مشاركة

กะทันหัน

last update تاريخ النشر: 2026-07-08 12:46:23

รุ่นถิงแอบออกไปข้างนอกเพื่อพบกับใครบางคน

"พอถึงเขตเมืองต้าเว่ยก็จัดการฆ่านางซะเก็บศพให้ดีอย่าให้เรื่องเดือดร้อนถึงข้า เอาหลักฐานมาจากตัวนางรับเงินก้อนใหญ่ที่เหลือ"

รุ่นถิงตกลงกับชายวัยกลางคนรูปร่างสูงใหญ่อย่างระมัดระวังแม้อยู่ในที่ลับตาคนเมื่อทั้งคู่ตกลงกันได้จึงแยกย้ายไปคนละทาง

ซินหลิงเสียรอพบรุ่นถิงเพื่อขอค่าเดินทางเนื่องจากมีเวลาไม่มากแล้ว นางจึงจำเป็นต้องรอที่เรือนใหญ่

"ท่านน้า การเดินทางมีค่าใช้จ่ายข้าจึงมาพบท่านอีกครั้ง"

นางแจ้งความประสงค์เมื่อรุ่นถิงเข้ามาถึง

"ได้สิ ข้าเตรียมไว้ให้แล้ว"

ซินหลิงเสียรับมาไว้แล้วย่อตัวหมุนกายเดินกลับเรือนเพื่อพักผ่อนเตรียมเดินทางแต่เช้า

รุ่นถิงลอบยิ้มเหยียดอย่างสะใจ นางให้เงินลูกเลี้ยงไปถุงใหญ่กว่าทุกครั้ง เพราะคิดว่าถึงอย่างไรมันต้องกลับคืนมาหานางแน่นอน

ถึงวันที่ซินหลิงเสียออกเดินทางโดยรถม้านางเดินทางคนเดียวเพราะเคยไปมาแล้วหลายครั้ง ในแต่ละครั้งก็ไม่เคยร้างผู้คนเลยนางจึงไม่มีความหวาดกลัวแต่อย่างใด

ชายชุดดำซุ่มอยู่ระหว่างทางใกล้เขตต้าเว่ย มองตามรถม้าที่กำลังมุ่งหน้าไปยังจุดหมายในช่วงเวลาโพล้เพล้ เขาไม่รอช้ากระโจนลงขวางทางเอาไว้สามคน

"หยุดเดี๋ยวนี้ ค้นตัวทุกคนเอาสมบัติให้หมดใครขัดขืนตาย!"

เสียงห้าวออกคำสั่งให้ทุกคนลงมืออย่างรวดเร็ว คนบังคับรถม้าและผู้คนด้านในต่างหวาดกลัว นั่งกอดกันไหว้ร้องขอชีวิต เสียงกรีดร้องของผู้หญิงดังลั่นทำให้พวกเขารำคาญ

"หยุดร้อง ฆ่าทิ้งให้หมด!"

เสียงหัวหน้ากลุ่มคำรามยิ่งเพิ่มความน่ากลัวขึ้นไปอีกร้อยเท่า ซินหลิงเสียถูกค้นตัวและกระชากถุงเงินไปจนหมด

"พี่ชาย ท่านไม่เหลือไว้ให้ข้าสักหน่อยหรือข้าไม่มีเงินติดตัวจะไปใช้ชีวิตอย่างไร ฮือๆ"

นางพูดไปพลางบีบน้ำตาให้น่าสงสารที่สุด หัวหน้าโจรรู้ว่านี่คือเป้าหมายส่วนทรัพย์สินเป็นผลพลอยได้ เขาจึงไม่รอช้าสั่งให้ลูกน้องฆ่านางทันที

"ฆ่ามัน!"

ถึงนางจะกลัวอย่างไรก็ต้องมีสติ ซินหลิงเสียใช้ความว่องไวหลบหลีก กระโดดลงไปวิ่งหนีไม่คิดชีวิตโดยมีสมุนโจรตามมาติดๆ ต่างคนต่างวิ่งสะเปะสะปะไร้ทิศทาง

ปึก!

อั่ก!

ดอกธนูแหลมคมพุ่งปักเข้าอกด้านซ้ายของสมุนโจรร่างใหญ่ตาเหลือกล้มลงตายคาที่

"กรี๊ด!"

