Share

เข้าเมืองด้วยกัน 1.1

Author: sanvittayam
last update Last Updated: 2026-01-06 14:01:16

เข้าเมืองด้วยกัน

ซูหวานหว่านนอนพักในห้องจนถึงเย็น เมื่อคิดว่าพี่ชายใกล้จะกลับมาแล้ว เธอเลยตั้งใจจะออกมาทำอาหาร แต่ทว่าพอออกมาแล้วก็นึกได้ว่าอาหารมื้อเที่ยงยังมีเหลืออยู่

อีกอย่าง เธอเองก็ไม่สะดวกที่จะเอาวัตถุดิบทำอาหารในมิติออกมาในตอนนี้ เนื่องจากมีลูกสะใภ้และหลานจากบ้านจางนั่งอยู่หน้าบ้าน จึงได้ตัดสินใจเดินออกมาหาทั้งสองคน

“ตื่นแล้วเหรอหวานหว่าน” หยวนฟางพอเห็นว่ามีใครในบ้านเดินออกมา จึงได้เอ่ยทักทายด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม 

“ตื่นแล้วค่ะ นี่ก็เย็นมาแล้ว ฉันว่าพี่หยวนฟางกับอาเจี้ยนกลับก่อนก็ได้ เดี๋ยวพี่ชายของหวานหว่านก็มาแล้ว” เธอยังคงพูดและยิ้มกลับไปให้อย่างไร้เดียงสา และรู้สึกเห็นใจทั้งสองคนไม่น้อยที่มานั่งเฝ้าเธอครึ่งค่อนวันแบบนี้

“อืม ก็ดีนะ นี่ก็ใกล้จะเลิกงานกันแล้ว อย่างนั้นฉันกลับไปทำอาหารให้ทุกคนก่อนนะ” หยวนฟางเมื่อเห็นว่าควรแก่เวลาที่เธอต้องไปทำอาหารให้ครอบครัวแล้วเหมือนกันจึงพยักหน้ารับ แต่ก็ไม่ลืมหันมาสั่งจางเจี้ยนเพื่อให้อยู่กับซูหวานหว่าน

“ส่วนอาเจี้ยนยังไม่ต้องกลับไปหรอก เธออยู่เป็นเพื่อนหวานหว่านที่นี่ก่อนนะ รอเปียวเฉินกลับมาก่อนแล้วเธอค่อยกลับบ้าน”

“ครับ อาสะใภ้ ผมจะอยู่เป็นเพื่อนพี่สาวหวานหว่านเอง”

จางเจี้ยนก็พยักหน้ารับอย่างแข็งขัน เขาเองก็กลัวว่าหากกลับบ้านไปก่อนที่พี่ชายซูจะกลับมา จะเป็นการเปิดทางให้คนอื่นมารังแกพี่สาวหวานหว่านเอาได้

เมื่อฝากฝังซูหวานหว่านแล้วไว้กับหลานชายแล้ว หยวนฟางจึงได้เก็บของกลับบ้านเพื่อไปทำอาหาร

ซูหวานหว่านได้แต่อมยิ้มอย่างยินดี พร้อมกับคิดในใจว่า ‘ไม่คิดว่าคนจากบ้านจางจะเป็นห่วงฉันมากอย่างนี้ ซึ่งต่างจากบ้านใหญ่ซูเสียเหลือเกิน ปากบอกว่าเป็นญาติกัน แต่การกระทำยิ่งกว่าศัตรูเสียอีก’

ซูหวานหว่านเมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรแล้ว เธอจึงได้หมุนตัวกลับเข้าบ้าน แล้วเข้าไปเอาขนมและลูกอมออกมาจากมิติ จากนั้นจึงออกมาที่หน้าบ้านอีกครั้ง โดยเธอมานั่งข้าง ๆ กับจางเจี้ยนและยื่นของในมือไปให้พร้อมกับยิ้มอย่างสดใส “กินสิ”

