LOGINริมฝีปากอิ่มฉวยจังหวะที่เขาไม่ทันตั้งตัว ครอบครองริมฝีปากของเขาอย่างเร่าร้อน วอนขออย่างคนไร้สติ จนชายใจแข็งอย่างปรเมนทร์เพริดตามอารมณ์ ฝ่ามือใหญ่โอบรัดเอวคอด ดึงร่างเธอแนบอก ท่าทางเก้กังของหญิงสาวทำให้เขาเอะใจ แต่แรงหวามไหวกลับกลืนความคิดนั้นไปในพริบตา ริมฝีปากร้อนเผยอตอบรับจุมพิตเว้าวอนของหญิงสาว ซึ่งยังดูไร้ประสบการณ์ จนผู้เชี่ยวชาญอย่างเขาต้องเป็นฝ่ายแทรกลิ้นเข้าไปในโพรงปากอิ่ม กวัดรัดเรียวลิ้นชื้น พันพัวและสอดลึกโลมไล้ไปทั่ว ได้ยินเสียงครวญพร่าดังอยู่ในลำคอของเธอ
เธอสอดมือเสยเข้าผมของเขา ตอบสนองอย่างคลุ้มคลั่ง ดูดลิ้นเขาราวกับมันจะช่วยบรรเทาความร้อนในกาย และเธอสัมผัสได้ถึงความพึงใจของเขาที่ดูจะกระหายให้เรียวปากของเธอได้สัมผัสทุกส่วนในไม่ช้า
ฝ่ามือสากลากไล้ไปตามแผ่นหลังเปล่าเปลือย จนเธอครางแผ่วเมื่อรู้สึกถึงความแข็งขึงที่กดแนบสะโพก เธอขยับนั่งคร่อมเขาในท่าขนาบเข่าข้างสะโพก วางมือบนไหล่กว้าง ตอบรับจุมพิตลึกล้ำของเขาอย่างวาบหวาม เธอขบริมฝีปากล่างเขาเบา ๆ ก่อนตวัดลิ้นไล้ตาม
“อื้อ...”
ฝ่ามือหยาบโลมไล้ไปทั่วเนินสะโพก เลยถึงแผ่นหลังนวลเนียน แล้วลากพลิ้วไปที่ทรวงอกอย่างย่ามใจ ความเร่าร้อนของเธอปลุกเลือดหนุ่มให้พลุ่งพล่าน ปลายถันแข็งชันตอบรับสัมผัสยั่วยวนจนเขาเผลอเคล้นคลึงเบา ๆ เรียกเสียงครวญครางซ่านอย่างลืมเวลา ลืมสถานการณ์และสถานที่ไปโดยปริยาย
ปรเมนทร์จับเอวกลมกลึงของเธอไว้แน่น เอนหลังพิงเบาะ แหงนหน้ามองขณะหอบหายใจแรง “บ้าฉิบ... คุณกำลังจะทำให้ผมเป็นนักฉวยโอกาสรู้ไหม แม่ตัวยุ่ง”
เธอเลื่อนมือลงตามแผ่นอกใต้เสื้อรัดรูป สัมผัสกล้ามเนื้อแข็งแน่นอย่างลุ่มหลง ไล้นิ้วตามสันหน้าท้อง พลางจินตนาการว่าเขาจะดูเป็นเช่นไรเมื่อเปลือยกายเฉกเช่นเธอ “ได้โปรด... อย่าทิ้งฉัน ฉันต้องการคุณเหลือเกิน...”
เขาถอนหายใจแรง กวาดตามองกระจกฟิล์มทึบ ถึงถนนเส้นนี้จะเป็นถนนส่วนบุคคลและปลอดคน แต่ก็ไม่ใช่สถานที่ที่เหมาะจะเริ่มความสัมพันธ์ที่ยากจะจบลงโดยง่าย ปรเมนทร์รีบคว้าข้อมือเธอหยุดไว้
“ไว้ทีหลัง ยาหยี... ไม่ใช่ในสถานการณ์สุ่มเสี่ยงชีวิตกลางถนนแบบนี้ แม่สาวฮอต”
“แต่ฉันต้องการคุณ... ได้โปรดเถอะนะ...”
