共有

บทที่ 3

last update 公開日: 2026-03-05 17:29:38

บทที่ 3 : นางมารร้ายผู้เงียบงัน

หลินเวยก้าวเท้าออกจากเรือนนอน โดยมีเสี่ยวชุ่ยเดินก้มหน้าตามหลังมาติดๆ

ทว่า... ยังไม่ทันจะพ้นเขตประตูเรือน สายตาของนางก็ปะทะเข้ากับกำแพงมนุษย์สีสันฉูดฉาด

สตรีสี่นางในอาภรณ์หลากสี ยืนเรียงหน้ากระดานขวางทางเดินอยู่ราวกับนัดหมายกันมา ใบหน้าของพวกนางถูกแต่งแต้มอย่างประณีตบรรจง แต่รอยยิ้มที่ส่งมานั้นกลับเคลือบแฝงไปด้วยความสะใจอย่างปิดไม่มิด

"อ้าว... พี่หญิง"

สตรีผู้ยืนอยู่ตรงกลางในชุดสีขาวบริสุทธิ์ดูบอบบางราวกับกิ่งหลิวลู่ลม ก้าวออกมาข้างหน้า นางคือ 'หลิวรั่วเหยียน' อนุภรรยาคนโปรดที่มักทำตัวอ่อนแอน่าสงสารต่อหน้าท่านแม่ทัพ

"ได้ข่าวว่าพี่หญิงพลัดตกลงไปในสระบัว เป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ? น้องตกใจแทบแย่ เป็นห่วงว่าท่านจะเป็นอะไรไป"

น้ำเสียงของนางสั่นเครือเล็กน้อย พยายามบีบน้ำตาให้คลอเบ้า แต่แววตากลับพราวระยับด้วยความขบขัน

"เจ้าจะไปถามนางทำไมกัน พี่หญิงรั่วเหยียน"

สตรีอีกนางในชุดสีแดงเพลิง 'หวังซินอี๋' หัวเราะเสียงแหลม แทรกขึ้นมาทันควัน "ดูจากท่าทางนางสิ ก็ดูสบายดีจะตาย... ข้าว่าสิ่งที่เราควรจะถาม ไม่ใช่อาการป่วยไข้ แต่เป็นเรื่อง 'หนังสือหย่า' ที่ท่านแม่ทัพเพิ่งประทานให้มากกว่ากระมัง!"

สิ้นเสียงนั้น อนุภรรยาทั้งสี่ก็พากันยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นปิดปาก หัวเราะคิกคักกันอย่างสนุกสนาน ราวกับกำลังชมมหรสพชั้นดี

หลินเวยหยุดเดิน

นางกวาดสายตามองสตรีทั้งสี่ตรงหน้าช้าๆ ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า สมองของดีไซเนอร์ประเมินพวกนางอย่างรวดเร็ว... การจับคู่สีเสื้อผ้าดูราคาถูก เครื่องประดับเยอะรุงรังไร้รสนิยม และกิริยามารยาทที่... ต่ำตม

ในความทรงจำเดิม ทุกครั้งที่ถูกยั่วยุเช่นนี้ เจ้าของร่างจะกรีดร้อง โวยวาย และพุ่งเข้าไปตบตี ซึ่งนั่นเข้าทางพวกนางพอดี เพราะท่านแม่ทัพมักจะมาเห็นฉากนั้นและรังเกียจนางมากขึ้น

แต่ครั้งนี้... มันต่างออกไป

"เฮ้อ..."

เสียงถอนหายใจยาวเหยียดดังออกมาจากริมฝีปากบางสวยของหลินเวย เป็นเสียงถอนหายใจที่ไม่ได้แสดงความเศร้าโศก แต่เต็มไปด้วยความ 'เบื่อหน่าย' และ 'รำคาญ' ถึงขีดสุด

นางปรายตามองพวกนางราวกับกำลังมองฝูงแมลงวันที่บินว่อนอยู่รอบกองขยะ... น่ารังเกียจ และก็ไม่คุ้มค่าที่จะเอาตัวลงไปเกลือกกลั้วตบตีด้วย

"......"

