LOGIN'pp.prao'
"หึ แสบใช่เล่น" ผมกดชื่อโซเชียลของใครบางคนลงในช่องค้นหา ก่อนจะไล่ดูรูปที่เธอลงเอาไว้เป็นพันรูป มีทั้งรูปงานและรูปไปเที่ยว หนึ่งในนั้นก็เป็นรูปเธอวันนี้ที่ลงไว้ในสตอรี่ เหมือนว่าจะถ่ายก่อนออกมาร้านเหล้าเพราะเป็นชุดเดียวกันกับที่ผมเจอและได้สัมผัสไปเมื่อหลายนาทีก่อน 'พริบพราว' เป็นชื่อที่คอยตามหลอกหลอนผมตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา เพราะเธอคือว่าที่คู่หมั้นของผมที่มามี๊นัดให้ไปดูตัวและทำความรู้จักกันในวันหยุดยาวสัปดาห์หน้า ตอนแรกผมก็ค้านหัวชนฝายืนกรานปฏิเสธออกไปชัดเจน ไม่ชอบการคลุมถุงชนเป็นที่สุดและคิดว่าน่าจะหมดยุคนั้นไปนานแล้ว จนได้เห็นรูปที่มามี๊ส่งมาให้ทุกวันเหมือนส่งสติ๊กเกอร์สวัสดีวันจันทร์มานั่นแหละ ก็พอทำให้ผมจำหน้าของเธอได้ และพอเจอกันวันนี้ดูเหมือนว่าเธอจะยังไม่รู้ตัวว่าตัวเองกำลังจะมีคู่หมั้น หรือไม่ก็รู้แต่ทำเนียนไม่ต่างจากผม ตอนแรกก็ตั้งใจจะปล่อยผ่านต่างคนต่างมาค่อยไปทำความรู้จักกันวันที่ผู้ใหญ่นัด แต่มาสะดุดตรงที่ว่าที่คู่หมั้นของผมคนนี้เสน่ห์แรงมาก แค่ยืนเช็คเรตติ้งเฉยๆ ก็มีผู้ชายเข้ามาขายขนมจีบแล้ว ทำผมหมันไส้เผลอพูดสิ่งที่ตัวเองคิดออกไป ยิ่งได้เห็น ปากนิด จมูกหน่อย แววตาซุกซน ดูเอาแต่ใจ ไหนจะท่าทางอวดเก่ง ผมว่า...ก็น่าสนุกดี อยากรู้เหมือนกันว่าจะเก่ง...อย่างที่คุยหรือเปล่า "ดูอะไรอยู่วะ" ไอ้พายเพื่อนสนิทของผมชะโงกหน้ามาดูหน้าจออย่างสอดรู้สอดเห็น ดีที่ผมกดปิดหน้าจอทันเนียนทำเป็นยกแก้วขึ้นมาดื่มต่อไม่ให้ผิดสังเกต "ดูไปเรื่อย" ติ๊ง ติ๊ง ติ๊ง pp.prao : ก๊อก ก๊อก ก๊อก pp.prao : มีใครอยู่มั้ยเอ่ย pp.prao : ฉันพริบพราวนะ ว่าที่แฟนของนาย เสียงแจ้งเตือนข้อความไอจีดังรัวรัวดึงความสนใจให้ผมเปิดหน้าจอดูอีกครั้ง จนเห็นว่าเป็นข้อความส่วนตัวจากใครบางคนที่ส่งมาแนะนำตัวอย่างเป็นทางการพร้อมแสดงเจตนารมณ์ชัดเจนมอบตำแหน่งให้ตัวเองเสร็จสรรพ 'ว่าที่แฟน' หึ "กูกลับก่อน" ผมหันไปบอกไอ้พายและไอ้เฟิร์สเพื่อนอีกคน ก่อนจะลุกยืนเต็มความสูงเก็บมือถือใส่ลงกระเป๋ากางเกง ทำพวกมันพากันทำหน้างงเพราะปกติแล้วร้านไม่ปิดผมไม่กลับ หรือไม่ก็รอกลับพร้อมกัน "รีบจังวะ" "ง่วง กูเลี้ยง" "เออ เจอกัน" ผมหยิบแบงค์สีเทาในกระเป๋าสตางค์ออกมาจำนวนหนึ่งยื่นให้ไอ้พายไว้เคลียร์บิลคืนนี้ ก่อนจะพาตัวเองเดินออกไปยังบิ๊กไบค์คู่ใจที่จอดไว้ในที่วีไอพีที่ประจำของผมกับเพื่อน