Partager

อย่าแตะต้องยัยเฉิ่มของผม
อย่าแตะต้องยัยเฉิ่มของผม
Auteur: คิมฮานึล

บ่นยังกะเป็นแม่

last update Date de publication: 2025-10-19 18:22:54

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

“เข้ามา”ฉันยืนทำใจอยู่สักพักมองประตูไม้สีครีมอย่างไม่สบอารมณ์แต่ถึงจะไม่อยากเข้าไปยังไงสุดท้ายก็ต้องเข้าไปอยู่ดี

แกร้ก

“อ๊ะ!”ฉันสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อเปิดประตูเข้าไปแล้วก็เจอกับร่างสูงที่อยู่ในสภาพเกือบเปลือย

ใช่ค่ะเกือบเปลือย! เพราะร่างกายของเขามีเพียงผ้าขนหนูสีขาวผืนเล็กคาดเอวเอาไว้เท่านั้น

“เสียสายตาชะมัด-.-”ฉันพูดขึ้นก่อนจะเบนสายตาไปทางอื่นทำเป็นไม่สนใจเดินไปยังที่นั่งประจำของตัวเองพร้อมกับวางเอกสารที่ถือมาวางลงบนโต๊ะ

เมื่อไหร่นะเมื่อไหร่ เมื่อไหร่ฉันจะได้หลุดพ้นจากไอบ้านี่สักที!

“เหอะ..รู้ว่าชอบไม่ต้องเก็บอาการไว้หรอกยัยข้าวบูด”ฉันมองค้อนอีกฝ่ายทันทีทั้งๆที่ฉันชื่อข้าวเจ้าเป็นชื่อที่แสนจะน่ารักน่าเอ็นดูแต่ไอหมอนี่มักจะเรียกฉันข้าวบูดบ้างล่ะข้าวเน่าบ้างล่ะ

ถ้าไม่ติดว่าเป็นลูกชายเจ้าของบ้านนะฉันเสยคางไปแล้วแน่ๆ

“เลิกลีลาแล้วรีบมาเรียนได้แล้วฉันมีการบ้านจะต้องกลับไปทำ”ฉันพูดด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์โตจนหมาเลียตูดไม่ถึงแล้วแท้ๆยังให้ฉันที่เด็กกว่าเขาตั้ง3ปีมาสอนงานของพ่อแม่ตัวเองอีก

น่าอนาถใจแทนพ่อแม่เขาชะจริง

“บ่นยังกะเป็นแม่”เจ้าตัวพูดออกมาเบาๆแต่เพราะห้องมันก็ไม่ได้กว้างมากแน่นอนว่าฉันได้ยินชัดแจ๋วแต่ก็ไม่อยากต่อปากต่อคำต่อเลยไม่ได้พูดอะไรกลับไป

“วันนี้ให้ทำไร”คำพูดห้วนๆน้ำเสียทุ้มต่ำเอ่ยถามพร้อมกับร่างสูงที่เข้ามานั่งข้างๆฉันกลิ่นแชมพูอ่อนๆโชยเข้าจมูกมันไม่ได้เป็นกลิ่นที่หอมหวานแต่เป็นกลิ่นของความสดชื่นเหมาะกับวัยของเจ้าตัว

“นี่ยัยข้าวบูดฉันถามเธออยู่นะเหม่ออะไร?”ฉันเบิกตากว้างเล็กน้อยเมื่อมือหนาของอีกฝ่ายเขกเข้าที่หัวของฉันเบาๆฉันขมวดคิ้วมองใบหน้าที่เรียกได้ว่าโคตรจะหล่อของอีกฝ่ายก่อนจะหันกลับมาโฟกัสที่กองงานที่วางอยู่

“อืมวันนี้มีให้ตรวจสอบรายรับรายจ่ายกับคุณท่านให้ใบมาลองประเมินราคางาน”ฉันเข้าเรื่องงานที่ฉันได้รับมอบหมายมาอีกทีในทุกๆวันพุธและศุกร์ฉันจะต้องขึ้นมาสอนงานผู้สืบทอด

