Share

อาหารมื้อแรกกับพี่ชาย 1.1

Penulis: sanvittayam
last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-04 12:31:04

อาหารมื้อแรกกับพี่ชาย

ส่วนทางด้านซูเยว่ซิน หลังจากออกมาจากบ้านรองซูแล้ว ก็วิ่งตรงกลับบ้านเพื่อจะบอกเรื่องนี้ให้กับแม่ได้ฟัง แต่พอมาถึงบ้านกลับไม่พบใคร เลยตัดสินใจเดินออกจากบ้านอีกครั้งเพื่อไปหาแม่ ระหว่างทางเธอก็พบกับซือเหนียงแม่ของตัวเอง

“แม่หายไปไหนมา ฉันตามหาตั้งนาน” ซูเยว่ซินถามแม่ด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด

“แกมีอะไรล่ะ ถึงได้ตามหาฉัน” ซือเหนียงถามด้วยสีหน้าที่รู้สึกหงุดหงิด เนื่องจากเพิ่งมีปัญหากับซูเปียวเฉินมา แต่พอเห็นสภาพลูกสาวชัด ๆ ก็ขมวดคิ้วถาม “แล้วทำไมถึงมีสภาพแบบนี้ล่ะ ไปทะเลาะกับใครมาอีกแล้วใช่ไหม”

“ฉันมีสภาพแบบนี้ก็เพราะนังบ้าหวานหว่านน่ะสิแม่ มันเอาไม้ตีฉันจนระบมไปหมดเลย นี่แม่ดูสิ”

พอแม่ถามซูเยว่ซินก็รีบฟ้องทันที อีกทั้งยังยกแขนให้ดูบาดแผลอีกต่างหาก แม้จะไม่เลือดตกยางออก แต่ก็ฟกช้ำมากพอสมควร

“มันเป็นบ้าอะไรขึ้นล่ะ มาถึงได้กล้าตีแก ก่อนหน้านี้มันกลัวแกหัวหดไม่ใช่หรือไง”

ซือเหนียงพอเห็นอาการบวมช้ำของลูกสาวก็ถามด้วยรู้สึกแปลกใจ และเจ็บแค้นทันที นางไม่คิดว่าลูกสาวจะถูกหลานสาวที่เป็นบ้าทำร้ายขนาดนี้

“ก็ใช่น่ะสิแม่ วันนี้ไม่รู้มันเกิดอะไรขึ้น มันถึงได้ถือไม้มาตีฉันอย่างบ้าคลั่ง” ซูเยว่ซินตอบแม่กลับไป โดยเลือกที่จะไม่บอกเรื่องที่เธอไปด่าซูหวานหว่านก่อน

“แล้วแกจะมาบอกฉันทำไม ทำไมไม่จัดการเองล่ะ ตีมันกลับไปเลยสิ ฉันเองก็มีเรื่องที่ต้องคิดเหมือนกัน” ซือเหนียงพูดอย่างไม่ใส่ใจเรื่องที่ลูกสาวมาฟ้อง พูดจบก็รีบเดินกลับบ้าน โดยไม่คิดจะสนใจลูกสาวอีกเลย

เมื่อเห็นแม่ไม่เข้าใจและไม่เข้าข้างเหมือนทุกครั้ง ซูเยว่ซินจึงกระทืบเท้าอย่างไม่พอใจ แต่ก็เดินตามแม่กลับบ้าน

เย็นวันเดียวกัน...

“เห้อ...แม้อยากจะเอาอาหารออกมาทำ แต่เพราะยังหาข้ออ้างเรื่องเนื้อสัตว์ไม่ได้ ดังนั้นเอาผักออกมาทำอาหารก่อนก็แล้วกัน แม้ว่าจะเป็นเพียงอาหารจานผัก แต่รสชาติก็ต้องอร่อยมากเลยล่ะ เพราะเดี๋ยวเอาเครื่องปรุงในมิติออกมาใช้ด้วย  และบ้านมีปลาอยู่ เดี๋ยวลงมือทำปลาตุ๋นซีอิ๊วอีกอย่าง แค่นี้อาหารมื้อเย็นก็เสร็จแล้ว” 

ซูหวานหว่านพูดอยู่คนเดียวอย่างมีความสุข ในตอนที่เอาผักและเครื่องปรุงในมิติออกมา จากนั้นเธอก็ลงมือทำอาหารอย่างตั้งใจ

