อยากมีแฟนเรียนวิศวะ

อยากมีแฟนเรียนวิศวะ

last update最終更新日 : 2026-02-03
言語: Thai
goodnovel18goodnovel
評価が足りません
47チャプター
2.0Kビュー
読む
本棚に追加

共有:  

報告
あらすじ
カタログ
コードをスキャンしてアプリで読む

概要

ความรักหวาน

ความรักหวาน

รักคนเดียว

วัยรุ่น

คู่กัด

ปากร้าย

แอบรัก

คู่ปรับ

เคยได้ยินมาว่าอะไรที่ได้มายากๆ มักมีค่าเสมอ ไม่รู้ว่าเชื่อได้มากหรือน้อยแค่ไหน แต่ก็เอาเถอะ! เพราะเป้าหมายของเธอคือเขา 'พาลัน' หนุ่มวิศวะคนนั้น คนที่แสนจะเย็นชาไม่เคยมีใครเคยเห็นแม้แต่รอยยิ้ม แต่ถึงอย่างนั้นบรรดาสาวๆ ก็พากันส่งสายตาวิบวับทุกครั้งที่เขาเดินผ่าน ก็แค่...สูง 185 เซนติเมตร ตาคมดูดุ จมูกมีสันจนน่ากัด ผิวขาวใสเหมือนบอยแบรนด์เกาหลี ชอบปลดกระดุมเสื้อนักศึกษาสีขาวลงมาสามเม็ดให้ลุคกร้าวใจ เท่านั้นเอง จะจีบยากสักเท่าไหร่กัน เธอเป็นถึงดาวมหาวิทยาลัยเชียวนะ ต้องมีหวั่นไหวกันบ้างแหละหน่า... "ละเมอ?" "ละเมอว่ารักแถบได้ป่ะ" "เพ้อเจ้อ" "อุ้ย! เจ็บอะ" "ไปเล่นตรงโน้นไป" "ทำไม กลัวหวั่นไหวหรอ" "อยากมีผัวขนาดนั้นเลย" "อืม อยากมีผัวชื่อพาลัน"

もっと見る

第1話

บทที่1

"부… 부인!"

"부인!"

아래에서 외침이 터져 나왔다. 성의 가장 높은 탑 쪽으로 모두의 시선이 쏠렸다. 그곳에는 핏물에 젖은 하얀 드레스를 입은 한 여인이 가장자리 끝에 서 있었다.

셀렌 모로 레벤티스.

공작 부인.

늘 조용하고 순종적이던 그녀가 지금은 가장 위험한 곳에 서 있었다. 뒤에 있던 경비병들은 섣불리 다가갔다가는 그녀가 정말로 뛰어내릴까 두려워 조심스럽게 움직였다.

셀렌의 처절한 울음이 터졌다.

셀렌은 아픈 배를 움켜쥐었다. 그녀는 방금 다섯 번째 유산을 했다. 이번만큼은 확신했다. 그 모든 비극은 병 때문도, 몸이 약해서도 아닌, 아이를 원치 않는 남편이 만든 결과라는 것을.

"셀렌!"

뒤에서 낮고 무거운 목소리가 불렀다. 공작 디리안 레벤티스, 그녀의 남편이었다.

셀렌은 그 소리를 들었지만 실망이 이미 너무나도 깊었기에, 돌아보고 싶지 않았다.

"또 나의 관심을 끌기 위한 수작인가?"

디리안이 차갑게 물었다.

그는 귀찮고 번거로운 일을 싫어했다. 셀렌은 그가 단지 사람들이 수군거리는 소리가 듣기 싫어서 온 것이라는 걸 알고 있었다.

셀렌은 씁쓸한 미소를 지으며 쉰 목소리로 말했다.

"어떻게 나한테 그딴 말을 해? 나한테 사과해!"

시선이 하인들 사이에 서 있는 아름다운 여인에게로 떨어졌다. 단정하고 깨끗하게 정돈된 모습. 피 범벅이 된 자신과는 전혀 다른 모습이었다.

그 여인은 남편 디리안이 사랑하는, 자신과는 결코 비교조차 되지 않을 존재였다.

