LOGIN"ใครเป็นคนทำอาหารมื้อนี้"
เสียงทุ้มถามขึ้นอย่างใส่ใจเขามองหน้าทั้งสองหนุ่มสลับกับมองอาหารบนจานใบใหญ่ สองสามครั้ง "อ่า...พี่สาวคนหนึ่งขอรับ" ซวนเซียวตอบไม่เต็มเสียงนัก เขาไม่รู้ว่าหากนายใหญ่รู้เข้าจะพอใจหรือไม่ที่ไม่ยอมรายงานแต่กลับตัดสินใจเอาเองทั้งหมด "พี่สาวเจ้ารึ" เฟิ่งเซียนหยวนเอ่ยถามขึ้นอย่างใคร่รู้ หากจะมีคนนอกเข้ามาเขาต้องรับรู้เสมอ แล้วซวนเซียวไปพาพี่สาวมาอยู่ด้วยตั้งแต่เมื่อใดกัน "แม่นางคนนั้นที่มากับนายใหญ่ขอรับ พวกเราให้นางมาช่วยทำอาหารเย็นให้" หยวนเย่รำคาญที่ซวนเซียวอิดออดไม่กล้าบอกความจริง ซวนเซียวได้แต่สะกิดหยวนเย่เอาไว้ไม่ให้พูดมากไปกว่านี้ หากตอนนี้นายใหญ่อารมณ์ไม่ดีก็เหมือนเอาไม้ไปกระทุ้งรังผึ้งเท่านั้น "ไปเรียกนางมากินด้วยกันสิ" "ข้าไม่ไปหรอกข้าแบ่งไว้กินแล้ว ฝากบอกเขาด้วยว่าขอบใจ" ว่าแล้วนางก็จัดสำรับอาหารของตัวเองนั่งลงกินข้าวอย่างเอร็ดอร่อย ซวนเซียวได้แต่เกาหัวเดินกลับห้องอาหารไป "โอหังนัก" เฟิ่งเซียนหยวนพึมพำแล้วกินข้าวโดยไม่สนใจสิ่งใดอีก เขากินเสร็จก็กลับเข้ามาอ่านหนังสือห้ามใครรบกวน สตรีผู้นี้รูปร่างหน้าตาผิวพรรณภายนอกดูเป็นคุณหนูจากตระกูลใหญ่ ทว่าฝีมือการทำอาหารรวมถึงกิริยาท่าทางไม่คล้ายเลยแม้แต่น้อย นอกจากไม่สงบเสงี่ยมเจียมตัวว่ากำลังอยู่ใต้อาณัติของเขา นางยังชอบดื้อแพ่งอีกด้วย เฟิ่งเซียนหยวนนึกถึงฝีมือการทำอาหารมื้อนี้ก็ยิ่งทำให้เขาค่อนข้างมั่นใจ ว่านางอาจไม่ใช่คุณหนูตระกูลไหน อย่างมากก็คงเป็นเพียงสาวรับใช้ในจวนขุนนางแห่งใดแห่งหนึ่ง พวกคุณหนูไม่ค่อยเห็นใครเก่งกาจเรื่องอาหารเช่นนาง คิดดูแล้วนางก็ทำอาหารได้ไม่เลวเลย รสชาติราวกับพ่อครัวจากภัตตาคารมาเอง เมื่อลองลิ้นชิมครั้งแรกก็ทำให้เขาพึงพอใจมากมายเช่นนี้ เพิ่งเซียนหยวนครุ่นคิดต่อไปว่าเมื่อเหตุการณ์ล่วงเลยมาขนาดนี้ คราแรกก็คิดว่าหากนางมิใช่สายของกลุ่มโจรเขาก็จะปล่อยกลับบ้าน ชายหนุ่มกระตุกมุมปากเล็กน้อยเมื่อนึกถึงใบหน้าสวย ดวงตากลมโตที่ดูซื่อตรงอารมณ์บูดบึ้งที่เคยพบเจอ นางมีรูปร่างหน้าตางดงามไม่น้อยเลยทีเดียว เก็บไว้ที่นี่คือเหตุผลที่คู่ควรถึงชอบทำให้เขาหงุดหงิดบ้างก็ตาม