ANMELDENแม้เสียงปืนจะดังเพียงใด แต่ร่างบางที่ยังคงดิ้นเร่า ๆ อย่างทรมานยังขยับบิดตัวอยู่บนเตียงกว้าง มือเล็กจิกเสื้อผ้าตัวเองแน่น ลมหายใจหอบกระชั้น เสียวซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย
ปรเมนทร์รีบตรงเข้าหา หวังจะดึงตัวเธอขึ้นพาหนีออกจากที่แห่งนี้ เขาเหลือบมองใบหน้าหวานกับเรือนร่างระหงอิ่มเอิบอย่างคร่าว ๆ แต่กลับหายใจสะดุดไปครึ่งจังหวะเมื่อเห็นใบหน้าของเธอถนัดตา ทว่าไม่นานเขาก็ต้องตกใจ เมื่อจู่ ๆ ตัวเขากลับถูกมือเล็กกระชากล้มไปทาบอยู่บนเรือนร่างเร่าร้อนของเธอเสียเอง
“เฮ้ย!... ทำไมถึงมีแรงเยอะนักนะยายตัวยุ่ง” เสียงทุ้มบ่นอย่างรำคาญเมื่อเป็นฝ่ายเสียท่าให้ผู้หญิง
“อื้อ... ช่วยฉันด้วย...”
ริมฝีปากร้อนผ่าวพยายามจะครอบครองเรียวปากของปรเมนทร์ ฝ่ามือคู่เล็กสัมผัสสะเปะสะปะไปทั่วแผ่นหลังกว้างอย่างห้ามไม่อยู่ อารมณ์ปรารถนาพลุ่งพล่านไหลเวียนอยู่ในกระแสเลือด อกอวบเบียดเสียดแผ่นอกกว้างอย่างยั่วยวน ฝ่ามือซุกซนของเธอทำให้ปรเมนทร์สะดุ้งโหยงด้วยความคาดไม่ถึง ว่าหญิงสาวจะมือไวได้ถึงเพียงนี้ เมื่อเธอสัมผัสตัวตนของเขาที่เร้นอยู่ใต้กางเกงยีนส์จนเกิดอาการตอบสนองอย่างเหิมเกริม
“เฮ้ย!...” มือกว้างยันตัวขึ้นทันที ด้วยความตกใจปนซ่านเสียวที่จู่โจมขึ้นอย่างน่าสะพรึง
“ได้โปรด... ช่วยฉันเถอะนะ...”
“ช่วยบ้าช่วยบออะไรตอนนี้เล่า! เราต้องรีบไปเดี๋ยวนี้”
เขารวบตัวเธอขึ้นจากเตียงใหญ่ด้วยสีหน้ากึ่งเคร่งขรึมกึ่งว้าวุ่น ริมฝีปากหยักขบเม้มแน่นประหนึ่งสะกดควบคุมอารมณ์ แต่ดูเหมือนแม่ตัวยุ่งจะไม่ยอมละความพยายามจะทำลายสติของเขา ด้วยการเบียดเรือนร่างเสียดสีเข้าหา อย่างเร่าร้อน ริมฝีปากอิ่มวนเวียนไปทั่วซีกหน้าครึ้มแนวเคราเลยไปถึงติ่งหูและลำคอ โดยไม่สนใจหัวใจของเขาที่สะท้านสะเทือนไปตามอารมณ์ปรารถนาแม้แต่น้อย
ปรเมนทร์อยากจะยอมตามใจเธอเสียด้วยซ้ำ อยากปลดเสื้อผ้าออกจากร่างแล้วปล่อยให้เธอซุกไซ้เขาตามแต่ใจปรารถนา หากไม่ติดว่ากำลังอยู่ในเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้
“ได้โปรด...”