หลินเวยไม่เอ่ยคำใดสักคำ นางเพียงแค่เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ปรับองศาไหล่ให้สง่าผ่าเผย แล้วเดินแหวกวงล้อมของพวกนางออกไปดื้อๆ ราวกับพวกนางเป็นเพียงธาตุอากาศที่ไม่มีตัวตน

ความเงียบของนาง... ดังยิ่งกว่าเสียงตะโกน

รอยยิ้มเยาะเย้ยบนใบหน้าของหลิวรั่วเหยียนและพรรคพวกค่อยๆ เจื่อนลงจนจางหายไป

พวกนางยืนตะลึงงัน มองแผ่นหลังเหยียดตรงของอดีตฮูหยินเอกที่เดินจากไปอย่างไม่ไยดี

"นะ... นี่มันเกิดอะไรขึ้น?" หวังซินอี๋ถามเสียงสั่น "ทำไม... ทำไมนางไม่ด่าเรา? ทำไมนางไม่กรีดร้อง?"

"สายตาเมื่อกี้..." หลิวรั่วเหยียนพึมพำ มือที่กำผ้าเช็ดหน้าเริ่มสั่นเทา "สายตาที่นางมองพวกเรา... มันช่างเย็นชาและน่ากลัวเหลือเกิน ราวกับนางกำลังมอง... สิ่งของไร้ค่า"

ความรู้สึกหนาวเหน็บแล่นปราดขึ้นมาจากปลายเท้า

หลินเวยคนเดิมที่พวกนางเคยปั่นหัวเล่นได้ง่ายๆ... หายไปไหนแล้ว?

ตลอดทางเดินไปยังเรือนอักษร เสี่ยวชุ่ยลอบมองแผ่นหลังของผู้เป็นนายด้วยความรู้สึกประหลาดใจ

ฮูหยินของนางเปลี่ยนไป... เปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคน จากสตรีที่มักจะฟูมฟาย เรียกร้องความสนใจ และพูดจาเจื้อยแจ้วไม่หยุดปาก บัดนี้กลับกลายเป็นนิ่งสงบ เยือกเย็น และประหยัดถ้อยคำ

นางหารู้ไม่ว่า วิญญาณที่สิงสถิตอยู่ในร่างนี้คือ 'แพรว' ดีไซเนอร์สาวผู้มีโลกส่วนตัวสูง ในวงการแฟชั่นทุกคนต่างรู้ดีว่านางเป็นคน "พูดน้อย ต่อยหนัก" หากไม่จำเป็น นางจะไม่ยอมเปลืองน้ำลายแม้แต่ครึ่งคำ

"หยุดเดี๋ยวนี้!"

เสียงทหารยามหน้าห้องทำงานตวาดลั่น หอกยาวถูกยกขึ้นขวางทางหลินเวยเอาไว้

"ท่านแม่ทัพมีคำสั่งห้ามใครรบกวน โดยเฉพาะ... ฮูหยิน" ทหารยามพูดเสียงแข็ง สายตาเหยียดหยามชัดเจน

หลินเวยหยุดเดิน ใบหน้าเรียบเฉย นางไม่โวยวาย ไม่ด่าทอ เพียงแค่เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ดังพอที่จะให้คนข้างในได้ยิน

"ดี... งั้นข้าไม่เข้าก็ได้"

นางหมุนตัวกลับ ทำท่าเหมือนจะเดินออกไป แต่แล้วก็หยุดกึก หันกลับมาพูดกับทหารยามด้วยรอยยิ้มเย็นยะเยือก

"แต่ข้าจะไปยืนตะโกนที่หน้าประตูจวนแม่ทัพแทน ป่าวประกาศให้ชาวบ้านรู้ว่า แม่ทัพเยว่เฉินผู้ยิ่งใหญ่ ทุบตีทำร้ายภรรยาจนปางตาย แล้วยังไล่ตะเพิดออกจากจวนอย่างเลือดเย็น!"