ซินหลิงเสียขวัญเสียกรีดร้องสุดขีดก่อนหมดสติตามกันไป ร่างเล็กเพรียวบางถูกใครบางคนแบกขึ้นบ่าแล้วควบหลังม้าออกไปอย่างรวดเร็ว

ความมืดมิดเข้าปกคลุมไปทุกพื้นที่ มีเพียงแสงไฟสลัวเท่านั้นที่พอจะมองเห็นสิ่งของใกล้ๆ ซินหลิงเสียลืมตาตื่นขึ้นมาพบบ้านไม้คล้ายกระท่อมหลังเล็กจุดไฟเพียงเล็กน้อยบรรยากาศเงียบสนิท

"ที่นี่ที่ไหนอีกเล่า"

นางรู้สึกใจคอไม่ดีที่ตนเองต้องมาอยู่ในสถานที่ไม่คุ้นเคย เสียงเงียบโดยรอบทำให้ดูน่าหวาดหวั่น หากนางออกไปจากที่นี่ตอนนี้คงไม่ดีแน่ทั้งมืดและหิวอีกแล้ว สิ่งที่ทำได้คือนอนเอาแรงเสียก่อน ซินหลิงเสียจึงทำได้แค่หลับตาลงนอนแน่นิ่งอีกครั้ง

"ตื่นๆๆ"

เสียงแว๊ดๆ ดังสะเทือนแก้วหูก้องโสตประสาททำให้นางลุกพรวดขึ้นเบิกตากว้างเจอสตรีวัยกลางคนรูปร่างท้วมยืนเท้าเอวในมือมีไม้และถาดเคาะประกอบเสียงทำหน้าถมึงทึงอยู่ใกล้ๆ

"นี่ป้า ที่นี่คือที่ไหนหรือ"

นางหันรีหันขวางงุนงงกับสถานที่และป้าร่างท้วมตรงหน้า

"จะนอนกินบ้านกินเมืองหรืออย่างไร เมื่อเข้ามาอยู่ที่นี่ก็ต้องช่วยกันทำงาน"

ป้าร่างท้วมโพล่งขึ้นมาไม่บอกกล่าว ยิ่งทำให้ซินหลิงเสียงงงวยเข้าไปใหญ่

"เดี๋ยวก่อน นี่มันอะไรกันข้าพลัดหลงมาแล้วก็กำลังจะไปแล้ว"

ซินหลิงเสียตั้งท่าลุกขึ้นแต่ถูกป้าร่างท้วมดักหน้าเอาไว้สีหน้าเอาเรื่อง

"อย่าหาเรื่องขี้เกียจ เมื่อคืนหัวหน้าใหญ่แบกเจ้ามาที่นี่บอกว่าเจ้าเป็นเชลยเพราะฉะนั้นต้องทำงานเข้าใจหรือไม่"

ยัยป้าขึ้นเสียงกร้าว

"เชลยบ้าบออะไรกัน ข้าถูกปล้นจนหมดตัวแล้วมีคนจับตัวมา ข้าควรได้กลับบ้านสิ"

นางขึ้นเสียงไม่ยอมบ้างและกำลังจะก้าวเท้าเดินออกไป

"ที่นี่เป็นเขตของหัวหน้าใหญ่หากคิดหนีก็มีทางเดียวคือตัดหัว คนในห้ามออกคนนอกห้ามเข้า"

ป้าร่างท้วมคำรามไล่หลังเสียงดังลั่น ซินหลิงเสียระงับอารมณ์ไว้ไม่ไหวจึงตอบโต้บ้าง

"ข้าเท่ากับเป็นคนนอกถ้าอย่างนั้นข้าต้องไปเท่านั้น!"

"หยุด!"

ยังไม่ทันที่สตรีทั้งสองจะอ้าปากโต้เถียงกันต่อ เสียงทุ้มห้าวก็ดังแทรกขึ้นมา

"หัวหน้าใหญ่"

หญิงท้วมโค้งคำนับทำเสียงเบาช่างแตกต่างจากเมื่อครู่อย่างสิ้นเชิง

"ข้าให้เจ้ามาตามนางไปทำงาน เหตุใดมาทะเลาะกันเป็นเด็กไปได้"

เขาขึ้นเสียงเข้มดูมีอำนาจน่าเกรงขามยิ่ง

"ก็นางไม่ยอมเจ้าค่ะจะออกไปข้างนอกอย่างเดียว"

