Share

บทที่ 5

last update publish date: 2026-03-05 17:30:24

บทที่ 5 : กายห่าง... ใจหมางเมิน

แสงตะวันยามอัสดงสาดทอประกายสีส้มแดงไปทั่วผืนฟ้า เป็นสัญญาณบอกเวลาพลบค่ำเมื่อรถม้าคันหรูของจวนแม่ทัพแล่นเข้ามาจอดเทียบท่า

หลินเวย ก้าวลงจากรถม้าด้วยความทุลักทุเล มือเรียวข้างหนึ่งยกขึ้นนวดบั้นเอวเบาๆ ใบหน้าสวยหวานฉายแววอ่อนล้าอย่างเห็นได้ชัด

"โอ๊ย... กระดูกกระเดี้ยวจะพังไหมเนี่ย"

นางบ่นอุบอิบกับตัวเองเบาๆ แม้ภายนอกจะดูสง่างามดุจคุณหนูผู้สูงศักดิ์ แต่ภายในใจของ แพรว กำลังกรีดร้อง การนั่งรถม้าบนถนนหินขรุขระในยุคโบราณไม่ใช่เรื่องตลก ไม่มีโช้คอัพ ไม่มีเบาะนุ่มเด้ง มีแต่แรงกระแทกที่ส่งตรงถึงกระดูกสันหลังทุกวินาที

เกือบสองสัปดาห์แล้วที่นางต้องทนใช้ชีวิตในร่างนี้... ยอมรับตามตรงว่ามัน 'ไม่ง่าย' เลย

ถึงแม้จะได้เดินชมเมือง สัมผัสสถาปัตยกรรมจีนโบราณที่งดงามราวกับภาพวาด ได้ไปไหว้พระขอพรที่วัดเก่าแก่บนยอดเขา สูดอากาศบริสุทธิ์ที่หาไม่ได้ในกรุงเทพฯ แต่ความเจริญทางวัตถุที่หายไปก็ทำให้นางแทบคลั่ง

ห้องน้ำแบบนั่งยองที่ไร้ระบบชักโครก... อาหารการกินที่เน้นรสจืดชืด มันเลี่ยน มีแต่แป้งกับผักต้ม...

"คิดถึงส้มตำปูปลาร้า... คิดถึงผัดกะเพราไข่ดาวกรอบๆ..." หลินเวยกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ลิ้นของนางโหยหารสชาติเผ็ดร้อนจัดจ้านของอาหารไทยเหลือเกิน

"แต่เอาเถอะ... อย่างน้อยเรื่องที่ซุกหัวนอนก็เรียบร้อยแล้ว"

นางถอนหายใจยาว พรุ่งนี้แล้วสินะ... ที่นางจะได้ย้ายออกจากจวนเฮงซวยแห่งนี้ไปเสียที บ้านหลังใหม่ที่นางเพิ่งตกลงซื้อขายเสร็จสิ้นในวันนี้ แม้จะต้องซ่อมแซมบ้าง แต่ก็กว้างขวางและเป็นสัดส่วน นางได้จ้างวานพ่อบ้านและบ่าวไพร่ชุดใหม่ไว้เรียบร้อย เตรียมพร้อมสำหรับการขนย้ายข้าวของในวันรุ่งขึ้น

หลินเวยเดินทอดน่องไปตามทางเดินหินที่คดเคี้ยวผ่านสวนหย่อม เพื่อมุ่งหน้ากลับเรือนพัก พลางคิดวางแผนตกแต่งบ้านใหม่ในหัว

ทว่า... สวรรค์ดูเหมือนจะยังอยากทดสอบความอดทนของนาง

ที่กลางสะพานข้ามสระบัว ร่างสูงใหญ่ในชุดลำลองสีครามยืนเด่นเป็นสง่าอยู่ตรงนั้น แม่ทัพเยว่เฉิน กำลังยืนเอามือไพล่หลัง ทอดสายตามองหมู่ปลาในสระ แต่เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้า เขาก็หันกลับมา