ทหารยามหน้าถอดสี

"เอาสิ... ข้าอยากรู้เหมือนกันว่าชื่อเสียง 'เทพสงครามผู้ผดุงคุณธรรม' ที่เขาสั่งสมมา จะพังทลายลงเพราะปากข้าหรือไม่"

ภายในห้องหนังสือ

แม่ทัพเยว่เฉิน ขมวดคิ้วแน่น มือที่กำลังถือพู่กันชะงักค้าง เขาได้ยินทุกคำพูดของผู้หญิงคนนั้นชัดเจน

"ท่านแม่ทัพ..." มู่เฟิง รองแม่ทัพคนสนิทที่กำลังยืนปรึกษาราชการอยู่ หันมามองผู้เป็นนายด้วยสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก "นาง... ขู่ท่านหรือขอรับ?"

เยว่เฉินกัดฟันกรอด เขาเกลียดการถูกข่มขู่ที่สุด แต่เขาก็รู้ดีว่าสตรีผู้นี้บ้าบิ่นแค่ไหน หากนางไปโวยวายหน้าจวนจริง ชื่อเสียงของเขาคงด่างพร้อย ชาวบ้านร้านตลาดชอบเรื่องฉาวโฉ่อยู่แล้ว

"มู่เฟิง... ไปตามนางเข้ามา!"

สิ้นเสียงอนุญาต ประตูห้องทำงานก็ถูกเปิดออก

หลินเวยเดินเข้ามาในห้องด้วยท่วงท่าสง่างาม นางไม่คุกเข่าคำนับ ไม่แสดงท่าทีนอบน้อม เพียงแค่เดินตรงมาหยุดที่หน้าโต๊ะทำงานของเยว่เฉิน แล้ววางกระดาษแผ่นหนึ่งลงเบาๆ

มันคือ ใบหย่า ที่เขาเพิ่งโยนใส่หน้านาง

"ข้ามาเพื่อตกลงเงื่อนไข" นางเอ่ยสั้นๆ กระชับได้ใจความ

เยว่เฉินเลิกคิ้ว มองนางด้วยสายตาจับผิด "เงื่อนไข? เจ้ายังจะมีหน้ามาต่อรองอะไรอีก?"

"ข้าต้องการเวลา สองสัปดาห์ ในการย้ายออก" หลินเวยสบตาเขาตรงๆ "ทรัพย์สินสินเดิมของข้ามีจำนวนมาก ข้าต้องใช้เวลาจัดการและหาที่อยู่ใหม่ พอครบกำหนด ข้าจะไปทันที"

เยว่เฉินนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง นี่มันผิดคาด... เขาเตรียมรับมือกับน้ำตาและการคร่ำครวญขอความเห็นใจ แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือ... การเจรจา?

"สองสัปดาห์..." เยว่เฉินหรี่ตามอง "ข้าหวังว่าในสองสัปดาห์นี้ เจ้าจะไม่เล่นลูกไม้ตื้นๆ แกล้งป่วย หรือวางแผนชั่วร้ายอะไรเพื่อยื้อเวลาหรอกนะ"

หลินเวยมองหน้าบุรุษรูปงามตรงหน้า แล้วเผลอแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ

"ท่านแม่ทัพ..." น้ำเสียงของนางเจือไปด้วยความเวทนา "ข้าเองก็สงสัยเหมือนกัน ว่าเมื่อก่อนข้าไปหลงรักผู้ชาย เฮงซวย อย่างท่านลงไปได้ยังไง"

ปึก!

พู่กันในมือเยว่เฉินหักคามือ มู่เฟิงที่ยืนอยู่ข้างหลังแทบจะสำลักน้ำลายตัวเอง

"เจ้า... เจ้าว่าอะไรนะ?"

"ข้าจำไม่ได้จริงๆ ว่าทำไมถึงเคยรักท่าน แต่เอาเถอะ..." หลินเวยยักไหล่อย่างไม่ยี่หระ "ตอนนี้สมองข้ากระทบกระเทือน ความทรงจำบ้าๆ พวกนั้นมันหายไปหมดแล้ว ท่านสบายใจได้ ข้าไม่มีวันพิศวาสท่านอีก และข้ารักษาคำพูดเสมอ ครบสองสัปดาห์ ข้าจะไสหัวไปให้พ้นหน้าท่านเอง"

