เข้าสู่ระบบ“สาวน้อย... ถ้าคุณไม่ช่วยควบคุมตัวเองด้วย ผมอาจตบะแตกได้ในเวลาอันใกล้นี้แน่ ๆ ขืนคุณยังขยันยั่วให้ผมคลั่งแบบนี้” ริมฝีปากร้อนกับปลายจมูกโด่งลากไล้ลงตามบ่า ไปจนถึงแนวสันหลังเปลือยพ้นผ้าที่ห่อหุ้มอย่างพยายามหักห้ามใจ
“อื้อ...”
“ใจเย็น ยาหยี... ผมยังไม่อยากโดนพ่อคุณฆ่าเพราะเผลอปล้ำลูกสาวท่านข้างทาง ถ้าเป็นบนเตียงหรู ๆ ในโรงแรมที่ไหนสักแห่งละก็ ผมรับรองจะไม่ปล่อยให้คุณร้องขอนานขนาดนี้แน่ ขวัญข้าว...”
เขากระซิบเสียงพร่า จบด้วยการเม้มติ่งหูเธอเบา ๆ ก่อนช้อนตัววางบนเบาะอย่างทุลักทุเล เมื่อร่างกายเธอถูกผ้าปูผืนใหญ่คลุมปกปิดเรียบร้อยแล้ว ดวงตาเว้าวอนของเธอกลับทำให้เขาต้องโน้มตัวลงประกบจูบบดเคล้าอย่างเร่าร้อนอีกครั้ง แต่ด้วยจิตสำนึกในหน้าที่ ปรเมนทร์จึงรีบดันตัวเธอออกก่อนที่ความต้องการในส่วนลึกของตนจะควบคุมไม่อยู่
ปรเมนทร์โทรขอความช่วยเหลือจากสิงหนาท ซึ่งเป็นเพื่อนรุ่นพี่ ก่อนจะโทรรายงานผู้บังคับบัญชา เมื่อพลเรือเอกวิกรมได้รับทราบข่าวบุตรสาว เขารีบเดินทางมาพร้อมภรรยาเพื่อรับตัวขวัญข้าวทันที
ปรเมนทร์ถอนหายใจระบายความอึดอัด มองร่างระหงที่นอนอยู่กลางเตียงอย่างไม่สบายใจนัก เสียงครวญครางของหญิงสาวเงียบลงกว่าครู่ใหญ่ ดูเหมือนฤทธิ์ยากระตุ้นปรารถนาที่แล่นพล่านในกระแสเลือดของเธอใกล้จะหมด ขวัญข้าวจึงลดความทุรนทุรายลงกระทั่งหลับไปในที่สุด
“ลูกสาวผมเป็นยังไงบ้าง” พลเรือเอกวิกรมกัดฟันถามลูกน้องด้วยสีหน้ากังวล ขณะจ้องลึกลงในดวงตาคนหนุ่มราวรอฟังคำตอบที่ไม่อยากได้ยิน
“เธอยังไม่ฟื้นเลยครับท่าน” ปรเมนทร์รายงานเสียงเรียบ
พลเรือเอกวิกรมหรี่ตามองคนหนุ่ม พลางเอ่ยถามเสียงแผ่ว “ยายข้าว... ลูกสาวผมปลอดภัยใช่ไหม”
“ครับท่าน เธอปลอดภัย พวกเราเข้าไปช่วยไว้ทัน” คำตอบหนักแน่นของปรเมนทร์ทำให้พลเรือเอกวิกรมถอนหายใจอย่างโล่งอก เช่นเดียวกับคุณหญิงขวัญตา ภรรยาที่รีบถามขึ้นทันทีด้วยน้ำเสียงสั่นเทาเต็มไปด้วยความห่วงใย
“แล้วลูกสาวฉันอยู่ที่ไหนคะ”
“ทางนี้ครับ” ปรเมนทร์โค้งศีรษะลงเล็กน้อยก่อนก้าวนำทั้งสองไป
พลเรือเอกวิกรมพร้อมภรรยารีบรุดไปยังห้องพักของบุตรสาว ซึ่ง กวิตากับสิงหนาทยืนรออยู่ตรงหน้าห้อง เมื่อคุณหญิงขวัญตาผลักประตูเข้าไปอย่างร้อนใจ แววตาเต็มไปด้วยความห่วงใยมองบุตรสาวที่หมดสติอยู่กลางเตียง
