Share

12

Penulis: 橙花
last update Tanggal publikasi: 2025-05-31 07:00:25

ก่อนออกจากจวนกั๋วกงในเช้าวันถัดไป ทุกคนได้รับคำอวยพรจากเจิ้งกั๋วกงพร้อมกับเสบียงอาหารและเสื้อผ้าที่พ่อบ้านเตรียมเอาไว้ให้อย่างพอเพียง หลายคนที่ไม่มีแหวนเก็บของก็ได้รับแจกจากเจิ้งกั๋วกง ทำให้เด็ก ๆ ต่างซาบซึ้งกับความเมตตาที่เจิ้งกั๋วกงมีให้เด็กอย่างพวกเขาที่ไม่มีเงินทองมากพอจะซื้อแหวนเก็บของ

ตาขอให้พวกเจ้าปลอดภัยนะ ดูแลกันและกันให้ดี อย่าเสี่ยงอันตรายมากเกินไปเล่า อย่างไรอนาคตของพวกเจ้ายังสดใสหากยังมีชีวิตอยู่”

ขอบพระคุณท่านกั๋วกงขอรับ/เจ้าค่ะ” เด็ก ๆ รีบกล่าวขอบคุณ

หลินเอ๋อ เจ้าต้องดูแลเพื่อน ๆ กับเสี่ยวจู้ให้ดีเล่า อย่าทำให้ตาต้องเป็นห่วง”

หลานทราบแล้วเจ้าค่ะ พวกเรารีบไปกันเถอะ หากช้ากว่านี้กลัวว่าคนจะเยอะ”

ตกลง ไปกันเถอะ ตาเองก็มีนัดกับฝ่าบาทเช่นกัน”

เจิ้งกั๋วกงอุ้มเสี่ยวจู้เดินนำทุกคนไปยังลานกลางเมืองอีกครั้งพร้อมรอยยิ้ม เขามั่นใจว่าเด็ก ๆ ที่พักอยู่ในจวนจะไม่ทำให้เขาผิดหวัง จากที่ดูนิสัยใจคอมาหลายวันนี้เขาก็ทราบแล้วว่าทุกคนเป็นอย่างไร

ลานกลางเมือง ตอนนี้เต็มไปด้วยศิษย์สำนักต่าง ๆ ที่ฟังคำแนะนำจากอาจารย์ของตนเองก่อนจะเริ่มการแข่งขัน พวกเขาพร้อมกับสัตว์อสูรพักผ่อนกันอย่างเต็มที่แล้ว อีกทั้งสัตว์อสูรของพวกเขาแต่ละตัวล้วนเป็นสัตว์อสูรระดับนภาขั้นสูงแทบทั้งนั้น มีน้อยมากที่เป็นสัตว์อสูรระดับปฐพีและฟ้ากระจ่าง

เฟินเสี่ยวหยางที่มาพร้อมกับครอบครัวไปนั่งรอคนจากสำนักตนเองอย่างไม่สนใจสายตาใครที่มองมายังจิ้งจอกเงินของเขา เขายังยืดอกอย่างภาคภูมิใจในสัตว์อสูรของตนอีกด้วย ส่วนเฟินหลางนั้นก็เข้าไปประจบประแจงขุนนางใหญ่ที่มาดูลูกหลานของตนเองเข้าร่วมการแข่งขันเช่นกัน

วันนี้มีฮ่องเต้พร้อมกับราชวงศ์หลายคนมาชมการแข่งขัน ทุกคนอยากดูว่าเด็กรุ่นใหม่เหล่านี้จะมีฝีมือมากเพียงใด เพราะแต่ละสำนักล้วนแต่มีจุดเด่นแตกต่างกันอยู่แล้ว อีกทั้งพวกเขายังเป็นกำลังหลักของแคว้นในอนาคตด้วย