ดวงตาคมกริบสบเข้ากับดวงตากลมโตของหลินเวย

ในความทรงจำเดิม หากเป็นเมื่อก่อน หลินเวยคงจะรีบวิ่งเข้าไปเกาะแขน ส่งเสียงหวานเจื้อยแจ้ว หรือไม่ก็แสร้งทำเป็นสะดุดล้มเพื่อให้เขารับไว้ในอ้อมกอด

แต่ หลินเวยคนปัจจุบัน กลับไม่ทำเช่นนั้น

นางชะงักฝีเท้าเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะเบนสายตามองผ่านไหล่เขาไปราวกับเขาเป็นเพียงต้นไม้ใบหญ้าข้างทาง ใบหน้าเรียบเฉยไร้อารมณ์ นางกระชับเสื้อคลุมเล็กน้อย แล้วเดินเลี่ยงไปอีกทางโดยไม่แม้แต่จะหยุดทำความเคารพ หรือเอ่ยทักทายตามมารยาท

นางเดินผ่านเขาไป... เหมือนเขาไม่มีตัวตน

สายลมยามเย็นพัดผ่านวูบหนึ่ง หอบเอากลิ่นหอมอ่อนๆ ของแป้งร่ำจากกายสาวลอยมาแตะจมูกแม่ทัพหนุ่ม ก่อนจะจางหายไปพร้อมกับแผ่นหลังบอบบางที่เดินห่างออกไปไกล

เยว่เฉินยืนนิ่งค้างอยู่ที่เดิม คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันจนแทบเป็นปม

"......"

ความรู้สึกหงุดหงิดแล่นพล่านขึ้นมาในอกอย่างไม่มีสาเหตุ

ทำไม? ทำไมนางถึงทำเช่นนั้น? นางไม่เห็นเขาหรือ? เป็นไปไม่ได้... ทางเดินแคบเพียงนี้ นางจงใจเมินเขาชัดๆ!

‘ข้าควรจะดีใจไม่ใช่หรือที่นางเลิกวุ่นวาย’ เขาถามตัวเองในใจ ‘แต่ทำไม... ท่าทีเย็นชาของนางถึงทำให้ข้ารู้สึกไม่สบอารมณ์เช่นนี้’

มันเหมือนกับของตายที่เคยอยู่ในกำมือ จู่ๆ ก็ลุกขึ้นมามีปีกบินหนีไป แถมยังบินไปโดยไม่หันกลับมามองเจ้าของเดิมแม้แต่หางตา

เยว่เฉินมองตามหลังร่างนั้นจนลับสายตา ความรู้สึกบางอย่างเริ่มก่อตัวขึ้น... มันไม่ใช่ความเสน่หา แต่มันคือ ความสงสัย และ ความพ่ายแพ้ เล็กๆ ที่แม่ทัพผู้ไม่เคยแพ้ใครอย่างเขาเพิ่งจะเคยสัมผัสเป็นครั้งแรก

เสี่ยวชุ่ย เดินตามหลังผู้เป็นนายต้อยๆ ดวงตาจับจ้องแผ่นหลังบอบบางที่เดินเชิดหน้าอย่างมั่นคง

นางจำได้ดีว่าเมื่อก่อน ฮูหยินหลงรักท่านแม่ทัพมากเพียงใด รักจนยอมลดศักดิ์ศรี ยอมทำตัวโง่เขลาเพื่อเรียกร้องความสนใจ แต่บัดนี้... สายตาที่ฮูหยินมองท่านแม่ทัพกลับว่างเปล่า เย็นชา ราวกับมองคนแปลกหน้า หรืออาจจะแย่กว่านั้น... เหมือนมองสิ่งที่น่ารังเกียจจนไม่อยากเฉียดกายเข้าใกล้

"ดีแล้ว..." เสี่ยวชุ่ยลอบยิ้มทั้งน้ำตาแห่งความปิติ "ดีเหลือเกินที่ฮูหยินหลุดพ้นจากบ่วงรักมืดมนนี้เสียที ต่อไปนี้ชีวิตของท่านคงมีแต่ความสดใสรออยู่"