“หมอว่ายังไงบ้าง” คุณหญิงขวัญตาเงยหน้าถามปรเมนทร์ด้วยน้ำเสียงไม่คลายความกังวล
“อาการทั่วไปไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงครับ”
สิ้นเสียงของปรเมนทร์ ร่างบางบนเตียงเริ่มขยับ ใบหน้าซีดเซียวเริ่มมีสีเลือดฝาด ดวงตากลมค่อย ๆ ลืมขึ้น เขาไม่แน่ใจว่าเธอจะจำเรื่องที่ผ่านมาได้แค่ไหน แต่เมื่อดวงตาคู่นั้นเปิดเต็มที่ เขาก็มั่นใจว่าเธอจำไม่ได้เลย หรือไม่ก็จำได้เพียงเลือนราง ดูเหมือนเธอจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาคือใคร เหตุการณ์วาบหวามที่ทำให้เขาแทบคลั่งไม่หลงเหลืออยู่ในความทรงจำของเธอแม้แต่น้อย
“ยายข้าว... เป็นยังไงบ้างลูก” พลเรือเอกวิกรมทรุดตัวนั่งข้างเตียง ลูบศีรษะบุตรสาวอย่างอ่อนโยน
“พ่อขา... ใครเป็นคนช่วยข้าวออกมาคะ ทำไมข้าวจำอะไรไม่ได้เลย” แววตาสับสนจ้องบิดาอย่างวิตกและหวาดกลัว
“นาวาตรีปรเมนทร์ เผ่าบัณฑิต ลูกจะเรียกเขาว่าพี่ป้องก็ได้ เขาเป็นคนเสี่ยงชีวิตเข้าไปพาลูกออกมาจากนรกนั่น ลูกควรขอบคุณพี่เขาด้วย” พลเรือเอกวิกรมเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
เธอเลิกคิ้วแล้วหันตามสายตาพ่อ เอียงคอมองชายหนุ่มที่ยืนตัวตรงอยู่ปลายเตียง ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงใจ “ขอบคุณคุณมากจริง ๆ ค่ะที่ช่วยข้าว... เอ่อ อนุญาตให้ข้าวเรียกคุณว่าพี่ป้องได้ไหมคะ”
“ครับ” เขาตอบสั้น ๆ อย่างจงใจให้ฟังห่างเหิน เมื่อรู้ว่าเธอจำไม่ได้ เขาก็รู้สึกโล่งอก
“ตอนที่พี่ป้องไปช่วย ข้าวอยู่ในสภาพน่าเกลียดมากไหมคะ”
ดวงหน้าแฉล้มแดงซ่านขณะพยายามนึกถึงสิ่งที่จำได้เลือนราง คล้ายมีบางอย่างค้างคาในอารมณ์แต่ไม่อาจอธิบายออกมาได้ เธอจำได้เพียงว่าถูกคนร้ายกรอกของเหลวรสแปลกประหลาดให้ดื่มเท่านั้น
ดวงตาเคร่งขรึมของปรเมนทร์เหลือบสบแววตาวิตกของเธอ ก่อนเอ่ยตอบเสียงนุ่มแฝงอ่อนโยน “คุณอยู่ในสภาพปกติทุกอย่างครับ”
คำตอบนั้นทำให้หญิงสาวถอนใจยาวอย่างโล่งอก ก่อนหลุบตามองต่ำและเพิ่งสังเกตเสื้อผ้าที่สวมอยู่ เมื่อเห็นว่าไม่ใช่ชุดเดิมของตน เธอจึงถามขึ้นอย่างสงสัย “เอ๊ะ... แล้วทำไมข้าวถึงอยู่ในชุดนี้คะ แล้วเสื้อผ้าของข้าวล่ะ”