งงล่ะสิว่าทำไมต้องมาสอนก็เพราะว่าไอตานี่วันๆมันไม่ทำอะไรเลยไงนอกจากเที่ยวเล่นกินเหล้าคั่วหญิงไปวันๆทั้งๆที่พ่อกับแม่ทำงานทุกวี่ทุกวันหาเงินมาเลี้ยงเจ้าตัวแต่ดูสิ่งที่เจ้าตัวตอบแทนให้สิไม่ให้ไปประกันตัวที่โรงพักข้อหาทะเลาะวิวาทก็ไปให้ไปรับที่โรงพยาบาลเพราะทะเลาะวิวาทอีกตามเคย

ส่วนฉันฉันช่วยงานคุณท่านและคุณหญิงของบ้านมาตั้งแต่อายุ16ปีจนตอนนี้ฉันอายุ20ปีแล้ว4ปีที่ได้ทำงานมาก็สนุกดีนะเพราะฉันชอบเกี่ยวกับตัวเลขหรือการคำนวณบลาๆอยู่แล้วแม้ในตอนแรกอาจจะมีทำผิดพลาดบ้างแต่ท่านทั้งสองก็ยังให้โอกาสฉันอยู่เสมอ

จนกระทั่งได้รับหน้าที่ให้มาสอนงานไอตาบื้อนี่แหละเพราะเขาใกล้จะเรียนจบแล้วแต่ในหัวสมองกลับไม่มีอะไรเลยสักอย่างแถมยังเรียนไม่ตรงสายไปเรียนคณะวิศวะเพราะชอบที่จะใส่เสื้อไม่เหมือนเพื่อนและมันก็เท่ห์ดีเท่านั้น

ฉันนี่ยอมใจความคิดประหลาดๆของเขาจริงๆ

“แบบนี้ถูกไหม”มือหนาเลื่อนกระดาษมาให้ฉันตรวจสอบฉันได้รับหน้าที่นี้มาหลายเดือนแล้วแต่เจ้าตัวมักจะหาข้ออ้างในการโดดเรียนอยู่เสมอจนไม่กี่วันก่อนโดนคุณท่านเอาจริงบอกว่าถ้าไม่มาเรียนกับฉันให้ครบทุกครั้งก็จะยึดบัตรเครดิตและไงคะเจ้าตัวก็เลยทำตัวดีมาเรียนกับฉันสม่ำเสมอจนตอนนี้ก็เข้าสู่เดือนที่สองแล้วที่ได้สอนงานเขาอย่างจริงๆจังๆ

“อืม..ตรงนี้ยังผิดอยู่นะ”ฉันหยิบดินสอมาวงในส่วนที่ผิดไหล่ของเราสองคนชนกันแต่ฉันก็ค่อนข้างชินกับการอยู่ใกล้เขาแล้วแม้ว่าแรกๆจะแอบเกร็งก็ตาม

ก็นะฉันมันเป็นผู้หญิงที่โลกส่วนตัวสูงมากที่มหาลัยก็ไม่ค่อยมีเพื่อนทั้งๆที่พึ่งขึ้นปี1ควรจะมีเพื่อนเยอะแท้ๆกิจกรรมฉันก็ไม่ค่อยเข้าร่วมเพราะไม่ชอบที่ต้องกลับบ้านช้าหรือทำตามคำสั่งประหลาดๆของรุ่นพี่ยิ่งกิจกรรมรับน้องนี่ฉันขอบายเลยเพราะมันไร้สาระสุดๆ

แกร้ก

“โอ้วเจ้าลูกชายกำลังตั้งใจเรียนอยู่นี่เอง^^”เราสองคนต่างหันไปหาผู้มาใหม่ซึ่งเป็นแม่ของเขานั่นเอง

“ฉันบอกว่าให้ล็อคประตูทุกครั้งไงยัยข้าวเน่า”ใบหน้าหล่อหันมาพูดกับฉันอย่างไม่สบอารมณ์ให้ตายสิชายหญิงอยู่ด้วยกันสองต่อสองแล้วล็อคประตูเนี่ยนะคิดอะไรอยู่ไม่ทราบ!