เธอเอ่ยเสียงเบาหวิว เจือเสียงสะอื้น พลางสูดลมหายใจเข้าลึก สูดกลิ่นปรารถนาที่อบอวลรอบเรือนกายกำยำ เธอรู้ดีว่าอารมณ์ของเขาตื่นเร้าตอบรับสัมผัสเย้ายวนของตนไม่น้อย ถึงสติสัมปชัญญะของเขาจะคอยเหนี่ยวรั้งและพร่ำเตือนถึงความเหมาะสมก็ตามที
เธอโยกสะโพกแนบเข้าหา บดเบียดตัวเองกับความแข็งแกร่งกลางเรือนกายหนุ่มอย่างเร่าร้อน ฟังเสียงลมหายใจดุดันที่เขาพ่นลอดไรฟันซึ่งขบแน่นด้วยความอดกลั้น
เขาคว้าสะโพกแน่น บังคับไม่ให้เธอขยับเรือนร่างยั่วเย้าตามอำเภอใจ มืออีกข้างคว้าลำคอระหง โน้มลงมาให้ริมฝีปากของเธอประกบกับริมฝีปากของเขา ปรเมนทร์บดจูบอย่างดุดัน หอบหายใจแรงเมื่อฝ่ามือซุกซนของคนตัวเล็กเอื้อมไปหารอยแยกบนกางเกง ปลดกระดุมออกอย่างเร่งร้อน แทรกปลายนิ้วเข้าไปสัมผัสความแข็งขึงร้อนผ่าวกลางเรือนกายอย่างอุกอาจ
“ปลดปล่อยฉันเถิดนะคะ ได้โปรด...” เธอกระซิบชิดริมฝีปากอุ่น “ช่วยฉันด้วยนะคะ...”
เมื่อความปรารถนาของเขาตอบรับสัมผัสเว้าวอนนั้นอย่างคึกคะนอง เขาก็ไม่พยายามหยุดยั้ง แต่ยังคงมีแววลังเลอยู่ลึก ๆ เธอได้ยินเสียงทุ้มครางกระหึ่มออกมา น้ำเสียงรวดร้าวและเร้าอารมณ์จนเธอเผลอเพิ่มแรงสัมผัสหนักหน่วงขึ้น ความแข็งขึงพองตัวทักทายปลายนิ้วอย่างเริงร่า จนเธอเพริดสัมผัสและโอบกุมความคึกคักนั้นไว้ในฝ่ามือ ลมหายใจร้อนผ่าวเมื่อสัมผัสได้ถึงอาการสะท้านของร่างกำยำใต้ร่าง
ปรเมนทร์กุมต้นขาเธอไว้พร้อมหอบหายใจลึก นิ้วหัวแม่มือเคลื่อนเข้ายึดครองความฉ่ำชื้นกลางกายสาวอย่างเร่าร้อน ขยี้เบา ๆ เพิ่มความซ่านสยิวจนเธอแอ่นกายตอบ ดวงตาโชนปรารถนาทอดมองเรือนร่างเปลือยเปล่าของเธออย่างว้าวุ่น
“คุณพระ... คุณกำลังจะทำให้ผมไม่มีเงาหัว แม่สาวร้อน! ขืนผมรักคุณกลางถนนแบบนี้ พ่อคุณได้ตามฆ่าผมล้างโคตรแน่ ๆ”
ปรเมนทร์สูดลมหายใจลึก สบถเสียงขรมก่อนชักมือออกจากความรุ่มร้อนนั้นอย่างตัดใจ เขาคว้าเอวกลมกลึง จับเธอพลิกตัวลงนอนตามแนวยาวของเบาะ แล้วกระชากเสื้อแจ็กเก็ตของตนมาสวมให้เธออย่างรวดเร็ว ปกปิดความเปลือยเปล่าชวนรุ่มหลงไว้อย่างฉับไว เขาคว้ามือเธอจับไพล่หลัง ก่อนหยิบผ้าปูที่นอนที่ถูกสลัดตกพื้นขึ้นมาใช้แทนเชือก มัดร่างเธอไว้แน่นหนาโดยไม่ใส่ใจเสียงประท้วงแหบพร่า
