Share

15

Penulis: 橙花
last update Tanggal publikasi: 2025-06-01 07:00:30

ศิษย์ทั้ง 13 กลุ่มที่เดินทางไปถึงลานกลางเมืองในยามเซิน พวกเขาเข้าแถวเป็นกลุ่มอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ก่อนที่จะนำป้ายคะแนนออกมาให้อาจารย์จากสำนักซิวหยางนับคะแนน

การนับคะแนนเริ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว กลุ่มของเจิ้งหลินยังคงคะแนนนำโด่งมากกว่ากลุ่มอื่นอย่างขาดลอย เนื่องจากป้ายคะแนนของพวกเขาส่วนใหญ่เป็นสัตว์อสูรระดับนภาขึ้นไป ทำให้มีคะแนนมากกว่ากลุ่มที่ได้รับป้ายจากสัตว์อสูรระดับต่ำกว่ามากเช่นนี้

สองเค่อต่อมา การจัดลำดับ 1-3 ก็แสดงบนจอภาพขนาดใหญ่ให้ผู้เข้าชมได้มองเห็นโดยทั่วกัน แน่นอนว่าอันดับหนึ่งเป็นกลุ่มของเจิ้งหลินจากสำนักพรตหนานหนิง อันดับสองเป็นกลุ่มขององค์ชายน้อยจากสำนักซิวหยาง และอันดับสามเป็นกลุ่มของเฟินเสี่ยวหยางที่มีคะแนนห่างจากอันดับสี่เพียง 2 คะแนนเท่านั้น

พิธีกรบนเวทีขานลำดับเสร็จก็แจ้งกำหนดการแข่งขันในวันถัดไปอย่างไม่รีรอเช่นกัน ตอนนี้มีศิษย์จากสองสำนักผ่านเข้ารอบมา 15 คน การจับคู่แข่งขันจะแข่งแบบพบกันหมด จนกว่าจะมีศิษย์ที่ชนะในลำดับ 1-10 จึงจะได้เป็นตัวแทนเข้าร่วมแข่งขันระหว่างแคว้นในอีกสองเดือนถัดไป

ช่วงเย็นหลังจากทุกคนจับสลากจนทราบว่าจะต้องแข่งกับใครแล้ว เจิ้งหลินก็เดินทางกลับจวนเจิ้งกั๋วกงพร้อมท่านตาและอาจารย์ทั้งสี่ ส่วนเฟินเสี่ยวหยางก็กลับไปยังตระกูลเฟินพร้อมท่านพ่อท่านแม่เช่นเดียวกัน ตอนนี้น้องสาวของเขากำลังเดินทางกลับจากสำนักพรตหนานหนิงหลังปิดเทอมฤดูหนาว คาดว่าวันพรุ่งนี้น่าจะมาถึงเมืองหลวง ยิ่งเฟินเสี่ยวหยางได้ผ่านเข้ารอบ เฟินหลางก็ยืดอกอย่างภูมิใจที่บุตรชายของเขาได้เข้ารอบเช่นนี้

เจิ้งกั๋วกงสั่งพ่อบ้านให้จัดงานฉลองการผ่านเข้ารอบให้เด็ก ๆ ก่อนจะปล่อยพวกเขาไปพักผ่อนให้เต็มที่ พรุ่งนี้ทุกคนยังต้องขึ้นประลองบนเวทีเพื่อเป็นตัวแทนของแคว้นอีก อาจารย์ทั้งสี่ที่ทราบแล้วว่ามีศิษย์บางคนจะต้องแข่งกันเองในวันแรกก็ไม่ได้คิดมากอะไร เพราะพวกเขาเคยต่อสู้กันมาก่อนที่จะเข้าร่วมเป็นตัวแทนสำนักแล้ว เหล่าอาจารย์ไม่คิดจะเข้าข้างศิษย์คนใด จึงปล่อยให้พวกเขาพักผ่อน

หลังอาหารเช้าวันต่อมา ทุกคนออกจากจวนเจิ้งกั๋วกงพร้อมพลังปราณเต็มเปี่ยม ทุกคนรู้ดีว่าการแข่งขันแบบพบกันหมดนี้สำคัญมากเพียงใด พวกเขาจึงตั้งใจจะต่อสู้ให้ดีที่สุดเพื่อสะสมคะแนน

