บทที่ 1 ใบหย่าสายฟ้าแลบ
ซ่า!
เสียงแหวกว่ายผ่านมวลน้ำดังขึ้นพร้อมกับร่างบางที่พุ่งทะยานขึ้นสู่ผิวน้ำ หลินเวย สูดลมหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่ตามสัญชาตญาณ มือเรียวขาวยื่นออกไปข้างหน้า หวังจะคว้าจับขอบสระกระเบื้องเคลือบสีฟ้าครามของโรงแรมหรูระดับห้าดาว
ทว่า... สัมผัสที่ปลายนิ้วกลับไม่ใช่ความเรียบลื่นของกระเบื้อง
แต่มันคือความขรุขระของหินธรรมชาติที่ปกคลุมด้วยตะไคร่น้ำลื่นมือ!
"นี่มัน..."
หญิงสาวชะงักกึก ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างเมื่อภาพตรงหน้าปรากฏชัดแก่สายตา แทนที่จะเป็นเพดานกระจกสูงโปร่งและแสงไฟสลัวสุดโรแมนติกของสระว่ายน้ำในร่ม สิ่งที่นางเห็นกลับเป็นท้องฟ้ากว้างใหญ่ที่เริ่มทอแสงสลัวยามพลบค่ำ และศาลาทรงเก๋งจีนโบราณที่ตั้งตระหง่านอยู่ริมตลิ่ง
"ช่วยด้วย! ช่วยด้วย! ฮูหยินตกน้ำ!"
เสียงตะโกนโหวกเหวกโวยวายดังระงมไปทั่วบริเวณ หลินเวยยังไม่ทันจะได้ตั้งสติ ร่างของนางก็ถูกมือปริศนาหลายคู่ฉุดกระชากขึ้นจากน้ำอย่างทุลักทุเล
"เร็วเข้า! รีบดึงฮูหยินขึ้นมา!"
ความหนาวเหน็บที่แตกต่างจากน้ำอุ่นในสระโรงแรมโดยสิ้นเชิง แทรกซึมเข้าสู่กระดูกดำ หลินเวยตัวสั่นเทาขณะถูกลากขึ้นไปกองอยู่บนพื้นหญ้า นางสำลักน้ำออกมาสองสามครั้ง พยายามกวาดสายตามองไปรอบกายด้วยความตื่นตระหนก
นี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้น?
เมื่อครู่นี้... นางจำได้แม่นยำว่ากำลังว่ายน้ำท่าฟรีสไตล์อย่างสบายใจเฉิบ กำลังจะแตะขอบสระเพื่อพักเหนื่อย แต่พอมุดหัวขึ้นมาจากน้ำอีกที ทำไมถึงมาโผล่ในบึงบัวกลางสวนแบบนี้ได้!
"ฮูหยิน! ฮูหยินเจ้าคะ ท่านเป็นอย่างไรบ้าง!"
เสียงร้องไห้ปนสะอึกสะอื้นดังขึ้นใกล้หู พร้อมกับร่างเล็กของเด็กสาวนางหนึ่งที่พุ่งเข้ามาประคองร่างของหลินเวยไว้แน่น เด็กสาวคนนั้นใบหน้าเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตา ร้องเรียกนางซ้ำๆ อย่างตื่นตระหนก
"เสี่ยวชุ่ย" (สาวใช้คนสนิท) รีบถอดเสื้อคลุมตัวนอกของตนมาห่มให้ผู้เป็นนาย พลางหันไปตวาดบ่าวไพร่คนอื่นๆ เสียงสั่น "พวกเจ้ามัวยืนบื้ออะไรอยู่! รีบไปตามท่านหมอเร็วเข้า ฮูหยินตัวเย็นเฉียบไปหมดแล้ว!"
หลินเวยมองเด็กสาวตรงหน้าที่เรียกตนเองว่า 'ฮูหยิน' ด้วยความมึนงง สมองของนางว่างเปล่าขาวโพลนราวกับกระดาษ
ฮูหยิน? ใครคือฮูหยิน? แล้วเด็กคนนี้... ทำไมถึงแต่งตัวเหมือนหลุดออกมาจากกองถ่ายละครย้อนยุค?