ทว่า... ความสงบสุขมักอยู่ได้ไม่นาน

เมื่อหลินเวยเดินมาถึงหน้าเรือนพัก ฝีเท้าของนางก็ต้องชะงักลงอีกครั้ง เบื้องหน้าปรากฏร่างของสตรีสี่นางที่คุ้นตา เหล่าอนุภรรยาเจ้าเก่ามายืนออกันอยู่ที่หน้าประตูเรือนราวกับฝูงแร้งที่รอจิกกินซากศพ

"อ้าว... พี่หญิง"

หลิวรั่วเหยียน ก้าวออกมาเป็นคนแรก รอยยิ้มหวานหยดย้อยฉาบอยู่บนใบหน้า "ได้ข่าวว่าพรุ่งนี้พี่หญิงจะย้ายออกจากจวนแล้ว น้องๆ เลยมารอส่งเจ้าค่ะ เดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าพวกเราอาจจะตื่นไม่ทัน เลยถือโอกาสมาบอกลาเสียตอนนี้เลย"

"บอกลา?" หลินเวย แค่นหัวเราะ พวกนางมาสมน้ำหน้ามากกว่ากระมัง!

หลินเวยถอนหายใจเบาๆ มองพวกนางด้วยสายตาเบื่อหน่าย "ขอบใจที่อุตส่าห์มีน้ำใจ แต่ข้าไม่ต้องการ หลบไป ข้าจะเข้าเรือน"

"แหม... จะรีบไปไหนเล่าเจ้าคะ" หวังซินอี๋ไม่ยอมลดละ นางก้าวมาขวางทาง พลางพูดจาถากถางด้วยน้ำเสียงแหลมสูง "น่าเสียดายนะเจ้าคะ แต่งเข้ามาตั้งเป็นปี แต่กลับต้องหอบผ้าผ่อนกลับไปโดยที่ 'ยังบริสุทธิ์ผุดผ่อง' ไม่เคยได้ปรนนิบัติสามีสักครั้ง ช่างน่าขายหน้าบรรพบุรุษเสียจริง!"

คำพูดนั้นแทงใจดำเจ้าของร่างเดิมอย่างจัง แต่สำหรับหลินเวย... นางกลับรู้สึกขำ

"หยุดปากพล่อยๆ ของเจ้าเดี๋ยวนี้นะ!"

เสี่ยวชุ่ยที่ยืนอยู่ด้านหลังทนไม่ไหว ตวาดกลับไปเสียงดังลั่น "พวกเจ้ากล้าดีอย่างไรมาดูถูกฮูหยิน! ทำเป็นปากดีไปเถอะ! ข้าถามหน่อย ว่าพวกเจ้าสี่คนน่ะ... เคยมีใครได้ 'ขึ้นเตียง' กับท่านแม่ทัพบ้างหรือยัง!?"

คำถามนั้นทำให้เหล่าอนุภรรยาทั้งสี่ถึงกับหน้าถอดสี ชะงักกึกไปตามๆ กัน เพราะความจริงคือ... แม่ทัพเยว่เฉินไม่เคยแตะต้องพวกนางแม้แต่ปลายก้อย! เขาเพียงแค่รับพวกนางไว้ในนาม แต่ไม่เคยย่างกรายไปค้างคืนที่เรือนของใครเลยสักคน

หลินเวยเลิกคิ้วสูง มองปฏิกิริยาเลิ่กลั่กของพวกนางแล้วก็ถึงบางอ้อ

"อ๋อ..." นางลากเสียงยาว มุมปากยกยิ้มเจ้าเล่ห์ "ที่แท้... ไม่ใช่แค่ข้าสินะ ที่เขาไม่เอา"

นางแสร้งทำสีหน้าตกใจ ยกมือทาบอก "หรือว่า... ที่ท่านแม่ทัพไม่ยอมร่วมหอกับใครเลย ไม่ใช่เพราะเขาถือตัว แต่เป็นเพราะ..."