ข้าว่านะ คราวนี้เจิ้งหลินต้องได้ที่หนึ่งอีกแน่เลยอ่ะ” หานชิงเอ่ยระหว่างทาง

นั่นสิ ๆ ใครใช้ให้เจิ้งหลินมีเสี่ยวจู้เป็นสัตว์อสูรเล่า” เซียวเหมยเอ่ยขึ้นบ้าง

พวกเจ้าก็คิดมากเกินไป คนจากสำนักซิวหยางท่าทางเก่งกาจไม่น้อย ข้าไม่มีความมั่นใจมากขนาดนั้นหรอกน่าว่าจะเอาชนะพวกเขาได้” เจิ้งหลินถ่อมตัว

อืม… นั่นก็น่าคิด ไม่รู้พวกเขามีวิชาอันใดกันบ้าง พวกเจ้าระวังตัวกันด้วย” อู๋อิงเอ่ย

เพียงแค่พวกเจ้าต่อสู้อย่างดีที่สุดนั่นก็เพียงพอแล้วล่ะ อย่าคิดมากกันไปก่อนเลยนะ ข้าเองก็ไม่ได้แข็งแกร่งอะไรนักหนา วันนี้ยังต้องเจอกับขุยอันอีก” กวงจื้อจิ่งเอ่ย

เด็ก ๆ ทั้งห้าพร้อมสัตว์อสูรคุยกันไปจนกระทั่งถึงเวทีประลอง อาจารย์ทั้งสี่ก็แยกย้ายกันไปนั่งดูไม่ไกลจากสนามประลองนัก ส่วนเจิ้งกั๋วกงยังคงไปนั่งข้างพระที่นั่งของฮ่องเต้เช่นเคย ตระกูลเฟินที่วันนี้เฟินเสี่ยวเซี่ยกลับมาถึงเช้าตรู่ที่ผ่านมาก็มาร่วมชมการแข่งขันด้วยเช่นเดียวกัน นางตั้งใจมาเชียร์พี่ชายของนางในวันนี้

พิธีกรกล่าวต้อนรับเหล่าผู้ชมในวันนี้ด้วยเสียงจากพลังปราณจนดังก้องไปทั่วบริเวณ ก่อนที่จะเริ่มการแข่งขันคู่แรกของวันโดยเป็นองค์ชายน้อยกับเหยียนหลงที่จับคู่เจอกันเป็นคู่เปิดสนาม

นี่ เจ้าว่าคู่นี้ใครจะชนะน่ะ” ชาวเมืองที่มานั่งดูเอ่ยถามคนข้าง ๆ

ข้าคิดว่าองค์ชายน้อยน่าจะชนะนะ ได้ข่าวว่าพระองค์มีพลังระดับนภาขั้นสูงเชียว”

จริงหรือ เช่นนั้นคู่นี้คงจบลงในเวลาไม่นานสินะ” ชาวบ้านอีกคนเอ่ย

เริ่มการแข่งขัน!!!” เสียงพิธีกรบนเวทีดังกังวานขึ้นอีกครั้ง

องค์ชายน้อยไม่รอช้า พระองค์รีบนำกระบี่ออกมาจากแหวนเก็บของก่อนจะใช้วิชากระบี่ของสำนักอย่างช่ำชองเข้าต่อสู้กับเหยียนหลง ส่วนเหยียนหลงเองก็ไม่ได้อ่อนแอเช่นกัน ถึงแม้พลังปราณของเขาจะต่ำกว่าหนึ่งขั้นก็ตามที ส่วนสัตว์อสูรขององค์ชายน้อยที่เป็นสิงโตน้ำเงินระดับฟ้ากระจ่างก็ต่อสู้กับสัตว์อสูรวิหกไฟของเหยียนหลงอย่างสูสีเช่นกัน ถึงแม้วิหกไฟจะระดับต่ำกว่าแต่ด้วยความสามารถในการต่อสู้บนที่สูง จึงทำให้สิงโตน้ำเงินไม่อาจสร้างบาดแผลให้กับวิหกไฟได้โดยง่ายนัก องค์ชายน้อยที่ประมือกับเหยียนหลงแอบนับถือเขาอยู่ในใจ แต่ด้วยพลังที่ต่างกันหนึ่งขั้น ทำให้องค์ชายน้อยจี้กระบี่ไปยังคอของเหยียนหลงในอีก 20 กระบวนท่าต่อมา ส่วนสัตว์อสูรนั้นพระองค์ก็เข้าร่วมการต่อสู้จนวิหกไฟร่วงตกลงมาบาดเจ็บไม่น้อย