"미친 건가?"

디리안은 비웃듯 답했다.

셀렌은 몸을 돌려 그를 바라보았다. 그의 눈은 붉었지만 여전히 얼음처럼 차가웠다.

"그래, 나 미쳤어! 당신을 사랑한 내가 미친 거지! 다섯 아이를 당신 손으로 죽였다는 걸 알면서도!"

셀렌의 외침에 모든 경비들이 놀라 그 자리에 굳었고, 디리안도 잠시 말이 막혔다.

"셀렌, 헛소리하지 마."

디리안은 침착함을 유지하려 애썼다.

셀렌은 쓴웃음을 터뜨렸다. 붉은 피가 드레스를 계속해서 적셔 내려갔다.

"당신은 나를… 한 번이라도 사랑한 적이 있었나?"

간절한 눈빛으로 물었다.

디리안은 대답 대신, 눈을 다른 곳으로 돌렸다.

"없었겠지."

셀렌은 그의 반응으로 스스로 답을 내렸다.

자신의 입에서 흘러나온 그 말이, 셀렌의 마음을 산산이 부쉈다. 그녀는 떨리는 숨을 내쉬었다.

"이제 그만하고 내려와. 당신에겐 휴식이 필요해."

디리안이 말했다.

"관심 있는 척하지 마!"

셀렌이 소리쳤다. 눈물이 흐르고 있었다.

"차라리 날 죽이지! 왜 죄 없는 아이들을 죽였어!"

"셀렌, 멈춰! 당장 내려와!"

디리안이 명령하듯 외쳤다.

"난 뛰어내려 죽을 거야! 그리고 아이들에게 사과할 거야. 아버지에게서 지켜주지 못한 걸 말이야!"

절규하는 그녀의 목소리는 처절했다.

"제발 그러지 마! 넌 죽으면 안 돼!"

디리안이 다급히 외쳤다. 셀렌이 뒤로 한 걸음씩 물러날 때마다 끝자락에 더 가까워졌다.

셀렌은 오히려 미소를 지었다.

"당신에게 맹세해. 내 아이들을 죽인 죄, 반드시 대가를 치르게 할게. 끊임없는 악몽과 절망이 당신을 괴롭히게 될 거야!"

그리고 셀렌은 몸을 던졌다.

"셀렌!"

디리안이 비명을 지르며 경비들과 함께 탑 끝 난간으로 달려갔다. 그러나 이미 늦었다. 그녀의 몸은 순식간에 떨어져 땅에 부딪혔다.

쾅!

뼈가 부서지는 소리와 핏물이 사방으로 번졌다.

눈은 여전히 떠 있었고, 디리안의 일그러진 표정을 마지막으로 담아내고 있었다.

사람들의 비명과 절규가 밤하늘을 뒤흔들었다. 별 하나 없는 어두운 하늘이 공작 부인의 비극을 지켜보고 있었다.

……

"셀렌!"

셀렌은 화들짝 눈을 뜨며 침대에서 벌떡 일어났다. 물에 빠졌다가 겨우 건져 올려진 사람처럼 숨이 가쁘게 터져 나왔다.

눈앞에는 디리안, 그녀의 남편이 서 있었다. 침착하고 냉담한 얼굴, 차가운 눈, 날카로운 시선. 그 뒤엔 의사와 하인들이 있었고, 방 안에는 약 냄새가 가득했다. 모든 것이 너무 현실적이었다. 그녀가 마지막을 맞이했던 바로 그 날과 똑같았다.

옆으로 고개를 돌리자 탁자 위의 시계가 째깍거렸다. 날짜와 연도는 그녀가 죽기 2년 전을 가리키고 있었다.

창문 틈으로 차가운 밤바람이 스며들었다. 떨어지던 그때의 공기와 똑같은 냄새였다. 기억이 몰려왔다. 땅에 부딪히던 순간, 뼈가 부러지는 끔찍한 고통, 끝없는 어둠.

셀렌은 손을 뻗어 상처 자리를 찾듯 배를 더듬었다. 손엔 붕대가 감겨져 있었고 붕대 사이로 따뜻한 피가 배어 나왔다.