“ไม่! แสนดีจะอยู่ที่นี่!” หล่อนยังคงยืนกรานเสียงแข็ง ทั้งที่ดวงตาคู่สวยบวมช้ำจนน่าสงสาร“ไม่ได้! เป็นสาวเป็นนางจะมานอนค้างอ้างแรมในบ้านพักริมทะเลคนเดียวตามลำพังได้ยังไง แสนดีต้องกลับพร้อมพี่เดี๋ยวนี้”“แสนดีจะรอพี่ป่า! ตาต้ากลับไปเถอะค่ะ... ไม่ต้องมาดุ ไม่ต้องมายุ่งกับแสนดีอีกแล้ว” ปริยากรตัดบทแล้วซบใบหน้าลงกับหัวเข่าของตัวเองคล้ายต้องการจะตัดขาดจากโลกภายนอก“ป่าจะมาอย่างนั้นเหรอ... ถ้าอย่างนั้นพี่จะอยู่เป็นเพื่อน รอจนกว่าพี่ชายเราจะมาถึง” ธรภูมิผ่อนน้ำเสียงลงเมื่อเห็นท่าทางแตกสลายของคนตรงหน้า “แสนดี...ไปล้างหน้าซะอย่าเอาแต่ร้องไห้เลยนะ”“เลิกยุ่งกับแสนดีได้ไหมคะ!”เด็กสาวผละใบหน้าที่เปื้อนน้ำตาขึ้นมาตวาดใส่เขาเสียงดัง เธอไม่ได้อยากอาละวาด แต่อกซ้ายมันเจ็บแปลบจนแทบจะทนไม่ไหว ทำไมเขาต้องตามมา ทำไมต้องคอยแสดงความห่วงใยอันแสนอบอุ่นนี้ให้เธอด้วย ในเมื่อเขาไม่ได้รักเธอ...ทำไมไม่ปล่อยให้เธออยู่ตามลำพัง ทั้งที่หล่อนอุตส่าห์โกหกเรื่องพี่ชายเพื่อไล่เขาไป แล้วอย่างนี้จะให้เธอตัดใจจากเขาได้อย่างไร ถ้าเขายังปลอบโยนและแสดงความอาทรที่เธอโหยหาอยู่แบบนี้“เธอเป็นน้องสาวของพี่นะแสนดี จะไม่ให้พี่ห่วงเธ
ปริยากรเป็นน้องคนสุดท้องแห่งบ้านเผ่าบัณฑิต ในฐานะลูกสาวและน้องสาวคนเดียวท่ามกลางพี่ชายถึงสี่คน เธอจึงกลายเป็นแก้วตาดวงใจที่ทุกคนพร้อมใจกันตามอกตามใจเสียจนเคยตัว พี่ชายคนโตของเธอคือ ปฐพี หรือ ‘พี่ป่า’ นายทหารอากาศหนุ่มวัยยี่สิบเจ็ดปี ถัดมาคือ ปฐวี หรือ ‘พี่ปราชญ์’ นายตำรวจหนุ่มเนื้อหอมอายุยี่สิบหกปีผู้ครองตำแหน่งขวัญใจสาว ๆ ทั้งเมือง ส่วนพี่ชายคนที่สาม ปรมินทร์ หรือ ‘พี่ปก’ ในวัยยี่สิบสามเพิ่งจบเตรียมทหารไม่นานส่วนพี่ชายคนเล็ก ปรเมนทร์ หรือ ‘พี่ป้อง’ วัยยี่สิบปีกำลังเรียนเตรียมทหารปีสอง ผู้มีความฝันอันแรงกล้าที่จะเข้าประจำการในกองทัพเรือเพื่อปกป้องน่านน้ำไทย ในขณะที่ปริยากรเลือกเรียนต่อด้านการเงินการธนาคารเพื่อเป็นความหวังเดียวของบิดามารดาที่จะสืบทอดกิจการของครอบครัวและตอนนี้เธอเพิ่งสำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่หกกำลังอยู่ในช่วงเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัยในขณะที่ปริยากรรอการมาถึงของพี่ชายคนโตอยู่นั้น รถยนต์ของธรภูมิเบรกจนล้อปัดสะเทือน ก่อนจะจอดนิ่งสนิทขนาบข้างรถสปอร์ตสีสดของเด็กสาว ชายหนุ่มเปิดประตูรถแล้วถลันกายวิ่งขึ้นไปยังตัวบ้านพักตากอากาศทันที หัวใจของเขาเต้นรัวด้วยความกังวล ม
