LOGINซินหลิงเสียถูกใช้งานให้ทำความสะอาดห้องครัวและช่วยป้าหลิวล้างจาน นางถูกใช้งานอย่างหนักโดยมีเพียงข้าวต้มผักดองประทังชีวิตเท่านั้น
"พวกคนใจร้าย ให้กินแค่นี้ข้าจะอิ่มได้อย่างไร" นางพึมพำขึ้นมาหลังจากอาบน้ำชำระร่างกายแต่งตัวเป็นสาวรับใช้เรียบร้อยแล้วเมื่อเห็นว่าคนอื่นๆ ออกไปทำงานและป้าหลิวก็เข้าไปทำความสะอาดห้องของหัวหน้าใหญ่ นางจึงถือวิสาสะหาวัตถุดิบที่พอมีเหลือทำอาหารที่ชอบกินเองเสียเลย ในหม้อเหลือข้าวถ้วยเล็กมีไข่ไก่สองฟองวางอยู่ นางคิดว่าของมีเท่านี้ทำข้าวผัดไข่กินไปก่อนก็แล้วกัน โชคดีที่ในเตายังพอมีไฟเหลืออยู่เล็กน้อย ซินหลิงเสียลงมือผัดข้าวอย่างว่องไวด้วยน้ำมันหมูเจียวกับกระเทียมสับที่นางชอบพร้อมตอกไข่ลงผัดแล้วเทข้าวลงไปคลุก ปรุงรสด้วยซีอิ๊วกับน้ำตาลเล็กน้อยเนื่องจากวัตถุดิบมีเท่านี้นางจึงจำเป็นต้องทำเมนูง่ายที่สุดกินแก้ขัดไปก่อน ซินหลิงเสียนั่งกินข้าวผัดไข่อย่างเอร็ดอร่อยอยู่ในครัวเพียงคนเดียวโดยไม่สนใจสิ่งใดอีก ด้วยความหิวโหยทำให้นางซัดจนหมดจานภายในเวลาอันรวดเร็วเสร็จแล้วจึงจัดการล้างภาชนะเก็บไว้ที่เดิมเป็นที่เรียบร้อย นางเดินดูรอบๆ เขตหมู่บ้านแห่งนี้กะเอาไว้ว่าถึงอย่างไรก็ต้องหาทางหนีออกจากที่นี่ให้ได้ พลันนึกไปถึงใบหน้าคมคายที่พูดปาวๆ ว่าเป็นคนช่วยชีวิตนางจากโจรใจโหดก็พาลหงุดหงิดขึ้นมาทันที แต่อีกใจหนึ่งก็คิดไปว่าควรอยู่ตอบแทนบุญคุณของเขาเสียก่อนแล้วจึงไปจากที่นี่ หาทางลงหลักปักฐานที่ไหนสักแห่ง คาดว่าฝีมือการทำอาหารของนางไม่ได้เลวร้ายคงมีภัตตาคารหรือร้านอาหารสักที่รับเข้าทำงาน เก็บทุนรอนเอาไว้แล้วค่อยเปิดกิจการเล็กๆ เหมือนที่เคยฝันเอาไว้ "คิดการใดอยู่หรือ ถึงเดินออกมาข้างนอกไกลขนาดนี้" เสียงทุ้มแทรกขึ้นข้างหูฟังดูแข็งกระด้างยิ่งนัก ดับฝันของหญิงสาวลงในทันที ซินหลิงเสียหมุนตัวกลับมาช้าๆ อย่างจนคำพูด หากนางพูดมากไปชายผู้นี้คงได้ปาดคอโยนศพทิ้งกลางป่าเป็นแน่ "คือ...ข้า...