ความเร็วของรถทำให้ผมสามารถมาถึงจุดหมายปลายทางคือคอนโดหรูใจกลางเมืองได้อย่างรวดเร็วภายในสิบนาที ไม่รู้ป่านนี้คนที่แนะนำตัวว่าเป็นว่าที่แฟนจะรอจนหลับไปหรือยัง ลองตอบหน่อยคงไม่เสียหายอะไร เจอกันคราวหน้าจะได้ไม่กล่าวหากันว่าผมหยิ่งไม่ยอมคุยด้วย แค่คิดว่าเธอจะทำหน้าเอ๋อขนาดไหนก็สนุกแล้ว phalan.pl : แฟนใคร pp.prao : แฟนนายไง phalan.pl : ละเมอ? pp.prao : เสียมู้ดหมด 🙄 phalan.pl : 😏 pp.prao : พึ่งกลับหรอ phalan.pl : อืม ผมตอบเธอกลับไปแค่นั้นไม่ได้ชวนคุยต่อเพราะดึกมากแล้วปล่อยให้เธอนอนเพ้อต่อคนเดียว พอเปิดประตูห้องเข้ามาเลยตรงไปยังห้องนอนพื้นที่ส่วนตัวเดินไปวางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะข้างหัวเตียงไม่สนใจแสงสว่างบนหน้าจอมือถือที่บอกว่ามีใครบางคนทักมาอีกครั้ง ก่อนจะพาตัวเองเข้าไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าให้หมดกลิ่นแอลกอฮอล์และบุหรี่ กลิ่นจะได้ไม่ติดที่นอนให้มามี๊และลิตาน้องสาวที่ชอบแอบมาซักผ้าให้บ่นจนเมื่อยหู "อยากกินข้าวมันไก่ตึกนิเทศน์หว่ะ ไปป่ะ" "อยากไปกินข้าวหรืออยากไปส่องสาว" "ผลพลอยได้หว่ะ" "เออ รีบไป กูหิว" "มึงก็อยากไปส่องเหมือนกูเถอะไอ้พาย" ผมเดินตามหลังเพื่อนไปเงียบๆ ปล่อยให้พวกมันสองคนเถียงกันอยู่อย่างนั้น ไม่คิดจะห้ามเพราะถ้าเหนื่อยเมื่อไหร่หรือเจอเป้าหมายเดียวกัน เดี๋ยวก็เดินสามัคคีกอดคล้องคุยกันเองนั่นแหละ ตลอดหลายวันมานี้ ตั้งแต่เจอและคุยทางข้อความกันวันนั้น ผมกับพริบพราวเราสองคนก็ไม่ได้คุยกันอีกเลย จะมีก็แต่มามี๊ที่ยังคงส่งรูปเธอมาให้ผมทุกวัน เป็นรูปที่เธอลงในไอจีนั่นแหละ จนผมต้องตามเข้าไปดูว่าเธอทำอะไรอยู่ที่ไหนแบบผ่านๆ เผื่อมามี๊ถามจะได้ตอบได้ จะว่าไปได้ไปกินข้าวที่ตึกนิเทศน์เปลี่ยนบรรยากาศบ้างก็ดีเหมือนกัน เผื่อเจอว่าที่คู่หมั้นส่งสายตาวิบวับหรือไปขายขนมจีบให้ใคร ผมจะได้มีหลักฐานส่งไปให้มามี๊ดูว่าคนสวยของมามี๊แสบแค่ไหน "คุณพาลันครับ จะกินข้าวมันไก่ด้วยมั้ยครับ" ไอ้เฟิร์สหันมาถามอย่างกวนอารมณ์ "ไม่ กูอยากกินกะเพรา" เพราะสายตาของผมกวาดไปเห็นใครบางคนกำลังต่อแถวอยู่ที่ร้านกะเพราถาด ขาก็สั้นยังจะใส่กระโปรงสั้นอีก ลมพัดทีคงได้เห็นไปถึงไหนต่อไหน พอคิดได้อย่างนั้นผมรีบก้าวเท้ายาวไปยืนต่อแถวด้านหลังเธอโดยที่เธอไม่ทันได้สังเกต เพราะมัวแต่ก้มหน้าก้มตาสนใจแต่หน้าจอสี่เหลี่ยม