“ไม่ต้อง! แสนดีกลับเองได้!” ปริยากรทั้งสะบัดตัวทั้งออกแรงผลักแผงอกกว้างทุบตีเขาพัลวันทั้งน้ำตานองหน้า“อย่าอาละวาดได้ไหมแสนดี! ขืนพี่ปล่อยเราขับรถออกไปสภาพนี้แล้วเกิดอุบัติเหตุขึ้นมา พี่จะมองหน้าทุกคนที่บ้านได้ยังไง!”“ไม่ต้องมาห่วงแสนดี! ตาต้าใจร้าย!”“สงบสติอารมณ์หน่อยได้ไหมแสนดี!”“ไม่! ปล่อยแสนดีเดี๋ยวนี้!” สาวน้อยแผดเสียงลั่นดิ้นรนสุดกำลังที่มีปริยากรดิ้นรนสุดกำลัง ยิ่งอ้อมแขนแข็งแกร่งรัดรอบเอวเธอแน่นหนาเท่าใดหยดน้ำตาก็ยิ่งหลั่งไหลพร้อมเสียงสะอื้นราวจะขาดใจ ความเจ็บปวดแล่นริ้วเข้ายึดกุมหัวใจเมื่อตระหนักว่าชายหนุ่มที่เธอปักใจรักแอบมอบหัวใจให้หญิงสาวอีกคน ทั้งที่ทุกคนต่างรับรู้ว่าเธอรักและภักดีต่อเขามากแค่ไหน แต่ทุกคนกลับพร้อมใจกันปิดบัง ปล่อยให้เธอเป็นคนโง่คนสุดท้ายที่ไม่เคยระแคะระคายเลยว่าเขากับปลายรุ้งแอบซ่อนความสัมพันธ์กันเอาไว้“แสนดี สงบสติอารมณ์ก่อนได้ไหม!” ธรภูมิตวาดลั่นอย่างหมดความอดทน“อย่ายุ่งกับแสนดี! รักแสนดีไม่ได้ก็ไม่ต้องมายุ่งกับแสนดี!”สาวน้อยหยุดดิ้นรน ปล่อยให้ร่างกายอ่อนแรงซบอกกว้าง มือทั้งคู่ถูกยกขึ้นปิดหน้าที่นองไปด้วยน้ำตา ความรักที่เคยหล่อเลี้ยงหัวใจและแอบหว
“จริงนะ พี่ถือว่านี่คือคำสัญญา” ดวงตาคมวาวขึ้นพร้อมรอยยิ้มเปิดกว้าง“หื่น เซ็กซ์จัด”“พิณไม่รู้อะไร...สามีพิณนะจบเอกกามสูตรเชียวนะ” เขายักคิ้วยิ้มให้เธอ“บ้า ไม่เคยได้ยินเอกกามสูตร” ใบหน้าหวานแดงปลั่ง“งั้นไว้พิณหายดีแล้วพี่จะสอนให้ รับรองวิชานี้เรียนสนุกและตื่นเต้นสุด ๆ”“คนบ้า ชอบพูดบ้า ๆ”“บ้าที่ไหน เรื่องกามสูตรนี้มีจริงนะยาหยี เคยได้ยินชื่อของวาสยายาน(VASYAYANA) นักปราชญ์ชาวอินเดียหรือเปล่าสุดสวย ท่านเขียนตำรับรักฉบับอินเดียเรื่องกามสูตรเนี่ยมากว่า 1,300 ปีที่แล้วเลยนะ”“อื้อ ไม่เห็นจะอยากอ่านเลย” “โธ่...