่และเสิ่นลั่วอวี้ก้าวเข้ามาในตำหนัก ไท่โฮ่วที่ประทับรออยู่ก็ถึงกับผุดลุกขึ้น น้ำตาแห่งความปีติไหลอาบสองแก้มของสตรีสูงศักดิ์ พระนางไม่ได้สนใจธรรมเนียมใดๆ ทั้งสิ้น รีบสาวเท้าเข้ามากอดบุตรชายคนเล็กและอดีตลูกสะใภ้เอาไว้แน่น“สวรรค์คุ้มครอง... สวรรค์คุ้มครองจริงๆ!” ไท่โฮ่วสะอื้นไห้ พลางลูบใบหน้าคมคายของเซียวจินเยว่ที่ยังมีร่องรอยความซูบผอม“ลูกอกตัญญู ทำให้เสด็จแม่ต้องเป็นห่วงแล้วพ่ะย่ะค่ะ” เซียวจินเยว่คุกเข่าลงโขกศีรษะขอประทานอภัยไท่โฮ่วรีบพยุงเขาขึ้น ก่อนจะหันมาจับมือเสิ่นลั่วอวี้ไว้แน่น แววตาของพระนางเต็มไปด้วยความซาบซึ้งและเอ็นดูสุดหัวใจ “ลั่วอวี้... ข

  • อดีตสามี... ปล่อยข้าไปเถอะ   บทที่ 50: หนี้รักที่ต้องชดใช้

    บทที่ 50: หนี้รักที่ต้องชดใช้ครึ่งเดือนผ่านไปอย่างรวดเร็วท่ามกลางลมหนาวของแดนเหนือด้วยการฝังเข็มขับพิษอันล้ำเลิศของหมอเทวดาไป๋อิงหลัว ผนวกกับการดูแลปรนนิบัติอย่างใกล้ชิดแทบไม่คลาดสายตาของเสิ่นลั่วอวี้ ร่างกายของเซียวจินเยว่ก็ฟื้นตัวขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์ พิษในหัวใจถูกขจัดออกจนหมดสิ้น บาดแผลฉกรรจ์ที่หน้าอกเริ่มสมานตัว บัดนี้ชินอ๋องแห่งต้าเยี่ยนสามารถลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียงและพูดคุยได้เป็นปกติแล้วทว่าสิ่งที่เปลี่ยนไปจนม่ออวิ๋นและเย่หานถึงกับต้องลอบมองหน้ากันบ่อยครั้ง ก็คือท่าทีของ ชินอ๋องผู้เย็นชา ที่บัดนี้กลายสภาพเป็นคน คลั่งรักอย่างหนัก!“ขมเกินไป ข้าดื่มไม่ลง”เซียวจินเยว่เบือนหน้าหนีชามยาต้มสีดำสนิท คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันเล็กน้อย ทว่าหางตากลับลอบสังเกตปฏิกิริยาของสตรีที่นั่งอยู่ข้างเตียงเสิ่นลั่วอวี้ถอนหายใจเบาๆ นางตักยาขึ้นมาเป่าให้คลายความร้อน ก่อนจะยื่นไปจ่อที่ริมฝีปาก “ท่านอ๋อง ยาดีมักขม หากท่านไม่ดื่มแล้วแผลจะหายสนิทได้อย่างไรเพคะ อ้าปากเร็วเข้า”“บาดแผลของข้าเจ็บปวดถึงเพียงนี้ เจ้ายังจะดุข้าอีกหรือ ลั่วอวี้” น้ำเสียงของเขาทั้งทุ้มต่ำและแฝงแววออดอ้อนอย่างที่ไม่เคยมีผู้ใดได้ยินม