ออกมาดูว่าพอจะมีผักอะไรให้ทำอาหารได้บ้าง" นางแก้ตัวน้ำขุ่นๆ ฟังดูก็ไม่น่าเชื่อถือแล้วชายร่างสูงยกยิ้มมองนางด้วยแววตาคมกริบก่อนทำหน้าตาถมึงทึงเป็นเชิงข่มขู่ "กลับเข้าไปในหมู่บ้านซะ ก่อนที่เจ้าจะกลายเป็นอาหารของเสือแถวนี้" เขาพูดจาดุดันสั่งให้นางทำตาม ซินหลิงเสียเหลียวมองรอบกายที่ด้านหลังเป็นป่าทึบดูวังเวงน่ากลัวไม่น้อย เท่านั้นยังไม่พอพ่อเสือตัวเบิ้มยังมายืนอยู่ใกล้เหมือนจะฉีกเนื้อของนางออกเป็นชิ้นๆ เสียอย่างนั้น ซินหลิงเสียกลืนน้ำลายกระพริบตาถี่ๆ แล้วรีบวิ่งกลับเข้าหมู่บ้านอย่างรวดเร็วโดยมีชายหนุ่มตัวสูงใหญ่มองตามด้วยความเคลือบแคลง หมู่บ้านซันเฟิงเป็นเขตแดนตะเข็บชายแดนของเมืองซัน เชื่อมต่อสู่เมืองต้าเว่ยเนื่องจากอยู่เขตป่าทึบจึงมีอาหารอุดมสมบูรณ์ เป็นแหล่งอาหารของสัตว์ป่าและโจรป่าคอยปล้นสะดมชาวบ้านเพราะห่างไกลจากเขตเมืองหลายร้อยลี้ เพราะเขตเมืองซันเป็นเมืองหลวงขนาดใหญ่จึงมีพื้นที่กว้างขวางดูแลไม่ทั่วถึง 'เฟิ่งเซียนหยวน' ชายหนุ่มรูปร่างกำยำสูงใหญ่ใบหน้าคมคายดุจหยก มีแววตาคมกล้าบุคลิกองอาจผึ่งผาย ทว่าความดุร้ายเป็นที่เลื่องลือนับตั้งแต่เขาปรากฏตัวขึ้นในหมู่บ้านซันเฟิงได้ประมือกับโจรปล้นชาวบ้านทำผลงานชิ้นใหญ่ ชาวบ้านที่นี่อ่อนแอและหวาดกลัวจึงขอร้องให้เขาช่วยเป็นหัวหน้าหมู่บ้านยกให้เป็นนายใหญ่คอยคุ้มครองปกป้องจากภยันตราย ด้วยเขามีพรรคพวกถึงห้าคนจึงตอบตกลงปักหลักที่นี่ชั่วคราว แต่ก็ยังไม่ปลอดภัยเสียทีเดียวเพราะโจรกลุ่มใหญ่นี้มีอิทธิพลลึกลับซ่อนตัวอยู่ละแวกนี้ พร้อมกับจงใจปล้นและยึดหมู่บ้านมาครอบครองเอาไว้ขยายอาณาเขตต่อไป จึงทำให้เฟิ่งเซียนหยวนต้องตั้งหลักอยู่ที่นี่ ถึงเขาจะมีบุคลิกดุดันเด็ดขาดและเหี้ยมโหดแต่กลับมีเมตตาต่อชาวบ้านทำให้พวกเขาทั้งรักและเทิดทูนนายใหญ่จนหมดหัวใจ อีกอย่างเฟิ่งเซียนหยวนก็นำผู้ชายฉกรรจ์ในหมู่บ้านทั้งหมดฝึกวิชาการต่อสู้ป้องกันตัวทุกวันเพื่อความอยู่รอดและช่วยกันปกป้องคนในหมู่บ้านให้ปลอดภัย กลุ่มโจรยังคงซุ่มไม่ออกอาละวาดหนักเช่นเมื่อก่อนจนกระทั่งไม่นานมานี้ได้เกิดเรื่องการปล้นรถม้าขึ้นยิ่งทำให้ชาวบ้านตื่นตัวขึ้นมา เขาได้ช่วยเหลือซินหลิงเสียก็จริงแต่ยังไม่วางใจเสียทีเดียว เกรงว่านางจะเป็นนกต่อสร้างสถาณการณ์แสร้งวิ่งหนีโจรเข้ามาในเขตของเขา