“โอ้โห มีแต่ของดี ๆ ทั้งนั้นเลย พี่สาวหวานหว่านเอามาจากไหน” เด็กชายเมื่อเห็นขนมและลูกอมดวงตาก็เปล่งประกายลุกวาว ในใจนั้นอยากจะกินแต่ก็ไม่กล้า เพราะรู้ดีว่าของพวกนี้ราคานั้นแพงพอสมควร

“อย่าพูดมาก กิน กินไป พี่ชายซื้อมาฝากนานแล้ว” หญิงสาวรู้ดีว่าจางเจี้ยนนั้นมีความเกรงใจ จึงได้ยัดขนมใส่มือไปให้จำนวนหนึ่ง ก่อนจะอ้างว่าพี่ชายเป็นคนซื้อมาให้และทำหน้าขึงขังใส่ หากเด็กชายไม่รับไปจะต้องมีปัญหาแน่

พอได้ยินและเห็นท่าทางอย่างนั้น จางเจี้ยนจึงได้กล้าแกะขนมเข้าปาก เมื่อได้กินแล้วสีหน้าก็บ่งบอกได้ทันทีว่าขนมนี้อร่อยมาก

“อร่อยมากครับ แต่ผมกินเล็กน้อยก็พอแล้ว ที่เหลือพี่สาวหวานหว่านเก็บไว้กินเถอะ” จางเจี้ยนพูดด้วยรอยยิ้มและยัดขนมที่เหลือคืนใส่มือของหญิงสาว

“ไม่เป็นไร แบ่งกันไปกิน” หญิงสาวก็ยัดใส่มือกลับมา

“อย่างนั้นก็ขอบคุณครับ งั้นเรามากินขนมด้วยกันนะครับ” จางเจี้ยนตอบขอบคุณและชวนกินขนม

ทั้งสองคนยิ้มให้กันอย่างอบอุ่นและอ่อนโยน อีกทั้งยังนั่งกินขนมด้วยความอร่อย พักใหญ่ซูเปียวเฉินก็กลับมาถึงบ้าน นี่จึงทำให้จางเจี้ยนได้โอกาสขอตัวกลับ เพราะเขาเองก็มีงานที่ต้องกลับไปทำที่บ้านจางเหมือนกัน

   “ขอบใจนะอาเจี้ยน” ซูเปียวเฉินพูดขอบใจเด็กชายจากบ้านจาง และมองเขาจนลับตา ก่อนจะหันไปพูดกับน้องสาวว่า

“หวานหว่านรอพี่ชายก่อนนะ พี่ขอไปล้างตัวก่อนและจะไปทำอาหารเย็นให้กิน”

จากนั้นเขาก็รีบไปล้างเนื้อล้างตัว เนื่องจากตัวเขามีฝุ่นเกาะพอสมควร ก่อนจะรีบเดินไปที่ครัวเพื่อดูว่า จะต้องทำอะไรเพิ่มหรือเปล่า แต่พอเห็นว่ายังมีอาหารจากมื้อกลางวันเหลืออยู่เยอะพอสมควร แถมยังเหมือนเพิ่งถูกอุ่นไว้แล้ว จึงได้ยิ้มออกมา

จากนั้นเขาก็ตักกับข้าวใส่ถ้วยและถือเดินมาที่โต๊ะกินข้าว เมื่อมาถึงก็เห็นน้องสาวนั่งรออยู่แล้ว จึงพูดกับเธออย่างอ่อนโยน

“พี่ลืมบอกหวานหว่านว่าเย็นนี้ไม่ต้องทำอาหาร เพราะกับข้าวมื้อเที่ยงเหลือเยอะพอสมควร มื้อเย็นไม่ต้องทำอะไรเพิ่ม ดีนะที่น้องยังไม่ได้ทำอาหารเพิ่ม”

“หวานหว่านรู้ หวานหว่านเก่ง เห็นกับข้าวเยอะแล้วเลยไม่ทำ เดี๋ยวกินไม่หมดเนอะ” หญิงสาวพูดอย่างสดใสพร้อมกับปรบมือเล็กน้อยและยิ้มอย่างชอบใจ