분명 죽었는데, 다시 살아 있다.

"공작 부인, 손에 피가 납니다. 수액을 놓겠습니다."

의사가 다급히 말했다.

셀렌은 아직도 이 현실이 믿기지 않아 그 움직임을 멍하니 바라볼 뿐이었다.

"의사를 곤란하게 하지 마."

디리안의 목소리는 짜증 섞여 있었다.

셀렌은 길게 숨을 내쉬었다. 머릿속에는 차가운 시선, 시신이 되었던 자신, 울부짖던 사람들, 그리고 태어나지 못한 다섯 아이가 한꺼번에 밀려왔다.

그녀는 디리안을 바라보았다.

작지만 분명한 목소리로 말했다.

"디리안."

그가 시선을 맞추었다.

"왜."

셀렌은 그의 눈을 똑바로 보며 말했다.

"우리… 이혼하자."
もっと見る
次へ
ダウンロード

最新チャプター

続きを読む
コメントはありません
47 チャプター
บทที่1
1.รับงานเดินแบบ 10 งาน2.มีแฟน3.ไปเที่ยวญี่ปุ่นกับแฟนนี่คือเป้าหมายที่ฉันแพลนเอาไว้ในปีนี้ สวัสดีค่ะ​ พริบพราวคนสวยนะคะ ฉันหน่ะชอบเขียนไดอารี่เอามากๆ เลยหล่ะ และในแต่ละปีก็จะต้องเขียนเป้าหมายเอาไว้แบบนี้เสมอเพื่อเป็นชาเลนจ์​ให้ตัวเอง ซึ่งส่วนใหญ่ก็ทำได้นะ แต่ปีนี้นี่หน่ะสิ ไม่รู้ว่าจะเป็นปีแรกที่ทำไม่ได้หรือเปล่า เรื่องรับงานไม่เท่าไหร่หรอกไม่ได้ทำให้ฉันหนักใจเท่ากับข้อสองเลยสักนิด ใครจะเชื่อว่าพริบพราวคนนี้เกิดมายี่สิบปีแล้วแต่ยังไม่เคยมีแฟนเลยสักคน ขนาดมีตำแหน่งดาวคณะพ่วงท้ายชื่อด้วยนะ แม้แต่คนคุยก็ยังไม่เห็นแม้แต่เงาเลย น่าห่อเหี่ยวใช่มั้ยละ? (เสียง​แจ้ง​เตือนสายเรียกเข้า)​"ฮัลโหล​ คุณพริบพราว" "ว่าไงยะ คุณแพรนวล"​ แพรนวลนางเป็นเพื่อนสนิทในรั้ว​มหาวิทยาลัย​คนเดียว​ของฉัน ไม่สิ! เราสองคนสนิทกันตั้งแต่มัธยม​ปลายเลยต่างหากหล่ะ"ไปดื่มไปแดนซ์​กันป่ะ" "เบาเบาพอนะ พรุ่งนี้ฉันมีถ่ายงานตอนบ่ายหน่ะ" "ได้สิจ๊ะสาว" "โอเค เจอกัน" ว่าแล้วมาส์กหน้าสักหน่อยดีกว่าจะได้ดูผิวอิ่มน้ำสุขภาพดี ยังพอมีเวลาถมเถและชุดที่ฉันเลือกใส่ในวันนี้เป็นสายเดี่ยวสีดำตัวสั้นกับกางเกง​ยีนส์​ขายาวธรรมดาๆ เพร
続きを読む
บทที่2
"นึกว่าจะไม่ให้"​"เอ๋!!!" เสียงคุ้นๆ นะ ร่างบางหันไปตามเสียงที่ได้ยินให้แน่ใจว่าตัวเองไม่ได้หูฝาด และเป็นเขาคนที่ฉันล็อคมงเอาไว้ ยืนพิงผนังพ่นควันสีขาวให้ลอยออกไปในอากาศ ยืนอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ ว่าแต่เขาหมายถึงฉันหรอ?"