เขาให้ซวนเซียวไปตามซินหลิงเสียมาพบเมื่อนางมาถึงพบบุรุษนั่งทำหน้าเคร่งขรึมวางมาดดุจพญาอินทรีย์ตรงหน้า ดูแล้วน่าเกรงขามและสง่างามยิ่งนัก "อะแฮ่ม" เขากระแอมดังขึ้นเมื่อเห็นนางจ้องมองไม่ยอมวางตา เป็นสตรีเช่นไรถึงจ้องบุรุษเกินงามเช่นนี้ ซินหลิงเสียสะดุ้งเล็กน้อยพอสติกลับคืนมาจึงถามขึ้น "ให้ข้ามาพบมีเรื่องใดหรือ" เขาลุกขึ้นก้าวเดินช้าๆ เข้ามาใกล้นาง มองสำรวจตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าพลางยกมือขึ้นลูบคางตัวเองเบาๆ ยิ้มเจ้าเล่ห์อย่างมีเลศนัย ซินหลิงเสียไม่พอใจอย่างยิ่งที่เขามองแทะโลมร่างกาย นางค้อนสายตาเหมือนเป็นเชิงดุแต่เฟิ่งเซียนหยวนหาได้สนใจไม่ "ข้ามีเรื่องตกลงกับเจ้า" เขาละสายตาจากร่างผอมบางภายใต้ชุดเสื้อผ้าฝ้ายดิบแสนธรรมดาสีหม่น มาจ้องมองใบหน้าหวานแทน ซินหลิงเสียรอฟังท่าทีนิ่งเงียบ "ข้าคือผู้ที่ช่วยชีวิตเจ้าจากโจรผู้ร้าย เพราะฉะนั้นข้าให้เจ้าอยู่ที่นี่คอยทำอาหารให้พวกเรา นอกจากเจ้าได้มีโอกาสตอบแทนบุญคุณของข้ายังไม่ต้องลำบากลำบนเหมือนคนอื่นๆ" ซินหลิงเสียเงยหน้ามองเขาเบิกตากว้างเอ่ยขึ้นชัดถ้อยชัดคำ "ท่านพาข้ากลับไปส่งที่บ้านดีกว่า แล้วข้าจะตอบแทนท่านอย่างงาม อยากได้สมบัติหรือที่ดินข้าก็จะให้" นางต่อรอง เฟิ่งเซียนหยวนระเบิดหัวเราะเสียงดังยิ่งทำให้นางหงุดหงิดแล้วเริ่มกลายเป็นโมโห "มีเรื่องใดน่าขำนักรึ" นางถามเขาอย่างไม่เข้าใจ เฟิ่งเซียนหยวนหยุดหัวเราะพูดจายิ้มแย้ม "ข้าอยากได้สิ่งตอบแทนแบบนี้ดีกว่า ทรัพย์สมบัติเจ้าเก็บไว้เถิด ดูสารรูปตอนนี้สิเจ้าเหมือนคนพเนจรเสียมากกว่า คิดเพ้อฝันว่าตัวเองเป็นหญิงสูงศักดิ์ไปได้อย่างไร" เขาเอ่ยวาจากวนประสาทให้นางโมโหเล่นจะว่าไปกลางแกล้งซินหลิงเสียก็สนุกไม่เบา "หากวันไหนข้าอารมณ์ดีอาจจะให้เจ้ามาปรนนิบัติ แต่ข้าไม่ใช้งานเจ้าฟรีหรอกนะ ข้ามีเบี้ยให้เจ้าเป็นสินน้ำใจเล็กน้อย เรื่องกลับบ้านเอาไว้คุยกันทีหลังเมื่อข้าเห็นว่าสมควรแก่เวลาแล้ว ข้าก็จะปล่อยเจ้ากลับไปหาครอบครัว หากทำตัวดีข้าก็อาจเปลี่ยนใจย่นระยะเวลาให้เร็วขึ้น" เขาพูดขึ้นไม่สนใจนางรวบรัดเออเองทั้งหมด "ท่านทำเพื่อเรื่องใดกัน" นางถามขึ้นยิ่งไม่เข้าใจสิ่งที่เขาพูด เฟิ่งเซียนหยวนยืนหันหลังให้ เมื่อนางน่าสงสัยเขาก็ไม่อาจวางใจปล่อยไปได้ มีเพียงอุบายนี้เท่านั้นที่จะแอบดูพฤติกรรมได้หากมีสิ่งใดไม่ชอบมาพากลจะได้แก้ไขทัน หากเขาปล่อยไปง่ายๆ แล้วมีเรื่องร้ายเกิดขึ้นคนในหมู่บ้านนี้หรือชาวประชาอาจมีภัยครั้งใหญ่ "เจ้าไปได้แล้ว" จู่ๆ เขาก็ไล่นางโดยไม่มีสาเหตุ ซินหลิงเสียหายใจแรงด้วยความโมโหกระแทกเท้าออกไปทันที เฟิ่งเซียนหยวนหมดธุระแล้วเขากลับเข้าห้องของตัวเองโดยไม่มีผู้ใดรู้ว่าเขากำลังคิดหรือทำสิ่งใด ซินหลิงเสียหงุดหงิดคิดไม่ตกกับเรื่องที่เกิดขึ้นกับตนเอง "ถึงอย่างไรก็ต้องหาทางไปจากที่นี่ให้ได้" แววตามุ่งมั่นส่งผลให้ตัดสินใจทันที แต่ตอนนี้นางต้องกลับไปวางแผนการเสียก่อน นางเดินผ่านเรือนพักของป้าหลิวก็นึกขึ้นได้ว่าป้าหลิวปวดท้อง ด้วยความที่ซินหลิงเสียไม่ใช่คนเคียดแค้นในใจหากไม่โดนกระทำหนักหนาสาหัสนางก็พออภัยได้ หญิงสาวเป็นกังวลถึงอาการป้าหลิวไม่รู้ว่ามีอาหารตกถึงท้องบ้างหรือยัง แม้จะเคยโดนดุรุนแรงแต่ป้าหลิวคือคนเตือนนางให้ออกห่างนายใหญ่ในตอนที่เขาโมโห รอดมาได้หวุดหวิดไม่ถูกบีบคอตายในวันก่อน ซินหลิงเสียสาวเท้าเข้าไปที่เรือนพักข้างในเงียบเชียบ มองเข้าไปในห้องที่ประตูเปิดอ้าเห็นป้าหลิวนอนระโหยโรยแรงบนเตียงเพียงลำพัง "ป้าหลิวอาการเป็นอย่างไร" นางถลาเข้าไปถามเมื่อเห็นสีหน้าซูบเซียวชัดเจน ป้าหลิวเหลียวใบหน้ามองตามเสียงเชื่องช้าอ่อนแรงจะดุด่า ได้แต่กระพริบตากลอกไปมามองหญิงสาวที่นั่งอยู่ข้างเตียง ซินหลิงเสียเอื้อมมือแตะหน้าผากจับตามเนื้อตัวก็พบว่านางไม่มีไข้ นางกำลังลุกขึ้นจะไปหาน้ำมาให้พอดีกับที่สาวน้อยวัยอ่อนกว่าเดินถือถาดน้ำชาเข้ามา "เจ้าเป็นใคร" เด็กสาวส่งเสียงถามเมื่อเจอสตรีแปลกหน้าซินหลิงเสียจึงยืนขึ้นถามอาการของป้าหลิวทันที "ป้าหลิวปวดท้องเป็นอะไร แล้วหมอล่ะอยู่ที่ไหน" "ป้าท้องเสียแต่ดีขึ้นแล้ว พักอีกหน่อยก็หาย ข้าเอาน้ำมาให้ดื่มกับยาหยุดถ่าย" เด็กสาวอธิบายทำหน้าฉงน "แล้วเจ้ามาทำไมที่นี่" สตรีตรงหน้าถามซินหลิงเสีย เห็นนางด้อมๆ มองๆ ถาดน้ำดื่มกับยาต้ม "แล้วหมอล่ะ" ซินหลิงเสียชะเง้อมองหาหมอก็ไม่เห็นมี "ที่นี่ห่างไกล ท่านหมอไม่ค่อยมี แค่ร้านขายยาเล็กๆ ก็ดีมากแล้ว" เด็กสาวเดินตามนางตอบคำถามทั้งที่สงสัยพฤติกรรม "นี่เจ้า เหตุใดจึงวุ่นวายเช่นนี้ อย่าเปิดนะยาจะเย็นหมด...