“ตาเซฟก็..ทำไมชอบไปว่าหนูข้าวเจ้าอยู่เรื่อยเลย”คุณหญิงเดินมาหาพวกเราอย่างอารมณ์ดีและใช่ค่ะไอตาบื้อนี่ชื่อเซฟเรียนวิศวะปี4ใกล้จะจบแล้วแหละส่วนเกรดน่ะเหรอเห็นว่ารอดFมาอย่างหวุดหวิดทุกเทอมเลย

ฉันยิ้มแห้งส่งให้คุณหญิงก่อนจะขอตัวลงไปเตรียมน้ำเตรียมขนมด้านล่างปล่อยให้แม่ลูกเขาได้คุยกัน

“อ่าวสอนเสร็จแล้วรึข้าว?”

“ยังจ่ะป้าพอดีข้าวลงมาเอาน้ำกับขนม”ฉันเอ่ยบอกกับป้าที่เป็นหัวหน้าแม่บ้านอยู่บ้านหลังนี้หลังจากที่พ่อกับแม่ของฉันประสบอุบัติเหตุเมื่อหลายสิบปีก่อนฉันก็ไม่เหลือใครป้าเลยพาฉันมาอยู่บ้านหลังนี้ด้วยและโชคดีที่เจ้านายของป้าเขาใจดียอมรับฉันเป็นคนใช้อีกคน

ในตอนแรกฉันก็ช่วยงานบ้านนั่นแหละแต่พอโตขึ้นก็มีโอกาสได้ช่วยงานคุณหญิงกับคุณท่านที่หยิบยื่นโอกาสให้ฉันเพราะเห็นว่าฉันเก่งเลขเก่งคำนวณฉันเลยเปลี่ยนจากสาวใช้มาเป็นผู้ช่วยของทั้งคู่แทนนับตั้งแต่นั้น

แต่ถ้าว่างฉันก็จะมาช่วยป้าทำงานบ้านนั่นแหละเพราะป้าเองก็อายุมากแล้วและตอนนี้ฉันก็คิดเรื่องที่จะให้ป้าลาออกจากงานแม่บ้านแล้วด้วย

หลังจากเตรียมของเสร็จฉันก็เดินกลับขึ้นไปเป็นจังหวะเดียวกับที่ทั้งคู่เดินออกมาพอดี

“ฝากเจ้าเซฟด้วยนะหนูข้าวถ้าเจ้าตัวดื้อไม่ฟังก็ตีได้เลยป้าอนุญาติจ่ะ^^”ฉันยิ้มรับบางๆก่อนจะมองใบหน้าหล่อของอีกฝ่ายที่ยืนทำหน้าบุญไม่รับอยู่ข้างๆ

“ได้ค่ะคุณหญิง”

“หนูข้าวป้าบอกแล้วไงจ่ะว่าไม่ให้เรียกคุณหญิงน่ะ”

“ฮ่ะๆได้ค่ะคุณป้า”ฉันมองอีกฝ่ายที่ยิ้มร่าออกมาก่อนที่เจ้าตัวจะเดินมากอดมาลูบหัวฉันอย่างเอ็นดู

“ใครมาเห็นคงคิดว่าเป็นแม่ลูกกัน”เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นก็นะคุณหญิงกับคุณท่านค่อนข้างจะเอ็นดูฉันมากผิดกับลูกชายแท้ๆที่เอาแต่เรื่องปวดหัวมาให้แก้

“ตายจริงงอนรึจ่ะมามะมาให้แม่หอมแก้มหน่อย”

“ไม่!”ใบหน้าหล่อเอ่ยเสียงแข็งก่อนจะเดินเข้าห้องไปทันที

ทำตัวหยาบคายชะมัดนี่แม่แกนะเว้ยย!

“ยัยแว่นรีบเข้ามาได้แล้วเดี๋ยวยุงเข้า”เจ้าตัวพูดขึ้นเสียงดังน้ำเสียงเต็มไปด้วยความหงุดหงิดฉันส่ายหน้าเอือมๆแต่ก็รีบเดินเข้าห้องไปโดยไม่ลืมที่จะเอ่ยลาแม่ของเขาอย่างสุภาพ

“ชักช้าซะจริงยัยเฉิ่มนี่”ฉันกำถาดแน่นอยากจะเอาน้ำแดงที่ถือมาราดลงบนหัวเขาซะจริงๆชื่อก็มีให้เรียกไม่เรียกเอาแต่เรียกอะไรไร้สาระอยู่ได้ก็ไม่รู้แล้วผู้หญิงที่ใส่แว่นตามันต้องเฉิ่มทุกคนเลยรึไง!