“ผมโปรดแน่... แต่ต้องไม่ใช่ที่นี่ ในสถานการณ์สุ่มเสี่ยงชีวิตแบบนี้ ยาหยี”
ปรเมนทร์คว้าผ้าปูที่นอนพันร่างละมุนที่ดิ้นเร่า ๆ อยู่ในอ้อมแขนไว้แน่น ก่อนช้อนตัวเธอขึ้นพาดบ่าแล้วพาออกไปอย่างรวดเร็ว ปล่อยให้เหตุการณ์บนเรือเป็นหน้าที่ของลูกน้องจัดการ
ร่างบางยังคงกระสับกระส่ายอยู่บนเบาะโดยสารด้านหลังของรถยนต์สมรรถนะสูง เสียงครวญครางของหญิงสาวรบกวนสมาธิปรเมนทร์จนเขาต้องถอนใจบ่อย ๆ พลางเหลือบตามองกระจกข้าง เห็นแสงไฟจากรถอีกคันขับตามมาติด ๆ สัญชาตญาณเตือนว่าไม่ปลอดภัย หญิงสาวที่พาตัวมาด้วยกลายเป็นภาระอันยิ่งใหญ่ที่เขาต้องรับผิดชอบ
“แม่ตัวยุ่งเอ๊ย! ทำไมถึงเซ่อซ่าไปโดนยาปลุกเข้าได้นะ”
ปรเมนทร์สบถพร้อมผ่อนลมหายใจแรง ๆ ก่อนเหยียบคันเร่งให้รถพุ่งทะยานไปข้างหน้าอย่างไม่เกรงอันตราย มุ่งตรงสู่เขตเหมืองของสิงหนาท เพราะมั่นใจว่านั่นคือที่เดียวที่สามารถให้ความปลอดภัยแก่เขาและเธอได้
ด้วยประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ ทำให้เขาหลบหลีกศัตรูจนถึงเขตเหมืองได้อย่างปลอดภัย เขาถอนหายใจโล่งอกอีกครั้ง ก่อนเหลือบมองกระจกหลัง แล้วนัยน์ตาคมก็ต้องเบิกกว้าง
“เฮ้ย!”
เสียงสบถดังลั่นพร้อมกับเบรกกระทันหัน ทำให้ร่างอวบอิ่มเปล่าเปลือยกลิ้งตกจากเบาะหลังมานอนกองอยู่กับพื้นรถ เสียงแผ่วพร่ายังคงครวญกระเส่า ป่ายปัดเรือนร่างอย่างไร้สติจากฤทธิ์ยาปลุก
“ถอดออกตั้งแต่เมื่อไหร่วะนี่... ปัดโธ่เว้ย! เธอนี่มันตัวยุ่งแท้ ๆ ให้ตายสิ!”
ปรเมนทร์หันซ้ายแลขวาอย่างระวัง ก่อนเร่งเครื่องมุ่งหน้าไปท้ายเหมือง หัวใจเต้นระรัวเหมือนกลองเพล ภาพเรือนร่างเปลือยเปล่าที่ตรึงสายตาทำให้ต้องสะบัดศีรษะขับไล่ความคิด พร้อมกลืนน้ำลายอึกใหญ่ควบคุมตัวเอง
ความร้อนแผดเผาแล่นพล่านไปทั่วกาย ขวัญข้าวดิ้นรนหาทางปลดปล่อยตัวเอง ผ้าผืนใหญ่ที่เคยคลุมร่างเปลือยถูกดึงออกจนหมดสิ้น ร่างขาวนวลดิ้นเร่าด้วยความทรมานที่เร่าร้อน
“โอ๊ย... ร้อนเหลือเกิน... ได้โปรดช่วยฉันที...”
เสียงครวญกระเส่าของหญิงสาวที่บิดกายอยู่เบาะหลังทำให้ปรเมนทร์เผลอขบเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจเหมือนถูกฝ่ามือคู่เล็กกระตุกดึงออกจากร่าง ขัดกับสีหน้าเคร่งขรึม เขารีบจอดรถแอบข้างทาง ดึงเสื้อแจ็กเก็ตตัวใหญ่จากเบาะ ตั้งใจจะนำไปสวมให้หญิงสาว
ปรเมนทร์ก้าวลงจากรถพร้อมเสื้อในมือ เปิดประตูด้านหลัง ดึงร่างบอบบางที่ดิ้นทุรนทุรายขึ้นมาจับสวมเสื้อให้ แต่เพียงปลายนิ้วแตะต้นแขนร้อนผ่าว หญิงสาวกลับโถมเข้าหา ยกแขนโอบรัดต้นคอเขาแน่น รู้ตัวอีกทีเธอก็ขึ้นมานั่งบนตักแล้ว