นี่!" เด็กสาวตามไปกระชากแขนซินหลิงเสียออกจากกาน้ำที่เตรียมมาให้ นางแค่อยากรู้ว่าเมื่อยามป่วยไข้คนที่นี่รักษากันอย่างไร ซินหลิงสียมืออยู่ไม่อยู่สุขจึงถูกผลักเซเกือบล้มขณะที่เด็กสาวถลึงตาใส่นางอย่างไม่พอใจที่ก้าวก่ายหน้าที่ "ดูแลป้าหลิวเป็นหน้าที่ของข้า เจ้าอย่ามายุ่ง" นางตวาดลั่นใบหน้าเขียวคล้ำขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว "ไม่ต้องดุก็ได้เจ้าก็ทำเกินไป ข้าแค่อยากรู้เผื่อช่วยได้บ้างก็เท่านั้น" ซินหลิงเสียตั้งตัวให้ตรงได้ก็รีบบอกตามความเป็นจริง แต่สีหน้าของสตรีอ่อนกว่าไม่ได้ดีขึ้นเลยตรงข้ามยิ่งทวีโทสะมากขึ้น "เจ้าคิดว่าตนเองเป็นใครถึงก้าวก่ายหน้าที่ของข้า" นางยังเคืองไม่หาย "ข้าแค่ถามเจ้าไม่ได้ก้าวก่ายใดเลย" ซินหลิงเสียขึ้นเสียงบ้างในเมื่อนางไม่ผิดเหตุใดต้องยอมเด็กนี่ด้วยเล่า นิสัยของนางไม่เคยยอมอ่อนข้อให้ใครง่ายๆ อยู่แล้วหากไม่ผิด เมื่อใดรู้ตัวว่าทำผิดไม่ต้องเอ่ยปากกล่าวโทษนางก็กล้ายืดอกรับเฟิ่งเซียนหยวนตื่นขึ้นมาในตอนเช้าตรู่ เห็นซินหลิงเสียกำลังหลับสบาย เขาไม่คิดรบกวนนางปล่อยให้นอนเงียบๆ เพียงดึงผ้าห่มคลุมให้กันหนาว แล้วไปอาบน้ำชำระร่างกายให้สดชื่น วันนี้เขามีเรื่องสำคัญที่ต้องทำองครักษ์หนุ่มออกไปภัตตาคารแต่เช้าพร้อมด้วยซวนเซียวและหยวนเย่"เรียบร้อยดีหรือไม่"เขาถามทั้งคู่"เรียบร้อยขอรับ"จบบทสนทนามีชายหนุ่มวัยฉกรรจ์ท่าทางสะอาดและสุภาพคนหนึ่งเดินเข้ามาหาพร้อมกับทหารสี่นาย"คารวะซื่อจื่อ"เขาโค้งกายทำความเคารพอย่างอ่อนน้อมและดูคุ้นเคยกับเฟิ่งเซียนหยวน เมื่อสนทนาสักครู่จึงพาชายคนนั้นเข้าไปข้างในด้วยกันเขาเข้าพบเถ้าแก่และหลงจู๊ แจ้งว่าซินหลิงเสียขอลาออก"ท่านเป็นใครกันถึงกล้าลาออกแทนอาเสียข้าเห็นเขาทำงานมีความสุขดี"เถ้าแก่น้ำเสียงไม่พอใจเท่าใดนัก"อาเสียต้องกลับไปเมืองซันกับข้าโดยด่วนต้องขออภัยเถ้าแก่ที่แจ้งกะทันหัน