พูดกับฉันหรอ?" "พูดลอยลอย" ฉันลองมองหันซ้ายหันขวาว่ามีคนอื่นนอกจากฉันยืนอยู่ตรงนี้หรือเปล่า มองจนแน่ใจว่าตรงนี้มีเพียงฉันกับเขาที่ยืนอยู่เท่านั้น เพราะงั้นเจาพูดกับฉันแน่"ถ้าอยากได้บ้าง ก็ขอดีดีสิ" ฉันกอดอกถามอย่างท้าทาย ใครใช้ให้เขากวนกันก่อนล​ะเคยได้ยินไหม กวนมา กวนกลับ ไม่โกง! "ง่วงก็กลับไปนอน" ไหนยัยแพรบอกว่าเขาพูดน้อยไง พูดน้อยแบบไหนกัน! "กลับพร้อมกันไหมละ?" ฉันทำใจกล้าเดินเข้าไปใกล้ แต่ก็เว้นระยะห่างไม่ให้ใกล้จนเกินไป เงยหน้ามองคนตัวโตที่ปรายตามามองเพียงครู่ก่อนจะทิ้งบุหรี่ในมือลงถังขยะด้านข้าง แล้วก้าวเข้ามาหาฉันจนปลายรองเท้าของเราทั้งคู่ชนกัน แถมยังถือวิสาสะโอบเอวฉันไว้ไม่ให้ถอยหนี ทำให้สัมผัสได้ถึงลมหายใจร้อนเจือกลิ่นบุหรี่ปนกลิ่นมิ้นท์อ่อนๆ "หึ" "ตัวสั่นขนาดนี้ ทำเก่ง" ฉันไม่ได้ตาฝาดหรอกใช่ไหม ตาคู่คมมองกันด้วยสายตาเกินคาดเดาไม่หลงเหลือค
続きを読む
บทที่3
'pp.prao' "หึ แสบใช่เล่น" ผมกดชื่อโซเชียล​ของใครบางคนลงในช่องค้นหา ก่อนจะไล่ดูรูปที่เธอลงเอาไว้เป็นพันรูป มีทั้งรูปงานและรูปไปเที่ยว หนึ่งในนั้นก็เป็นรูปเธอวันนี้ที่ลงไว้ในสตอรี่ เหมือนว่าจะถ่ายก่อนออกมาร้านเหล้าเพราะเป็นชุดเดียวกันกับที่ผมเจอและได้สัมผัสไปเมื่อหลายนาทีก่อน'พริบพราว' เป็นชื่อที่คอยตามหลอกหลอนผมตลอดหนึ่งสัปดาห์​ที่ผ่านมา เพราะเธอคือว่าที่คู่หมั้นของผมที่มามี๊นัดให้ไปดูตัวและทำความรู้จักกันในวันหยุดยาวสัปดาห์​หน้า ตอนแรกผมก็ค้านหัวชนฝายืนกราน​ปฏิเสธออกไปชัดเจน ไม่ชอบการคลุมถุงชนเป็นที่สุดและคิดว่าน่าจะหมดยุคนั้นไปนานแล้ว จนได้เห็นรูปที่มามี๊ส่งมาให้ทุกวันเหมือนส่งสติ๊กเกอร์​สวัสดีวั​นจันทร์​มานั่นแหละ ก็พอทำให้ผมจำหน้าของเธอได้ และพอเจอกันวันนี้ดูเหมือนว่าเธอจะยังไม่รู้ตัวว่าตัวเองกำลังจะมีคู่หมั้น หรือไม่ก็รู้แต่ทำเนียนไม่ต่างจากผม ตอนแรกก็ตั้งใจจะปล่อยผ่านต่างคนต่างมาค่อยไปทำความรู้จัก​กันวันที่ผู้ใหญ่นัด แต่มาสะดุดตรงที่ว่าที่คู่หมั้นของผมคนนี้เสน่ห์​แรงมาก แค่ยืนเช็คเรตติ้ง​เฉยๆ ก็มีผู้ชายเข้ามาขายขนมจีบแล้ว ทำผมหมันไส้​เผลอพูดสิ่งที่ตัวเองคิดออกไปยิ่งได้เห็น ป
続きを読む
บทที่4