กลุ่มคนจากจวนกั๋วกงเดินทางมาถึงลานประลองในเวลาไม่นาน ก่อนที่จะแยกกับเจิ้งกั๋วกงขึ้นไปยังเวทีเพื่อรอเริ่มการแข่งขัน วันนี้อาจารย์ทั้งสี่ได้รับเชิญให้เป็นตัวแทนซ่อนตัวถ่ายภาพในภูเขาเซียวเจ๋อจากเจ้าสำนักซิวหยางด้วย เนื่องจากจำนวนอาจารย์ของสำนักซิวหยางไม่เพียงพอ พวกเขาจึงขอความร่วมมือจากอาจารย์สำนักอื่น ๆ ที่เข้าร่วมการแข่งขัน

เฟินเสี่ยวหยางเห็นเพื่อน ๆ มาถึงก็ลงไปรวมตัวทันที เขายังไม่รู้ว่าตนเองจะได้เข้าร่วมกลุ่มของใคร จนกระทั่งต้วนหยงแจ้งให้ทราบว่าเขานั้นอยู่ร่วมกับคนตำหนักกระบี่ทั้งหมดก็ยิ่งยิ้มอย่างถือดี

โชคดีที่ข้าไม่ได้ร่วมกลุ่มกับคนอ่อนแออย่างพวกนั้น รอบแรกนี้เราจะต้องผ่านเข้ารอบได้อย่างแน่นอน” เฟินเสี่ยวหยางกล่า

เจ้าก็อย่าเพิ่งมั่นใจนักเลย ในเมื่อการแข่งขันครั้งนี้มีเพียง 3 กลุ่มเท่านั้นที่จะได้เข้าสู่รอบถัดไปน่ะ” คังหมิงกล่าวอย่างหมั่นไส้

นั่นน่ะสิ เจ้าไม่เห็นหรือว่าสำนักอื่นก็มีฝีมือไม่ต่างจากพวกเรา” เหยียนหลงเอ่ย

พวกเจ้าอ่อนแอเกินไปแล้ว แค่การแข่งขันรอบแรกข้าจะพาพวกเจ้าฆ่าสัตว์อสูรเพื่อรับป้ายคะแนนจำนวนมากได้แน่ ชิ” เฟินเสี่ยวหยางอวดโอ่ฝีมือตนเอง

เจ้าก็อย่าอวดดีนักเลยเฟินเสี่ยวหยาง การแข่งขันรอบแรกต้องการให้เราเก็บแค่ป้ายคะแนนไม่ใช่การฆ่าสัตว์อสูรในภูเขาเซียวเจ๋อสักหน่อย” ขุอันกล่าว

ช่ ๆ ถ้าเรามัวแต่เสียเวลากำจัดสัตว์อสูร แล้วจะเอาเวลาที่ไหนไปตามหาป้ายคะแนนกันเล่า เจ้าก็พูดไม่คิดเลยนะเฟินเสี่ยวหยาง” ต้วนหยงกล่าว

ชิ ถ้าพวกเจ้ากลัวก็อย่าพูดมากน่า การแข่งรอบแรกนี้เราต้องชนะเท่านั้น”

ศิษย์ทั้งสี่ที่ฟังเฟินเสี่ยวหยางต่างส่ายหัวกับความขี้อวดของเขา พวกเขายังจำคำแนะนำของอาจารย์ก่อนหน้านี้ได้ดีจึงไม่คิดจะสนใจเสียงนกเสียงกาอย่างเฟินเสี่ยวหยางอีก

กลุ่มของเจิ้งหลินที่อยู่ไม่ไกลก็กำลังวางแผนกันอยู่ว่าจะแข่งขันอย่างไร พวกนางไม่อยากทำร้ายสัตว์อสูรมากนักเพราะต้องการเพียงแค่ป้ายคะแนนเท่านั้น

อืม… พวกเราหากได้ป้ายคะแนนแล้วก็เดินทางต่อน่าจะดีนะ ข้าเองก็ไม่อยากเสียเวลากับการทำร้ายสัตว์อสูรพวกนั้น” กวงจื้อจิ่งกล่าว

ข้าก็คิดเหมือนเจ้า” หญิงสาวทั้งสี่กล่าวพร้อมกันด้วยรอยยิ้มกว้าง

เสี่ยวจู้เล่าคิดอย่างไร หืม?” เจิ้งหลินถามเสี่ยวจู้

ข้าคิดว่าทำตามที่พวกเจ้าว่าน่าจะดี หากมีสัตว์อสูรตัวใดมาหาเรื่องพวกเราข้าจะพาสัตว์อสูรตัวอื่นจัดการเอง เจ้าอย่าได้กังวล” เสียงเล็ก ๆ น่ารักกล่าวออกมาเสียงใ