“ไม่ต้อง! แสนดีกลับเองได้!” ปริยากรทั้งสะบัดตัวทั้งออกแรงผลักแผงอกกว้างทุบตีเขาพัลวันทั้งน้ำตานองหน้า“อย่าอาละวาดได้ไหมแสนดี! ขืนพี่ปล่อยเราขับรถออกไปสภาพนี้แล้วเกิดอุบัติเหตุขึ้นมา พี่จะมองหน้าทุกคนที่บ้านได้ยังไง!”“ไม่ต้องมาห่วงแสนดี! ตาต้าใจร้าย!”“สงบสติอารมณ์หน่อยได้ไหมแสนดี!”“ไม่! ปล่อยแสนดีเดี๋ยวนี้!” สาวน้อยแผดเสียงลั่นดิ้นรนสุดกำลังที่มีปริยากรดิ้นรนสุดกำลัง ยิ่งอ้อมแขนแข็งแกร่งรัดรอบเอวเธอแน่นหนาเท่าใดหยดน้ำตาก็ยิ่งหลั่งไหลพร้อมเสียงสะอื้นราวจะขาดใจ ความเจ็บปวดแล่นริ้วเข้ายึดกุมหัวใจเมื่อตระหนักว่าชายหนุ่มที่เธอปักใจรักแอบมอบหัวใจให้หญิงสาวอีกคน ทั้งที่ทุกคนต่างรับรู้ว่าเธอรักและภักดีต่อเขามากแค่ไหน แต่ทุกคนกลับพร้อมใจกันปิดบัง ปล่อยให้เธอเป็นคนโง่คนสุดท้ายที่ไม่เคยระแคะระคายเลยว่าเขากับปลายรุ้งแอบซ่อนความสัมพันธ์กันเอาไว้“แสนดี สงบสติอารมณ์ก่อนได้ไหม!” ธรภูมิตวาดลั่นอย่างหมดความอดทน“อย่ายุ่งกับแสนดี! รักแสนดีไม่ได้ก็ไม่ต้องมายุ่งกับแสนดี!”สาวน้อยหยุดดิ้นรน ปล่อยให้ร่างกายอ่อนแรงซบอกกว้าง มือทั้งคู่ถูกยกขึ้นปิดหน้าที่นองไปด้วยน้ำตา ความรักที่เคยหล่อเลี้ยงหัวใจและแอบหว
“จริงนะ พี่ถือว่านี่คือคำสัญญา” ดวงตาคมวาวขึ้นพร้อมรอยยิ้มเปิดกว้าง“หื่น เซ็กซ์จัด”“พิณไม่รู้อะไร...สามีพิณนะจบเอกกามสูตรเชียวนะ” เขายักคิ้วยิ้มให้เธอ“บ้า ไม่เคยได้ยินเอกกามสูตร” ใบหน้าหวานแดงปลั่ง“งั้นไว้พิณหายดีแล้วพี่จะสอนให้ รับรองวิชานี้เรียนสนุกและตื่นเต้นสุด ๆ”“คนบ้า ชอบพูดบ้า ๆ”“บ้าที่ไหน เรื่องกามสูตรนี้มีจริงนะยาหยี เคยได้ยินชื่อของวาสยายาน(VASYAYANA) นักปราชญ์ชาวอินเดียหรือเปล่าสุดสวย ท่านเขียนตำรับรักฉบับอินเดียเรื่องกามสูตรเนี่ยมากว่า 1,300 ปีที่แล้วเลยนะ”“อื้อ ไม่เห็นจะอยากอ่านเลย” “โธ่...เป็นหนังสือที่มีประโยชน์เล่มหนึ่งเลยนะในตำรากามสูตรโดยวาสยายานาน่ะ มีบริบทของ “ธรรมะ” แห่งการครองคู่อย่างมีความสุข เรียกได้ว่าเป็นบริบทของการเรียนรู้ผู้ชายและเข้าใจผู้หญิง เป็นการประสานจุดเด่นจุดด้อยด้วยกันจนรวมเป็นหนึ่งเดียว และยังมีเรื่องของ “อัฎฐะ” หรือการประกอบกิจการร่วมกันเพื่อก่อร่างสร้างครอบครัว มีการทำการงานเพื่อความเป็นปึกแผ่นมีการแบ่งหน้าที่ในการทำงาน การเก็บเงินทอง การดูแลบ้านช่องลูกหลานให้มีความสุขไม่ได้มีแต่เรื่องกามารมณ์อย่างเดียวเสียเมื่อไหร่ล่ะเมียจ๋า เรียกว่าเร