นางเว้นจังหวะ กวาดตามองต่ำไปยังช่วงล่างของพวกนาง แล้วกระซิบเสียงดังฟังชัด

"ของเขา... ใช้การไม่ได้?"

"!!!" เหล่าอนุภรรยาอ้าปากค้าง ตาถลนแทบหลุดจากเบ้า

"ตายจริง..." หลินเวยส่ายหน้าด้วยความเวทนา (ปลอมๆ) "ถ้า 'มังกร' ของท่านแม่ทัพหลับใหลไม่ยอมตื่นเช่นนั้น พวกเจ้าก็ลำบากแย่สิ... เอาเถอะ ข้าเข้าใจความอัดอั้นของพวกเจ้า แต่พวกเจ้าคงต้อง..."

นางยื่นหน้าเข้าไปใกล้กระซิบข้างหูหวังซินอี๋

"ช่วยตัวเองไปก่อนนะจ๊ะ"

พูดจบ หลินเวยก็หัวเราะเบาๆ ในลำคอ แล้วเดินแหวกวงล้อมของสตรีทั้งสี่เข้าไปในเรือนอย่างผู้ชนะ ทิ้งให้พวกนางยืนตัวแข็งทื่อ หน้าแดงก่ำด้วยความโกรธและความอับอาย

"นาง... นางกล้าดีอย่างไร!" หวังซินอี๋กรีดร้อง กระทืบเท้าเร่าๆ "นางหาว่าท่านแม่ทัพ... ไร้น้ำยา อย่างนั้นรึ!"

หลิวรั่วเหยียนกำหมัดแน่น ดวงตาฉายแววอาฆาตมาดร้าย

"นางปากดีไปได้ไม่นานหรอก... คืนนี้แหละ เราจะพิสูจน์ให้นางเห็นว่านางคิดผิด!"

"พี่หญิง ท่านหมายความว่า..."

"เตรียม 'ยาปลุกกำหนัด' ที่แรงที่สุดมา" หลิวรั่วเหยียนสั่งเสียงเหี้ยม "คืนนี้ ไม่ใครก็ใครในพวกเรา ต้องได้ขึ้นเตียงกับท่านแม่ทัพให้ได้! ข้าจะไม่ยอมให้ใครมาดูถูกพวกเราเด็ดขาด!"

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • อดีตสามี... ปล่อยข้าไปเถอะ   ตอนพิเศษ: ก้อนแป้งแฝดแห่งจวนชินอ๋อง

    ตอนพิเศษ: ก้อนแป้งแฝดแห่งจวนชินอ๋องเวลาผันผ่านไปอย่างรวดเร็วราวกับสายน้ำ... สามปีแล้วนับตั้งแต่งานอภิเษกสมรสที่สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งเมืองหลวงจวนชินอ๋องที่ในอดีตเคยเงียบเหงา วังเวง และหนาวเหน็บดุจถ้ำน้ำแข็ง บัดนี้กลับอบอวลไปด้วยความอบอุ่นและเสียงหัวเราะใสแจ๋วที่ดังเจื้อยแจ้วไปทั่วทุกมุมเรือน โดยเฉพาะในยามวสันตฤดูที่ดอกท้อกำลังเบ่งบานเช่นนี้“ป้อจ๋า! จับ... จับเฉิน!”“เอิ๊กๆ... หรานหราน ทางนี้!”เสียงเล็กๆ ที่พูดจายังไม่ค่อยจะชัดเจนนัก ดังประสานกับเสียงฝีเท้าที่วิ่งเตาะแตะลัดเลาะไปตามทางเดินหินในสวนดอกไม้ เบื้องหน้าคือ ก้อนแป้งแฝดมังกรหงส์ (แฝดชายหญิง) วัยสองหนาวเศษ ผู้เป็นแก้วตาดวงใจของจวนชินอ๋องแฝดผู้พี่คือคุณชายน้อย เซียวมู่เฉิน ผู้มีใบหน้าหล่อเหลาถอดแบบมาจากบิดาราวกับพิมพ์เดียวกัน กำลังวิ่งนำหน้าไปอย่างทุลักทุเล ส่วนแฝดผู้น้องคือท่านหญิงน้อย เซียวอวี้หราน ผู้มีดวงตาคู่หงส์งดงามเหมือนมารดา กำลังวิ่งตามหลังพี่ชายด้วยขาสั้นๆ จนแทบจะหน้าทิ่มดินอยู่รอมร่อและผู้ที่กำลังวิ่งไล่ตามจับเจ้าก้อนแป้งทั้งสองอยู่นั้น ไม่ใช่บ่าวไพร่หรือองครักษ์ที่ไหน... แต่เป็นถึงอดีตแม่ทัพใหญ่ผู้เกรียงไกร ชิน