ฮ่า ฮ่า เจ้านี่น่ารักจริง ๆ เสี่ยวจู้ มีเจ้าอยู่พวกเราจะต้องผ่านเข้ารอบแน่”

เด็ก ๆ ทั้งสี่ต่างเยินยอเสี่ยวจู้ผู้น่ารักจนมันแทบจะตัวลอยอยู่มะรอมมะร่อ ทำเอาสัตว์อสูรตัวอื่น ๆ ได้แต่กลอกตามองบนและคิดในใจว่าพวกมันต่างหากที่เป็นสัตว์อสูรของพวกเขาน่ะ แต่พวกเขากลับเอาแต่หยอกล้อกับท่านเสี่ยวจู้เสียอย่างนั้น

อาจารย์หลายสำนักแยกตัวออกจากศิษย์ของตนไปรับหินถ่ายภาพและเดินทางเข้าไปยังภูเขาเซียวเจ๋อเพื่อประจำตำแหน่งที่ได้รับมอบหมายในเวลาไม่นาน จากนั้นพิธีกรประจำการแข่งขันครั้งนี้ได้กล่าวเรียกศิษย์ทุกคนให้เข้าแถวเป็นกลุ่ม และปล่อยตัวกลุ่มผู้เข้าร่วมการแข่งขันอย่างไม่ให้เสียเวลา

กลุ่มของเจิ้งหลินขี่หลังสัตว์อสูรของตนเดินทางไปยังทิศตะวันตกเพื่อขึ้นเขาเซียวเจ๋อ เสี่ยวจู้ที่เห็นตัวเล็กน่ารักก่อนหน้านี้กลับขยายตัวจนเทียบเท่าสิงโตทองของหานชิงแล้วให้เจิ้งหลินขี่หลังเช่นกั

อ้ ไม่คิดเลยว่าเสี่ยวจู้น้อยจะมีความสามารถเช่นนี้” เจิ้งกั๋วกงที่เห็นภาพตรงหน้าเข้ารีบเอ่ยอย่างตกตะลึง

เจ้าพูดถึงใครน่ะ เจิ้งกั๋วกง” ฮ่องเต้ตรัสถามอย่างสงสัย

ระหม่อมพูดถึงสัตว์อสูรตัวน้อยของหลานสาวพะย่ะค่ะ หมูน้อยตัวนั้นขยายตัวได้ด้วยพะย่ะค่ะฝ่าบาท” เจิ้งกั๋วกงชี้ไปยังเสี่ยวจู้บนเวที

อ้อ หมูสีชมพูตัวใหญ่นั่นน่ะเหรอสัตว์อสูรของหลานสาวเจ้า

ใช่แล้วพะย่ะค่ะ เสี่ยวจู้น่ารักมากใช่ไหมฝ่าบาท” เจิ้งกั๋วกงรีบอวด

น่ารักแล้วอย่างไรเล่า มันจะสู้กับสัตว์อสูรดุร้ายบนเขาเซียวเจ๋อได้หรือ?”

หลานสาวกระหม่อมบอกว่าเสี่ยวจู้ต่อสู้เก่งมากพะย่ะค่ะ”

แน่ใจหรือ? เหตุใดข้ารู้สึกว่าเจ้าหมูตัวนั้นน่าจะมีไว้เพื่อเสริมความน่ารักเท่านั้น”

ฝ่าบาทอย่าเพิ่งตัดสินเพียงแค่ภายนอกสิพะย่ะค่ะ กระหม่อมเชื่อว่าหลานสาวไม่โกหกกระหม่อมเรื่องนี้แน่”

ช่นนั้นพวกเรามาคอยดูกันว่าเสี่ยวจู้ของเจ้าจะสู้กับสัตว์อสูรดุร้ายบนเขาได้หรือไม่”