เยว่เฉินจ้องมองสตรีตรงหน้าด้วยความเดือดดาลปนสับสน นางกล้าด่าเขาว่า 'เฮงซวย' ต่อหน้าต่อตา! วีรกรรมที่นางเคยทำไว้ มันช่างน่าขยะแขยง โชคดีที่เขาไม่เคยเผลอไผลไปร่วมหอกับนาง ไม่อย่างนั้นถ้ามีลูกขึ้นมา คงสลัดนางไม่หลุดแน่

"จำคำของเจ้าไว้ให้ดี หลินเวย" เยว่เฉินลุกขึ้นยืน แผ่รังสีอำมหิตกดดัน "หากวันไหนเจ้าตระบัดสัตย์ หรือคิดแผนชั่วขึ้นมาอีก... ข้าจะฆ่าเจ้า"

บรรยากาศในห้องหนังสือเย็นยะเยือกจนน่าขนลุก

หลินเวยสัมผัสได้ถึงจิตสังหารนั้น นางรู้ดีว่าคนตรงหน้าไม่ใช่แค่ผู้ชายปากร้าย แต่เป็นแม่ทัพที่ฆ่าคนเป็นผักปลา การไปงัดข้อกับเขานานๆ ไม่ใช่เรื่องฉลาด เปรียบเสมือนในโลกปัจจุบัน การไปมีเรื่องกับผู้มีอิทธิพลคับฟ้า รังแต่จะพาความซวยมาให้

นางต้องถอยเพื่อเซฟตัวเอง

"ข้าเข้าใจแล้ว" หลินเวยสูดหายใจเข้า ปรับสีหน้าให้อ่อนลงเล็กน้อย

"และ... หากในอดีตข้าเคยทำสิ่งใดให้ท่านขุ่นเคืองใจ ข้าขอโทษด้วย เพราะข้าจำไม่ได้จริงๆ ว่าทำอะไรลงไปบ้าง หวังว่าท่านจะเลิกแล้วต่อกัน"

พูดจบ นางก็ก้มศีรษะให้เขาเล็กน้อยเป็นการบอกลา ก่อนจะหันหลังเดินออกจากห้องไปโดยไม่หันกลับมามองอีก

ทิ้งให้ห้องทำงานตกอยู่ในความเงียบงัน

เยว่เฉินยืนนิ่งงันราวกับถูกสาป ดวงตาคมกริบจ้องมองประตูที่ปิดลงด้วยความมึนงง

"มู่เฟิง..." เขาเอ่ยเสียงเบาหวิว

"ขะ... ขอรับท่านแม่ทัพ"

"เมื่อกี้... นางขอโทษข้า?"

"อะ... เอ่อน่าจะใช่ขอรับ"

ตั้งแต่แต่งงานกันมา ไม่ว่านางจะทำผิดแค่ไหน นางไม่เคยเอ่ยคำว่าขอโทษแม้แต่ครั้งเดียว มีแต่แก้ตัวและโยนความผิดให้คนอื่น แต่วันนี้... นางกลับขอโทษออกมาดื้อๆ

"น่าขัน..." เยว่เฉินพึมพำ แต่ในแววตานั้นกลับมีความรู้สึกบางอย่างที่อธิบายไม่ได้เกิดขึ้น

สตรีผู้นั้น... ใช่หลินเวยแน่หรือ?