“ไม่ต้อง! แสนดีกลับเองได้!” ปริยากรทั้งสะบัดตัวทั้งออกแรงผลักแผงอกกว้างทุบตีเขาพัลวันทั้งน้ำตานองหน้า“อย่าอาละวาดได้ไหมแสนดี! ขืนพี่ปล่อยเราขับรถออกไปสภาพนี้แล้วเกิดอุบัติเหตุขึ้นมา พี่จะมองหน้าทุกคนที่บ้านได้ยังไง!”“ไม่ต้องมาห่วงแสนดี! ตาต้าใจร้าย!”“สงบสติอารมณ์หน่อยได้ไหมแสนดี!”“ไม่! ปล่อยแสนดีเดี๋ยวนี้!” สาวน้อยแผดเสียงลั่นดิ้นรนสุดกำลังที่มีปริยากรดิ้นรนสุดกำลัง ยิ่งอ้อมแขนแข็งแกร่งรัดรอบเอวเธอแน่นหนาเท่าใดหยดน้ำตาก็ยิ่งหลั่งไหลพร้อมเสียงสะอื้นราวจะขาดใจ ความเจ็บปวดแล่นริ้วเข้ายึดกุมหัวใจเมื่อตระหนักว่าชายหนุ่มที่เธอปักใจรักแอบมอบหัวใจให้หญิงสาวอีกคน ทั้งที่ทุกคนต่างรับรู้ว่าเธอรักและภักดีต่อเขามากแค่ไหน แต่ทุกคนกลับพร้อมใจกันปิดบัง ปล่อยให้เธอเป็นคนโง่คนสุดท้ายที่ไม่เคยระแคะระคายเลยว่าเขากับปลายรุ้งแอบซ่อนความสัมพันธ์กันเอาไว้“แสนดี สงบสติอารมณ์ก่อนได้ไหม!” ธรภูมิตวาดลั่นอย่างหมดความอดทน“อย่ายุ่งกับแสนดี! รักแสนดีไม่ได้ก็ไม่ต้องมายุ่งกับแสนดี!”สาวน้อยหยุดดิ้นรน ปล่อยให้ร่างกายอ่อนแรงซบอกกว้าง มือทั้งคู่ถูกยกขึ้นปิดหน้าที่นองไปด้วยน้ำตา ความรักที่เคยหล่อเลี้ยงหัวใจและแอบหว
“จริงนะ พี่ถือว่านี่คือคำสัญญา” ดวงตาคมวาวขึ้นพร้อมรอยยิ้มเปิดกว้าง“หื่น เซ็กซ์จัด”“พิณไม่รู้อะไร...สามีพิณนะจบเอกกามสูตรเชียวนะ” เขายักคิ้วยิ้มให้เธอ“บ้า ไม่เคยได้ยินเอกกามสูตร” ใบหน้าหวานแดงปลั่ง“งั้นไว้พิณหายดีแล้วพี่จะสอนให้ รับรองวิชานี้เรียนสนุกและตื่นเต้นสุด ๆ”“คนบ้า ชอบพูดบ้า ๆ”“บ้าที่ไหน เรื่องกามสูตรนี้มีจริงนะยาหยี เคยได้ยินชื่อของวาสยายาน(VASYAYANA) นักปราชญ์ชาวอินเดียหรือเปล่าสุดสวย ท่านเขียนตำรับรักฉบับอินเดียเรื่องกามสูตรเนี่ยมากว่า 1,300 ปีที่แล้วเลยนะ”“อื้อ ไม่เห็นจะอยากอ่านเลย” “โธ่...เป็นหนังสือที่มีประโยชน์เล่มหนึ่งเลยนะในตำรากามสูตรโดยวาสยายานาน่ะ มีบริบทของ “ธรรมะ” แห่งการครองคู่อย่างมีความสุข เรียกได้ว่าเป็นบริบทของการเรียนรู้ผู้ชายและเข้าใจผู้หญิง เป็นการประสานจุดเด่นจุดด้อยด้วยกันจนรวมเป็นหนึ่งเดียว และยังมีเรื่องของ “อัฎฐะ” หรือการประกอบกิจการร่วมกันเพื่อก่อร่างสร้างครอบครัว มีการทำการงานเพื่อความเป็นปึกแผ่นมีการแบ่งหน้าที่ในการทำงาน การเก็บเงินทอง การดูแลบ้านช่องลูกหลานให้มีความสุขไม่ได้มีแต่เรื่องกามารมณ์อย่างเดียวเสียเมื่อไหร่ล่ะเมียจ๋า เรียกว่าเร