ด้วยความสูงที่มากกว่าสิบเซ็นติเมตรเพียงแค่เหลือบตามองนิดหน่อยก็เห็นหน้าจอที่เธอกดเข้ากดออกได้อย่างง่ายดาย หน้าแชท 'phalan.pl'"เธอขา เค้าอยากเข้าห้องน้ำ" วันที่สองที่ฉันได้ยินเสียงออดอ้อนของเขาที่นอนอยู่บนเตียงผู้ป่วย เหมือนว่าอุบัติเหตุครั้งนี้จะเพิ่มความขี้อ้อนของเขาให้มีมากขึ้น แล้วฉันจะทำอย่างไรได้นอกจากพาตัวเองลุกขึ้นจากโซฟาเดินไปประคองเขาเข้าห้องน้ำ"เธอขา" "หืม""..." ตาคู่คมไล่สายตากรุ่มกริ่มมองลงไปยังกางเกงคนไข้ที่เขาใส่อยู่ ทำฉันถึงกับถลึงตาใส่ด้วยความหมันไส้ จริงอยู่ที่แขนข้างที่ใส่เฝือกคือข้างที่เขาถนัด แต่เขาอยากแกล้งให้ฉันอายมากกว่าถึงไม่ยอมช่วยเหลือตัวเองแบบนี้ แค่ดึงกางเกงลงเขาก็ไม่ยอมทำ! แต่ก็เอาเถอะ! เห็นแก่ความเจ็บป่วยของเขา และที่เขาให้ลูกน้องช่วยเตรียมเงินจำนวนหนึ่งและจองตั๋วเครื่องบินให้พี่พิชได้หลบไปอยู่ต่างประเทศสักพักตั้งแต่วันที่เขาฟื้น ฉันจะตอบแทนโดยการดูแลเขาเป็นอย่างดีก็แล้วกัน"นี่ แกล้งเหรอ" "ไม่ได้แกล้ง" ไม่ได้แกล้งอะไร ในเมื่ออะไรอะไรของเขาที่กำลังพร้อมรบอยู่ตอนนี้ บ่งบอกให้ฉันรู้ว่าเขาไม่ได้อยากเข้าห้องน้ำตามที่ปากเขาบอก ไหนจะมุมปากที่ยกยิ้มดูเจ้าเล่ห์นั่นอีก"เค้าอยากให้เธอขาทำให้" และผู้ชายหน้ามึนอย่างเขาก็สามารถพูดในสิ่งที่ตัวเองต้องการออกมาได้อย่างหน้าต
หลังจากที่ผมพาเธอปรับความเข้าใจกันคืนนั้นด้วยความรู้สึกหงุดหงิดที่สะสมมาตลอดหลายชั่วโมงกับความเอาแต่ใจและดื้อรั้นที่เธอแสดงออกมาจนผมแทบจะรับมือไม่ไหว เลยจัดการรวบหัวรวบหางจับเธอนอนคุยกันบนเตียงให้มันรู้เรื่องรู้ราว กว่าเธอจะยอมอ่อนลง ทำเกราะป้องกันที่เตรียมมาหมดไปถึงสองกล่องแต่ถึงอย่างนั้น ผมก็ต้องเริ่มพิสูจน์ตัวเองอีกครั้งเพื่อลบทุกข้อกล่าวหาที่เธอเข้าใจผิด เริ่มจากพาเธอไปเจอลิตาน้องสาวของพาลันที่เธอเจอวันที่มาคืนของให้ผม พาเธอมาที่สนามแข่งเพื่อฟังคำยืนยันจากลูกน้องที่ทำงานอยู่ที่สนาม รวมถึงแม่บ้านทำความสะอาดหรือจะเป็นแม่ครัวผมก็เรียกมาหมดให้มาช่วยยืนยันว่าผมไม่เคยรับรางวัลที่เป็นผู้หญิง นับตั้งแต่วันที่ทุกคนเจอเธอถามว่าเธอเชื่อไหม? ตอบได้เลยว่า ไม่แน่ใจเหมือนกัน รู้เพียงแค่เธอยอมไปไหนมาไหนกับผมบ้าง ยอมไปเที่ยวด้วยกันบ้าง ยอมให้ผมไปนอนด้วยบ้าง แค่นี้ก็ถือว่าดีมากสำหรับผมแล้ว แต่จะดีกว่านี้ถ้าผมได้นอนกอดเธอทุกวัน"เธอขา เค้าหิวข้าว" อย่างวันนี้ เป็นอีกวันที่ผมได้ตามขึ้นมานอนเล่นอยู่บนห้องของเธอ ตั้งใจว่าจะชวนเธอไปหาอะไรอร่อยกินกันเย็นนี้ แต่ผมคงต้องพับแผนที่วางเอาไว้ เพราะยังไม่เห็น