เป็นหนังสือที่มีประโยชน์เล่มหนึ่งเลยนะในตำรากามสูตรโดยวาสยายานาน่ะ มีบริบทของ “ธรรมะ” แห่งการครองคู่อย่างมีความสุข เรียกได้ว่าเป็นบริบทของการเรียนรู้ผู้ชายและเข้าใจผู้หญิง เป็นการประสานจุดเด่นจุดด้อยด้วยกันจนรวมเป็นหนึ่งเดียว และยังมีเรื่องของ “อัฎฐะ” หรือการประกอบกิจการร่วมกันเพื่อก่อร่างสร้างครอบครัว มีการทำการงานเพื่อความเป็นปึกแผ่นมีการแบ่งหน้าที่ในการทำงาน การเก็บเงินทอง การดูแลบ้านช่องลูกหลานให้มีความสุขไม่ได้มีแต่เรื่องกามารมณ์อย่างเดียวเสียเมื่อไหร่ล่ะเมียจ๋า เรียกว่าเร
เขาไม่ตอบแต่กลับส่งยิ้มให้เธอพร้อมกับเปิดประตูรถสปอร์ตแบบเปิดประทุนให้เธอก้าวเข้าไปแล้วจึงวิ่งอ้อมหน้ารถมายังฝั่งของตน เครื่องยนต์ถูกสตาร์ทและขับเคลื่อนออกไปอย่างเร็วปานกลางจนกระทั่งถึงหน้าผาโล่งกว้างแห่งหนึ่งที่มีเพียงเวิ้งฟ้ากว้างสีครามด้านหน้ากับเหวลึกและท้องทะเลสีครามมองเห็นไกล ๆ ลมเย็นพัดแรงจนผมของเธอปลิ้วลู่ไปตามกระแส เครื่องบินเล็กสองลำบินโฉบไปมาจนเธอต้องมองอย่างสนใจ“เอ๊ะ!”เสียงหวานดังอย่างตื่นเต้นเมื่อเห็นแผ่นผ้าสีขาวกลางม่านฟ้ามีข้อความตัวอักษรภาษาอังกฤษตัวโตเขียนคำว่า “Phin-Will U Marry Me” น้ำตาของเธอไหลพราก มือทั้งสองข้างถูกยกขึ้นปิดริมฝีปากตัวเองไว้ด้วยความปลื้ม ใบหน้าหวานเงยขึ้นสบตาคมของคนรักเขาโอบกอดเธอไว้ดวงตาคมจ้องมองสบตาของเธอหวานฉ่ำ ใบหน้าโน้มลงแนบชิดจนหน้าผากสัมผัสกัน แหวนที่เลือกเองกับมือถูกหยิบออกมาถือไว้พร้อมกับกระซิบเบา ๆให้เธอได้ยิน“I love you. Please marry me...แต่งงานกับพี่นะครับ”“Yes…I love you too. พิณก็รักพี่เขตค่ะ”เสียงหัวเราะปนไปกับน้ำตาแห่งความตื้นตันเมื่อแหวนที่สวยที่สุดในความรู้สึกของเธอถูกสวมเข้าที่นิ้วนางข้างซ้าย เธอยกแขนขึ้นโอบลำคอแกร่งพร้อม
พิณพญาทั้งอ่อนโยนและอ่อนหวาน แค่แอบมองแอบฟังเธอคุยโทรศัพท์กับมารดาเมื่อวันแรกที่ได้พบกันอีกครั้ง เขาก็ตกหลุมรักในความน่ารักและช่างอ้อนของพิณพญาที่มีต่อมารดาแม้จะเป็นเพียงแค่การพูดคุยกันทางโทรศัพท์ก็ทำให้เขาอยากเป็นคนหนึ่งในครอบครัวของเธอทันทีความรู้สึกนี้ไม่เคยเกิดขึ้นกับเขามาก่อน แม้เขาจะเคยมีผู้หญิงมากมายในชีวิต แต่ไม่เคยมีสักครั้งที่จะมีใครทำให้เขาคิดถึงคำว่าครอบครัวเหมือนเช่นที่พิณพญาทำได้เลยสักคน