อาจหวังหาคนช่วยแล้วเข้ามาสืบเรื่องลับในหมู่บ้านเป็นสายลับให้โจรกลุ่มนี้ ถึงแม้ตอนนี้จะไม่ได้มีผู้ใดเคลื่อนไหวเกี่ยวกับนางก็ตาม เพราะเกี่ยวข้องกับความเป็นความตายของคนเป็นร้อยเขาจึงวางใจในตัวนางไม่ได้ แล้ววันนี้ยังมาเดินลับๆ ล่อๆ ส่อพิรุธให้น่าสงสัยเป็นอย่างยิ่ง วันนี้ป้าหลิวที่นางได้ยินคนอื่นเรียกมีอาการปวดท้องอย่างรุนแรง หมอเข้ามาดูอาการบอกว่าอาหารเป็นพิษและมีไข้ขึ้นทำให้เข้าครัวทำอาหารไม่ได้ นายใหญ่ของพวกเขามีเพียงป้าหลิวคอยดูแลทำอาหารพอกินได้ส่วนพรรคพวกผู้ชายมิได้ถนัดสิ่งเหล่านี้ ใกล้จะถึงเวลาอาหารเย็นแล้วสองหนุ่มกำลังกลัดกลุ้ม พวกเขาคิดกังวลว่าจะทำอย่างไรกับเนื้อสัตว์และผักที่กองอยู่ตรงหน้า "ข้ามีความสามารถคือก่อไฟได้จะให้ตั้งเตายังกะปริมาณน้ำไม่ถูกเลย" หยวนเย่ หนุ่มน้อยอายุราวสิบห้าปีเอ่ยขึ้นอย่างกังวล "ถ้าอย่างนั้นเราก็เอาผักกับซี่โครงหมูนี่ต้มใส่เกลือแล้วก็ใส่เหล้าก็แล้วกัน มันอาจจะอร่อยก็ได้นะ" เสียงของซวนเซียวออกความเห็นเมื่อเห็นว่าหยวนเย่คงคิดไม่ตก "จะบ้าหรือ หากรสชาติออกมาแย่เรามิโดนนายใหญ่จับหม้อแกงกรอกปากหรอกหรือ เจ้าหัดมีหัวคิดบ้างสิ" เสียงหยวนเย่ดุสหายเบาๆ ซวนเซียวถอนหายใจนั่งลงใกล้ๆ มองพื้นอย่างหนักใจ ในขณะที่สองหนุ่มน้อยหมดหนทางอยู่นั้นซินหลิงเสียก็เดินเข้ามาในโรงครัวเพื่อหาวัตถุดิบทำอาหารรสชาติดีๆ กินสักมื้อ แต่นางก็ต้องแปลกใจที่หนุ่มน้อยสองคนนั่งหน้าบึ้งมือเท้าคางเหมือนจนปัญญา "นี่ พวกเจ้ามาทำอะไรที่นี่" นางสงสัยเพราะปกติแล้วพวกผู้ชายจะไม่เข้ามาในโรงครัว นางเพียงจะมาหาผักและเนื้อสัตว์แต่พอเจอคนนั่งเฝ้าอยู่จึงแกล้งพูดขึ้นเย้าๆ "ข้าขอผักกับหมูได้หรือไม่ ข้าจะไปทำอาหารกินรับรองไม่เอาเยอะ ไม่ก่อไฟที่นี่ให้สิ้นเปลืองด้วย ข้าพอจะมีกิ่งไม้แถวๆ กระท่อมของข้า อ้อ ขอยืมหม้อด้วยนะ" นางพูดพลางทำท่าทางหลุกหลิกปัดมือไปมาเก้อๆ ไม่รู้ว่าสองหนุ่มน้อยนี่เป็นใครแต่ถึงอย่างไรคนทั้งหมู่บ้านก็คือเจ้าของที่นี่หากนางจะเอ่ยปากขอคงไม่มีปัญหา "เจ้าทำอาหารได้หรือ" "อร่อยหรือไม่" ทั้งคู่ผลัดกันถามนางอย่างร้อนรน พวกเขากำลังหาที่พึ่งอยู่พอดี ซินหลิงเสียทำท่าล่อกแล่ก นางเองก็ทำตัวไม่ถูกที่อยู่ๆ เด็กหนุ่มสองคนก็พูดจาดีด้วยเพราะตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ยังไม่พบเจอใครพูดดีด้วยสักคน "อ้อ..