ป้ารีบรายงาน

"ออกไปก็ถูกฆ่าตาย เจ้าก็ปล่อยนางไปสิถึงอย่างไรก็หนีไม่พ้น"

เขาพูดเสียงเย็นฟังดูน่าขนลุกพร้อมปรายตามองมาทางซินหลิงเสีย นางจ้องหน้ากลับด้วยอารมณ์โมโหไม่หาย

"เอาของของข้าคืนมา ข้าจะได้กลับบ้าน"

นางยื่นมือทวงสิ่งของติดตัวเหมือนเด็ก

"หึ เจ้ามีแค่ตัวเปล่าลืมไปแล้วหรือ แล้วข้าเป็นคนช่วยชีวิตเจ้าเอาไว้ถึงตอนนี้เจ้าต้องตอบแทนข้า ช่างไม่สำนึกเอาเสียเลย"

เขานึกรังเกียจความเห็นแก่ตัวและเนรคุณผู้มีพระคุณที่นางแสดงออก พลันคิดไปว่าสตรีผู้นี้ช่างจองหองนัก นางเป็นคนตระกูลไหนกันถึงไร้มารยาทเช่นนี้

"ถ้าอย่างนั้นข้าก็ไปได้"

นางเพิ่งนึกออกว่าวิ่งหนีตายออกมาตัวเปล่ามีเพียงความต้องการรอดชีวิตเท่านั้น

ชายร่างสูงใหญ่ปรี่เข้าประชิดตัว มือหนาใหญ่คว้าใบหน้าเล็กบีบคางเอาไว้แน่นหนา

"เจ้าไม่มีสิทธิ์ออกไปจากที่นี่ข้าขอเตือน ไม่อย่างนั้น ตาย!"

เขากัดฟันกรอดกระซิบข้างหู ซินหลิงเสียเบิกตาโตรู้สึกหวั่นกลัวขึ้นมากับน้ำเสียงและท่าทางเอาจริง ชายหนุ่มสะบัดคางนางออกผลักไปหาป้าร่างท้วมเต็มแรงจนล้มลงใต้เท้าของหญิงสูงวัยกว่า

"พานางออกไปอย่าให้มาขัดหูขัดตาข้าอีก"

เขาหันหลังให้ด้วยอารมณ์คุกรุ่น หญิงร่างท้วมดึงนางขึ้นรีบลากตัวออกไปอย่างทุลักทุเลด้วยเห็นว่านางทำให้นายใหญ่โกรธกริ้วแน่แล้ว

"โอ๊ยๆ เจ็บ ข้าไม่ใช่วัวใช่ควายนะจับดีๆ สิ"

ซินหลิงเสียโวยวายตามนิสัยของนางพร้อมสะบัดแขนออก

"ชู่ว หยุดโวยวายแล้วฟังข้า เจ้าทำให้หัวหน้าใหญ่โกรธแล้วนะ อย่าพูดมากตามข้ามาก่อนที่เจ้าจะไม่มีลมหายใจบนโลกนี้อีก"

เสียงป้าเตือนพร้อมกับเดินนำไปอีกแห่ง ซินหลิงเสียนึกถึงใบหน้าหล่อเหลาคมคาย แววตาคมกล้าน้ำเสียงเหี้ยมโหดแล้วก็หวาดหวั่น จำใจเดินตามสตรีอาวุโสกว่าอย่างเสียไม่ได้

 

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • อลเวงรักสาวนักปรุง   หรือต้องให้ซื้อตัว(จบ)