ไม่นานซูเปียวเฉินก็กลับมาถึงบ้าน จึงได้ไปล้างตัวแล้วรีบออกมา และเมื่อเห็นอาหารที่น้องสาวทำไว้รอ เขาจึงยิ้มให้อย่างอ่อนโยน

“โอ้โห น่ากินทุกอย่างเลย แต่ความจริงหวานหว่านยังป่วยอยู่ ไม่ต้องทำอาหารไว้รอพี่หรอกนะ เดี๋ยวพี่กลับมาถึงจะทำให้น้องกินเอง” ชายหนุ่มพูดชมเชยและบอกอย่างอ่อนโยน

“ไม่ได้ ไม่ได้ พี่ชายทำงานเหนื่อยแล้ว หวานหว่านหายป่วยแล้วและไม่เหนื่อย หวานหว่านทำอาหารให้เอง” เธอรีบโบกมือรัว ๆ และยิ้มให้อย่างไร้เดียงสา

“อย่างนั้นก็ขอบใจนะ หวานหว่าน”  ชายหนุ่มยกมือลูบหัวน้องสาวอย่างเอ็นดูในตอนที่พูดออกมาไป

“ข้าวร้อน ๆ กินข้าว กินข้าว”

หญิงสาวยิ้มกว้างและรีบดึงแขนพี่ชายให้มานั่งกินข้าวด้วยกัน เพราะตอนนี้อาหารกำลังร้อน

“ได้ ๆ วันนี้พี่จะกินให้เกลี้ยงทุกอย่างเลย” ซูเปียวเฉินนั่งลงแล้วบอกกับน้องสาว ก่อนจะคีบอาหารเข้าปากแล้วทำตาโตแล้วพูดขึ้นอีกครั้ง “โอ้โห อร่อยมาก นับวันหวานหว่านของพี่ยิ่งทำอาหารอร่อยขึ้นมาก ๆ พี่มีความสุขมากที่มีหวานหว่านเป็นน้องสาว” 

ซูหวานหว่านได้ยินก็ยิ้มแป้น เธอรู้สึกมีความสุขเหมือนกันที่มีพี่ชายคนนี้ และตั้งใจไว้ว่าอีกไม่นานเธอจะบอกเรื่องมิติกับเขา แต่ก็ต้องหาวิธีบอกก่อน เพราะไม่อย่างนั้นแล้ว เขาจะจับสังเกตได้ว่าเธอไม่ได้บ้า

“อร่อย” หญิงสาวพูดขึ้นเมื่อคีบอาหารเข้าปาก

อาหารมื้อเย็นนี้แม้ไม่มีอะไรมาก และไม่ได้หรูหราเหมือนที่เคยกินเมื่อชาติที่แล้ว แต่ซูหวานหว่านกลับมองว่าอาหารมื้อนี้อร่อยมาก นั่นเพราะเธอได้นั่งกินกับครอบครัวที่เป็นครอบครัวจริง ๆ

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • อย่าคิดว่าหญิงบ้าอย่างฉันร้ายไม่เป็น 70s   บทส่งท้าย เส้นทางใหม่กับคนที่รัก (จบ) 1.2

    เวลาผ่านสามเดือนตอนนี้ซูหวานหว่านแต่งงานเข้าตระกูลหมิงมาได้สามเดือนแล้ว และตอนนี้ซูเปียวเฉินก็มีกิจการของตัวเองแล้ว โดยใช้เส้นสายของน้องเขยอย่างหมิงมู่หยางเพื่อขอใบอนุญาต ส่วนตัวของหญิงสาวก็ได้เข้าไปช่วยสามีดูกิจการและบัญชีของตระกูลหมิง ตอนแรกชายหนุ่มก็ปฏิเสธ เพราะไม่อยากให้ภรรยาเหนื่อยหรือต้องทำงานหนัก เพราะทุกคืนที่เธอและซูเปียวเฉินออกไปแจกจ่ายเสบียงให้คนยากไร้ตามหมู่บ้าน เขาก็มองว่าเธอลำบากมากพอแล้วแต่กลับถูกภรรยารักร้องขออยากจะทำงาน เพราะเธอไม่อยากเป็นคนไร้ประโยชน์และไม่อยากให้คนมองว่าเธอเป็นนกน้อยในกรงทอง พอเธอยกข้ออ้างนี้ขึ้นมา ทำให้เขาไม่ปฏิเสธอีก เพราะไม่อยากให้คนมองภรรยาในทางไม่ดีแต่ทว่าวันนี้หญิงสาวกลับบอกเขาว่าเบื่อที่จะทำงานและอยากจะนอนอย่างเดียว จึงสร้างความแปลกใจให้กับสามีและพี่ชายของเธออย่างมาก“หวานหว่านไปหาหมอหน่อยไหม” ซูเปียวเฉินไม่เคยเห็นน้องสาวเป็นอย่างนี้มาก่อน เลยบอกอย่างเป็นห่วง“นั่นสิ เดี๋ยวพี่พาไปเอง” หมิงมู่หยางพูดอย่างเห็นด้วยกับพี่ภรรยา เพราะเขาก็ไม่เคยเห็นภรรยาเป็นอย่างนี้มาก่อน เลยเป็นห่วงเธอมาก ไม่ต่างจากซูเปียวเฉิน“ฉันแค่อยากนอนและไม่อยากทำอะไรเท่า