นางก้มลงมองสภาพตัวเอง แล้วก็ต้องตกตะลึงยิ่งกว่าเดิม ชุดว่ายน้ำทูพีซดีไซน์เก๋ไก๋จากแบรนด์ดังที่นางใส่อยู่หายไปไหน? ทำไมตอนนี้ร่างกายของนางถึงเปียกโชกไปด้วยชุดผ้าไหมรุ่มร่ามหลายชั้นที่หนักอึ้งเมื่ออุ้มน้ำ
ความทรงจำสุดท้ายแล่นปราดเข้ามาในหัวราวกับฉายภาพซ้ำ...
แพรว คือดีไซเนอร์สาวดาวรุ่งพุ่งแรงจากเมืองไทย นางเพิ่งจะบินลัดฟ้ามาร่วมงานแฟชั่นโชว์ระดับโลกที่ปักกิ่ง ท่ามกลางเสียงปรบมือและแสงแฟลชวูบวาบ นางประสบความสำเร็จอย่างงดงาม หลังจากงานเลี้ยงเลิกรา นางจึงกลับมาพักผ่อนที่โรงแรม และลงไปว่ายน้ำเพื่อคลายความเหนื่อยล้า
จังหวะที่นางดำดิ่งลงไปใต้น้ำและกำลังจะโผล่พ้นผิวน้ำนั่นแหละ... คือวินาทีที่ทุกอย่างเปลี่ยนไป
"ฮูหยิน... ท่านอย่าเงียบไปเช่นนี้สิเจ้าคะ บ่าวใจคอไม่ดีเลย" เสี่ยวชุ่ยเขย่าแขนนางเบาๆ
หลินเวยอยากจะเอ่ยปากถาม อยากจะตะโกนร้องว่า 'ที่นี่ที่ไหน' แต่ลำคอของนางกลับตีบตัน ความช็อคทำให้เสียงของนางหายไป นางทำได้เพียงส่ายหน้าช้าๆ สายตายังคงจับจ้องไปที่สถาปัตยกรรมรอบตัวและผู้คนที่รายล้อม
ทรงผมเกล้ามวยปักปิ่น เสื้อคอปกไขว้ แขนเสื้อกว้าง รองเท้าผ้าปัก...
นี่ไม่ใช่ความฝัน...
หลินเวยหลับตาลงแน่นแล้วลืมตาขึ้นอีกครั้ง หวังว่าภาพตรงหน้าจะหายไป แต่ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม นางโผล่ขึ้นมาจากสระว่ายน้ำที่ปักกิ่ง แล้วมาโผล่ที่ยุคโบราณแห่งนี้ได้อย่างไร!
ร่างที่เปียกปอนของหลินเวยถูกพาเข้ามายังเรือนนอนที่ตกแต่งอย่างหรูหราทว่าดูเงียบเหงา เสี่ยวชุ่ยและสาวใช้อีกสองนางรีบร้อนจัดเตรียมน้ำอุ่นในถังไม้ใบใหญ่ กลิ่นหอมอ่อนๆ ของกลีบกุหลาบที่ลอยฟุ้งไม่ได้ช่วยให้จิตใจของนางสงบลงได้เลย
หลินเวยถูกจับถอดชุดที่เปียกชุ่มและเช็ดตัวราวกับตุ๊กตาที่ไร้ชีวิต นางปล่อยให้พวกสาวใช้จับหมุนซ้ายขวา สวมใส่ชุดผ้าไหมตัวใหม่สีกลีบบัวที่แห้งสนิท ทั้งที่ในหัวยังคงหมุนติ้ว
นี่มันบ้า... บ้าไปแล้วจริงๆ
นางพยายามตั้งสติ ฟังเสียงเจรจาของพวกสาวใช้ "เบามือหน่อย ฮูหยินผิวบางนัก" "รีบไปต้มน้ำขิงมาเร็วเข้า เดี๋ยวฮูหยินจะจับไข้"
เดี๋ยวนะ... ทำไม? หลินเวยขมวดคิ้วมุ่น นางเป็นคนไทยแท้ๆ แม้จะมาทำงานที่ปักกิ่งแต่ก็รู้ภาษาจีนแค่ระดับพื้นฐานสั่งข้าวซื้อของได้เท่านั้น แต่ทำไมตอนนี้... นางกลับฟังทุกคำที่คนพวกนี้พูดรู้เรื่องหมดทุกพยางค์! ราวกับมันเป็นภาษาแม่ของนางเอง
"ให้ตายเถอะ นี่มันเรื่องตลกร้ายอะไรกัน" นางพึมพำกับตัวเองเบาๆ
ชีวิตดีไซเนอร์ที่กำลังรุ่งโรจน์... แบรนด์เสื้อผ้าที่กำลังจะโกอินเตอร์... จบกันแค่นี้งั้นหรือ?