  • อดีตสามี... ปล่อยข้าไปเถอะ   บทที่ 51 (ตอนจบ): คำสัญญาชั่วนิรันดร์

    บทที่ 51 (ตอนจบ): คำสัญญาชั่วนิรันดร์เมืองหลวงยามวสันตฤดูอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของดอกท้อที่เบ่งบาน บรรยากาศทั่วทั้งเมืองคึกคักและเต็มไปด้วยรอยยิ้ม เมื่อกองทัพหลวงและขบวนของชินอ๋องเดินทางกลับมาถึงอย่างปลอดภัยทันทีที่ขบวนรถม้าเคลื่อนผ่านประตูเมือง เสียงโห่ร้องต้อนรับและสรรเสริญก็ดังกึกก้องไปทั่วทุกสารทิศ ทว่าเซียวจินเยว่ไม่ได้สั่งให้ขบวนมุ่งหน้ากลับจวนอ๋อง เขากลับสั่งให้รถม้าตรงไปเข้าเฝ้ายังวังหลวงในทันทีณ ตำหนักฉือหนิงทันทีที่เซียวจินเยว่และเสิ่นลั่วอวี้ก้าวเข้ามาในตำหนัก ไท่โฮ่วที่ประทับรออยู่ก็ถึงกับผุดลุกขึ้น น้ำตาแห่งความปีติไหลอาบสองแก้มของสตรีสูงศักดิ์ พระนางไม่ได้สนใจธรรมเนียมใดๆ ทั้งสิ้น รีบสาวเท้าเข้ามากอดบุตรชายคนเล็กและอดีตลูกสะใภ้เอาไว้แน่น“สวรรค์คุ้มครอง... สวรรค์คุ้มครองจริงๆ!” ไท่โฮ่วสะอื้นไห้ พลางลูบใบหน้าคมคายของเซียวจินเยว่ที่ยังมีร่องรอยความซูบผอม“ลูกอกตัญญู ทำให้เสด็จแม่ต้องเป็นห่วงแล้วพ่ะย่ะค่ะ” เซียวจินเยว่คุกเข่าลงโขกศีรษะขอประทานอภัยไท่โฮ่วรีบพยุงเขาขึ้น ก่อนจะหันมาจับมือเสิ่นลั่วอวี้ไว้แน่น แววตาของพระนางเต็มไปด้วยความซาบซึ้งและเอ็นดูสุดหัวใจ “ลั่วอวี้... ข