เขาไม่ตอบแต่กลับส่งยิ้มให้เธอพร้อมกับเปิดประตูรถสปอร์ตแบบเปิดประทุนให้เธอก้าวเข้าไปแล้วจึงวิ่งอ้อมหน้ารถมายังฝั่งของตน เครื่องยนต์ถูกสตาร์ทและขับเคลื่อนออกไปอย่างเร็วปานกลางจนกระทั่งถึงหน้าผาโล่งกว้างแห่งหนึ่งที่มีเพียงเวิ้งฟ้ากว้างสีครามด้านหน้ากับเหวลึกและท้องทะเลสีครามมองเห็นไกล ๆ ลมเย็นพัดแรงจนผมของเธอปลิ้วลู่ไปตามกระแส เครื่องบินเล็กสองลำบินโฉบไปมาจนเธอต้องมองอย่างสนใจ“เอ๊ะ!”เสียงหวานดังอย่างตื่นเต้นเมื่อเห็นแผ่นผ้าสีขาวกลางม่านฟ้ามีข้อความตัวอักษรภาษาอังกฤษตัวโตเขียนคำว่า “Phin-Will U Marry Me” น้ำตาของเธอไหลพราก มือทั้งสองข้างถูกยกขึ้นปิดริมฝีปากตัวเองไว้ด้วยความปลื้ม ใบหน้าหวานเงยขึ้นสบตาคมของคนรักเขาโอบกอดเธอไว้ดวงตาคมจ้องมองสบตาของเธอหวานฉ่ำ ใบหน้าโน้มลงแนบชิดจนหน้าผากสัมผัสกัน แหวนที่เลือกเองกับมือถูกหยิบออกมาถือไว้พร้อมกับกระซิบเบา ๆให้เธอได้ยิน“I love you. Please marry me...แต่งงานกับพี่นะครับ”“Yes…I love you too. พิณก็รักพี่เขตค่ะ”เสียงหัวเราะปนไปกับน้ำตาแห่งความตื้นตันเมื่อแหวนที่สวยที่สุดในความรู้สึกของเธอถูกสวมเข้าที่นิ้วนางข้างซ้าย เธอยกแขนขึ้นโอบลำคอแกร่งพร้อม
พิณพญาทั้งอ่อนโยนและอ่อนหวาน แค่แอบมองแอบฟังเธอคุยโทรศัพท์กับมารดาเมื่อวันแรกที่ได้พบกันอีกครั้ง เขาก็ตกหลุมรักในความน่ารักและช่างอ้อนของพิณพญาที่มีต่อมารดาแม้จะเป็นเพียงแค่การพูดคุยกันทางโทรศัพท์ก็ทำให้เขาอยากเป็นคนหนึ่งในครอบครัวของเธอทันทีความรู้สึกนี้ไม่เคยเกิดขึ้นกับเขามาก่อน แม้เขาจะเคยมีผู้หญิงมากมายในชีวิต แต่ไม่เคยมีสักครั้งที่จะมีใครทำให้เขาคิดถึงคำว่าครอบครัวเหมือนเช่นที่พิณพญาทำได้เลยสักคน อาเขตมั่นใจว่าเขาพบคนที่เกิดมาเพื่อเป็นคู่ของเขาอย่างแท้จริงแล้วเสน่ห์ของพิณพญาไม่ใช่มีเพียงรูปร่างหน้าตาเท่านั้น เสน่ห์ของเธอเพียบพร้อมไปหมดทั้งพิศวาสเย้ายวนที่ทำให้เขาลุ่มหลง ทั้งความอ่อนโยนน่ารัก ความอ่อนหวานช่างอ้อน ถึงแม้เธอจะแสนงอน ขี้ใจน้อยแต่นั่นก็เป็นเรื่องเล็กเพราะเขาค่อนข้างชอบที่จะง้อและเอาใจคนขี้งอนอย่างเธอด้วยร่างกายของเขาเองพิณพญาไม่เชื่อลมปากของอาเขตนัก ผู้หญิงถึงอย่างไรก็ยังต้องการการยืนยันเป็นทางการ นั่นก็คือการแต่งงานนั่นแหละไม่ใช่เรื่องอื่น เธอไม่ชอบที่จะคบหากันแบบประเภทเลื่อนลอย ถูกใจก็อยู่ไม่ถูกใจก็เลิก และถ้าเขาไม่คิดจะแต่งงานกับเธอ พิณพญาก็ไม่พร้อมจะเปลืองตัวมอ