    เฟิ่งเซียนหยวนตื่นขึ้นมาในตอนเช้าตรู่ เห็นซินหลิงเสียกำลังหลับสบาย เขาไม่คิดรบกวนนางปล่อยให้นอนเงียบๆ เพียงดึงผ้าห่มคลุมให้กันหนาว แล้วไปอาบน้ำชำระร่างกายให้สดชื่น วันนี้เขามีเรื่องสำคัญที่ต้องทำองครักษ์หนุ่มออกไปภัตตาคารแต่เช้าพร้อมด้วยซวนเซียวและหยวนเย่"เรียบร้อยดีหรือไม่"เขาถามทั้งคู่"เรียบร้อยขอรับ"จบบทสนทนามีชายหนุ่มวัยฉกรรจ์ท่าทางสะอาดและสุภาพคนหนึ่งเดินเข้ามาหาพร้อมกับทหารสี่นาย"คารวะซื่อจื่อ"เขาโค้งกายทำความเคารพอย่างอ่อนน้อมและดูคุ้นเคยกับเฟิ่งเซียนหยวน เมื่อสนทนาสักครู่จึงพาชายคนนั้นเข้าไปข้างในด้วยกันเขาเข้าพบเถ้าแก่และหลงจู๊ แจ้งว่าซินหลิงเสียขอลาออก"ท่านเป็นใครกันถึงกล้าลาออกแทนอาเสียข้าเห็นเขาทำงานมีความสุขดี"เถ้าแก่น้ำเสียงไม่พอใจเท่าใดนัก"อาเสียต้องกลับไปเมืองซันกับข้าโดยด่วนต้องขออภัยเถ้าแก่ที่แจ้งกะทันหัน ข้ามีพ่อครัวคนใหม่มาแทน ฝีมือไม่ด้อยไปกว่ากัน"เขานำตัวชายฉกรรจ์คนเมื่อครู่มาให้เถ้าแก่ดู อันที่จริงชายผู้นี้เป็นหนึ่งในพ่อครัวในจวนที่มีฝีมือดีมาก บ้านเกิดเขาอยู่ต้าเว่ยเพราะอยากกลับมาอยู่กับครอบครัวที่ห่างหายไปสิบกว่าปี เพื่อออกมาดูแลพ่อแม่วัยชราให้ใกล้

  • อลเวงรักสาวนักปรุง   คนปากแข็ง

    ไม่ว่าสิ่งใดจะเกิดขึ้นเขาจะพาตัวนางกลับมาเมืองซันให้ได้ เขายินดีทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้ครอบครอง ครั้งก่อนเคยพลาดไปแล้วแต่คราวนี้เขาจะไม่ผิดพลาดซ้ำอีกเฟิ่งเซียนหยวนออกเดินทางไปยังภัตตาคารต้าเว่ยที่ซินหลิงเสียทำงานเป็นพ่อครัว เขาตั้งใจไปพบนางและรับตัวกลับเมืองซันด้วยกันโดยที่รู้ดีว่านางอาจไม่ยินยอม แต่คนอย่างเขาใช้ไม่อ่อนไม่ได้ผลก็มีอยู่ทางเดียวเท่านั้น เพราะถึงอย่างไรไม่ว่าช้าเร็วนางต้องแต่งเข้าจวนอยู่แล้ว"เชิญนั่งตามสบายขอรับคุณชาย"หลงจู๊เข้ามาต้อนรับจัดโต๊ะที่ดีที่สุดให้เฟิ่งเซียนหยวน หยวนเย่และซวนเซียว"แน่ใจหรือขอรับซื่อจื่อว่านางจะยอม"ซวนเซียวลองออกความเห็น เฟิ่งเซียนหยวนกระตุกยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ตอบ สองหนุ่มน้อย"ไม่ยอมจะทำอย่างไรได้เล่า"เขาสั่งอาหารที่แพงที่สุดในร้านสามอย่างกินอิ่มแล้วค่อยจัดการก็ยังไม่สายอาหารสามจานส่งกลิ่นหอมยั่วน้ำลาย ซวนเซียวและหยวนเย่ห่างหายจากรสชาตินี้ไปแสนนาน เมื่อได้ลองชิมคำแรกพลันทำให้อดคิดถึงพี่เสียของพวกเขาไม่ได้ อยากพบหน้านางเร็วๆ ให้หายคิดถึงเช่นกัน"ฝีมือยังอร่อยเหมือนเดิม"ซวนเซียวเอ่ยขึ้น"ข้าว่าอร่อยกว่าเดิมและจานนี้แกะสลักสวยงามมากจริ