  • อย่าคิดว่าหญิงบ้าอย่างฉันร้ายไม่เป็น 70s   บทส่งท้าย เส้นทางใหม่กับคนที่รัก (จบ) 1.1

    บทส่งท้าย เส้นทางใหม่กับคนที่รัก (จบ)หมิงมู่หยางจับมือเจ้าสาวแน่น เขาไม่มีคำพูดใดเอ่ยออกมาเพราะกำลังตื่นเต้นดีใจ เขาทำเพียงตบหลังมือเธอเบา ๆ และกระชับมือให้แน่นกว่าเดิม เพื่อบอกให้เธอรู้ว่าเขาอยู่ตรงนี้และจะอยู่กับเธอตลอดไปซูหวานหว่านเข้าใจสิ่งที่ชายหนุ่มกำลังจะบอก เธอจึงได้เอามืออีกข้างมาวางทับมือของเขาไว้“รีบไปเถอะครับ เดี๋ยวจะเสียฤกษ์ดีเอา” ซูเปียวเฉินพูดขึ้นมาเบา ๆ เขาไม่ได้จะไล่ แต่กลัวขบวนเจ้าบ่าวจะเสียเวลามากกว่าดังนั้นชายหนุ่มจึงจูงมือเจ้าสาวเดินมาที่รถ โดยที่ยังไม่เปิดผ้าปิดหน้าออก เพราะเขาจะเปิดตอนพาเธอส่งเข้าห้องหอแล้วเมื่อขบวนเจ้าบ่าวเคลื่อนตัวออกไป ซูเปียวเฉินและคนบ้านกุลพร้อมกับคนบ้านจาง ก็ได้เดินทางตามไปที่ตระกูลหมิงในฐานะญาติของเจ้าสาว ส่วนแขกในงานที่นี่ ก็ให้คนในหมู่บ้านที่ไว้ใจ ช่วยดูแลต่อ ส่วนชาวบ้านคนไหนจะตามไปที่ตระกูลหมิงด้วย ก็ไม่มีใครห้ามเหมือนกันและเมื่อขบวนเจ้าบ่าวเจ้าสาวมาถึงคฤหาสน์ตระกูลหมิง ทั้งสองก็รีบเข้ามาที่ห้องโถง ที่ตอนนี้ซินแสได้เตรียมทุกอย่างไว้พร้อมแล้ว ภายในนั้นมีผู้เฒ่าหลายคนที่มีความสัมพันธ์อันดีกับหมิงมู่หยาง ได้มาเป็นผู้ใหญ่ให้กับฝ่ายเจ