この本を無料で読み続ける
コードをスキャンしてアプリをダウンロード

最新チャプター

  • อดีตสามี... ปล่อยข้าไปเถอะ   ตอนพิเศษ: ก้อนแป้งแฝดแห่งจวนชินอ๋อง

    ตอนพิเศษ: ก้อนแป้งแฝดแห่งจวนชินอ๋องเวลาผันผ่านไปอย่างรวดเร็วราวกับสายน้ำ... สามปีแล้วนับตั้งแต่งานอภิเษกสมรสที่สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งเมืองหลวงจวนชินอ๋องที่ในอดีตเคยเงียบเหงา วังเวง และหนาวเหน็บดุจถ้ำน้ำแข็ง บัดนี้กลับอบอวลไปด้วยความอบอุ่นและเสียงหัวเราะใสแจ๋วที่ดังเจื้อยแจ้วไปทั่วทุกมุมเรือน โดยเฉพาะในยามวสันตฤดูที่ดอกท้อกำลังเบ่งบานเช่นนี้“ป้อจ๋า! จับ... จับเฉิน!”“เอิ๊กๆ... หรานหราน ทางนี้!”เสียงเล็กๆ ที่พูดจายังไม่ค่อยจะชัดเจนนัก ดังประสานกับเสียงฝีเท้าที่วิ่งเตาะแตะลัดเลาะไปตามทางเดินหินในสวนดอกไม้ เบื้องหน้าคือ ก้อนแป้งแฝดมังกรหงส์ (แฝดชายหญิง) วัยสองหนาวเศษ ผู้เป็นแก้วตาดวงใจของจวนชินอ๋องแฝดผู้พี่คือคุณชายน้อย เซียวมู่เฉิน ผู้มีใบหน้าหล่อเหลาถอดแบบมาจากบิดาราวกับพิมพ์เดียวกัน กำลังวิ่งนำหน้าไปอย่างทุลักทุเล ส่วนแฝดผู้น้องคือท่านหญิงน้อย เซียวอวี้หราน ผู้มีดวงตาคู่หงส์งดงามเหมือนมารดา กำลังวิ่งตามหลังพี่ชายด้วยขาสั้นๆ จนแทบจะหน้าทิ่มดินอยู่รอมร่อและผู้ที่กำลังวิ่งไล่ตามจับเจ้าก้อนแป้งทั้งสองอยู่นั้น ไม่ใช่บ่าวไพร่หรือองครักษ์ที่ไหน... แต่เป็นถึงอดีตแม่ทัพใหญ่ผู้เกรียงไกร ชิน

  • อดีตสามี... ปล่อยข้าไปเถอะ   บทที่ 51 (ตอนจบ): คำสัญญาชั่วนิรันดร์

    บทที่ 51 (ตอนจบ): คำสัญญาชั่วนิรันดร์เมืองหลวงยามวสันตฤดูอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของดอกท้อที่เบ่งบาน บรรยากาศทั่วทั้งเมืองคึกคักและเต็มไปด้วยรอยยิ้ม เมื่อกองทัพหลวงและขบวนของชินอ๋องเดินทางกลับมาถึงอย่างปลอดภัยทันทีที่ขบวนรถม้าเคลื่อนผ่านประตูเมือง เสียงโห่ร้องต้อนรับและสรรเสริญก็ดังกึกก้องไปทั่วทุกสารทิศ ทว่าเซียวจินเยว่ไม่ได้สั่งให้ขบวนมุ่งหน้ากลับจวนอ๋อง เขากลับสั่งให้รถม้าตรงไปเข้าเฝ้ายังวังหลวงในทันทีณ ตำหนักฉือหนิงทันทีที่เซียวจินเยว่และเสิ่นลั่วอวี้ก้าวเข้ามาในตำหนัก ไท่โฮ่วที่ประทับรออยู่ก็ถึงกับผุดลุกขึ้น น้ำตาแห่งความปีติไหลอาบสองแก้มของสตรีสูงศักดิ์ พระนางไม่ได้สนใจธรรมเนียมใดๆ ทั้งสิ้น รีบสาวเท้าเข้ามากอดบุตรชายคนเล็กและอดีตลูกสะใภ้เอาไว้แน่น“สวรรค์คุ้มครอง... สวรรค์คุ้มครองจริงๆ!” ไท่โฮ่วสะอื้นไห้ พลางลูบใบหน้าคมคายของเซียวจินเยว่ที่ยังมีร่องรอยความซูบผอม“ลูกอกตัญญู ทำให้เสด็จแม่ต้องเป็นห่วงแล้วพ่ะย่ะค่ะ” เซียวจินเยว่คุกเข่าลงโขกศีรษะขอประทานอภัยไท่โฮ่วรีบพยุงเขาขึ้น ก่อนจะหันมาจับมือเสิ่นลั่วอวี้ไว้แน่น แววตาของพระนางเต็มไปด้วยความซาบซึ้งและเอ็นดูสุดหัวใจ “ลั่วอวี้... ข