แต่ฉันก็เฉิ่มจริงแหละเรื่องความสวยความงามนี่เข้าไม่ถึงจริงๆหน้าก็ไม่ได้แต่งเพราะคิดว่ามันเสียเวลาไปเรียนไม่ได้ไปขายสวยที่ไหนสักหน่อยส่วนการแต่งตัวก็แต่งแบบเอาสบายผมบางครั้งก็มัดบางครั้งก็ปล่อยแล้วแต่อารมณ์

ผิดกับไอร่างเปรตนี่ทั้งหน้าตาหล่อเหลาได้ข่าวว่าเคยเป็นเดือนมหาลัยมาก่อนด้วยสาวๆก็เข้าหาไม่พักทั้งสูงทั้งหล่อแม้การเรียนจะไม่ได้เรื่องก็ตามแต่เรียนไม่ได้เรื่องก็พอยอมรับได้อยู่หรอกนะแต่นิสัยหยาบคายนี่สิพวกผู้หญิงหลงรักเขากันได้ยังไงกัน

“จะยืนเป็นหุ่นขี้ผึ้งอีกนานไหม?”

“จ้าๆมาแล้วจ้าคุณชาย~”ฉันทำเสียงล้อเลียนมองใบหน้าหล่อที่ทำตาขวางใส่ฉันแต่พอฉันวางถาดขนมปุ๊บมือหนาก็คว้าเข้าปากทันทีไม่พอยังหยิบขนมมายัดใส่ปากฉันอีกพอเห็นฉันสำลักก็หัวเราะออกมาด้วยความชอบใจ

ไอคนหยาบคายเอ้ย!

โบราณเขาว่าผู้ชายแกล้งแปลว่าผู้ชายรักนะลูกก ฮ่าๆๆ

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • อย่าแตะต้องยัยเฉิ่มของผม   ตอนพิเศษ2

    หลายปีต่อมาฟอดดด“ตั้งใจทำงานนะ^^” ฉันหอมแก้มสามีฟอดใหญ่ก่อนที่เราสองคนจะแยกย้ายกันไปทำงานของตัวเองซึ่งโต๊ทำงานของฉันก็เพียงแค่อยู่นอกประตูเท่านั้นที่จริงเคยนั่งอยู่ในห้องเดียวกันแล้วแหละแต่ตัดสินใจย้ายไปนั่งข้างนอกแทนก็จะอะไรซะอีกล่ะหมอนั่งอยู่ด้วยกันไอหื่นกามนี่ก็เล่นจับฉันกดเช้ากดเย็นจนงานการล่าช้าไปหมดสุดท้ายฉันเลยตัดสินใจที่จะย้ายโต๊ะออกมาข้างนอกแทนบ้ากามจริงๆสามีใครก็ไม่รู้“สวัสดีครับพี่ข้าว”“อ่าวหวัดดี” ฉันมองพนักงานใหม่ที่พึ่งเข้ามาทำงานได้ไม่ถึงสัปดาห์ร่างสูงส่งยิ้มให้กับพร้อมกับวางกล่องขนมลงตรงหน้าฉัน“ทานให้อร่อยนะครับ^^”“อะเอ่อ..ขอบใจนะ” ฉันพูดอย่างเกร็งๆคือทุกคนในบริษัทต่างรู้ว่าฉันกับเซฟเราสองคนเป็นสามีภรรยากันแต่สำหรับน้องคนนี้คงยังไม่รู้สินะแกร้กฉันมองเซฟที่เปิดประตูออกมาได้จังหวะพอดีใบหน้าหล่อจ้องอีกฝ่ายอย่างไม่เป็นมิตรทันทีฉันพึ่งจะออกมาแท้ๆเขาจะออกมาทำไมเนี่ย“สวัสดีครับท่านประธาน”“มาทำอะไร”“เอาขนมมาให้พี่ข้าวเจ้าครับ^^”“จะจีบ?”“อะเอ่อจะว่างั้นก็ได้ครับ^^” ฉันได้แต่ยืนเหงื่อแตกพลั่กๆหนูลูกพึ่งมาทำงานแท้ๆจะโดนตาบ้านั่นไล่ออกมั้ยเนี่ยนิสัยหวงเมียใครๆก็รู้