ระหว่างที่ยืนต่อแถวรอคิวซื้อข้าวกลางวันที่ร้านประจำ ฉันก็เกิดนึกสนุกอยากจะทักไปหาใครบางคนสักหน่อย ไม่ได้คุยกันตั้งหลายวันจะคิดถึงกันบ้างรึป่าวก็ไม่รู้ แต่ก็ทำได้แต่คิดไม่รู้จะพิมพ์​ไปว่าอะไรดี นี่ก็ยืนเปิดหน้าแชทของเขกดพิมพ์กดลบเป็นสิบๆ รอบแล้ว สงสัยต้องลองหาคอนเทนต์​วิธีจีบผู้ชายมาศึกษาซะหน่อยแล้วสิphalan.pl : ไม่สั่งข้าว?"หืม รู้ได้ไงอะ"ข้อความที่เขาส่งมาถูกอ่านทันทีเพราะฉันยังคงค้างหน้าแชทของเขาไว้อยู่ ว่าแต่...เขารู้ได้ยังไงว่าฉันกำลังจะสั่งข้าว แน่นอนว่าฉันไม่ปล่อยให้ความสงสัยนี้หลุดลอยไป หันซ้ายมองขวาหาว่าที่แฟนเพราะคิดว่าเขาต้องอยู่ในโรงอาหารนี้แน่"หนู สั่งเลยลูก" แต่ยังไม่ทันได้มองหาครบทุกมุมเลย คุณป้าร้านอาหารตามสั่งก็เรียกคิวฉันแล้ว"อะ อ่อ ค่ะ ค่ะ" กองทัพต้องเดินด้วยท้อง เพราะงั้นเรื่องผู้ชายต้องพับไว้ก่อน"กะเพราหมู ไข่ดาวกรอบๆ หนึ่งค่ะ ขอเผ็ดๆ นะคะคุณป้า""สองครับ" "ได้ลูก" "หืม เสียงคุ้นจัง" แถมกลิ่นน้ำหอมก็คุ้นมากด้วย ถึงจะเจอกันเพียงหนึ่งครั้งฉันก็จำทุกรายละเอียดเกี่ยวกับเขาได้ดี และใช่! คนตัวโตที่ยืนอยู่ข้างหลังเป็นเขาจริงๆ ฉันเลยส่งยิ้มหวานไปให้อย่างจริงใจ แต
続きを読む
บทที่5
ตลอดช่วงเวลาของมื้อกลางวัน ท่ามกลางเสียงพูดคุยของผู้คนในโรงอาหาร ก็จะมีเสียงเล็กๆ พูดเจื้อยแจ้วคุยกับเพื่อนดังอยู่ข้างหูไม่หยุด ส่วนใหญ่เรื่องที่พวกเธอคุยกันเหมือนจะเป็นเรื่องแฟชั่นทั่วไป แล้วก็พระเอกในซีรีย์ซึ่งผมไม่ค่อยรู้จักเท่าไหร่ มีบ้างที่เคยได้ยินมามี๊กับลิตาคุยกันบ้าง แต่ผู้ชายอย่างผมจะให้กรี๊ดพระเอกในซีรีย์อย่างพวกเธอ น่าจะไม่ค่อยเข้ากันphalan.pl : เสียงดังpp.prao : อุดหูซิคะ ที่รักบางทีผมก็อยากแคปหน้าจอเก็บหลักฐานความแพรวพราวคนสวยของมามี๊ที่ท่านชอบนักชอบหนาส่งไปให้ท่านดู ว่าลูกชายของมามี๊กำลังตกอยู่ในอันตรายมากขนาดไหน ไหนจะชอบทำสายตาเป็นประกายระยิบระยับโปรยเสน่ห์ใส่ คำพูดคำจาก็เหลือเกิน แถมยังพูดไม่หยุดอีก คุยเก่งขนาดนี้มีหวังผมคงได้นั่งแคะขี้หูทั้งวัน"มึงสองคนจะไปดูกูแข่งรถป่ะ" ทุกเย็นวันศุกร์เจ้าของสนามแข่งอย่างไอ้เฟิร์ส​จะชอบลงแข่งด้วยตัวเองเป็นคู่ปิดท้ายของสนาม ในฐานะเพื่อนและหุ้นส่วน ผมกับไอ้พายต้องไปให้กำลังใจอยู่แล้ว"ก็ไปทุกทีป่าววะ" ผมพยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดไอ้พาย เผื่อคู่แข่งเล่นตุกติก ผมสองคนจะได้ช่วยเพื่อนทันเวลา ตามคอนเซ็ปต์ที่ว่า​ 'รวมกันเราอยู่' แยกกัน..