พะย่ะค่ะฝ่าบาท เรามาดูกัน” เจิ้งกั๋วกงกล่าวอย่างมั่นใจ

เสี่ยวจู้ที่ไม่อยากเป็นจุดเด่นนักปล่อยให้สัตว์อสูรตัวอื่น ๆ วิ่งนำหน้าไป ส่วนมันนั้นแทบจะคลานเอาอยู่แล้วแต่ก็ยังตามทัน ทั้งที่ความจริงเสี่ยวจู้สามารถวิ่งได้เร็วกว่าสัตว์อสูรทุกตัวในกลุ่มเสียด้วยซ้ำ หากไม่ติดว่ามันไม่อยากเผยความสามารถมากนักล่ะก็ มันก็คงไม่ทำเช่นนี้

เฟินเสี่ยวหยางที่ขี่บนหลังจิ้งจอกเงินเห็นเข้าก็นึกดูถูกเจิ้งหลินมากขึ้นไปอีกที่ทำได้แค่นั่งบนหลังหมูตัวหนึ่ง ต่างจากเขาที่ได้นั่งบนหลังจิ้งจอกเงินที่แสนจะสง่างามลิบลับ

ศิษย์สำนักอื่น ๆ ต่างมองหมูสีชมพูตัวใหญ่เป็นตาเดียวกัน พวกเขาคราแรกคิดว่าหมูตัวนี้คงตามความเร็วสัตว์อสูรตัวอื่นไม่ทัน แต่กลับกลายเป็นว่าเสี่ยวจู้นั้นไม่ได้อยู่ห่างจากกลุ่มของตนเลยแม้แต่น้อย

เมื่อไปถึงตีนเขาเซียวเจ๋อ เสี่ยวจู้ถูกสั่งให้นำทางแทนสัตว์อสูรตัวอื่นในกลุ่มอย่างที่เจิ้งหลินได้เตรียมการกับเพื่อน ๆ เอาไว้ล่วงหน้า

พวกเจ้าตามข้าให้ทันเล่า” เสี่ยวจู้เอ่ยขึ้นให้สัตว์อสูรตัวอื่นได้ยินทางกระแสจิต

ทราบแล้วขอรับท่านเสี่ยวจู้” พวกมันรีบรับคำพร้อมกัน

เสี่ยวจู้พากลุ่มของเจิ้งหลินเดินทางอ้อมไปยังหลังเขาเซียวเจ๋อด้วยความเร็วที่แทบจะมองไม่ทัน ทำเอาสัตว์อสูรตัวอื่นเกือบจะตามไม่ทันเสียแล้ว โชคดีที่เสี่ยวจู้คอยแผ่พลังดูว่าพวกมันตามมาถึงไหนแล้ว มันจึงไม่ได้คิดอะไรมากนัก ที่มันพาทุกคนไปยังหลังเขาเพราะมันตรวจพบว่าที่นั่นมีสัตว์อสูรมากกว่าด้านหน้า เสี่ยวจู้คาดว่าป้ายคะแนนแถวนั้นน่าจะมีจำนวนมากกว่า

เมื่อไปถึงด้านหลังเขาแล้ว เสี่ยวจู้ก็ย่อตัวลงให้เจิ้งหลินลงจากหลังของมันก่อนที่จะเอ่ยขึ้นด้วยเสียงเล็ก ๆ ให้ทุกคนในกลุ่มได้ยิน

วกเจ้าเริ่มหาป้ายคะแนนจากที่นี่ขึ้นไปยังยอดเขาเถอะ ข้าจะคอยดูแลความปลอดภัยให้เอง”

เจ้าแน่ใจหรือว่าแถวนี้จะมีสัตว์อสูรมากกว่าอีกด้าน” เจิ้งหลินถามอย่างสงสัย

น่ใจสิ เจ้าเชื่อข้าเถอะน่า อย่างไรกลุ่มของเจ้าต้องผ่านเข้ารอบแน่ ๆ ไปกัน” เสี่ยวจู้เอ่ยจบก็เดินนำทางอาด ๆ ทั้งที่ตัวเองย่อตัวลงจนเล็กจิ๋วเหมือนเดิม