  • อดีตสามี... ปล่อยข้าไปเถอะ   บทที่ 50: หนี้รักที่ต้องชดใช้

    บทที่ 50: หนี้รักที่ต้องชดใช้ครึ่งเดือนผ่านไปอย่างรวดเร็วท่ามกลางลมหนาวของแดนเหนือด้วยการฝังเข็มขับพิษอันล้ำเลิศของหมอเทวดาไป๋อิงหลัว ผนวกกับการดูแลปรนนิบัติอย่างใกล้ชิดแทบไม่คลาดสายตาของเสิ่นลั่วอวี้ ร่างกายของเซียวจินเยว่ก็ฟื้นตัวขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์ พิษในหัวใจถูกขจัดออกจนหมดสิ้น บาดแผลฉกรรจ์ที่หน้าอกเริ่มสมานตัว บัดนี้ชินอ๋องแห่งต้าเยี่ยนสามารถลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียงและพูดคุยได้เป็นปกติแล้วทว่าสิ่งที่เปลี่ยนไปจนม่ออวิ๋นและเย่หานถึงกับต้องลอบมองหน้ากันบ่อยครั้ง ก็คือท่าทีของ ชินอ๋องผู้เย็นชา ที่บัดนี้กลายสภาพเป็นคน คลั่งรักอย่างหนัก!“ขมเกินไป ข้าดื่มไม่ลง”เซียวจินเยว่เบือนหน้าหนีชามยาต้มสีดำสนิท คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันเล็กน้อย ทว่าหางตากลับลอบสังเกตปฏิกิริยาของสตรีที่นั่งอยู่ข้างเตียงเสิ่นลั่วอวี้ถอนหายใจเบาๆ นางตักยาขึ้นมาเป่าให้คลายความร้อน ก่อนจะยื่นไปจ่อที่ริมฝีปาก “ท่านอ๋อง ยาดีมักขม หากท่านไม่ดื่มแล้วแผลจะหายสนิทได้อย่างไรเพคะ อ้าปากเร็วเข้า”“บาดแผลของข้าเจ็บปวดถึงเพียงนี้ เจ้ายังจะดุข้าอีกหรือ ลั่วอวี้” น้ำเสียงของเขาทั้งทุ้มต่ำและแฝงแววออดอ้อนอย่างที่ไม่เคยมีผู้ใดได้ยินม

  • อดีตสามี... ปล่อยข้าไปเถอะ   บทที่ 49: เสียงเรียกจากหัวใจ

    บทที่ 49: เสียงเรียกจากหัวใจเวลาผ่านพ้นไปสามวันสามคืนนับตั้งแต่เสิ่นลั่วอวี้เดินทางมาถึงค่ายทหารแดนเหนือตลอดสามวันที่ผ่านมา นางแทบไม่ได้หลับตาพักผ่อนอย่างเต็มตื่น หญิงสาวรับหน้าที่ดูแลเซียวจินเยว่ด้วยตนเองทุกขั้นตอน ไม่ว่าจะเป็นการป้อนยาที่ต้องค่อยๆ หยอดทีละหยดเพื่อไม่ให้เขาสำลัก การเปลี่ยนผ้าพันแผล หรือแม้แต่การคอยเช็ดตัวเพื่อลดไข้ที่ขึ้นสูงในยามค่ำคืนไป๋อิงหลัว หมอเทวดาหญิงแวะเวียนมาตรวจชีพจรและฝังเข็มให้เขาวันละสองครั้ง แม้นางจะไม่เอ่ยปากชม ทว่าสายตาที่มองเสิ่นลั่วอวี้ก็แฝงไปด้วยความนับถือ สตรีบอบบางจากเมืองหลวงผู้นี้มีความอดทนและเด็ดเดี่ยวยิ่งนักเข้าสู่วันที่สี่ พายุหิมะด้านนอกกระโจมเริ่มซาลงแล้ว ทว่าคนบนเตียงก็ยังคงหลับสนิทไม่มีทีท่าว่าจะฟื้นขึ้นมาเสิ่นลั่วอวี้บิดผ้าชุบน้ำอุ่น เช็ดทำความสะอาดตามโครงหน้าคมคายและลำคอของเขาอย่างเบามือ เมื่อมองเห็นใบหน้าที่เคยหล่อเหลาเย่อหยิ่งบัดนี้ซูบตอบและไร้สีเลือด หยาดน้ำตาก็พลันรื้นขึ้นมาจนภาพเบื้องหน้าพร่ามัว“ท่านนอนนานเกินไปแล้วนะ เซียวจินเยว่”นางพึมพำเสียงแผ่วเบา พลางวางผ้าลงและจับมือหนาที่หยาบกร้านของเขามาแนบแก้ม “ท่านรู้หรือไม่ว่าที่