続きを読む
บทที่6
แน่นอนว่าผู้ชนะในคืนนี้เป็นเจ้าของสนามอย่างไอ้เฟิร์สตามที่ผมคาด เพราะงั้นบิ๊กไบค์รุ่นใหม่ราคาแพงพร้อมเงินสดและผู้หญิงรางวัลของวันนี้ตกเป็นของไอ้เฟิร์สทั้งหมด แต่วันนี้มันกลับใจดีเลือกรับแค่เงินสดเท่านั้น ส่วนบิ๊กไบค์และผู้หญิงยกให้คนได้ที่สองและที่สามไปตกลงแบ่งกันเองคงจะเกรงใจคนที่มันคะยั้นคะยอให้เขามาเชียร์"ที่เดิมป่ะ?" "อืม / อืม" ทันทีที่ไอ้เฟิร์ส​เดินมาถึงตรงที่ผู้หญิงของมันนั่ง ก็หันมาชวนผมกับไอ้พายไปฉลองกันตามปกติ แต่ไม่ปกติตรงที่วันนี้มีแขกรับเชิญไปด้วยสองคนคือสองสาวที่กำลังตื่นเต้นกับบรรยากาศของสนามทั้งแสงสีเสียงและดนตรีที่จัดไว้ให้ทุกคนได้สนุกกัน"เธอขา ไปด้วยกันนะ" คนสวยของมามี๊ยกนิ้วโป้งสองนิ้วกดไลค์ถูกอกถูกใจเชียร์ไอ้เฟิร์สให้จีบเพื่อนของเธออย่างออกนอกหน้าจนน่าหมันไส้ ทำผมเผลอยื่นมือไปผลักศีรษะเธอเบาเบาแต่ก็แรงพอให้ตัวเธอเซไปข้างหน้า ก่อนจะรีบลุกเดินหนีไปลานจอดรถเตรียมตัวขับไปร้านประจำที่อยู่ไม่ไกล "เฮ้ย พาลัน ฝากพริบพราวไปด้วยดิ" ในจังหวะที่ผมกำลังจะใส่หมวกกันน็อค ไอ้เฟิร์สก็ตะโกนเรียกให้ผมหยุดรอและออกคำสั่งกับผมอีกครั้ง ทำผมเหล่ตามองคนที่กำลังยืนยิ้มน้อยยิ้มใหญ่แอบ
続きを読む
บทที่7
แกร๊ก! "ตายแล้ว!" เสียงของหญิงวัยกลางคนฟังคุ้นหูปลุกผมให้ลืมตาตื่นมามองว่าใครมาส่งเสียงดังรบกวนแต่เช้า แต่เสียงแบบนี้เหมือนมามี๊มาก"..." และใช่ เป็นมามี๊ตัวจริงเสียงจริงกำลังยืนมองผมสลับกับคนตัวเล็กข้างๆ "มามี๊ มาได้ยังไงครับ" ผมเลยต้องรีบดึงผ้าห่มผืนใหญ่ขึ้นมาคลุมตัวยุ่งจนมิด ก่อนจะยัดตัวขึ้นนั่งพิงหัวเตียงไม่หลงเหลือความงัวเงียให้มามี๊เห็น"ป๊ามาส่ง" "ไปแต่งตัวให้เรียบร้อย มามี๊จะรอข้างนอก" "...""ปลุกน้องมาด้วยนะ และอย่าตุกติกกับมามี๊"​ แน่นอนว่ามามี๊ไม่ปล่อยผ่าน!