คนเป็นพี่ชายได้แต่ยิ้มอย่างเอ็นดูกับความสดใสไร้เดียงสาของน้องสาว ในใจก็วาดฝันว่า ‘วันหนึ่งหากหวานหว่านกลับมาเป็นปกติ นับว่านั่นเป็นความฝันอันสูงสุดในชีวิตของฉันแล้วก็ว่าได้’ แต่สิ่งที่พูดออกมานั้นก็มีแต่ความชื่นชมน้องสาวและชวนเธอกินข้าว

“น้องสาวพี่เก่งมากอยู่แล้ว แต่ตอนนี้เรากินข้าวกันเถอะ พี่หิวแล้ว” ชายหนุ่มรีบบอกเพราะอยากให้น้องสาวกินอาหารที่ยังร้อน แต่พอนึกบางอย่างขึ้นมาได้ เขาก็รีบพูดอีกครั้งว่า

“จริงสิหวานหว่าน พี่ส่งเรื่องลางานพรุ่งนี้ไปแล้วนะ เดี๋ยวพรุ่งนี้พี่จะพาน้องไปในเมือง ดีใจไหม”

“เย้ ๆ ดีใจ ๆ” ซูหวานหว่านได้ยินแบบนั้นก็ส่งเสียงร้อง และกระโดดโลดเต้นไปมาอย่างดีใจ

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • อย่าคิดว่าหญิงบ้าอย่างฉันร้ายไม่เป็น 70s   บทส่งท้าย เส้นทางใหม่กับคนที่รัก (จบ) 1.2

    เวลาผ่านสามเดือนตอนนี้ซูหวานหว่านแต่งงานเข้าตระกูลหมิงมาได้สามเดือนแล้ว และตอนนี้ซูเปียวเฉินก็มีกิจการของตัวเองแล้ว โดยใช้เส้นสายของน้องเขยอย่างหมิงมู่หยางเพื่อขอใบอนุญาต ส่วนตัวของหญิงสาวก็ได้เข้าไปช่วยสามีดูกิจการและบัญชีของตระกูลหมิง ตอนแรกชายหนุ่มก็ปฏิเสธ เพราะไม่อยากให้ภรรยาเหนื่อยหรือต้องทำงานหนัก เพราะทุกคืนที่เธอและซูเปียวเฉินออกไปแจกจ่ายเสบียงให้คนยากไร้ตามหมู่บ้าน เขาก็มองว่าเธอลำบากมากพอแล้วแต่กลับถูกภรรยารักร้องขออยากจะทำงาน เพราะเธอไม่อยากเป็นคนไร้ประโยชน์และไม่อยากให้คนมองว่าเธอเป็นนกน้อยในกรงทอง พอเธอยกข้ออ้างนี้ขึ้นมา ทำให้เขาไม่ปฏิเสธอีก เพราะไม่อยากให้คนมองภรรยาในทางไม่ดีแต่ทว่าวันนี้หญิงสาวกลับบอกเขาว่าเบื่อที่จะทำงานและอยากจะนอนอย่างเดียว จึงสร้างความแปลกใจให้กับสามีและพี่ชายของเธออย่างมาก“หวานหว่านไปหาหมอหน่อยไหม” ซูเปียวเฉินไม่เคยเห็นน้องสาวเป็นอย่างนี้มาก่อน เลยบอกอย่างเป็นห่วง“นั่นสิ เดี๋ยวพี่พาไปเอง” หมิงมู่หยางพูดอย่างเห็นด้วยกับพี่ภรรยา เพราะเขาก็ไม่เคยเห็นภรรยาเป็นอย่างนี้มาก่อน เลยเป็นห่วงเธอมาก ไม่ต่างจากซูเปียวเฉิน“ฉันแค่อยากนอนและไม่อยากทำอะไรเท่า

  • อย่าคิดว่าหญิงบ้าอย่างฉันร้ายไม่เป็น 70s   บทส่งท้าย เส้นทางใหม่กับคนที่รัก (จบ) 1.1