  • อดีตสามี... ปล่อยข้าไปเถอะ   บทที่ 49: เสียงเรียกจากหัวใจ

    บทที่ 49: เสียงเรียกจากหัวใจเวลาผ่านพ้นไปสามวันสามคืนนับตั้งแต่เสิ่นลั่วอวี้เดินทางมาถึงค่ายทหารแดนเหนือตลอดสามวันที่ผ่านมา นางแทบไม่ได้หลับตาพักผ่อนอย่างเต็มตื่น หญิงสาวรับหน้าที่ดูแลเซียวจินเยว่ด้วยตนเองทุกขั้นตอน ไม่ว่าจะเป็นการป้อนยาที่ต้องค่อยๆ หยอดทีละหยดเพื่อไม่ให้เขาสำลัก การเปลี่ยนผ้าพันแผล หรือแม้แต่การคอยเช็ดตัวเพื่อลดไข้ที่ขึ้นสูงในยามค่ำคืนไป๋อิงหลัว หมอเทวดาหญิงแวะเวียนมาตรวจชีพจรและฝังเข็มให้เขาวันละสองครั้ง แม้นางจะไม่เอ่ยปากชม ทว่าสายตาที่มองเสิ่นลั่วอวี้ก็แฝงไปด้วยความนับถือ สตรีบอบบางจากเมืองหลวงผู้นี้มีความอดทนและเด็ดเดี่ยวยิ่งนักเข้าสู่วันที่สี่ พายุหิมะด้านนอกกระโจมเริ่มซาลงแล้ว ทว่าคนบนเตียงก็ยังคงหลับสนิทไม่มีทีท่าว่าจะฟื้นขึ้นมาเสิ่นลั่วอวี้บิดผ้าชุบน้ำอุ่น เช็ดทำความสะอาดตามโครงหน้าคมคายและลำคอของเขาอย่างเบามือ เมื่อมองเห็นใบหน้าที่เคยหล่อเหลาเย่อหยิ่งบัดนี้ซูบตอบและไร้สีเลือด หยาดน้ำตาก็พลันรื้นขึ้นมาจนภาพเบื้องหน้าพร่ามัว“ท่านนอนนานเกินไปแล้วนะ เซียวจินเยว่”นางพึมพำเสียงแผ่วเบา พลางวางผ้าลงและจับมือหนาที่หยาบกร้านของเขามาแนบแก้ม “ท่านรู้หรือไม่ว่าที่

  • อดีตสามี... ปล่อยข้าไปเถอะ   บทที่ 48: ฝ่าหิมะเยือนแดนเหนือ

    บทที่ 48: ฝ่าหิมะเยือนแดนเหนือร่างบางเซถลาจนเกือบจะล้มพับ ทว่าเสิ่นลั่วอวี้กลับสูดลมหายใจลึก ฝืนยันกายให้ลุกขึ้นยืนตรงอย่างมั่นคง มือเรียวกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในฝ่ามือเพื่อเรียกสติเขาบอกว่าจะรอดกลับมาชดใช้หนี้ให้นาง... ชินอ๋องตรัสแล้วไม่คืนคำ เขาจะมาตายอยู่ที่ชายแดนอันหนาวเหน็บเช่นนี้ไม่ได้!“ใครอนุญาตให้เขาตายกัน!” เสิ่นลั่วอวี้เอ่ยเสียงสั่น แววตาแปรเปลี่ยนเป็นความเด็ดเดี่ยว “ม่ออวิ๋น! พาข้าไปแดนเหนือเดี๋ยวนี้!”ม่ออวิ๋นเงยหน้าขึ้นเบิกตากว้าง “เถ้าแก่เนี้ย! แต่ว่าการเดินทางไปชายแดนในฤดูหนาวนั้นอันตรายยิ่งนัก อีกทั้งร่างกายของท่าน...”“ข้ามีป้ายหยกของเขา ข้าคือผู้ที่มีสิทธิ์ขาดที่สุดในจวนชินอ๋อง!” นางประกาศกร้าว จนม่ออวิ๋นและเย่หานต้องรีบคุกเข่ารับคำสั่ง“เย่หาน! ไปจัดเตรียมรถม้าที่ทนทานที่สุด นำโสมคนร้อยปีและยารักษาแผลชั้นเลิศจากคลังของจวนอ๋องมาให้หมด ถ่ายทอดคำสั่งให้หน่วยองครักษ์เงาทุกคนเตรียมพร้อม... เราจะออกเดินทางไปแดนเหนือภายในชั่วยามนี้!”“รับคำสั่งขอรับ!” ทั้งม่ออวิ๋นและเย่หานคุกเข่าประสานเสียงหนักแน่นยี่สิบวันต่อมา ณ ค่ายทหารแดนเหนือการเดินทางที่ปกติต้องใช้เวลาเกือบสอ