  • อดีตสามี... ปล่อยข้าไปเถอะ   บทที่ 50: หนี้รักที่ต้องชดใช้

    บทที่ 50: หนี้รักที่ต้องชดใช้ครึ่งเดือนผ่านไปอย่างรวดเร็วท่ามกลางลมหนาวของแดนเหนือด้วยการฝังเข็มขับพิษอันล้ำเลิศของหมอเทวดาไป๋อิงหลัว ผนวกกับการดูแลปรนนิบัติอย่างใกล้ชิดแทบไม่คลาดสายตาของเสิ่นลั่วอวี้ ร่างกายของเซียวจินเยว่ก็ฟื้นตัวขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์ พิษในหัวใจถูกขจัดออกจนหมดสิ้น บาดแผลฉกรรจ์ที่หน้าอกเริ่มสมานตัว บัดนี้ชินอ๋องแห่งต้าเยี่ยนสามารถลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียงและพูดคุยได้เป็นปกติแล้วทว่าสิ่งที่เปลี่ยนไปจนม่ออวิ๋นและเย่หานถึงกับต้องลอบมองหน้ากันบ่อยครั้ง ก็คือท่าทีของ ชินอ๋องผู้เย็นชา ที่บัดนี้กลายสภาพเป็นคน คลั่งรักอย่างหนัก!“ขมเกินไป ข้าดื่มไม่ลง”เซียวจินเยว่เบือนหน้าหนีชามยาต้มสีดำสนิท คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันเล็กน้อย ทว่าหางตากลับลอบสังเกตปฏิกิริยาของสตรีที่นั่งอยู่ข้างเตียงเสิ่นลั่วอวี้ถอนหายใจเบาๆ นางตักยาขึ้นมาเป่าให้คลายความร้อน ก่อนจะยื่นไปจ่อที่ริมฝีปาก “ท่านอ๋อง ยาดีมักขม หากท่านไม่ดื่มแล้วแผลจะหายสนิทได้อย่างไรเพคะ อ้าปากเร็วเข้า”“บาดแผลของข้าเจ็บปวดถึงเพียงนี้ เจ้ายังจะดุข้าอีกหรือ ลั่วอวี้” น้ำเสียงของเขาทั้งทุ้มต่ำและแฝงแววออดอ้อนอย่างที่ไม่เคยมีผู้ใดได้ยินม

  • อดีตสามี... ปล่อยข้าไปเถอะ   บทที่ 49: เสียงเรียกจากหัวใจ

    บทที่ 49: เสียงเรียกจากหัวใจเวลาผ่านพ้นไปสามวันสามคืนนับตั้งแต่เสิ่นลั่วอวี้เดินทางมาถึงค่ายทหารแดนเหนือตลอดสามวันที่ผ่านมา นางแทบไม่ได้หลับตาพักผ่อนอย่างเต็มตื่น หญิงสาวรับหน้าที่ดูแลเซียวจินเยว่ด้วยตนเองทุกขั้นตอน ไม่ว่าจะเป็นการป้อนยาที่ต้องค่อยๆ หยอดทีละหยดเพื่อไม่ให้เขาสำลัก การเปลี่ยนผ้าพันแผล หรือแม้แต่การคอยเช็ดตัวเพื่อลดไข้ที่ขึ้นสูงในยามค่ำคืนไป๋อิงหลัว หมอเทวดาหญิงแวะเวียนมาตรวจชีพจรและฝังเข็มให้เขาวันละสองครั้ง แม้นางจะไม่เอ่ยปากชม ทว่าสายตาที่มองเสิ่นลั่วอวี้ก็แฝงไปด้วยความนับถือ สตรีบอบบางจากเมืองหลวงผู้นี้มีความอดทนและเด็ดเดี่ยวยิ่งนักเข้าสู่วันที่สี่ พายุหิมะด้านนอกกระโจมเริ่มซาลงแล้ว ทว่าคนบนเตียงก็ยังคงหลับสนิทไม่มีทีท่าว่าจะฟื้นขึ้นมาเสิ่นลั่วอวี้บิดผ้าชุบน้ำอุ่น เช็ดทำความสะอาดตามโครงหน้าคมคายและลำคอของเขาอย่างเบามือ เมื่อมองเห็นใบหน้าที่เคยหล่อเหลาเย่อหยิ่งบัดนี้ซูบตอบและไร้สีเลือด หยาดน้ำตาก็พลันรื้นขึ้นมาจนภาพเบื้องหน้าพร่ามัว“ท่านนอนนานเกินไปแล้วนะ เซียวจินเยว่”นางพึมพำเสียงแผ่วเบา พลางวางผ้าลงและจับมือหนาที่หยาบกร้านของเขามาแนบแก้ม “ท่านรู้หรือไม่ว่าที่

