LOGINหมายตา 4ทันทีที่ก้าวพ้นธรณีประตูเรือนพัก ซูซวงก็ต้องชะงักกึกเมื่อพบร่างสูงโปร่งของ เผยอี้หลาง ยืนตระหง่านดักรออยู่ใต้ร่มไม้ประหนึ่งขุนเขาแสงแดดยามเช้าตกกระทบใบหน้าคมคายทำให้เขาดูเคร่งขรึมทว่าสง่างามจนนางเผลอใจสั่น“คารวะคุณชายใหญ่... ท่านมารอพบข้าหรือเจ้าคะ?” ซูซวงเอ่ยถามพลางปรับสีหน้าให้เป็นปกติอี้หลางปรายสายตามองหีบยาใบโตที่นางสะพายอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ “นับจากวันนี้ไปจนกว่าสถานการณ์ที่เขตกักกันจะคลี่คลาย ข้าจะเป็นคนดูแลรับผิดชอบความปลอดภัยท่านหมอด้วยตนเอง”ซูซวงเลิกคิ้วขึ้นด้วยความแปลกใจพลางย้ำถามเพื่อความแน่ใจ “ท่านจะไปกับข้าทุกวันเลยหรือเจ้าคะ?”เผยอี้หลางพยักหน้าตอบรับเพียงสั้น ๆ ด้วยสีหน้าเย็นชาไร้ความรู้สึก ราวกับว่านี่เป็นเพียงภารกิจหนึ่งที่เขาได้รับมอบหมายมาอย่างเลี่ยงไม่ได้ ซูซวงเห็นท่าทางแข็งทื่อเช่นนั้นก็ไม่ได้ซักไซ้ต่อ“เช่นนั้นก็เชิญท่านตามสบายเจ้าค่ะ แต่ก่อนจะไปเขตกักกัน ข้าต้องไปตรวจร่างกายพระชายาที่เรือนไม้ไผ่เสียก่อน”“เชิญท่านหมอ” อี้หลางเอ่ยพลางผายมือเป็นเชิงอนุญาตท่วงท่าสง่างาม ทว่าสายตาคมกริบยังคงจับจ้องทุกย่างก้าวของนางไม่วางตาซูซวงจึงจำต้องเดิน
หมายตา 3 ทำงานหนักตั้งแต่เช้าจรดค่ำ แบกรับความกดดัน แข่งขันไม่รู้จบ ต่อให้พยายามเพียงใด นางก็ยังเป็นเพียงคนธรรมดาในชนชั้นกลาง…ต้องผ่อนบ้าน ผ่อนรถ ดิ้นรนกับค่าครองชีพที่สูงขึ้นทุกปีไม่รู้ว่าเงินรางวัลที่ได้ หลังทำภารกิจสำเร็จ นางจะมีชีวิตผ่อนคลายไปได้กี่เดือน กี่ปีเมื่อเห็นสีหน้าที่ดูเคร่งเครียดของน้องสาวข้ามมิติ ไป๋เล่อก็เอ่ยปลอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล“เช่นนั้น ช่วงนี้ก็ถือว่าเจ้ามาพักร้อนที่นี่ก็แล้วกัน อยู่ที่จวนนี้ข้าจะดูแลเจ้าเป็นอย่างดี แม้จะไม่มีรถยนต์ ไม่มีเครื่องบิน แต่การได้ล่องเรือชมดาว นั่งดื่มกินของอร่อย ๆ ข้ายังพอจัดหาให้เจ้าได้มิตกหล่น”ซูซวงคลี่ยิ้มกว้างด้วยความซาบซึ้งใจ“ขอบพระคุณพระชายาเจ้าค่ะ”“กินเถอะ ๆ อย่าได้คิดมากไปเลย” ไป๋เล่อย้ำพลางคีบเนื้อให้มื้อค่ำจบลงในเวลาที่ไม่ดึกนัก หลังจากนั้นซูซวงจึงขอตัวกลับเรือนพัก ทันทีที่มาถึงก็มีเหล่าสาวใช้ยืนรอรับปรนนิบัติอย่างพร้อมเพรียงตั้งแต่ช่วยถอดรองเท้าไปจนถึงแทบจะประคองนางทุกย่างก้าว จนกระทั่งถึงเวลาอาบน้ำ เมื่อสาวใช้ตั้งท่าจะช่วยนางผลัดผ่อนอาภรณ์และขัดตัว ซูซวงที่ยังไม่คุ้นชินกับการถูกปรนนิบัติถึงเพียงนี้ก็รีบ