  • อย่าคิดว่าหญิงบ้าอย่างฉันร้ายไม่เป็น 70s   งานแต่งที่เฝ้ารอ 1.2

    ภายในห้องเจ้าสาวซูหวานหว่านมือเย็นเฉียบประกอบกับสั่นเล็กน้อย เมื่อได้ยินพี่สะใภ้ทั้งสองคนมาบอกว่าขบวนเจ้าบ่าวมาถึงแล้ว“ขบวนเจ้าบ่าวมาอย่างยิ่งใหญ่มาก ของหมั้นไม่มีสิ่งไหนที่ขาดเลยสักอย่างเดียว สิ่งที่พี่สะใจมาก นั่นก็คือคนบ้านใหญ่ซูได้แต่แอบมองตาปริบ ๆ เพราะไม่ได้คำเชิญให้มาร่วมงาน” หยวนฟางภรรยาของจางเทียนเฉิงพูดอย่างตื่นเต้น และเธอรู้สึกสะใจที่คนบ้านใหญ่ได้แต่มองอย่างอิจฉา เมื่อเห็นว่าซูหวานหว่านหายบ้าแล้ว แถมยังได้แต่งงานกับคนที่มีอิทธิพลติดอันดับในเมืองนี้อีก หากบ้านนั้นไม่อิจฉาคงผิดปกติ“นั่นสิ เมื่อครู่นี้ฉันเห็นย่าซูมองตาละห้อยเลยล่ะ สงสัยเสียดายสินสอด นี่ขนาดยังไม่รู้นะว่า นายท่านหมิงมอบทรัพย์สินทุกอย่างที่มีให้กับหวานหว่านทั้งหมด หากพวกนั้นรู้เรื่องนี้ ด้วยคงอกแตกตาย ไม่ต่างจากซูเยว่ซินที่มองเข้ามาอย่างเสียดาย สงสัยคงอยากได้นายท่านหมิงเป็นสามีของตัวเอง” สะใภ้บ้านกุ้ยเองก็พูดมาบ้าง เธอสาแก่ใจไม่ต่างจากสะใภ้บ้านจาง ยิ่งนึกถึงเรื่องในอดีต ก็ยิ่งอยากจะสมน้ำหน้าคนบ้านใหญ่เหลือเกินซูหวานหว่านได้ยินก็ยิ้มเล็กน้อย แล้วพูดออกมาว่า ‘ฉันไม่สนใจหรอกว่าบ้านใหญ่จะมีท่าทีอย่างไร แต่ถ้าเมื

  • อย่าคิดว่าหญิงบ้าอย่างฉันร้ายไม่เป็น 70s   งานแต่งที่เฝ้ารอ 1.1

    งานแต่งที่เฝ้ารอหลังจากวันเปิดโรงทาน นี่ก็ผ่านมาเกือบเดือนแล้ว และวันนี้ก็เป็นวันที่ทุกคนรอคอย นั่นก็คือวันแต่งงานของซูหวานหว่านและหมิงมู่หยางวันนี้ท้องฟ้าโปร่งใส ภายในบ้านรองซูมีแต่เสียงพูดคุยอย่างคึกคักตั้งแต่ยังไม่ทันสว่างดี นั่นก็เพราะมีชาวบ้านหลายคนต่างก็มาช่วยกันจัดงาน และทำอาหารเลี้ยงแขกในบ้านเจ้าสาว เพราะถ้ามีเพียงคนบ้านกุ้ยและบ้านจาง คาดว่าน่าจะไม่ทำไม่ทันเวลา เนื่องจากซูเปียวเฉินแทบจะชวนคนทั้งหมู่บ้าน รวมถึงคนนอกหมู่บ้านที่รู้จัก ให้มากินเลี้ยงและส่งตัวเจ้าสาวด้วยกัน อีกทั้งวันนี้สองพี่น้องบ้านรองซู ยังจะย้ายเข้าไปอยู่ที่คฤหาสน์ตระกูลหมิงด้วยกันบ้านรองซูเวลานี้ตกแต่งด้วยผ้าสีแดงทั่วทั้งบ้าน บางจุดก็มีกระดาษสีแดงติดตามบานประตู หน้าต่าง เสา และคานก็ถูกผูกด้วยผ้าสีแดงตามธรรมเนียมคนบ้านกุ้ยและบ้านจางเริ่มลงมือทำอาหาร ทำให้บรรยากาศตอนนี้อบอวลไปด้วยกลิ่นอาหารและกลิ่นขนม ที่ต้องใช้เลี้ยงแขกภายในงานส่วนเจ้าสาวอย่างซูหวานหว่าน ตอนนี้เธออยู่ในชุดสีแดงเข้มแยกชิ้น เสื้อเชิ้ตแขนยาวติดกระดุมแน่นเข้ากับกระโปรงยาวพลิ้ว เธอนั่งอยู่หน้ากระจกภายในห้อง ผมดำยาวสลวยถูกปล่อยให้สยายลงตามแผ่นห