    บทส่งท้าย เส้นทางใหม่กับคนที่รัก (จบ)หมิงมู่หยางจับมือเจ้าสาวแน่น เขาไม่มีคำพูดใดเอ่ยออกมาเพราะกำลังตื่นเต้นดีใจ เขาทำเพียงตบหลังมือเธอเบา ๆ และกระชับมือให้แน่นกว่าเดิม เพื่อบอกให้เธอรู้ว่าเขาอยู่ตรงนี้และจะอยู่กับเธอตลอดไปซูหวานหว่านเข้าใจสิ่งที่ชายหนุ่มกำลังจะบอก เธอจึงได้เอามืออีกข้างมาวางทับมือของเขาไว้“รีบไปเถอะครับ เดี๋ยวจะเสียฤกษ์ดีเอา” ซูเปียวเฉินพูดขึ้นมาเบา ๆ เขาไม่ได้จะไล่ แต่กลัวขบวนเจ้าบ่าวจะเสียเวลามากกว่าดังนั้นชายหนุ่มจึงจูงมือเจ้าสาวเดินมาที่รถ โดยที่ยังไม่เปิดผ้าปิดหน้าออก เพราะเขาจะเปิดตอนพาเธอส่งเข้าห้องหอแล้วเมื่อขบวนเจ้าบ่าวเคลื่อนตัวออกไป ซูเปียวเฉินและคนบ้านกุลพร้อมกับคนบ้านจาง ก็ได้เดินทางตามไปที่ตระกูลหมิงในฐานะญาติของเจ้าสาว ส่วนแขกในงานที่นี่ ก็ให้คนในหมู่บ้านที่ไว้ใจ ช่วยดูแลต่อ ส่วนชาวบ้านคนไหนจะตามไปที่ตระกูลหมิงด้วย ก็ไม่มีใครห้ามเหมือนกันและเมื่อขบวนเจ้าบ่าวเจ้าสาวมาถึงคฤหาสน์ตระกูลหมิง ทั้งสองก็รีบเข้ามาที่ห้องโถง ที่ตอนนี้ซินแสได้เตรียมทุกอย่างไว้พร้อมแล้ว ภายในนั้นมีผู้เฒ่าหลายคนที่มีความสัมพันธ์อันดีกับหมิงมู่หยาง ได้มาเป็นผู้ใหญ่ให้กับฝ่ายเจ

  • อย่าคิดว่าหญิงบ้าอย่างฉันร้ายไม่เป็น 70s   งานแต่งที่เฝ้ารอ 1.2

    ภายในห้องเจ้าสาวซูหวานหว่านมือเย็นเฉียบประกอบกับสั่นเล็กน้อย เมื่อได้ยินพี่สะใภ้ทั้งสองคนมาบอกว่าขบวนเจ้าบ่าวมาถึงแล้ว“ขบวนเจ้าบ่าวมาอย่างยิ่งใหญ่มาก ของหมั้นไม่มีสิ่งไหนที่ขาดเลยสักอย่างเดียว สิ่งที่พี่สะใจมาก นั่นก็คือคนบ้านใหญ่ซูได้แต่แอบมองตาปริบ ๆ เพราะไม่ได้คำเชิญให้มาร่วมงาน” หยวนฟางภรรยาของจางเทียนเฉิงพูดอย่างตื่นเต้น และเธอรู้สึกสะใจที่คนบ้านใหญ่ได้แต่มองอย่างอิจฉา เมื่อเห็นว่าซูหวานหว่านหายบ้าแล้ว แถมยังได้แต่งงานกับคนที่มีอิทธิพลติดอันดับในเมืองนี้อีก หากบ้านนั้นไม่อิจฉาคงผิดปกติ“นั่นสิ เมื่อครู่นี้ฉันเห็นย่าซูมองตาละห้อยเลยล่ะ สงสัยเสียดายสินสอด นี่ขนาดยังไม่รู้นะว่า นายท่านหมิงมอบทรัพย์สินทุกอย่างที่มีให้กับหวานหว่านทั้งหมด หากพวกนั้นรู้เรื่องนี้ ด้วยคงอกแตกตาย ไม่ต่างจากซูเยว่ซินที่มองเข้ามาอย่างเสียดาย สงสัยคงอยากได้นายท่านหมิงเป็นสามีของตัวเอง” สะใภ้บ้านกุ้ยเองก็พูดมาบ้าง เธอสาแก่ใจไม่ต่างจากสะใภ้บ้านจาง ยิ่งนึกถึงเรื่องในอดีต ก็ยิ่งอยากจะสมน้ำหน้าคนบ้านใหญ่เหลือเกินซูหวานหว่านได้ยินก็ยิ้มเล็กน้อย แล้วพูดออกมาว่า ‘ฉันไม่สนใจหรอกว่าบ้านใหญ่จะมีท่าทีอย่างไร แต่ถ้าเมื