หมายตา 2ในขณะเดียวกัน ซูซวงยังคงจดจ่ออยู่กับการเสพสุขท่ามกลางกลิ่นอายของหม้อไฟรสเลิศ โดยหารู้ไม่ว่าในห้องอักษรนั้น นางได้ถูก "หมายตา" ให้เป็นว่าที่สะใภ้ใหญ่ของจวนอ๋องไปเรียบร้อยแล้วท่าทางการกินอย่างเอร็ดอร่อยไร้จริตของนาง ทำให้ไป๋เล่อพลอยมีความสุขไปด้วย นานมากแล้วที่นางไม่ได้ดื่มด่ำกับหม้อไฟด้วยอารมณ์ปลดปล่อยเช่นนี้ แม้ที่ผ่านมาจะมีอาเหมยหรือเจียงจิงมานั่งร่วมโต๊ะเป็นเพื่อนบ้าง แต่จะมีใครเล่าที่จะเข้าใจ "อรรถรส" ในการกินหม้อไฟได้ลึกซึ้งเท่ากับคนที่มาจากโลกใบเดียวกันซูซวงที่กำลังเผ็ดร้อนจนหน้าแดงฉาน ใช้มือโบกลมเข้าปากพลางดื่มน้ำตามอึกใหญ่ ก่อนจะเอ่ยถามด้วยความสงสัย"ที่นี่มีน้ำโซดาด้วยหรือเจ้าคะ?"“อ๋อ... น้ำพุร้อนน่ะ โชคดีที่บนเขาหลังจวนมีแหล่งน้ำแร่ธรรมชาติ ข้าจึงได้ให้คนไปตักมาปรุงเป็นน้ำโซดาน้ำผึ้งให้เจ้าดื่มแก้เผ็ดนี่ไง”ซูซวงเบิกตากว้างอย่างทึ่งในไหวพริบ “คุณพี่เก่งนัก! แล้วจักรยานแปลก ๆ พวกนั้น ท่านก็เป็นคนคิดค้นขึ้นมาเองหมดเลยหรือเจ้าคะ?”ไป๋เล่อส่ายหน้าหัวเราะเบา ๆ “ข้าจะมีความสามารถถึงขั้นนั้นได้อย่างไรกัน ข้าเพียงแค่อาศัย 'ความจำ' วาดภาพสเก็ตช์ออกมา แล้วส่งให้ช่างตีเหล็กย
หมายตา 1อี้หลางสะดุ้งเล็กน้อย ทว่ายังคงรักษามาดสุขุมไว้ได้ เขารีบยืดตัวตรงแล้วหมุนกายกลับไปมองต้นเสียง ทันทีที่เห็นว่าเป็นใคร ชายหนุ่มก็ต้องรีบประสานมือคารวะอย่างนอบน้อม“เสด็จพ่อ!”เป็น เผยกู้หยางชินอ๋องผู้เป็นบิดานั่นเองที่เดินเข้ามาเงียบเชียบดุจพยัคฆ์ สายตาคมจ้องมองบุตรชายคนโตด้วยรอยยิ้มที่ดูไม่น่าไว้วางใจนัก“ลูกเพียงแต่... จะเข้ามาสอบถามท่านหมอว่าหลังจากนี้จะให้จัดเตรียมสิ่งใดเพิ่มหรือไม่ขอรับ” อี้หลางพยายามหาเหตุผลมากลบเกลื่อนร่องรอยของการ ‘แอบฟัง’ เมื่อครู่เผยกู้หยางเลิกคิ้วมองไปทางโถงเรือนที่เห็นควันหม้อไฟลอยฟุ้ง พลางสูดกลิ่นหอมแรงของพริกและเครื่องเทศ “ไปเถอะ” เผยกู้หยางเอ่ยอนุญาตสั้น ๆอี้หลางรีบคารวะขอตัวทันทีเผยกู้หยาง ทอดสายตามองเข้าไปภายในเรือนไม้ไผ่ด้วยแววตาที่อ่อนแสงลงและเต็มไปด้วยความเอ็นดูครู่หนึ่ง ก่อนจะหมุนกายเดินจากไปพร้อมกับออกคำสั่งเสียงเรียบ“ไปตามพระชายารองมาพบข้าที่ห้องอักษร”ในขณะเดียวกัน ณ เรือนพักของ เจียงจิง พระชายารองกำลังวุ่นอยู่กับการจัดแจงข้าวของ นางหันไปกำชับสาวใช้ด้วยความใส่ใจ“เสื้อผ้าที่ข้าสั่งให้เตรียมไว้ จัดการเรียบร้อยดีหรือไม่?”“เรียนพระชา