  • อดีตสามี... ปล่อยข้าไปเถอะ   บทที่ 48: ฝ่าหิมะเยือนแดนเหนือ

    บทที่ 48: ฝ่าหิมะเยือนแดนเหนือร่างบางเซถลาจนเกือบจะล้มพับ ทว่าเสิ่นลั่วอวี้กลับสูดลมหายใจลึก ฝืนยันกายให้ลุกขึ้นยืนตรงอย่างมั่นคง มือเรียวกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในฝ่ามือเพื่อเรียกสติเขาบอกว่าจะรอดกลับมาชดใช้หนี้ให้นาง... ชินอ๋องตรัสแล้วไม่คืนคำ เขาจะมาตายอยู่ที่ชายแดนอันหนาวเหน็บเช่นนี้ไม่ได้!“ใครอนุญาตให้เขาตายกัน!” เสิ่นลั่วอวี้เอ่ยเสียงสั่น แววตาแปรเปลี่ยนเป็นความเด็ดเดี่ยว “ม่ออวิ๋น! พาข้าไปแดนเหนือเดี๋ยวนี้!”ม่ออวิ๋นเงยหน้าขึ้นเบิกตากว้าง “เถ้าแก่เนี้ย! แต่ว่าการเดินทางไปชายแดนในฤดูหนาวนั้นอันตรายยิ่งนัก อีกทั้งร่างกายของท่าน...”“ข้ามีป้ายหยกของเขา ข้าคือผู้ที่มีสิทธิ์ขาดที่สุดในจวนชินอ๋อง!” นางประกาศกร้าว จนม่ออวิ๋นและเย่หานต้องรีบคุกเข่ารับคำสั่ง“เย่หาน! ไปจัดเตรียมรถม้าที่ทนทานที่สุด นำโสมคนร้อยปีและยารักษาแผลชั้นเลิศจากคลังของจวนอ๋องมาให้หมด ถ่ายทอดคำสั่งให้หน่วยองครักษ์เงาทุกคนเตรียมพร้อม... เราจะออกเดินทางไปแดนเหนือภายในชั่วยามนี้!”“รับคำสั่งขอรับ!” ทั้งม่ออวิ๋นและเย่หานคุกเข่าประสานเสียงหนักแน่นยี่สิบวันต่อมา ณ ค่ายทหารแดนเหนือการเดินทางที่ปกติต้องใช้เวลาเกือบสอ

  • อดีตสามี... ปล่อยข้าไปเถอะ   บทที่ 47: จดหมายจากแดนเหนือ

    บทที่ 47: จดหมายจากแดนเหนือ“เถ้าแก่เนี้ย จะให้ข้าน้อยจัดการกับคนพวกนี้อย่างไรดีขอรับ” เงาอู่เอ่ยถามพลางปรายตามองร่างที่ไม่ได้สติบนพื้นเสิ่นลั่วอวี้มองเสิ่นชิงหว่านด้วยสายตาที่ไร้ซึ่งความเวทนาใดๆ สตรีผู้นี้ทำผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า หากนางใจอ่อนปล่อยไป ย่อมเป็นภัยในภายภาคหน้า“มัดตัวพวกมันทั้งหมด พร้อมกับจดหมายข่มขู่ฉบับนี้ ไปส่งให้จวนว่าการเมืองหลวง” น้ำเสียงของนางเด็ดขาด “เสิ่นชิงหว่านมีคดีติดตัวและเป็นที่ต้องการตัวของทางการอยู่แล้ว เพิ่มข้อหาลักพาตัวและพยายามฆ่าเข้าไปอีก คราวนี้นางคงไม่ได้เห็นแสงตะวันนอกคุกอีกชั่วชีวิต”“รับด้วยเกล้าพ่ะย่ะค่ะ!”เงาอู่รับคำสั่ง ก่อนจะส่งสัญญาณให้องครักษ์เงาคนอื่นๆ หิ้วปีกอันธพาลและร่างของเสิ่นชิงหว่านเร้นกายหายไปในเงามืดอย่างรวดเร็ว ปิดฉากความบาดหมางของตระกูลเสิ่นลงอย่างสมบูรณ์วันรุ่งขึ้น ณ วังหลวงรถม้าของหอน้ำชาจอดเทียบที่หน้าประตูวังหลวง เสิ่นลั่วอวี้เพียงแค่ชู ป้ายหยกประจำตัวชินอ๋อง ขึ้นมา ทหารยามก็รีบคุกเข่าเปิดทางให้นางผ่านเข้าไปยังเขตพระราชฐานชั้นในได้อย่างง่ายดายราวกับเดินเข้าสวนหลังบ้านแม้นางและเซียวจินเยว่จะหย่าขาดจากกันแล้ว ทว่าเสิ่นลั่วอวี้ก