  • อย่าคิดว่าหญิงบ้าอย่างฉันร้ายไม่เป็น 70s   ยินดียกให้ทุกอย่าง 1.2

    “ได้ครับ นายหญิง” หมิงมู่หยางก็แกล้งตอบรับด้วยท่าทางจริงจัง และเรียกหญิงสาวอย่างให้เกียรติ ใบหน้าของเขาประดับด้วยรอบยิ้มที่ยากจะมีคนเคยเห็นนี่จึงทำให้บรรยากาศภายในห้องเต็มไปด้วยความอบอุ่น และเสียงหัวเราะไม่ขาดสาย หลังจากที่เจอเรื่องร้าย ๆ กันมาหนัก พอสมควรข่าวเรื่องที่นายท่านหมิงจะแต่งงานดังไปเร็วยิ่งกว่าไฟลามทุ่งเสียอีก มีทั้งคนที่แสดงความดีใจ และมีทั้งคนอยากจะรู้ว่าใครกันคือเจ้าสาวของนายท่านคนนี้วันนี้หมิงมู่หยางและสองพี่น้องบ้านรองซู ตัดสินใจเปิดโรงทานเลี้ยงอาหารและแจกจ่ายเสื้อผ้า รวมถึงผ้าห่มและเสื้อกันหนาวให้กับคนยากไร้ เพราะอีกไม่นานก็จะเข้าหน้าหนาวแล้ว โดยหมิงมู่หยางพาว่าที่เจ้าสาวอย่างซูหวานหว่าน มายืนคู่กันเพื่อแจกของด้วยกันอย่างเปิดเผย“นั่นใช่คนรักของนายท่านหมิงหรือเปล่า เธอดูสวยน่ารักไม่น้อยเลยนะ แต่ยืนเทียบกันแล้วดูจะยังอายุน้อยอยู่”“นั่นสิ ฉันคิดว่าทั้งสองน่าจะอายุห่างกันพอสมควร แบบนี้นายท่านหมิงก็โชคดี ที่ได้แต่งงานกับหญิงสาวที่อ่อนเยาว์กว่าหลายปี”เสียงซุบซิบและพูดคุยของชาวบ้านที่มาต่อแถวเพื่อรับอาหาร และข้าวของที่นำมาแจกจ่ายให้กับทุกคน ดังขึ้นมา และเสียงเหล่านี้ก็

  • อย่าคิดว่าหญิงบ้าอย่างฉันร้ายไม่เป็น 70s   ยินดียกให้ทุกอย่าง 1.1

    ยินดียกให้ทุกอย่างหลังจากนั้นไม่กี่วัน หมิงมู่หยางสืบได้ว่าที่เถ้าแก่ฉีมาสนใจเรื่องของสองพี่น้องเพราะได้รับคำสั่งมา แต่อีกฝ่ายยังไม่ได้ลงมือทำอะไร ชายหนุ่มก็ส่งคนเล่นงานเสียก่อน นั่นคือการแจ้งเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการยักยอกเสบียงของรัฐ และส่งหลักฐานให้รู้ว่าโรงสีข้าวของเถ้าแก่ฉีมีความผิดปกติและเพียงไม่กี่วันต่อมา โรงสีข้าวของตระกูลฉีก็ถูกตรวจสอบและสั่งปิด แล้วยังมีคนเห็นด้วยว่ามีเจ้าหน้าที่กลุ่มหนึ่ง มุ่งตรงไปที่คฤหาสน์ตระกูลไป๋และตระกูลเจียง ชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ต่างก็คิดในใจว่าเรื่องวุ่นวายพวกนี้คงจบสักทีส่วนซูหวานหว่านเองไม่ได้สนใจเรื่องนี้มากนัก เธอขอแค่จัดการคนพวกนั้นได้ก็พอแล้ว“หวานหว่าน คนพวกนั้นถูกจับไปหมดแล้วนะ ต่อไปนี้เมืองของเราคงสงบและเจริญขึ้นเสียที” หมิงมู่หยางเมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ก็เดินทางมาหาคนรักและพูดเรื่องนี้ขึ้นมา แต่เขาก็เชื่อว่าเธอน่าจะรู้แล้วเหมือนกัน“ฉันพอจะได้ข่าวแล้วเหมือนกันค่ะ เพราะชาวบ้านพูดถึงเรื่องนี้กันพอสมควร เมื่อก่อนอาจจะวุ่นวายมากไปหน่อย แต่ถึงอย่างไรเรื่องราวก็จบลงแล้ว นี่คงเป็นบทเรียนให้กับคนมีอิทธิพลที่คิดจะยั

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status