เสี่ยวชุ่ยประคองหลินเวยมานั่งที่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง หญิงสาวเผลอเงยหน้าขึ้นมองวัตถุตรงหน้า มันไม่ใช่กระจกเงาใสแจ๋วแบบยุคปัจจุบัน แต่เป็น 'คันฉ่อง' ทองเหลืองที่ขัดจนเงาวับ
ภาพสะท้อนในนั้นทำให้หลินเวยต้องยกมือขึ้นทาบอก
ดวงตากลมโตหางตาชี้ขึ้นเล็กน้อยดูโศกซึ้ง จมูกโด่งรั้น ริมฝีปากบางเฉียบสีแดงระเรื่อ... นี่ไม่ใช่ใบหน้าของหลินเวย! แม้จะงดงามหยดย้อยปานล่มเมือง แต่มันคือใบหน้าของคนแปลกหน้า!
"พล็อตนิยายทะลุมิติ..." หลินเวยรำพึงเสียงสั่นเครือ "สวมร่าง... ย้อนอดีต... เรื่องพวกนี้มันมีอยู่จริงหรือเนี่ย"
"ฮูหยิน... ท่านเป็นอะไรไปเจ้าคะ ท่านอย่าทำหน้าตาเช่นนั้น บ่าวกลัวนะเจ้าคะ" เสี่ยวชุ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเมื่อเห็นนายหญิงจ้องมองกระจกตาค้าง ไม่ยอมพูดจา
หลินเวยกำลังจะหันไปถามเพื่อความแน่ใจ แต่ยังไม่ทันจะได้ขยับปาก
ปัง!
ประตูห้องนอนถูกผลักเปิดออกอย่างแรงจนบานประตูแทบจะกระแทกฝาผนัง ร่างสูงใหญ่ของบุรุษผู้หนึ่งก้าวเข้ามาในห้อง กลิ่นอายความกดดันแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาจนสาวใช้ทั้งสามต้องรีบคุกเข่าลงกับพื้น ตัวสั่นงันงก
หลินเวยหันขวับไปมอง แล้วก็ต้องตะลึง...
ผู้ชายคนนี้... หล่อ! หล่อแบบที่ดาราชายในงานแฟชั่นโชว์ที่นางเพิ่งไปร่วมงานยังต้องชิดซ้าย คิ้วกระบี่พาดเฉียง ดวงตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยว จมูกโด่งเป็นสันรับกับริมฝีปากได้รูป รูปร่างสูงโปร่งแต่เต็มไปด้วยมัดกล้ามภายใต้ชุดคลุมสีเข้ม
ทว่า... แววตาที่เขามองมาที่นางนั้น กลับเต็มไปด้วยความรังเกียจและเอือมระอาถึงที่สุด
"ท่านแม่ทัพ..." เสี่ยวชุ่ยร้องเรียกเสียงแผ่ว
แม่ทัพเยว่เฉิน ไม่สนใจสาวใช้ สายตาเขาจับจ้องอยู่ที่สตรีที่นั่งอยู่หน้าคันฉ่อง เขากัดฟันกรอดก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชาบาดลึก
"ข้าเบื่อหน่ายกับละครตบตาของเจ้าเต็มทีแล้ว หลินเวย"
หลินเวยกะพริบตาปริบๆ "คะ?"