  • อดีตสามี... ปล่อยข้าไปเถอะ   บทที่ 48: ฝ่าหิมะเยือนแดนเหนือ

    บทที่ 48: ฝ่าหิมะเยือนแดนเหนือร่างบางเซถลาจนเกือบจะล้มพับ ทว่าเสิ่นลั่วอวี้กลับสูดลมหายใจลึก ฝืนยันกายให้ลุกขึ้นยืนตรงอย่างมั่นคง มือเรียวกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในฝ่ามือเพื่อเรียกสติเขาบอกว่าจะรอดกลับมาชดใช้หนี้ให้นาง... ชินอ๋องตรัสแล้วไม่คืนคำ เขาจะมาตายอยู่ที่ชายแดนอันหนาวเหน็บเช่นนี้ไม่ได้!“ใครอนุญาตให้เขาตายกัน!” เสิ่นลั่วอวี้เอ่ยเสียงสั่น แววตาแปรเปลี่ยนเป็นความเด็ดเดี่ยว “ม่ออวิ๋น! พาข้าไปแดนเหนือเดี๋ยวนี้!”ม่ออวิ๋นเงยหน้าขึ้นเบิกตากว้าง “เถ้าแก่เนี้ย! แต่ว่าการเดินทางไปชายแดนในฤดูหนาวนั้นอันตรายยิ่งนัก อีกทั้งร่างกายของท่าน...”“ข้ามีป้ายหยกของเขา ข้าคือผู้ที่มีสิทธิ์ขาดที่สุดในจวนชินอ๋อง!” นางประกาศกร้าว จนม่ออวิ๋นและเย่หานต้องรีบคุกเข่ารับคำสั่ง“เย่หาน! ไปจัดเตรียมรถม้าที่ทนทานที่สุด นำโสมคนร้อยปีและยารักษาแผลชั้นเลิศจากคลังของจวนอ๋องมาให้หมด ถ่ายทอดคำสั่งให้หน่วยองครักษ์เงาทุกคนเตรียมพร้อม... เราจะออกเดินทางไปแดนเหนือภายในชั่วยามนี้!”“รับคำสั่งขอรับ!” ทั้งม่ออวิ๋นและเย่หานคุกเข่าประสานเสียงหนักแน่นยี่สิบวันต่อมา ณ ค่ายทหารแดนเหนือการเดินทางที่ปกติต้องใช้เวลาเกือบสอ

  • อดีตสามี... ปล่อยข้าไปเถอะ   บทที่ 47: จดหมายจากแดนเหนือ

    บทที่ 47: จดหมายจากแดนเหนือ“เถ้าแก่เนี้ย จะให้ข้าน้อยจัดการกับคนพวกนี้อย่างไรดีขอรับ” เงาอู่เอ่ยถามพลางปรายตามองร่างที่ไม่ได้สติบนพื้นเสิ่นลั่วอวี้มองเสิ่นชิงหว่านด้วยสายตาที่ไร้ซึ่งความเวทนาใดๆ สตรีผู้นี้ทำผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า หากนางใจอ่อนปล่อยไป ย่อมเป็นภัยในภายภาคหน้า“มัดตัวพวกมันทั้งหมด พร้อมกับจดหมายข่มขู่ฉบับนี้ ไปส่งให้จวนว่าการเมืองหลวง” น้ำเสียงของนางเด็ดขาด “เสิ่นชิงหว่านมีคดีติดตัวและเป็นที่ต้องการตัวของทางการอยู่แล้ว เพิ่มข้อหาลักพาตัวและพยายามฆ่าเข้าไปอีก คราวนี้นางคงไม่ได้เห็นแสงตะวันนอกคุกอีกชั่วชีวิต”“รับด้วยเกล้าพ่ะย่ะค่ะ!”เงาอู่รับคำสั่ง ก่อนจะส่งสัญญาณให้องครักษ์เงาคนอื่นๆ หิ้วปีกอันธพาลและร่างของเสิ่นชิงหว่านเร้นกายหายไปในเงามืดอย่างรวดเร็ว ปิดฉากความบาดหมางของตระกูลเสิ่นลงอย่างสมบูรณ์วันรุ่งขึ้น ณ วังหลวงรถม้าของหอน้ำชาจอดเทียบที่หน้าประตูวังหลวง เสิ่นลั่วอวี้เพียงแค่ชู ป้ายหยกประจำตัวชินอ๋อง ขึ้นมา ทหารยามก็รีบคุกเข่าเปิดทางให้นางผ่านเข้าไปยังเขตพระราชฐานชั้นในได้อย่างง่ายดายราวกับเดินเข้าสวนหลังบ้านแม้นางและเซียวจินเยว่จะหย่าขาดจากกันแล้ว ทว่าเสิ่นลั่วอวี้ก