ได้สิ พอทำได้" นางตอบอย่างถ่อมตัวเพราะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะมาไม้ไหน "พี่สาว ทำอาหารเย็นแทนพวกเราทีพวกข้าไม่ถนัดของพวกนี้ ถ้านายใหญ่กินแล้วไม่ถูกปากล่ะก็พวกข้าโดนลงโทษแน่" หยวนเย่พูดเชิงขอร้อง ซินหลิงเสียได้ยินคำว่านายใหญ่นางก็พาลหงุดหงิดหน้าตึงขึ้นมาทันที "ไม่ดีกว่า ก็ให้นายใหญ่ของพวกเจ้ามาทำกินเองสิ เขาเก่งมิใช่หรือ" นางลอยหน้าลอยตาพูดไม่สนใจเด็กหนุ่ม คนที่ทำหน้าตาบูดบึ้งอยู่เบื้องหน้า "โธ่พี่สาว ถือว่าช่วยพวกเราสักครั้งเถิดหากว่าป้าหลิวไม่ล้มป่วยก็คงไม่ต้องลำบากรบกวนเจ้า" หยวนเย่ขอร้องอีกครั้งโดยมีซวนเซียวยืนลุ้นอยู่ข้างๆ ซินหลิงเสียเห็นแก่ที่'เขา'เคยช่วยนางจึงรับปากอย่างเสียไม่ได้ "ก้ได้ๆ ถ้าอย่างนั้นเจ้าไปก่อไฟรอก็แล้วกันข้าจะเตรียมของ" นางพูดด้วยสีหน้าระอาและเดินกระแทกเท้าเข้าไปข้างในเพื่อดูวัตถุดิบว่าสิ่งใดต้องทำชนิดไหนบ้างเฟิ่งเซียนหยวนตื่นขึ้นมาในตอนเช้าตรู่ เห็นซินหลิงเสียกำลังหลับสบาย เขาไม่คิดรบกวนนางปล่อยให้นอนเงียบๆ เพียงดึงผ้าห่มคลุมให้กันหนาว แล้วไปอาบน้ำชำระร่างกายให้สดชื่น วันนี้เขามีเรื่องสำคัญที่ต้องทำองครักษ์หนุ่มออกไปภัตตาคารแต่เช้าพร้อมด้วยซวนเซียวและหยวนเย่"เรียบร้อยดีหรือไม่"เขาถามทั้งคู่"เรียบร้อยขอรับ"จบบทสนทนามีชายหนุ่มวัยฉกรรจ์ท่าทางสะอาดและสุภาพคนหนึ่งเดินเข้ามาหาพร้อมกับทหารสี่นาย"คารวะซื่อจื่อ"เขาโค้งกายทำความเคารพอย่างอ่อนน้อมและดูคุ้นเคยกับเฟิ่งเซียนหยวน เมื่อสนทนาสักครู่จึงพาชายคนนั้นเข้าไปข้างในด้วยกันเขาเข้าพบเถ้าแก่และหลงจู๊ แจ้งว่าซินหลิงเสียขอลาออก"ท่านเป็นใครกันถึงกล้าลาออกแทนอาเสียข้าเห็นเขาทำงานมีความสุขดี"เถ้าแก่น้ำเสียงไม่พอใจเท่าใดนัก"อาเสียต้องกลับไปเมืองซันกับข้าโดยด่วนต้องขออภัยเถ้าแก่ที่แจ้งกะทันหัน ข้ามีพ่อครัวคนใหม่มาแทน ฝีมือไม่ด้อยไปกว่ากัน"เขานำตัวชายฉกรรจ์คนเมื่อครู่มาให้เถ้าแก่ดู อันที่จริงชายผู้นี้เป็นหนึ่งในพ่อครัวในจวนที่มีฝีมือดีมาก บ้านเกิดเขาอยู่ต้าเว่ยเพราะอยากกลับมาอยู่กับครอบครัวที่ห่างหายไปสิบกว่าปี เพื่อออกมาดูแลพ่อแม่วัยชราให้ใกล้