  • อย่าคิดว่าหญิงบ้าอย่างฉันร้ายไม่เป็น 70s   งานแต่งที่เฝ้ารอ 1.1

    งานแต่งที่เฝ้ารอหลังจากวันเปิดโรงทาน นี่ก็ผ่านมาเกือบเดือนแล้ว และวันนี้ก็เป็นวันที่ทุกคนรอคอย นั่นก็คือวันแต่งงานของซูหวานหว่านและหมิงมู่หยางวันนี้ท้องฟ้าโปร่งใส ภายในบ้านรองซูมีแต่เสียงพูดคุยอย่างคึกคักตั้งแต่ยังไม่ทันสว่างดี นั่นก็เพราะมีชาวบ้านหลายคนต่างก็มาช่วยกันจัดงาน และทำอาหารเลี้ยงแขกในบ้านเจ้าสาว เพราะถ้ามีเพียงคนบ้านกุ้ยและบ้านจาง คาดว่าน่าจะไม่ทำไม่ทันเวลา เนื่องจากซูเปียวเฉินแทบจะชวนคนทั้งหมู่บ้าน รวมถึงคนนอกหมู่บ้านที่รู้จัก ให้มากินเลี้ยงและส่งตัวเจ้าสาวด้วยกัน อีกทั้งวันนี้สองพี่น้องบ้านรองซู ยังจะย้ายเข้าไปอยู่ที่คฤหาสน์ตระกูลหมิงด้วยกันบ้านรองซูเวลานี้ตกแต่งด้วยผ้าสีแดงทั่วทั้งบ้าน บางจุดก็มีกระดาษสีแดงติดตามบานประตู หน้าต่าง เสา และคานก็ถูกผูกด้วยผ้าสีแดงตามธรรมเนียมคนบ้านกุ้ยและบ้านจางเริ่มลงมือทำอาหาร ทำให้บรรยากาศตอนนี้อบอวลไปด้วยกลิ่นอาหารและกลิ่นขนม ที่ต้องใช้เลี้ยงแขกภายในงานส่วนเจ้าสาวอย่างซูหวานหว่าน ตอนนี้เธออยู่ในชุดสีแดงเข้มแยกชิ้น เสื้อเชิ้ตแขนยาวติดกระดุมแน่นเข้ากับกระโปรงยาวพลิ้ว เธอนั่งอยู่หน้ากระจกภายในห้อง ผมดำยาวสลวยถูกปล่อยให้สยายลงตามแผ่นห