  • อดีตสามี... ปล่อยข้าไปเถอะ   บทที่ 6

    บทที่ 6 : เปลวเพลิงแห่งราคะเพล้ง!ถ้วยชาเนื้อดีถูกปัดตกลงพื้นแตกกระจายเสียงดังสนั่นไปทั่วห้องหนังสือแม่ทัพเยว่เฉิน กัดฟันกรอดจนกรามปูดโปน มือหนากำเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในเนื้อเพื่อเรียกสติ แต่มันแทบจะไม่ช่วยอะไรเลย ความร้อนรุ่มดั่งไฟบรรลัยกัลป์กำลังแผดเผาไปทั่วกาย เลือดลมสูบฉีดพล่านจนใบหน้าห

  • อดีตสามี... ปล่อยข้าไปเถอะ   บทที่ 5

    บทที่ 5 : กายห่าง... ใจหมางเมินแสงตะวันยามอัสดงสาดทอประกายสีส้มแดงไปทั่วผืนฟ้า เป็นสัญญาณบอกเวลาพลบค่ำเมื่อรถม้าคันหรูของจวนแม่ทัพแล่นเข้ามาจอดเทียบท่าหลินเวย ก้าวลงจากรถม้าด้วยความทุลักทุเล มือเรียวข้างหนึ่งยกขึ้นนวดบั้นเอวเบาๆ ใบหน้าสวยหวานฉายแววอ่อนล้าอย่างเห็นได้ชัด"โอ๊ย... กระดูกกระเดี้ยวจะพ

  • อดีตสามี... ปล่อยข้าไปเถอะ   บทที่ 4

    บทที่ 4 : การเริ่มต้นใหม่สองวัน...ผ่านไปแล้วสองวันเต็มๆ ที่หลินเวยลืมตาตื่นขึ้นมาพบกับเพดานไม้แกะสลักลวดลายโบราณ แทนที่จะเป็นฝ้าเพดานเรียบหรูในบ้านที่กรุงเทพฯนางพยายามหลับตาลงแล้วลืมตาขึ้นใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ภาวนาต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทุกศาลที่นึกออก ขอให้เรื่องทั้งหมดนี้เป็นเพียงฝันร้ายตื่นหนึ่ง แต่

  • อดีตสามี... ปล่อยข้าไปเถอะ   บทที่ 2

    บทที่ 2 : ความทรงจำที่หายไปเสี่ยวชุ่ยทรุดตัวลงนั่งกับพื้น ใบหน้านองไปด้วยน้ำตา นางมองแผ่นกระดาษที่ถูกทิ้งไว้บนตักของหลินเวยด้วยสายตาตัดพ้อ"ท่านแม่ทัพ... ทำเช่นนี้อีกแล้วหรือเจ้าคะ? เหตุใดเขาถึงใจร้ายไล่ท่านออกจากจวนอีกแล้ว"คำว่า 'อีกแล้ว' สะดุดหูหลินเวยอย่างจังหญิงสาวขมวดคิ้วมุ่น ในหัวสมองยังคงว

続きを読む
無料で面白い小説を探して読んでみましょう
GoodNovel アプリで人気小説に無料で!お好きな本をダウンロードして、いつでもどこでも読みましょう!
アプリで無料で本を読む
コードをスキャンしてアプリで読む
DMCA.com Protection Status