  • อดีตสามี... ปล่อยข้าไปเถอะ   บทที่ 4

    บทที่ 4 : การเริ่มต้นใหม่สองวัน...ผ่านไปแล้วสองวันเต็มๆ ที่หลินเวยลืมตาตื่นขึ้นมาพบกับเพดานไม้แกะสลักลวดลายโบราณ แทนที่จะเป็นฝ้าเพดานเรียบหรูในบ้านที่กรุงเทพฯนางพยายามหลับตาลงแล้วลืมตาขึ้นใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ภาวนาต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทุกศาลที่นึกออก ขอให้เรื่องทั้งหมดนี้เป็นเพียงฝันร้ายตื่นหนึ่ง แต่

  • อดีตสามี... ปล่อยข้าไปเถอะ   บทที่ 3

    บทที่ 3 : นางมารร้ายผู้เงียบงันหลินเวยก้าวเท้าออกจากเรือนนอน โดยมีเสี่ยวชุ่ยเดินก้มหน้าตามหลังมาติดๆทว่า... ยังไม่ทันจะพ้นเขตประตูเรือน สายตาของนางก็ปะทะเข้ากับกำแพงมนุษย์สีสันฉูดฉาดสตรีสี่นางในอาภรณ์หลากสี ยืนเรียงหน้ากระดานขวางทางเดินอยู่ราวกับนัดหมายกันมา ใบหน้าของพวกนางถูกแต่งแต้มอย่างประณีตบ

  • อดีตสามี... ปล่อยข้าไปเถอะ   บทที่ 2

    บทที่ 2 : ความทรงจำที่หายไปเสี่ยวชุ่ยทรุดตัวลงนั่งกับพื้น ใบหน้านองไปด้วยน้ำตา นางมองแผ่นกระดาษที่ถูกทิ้งไว้บนตักของหลินเวยด้วยสายตาตัดพ้อ"ท่านแม่ทัพ... ทำเช่นนี้อีกแล้วหรือเจ้าคะ? เหตุใดเขาถึงใจร้ายไล่ท่านออกจากจวนอีกแล้ว"คำว่า 'อีกแล้ว' สะดุดหูหลินเวยอย่างจังหญิงสาวขมวดคิ้วมุ่น ในหัวสมองยังคงว

  • อดีตสามี... ปล่อยข้าไปเถอะ   บทที่ 6

    บทที่ 6 : เปลวเพลิงแห่งราคะเพล้ง!ถ้วยชาเนื้อดีถูกปัดตกลงพื้นแตกกระจายเสียงดังสนั่นไปทั่วห้องหนังสือแม่ทัพเยว่เฉิน กัดฟันกรอดจนกรามปูดโปน มือหนากำเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในเนื้อเพื่อเรียกสติ แต่มันแทบจะไม่ช่วยอะไรเลย ความร้อนรุ่มดั่งไฟบรรลัยกัลป์กำลังแผดเผาไปทั่วกาย เลือดลมสูบฉีดพล่านจนใบหน้าห

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status