ไม่ว่าสิ่งใดจะเกิดขึ้นเขาจะพาตัวนางกลับมาเมืองซันให้ได้ เขายินดีทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้ครอบครอง ครั้งก่อนเคยพลาดไปแล้วแต่คราวนี้เขาจะไม่ผิดพลาดซ้ำอีกเฟิ่งเซียนหยวนออกเดินทางไปยังภัตตาคารต้าเว่ยที่ซินหลิงเสียทำงานเป็นพ่อครัว เขาตั้งใจไปพบนางและรับตัวกลับเมืองซันด้วยกันโดยที่รู้ดีว่านางอาจไม่ยินยอม แต่คนอย่างเขาใช้ไม่อ่อนไม่ได้ผลก็มีอยู่ทางเดียวเท่านั้น เพราะถึงอย่างไรไม่ว่าช้าเร็วนางต้องแต่งเข้าจวนอยู่แล้ว"เชิญนั่งตามสบายขอรับคุณชาย"หลงจู๊เข้ามาต้อนรับจัดโต๊ะที่ดีที่สุดให้เฟิ่งเซียนหยวน หยวนเย่และซวนเซียว"แน่ใจหรือขอรับซื่อจื่อว่านางจะยอม"ซวนเซียวลองออกความเห็น เฟิ่งเซียนหยวนกระตุกยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ตอบ สองหนุ่มน้อย"ไม่ยอมจะทำอย่างไรได้เล่า"เขาสั่งอาหารที่แพงที่สุดในร้านสามอย่างกินอิ่มแล้วค่อยจัดการก็ยังไม่สายอาหารสามจานส่งกลิ่นหอมยั่วน้ำลาย ซวนเซียวและหยวนเย่ห่างหายจากรสชาตินี้ไปแสนนาน เมื่อได้ลองชิมคำแรกพลันทำให้อดคิดถึงพี่เสียของพวกเขาไม่ได้ อยากพบหน้านางเร็วๆ ให้หายคิดถึงเช่นกัน"ฝีมือยังอร่อยเหมือนเดิม"ซวนเซียวเอ่ยขึ้น"ข้าว่าอร่อยกว่าเดิมและจานนี้แกะสลักสวยงามมากจริ
เฟิ่งเซียนหยวนรักษาตัวจนหายดีจากฝีมือคนตัวแสบ เขาก็สะสางงานต่อทันที เรื่องของซินหลิงเสียเขาไม่เคยลืมยังคงหาทางทวงคืนความยุติธรรมให้นาง สมบัติทุกชิ้นของนางต้องกลับคืนสู่เจ้าของที่แท้จริงองครักษ์หนุ่มทูลขอฮ่องเต้เพื่อสืบเรื่องราวของจวนขุนนางซินและใช้อำนาจตรวจค้นภายในจวนได้อย่างถูกต้องรุ่นถิงที่กำลังเสวยสุขอยู่บนทรัพย์สินของซินหลินเสียอย่างฟุ่มเฟือย นอกจากไม่เก็บรักษาสมบัติให้ดียังขายบางส่วนของนางเพื่อใช้จ่ายโดยส่วนของตัวเองไม่ยอมแตะต้องแม้แต่น้อย"เรียนนายหญิง