ข้ามีพ่อครัวคนใหม่มาแทน ฝีมือไม่ด้อยไปกว่ากัน"เขานำตัวชายฉกรรจ์คนเมื่อครู่มาให้เถ้าแก่ดู อันที่จริงชายผู้นี้เป็นหนึ่งในพ่อครัวในจวนที่มีฝีมือดีมาก บ้านเกิดเขาอยู่ต้าเว่ยเพราะอยากกลับมาอยู่กับครอบครัวที่ห่างหายไปสิบกว่าปี เพื่อออกมาดูแลพ่อแม่วัยชราให้ใกล้
ไม่ว่าสิ่งใดจะเกิดขึ้นเขาจะพาตัวนางกลับมาเมืองซันให้ได้ เขายินดีทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้ครอบครอง ครั้งก่อนเคยพลาดไปแล้วแต่คราวนี้เขาจะไม่ผิดพลาดซ้ำอีกเฟิ่งเซียนหยวนออกเดินทางไปยังภัตตาคารต้าเว่ยที่ซินหลิงเสียทำงานเป็นพ่อครัว เขาตั้งใจไปพบนางและรับตัวกลับเมืองซันด้วยกันโดยที่รู้ดีว่านางอาจไม่ยินยอม แต่คนอย่างเขาใช้ไม่อ่อนไม่ได้ผลก็มีอยู่ทางเดียวเท่านั้น เพราะถึงอย่างไรไม่ว่าช้าเร็วนางต้องแต่งเข้าจวนอยู่แล้ว"เชิญนั่งตามสบายขอรับคุณชาย"หลงจู๊เข้ามาต้อนรับจัดโต๊ะที่ดีที่สุดให้เฟิ่งเซียนหยวน หยวนเย่และซวนเซียว"แน่ใจหรือขอรับซื่อจื่อว่านางจะยอม"ซวนเซียวลองออกความเห็น เฟิ่งเซียนหยวนกระตุกยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ตอบ สองหนุ่มน้อย"ไม่ยอมจะทำอย่างไรได้เล่า"เขาสั่งอาหารที่แพงที่สุดในร้านสามอย่างกินอิ่มแล้วค่อยจัดการก็ยังไม่สายอาหารสามจานส่งกลิ่นหอมยั่วน้ำลาย ซวนเซียวและหยวนเย่ห่างหายจากรสชาตินี้ไปแสนนาน เมื่อได้ลองชิมคำแรกพลันทำให้อดคิดถึงพี่เสียของพวกเขาไม่ได้ อยากพบหน้านางเร็วๆ ให้หายคิดถึงเช่นกัน"ฝีมือยังอร่อยเหมือนเดิม"ซวนเซียวเอ่ยขึ้น"ข้าว่าอร่อยกว่าเดิมและจานนี้แกะสลักสวยงามมากจริ
เฟิ่งเซียนหยวนรักษาตัวจนหายดีจากฝีมือคนตัวแสบ เขาก็สะสางงานต่อทันที เรื่องของซินหลิงเสียเขาไม่เคยลืมยังคงหาทางทวงคืนความยุติธรรมให้นาง สมบัติทุกชิ้นของนางต้องกลับคืนสู่เจ้าของที่แท้จริงองครักษ์หนุ่มทูลขอฮ่องเต้เพื่อสืบเรื่องราวของจวนขุนนางซินและใช้อำนาจตรวจค้นภายในจวนได้อย่างถูกต้องรุ่นถิงที่กำลังเสวยสุขอยู่บนทรัพย์สินของซินหลินเสียอย่างฟุ่มเฟือย นอกจากไม่เก็บรักษาสมบัติให้ดียังขายบางส่วนของนางเพื่อใช้จ่ายโดยส่วนของตัวเองไม่ยอมแตะต้องแม้แต่น้อย"เรียนนายหญิง