  • อลเวงรักสาวนักปรุง   ทวงคืนเพื่อเจ้า

    เฟิ่งเซียนหยวนรักษาตัวจนหายดีจากฝีมือคนตัวแสบ เขาก็สะสางงานต่อทันที เรื่องของซินหลิงเสียเขาไม่เคยลืมยังคงหาทางทวงคืนความยุติธรรมให้นาง สมบัติทุกชิ้นของนางต้องกลับคืนสู่เจ้าของที่แท้จริงองครักษ์หนุ่มทูลขอฮ่องเต้เพื่อสืบเรื่องราวของจวนขุนนางซินและใช้อำนาจตรวจค้นภายในจวนได้อย่างถูกต้องรุ่นถิงที่กำลังเสวยสุขอยู่บนทรัพย์สินของซินหลินเสียอย่างฟุ่มเฟือย นอกจากไม่เก็บรักษาสมบัติให้ดียังขายบางส่วนของนางเพื่อใช้จ่ายโดยส่วนของตัวเองไม่ยอมแตะต้องแม้แต่น้อย"เรียนนายหญิง องครักษ์เฟิ่งขอเข้าพบเจ้าค่ะ"บ่าวรับใช้เข้ามารายงานถึงแขกที่ไม่ได้รับเชิญ รุ่นถิงรู้จักเขาเพราะชื่อเสียงเป็นที่เลื่องลือมานาน นึกเข้าข้างตัวเองว่าชายหนุ่มคงมีเรื่องดีๆ หรืออยากทำความรู้จักเพื่อสานสัมพันธ์ คงไม่แปลกในเมื่อตอนนี้นางเองก็ไม่มีสามี อายุมากกว่าสักหน่อยคงไม่ผิดธรรมเนียมใดกระมัง"เชิญที่ห้องโถงใหญ่ ประเดี๋ยวข้าออกไป"นางบอกกล่าวคนใช้แล้วจัดแจงดูแลความเรียบร้อยของตนเองเฟิ่งเซียนหยวนสำรวจดูภายในห้องรับแขกขนาดใหญ่ ขุนนางซินเป็นถึงราชครู ภายในจวนมีความกว้างขวาง ของประดับตกแต่งล้วนเป็นของดีทั้งสิ้น ทรัพย์สมบัติที่มีคงมากพ

  • อลเวงรักสาวนักปรุง   ถูกจับได้

    ซินหลิงเสียเก็บอุปกรณ์และชวนคนงานลำเลียงของเตรียมเดินทางกลับ นางอำลาผู้ใหญ่และขอบคุณคุณชายเว่ยแล้วจึงเริ่มออกเดินทาง โดยให้ทุกคนนำหน้าไปก่อนส่วนนางเตรียมเข้าไปร่ำลาแม่ครัวเป็นสิ่งสุดท้าย"ซินหลิงเสีย"เสียงทุ้มดังขึ้นด้านหลังที่คุ้นเคยและนุ่มนวล ไม่เคยมีใครเรียกชื่อนี้นานแล้ว นางค่อยๆ หมุนกายกลับมาและต้องตกตะลึงคาดไม่ถึงกับคนตรงหน้า หญิงสาวใจเต้นระรัวที่เจอเฟิ่งเซียนหยวนและเขาก็ยังรู้จักชื่อเต็มของนาง"ใช่จริงๆ เจ้านั่นเอง"เฟิ่งเซียนหยวนยิ้มดีใจโผเข้าหานางกอดกระชับเอาไว้แน่น ร่างเล็กบอบบางของนางเซแทบล้มเมื่อเขาโถมกอดจนตัวเล็กจมมิด"ข้าเจอแล้ว ข้าคิดถึงเจ้าเหลือเกิน ข้าขอโทษ"เขาพรั่งพรูความในใจราวกับเป็นคนละคนกับเมื่อก่อน ความคิดคำนึงหาที่เก็บกดมานานระบายผ่านคำพูด ดวงตาทอประกายสดใสและอ้อมกอดที่อบอุ่นที่นางรู้สึกได้"ท่านจำผิดคนแล้ว ปล่อยข้าน้อยเถิดขอรับ"นางตั้งสติได้นึกถึงวันเก่าทั้งคำพูดและท่าทางเย็นชา อีกทั้งอยากตัดใจให้ขาดแสดงออกเป็นการปฏิเสธชัดเจน"ไม่มีทาง ไม่ผิดตัวแน่ เจ้ายังไม่ตาย"ความดื้อดึงของเฟิ่งเซียนหยวนก็ไม่มีใครต้านทานได้เช่นเดียวกัน เขายังคงกอดนางเอาไว้ทั้งตัว ซบหน้า