องครักษ์เฟิ่งขอเข้าพบเจ้าค่ะ"บ่าวรับใช้เข้ามารายงานถึงแขกที่ไม่ได้รับเชิญ รุ่นถิงรู้จักเขาเพราะชื่อเสียงเป็นที่เลื่องลือมานาน นึกเข้าข้างตัวเองว่าชายหนุ่มคงมีเรื่องดีๆ หรืออยากทำความรู้จักเพื่อสานสัมพันธ์ คงไม่แปลกในเมื่อตอนนี้นางเองก็ไม่มีสามี อายุมากกว่าสักหน่อยคงไม่ผิดธรรมเนียมใดกระมัง"เชิญที่ห้องโถงใหญ่ ประเดี๋ยวข้าออกไป"นางบอกกล่าวคนใช้แล้วจัดแจงดูแลความเรียบร้อยของตนเองเฟิ่งเซียนหยวนสำรวจดูภายในห้องรับแขกขนาดใหญ่ ขุนนางซินเป็นถึงราชครู ภายในจวนมีความกว้างขวาง ของประดับตกแต่งล้วนเป็นของดีทั้งสิ้น ทรัพย์สมบัติที่มีคงมากพ
ซินหลิงเสียเก็บอุปกรณ์และชวนคนงานลำเลียงของเตรียมเดินทางกลับ นางอำลาผู้ใหญ่และขอบคุณคุณชายเว่ยแล้วจึงเริ่มออกเดินทาง โดยให้ทุกคนนำหน้าไปก่อนส่วนนางเตรียมเข้าไปร่ำลาแม่ครัวเป็นสิ่งสุดท้าย"ซินหลิงเสีย"เสียงทุ้มดังขึ้นด้านหลังที่คุ้นเคยและนุ่มนวล ไม่เคยมีใครเรียกชื่อนี้นานแล้ว นางค่อยๆ หมุนกายกลับมาและต้องตกตะลึงคาดไม่ถึงกับคนตรงหน้า หญิงสาวใจเต้นระรัวที่เจอเฟิ่งเซียนหยวนและเขาก็ยังรู้จักชื่อเต็มของนาง"ใช่จริงๆ เจ้านั่นเอง"เฟิ่งเซียนหยวนยิ้มดีใจโผเข้าหานางกอดกระชับเอาไว้แน่น ร่างเล็กบอบบางของนางเซแทบล้มเมื่อเขาโถมกอดจนตัวเล็กจมมิด"ข้าเจอแล้ว ข้าคิดถึงเจ้าเหลือเกิน ข้าขอโทษ"เขาพรั่งพรูความในใจราวกับเป็นคนละคนกับเมื่อก่อน ความคิดคำนึงหาที่เก็บกดมานานระบายผ่านคำพูด ดวงตาทอประกายสดใสและอ้อมกอดที่อบอุ่นที่นางรู้สึกได้"ท่านจำผิดคนแล้ว ปล่อยข้าน้อยเถิดขอรับ"นางตั้งสติได้นึกถึงวันเก่าทั้งคำพูดและท่าทางเย็นชา อีกทั้งอยากตัดใจให้ขาดแสดงออกเป็นการปฏิเสธชัดเจน"ไม่มีทาง ไม่ผิดตัวแน่ เจ้ายังไม่ตาย"ความดื้อดึงของเฟิ่งเซียนหยวนก็ไม่มีใครต้านทานได้เช่นเดียวกัน เขายังคงกอดนางเอาไว้ทั้งตัว ซบหน้า