“จะลงไปดี ๆ หรือจะให้พี่อุ้มไป” อาเขตถอนหายใจแรง“พิณจะกลับบ้าน”“พี่อยากให้เราคุยกันก่อน”“แต่พิณไม่พร้อมจะคุย”“คุยกันอย่างมีเหตุผลบ้างได้ไหม อย่าใช้แต่อารมณ์แบบนี้สิพิณ”“พิณไม่ได้ใช้อารมณ์ แต่พิณยังไม่พร้อมจะคุยต่างหาก พี่เขตนั่นแหละเอาแต่ใจ ไร้เหตุผล” เธอหันมาต่อว่าเสียงขุ่น“ถ้าพิณยังไม่พร้อมจะคุย พี่ก็พร้อมจะรอให้พิณอารมณ์ดีกว่านี้ก่อน แต่พี่ก็ต้องแน่ใจด้วยว่าพิณจะไม่หนีพี่ไปอย่างครั้งก่อน”“ไหนว่ารักกันก็ต้องเชื่อใจกันไง พี่เขตไม่เชื่อใจพิณ”“ถ้าอย่างนั้นพิณสัญญากับพี่ได้ใช่ไหมว่าเราจะคุยกันดี ๆ โดยที่พิณจะไม่หนีพี่ไปเฉย ๆ”“ฮึ...” เธอสะบัดหน้าหนี“ว่าไง...”“สัญญา แต่ต้องไม่ใช่วันนี้ในเวลาที่พิณยังไม่หายโกรธแบบนี้ด้วย”“ตกลง แต่ถึงยังไงคืนนิ้พิณก็ต้องอยู่ที่นี่”“แต่พิณอยากกลับบ้าน” เธอเม้มริมฝีปาก “พี่เหนื่อย”“งั้นพิณกลับเอง” เธอยังต่อรอง“ไม่ได้! พี่จะปล่อยพิณกลับได้ยังไง พิณกลัวอะไรถ้าจะต้องค้างบ้านพี่ หรือว่าพิณกลัวพี่...”“ไม่กลัว...แต่ไม่อยากเห็นหน้า”“ถ้าอย่างนั้นพี่จะนอนหันหลังให้พิณก็ได้”อาเขตหัวเราะเบา ๆ พร้อมกับเปิดประตูลงไปก่อนจะเดินอ้อมหน้ารถตรงมายังประตูฝั่งต
“พี่เขต”“กลับกันเถอะพิณ” อาเขตโอบบ่าคนรักไว้อย่างปลอบโยน “นังหน้าด้าน รู้ทั้งรู้ว่าเขตคบอยู่กับฉัน ไม่มีปัญญาหาผู้ชายคนอื่นหรือไง หน้าตาก็ดูดี แต่ชอบแย่งแฟนชาวบ้าน” เสียงตะโกนของเพียงเดือนทำให้สายตาทุกคู่หันมาจับจ้องและซุบซิบกันสนุกปาก“หยุดเดี๋ยวนี้นะเพียงเดือน ผมไม่คิดว่าคุณจะกล้าทำเรื่องโง่ ๆ แบบนี้”“ใช่สิคะ เพียงมันโง่ที่รักคุณ พอคุณเบื่อถึงได้ถีบหัวเพียงส่ง” เธอเงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างเจ็บแค้นก่อนจะหันกลับมามองทางหญิงสาวอีกคนอย่างเกรี้ยวกราด“แกก็เหมือนกัน อย่าคิดนะว่าเขาจะจริงจังด้วย นี่คงยอมนอนกับเขาแล้วหละสิ คิดสินะว่าเขาจะหลงใหลจนโงหัวไม่ขึ้นน่ะ ฉันจะบอกอะไรให้นะ ผู้ชายถ้าเขารักแกจริงเขาก็ต้องให้เกียรติแกสิ วันหนึ่งแกก็จะไม่ต่างอะไรจากฉันเมื่อเขาเบื่อ เพราะเขาก็เคยหลงฉันเหมือนที่เคยหลงแกมาก่อน นังหน้าโง่”“เพียงเดือน!”น้ำตาของพิณพญาค่อย ๆ ไหลอาบแก้ม เสียดหัวใจกับคำพูดของเพียงเดือน มือเรียวสะบัดออกจากฝ่ามือของคนรักพร้อมกับหันหลังให้คนทั้งคู่ สองเท้าพาตัวเองก้าวเดินจากมาอย่างรวดเร็ว มือเรียวยกขึ้นปาดน้ำตา“หยุดได้แล้วนะเพียง ถ้าคุณยังไม่เลิกวุ่นวายกับผมและพิณ รับรองคุณไม่มีวั