เขาไม่ตอบแต่กลับส่งยิ้มให้เธอพร้อมกับเปิดประตูรถสปอร์ตแบบเปิดประทุนให้เธอก้าวเข้าไปแล้วจึงวิ่งอ้อมหน้ารถมายังฝั่งของตน เครื่องยนต์ถูกสตาร์ทและขับเคลื่อนออกไปอย่างเร็วปานกลางจนกระทั่งถึงหน้าผาโล่งกว้างแห่งหนึ่งที่มีเพียงเวิ้งฟ้ากว้างสีครามด้านหน้ากับเหวลึกและท้องทะเลสีครามมองเห็นไกล ๆ ลมเย็นพัดแรงจนผมของเธอปลิ้วลู่ไปตามกระแส เครื่องบินเล็กสองลำบินโฉบไปมาจนเธอต้องมองอย่างสนใจ“เอ๊ะ!”เสียงหวานดังอย่างตื่นเต้นเมื่อเห็นแผ่นผ้าสีขาวกลางม่านฟ้ามีข้อความตัวอักษรภาษาอังกฤษตัวโตเขียนคำว่า “Phin-Will U Marry Me” น้ำตาของเธอไหลพราก มือทั้งสองข้างถูกยกขึ้นปิดริมฝีปากตัวเองไว้ด้วยความปลื้ม ใบหน้าหวานเงยขึ้นสบตาคมของคนรักเขาโอบกอดเธอไว้ดวงตาคมจ้องมองสบตาของเธอหวานฉ่ำ ใบหน้าโน้มลงแนบชิดจนหน้าผากสัมผัสกัน แหวนที่เลือกเองกับมือถูกหยิบออกมาถือไว้พร้อมกับกระซิบเบา ๆให้เธอได้ยิน“I love you. Please marry me...แต่งงานกับพี่นะครับ”“Yes…I love you too. พิณก็รักพี่เขตค่ะ”เสียงหัวเราะปนไปกับน้ำตาแห่งความตื้นตันเมื่อแหวนที่สวยที่สุดในความรู้สึกของเธอถูกสวมเข้าที่นิ้วนางข้างซ้าย เธอยกแขนขึ้นโอบลำคอแกร่งพร้อม
พิณพญาทั้งอ่อนโยนและอ่อนหวาน แค่แอบมองแอบฟังเธอคุยโทรศัพท์กับมารดาเมื่อวันแรกที่ได้พบกันอีกครั้ง เขาก็ตกหลุมรักในความน่ารักและช่างอ้อนของพิณพญาที่มีต่อมารดาแม้จะเป็นเพียงแค่การพูดคุยกันทางโทรศัพท์ก็ทำให้เขาอยากเป็นคนหนึ่งในครอบครัวของเธอทันทีความรู้สึกนี้ไม่เคยเกิดขึ้นกับเขามาก่อน แม้เขาจะเคยมีผู้หญิงมากมายในชีวิต แต่ไม่เคยมีสักครั้งที่จะมีใครทำให้เขาคิดถึงคำว่าครอบครัวเหมือนเช่นที่พิณพญาทำได้เลยสักคน อาเขตมั่นใจว่าเขาพบคนที่เกิดมาเพื่อเป็นคู่ของเขาอย่างแท้จริงแล้วเสน่ห์ของพิณพญาไม่ใช่มีเพียงรูปร่างหน้าตาเท่านั้น เสน่ห์ของเธอเพียบพร้อมไปหมดทั้งพิศวาสเย้ายวนที่ทำให้เขาลุ่มหลง ทั้งความอ่อนโยนน่ารัก ความอ่อนหวานช่างอ้อน ถึงแม้เธอจะแสนงอน ขี้ใจน้อยแต่นั่นก็เป็นเรื่องเล็กเพราะเขาค่อนข้างชอบที่จะง้อและเอาใจคนขี้งอนอย่างเธอด้วยร่างกายของเขาเองพิณพญาไม่เชื่อลมปากของอาเขตนัก ผู้หญิงถึงอย่างไรก็ยังต้องการการยืนยันเป็นทางการ นั่นก็คือการแต่งงานนั่นแหละไม่ใช่เรื่องอื่น เธอไม่ชอบที่จะคบหากันแบบประเภทเลื่อนลอย ถูกใจก็อยู่ไม่ถูกใจก็เลิก และถ้าเขาไม่คิดจะแต่งงานกับเธอ พิณพญาก็ไม่พร้อมจะเปลืองตัวมอ