​"..." ผมยกมือขยี้ผมด้วยความหงุดหงิด มองตัวปัญหานอนไม่รู้เรื่องรู้ราวอยู่ใต้ผ้าห่ม จะอะไรซะอีก เพราะเมื่อคืนตัวยุ่งหลับน็อคกลางอากาศ​บนหน้าตักกอดคอซบไม่ห่าง แถมยังอ้วกใส่ทำให้ทั้งผมและเธอเลอะเทอะไปหมด ผมเลยจำเป็นต้องจัดการเช็ดตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เธอ ใส่เสื้อยืดของผม และผมก็ไม่ได้สุภาพบุรุษ​พอที่จะหลับตาเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เธอ เพราะกลัวว่าจะมองไม่เห็นจนมือพลาดไปโดนอะไรอะไรที่มันทั้งกลมทั้งขาวดูนุ่มมือจนห้ามใจไม่ไหวเผลอจับบีบเล่นตามประสาผู้ชายคนหนึ่ง ส่วนตัวผมเองหลังจากอาบน้ำเสร็จก็นอนถอดเสื้อเป็นปกติตามความเคยชินเหม
続きを読む
บทที่8
หลังจากวันที่คุณพ่อพาฉันไปทานข้าวกับคุณลุงคุณป้าและพาลันว่าที่แฟนที่ฉันปักหมุดเอาไว้ สเตตัสใหม่ของฉันกับเขาก็เปลี่ยนไปเป็น 'ว่าที่คู่หมั้น' แบบก้าวกระโดดทันทีที่งานเลี้ยงจบลง ซึ่งตลอดสองชั่วโมงในห้องอาหารเขาก็นั่งหน้าเรียบเฉยสีหน้าไม่ยินดียินร้ายอะไรทั้งนั้นเอาแต่นั่งหั่นสเต๊กป้อนเข้าปากตัวเองไม่พูดไม่จา เหมือนกับกำลังประท้วงในโลกรู้ว่าตัวเองโดนบังคับอย่างนั้นแหละ ยิ่งตอนที่คุณป้าพูดกับคุณพ่อขอให้ฉันย้ายเข้ามาอยู่กับเขาเพื่อเรียนรู้ก่อนใช้ชีวิตด้วยกัน ตอนนั้น...เขาถึงกับจ้องฉันตาขวางทำหน้ายักษ์​จนน่าขนลุกคงจะกลัวว่าจะตกหลุมรักฉันก่อนละมั้งก๊อก ก๊อก ก๊อกทั้งๆ ที่วันนี้เป็นเช้าวันเสาร์​วันที่ฉันควรนอนต่ออีกหน่อย ก่อนจะออกไปถ่ายงานในช่วงบ่าย กลับต้องเป็นวันที่ขนเสื้อผ้ามายืนอยู่หน้าประตูเคาะห้องผู้ชายอยู่อย่างนี้ ไม่รู้ว่าป่านนี้ตื่นหรือยังก๊อก ก๊อ... "กลัวคนอื่นไม่ได้ยิน?" ยืนเคาะอยู่เกือบห้านาทีกว่าคนหน้ายักษ์​จะยอมเปิดประตู​ออกมาต้อนรับ แต่จากสีหน้าแล้วคงไม่อยากต้อนรับเท่าไหร่หรอก "กลัวคุณคู่หมั้นไม่เปิดประตูให้ค่ะ" ฉันยืนเขินม้วนไปมาอยู่หน้าประตู แต่ก็ยังทำใจกล้าหยอดเขาไปพอกรุ
続きを読む
บทที่9
แกร๊ก! "แต่งตัวอะไรของเธอ" เสียงประตู​เรียกความสนใจให้ผมหันไปมองรูมเมทที่หายเข้าไปอาบน้ำแต่งตัวเตรียมออกไปทำงานตามที่เธอบอก คนตัวเล็กเดินออกมาในชุดเศษผ้ากางเกงยีนส์ขาสั้น สั้นเสมอก้นกับเสื้อกล้ามสีดำรัดรูปให้เห็นส่วนเว้าส่วนโค้งชัดเจน ใส่ชุดอะไรของเขาวะ?