อาเขตมั่นใจว่าเขาพบคนที่เกิดมาเพื่อเป็นคู่ของเขาอย่างแท้จริงแล้วเสน่ห์ของพิณพญาไม่ใช่มีเพียงรูปร่างหน้าตาเท่านั้น เสน่ห์ของเธอเพียบพร้อมไปหมดทั้งพิศวาสเย้ายวนที่ทำให้เขาลุ่มหลง ทั้งความอ่อนโยนน่ารัก ความอ่อนหวานช่างอ้อน ถึงแม้เธอจะแสนงอน ขี้ใจน้อยแต่นั่นก็เป็นเรื่องเล็กเพราะเขาค่อนข้างชอบที่จะง้อและเอาใจคนขี้งอนอย่างเธอด้วยร่างกายของเขาเองพิณพญาไม่เชื่อลมปากของอาเขตนัก ผู้หญิงถึงอย่างไรก็ยังต้องการการยืนยันเป็นทางการ นั่นก็คือการแต่งงานนั่นแหละไม่ใช่เรื่องอื่น เธอไม่ชอบที่จะคบหากันแบบประเภทเลื่อนลอย ถูกใจก็อยู่ไม่ถูกใจก็เลิก และถ้าเขาไม่คิดจะแต่งงานกับเธอ พิณพญาก็ไม่พร้อมจะเปลืองตัวมอ
“ที่นี่ที่ไหนคะ” เธอถามพลางมองรอบห้องอย่างสนใจ“บ้านพี่ชายผมเอง ไร่มนต์มณี” เขาขยับตัวยืนตรง“ไร่มนต์มณี?”“สระบุรี หลังจากส่งไอ้สามตัวนั่นให้ตำรวจจัดการต่อแล้ว ผมก็พาคุณมาที่นี่ เพราะอยู่ใกล้ที่เกิดเหตุที่สุด รอคุณค่อยยังชั่วแล้วผมจะพาไปส่งบ้าน” ปรเมนทร์กล่าว“ขอบคุณอีกครั้งนะคะ”ขวัญข้าวยิ้มให้น
ใบหน้าคล้ำของพวกมันดุดันและเหี้ยมเกรียม ดวงตาจับจ้องมองเธอไร้แววปรานี น้ำตาของขวัญข้าวไหลรินเงียบ ๆ เพราะครั้งนี้เธอไม่มีโอกาสแม้แต่จะติดต่อบอกใคร คงไม่มีทางหนีชะตากรรมเลวร้ายในคราวนี้ได้อย่างแน่นอน“เราได้ตัวเธอมาแล้วครับท่าน” เสียงเหี้ยมรายงานทางโทรศัพท์“ดีมาก ฉันจะไปรอที่สวน เอาตัวเธอไปที่นั่น”
“อย่าบอกนะว่าคุณไม่รู้เรื่อง... เรื่องที่พ่อแม่ของคุณไปคุยกับพ่อแม่ของผมวันนี้น่ะ ขวัญข้าว” เขาถามเสียงเครียด“ทราบค่ะ” เธอตอบเรียบ ยกไหล่ราวกับไม่ใส่ใจ ทั้งที่รู้ว่าเขากำลังเดือดดาลครั้งแรก เธอตั้งใจจะคุยกับเขาดี ๆ แต่ท่าทีหงุดหงิดและคำพูดกระด้างของเขากลับทำให้เธออยากจะแกล้งขึ้นมาทันที“ทราบ?...
“วันนี้ฝนคงตกห่าใหญ่แน่ ลูกสาวแม่ถึงอยู่ติดบ้านได้” คุณหญิงขวัญตาเอ่ยเหน็บแนมลูกสาวด้วยน้ำเสียงเอ็นดูขวัญข้าวรีบลุกจากท่านอนเหยียดบนโซฟาขึ้นนั่ง เมื่อเห็นบิดามารดาเดินเข้ามา “ข้าวยังขยาดกับเรื่องวันนั้นไม่หายเลยค่ะ ช่วงนี้คงยังไม่กล้าออกไปไหนมาไหนเท่าไหร่ค่ะคุณแม่”“ดีแล้วล่ะ รอให้คุณพ่อหาหลักฐานเ