“จะลงไปดี ๆ หรือจะให้พี่อุ้มไป” อาเขตถอนหายใจแรง“พิณจะกลับบ้าน”“พี่อยากให้เราคุยกันก่อน”“แต่พิณไม่พร้อมจะคุย”“คุยกันอย่างมีเหตุผลบ้างได้ไหม อย่าใช้แต่อารมณ์แบบนี้สิพิณ”“พิณไม่ได้ใช้อารมณ์ แต่พิณยังไม่พร้อมจะคุยต่างหาก พี่เขตนั่นแหละเอาแต่ใจ ไร้เหตุผล” เธอหันมาต่อว่าเสียงขุ่น“ถ้าพิณยังไม่พร้อมจะคุย พี่ก็พร้อมจะรอให้พิณอารมณ์ดีกว่านี้ก่อน แต่พี่ก็ต้องแน่ใจด้วยว่าพิณจะไม่หนีพี่ไปอย่างครั้งก่อน”“ไหนว่ารักกันก็ต้องเชื่อใจกันไง พี่เขตไม่เชื่อใจพิณ”“ถ้าอย่างนั้นพิณสัญญากับพี่ได้ใช่ไหมว่าเราจะคุยกันดี ๆ โดยที่พิณจะไม่หนีพี่ไปเฉย ๆ”“ฮึ...” เธอสะบัดหน้าหนี“ว่าไง...”“สัญญา แต่ต้องไม่ใช่วันนี้ในเวลาที่พิณยังไม่หายโกรธแบบนี้ด้วย”“ตกลง แต่ถึงยังไงคืนนิ้พิณก็ต้องอยู่ที่นี่”“แต่พิณอยากกลับบ้าน” เธอเม้มริมฝีปาก “พี่เหนื่อย”“งั้นพิณกลับเอง” เธอยังต่อรอง“ไม่ได้! พี่จะปล่อยพิณกลับได้ยังไง พิณกลัวอะไรถ้าจะต้องค้างบ้านพี่ หรือว่าพิณกลัวพี่...”“ไม่กลัว...แต่ไม่อยากเห็นหน้า”“ถ้าอย่างนั้นพี่จะนอนหันหลังให้พิณก็ได้”อาเขตหัวเราะเบา ๆ พร้อมกับเปิดประตูลงไปก่อนจะเดินอ้อมหน้ารถตรงมายังประตูฝั่งต
“พี่เขต”“กลับกันเถอะพิณ” อาเขตโอบบ่าคนรักไว้อย่างปลอบโยน “นังหน้าด้าน รู้ทั้งรู้ว่าเขตคบอยู่กับฉัน ไม่มีปัญญาหาผู้ชายคนอื่นหรือไง หน้าตาก็ดูดี แต่ชอบแย่งแฟนชาวบ้าน” เสียงตะโกนของเพียงเดือนทำให้สายตาทุกคู่หันมาจับจ้องและซุบซิบกันสนุกปาก“หยุดเดี๋ยวนี้นะเพียงเดือน ผมไม่คิดว่าคุณจะกล้าทำเรื่องโง่ ๆ แบบนี้”“ใช่สิคะ เพียงมันโง่ที่รักคุณ พอคุณเบื่อถึงได้ถีบหัวเพียงส่ง” เธอเงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างเจ็บแค้นก่อนจะหันกลับมามองทางหญิงสาวอีกคนอย่างเกรี้ยวกราด“แกก็เหมือนกัน อย่าคิดนะว่าเขาจะจริงจังด้วย นี่คงยอมนอนกับเขาแล้วหละสิ คิดสินะว่าเขาจะหลงใหลจนโงหัวไม่ขึ้นน่ะ ฉันจะบอกอะไรให้นะ ผู้ชายถ้าเขารักแกจริงเขาก็ต้องให้เกียรติแกสิ วันหนึ่งแกก็จะไม่ต่างอะไรจากฉันเมื่อเขาเบื่อ เพราะเขาก็เคยหลงฉันเหมือนที่เคยหลงแกมาก่อน นังหน้าโง่”“เพียงเดือน!”น้ำตาของพิณพญาค่อย ๆ ไหลอาบแก้ม เสียดหัวใจกับคำพูดของเพียงเดือน มือเรียวสะบัดออกจากฝ่ามือของคนรักพร้อมกับหันหลังให้คนทั้งคู่ สองเท้าพาตัวเองก้าวเดินจากมาอย่างรวดเร็ว มือเรียวยกขึ้นปาดน้ำตา“หยุดได้แล้วนะเพียง ถ้าคุณยังไม่เลิกวุ่นวายกับผมและพิณ รับรองคุณไม่มีวั