เฮ้อ เช่นนั้นก็ตามมันไปกันเถอะ” เจิ้งหลินเอ่ยอย่างไม่อยากจะเชื่อนัก

คนอื่น ๆ ไม่ได้พูดสิ่งใดนอกจากสำรวจสภาพแวดล้อมในตอนนี้ ซึ่งบริเวณโดยรอบเงียบงันอย่างกับป่าช้า พวกเขาจึงคิดว่าเสี่ยวจู้น่าจะแค่ล้อเล่นเท่านั้น แต่เดินไปเพียงไม่นาน พวกเขากลับเห็นสัตว์อสูรตัวใหญ่มากมายอยู่รวมกลุ่มกัน อีกทั้งที่คอของพวกมันยังมีป้ายคะแนนแขวนอยู่ทุกตัวด้วย

วกเจ้ารีบเข้าไปเอาป้ายมาเถอะ สัตว์อสูรพวกนี้ไม่กล้าต่อสู้กับพวกเจ้าหรอก” เสียงเล็ก ๆ ของเสี่ยวจู้กล่าวหลังจากส่งกระแสจิตข่มขู่กลุ่มสัตว์อสูรตรงหน้า

เจ้าแน่ใจหรือว่าพวกมันจะไม่ขัดขืนน่ะ” เซียวเหมยกล่าวอย่างไม่แน่ใจ

วกเจ้าลองเข้าไปดูก็จะรู้เองนั่นแหละน่า” เสี่ยวจู้เอ่ยพร้อมกับแผ่พลังสัตว์เทพกดข่มสัตว์อสูรทั้งกลุ่มจนไม่มีตัวใดกล้าลุกขึ้นมาแม้แต่ตัวเดียว

เช่นนั้นพวกเราลองดูกันก่อนเถอะ” กวงจื้อจิ่งนำหน้าไปก่อน

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • อภินิหารหมูน้อยตกสวรรค์   90

    เสียงฮือฮาด้านล่างดังขึ้นอย่างอดไม่ได้เมื่อพวกเขาเห็นสัตว์เทพโบราณอย่างกิเลนไฟและมังกรดำ ส่วนเสี่ยวจู้ที่รูปร่างไม่ต่างจากหมูน้อยไม่ได้ถูกพูดถึงมากนัก จ้าววังมังกรยังมองเสี่ยวจู้อย่างแปลกใจที่สัตว์เทพซึ่งเสด็จพี่ของพระองค์สร้างมากับมือกลับรวมอยู่ในหมู่คนตระกูลเจิ้งด้วย ชา

  • อภินิหารหมูน้อยตกสวรรค์   89

    “แต่ข้าไม่เห็นด้วยกับเจ้านะเสี่ยวจู้” กิเลนไฟเอ่ยขึ้นหลังจากฟังมานาน“ทำไมกันเจ้านกบ้า หรือเจ้าอยากเข้าร่วมสงครามบ้าบอนี่กัน” เสี่ยวจู้กล่าวอย่างโมโห“เจ้าใจเย็นก่อนได้หรือไม่เล่า ถึงพวกเราจะหลบอยู่ที่นี่จนจบสงครามแล้วอย่างไร

  • อภินิหารหมูน้อยตกสวรรค์   88

    ณ วังสวรรค์ จ้าวสวรรค์ที่ได้รับข่าวจากองครักษ์ลับว่าเผ่าต่าง ๆ เสริมความแข็งแกร่งจนพวกเขาไม่อาจคาดเดาได้ก็เริ่มร้อนรนใจ พระองค์ที่ไม่ได้รับยาดี ๆ จากเผ่ามังกรมาสิบกว่าปีเริ่มรู้ตัวว่าตนเองกำลังตกอยู่ในที่นั่งลำบาก ถึงแม้ตอนนี้ในวังของพระองค์จะมีพระสนมและลูกหลานมากมาย อย่างไรก็ยังมีกำลังไม่แข็งแกร่งเทียบเท่ากับทหารเดนตายของแต่ละเผ่าอยู่ดี อีกทั้งอดีตจ้าวสวรรค์ผู้เป็นบิดายังต้องเวียนว่ายตายเกิดในโลกมนุษย