องครักษ์เฟิ่งขอเข้าพบเจ้าค่ะ"บ่าวรับใช้เข้ามารายงานถึงแขกที่ไม่ได้รับเชิญ รุ่นถิงรู้จักเขาเพราะชื่อเสียงเป็นที่เลื่องลือมานาน นึกเข้าข้างตัวเองว่าชายหนุ่มคงมีเรื่องดีๆ หรืออยากทำความรู้จักเพื่อสานสัมพันธ์ คงไม่แปลกในเมื่อตอนนี้นางเองก็ไม่มีสามี อายุมากกว่าสักหน่อยคงไม่ผิดธรรมเนียมใดกระมัง"เชิญที่ห้องโถงใหญ่ ประเดี๋ยวข้าออกไป"นางบอกกล่าวคนใช้แล้วจัดแจงดูแลความเรียบร้อยของตนเองเฟิ่งเซียนหยวนสำรวจดูภายในห้องรับแขกขนาดใหญ่ ขุนนางซินเป็นถึงราชครู ภายในจวนมีความกว้างขวาง ของประดับตกแต่งล้วนเป็นของดีทั้งสิ้น ทรัพย์สมบัติที่มีคงมากพ
ซินหลิงเสียเก็บอุปกรณ์และชวนคนงานลำเลียงของเตรียมเดินทางกลับ นางอำลาผู้ใหญ่และขอบคุณคุณชายเว่ยแล้วจึงเริ่มออกเดินทาง โดยให้ทุกคนนำหน้าไปก่อนส่วนนางเตรียมเข้าไปร่ำลาแม่ครัวเป็นสิ่งสุดท้าย"ซินหลิงเสีย"เสียงทุ้มดังขึ้นด้านหลังที่คุ้นเคยและนุ่มนวล ไม่เคยมีใครเรียกชื่อนี้นานแล้ว นางค่อยๆ หมุนกายกลับมาและต้องตกตะลึงคาดไม่ถึงกับคนตรงหน้า หญิงสาวใจเต้นระรัวที่เจอเฟิ่งเซียนหยวนและเขาก็ยังรู้จักชื่อเต็มของนาง"ใช่จริงๆ เจ้านั่นเอง"เฟิ่งเซียนหยวนยิ้มดีใจโผเข้าหานางกอดกระชับเอาไว้แน่น ร่างเล็กบอบบางของนางเซแทบล้มเมื่อเขาโถมกอดจนตัวเล็กจมมิด"ข้าเจอแล้ว ข้าคิดถึงเจ้าเหลือเกิน ข้าขอโทษ"เขาพรั่งพรูความในใจราวกับเป็นคนละคนกับเมื่อก่อน ความคิดคำนึงหาที่เก็บกดมานานระบายผ่านคำพูด ดวงตาทอประกายสดใสและอ้อมกอดที่อบอุ่นที่นางรู้สึกได้"ท่านจำผิดคนแล้ว ปล่อยข้าน้อยเถิดขอรับ"นางตั้งสติได้นึกถึงวันเก่าทั้งคำพูดและท่าทางเย็นชา อีกทั้งอยากตัดใจให้ขาดแสดงออกเป็นการปฏิเสธชัดเจน"ไม่มีทาง ไม่ผิดตัวแน่ เจ้ายังไม่ตาย"ความดื้อดึงของเฟิ่งเซียนหยวนก็ไม่มีใครต้านทานได้เช่นเดียวกัน เขายังคงกอดนางเอาไว้ทั้งตัว ซบหน้า