​"ชุดที่ใช้ถ่ายงานวันนี้หน่ะ" "ขาสั้น ใส่กางเกงสั้น ยิ่งดูเตี้ย" "เธอไม่รู้?" "ทฤษฎีอะไรของนาย" ยัยรูมเมททำหน้างงกับคอมเมนต์ตรงไปตรงมาของผมถึงกับก้มมองเสื้อผ้าตัวเอง ก่อนจะกอดอกมองหน้าผมอย่างหาเรื่อง"ใส่ส้นสูงก็ดูขายาวแล้วเหอะ" "ใครบอกเธอ" ผมถามด้วยความสงสัย มองยังไงก็ไม่ใช่ตามที่เธอพยายามเถียง แล้วดู...เสื้อก็รัดซะจนคนมองอย่างผมหายใจไม่ออกแทน"ฉันบอกเอง" "แล้วฉันก็ไม่ได้เตี้ยด้วย สูง 167เซนติเมตร น้ำหนัก 47 กิโลกรัม แบบนี้เขาเรียกสมส่วนพอดี""เข้าใจตรงกันนะคะ ที่รัก"ป๊อก! "เจ็บนะ!"มือหนาเคาะลงบนศีรษะคนตัวเล็กที่ยื่นหน้าเข้ามาใกล้พร้อมกับสายตาวิบวับดูซุกซนจนเกิดเสียงดังให้ได้ยิน ทำเธอยืนมองตาเขียวเหมือนกำลังคิดหาวิธีเอาคืนกัน ผมเลยรีบลุกจากโซฟาทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้เดินไปเปิดตู้เย็นในห้องครัวเพื่อหยิบน้ำดื่มไม่สนใจคนยืนหน้าแดงด
続きを読む
บทที่10
หลังจากกินมื้ออร่อยที่ฉันตั้งใจซื้อมากินกับเขาในบรรยากาศที่เรียกได้ว่าค่อนข้างสันติ เพราะตลอดเวลาที่นั่งกินส้มตำด้วยกันก็แทบไม่มีเสียงทะเลาะระหว่างเราให้ได้ยินเลยสักนิด มีเพียงเสียงส้อมที่แย่งคอหมูย่างและเนื้อย่างกระทบกันเท่านั้น ฉันก็ปล่อยให้เจ้าของห้องอย่างเขาเก็บจานไปล้าง เก็บขยะไปทิ้ง และเช็ดโต๊ะให้เรียบร้อย ถามว่าเขายอมทำทุกอย่างง่ายๆ ไหม ตอบเลยว่าไม่! ฉันเลยยกข้ออ้างว่าฉันเป็นคนขับรถไปซื้อและถือพะรุงพะรังขึ้นมา รวมถึงเป็นคนเปิดฝากล่องเดินไปหยิบจานแบ่งและช้อนส้อมด้วย เขาถึงกับยกมือให้ฉันหยุดพูด ยอมลุกขึ้นเก็บจานไปล้างทั้งหน้าตึงๆ นั่นแหละ อยู่ด้วยกันก็ต้องช่วยกันทำงานบ้านสิ ฉันไม่ยอมทำคนเดียวแน่ส่วนฉันก็รีบเดินหนีคนหน้ายักษ์เข้าห้องนอน พาตัวเองมาอาบน้ำเตรียมตัวจองที่นอนบนเตียงกว้าง ถ่ายงานมาตั้งหลายชั่วโมง ร่างกายคิดถึงเตียงนุ่มๆ มากเลย"ตายแล้ว! ลืมเอาชุดนอนเข้ามาได้ยังไงเนี่ย""ทำไงดีละทีนี้" ฉันยืนลังเลถามตัวเองอยู่ในห้องน้ำนานหลายนาที ก่อนจะตัดสินใจหยิบผ้าขนหนูสีชมพูพันตัวเองเอาไว้ปิดอะไรอะไรที่กลัวว่าเขาจะเห็นให้มิดชิดและเดินออกมาหยิบชุดนอนในตู้เสื้อผ้า ป่านนี้ยังคงอยู่ใ
続きを読む
無料で面白い小説を探して読んでみましょう
GoodNovel アプリで人気小説に無料で!お好きな本をダウンロードして、いつでもどこでも読みましょう!
アプリで無料で本を読む
コードをスキャンしてアプリで読む
DMCA.com Protection Status