เลี้ยงหนอน 7อาเหมยเตรียมการทุกอย่างเสร็จสิ้นแล้ว จึงออกมายืนรอรับซูซวง ขณะเดียวกันที่โถงพิธี เผยซ่งหยาง ก็เข้ารับการฝังหนอนจนเสร็จสิ้น และลำดับสุดท้ายคือ เผยอี้หลางในจังหวะที่ซูซวงบรรจงทาสำลีชุบแอลกอฮอล์ที่ส่งกลิ่นฉุนสะอาดลงบนต้นแขนแกร่ง แล้วค่อยๆ กดปลายเข็มเพื่อดันตัวยาเข้าสู่ชั้นผิวหนังเผยอี้หลางก็นิ่งขรึมพลางใช้สายตาคมกริบพยายามพินิจวิเคราะห์สิ่งที่เกิดขึ้นอย่างถี่ถ้วน ความเย็นเยียบที่สัมผัสผิวบวกกับแรงกดแปลกใหม่ ทำให้ชายหนุ่มอดมิได้ที่จะคาดเดาไปต่างๆ นานา'สิ่งที่นางกำลังทำ... คือการฉีดหนอนเข้าสู่ร่างกายของข้าจริงๆ หรือ? เหตุใดมันจึงดูเป็นพิธีการที่รวดเร็วและลึกลับถึงเพียงนี้'แม้ในใจจะเต็มไปด้วยข้อสงสัย แต่ความสุขุมของอี้หลางก็ทำให้เขายังคงนิ่งนิ่งสนิท ยอมให้หมอหญิงตัวเล็กจัดการกับร่างกายของเขาจนเสร็จสิ้นภารกิจ “เสร็จเรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ” ซูซวงเอ่ยเสียงใสพลางลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอกที่ภารกิจลุล่วงไปได้ด้วยดีอาเหมยรีบขยับเข้าไปรับหีบยาจากมือซูซวงด้วยท่าทางนอบน้อม ก่อนจะเอ่ย “เรียนท่านหมอ พระชายาให้ข้ามาเชิญท่านไปร่วมโต๊ะเสวย ‘หม้อไฟ’ ที่เรือนไม้ไผ่เจ้าค่ะ”พอได้ยินคำว่า หม้อ
เลี้ยงหนอน 6ครั้นไปถึงจุดฝังหนอนรักษาโรค อี้หลางพานางเข้าไปยังห้องด้านในซึ่งกั้นม่านหนาทึบแบ่งพื้นที่ออกเป็นสองส่วนชายหนุ่มยืนอยู่เบื้องหน้า น้ำเสียงที่ออกคำสั่งชัดถ้อยชัดคำ เฉียบขาดดุจคมดาบ “ผู้ใดเข้ารับการฝังหนอนรักษาโรค ให้ยื่นเพียงต้นแขนซ้ายผ่านหลังม่าน ห้ามเปิดม่าน ห้ามมองเข้าไป ผู้ใดฝ่าฝืนลงโทษสถานหนัก”เสียงรับคำดังพร้อมเพรียงภายในม่าน ซูซวงจัดเตรียมอุปกรณ์อย่างผ่อนคลาย นางวางสำลีชุบสุราเช็ดแผลและเข็มบรรจุน้ำยาไว้เป็นระเบียบ ทุกสิ่งเรียงตัวดุจผ่านการฝึกฝนมานับครั้งไม่ถ้วนเมื่อทุกอย่างพร้อม นางจึงเอ่ยเสียงเบา“ข้าพร้อมแล้วเจ้าค่ะ”อี้หลางพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนประกาศเรียกคนแรก“คนแรก…เข้ามาได้”การดำเนินการเป็นไปอย่างต่อเนื่องประหนึ่งสายน้ำไหล ท่ามกลางความเงียบงันที่มีเพียงเสียงลมหายใจและเสียงสวบสาบของเสื้อผ้าที่เสียดสีกับม่านกั้นเผยอี้หลาง ยืนตระหง่านอยู่ด้านนอกประดุจขุนเขา สายตาของเขาจับจ้องไปยังรอยแยกของม่านด้วยความพินิจ ทุกครั้งที่องครักษ์เดินออกมาด้วยสีหน้ามึนงงแต่ไร้ซึ่งโลหิตหลั่งไหล เขายิ่งรู้สึกว่าสตรีผู้นี้ช่างลึกลับซับซ้อนนัก“คนต่อไป!” เสียงของอี้หลางขานรับ พร้อมก