  • อลเวงรักสาวนักปรุง   วันเกิดฮูหยินใหญ่

    แขกเหรื่อในงานกำลังทยอยมาที่จวนตระกูลเว่ย ภายในจวนกว้างใหญ่ไพศาลสมกับเป็นเศรษฐีอันดับต้นๆ ของต้าเว่ย รองรับแขกได้หลายร้อยคน แต่วันนี้เลือกเชิญเฉพาะคนสำคัญเท่านั้นซินหลิงเสียเดินทางมาถึงพร้อมผู้ช่วย นางได้รับการต้อนรับที่ดีจากที่นี่เพราะคุณชายเว่ยสั่งเอาไว้ นางมาถึงก็รีบจัดเตรียมอาหารโดยไม่รอช้าเพราะอีกไม่นานงานเลี้ยงก็จะเริ่มต้น ด้านแม่ครัวของที่นี่เริ่มนำเครื่องดื่มทยอยออกไปล่วงหน้าแล้วนางไม่รอช้าเริ่มทำเมนูมงคลเป็นสิ่งแรกคือสิ่วหมี่ ที่มีความเชื่อว่ากินแล้วช่วยให้อายุยืนยาว ซินหลิงเสียทำอย่างรวดเร็วจัดใส่จานขนาดใหญ่ นำผักมาฝานแล้วม้วนเป็นรูปดอกไม้ประดับขอบจานมองดูน่ากินยิ่งนัก"อาหารมงคลธรรมดาที่เราคุ้นเคย ตกแต่งออกมาสวยงามก็ดูน่ากินไม่เบาเลยนะ"เสียงชื่นชมจากปากแขกผู้ใหญ่ที่เริ่มชิมเป็นคำแรกลำดับต่อมาตามติดด้วยเป็ดปักกิ่ง หมูอบน้ำผึ้ง ที่มีกลิ่นหอมโชยไปทั่วบริเวณงานเลี้ยง"เนื้อเป็ดนุ่มลิ้น หนังกรอบพอดี รสชาติกลมกล่อมเข้ากันได้ดีจริงๆ"ฮูหยินใหญ่เอ่ยปากชม แม้แต่แม่ครัวในจวนก็เทียบฝีมือไม่ติด"หมูอบน้ำผึ้งไม่เลี่ยนเลย ข้าล่ะชอบยิ่งนักเนื้อหมูไม่แข็งกระด้างกินเพลินดีด้วย"เพื่อนขอ

  • อลเวงรักสาวนักปรุง   เตรียมตัวเพื่องานสำคัญ

    ครบสิบห้าวันที่เฟิ่งจื่อถงถูกกักกัน เมื่อได้รับอิสรภาพเขาไม่รอช้ารีบเข้าพบพี่ใหญ่ทันทีเพื่อแจ้งความประสงค์บางอย่าง"มีเรื่องใดรึถึงรีบร้อนเช่นนี้"เฟิ่งเซียนหยวนถามเสียงขรึม"พี่ใหญ่ ข้าอยากไปเรียนที่ต้าเว่ย ที่นั่นมีสำนักชื่อดังมากมาย เรียนสักสองปีก็กลับมาเป็นอาจารย์สอนหนังสือที่นี่ ท่านว่าดีหรือไม่ขอรับ"เฟิ่งจื่อถงบอกเล่าสิ่งที่เขาวาดฝัน"เจ้ามาขออนุญาตหรือกำลังบอกกล่าวก่อนเดินทางกันแน่"เฟิ่งเซียนหยวนรู้ทันน้องชายตัวดีเสมอ"โธ่ พี่ใหญ่ ข้า..."เฟิ่งจื่อถงก้มหน้างุดไม่กล้าสบตากับพี่ชาย"ถึงอย่างไรเจ้าก็ต้องเป็นขุนนางในวัง จะมาเป็นบัณฑิตเร่ร่อนสำนักนั้นสำนักนี้ใช้ได้ที่ไหนกัน"เขาเปิดฉากอบรมน้องชายให้รับรู้ถึงหน้าที่ของตนในภายภาคหน้า"อีกอย่างอาจารย์ที่นี่มีแต่คนเก่ง สำนักมีชื่อก็มากมาย เหตุใดเจ้าต้องกระเสือกกระสนไปถึงต้าเว่ยที่มีความเจริญน้อยกว่าเมืองซัน""ข้า..."เฟิ่งจื่อถงเถียงไม่ออก เขารับรู้ทันทีว่าเฟิ่งเซียนหยวนไม่อนุญาตอย่างแน่นอนและไม่มีใครสามารถต่อกรด้วยได้เลย"ไปได้แล้ว"เขาต้องการความสงบจึงไม่พูดสิ่งใดอีก คิดว่าเพียงเท่านี้เฟิ่งจื่อถงน่าจะเข้าใจ"ขอรับพี่ใหญ่"หลังจากนั้

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status