ที่เธอรับปากผมคืนนั้น เธอก็ไม่ได้ผิดคำพูดแต่อย่างใด ตลอดหลายวันที่ผ่านมา เธอรับทุกสายที่ผมโทรหา ยอมเปิดกล้องให้ผมเห็นหน้าจนผมรู้สึกแปลกใจ จนได้เห็นความแสบของเธอที่มีคือการปล่อยให้ผมพูดอยู่คนเดียว ส่วนเธอเอาแต่สนใจผู้ชายในซีรีย์ที่เธอตั้งหน้าตั้งตาดู ทำเพียงปลายตามามองเล็กน้อยบ้างเท่านั้น ไม่ต้องพูดถึงเรื่องตอบข้อความ เพราะเธอขาของผมส่งตอบกลับมาเพียงรูปสติ๊เกอร์หลากอารมณ์ที่ไม่รู้ว่าสรรหามาจากไหน โคตรน่ามันเขี้ยวแต่ถึงอย่างนั้น ผมก็ไม่ได้รู้สึกเหนื่อยจนท้อที่จะตามจีบเมียตัวเองอีกครั้ง พาตัวเองไปอยู่ทุกที่ที่เธออยู่ บ่อยครั้งที่ชวนไอ้พาลันกับไอ้พายไปกินข้าวที่โรงอาหารคณะที่เธอเรียนเพียงแค่หวังจะได้นั่งกินข้าวข้างๆ กัน ถึงเธอจะพยายามแสดงออกว่าไม่รู้จักผมก็ตาม ซึ่งผมก็ไม่สน และวันนี้ก็เป็นอีกวันที่ผมชวนเพื่อนมาฝากท้องมื้อกลางวันที่โรงอาหารคณะนิเทศน์ที่เธอเรียน อาสานั่งจองโต๊ะให้เพื่อนเพราะสายตามองเห็นเธอต่อคิวซื้อข้าวอยู่ก่อนแล้ว แน่นอนว่าผมนั่งจองสองโต๊ะติดกัน และเป็นเพียงสองโต๊ะที่ว่างอยู่ตอนนี้ ยังไงเธอต้องเดินมานั่งทางนี้แน่ สุดท้ายผมก็ได้นั่งข้างเธออย่างที่วางแผนเอาไว้ โดยที่ทั้ง
ในที่สุดฉันก็หาเงินมาคืนเพื่อนได้ครบในเวลาเพียงหนึ่งสัปดาห์เท่านั้น แต่เป็นหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านไปเร็วมากสำหรับฉัน มีลูกค้ามาจ้างฉันทุกวันล้วนแต่เป็นงานด่วนทั้งนั้นเลย จนไม่มีเวลาให้ฉันได้คิดถึงเรื่องอื่น แม้แต่กินข้าวฉันก็ยังสั่งฟาสฟู้ดส์ง่ายๆ มากินให้พออิ่มท้องเท่านั้น"ฮัลโหล คุณพริบพราว" "ว่าไงยะ คุณแพรนวล" "ไปดื่มไปแดนซ์กันป่ะ""เบาเบาพอนะ พรุ่งนี้ฉันมีถ่ายงานตอนบ่ายหน่ะ""ได้สิจ๊ะสาว""โอเค เจอกัน" ในเมื่อได้เงินมามากพอ ฉันก็รีบโอนคืนในพริบพราวทันที ก่อนจะชวนนางไปเลี้ยงขอบคุณในความใจดีของนางสักหน่อย จะว่าไป...ไม่ได้ไปดื่มมาเป็นเดือนแล้วนะ ถึงเวลาคืนวงการของแพรนวลแล้วหล่ะไหนๆ คืนนี้จะกลับมารันวงการแสงสีเสียงอีกครั้ง ฉันเลยจัดเต็มเสื้อผ้าหน้าผม ก่อนจะหยิบกุญแจรถยนต์ตรงไปร้านลับที่นัดเพื่อนไว้ ขืนไปช้า มีหวังโดนยัยพริบพราวบ่นหูชาแน่ในเมื่อได้เงินมามากพอ ฉันก็รีบโอนคืนในพริบพราวทันที ก่อนจะชวนนางไปเลี้ยงขอบคุณในความใจดีของนางสักหน่อย จะว่าไป...ไม่ได้ไปดื่มมาเป็นเดือนแล้วนะ ถึงเวลาคืนวงการของแพรนวลแล้วหล่ะแล้วก็เป็นอย่างที่คิด เป็นคุณพริบพราวที่ซ้อนมอเตอร์ไซค์ไรเดอร์มาถึงก่อน