แขกเหรื่อในงานกำลังทยอยมาที่จวนตระกูลเว่ย ภายในจวนกว้างใหญ่ไพศาลสมกับเป็นเศรษฐีอันดับต้นๆ ของต้าเว่ย รองรับแขกได้หลายร้อยคน แต่วันนี้เลือกเชิญเฉพาะคนสำคัญเท่านั้นซินหลิงเสียเดินทางมาถึงพร้อมผู้ช่วย นางได้รับการต้อนรับที่ดีจากที่นี่เพราะคุณชายเว่ยสั่งเอาไว้ นางมาถึงก็รีบจัดเตรียมอาหารโดยไม่รอช้าเพราะอีกไม่นานงานเลี้ยงก็จะเริ่มต้น ด้านแม่ครัวของที่นี่เริ่มนำเครื่องดื่มทยอยออกไปล่วงหน้าแล้วนางไม่รอช้าเริ่มทำเมนูมงคลเป็นสิ่งแรกคือสิ่วหมี่ ที่มีความเชื่อว่ากินแล้วช่วยให้อายุยืนยาว ซินหลิงเสียทำอย่างรวดเร็วจัดใส่จานขนาดใหญ่ นำผักมาฝานแล้วม้วนเป็นรูปดอกไม้ประดับขอบจานมองดูน่ากินยิ่งนัก"อาหารมงคลธรรมดาที่เราคุ้นเคย ตกแต่งออกมาสวยงามก็ดูน่ากินไม่เบาเลยนะ"เสียงชื่นชมจากปากแขกผู้ใหญ่ที่เริ่มชิมเป็นคำแรกลำดับต่อมาตามติดด้วยเป็ดปักกิ่ง หมูอบน้ำผึ้ง ที่มีกลิ่นหอมโชยไปทั่วบริเวณงานเลี้ยง"เนื้อเป็ดนุ่มลิ้น หนังกรอบพอดี รสชาติกลมกล่อมเข้ากันได้ดีจริงๆ"ฮูหยินใหญ่เอ่ยปากชม แม้แต่แม่ครัวในจวนก็เทียบฝีมือไม่ติด"หมูอบน้ำผึ้งไม่เลี่ยนเลย ข้าล่ะชอบยิ่งนักเนื้อหมูไม่แข็งกระด้างกินเพลินดีด้วย"เพื่อนขอ
ครบสิบห้าวันที่เฟิ่งจื่อถงถูกกักกัน เมื่อได้รับอิสรภาพเขาไม่รอช้ารีบเข้าพบพี่ใหญ่ทันทีเพื่อแจ้งความประสงค์บางอย่าง"มีเรื่องใดรึถึงรีบร้อนเช่นนี้"เฟิ่งเซียนหยวนถามเสียงขรึม"พี่ใหญ่ ข้าอยากไปเรียนที่ต้าเว่ย ที่นั่นมีสำนักชื่อดังมากมาย เรียนสักสองปีก็กลับมาเป็นอาจารย์สอนหนังสือที่นี่ ท่านว่าดีหรือไม่ขอรับ"เฟิ่งจื่อถงบอกเล่าสิ่งที่เขาวาดฝัน"เจ้ามาขออนุญาตหรือกำลังบอกกล่าวก่อนเดินทางกันแน่"เฟิ่งเซียนหยวนรู้ทันน้องชายตัวดีเสมอ"โธ่ พี่ใหญ่ ข้า..."เฟิ่งจื่อถงก้มหน้างุดไม่กล้าสบตากับพี่ชาย"ถึงอย่างไรเจ้าก็ต้องเป็นขุนนางในวัง จะมาเป็นบัณฑิตเร่ร่อนสำนักนั้นสำนักนี้ใช้ได้ที่ไหนกัน"เขาเปิดฉากอบรมน้องชายให้รับรู้ถึงหน้าที่ของตนในภายภาคหน้า"อีกอย่างอาจารย์ที่นี่มีแต่คนเก่ง สำนักมีชื่อก็มากมาย เหตุใดเจ้าต้องกระเสือกกระสนไปถึงต้าเว่ยที่มีความเจริญน้อยกว่าเมืองซัน""ข้า..."เฟิ่งจื่อถงเถียงไม่ออก เขารับรู้ทันทีว่าเฟิ่งเซียนหยวนไม่อนุญาตอย่างแน่นอนและไม่มีใครสามารถต่อกรด้วยได้เลย"ไปได้แล้ว"เขาต้องการความสงบจึงไม่พูดสิ่งใดอีก คิดว่าเพียงเท่านี้เฟิ่งจื่อถงน่าจะเข้าใจ"ขอรับพี่ใหญ่"หลังจากนั้