องค์ชายน้อยชนะ!!!” พิธีกรบนเวทีที่เป็นผู้ตัดสินด้วยเอ่ยเสียงดัง

เย้ เห็นไหม ข้าบอกแล้วว่าองค์ชายน้อยต้องชนะ” ชาวเมืองคนหนึ่งเอ่ยเสียงดัง

มันก็ไม่แปลกหรอกที่พระองค์จะชนะน่ะ ในเมื่อระดับพลังและสัตว์อสูรต่างกันมากถึงขนาดนั้น คู่ต่อสู้ของพระองค์ก็ไม่ธรรมดาที่สามารถต่อสู้ได้นานขนาดนี้”

อาจารย์ซ่งเจิ้งหยวนรีบมอบยาให้กับเหยียนหลงและวิหกไฟเพื่อฟื้นกำลัง ก่อนจะพาพวกเขามานั่งใกล้ ๆ กลุ่มของสำนักพรตหนานหนิง

เจ้าเป็นอะไรมากหรือไม่เหยียนหลง” ต้วนหยงรีบถามเพื่อนอย่างเป็นห่วง

ข้าไม่เป็นอะไร ฝีมือขององค์ชายน้อยสูงส่งจริง ๆ ข้าทำเต็มที่แล้วด้วย”

พวกเจ้าอย่าได้ประมาทคนของสำนักซิวหยางเล่า พวกเขาน่าจะมีไม้ตายไม่น้อย”

อาจารย์หลินเหวินป๋อเอ่ยตักเตือนศิษย์ทั้งหมดที่นั่งร่วมกลุ่มกันอยู่ มีเพียงเฟินเสี่ยวหยางที่ไม่ยอมมานั่งกับพวกเขา แต่กลับไปนั่งข้างเฟินหลางอีกด้านหนึ่งแทน ซึ่งพวกอาจารย์เองก็ไม่ได้สนใจมากนัก เพราะรู้นิสัยของเฟินเสี่ยวหยางดี

คู่ต่อไปเป็นต้วนหยงพบกับศิษย์สำนักซิวหยางเช่นกัน การประมือของทั้งคู่สูสีกันมาก กว่าจะจบการประลองก็ใช้เวลาไปเกือบครึ่งชั่วยาม ผลการแข่งขันปรากฏว่าต้วนหยงเอาชนะไปได้อย่างฉิวเฉียด ทำให้เสียงเฮดังมาจากกลุ่มสำนักพรตหนานหนิงพร้อมเสียงปรบมือดังก้องไปทั่ว

ต้วนหยงกับสัตว์อสูรของเขาลากร่างที่เหนื่อยล้ากลับมายังกลุ่มของตนเองก่อนจะรับยาฟื้นพลังจากอาจารย์เย่ซูหุยและนั่งปรับลมปราณอยู่พักใหญ่

เฮ้อ ยังดีที่ต้วนหยงเอาชนะมาได้ สำนักซิวหยางแข็งแกร่งจริง ๆ” กวงจื้อจิ่งเอ่ย

เจ้าอย่าเพิ่งดีใจไป ยังเหลือคู่ต่อสู้อีกหลายคนของสำนักซิวหยาง ไม่รู้ว่าพวกเราจะเอาชนะพวกเขาได้อีกสักรอบหรือไม่น่ะสิ” คังหมิงเอ่ยเตือน

ก็จริงอย่างที่คังหมิงว่าล่ะนะ แต่โชคดีที่คนสำนักเรามีมากกว่า คนที่ลำบากวันนี้คงจะเป็นคนที่ต้องสู้กับศิษย์สำนักซิวหยางเท่านั้น” เซียวเหมยกล่าวขึ้นบ้าง

ต่อไปก็ตาเจ้าแล้วหานชิง ระวังตัวด้วยเล่า” เจิ้งหลินเอ่ยเตือนเพื่อน

ข้าจะระวัง ขอบใจนะเจิ้งหลิน” หานชิงกล่าวพร้อมรอยยิ้มก่อนจะลุกเดินไปยังเวทีพร้อมกับสัตว์อสูรสิงโตทองของนาง