  • อย่าแตะต้องยัยเฉิ่มของผม   ตอนพิเศษ

    2ปีต่อมาฉันกลายเป็นนักศึกษาปี4และที่สำคัญคือ…ฉันเรียนจบแล้วจ้าา!! ซึ่งวันนี้ก็เป็นวันรับปริญญาฉันเองแหละทุกคน>“ยินดีด้วยนะลูก”“ยินดีกับเกียรตินิยมอันดับ1ด้วยนะลูกสะใภ้” ฉันรับช่อดอกไม้มาด้วยความเขินอาย2ปีที่ผ่านมาฉันได้รับความรักจากพวกท่านทั้งสองเยอะมากๆพวกท่านเอ็นดูฉันสุดๆเดี๋ยวก็พาไปอวดคนนั้นคนนี้อ๊ะจริงสิฉันน่ะไม่ได้เป็นสาวเฉิ่มแล้วนะแว่นตาก็ไม่ได้ใส่แล้วเหตุเพราะฉันเองก็อยากปรับตัวให้เข้ากับเซฟด้วยเช่นกันแม้ว่าเจ้าตัวจะย้ำนักย้ำหนาว่าไม่เป็นไรแต่ที่ฉันปรับเปลี่ยนตัวเองมันไม่ใช่เพื่อคนอื่นแต่ก็เพื่อตัวฉันเองด้วยเช่นกันความจริงแล้วตาบ้านั่นก็แค่หึงน่ะเพราะฉันน่ะมันเป็นสาวสวยนี่“ยินดีด้วยนะข้าว” ฉันยิ้มรับอ้อมกอดจากป้าซึ่งก็ลาออกจากงานแม่บ้านแล้วแต่ก็ยังอยู่บ้านเหมือนเดิมไม่ได้ย้ายไปไหนเพราะพ่อกับแม่บอกว่าป้าได้เข้ามาเป็นครอบครัวด้วยตั้งแต่วันที่ฉันกับเซฟหมั้นกันแล้วแต่ป้าก็มักจะทำงานตามที่เคยทำแม้จะน้อยลงก็ตามที“น่าเสียดายนะที่ตาเซฟไม่ได้อยู่ด้วย” คุณแม่เอ่ยขึ้นพูดแล้วก็เศร้าเพราะหลังจากท่ีเซฟเรียนจบเขาก็เข้าทำงานที่บริษัทเพื่อเรียนรู้งานและตอนนี้ก็ทำงานอยู่สาขาต่างประเทศได

  • อย่าแตะต้องยัยเฉิ่มของผม   THE END

    หลังเลิกเรียนฉันก็กลับมาบ้านน่าตกใจตรงที่พอฉันกลับมาถึงพ่อกับแม่ของเซฟก็เรียกฉันไปคุยทันทีพวกท่านขอโทษฉันที่ทำให้ฉันต้องเจอกับเหตุการณ์แย่ๆในมหาลัยและบอกว่าเรื่องของนิต้าพวกท่านจะจัดการให้เองซึ่งฉันก็ได้แต่เอ่ยขอบคุณไปRrrr“อ๊ะเซฟ” ฉันยิ้มออกมาด้วยความดีใจเมื่อเซฟโทรเข้ามา“เซฟ!”(เอ่อไม่ใช่ไอเซฟหรอกพวกพี่เป็นเพื่อนมันเอง) ฉันชะงักไป“อ่าค่ะ..”(ไอเซฟมันเป็นไข้จนน่าจะกลับบ้านไม่ไหวแล้วน่ะน้องช่วยมารับมันหน่อยได้ไหม?) ฉันเบิกตาโตทันทีทั้งๆที่บอกแล้วว่าให้กลับมานอนพักก่อนแต่เซฟก็ยังดื้อดึงบอกงานใกล้เสร็จแล้วอยู่นั่น“ได้ค่ะจะรีบไปเลยค่ะ!” ฉันพูดก่อนจะตัดสายและรีบนั่งแท็กซี่ไปมหาลัยทันทีนี่เป็นครั้งแรกเลยแหะที่มามหาลัยช่วงกลางคืนบรรยากาศน่าขนลุกชะมัด“สวัสดีค่ะ” ฉันเอ่ยทักทายพวกเพื่อนๆของเซฟอย่างเกร็งๆกลิ่นน้ำมันเครื่องพุ่งออกมาจนฉันย่นจมูกสภาพแต่ละคนก็เปรอะเปื้อนไปหมดพวกพี่ๆเขาพอเห็นฉันก็ตกใจทันทีอ่าพวกเขาคงไม่ชินกับที่ฉันไม่ใส่แว่นรึเปล่านะ แล้วก็พอรู้ว่าจะมาเจอเพื่อนๆเขาฉันก็แอบแต่งหน้ามาเล็กน้อยด้วยก็นะมาหน้าสดๆก็เขินอยู่“มันนอนตายอยู่นู่นน่ะ”“เอ้าไอเวรไปแช่งเพื่อนอีก..มันแค่นอนห