"เลิกแสร้งทำเป็นไขสือเสียที!" เยว่เฉินตวาดลั่น "คิดว่ากระโดดน้ำเรียกร้องความสนใจแล้วข้าจะใจอ่อนงั้นรึ? ตั้งแต่แต่งเจ้าเข้ามาในจวนแม่ทัพ วันไหนบ้างที่จวนของข้าจะมีความสงบสุข! มีแต่ความวุ่นวายไม่เว้นแต่ละวันเพราะความริษยาของเจ้า!"
หลินเวยอ้าปากค้าง สมองประมวลผลไม่ทัน เดี๋ยวนะพ่อรูปหล่อ ฉันเพิ่งมาถึง ยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะ!
"ในเมื่อเจ้าอยากตายนัก ข้าก็จะสงเคราะห์ให้ แต่ไม่ใช่ด้วยความตาย..."
เยว่เฉินล้วงมือเข้าไปในอกเสื้อ หยิบซองจดหมายฉบับหนึ่งออกมา แล้วโยนใส่หน้านางอย่างไม่ไยดี
ฟึ่บ!
กระดาษแผ่นนั้นร่วงหล่นลงบนตักของหลินเวย
"นี่คือ หนังสือหย่า" น้ำเสียงของเขาไร้เยื่อใย "เก็บข้าวของของเจ้า แล้วไสหัวออกไปจากจวนข้าซะ บุญคุณที่บิดาเจ้าเคยมีต่อข้า ข้าจะหาทางชดใช้คืนให้วันหลัง แต่ตอนนี้... ข้าทนเห็นหน้าสตรีร้ายกาจเช่นเจ้าไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว!"
พูดจบ เขาก็สะบัดชายเสื้อหันหลังเดินออกจากห้องไปทันที ทิ้งไว้เพียงความเงียบสงัดและกลิ่นอายความโกรธเกรี้ยวที่ยังลอยวนอยู่ในอากาศ
หลินเวยหยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาดู มือไม้สั่นเทา ไม่ใช่เพราะเสียใจ แต่เพราะช็อกจนตั้งตัวไม่ติด
สายตาเหลือบมองแผ่นหลังกว้างที่เดินจากไป แล้วก้มมองตัวอักษรคำว่า 'หย่า' ตัวเบ้อเริ่มบนกระดาษ
สรุปสั้นๆ คือ... หนึ่ง... นางตายแล้ว (มั้ง) สอง... นางมาโผล่ในร่างใครก็ไม่รู้ สาม... สามีหล่อลากไส้ แต่เกลียดขี้หน้านางเข้ากระดูกดำ และสี่... ยังไม่ทันได้หายใจทั่วท้อง ก็โดนถีบหัวส่งออกจากบ้านเสียแล้ว
"ซวย..." หลินเวยหัวเราะแห้งๆ ออกมา "แบบนี้เขาเรียกว่าซวยซ้ำซ้อนใช่ไหมเนี่ย"
++++++++++++++++++++++++++++
แนะนำนิยายเซต: แก๊งสามสาวทะลุมิติ
นิยายเรื่องนี้เป็นหนึ่งในซีรีส์เซตแก๊งเพื่อนสาวจากยุคปัจจุบัน ที่จับพลัดจับผลูทะลุมิติมาป่วนหัวใจบุรุษแคว้นนี้ค่ะ! ใครที่โดนตกและชื่นชอบความผูกพันของพวกนาง สามารถตามไปฟินและเอาใจช่วยพวกนางให้ครบทั้ง 3 เรื่องได้ตามนี้เลยนะคะ 👇
📖 เรื่องที่ 1 : เกิดใหม่เป็นนางร้าย ขอหย่าให้ตายท่านอ๋องก็ไม่ยอม (เรื่องราวของ 'เยว่ซิน' กับ อ๋องจวิ้นอวี้)
📖 เรื่องที่ 2 : เกิดใหม่เป็นยาถอนพิษ...ของท่านอ๋องจอมเผด็จการ (เรื่องราวของ 'มู่หลาน' กับ อ๋องจวิ้นเจี๋ย)
📖 เรื่องที่ 3 : อดีตสามี... ได้โปรดปล่อยข้าไปเถอะ (เรื่องราวของ 'หลินเวย' กับ แม่ทัพเยว่เฉิน)
ฝากติดตามผลงานทั้ง 3 เรื่องของ แคลร์ออสติน ด้วยนะคะ!
المراجعات