คู่ต่อสู้ของหานชิงยังเป็นศิษย์อีกคนของสำนักซิวหยางเช่นกัน นางต่อสู้อย่างระมัดระวังจึงไม่ถูกไม้ตายของเขาทำร้ายเอาได้ โชคดีที่หานชิงฝึกฝนวิชาฝ่ามือกับอาจารย์อย่างหนักและยังประสานการต่อสู้กับเสี่ยวเหวินได้เป็นอย่างดี ทำให้นางใช้เวลาไม่ถึงสองเค่อก็สามารถเอาชนะไปได้โดยทำให้คู่แข่งตกจากเวทีไป

เย้ หานชิงชนะแล้ว” เสียงอู๋อิงที่ยืนขึ้นปรบมือให้เพื่อนสนิทดังขึ้นทันที

แน่นอนสิ หานชิงไม่ได้อ่อนแอสักหน่อย ไหนจะเสี่ยวเหวินอีก” เซียวเหมยกล่าว

อาจารย์ทั้งสี่ต่างหันมองเด็ก ๆ ด้วยรอยยิ้มที่พวกเขาต่อสู้ได้เป็นอย่างดี นับว่าไม่เสียแรงที่พวกเขาสั่งสอนมา

ต่อไปก็เจ้ากับขุยอันแล้วนะ กวงจื้อจิ่ง” เจิ้งหลินกล่าว

อื้อ เจ้าไม่ต้องเป็นห่วง พวกเราจะไม่ทำร้ายกันจนบาดเจ็บแน่” กวงจื้อจิ่งเอ่ย

ขุยอันกับกวงจื้อจิ่งขึ้นไปบนเวทีหลังได้ยินเสียงประกาศเรียกจากพิธีกร พวกเขาถึงแม้จะอยู่สำนักเดียวกัน แต่สิทธิ์การเป็นตัวแทนนั้นมีเพียง 10 คน อย่างไรพวกเขาก็อยากออกไปหาประสบการณ์ในการแข่งขันระดับแคว้นเหมือนเพื่อนคนอื่นๆ ที่น่าจะคิดไม่ต่างกัน

การต่อสู้เริ่มขึ้นหลังสิ้นเสียงเริ่มการแข่งขัน ขุยอันกับกวงจื้อจิ่งมีพลังปราณไม่ต่างกันมากนักก่อนหน้าที่จะแข่งรอบแรก แต่ด้วยยาของเจิ้งหลินที่มอบให้เขาทุกวันระหว่างการแข่งขันรอบแรก ทำให้กวงจื้อจิ่งเป็นต่อมากกว่า และเอาชนะขุยอันได้อย่างไม่ยากเย็นนัก เขาทำเพียงให้ขุยอันและสัตว์อสูรตกจากเวทีเท่านั้น

ขุยอันถึงแม้จะเจ็บใจ แต่เขาก็ยอมรับผลการตัดสินอย่างลูกผู้ชาย ทั้งสองคนยิ้มรับคำชมจากรอบบริเวณที่ได้ชมการแข่งขันของพวกเขา ก่อนที่จะไปนั่งยังที่นั่งของตนเองเพื่อรอชมคู่ต่อไปซึ่งเป็นคู่ของเฟินเสี่ยวหยางกับคนจากสำนักซิวหยางที่น่าจะเก่งกาจอยู่ไม่น้อย

เจ้าคิดว่าเฟินเสี่ยวหยางจะชนะได้หรือไม่” อู๋อิงเอ่ย

ข้าว่าท่าจะยาก ดูสิว่าชายคนนั้นตัวใหญ่ขนาดไหนน่ะ” หานชิงกล่าว

ต่ข้าว่าไม่แน่นะ ดูเหมือนเฟินเสี่ยวหยางจะมีพลังปราณเพิ่มขึ้นไม่น้อย” เจิ้งหลินเอ่

หืม? จริงเหรอเจิ้งหลิน” เหยียนหลงกล่าวอย่างสงสัยใจ

จริงสิ ไม่รู้ว่าเขาได้รับยาเพิ่มปราณชั้นดีมาหรือเปล่า ทำให้พลังปราณของเขาเหลืออีกเพียงก้าวเดียวก็จะเข้าสู่ระดับฟ้ากระจ่างแล้ว” เจิ้งหลินตอบ