  • อย่าแตะต้องยัยเฉิ่มของผม   ไม่ต้องมาเสือกกับเรื่องของฉัน

    เซฟ PARTปรื๊ดด!!“เวรเอ้ย” ผมสถบออกมาเมื่อจู่ๆก็มีใครไม่รู้มาตัดหน้ารถผมถ้าตีนไม่ไวมีหวังร่างแหลกไปแล้ว“นิต้า?” ผมขมวดคิ้วเป็นเธอนั่นเองที่กระโดดมาตัดหน้ารถผม“ไม่อยากเจอเลยว่ะแม่ง” ผมสถบในใจกะจะรีบไปคุยกับข้าวเจ้าแท้ๆ“อะไรของเธออีก” ผมลดกระจกลงพร้อมกับเอ่ยถาม“นิต้ามีเรื่องจะคุย”“พูดมา”“ตรงนี้น่ะหรอ” เวรเอ้ยลืมไปเลยว่าอยู่กลางถนน“ขึ้นมา” สุดท้ายผมก็ต้องให้นิต้าขึ้นมาบนรถสงสัยต้องขายรถนี้ทิ้งซะแล้วสิ“สีหน้าดูไม่ดีเลยนะไม่สบายหรอ”“ไม่ต้องมายุ่ง” ผมตอบกลับอย่างไม่สบอารมณ์และหันมาตั้งใจขับรถแทนไว้เดี๋ยวค่อยปล่อยเธอลงก่อนถึงมหาลัยก็ได้“จะคุยอะไรก็รีบๆพูดมา” ทั้งๆที่บอกว่ามีเรื่องจะคุยแต่ก็เอาแต่นั่งเงียบอยู่ได้ผู้หญิงมันเป็นงี้หมดทุกคนเลยรึไงกันชอบยั่วให้โมโหอยู่ได้วันนี้สภาพร่างกายก็ไม่ดีสุดทั้งปวดหัวตัวร้อนจนแม่บอกให้พักผ่อนแต่เพราะผมต้องรีบทำโปรเจคจบให้เสร็จคืนนี้เพื่อที่พรุ่งนี้ที่เป็นวันเกิดผมจะได้ใช้เวลาอยู่กับข้าวเจ้าทั้งวัน“นี่นายจะให้ผู้หญิงแบบนั้นมาอยู่ข้างกายนายจริงๆหรอ?” ผมขมวดคิ้วทันทีเปิดปากพูดออกมาก็ไม่เข้าหูสักนิด“แบบนั้นมันแบบไหน”“ก็ยัยนั่นทั้งขี้เหร่ฐานะก็ไม่