  • อย่าคิดว่าหญิงบ้าอย่างฉันร้ายไม่เป็น 70s   ยินดียกให้ทุกอย่าง 1.2

    “ได้ครับ นายหญิง” หมิงมู่หยางก็แกล้งตอบรับด้วยท่าทางจริงจัง และเรียกหญิงสาวอย่างให้เกียรติ ใบหน้าของเขาประดับด้วยรอบยิ้มที่ยากจะมีคนเคยเห็นนี่จึงทำให้บรรยากาศภายในห้องเต็มไปด้วยความอบอุ่น และเสียงหัวเราะไม่ขาดสาย หลังจากที่เจอเรื่องร้าย ๆ กันมาหนัก พอสมควรข่าวเรื่องที่นายท่านหมิงจะแต่งงานดังไปเร็วยิ่งกว่าไฟลามทุ่งเสียอีก มีทั้งคนที่แสดงความดีใจ และมีทั้งคนอยากจะรู้ว่าใครกันคือเจ้าสาวของนายท่านคนนี้วันนี้หมิงมู่หยางและสองพี่น้องบ้านรองซู ตัดสินใจเปิดโรงทานเลี้ยงอาหารและแจกจ่ายเสื้อผ้า รวมถึงผ้าห่มและเสื้อกันหนาวให้กับคนยากไร้ เพราะอีกไม่นานก็จะเข้าหน้าหนาวแล้ว โดยหมิงมู่หยางพาว่าที่เจ้าสาวอย่างซูหวานหว่าน มายืนคู่กันเพื่อแจกของด้วยกันอย่างเปิดเผย“นั่นใช่คนรักของนายท่านหมิงหรือเปล่า เธอดูสวยน่ารักไม่น้อยเลยนะ แต่ยืนเทียบกันแล้วดูจะยังอายุน้อยอยู่”“นั่นสิ ฉันคิดว่าทั้งสองน่าจะอายุห่างกันพอสมควร แบบนี้นายท่านหมิงก็โชคดี ที่ได้แต่งงานกับหญิงสาวที่อ่อนเยาว์กว่าหลายปี”เสียงซุบซิบและพูดคุยของชาวบ้านที่มาต่อแถวเพื่อรับอาหาร และข้าวของที่นำมาแจกจ่ายให้กับทุกคน ดังขึ้นมา และเสียงเหล่านี้ก็

  • อย่าคิดว่าหญิงบ้าอย่างฉันร้ายไม่เป็น 70s   ยินดียกให้ทุกอย่าง 1.1

    ยินดียกให้ทุกอย่างหลังจากนั้นไม่กี่วัน หมิงมู่หยางสืบได้ว่าที่เถ้าแก่ฉีมาสนใจเรื่องของสองพี่น้องเพราะได้รับคำสั่งมา แต่อีกฝ่ายยังไม่ได้ลงมือทำอะไร ชายหนุ่มก็ส่งคนเล่นงานเสียก่อน นั่นคือการแจ้งเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการยักยอกเสบียงของรัฐ และส่งหลักฐานให้รู้ว่าโรงสีข้าวของเถ้าแก่ฉีมีความผิดปกติและเพียงไม่กี่วันต่อมา โรงสีข้าวของตระกูลฉีก็ถูกตรวจสอบและสั่งปิด แล้วยังมีคนเห็นด้วยว่ามีเจ้าหน้าที่กลุ่มหนึ่ง มุ่งตรงไปที่คฤหาสน์ตระกูลไป๋และตระกูลเจียง ชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ต่างก็คิดในใจว่าเรื่องวุ่นวายพวกนี้คงจบสักทีส่วนซูหวานหว่านเองไม่ได้สนใจเรื่องนี้มากนัก เธอขอแค่จัดการคนพวกนั้นได้ก็พอแล้ว“หวานหว่าน คนพวกนั้นถูกจับไปหมดแล้วนะ ต่อไปนี้เมืองของเราคงสงบและเจริญขึ้นเสียที” หมิงมู่หยางเมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ก็เดินทางมาหาคนรักและพูดเรื่องนี้ขึ้นมา แต่เขาก็เชื่อว่าเธอน่าจะรู้แล้วเหมือนกัน“ฉันพอจะได้ข่าวแล้วเหมือนกันค่ะ เพราะชาวบ้านพูดถึงเรื่องนี้กันพอสมควร เมื่อก่อนอาจจะวุ่นวายมากไปหน่อย แต่ถึงอย่างไรเรื่องราวก็จบลงแล้ว นี่คงเป็นบทเรียนให้กับคนมีอิทธิพลที่คิดจะยั

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status