เจ้าเองก็เก่งไม่น้อยนะเจิ้งหลินที่มองออก อาจารย์คิดว่าเฟินเสี่ยวหยางน่าจะเอาชนะได้ไม่ยากหากเขาใช้วิชากระบี่ที่เรียนมาอย่างเต็มที่” หลินเหวินป๋อเอ่ย

เช่นนั้นเราก็มาตั้งใจดูกันเถอะว่าผลจะเป็นอย่างไร” อาจารย์เหอจิ้งอีกล่าวขึ้น

ละผลการแข่งขันก็เป็นไปอย่างที่ทุกคนคาดเดา เฟินเสี่ยวหยางสามารถชนะได้ในเวลาเพียงไม่ถึงสามเค่อ แต่นิสัยเลวร้ายของเขายังคงไม่เปลี่ยนไป เขากลับทำร้ายคู่แข่งจนบาดเจ็บสาหัส อีกทั้งสัตว์อสูรของคู่ต่อสู้เขายังเกือบตกตายไปหากกรรมการไม่เข้ามาหยุดการแข่งขันเอาไว้ก่อน

เฟินเสี่ยวหยางแทนที่จะได้รับคำชมจากผู้คนสำหรับชัยชนะของเขา แต่เขากลับได้รับคำก่นด่ามากมายแทน นั่นเพราะทุกคนเห็นแล้วว่าคู่ต่อสู้ของเขาไม่สามารถสู้ไหวแล้วแต่ก็ยังไม่หยุดมือ จนเกือบทำให้ศิษย์จากสำนักซิวหยางตายคาเวทีพร้อมกับสัตว์อสูร

พวกเจ้าที่เหลืออย่ากระทำเช่นเฟินเสี่ยวหยางเชียวนะ หากต้องสู้กับเขาก็อย่ายั้งมือไว้ไมตรี พวกเจ้าสามารถจัดการเขาให้เต็มที่ได้ อาจารย์อนุญาต ไม่เช่นนั้นเฟินเสี่ยวหยางคงทำให้สำนักเราขายหน้าอีกแน่” ซ่งเจิ้งหยวนกล่าวอย่างโมโห

ขอรับ/เจ้าค่ะ ท่านอาจารย์” เด็ก ๆ ขานรับพร้อมกันทันที

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • อภินิหารหมูน้อยตกสวรรค์   90

    เสียงฮือฮาด้านล่างดังขึ้นอย่างอดไม่ได้เมื่อพวกเขาเห็นสัตว์เทพโบราณอย่างกิเลนไฟและมังกรดำ ส่วนเสี่ยวจู้ที่รูปร่างไม่ต่างจากหมูน้อยไม่ได้ถูกพูดถึงมากนัก จ้าววังมังกรยังมองเสี่ยวจู้อย่างแปลกใจที่สัตว์เทพซึ่งเสด็จพี่ของพระองค์สร้างมากับมือกลับรวมอยู่ในหมู่คนตระกูลเจิ้งด้วย ชา

  • อภินิหารหมูน้อยตกสวรรค์   89

    “แต่ข้าไม่เห็นด้วยกับเจ้านะเสี่ยวจู้” กิเลนไฟเอ่ยขึ้นหลังจากฟังมานาน“ทำไมกันเจ้านกบ้า หรือเจ้าอยากเข้าร่วมสงครามบ้าบอนี่กัน” เสี่ยวจู้กล่าวอย่างโมโห“เจ้าใจเย็นก่อนได้หรือไม่เล่า ถึงพวกเราจะหลบอยู่ที่นี่จนจบสงครามแล้วอย่างไร

  • อภินิหารหมูน้อยตกสวรรค์   88

    ณ วังสวรรค์ จ้าวสวรรค์ที่ได้รับข่าวจากองครักษ์ลับว่าเผ่าต่าง ๆ เสริมความแข็งแกร่งจนพวกเขาไม่อาจคาดเดาได้ก็เริ่มร้อนรนใจ พระองค์ที่ไม่ได้รับยาดี ๆ จากเผ่ามังกรมาสิบกว่าปีเริ่มรู้ตัวว่าตนเองกำลังตกอยู่ในที่นั่งลำบาก ถึงแม้ตอนนี้ในวังของพระองค์จะมีพระสนมและลูกหลานมากมาย อย่างไรก็ยังมีกำลังไม่แข็งแกร่งเทียบเท่ากับทหารเดนตายของแต่ละเผ่าอยู่ดี อีกทั้งอดีตจ้าวสวรรค์ผู้เป็นบิดายังต้องเวียนว่ายตายเกิดในโลกมนุษย