  • อย่าแตะต้องยัยเฉิ่มของผม   เธอเลิกกับพี่เซฟแล้วงั้นสิ

    เซฟ PART“เป็นอะไร”ผมเอ่ยถามข้าวเจ้าที่นั่งเงียบมาตลอดการเดินทาง“แค่กๆ” นี่ไม่ใช่เสียงไอของเธอแต่เป็นของผมเองรู้สึกคั่นเนื้อคั่นตัวหลังจากที่ได้กินข้าวตอนเข้าเรียนคาบบ่ายก็แถมจะฟังอะไรไม่รู้เรื่องเลยสักนิดสงสัยน่าจะเป็นไข้แต่ก็สมควรอยู่เล่นหามรุ่งหามค่ำทำโปรเจ็กจบจนโดนยุงกัดตัวลายก็ยอมเพราะว่าใกล้ถึงวันเกิดของผมแล้วและผมก็อยากใช้เวลาในช่วงวันเกิดกับคนที่ผมชอบโชคดีที่พวกเพื่อนๆ มันเข้าใจพร้อมหามรุ่งหามค่ำไปกับผมด้วย“หูตึงรึไงยังข้าวเน่าฉันถามว่าเธอเป็นอะไร” หลังจากจอดติดไฟแดงผมก็หันมาถามเธอด้วยสีหน้าจริงจังแต่ทว่าในดวงตาของเธอกลับมีน้ำตาคลออยู่“เห้ยเป็นอะไรใครทำอะไรอีก” ผมใช้สองมือจับใบหน้าของเธอให้หันมามองผมตรงๆ รู้สึกกระวนกระวายกลัวว่าเธอจะโดนใครไม่รู้โจมตีอีก“ปะป่าวแค่ฝุ่นมันเข้าตาน่ะ” ผมขมวดคิ้วแต่ทว่าก็ต้องรีบปล่อยมือออกเพราะไฟเขียวแล้วไว้ถึงบ้านค่อยคุยกันก็ได้วะ“ฉันไปช่วยป้าเตรียมมื้อเย็นก่อนนะ” ผมมองข้าวเจ้าที่พูดขึ้นโดยไม่สบตาผม“เดี๋ยว” ผมรั้งแขนเธอไว้เพราะรู้สึกตะหงิดใจแปลกๆ“ไม่ได้เป็นอะไรแน่นะ..มีไรจะพูดก็พูดออกมาเลยฉันไม่ชอบที่เธอเป็นแบบนี้” ผมพูดตรงๆ ผมชอบที่เราสอง

  • อย่าแตะต้องยัยเฉิ่มของผม   ฉันชอบเธอ

    “นี่เดี๋ยวก็มีคนเห็นหรอก” ฉันรีบดันใบหน้าหล่อให้ถอยออกมองริมฝีปากของอีกฝ่ายที่เลอะลิปสติกของฉันเซฟในตอนนี้เขาหายใจแรงมากเหมือนพยายามควบคุมความต้องการของตัวเองอยู่แกร้กฉันกระพริบตาปริบๆมองเซฟที่ทำการปลดสร้อยเกรียร์ของเขาออกก่อนจะมาสวมให้กับฉันนี่มันหมายความว่ายังไงกัน..“เซฟ..” ฉันเอ่ยชื่อเขาอย่างไม่เข้าใจในการกระทำนี้การให้สร้อยเกรียร์ของคณะวิศวะเขาว่ากันว่ามันคือของแทนใจที่จะให้กับหญิงสาวที่รักไม่ใช่หรอร่างสูงเงียบไปแต่ทว่าใบหน้าของเขากลับขึ้นสีแดงอย่างเห็นได้ชัดนี่เขาชอบฉันจริงๆสินะ“ไหนบอกว่าไม่ได้ชอบฉันไง” ฉันเอ่ยถามมองเซฟที่หลบสายตาฉันเขาเขินแหละแต่เก๊กอยู่“ก็ไม่ได้ชอบ” เจ้าตัวตอบปฏิเสธกลับมาแต่ฉันดันคิดว่ามันน่าเอ็นดูมากที่ปากของเขาไม่ตรงกับใจถึงขนาดนี้“ไม่ได้ชอบแล้วให้สร้อยเกียร์กับฉันทำไม” ฉันถามพรางยื่นใบหน้าไปไกลๆจนอีกฝ่ายชะงักไป“นายรู้รึเปล่าว่าการให้นสร้อยนี่กับฉันมันหมายความว่าอะไร?“กะก็แค่สร้อยธรรมดาๆ” เซฟยังคงปากแข็ง“ถ้างั้นฉันถอดนะ” ฉันทำท่าจะถอด“ชอบ”“....”“ฉันชอบเธอข้าวเจ้า” ฉันได้แต่ยืนช็อกกับคำสารภาพรักของเซฟ“เพราะงั้น..” จู่ๆเซฟก็ดึงฉันไปกอดใบหน้าหล่อฝ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status