แขกเหรื่อในงานกำลังทยอยมาที่จวนตระกูลเว่ย ภายในจวนกว้างใหญ่ไพศาลสมกับเป็นเศรษฐีอันดับต้นๆ ของต้าเว่ย รองรับแขกได้หลายร้อยคน แต่วันนี้เลือกเชิญเฉพาะคนสำคัญเท่านั้นซินหลิงเสียเดินทางมาถึงพร้อมผู้ช่วย นางได้รับการต้อนรับที่ดีจากที่นี่เพราะคุณชายเว่ยสั่งเอาไว้ นางมาถึงก็รีบจัดเตรียมอาหารโดยไม่รอช้าเพราะอีกไม่นานงานเลี้ยงก็จะเริ่มต้น ด้านแม่ครัวของที่นี่เริ่มนำเครื่องดื่มทยอยออกไปล่วงหน้าแล้วนางไม่รอช้าเริ่มทำเมนูมงคลเป็นสิ่งแรกคือสิ่วหมี่ ที่มีความเชื่อว่ากินแล้วช่วยให้อายุยืนยาว ซินหลิงเสียทำอย่างรวดเร็วจัดใส่จานขนาดใหญ่ นำผักมาฝานแล้วม้วนเป็นรูปดอกไม้ประดับขอบจานมองดูน่ากินยิ่งนัก"อาหารมงคลธรรมดาที่เราคุ้นเคย ตกแต่งออกมาสวยงามก็ดูน่ากินไม่เบาเลยนะ"เสียงชื่นชมจากปากแขกผู้ใหญ่ที่เริ่มชิมเป็นคำแรกลำดับต่อมาตามติดด้วยเป็ดปักกิ่ง หมูอบน้ำผึ้ง ที่มีกลิ่นหอมโชยไปทั่วบริเวณงานเลี้ยง"เนื้อเป็ดนุ่มลิ้น หนังกรอบพอดี รสชาติกลมกล่อมเข้ากันได้ดีจริงๆ"ฮูหยินใหญ่เอ่ยปากชม แม้แต่แม่ครัวในจวนก็เทียบฝีมือไม่ติด"หมูอบน้ำผึ้งไม่เลี่ยนเลย ข้าล่ะชอบยิ่งนักเนื้อหมูไม่แข็งกระด้างกินเพลินดีด้วย"เพื่อนขอ
ครบสิบห้าวันที่เฟิ่งจื่อถงถูกกักกัน เมื่อได้รับอิสรภาพเขาไม่รอช้ารีบเข้าพบพี่ใหญ่ทันทีเพื่อแจ้งความประสงค์บางอย่าง"มีเรื่องใดรึถึงรีบร้อนเช่นนี้"เฟิ่งเซียนหยวนถามเสียงขรึม"พี่ใหญ่ ข้าอยากไปเรียนที่ต้าเว่ย ที่นั่นมีสำนักชื่อดังมากมาย เรียนสักสองปีก็กลับมาเป็นอาจารย์สอนหนังสือที่นี่ ท่านว่าดีหรือไม่ขอรับ"เฟิ่งจื่อถงบอกเล่าสิ่งที่เขาวาดฝัน"เจ้ามาขออนุญาตหรือกำลังบอกกล่าวก่อนเดินทางกันแน่"เฟิ่งเซียนหยวนรู้ทันน้องชายตัวดีเสมอ"โธ่ พี่ใหญ่ ข้า..."เฟิ่งจื่อถงก้มหน้างุดไม่กล้าสบตากับพี่ชาย"ถึงอย่างไรเจ้าก็ต้องเป็นขุนนางในวัง จะมาเป็นบัณฑิตเร่ร่อนสำนักนั้นสำนักนี้ใช้ได้ที่ไหนกัน"เขาเปิดฉากอบรมน้องชายให้รับรู้ถึงหน้าที่ของตนในภายภาคหน้า"อีกอย่างอาจารย์ที่นี่มีแต่คนเก่ง สำนักมีชื่อก็มากมาย เหตุใดเจ้าต้องกระเสือกกระสนไปถึงต้าเว่ยที่มีความเจริญน้อยกว่าเมืองซัน""ข้า..."เฟิ่งจื่อถงเถียงไม่ออก เขารับรู้ทันทีว่าเฟิ่งเซียนหยวนไม่อนุญาตอย่างแน่นอนและไม่มีใครสามารถต่อกรด้วยได้เลย"ไปได้แล้ว"เขาต้องการความสงบจึงไม่พูดสิ่งใดอีก คิดว่าเพียงเท่านี้เฟิ่งจื่อถงน่าจะเข้าใจ"ขอรับพี่ใหญ่"หลังจากนั้