  • อภินิหารหมูน้อยตกสวรรค์   87

    เสี่ยวจู้พอได้ฟังคำขององค์หญิงใหญ่เข้า มันก็แสดงสีหน้าเศร้าสร้อยลงตามที่เคยวางแผนกับเจิ้งหลินเอาไว้นานแล้ว เจิ้งหลินเห็นเสี่ยวจู้รับลูกทันจึงรีบเอ่ยตอบ“หม่อมฉันยินดีดูแลเสี่ยวจู้เพคะ เป็นพระกรุณายิ่งแล้วที่องค์หญิงมอบมันกลับมา”“อืม… เช่นนั้นคงต้องรบกวนเจ้าแล้ว หากเจ้ามีสมุนไพรใหม่ ๆ ก็ส่งคนไปแจ้งเราที่ตำหนักได้ตลอดนะ เรายังหวังว่าเจ้าจะสามารถหาสมุนไพรดี ๆ มาขายเราได้”“หม่

  • อภินิหารหมูน้อยตกสวรรค์   86

    ค่ำคืนนั้นทุกคนต่างช่วยกันเตรียมอาหารและนั่งกินกันที่ลานด้านหน้าอย่างสนุกสนาน ด้วยคนจำนวนมากที่เพิ่งมาถึง ทำให้บ้านเจิ้งครึกครื้นกันอยู่นานถึงค่อนคืนเลยทีเดียว ถึงแม้ตอนนี้องครักษ์ทั้งหมดจะยังไม่มีที่พักดี ๆ แต่พวกเขาที่เคยนอนกลางดินกินกลางทรายเวลาออกปฏิบัติหน้าที่ก็ไม่ได้บ่นว่าอันใด พวกเขากลับมีความสุขมากที่ได้กลับมารับใช้นายท่านอย่างชิงก้านหลง

  • อภินิหารหมูน้อยตกสวรรค์   85

    เมื่อทุกคนปรึกษากันเสร็จสิ้น ต่างฝ่ายต่างแยกย้ายกันไปพักผ่อนในเรือนโดยที่พรุ่งนี้เช้ากิเลนไฟจะมาปลุกพวกเขาเพื่อออกจากมิติทีหลังเหมือนกับทุกวัน หลังเจิ้งหลินกับชิงก้านหลงดูแลแปลงสมุนไพรในมิติเสร็จ ทั้งสามก็ออกจากมิติลับไปด้านนอกโดยที่ตอนนี้บ่าวไพร่กำลังแตกตื่นที่สมุนไพรในสวนหายไปจำนวนมาก ยิ่งกับสมุนไพรล้ำค่าที่หายไปทั้งหมดด้วยแล้ว พวกเขายิ่งหวาดกลัวจะถูกเจ้านายลงโทษหากหาตัวคนร้ายไม่พบทั้งที่มีเวรยามคอยเดินตลอดทั้งคืน

  • อภินิหารหมูน้อยตกสวรรค์   44

    หลังอาหารเช้าวันต่อมา ชินอ๋องนำทางกลุ่มของเจิ้งหลินไปยังภูเขาโหย่วชิงเพื่อตามหากวางทองระดับฟ้ากระจ่างขั้นสูง ซึ่งเป็นภารกิจของหานชิง โดยพระองค์นั่งบนหลังปักษายักษ์ไปกับองครักษ์ทั้งสี่ ส่วนเจิ้งหลินกับสหายนั้นยังคงนั

  • อภินิหารหมูน้อยตกสวรรค์   43

    “ครั้งนี้พวกเจ้ามาแคว้นชิงเพื่อทำภารกิจอันใดหรือ

  • อภินิหารหมูน้อยตกสวรรค์   42

    สองสัปดาห์ต่อมา

  • อภินิหารหมูน้อยตกสวรรค์   40

    เสี่ยวจู้ที่กลัวว่าการต่อสู้จะทำให้สมุนไพรเสียหาย มันรีบใช้พลังป้องกันต้นสมุนไพรเอาไว้ก่อ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status