ใครจะเชื่อว่าฉันอยู่กับเขามาเกือบหนึ่งเดือนแล้ว บางเวลาก็ดูเหมือนเขาสนใจฉันเพราะเขาใส่ใจและดูแลฉันเป็นอย่างดี แต่บางเวลาเขาก็ดูเฉยชา นิ่งเงียบ ฉันก็เดาอารมณ์เขาไม่ถูกเหมือนกัน ลึกลึกก็แอบขอบคุณเขานะ ที่ไม่ใจร้ายและไม่เคยทำร้ายร่างกายกันเลยสักครั้ง ถือว่าตัวเองยังมีความโชคดีอยู่บ้างไม่ใช่ว่าฉันจะอยู่ฟรีกินฟรีเฉยๆ หรอก อะไรที่ฉันทำได้ฉันก็ทำสุดความสามารถเชียวหละ งานบ้านทุกอย่างไม่ว่าจะกวาดห้อง ถูพื้น ล้างจาน ล้างห้องน้ำ ฉันทำหมด เผื่อว่าเขาจะเอาเงินเดือนที่จ่ายแม่บ้านมาเป็นส่วนลดหนี้ของพี่พิชลงบ้าง และความโชคดีของฉันอีกหนึ่งเรื่องก็คือ อยู่ช่วงปิดเทอมพอดี ฉันเลยอาศัยเวลานี้ รับงานตัดต่อคลิปรีวิวสินค้าต่างๆ ให้เหล่าเน็ตไอดอล มีเพื่อนรักอย่างพริบพราวช่วยแนะนำคนรู้จักในวงการมาให้ ฉันเลยพอได้งานกับเขาบ้าง และพอมีเงินเก็บไว้ทยอยผ่อนเขาเพื่อไถ่ตัวเองให้เป็นอิสระ เผื่อถ้าเราสองคนมีใจที่ตรงกันจริงๆ ฉันจะได้ไม่ต้องมานั่งคิดมากถึงสถานะอันน่าสงสารของตัวเองสถานะที่ไม่มีสถานะ สถานะที่รอวันเขาเบื่อก็เท่านั้น...ส่วนพี่พิชหน่ะเหรอ หายเข้ากลีบเมฆ ไม่มีแม้แต่ข้อความท
"จะให้ฉันนอนห้องเดียวกับนายเนี่ยนะ" ทันทีที่ผมพาเธอกลับมาคอนโดได้สำเร็จ ผมก็ปล่อยให้เธอไปอาบน้ำในห้องนอนส่วนตัว ส่วนผมก็ออกมาอาบที่ห้องรับแขกและกลับเข้าไปให้ห้องนอนของตัวเอง มีเธอนั่งกอดอกทำหน้ายุ่งรออยู่บนเตียงกว้าง เธอที่ใส่ชุดนอนของผม น่ารักดีหว่ะ"แล้ว?" ผมพาตัวเองเดินไปนั่งบนเตียงฝั่งที่ตัวเองนอน ถามเธอกลับอย่างใจเย็น ดูทรงแล้ว คืนนี้คงไม่ได้นอนง่ายๆ แน่"ไม่ได้เป็นอะไรกัน จะนอนห้องเดียวกันได้ยังไง" ทำเธอต้องหมุนตัวนั่งจุมปุ๊กมองกันตาปริบๆ ให้ผมได้มองหน้าหมวยๆ ชัดๆ อีกครั้ง เมื่อชั่วโมงก่อนตอนเห็นหน้าเธอครั้งแรก ว่าน่าสนใจแล้ว พอได้มานั่งมองใกล้ๆ ใบหน้าไร้เครื่องสำอางเผยผิวใส ปากยังคงเป็นสีแดงน่าจูบอย่างนี้ ยิ่งทำให้ใจแกร่งเต้นแรงมากกว่าเดิม แต่ต้องเก็บความเสียอาการเอาไว้คนเดียวเงียบๆ"พี่ชายเธอยกเธอให้ฉันแล้ว" "เผื่อลืม" "แล้วฉันต้องอยู่แบบนี้ไปนานแค่ไหน" "ยังไม่ได้คิด" จนกว่าพี่ชายเธอจะหาเงินกับรถมาได้ หรือไม่ ก็อาจจะตลอดไปเสียงแจ้งเตือนของข้อความเรียกความสนใจให้ผมหยิบมือถือขึ้นมาเปิดดู เพราะเป็นข้อความจากลูกน้องที่ส่งข้อมูลของใครบางคนมาให้ 'แพรนวล' คือ