  • อภินิหารหมูน้อยตกสวรรค์   87

    เสี่ยวจู้พอได้ฟังคำขององค์หญิงใหญ่เข้า มันก็แสดงสีหน้าเศร้าสร้อยลงตามที่เคยวางแผนกับเจิ้งหลินเอาไว้นานแล้ว เจิ้งหลินเห็นเสี่ยวจู้รับลูกทันจึงรีบเอ่ยตอบ“หม่อมฉันยินดีดูแลเสี่ยวจู้เพคะ เป็นพระกรุณายิ่งแล้วที่องค์หญิงมอบมันกลับมา”“อืม… เช่นนั้นคงต้องรบกวนเจ้าแล้ว หากเจ้ามีสมุนไพรใหม่ ๆ ก็ส่งคนไปแจ้งเราที่ตำหนักได้ตลอดนะ เรายังหวังว่าเจ้าจะสามารถหาสมุนไพรดี ๆ มาขายเราได้”“หม่

  • อภินิหารหมูน้อยตกสวรรค์   86

    ค่ำคืนนั้นทุกคนต่างช่วยกันเตรียมอาหารและนั่งกินกันที่ลานด้านหน้าอย่างสนุกสนาน ด้วยคนจำนวนมากที่เพิ่งมาถึง ทำให้บ้านเจิ้งครึกครื้นกันอยู่นานถึงค่อนคืนเลยทีเดียว ถึงแม้ตอนนี้องครักษ์ทั้งหมดจะยังไม่มีที่พักดี ๆ แต่พวกเขาที่เคยนอนกลางดินกินกลางทรายเวลาออกปฏิบัติหน้าที่ก็ไม่ได้บ่นว่าอันใด พวกเขากลับมีความสุขมากที่ได้กลับมารับใช้นายท่านอย่างชิงก้านหลง

  • อภินิหารหมูน้อยตกสวรรค์   85

    เมื่อทุกคนปรึกษากันเสร็จสิ้น ต่างฝ่ายต่างแยกย้ายกันไปพักผ่อนในเรือนโดยที่พรุ่งนี้เช้ากิเลนไฟจะมาปลุกพวกเขาเพื่อออกจากมิติทีหลังเหมือนกับทุกวัน หลังเจิ้งหลินกับชิงก้านหลงดูแลแปลงสมุนไพรในมิติเสร็จ ทั้งสามก็ออกจากมิติลับไปด้านนอกโดยที่ตอนนี้บ่าวไพร่กำลังแตกตื่นที่สมุนไพรในสวนหายไปจำนวนมาก ยิ่งกับสมุนไพรล้ำค่าที่หายไปทั้งหมดด้วยแล้ว พวกเขายิ่งหวาดกลัวจะถูกเจ้านายลงโทษหากหาตัวคนร้ายไม่พบทั้งที่มีเวรยามคอยเดินตลอดทั้งคืน

  • อภินิหารหมูน้อยตกสวรรค์   26

    ณ ลานกลางเมืองที่ผู้คนต่างลุ้นระทึกไปด้วยก็มีเสียงโห่ร้องดังขึ้นเมื่อเห็นว่ากลุ่มของเจิ้งหลินแย่งป้ายมาได้และหลบหนีอย่างทันท่วงที

  • อภินิหารหมูน้อยตกสวรรค์   20

    วันเปิดการแข่งขัน ศิษย์และอาจารย์จากแคว้นต่าง ๆ เตรียมตัวเข้าร่วมเปิ

  • อภินิหารหมูน้อยตกสวรรค์   19

    “ฮึ เป็นแค่หมูตัวเล็ก ๆ กลับกล้าโอหังถึงปานนี้” ชายอีกคนหนึ่งที่เพิ่งมาถึงพร้อมสัตว์

  • อภินิหารหมูน้อยตกสวรรค์   18

    เจิ้งหลินหัวเราะเบา ๆ กับเสี่ยวจู้ที่กำลังโมโห นางเข้าใจดีว่าทุกคนคิดอย่างไร คราแรกที่นางรู้นางก็ยังไม่เชื่อเช่นกัน จนกระทั่งเสี่ยวจู้แสดงให้น

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status