  • อดีตสามี... ปล่อยข้าไปเถอะ   บทที่ 47: จดหมายจากแดนเหนือ

    บทที่ 47: จดหมายจากแดนเหนือ“เถ้าแก่เนี้ย จะให้ข้าน้อยจัดการกับคนพวกนี้อย่างไรดีขอรับ” เงาอู่เอ่ยถามพลางปรายตามองร่างที่ไม่ได้สติบนพื้นเสิ่นลั่วอวี้มองเสิ่นชิงหว่านด้วยสายตาที่ไร้ซึ่งความเวทนาใดๆ สตรีผู้นี้ทำผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า หากนางใจอ่อนปล่อยไป ย่อมเป็นภัยในภายภาคหน้า“มัดตัวพวกมันทั้งหมด พร้อมกับจดหมายข่มขู่ฉบับนี้ ไปส่งให้จวนว่าการเมืองหลวง” น้ำเสียงของนางเด็ดขาด “เสิ่นชิงหว่านมีคดีติดตัวและเป็นที่ต้องการตัวของทางการอยู่แล้ว เพิ่มข้อหาลักพาตัวและพยายามฆ่าเข้าไปอีก คราวนี้นางคงไม่ได้เห็นแสงตะวันนอกคุกอีกชั่วชีวิต”“รับด้วยเกล้าพ่ะย่ะค่ะ!”เงาอู่รับคำสั่ง ก่อนจะส่งสัญญาณให้องครักษ์เงาคนอื่นๆ หิ้วปีกอันธพาลและร่างของเสิ่นชิงหว่านเร้นกายหายไปในเงามืดอย่างรวดเร็ว ปิดฉากความบาดหมางของตระกูลเสิ่นลงอย่างสมบูรณ์วันรุ่งขึ้น ณ วังหลวงรถม้าของหอน้ำชาจอดเทียบที่หน้าประตูวังหลวง เสิ่นลั่วอวี้เพียงแค่ชู ป้ายหยกประจำตัวชินอ๋อง ขึ้นมา ทหารยามก็รีบคุกเข่าเปิดทางให้นางผ่านเข้าไปยังเขตพระราชฐานชั้นในได้อย่างง่ายดายราวกับเดินเข้าสวนหลังบ้านแม้นางและเซียวจินเยว่จะหย่าขาดจากกันแล้ว ทว่าเสิ่นลั่วอวี้ก

  • อดีตสามี... ปล่อยข้าไปเถอะ   บทที่ 5

    บทที่ 5 : กายห่าง... ใจหมางเมินแสงตะวันยามอัสดงสาดทอประกายสีส้มแดงไปทั่วผืนฟ้า เป็นสัญญาณบอกเวลาพลบค่ำเมื่อรถม้าคันหรูของจวนแม่ทัพแล่นเข้ามาจอดเทียบท่าหลินเวย ก้าวลงจากรถม้าด้วยความทุลักทุเล มือเรียวข้างหนึ่งยกขึ้นนวดบั้นเอวเบาๆ ใบหน้าสวยหวานฉายแววอ่อนล้าอย่างเห็นได้ชัด"โอ๊ย... กระดูกกระเดี้ยวจะพ

  • อดีตสามี... ปล่อยข้าไปเถอะ   บทที่ 3

    บทที่ 3 : นางมารร้ายผู้เงียบงันหลินเวยก้าวเท้าออกจากเรือนนอน โดยมีเสี่ยวชุ่ยเดินก้มหน้าตามหลังมาติดๆทว่า... ยังไม่ทันจะพ้นเขตประตูเรือน สายตาของนางก็ปะทะเข้ากับกำแพงมนุษย์สีสันฉูดฉาดสตรีสี่นางในอาภรณ์หลากสี ยืนเรียงหน้ากระดานขวางทางเดินอยู่ราวกับนัดหมายกันมา ใบหน้าของพวกนางถูกแต่งแต้มอย่างประณีตบ

  • อดีตสามี... ปล่อยข้าไปเถอะ   บทที่ 2

    บทที่ 2 : ความทรงจำที่หายไปเสี่ยวชุ่ยทรุดตัวลงนั่งกับพื้น ใบหน้านองไปด้วยน้ำตา นางมองแผ่นกระดาษที่ถูกทิ้งไว้บนตักของหลินเวยด้วยสายตาตัดพ้อ"ท่านแม่ทัพ... ทำเช่นนี้อีกแล้วหรือเจ้าคะ? เหตุใดเขาถึงใจร้ายไล่ท่านออกจากจวนอีกแล้ว"คำว่า 'อีกแล้ว' สะดุดหูหลินเวยอย่างจังหญิงสาวขมวดคิ้วมุ่น ในหัวสมองยังคงว

  • อดีตสามี... ปล่อยข้าไปเถอะ   บทที่ 1

    บทที่ 1 ใบหย่าสายฟ้าแลบซ่า!เสียงแหวกว่ายผ่านมวลน้ำดังขึ้นพร้อมกับร่างบางที่พุ่งทะยานขึ้นสู่ผิวน้ำ หลินเวย สูดลมหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่ตามสัญชาตญาณ มือเรียวขาวยื่นออกไปข้างหน้า หวังจะคว้าจับขอบสระกระเบื้องเคลือบสีฟ้าครามของโรงแรมหรูระดับห้าดาวทว่า... สัมผัสที่ปลายนิ้วกลับไม่ใช่ความเรียบลื่นของกระเบื

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status