LOGINวายุชอบถอดเสื้อโชว์กล้ามช่วยอาจารย์ที่สาขาวิชารดน้ำต้นไม้ เธอเห็นเขาช่วยอาจารย์เลี้ยงกล้วยไม้แล้วอมยิ้ม
ผู้ชายน่ารักชอบปลูกต้นไม้ รักธรรมชาติ
อ๊าย... นี่มันอนาคตพ่อของลูกเลยนะ!
วายุเป็นผู้ชายที่มีเสน่ห์ เขาสุภาพดูไว้ตัว แต่ก็ดูอบอุ่นใจดียามเมื่อ
ได้อยู่ใกล้หรือพูดคุยกันแบบนี้เธอเกิดมาอายุสิบเก้าปี ไม่เคยมีแฟนหรือคนรักเป็นตัวเป็นตนมาก่อน ทางบ้านค่อนข้างหัวโบราณ พอเจอเขาแล้ว มันบังเกิดความรู้สึกชอบขึ้นมาอย่างปัจจุบันทันด่วน
เธอไม่เคยเพ้อหรือละเมอถึงผู้ชายคนไหนมาก่อน เขาเป็นคนแรกในชีวิต
คนมีความรักมันเป็นแบบนี้นี่เอง ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนจะทำอะไร หน้าเขาลอยไปลอยมาอยู่เต็มหัวไปหมด เรียกว่าทุกลมหายใจเข้าออกก็นึกถึง
อยากเจอหน้า ใจเต้นแรงเพียงแค่คิดถึง นี่เธออาการหนักขนาดนี้เลยเหรอ?วายุเดินจากไปแล้ว เธออยากจะกรีดร้องให้ลั่น แต่สิ่งที่ทำได้ก็คือ
แอบมอง ส่งยิ้มหวานๆ ตามติดไปห่างๆอันดาคิดว่าเธอใจกล้ามากนะที่คุยกับเขาได้ เพราะก่อนหน้านี้
เห็นเขาที่ไหน เธอจะเดินเลี้ยวไปอีกทาง กลัวจะเจอเขาเข้าจังๆ“อันดา...” เสียงเรียกจากเพื่อนทำให้เธอหันไปมอง กัลยา เลิศวิจิตร เพื่อนที่เรียนสาขาวิชาเดียวกับเธอ รู้จักกันตอนรับน้อง เธอเป็นคนมีเพื่อนน้อย กัลยาจึงเป็นเพื่อนน้อยที่เธอคบด้วยแล้วสบายใจ
กัลยาเป็นหลานสาวของอาจารย์สาขาฟิสิกส์ ที่เธอเลือกคบด้วยเพราะอีกฝ่ายเป็นคนร่าเริงสดใส มองโลกในแง่ดี
ด้วยความที่ทางบ้านยากจน เธอจึงค่อนข้างเลือกคบเพื่อน ไปกับคนอื่นเดี๋ยวไม่มีเงินจ่าย เพราะต้องประหยัดสุดๆ ทำยังไงก็ได้ ให้ใช้เงินสองร้อยบาทให้พอในหนึ่งสัปดาห์ รวมถึงต้องทำงานพิเศษที่ห้องสมุดทุกวัน
“เมื่อกี้เดินมากับใครจ๊ะ” กัลยากระแทกไหล่ของเพื่อนเบาๆ
อันดาหน้าแดง คิดในใจว่า... รู้แล้วก็ยังอยากจะถามอีก คนขี้อาย
จึงเอาแต่ก้มหน้างุด“อย่าแซวได้ไหม หัวใจเราเต้นแรงจนจะหลุดออกมาอยู่แล้ว” คนตอบเขินอายม้วนต้วน
“ไหนบอกว่าอายยังไงล่ะ เห็นเดินมากับหนุ่มในดวงใจ ฮันแน่!
ไปทำอีท่าไหน”“ท่าไหนน่ะเหรอ ท่าน่าอายน่ะสิ ซุ่มซ่ามเดินไปชนเขา ข้าวของหล่นกระจัดกระจายไปหมด” คนพูดหน้าแดงลามไปถึงใบหู
อันดาเป็นคนผิวขาวเหลือง ใบหน้ากลมน่ารัก ผมหยักศก แต่เธอ
ไม่ชอบผมตัวเอง เลยเก็บเงินไปยืดผมเสียตรงแหน็ว รู้สึกว่ามั่นใจมากขึ้นปากเธอเป็นรูปกระจับ ตาเรียว คิ้วบาง โดยรวมมองแล้วไม่สวยสะดุดตาแต่มองแล้วน่ารักเหมือนตุ๊กตา
“บุพเพสันนิวาสน่ะสิไม่ว่า เดินไปชนเขาเข้า นักศึกษาทั้งสถาบันเลยนะ” กัลยาพูดแล้วยิ้มแหย่ ทำแก้มพองน่ารักใส่เพื่อนสาว
“เขาน่ารักดีนะยา พูดจาสุภาพเรียบร้อย ตัวจริงขาวกว่าที่แอบมองอีก ผิวนี่เนียนเชียว ผู้ชายอะไรหล่อฟินน่าจิ้นขนาดนี้”
“เขาเป็นเดือนคณะนี่นา ต้องหล่อลากไส้เป็นธรรมดาแหละ”
“ยา...” อันดาเรียกเพื่อนเหมือนจะเป็นลม
“เป็นอะไร”
“ใจเราหวิวๆ เหมือนจะเป็นลม”
“อาการหนักนะอันดา ไปนั่งที่ม้าหินอ่อนหน้าหอก่อน เป็นลมขึ้นมา
เราอุ้มไม่ไหวนะ น้ำหนักยิ่งเกินมาตรฐานอยู่ด้วย” คนถูกว่าน้ำหนักเกินมาตรฐานค้อนให้เสียวงใหญ่ กัลยาดึงมือเพื่อน ไปนั่งหน้าหอพักนักศึกษา มือของเพื่อนเย็นเฉียบแถมยังมีเหงื่อออกเต็มไปหมด“ดีขึ้นไหม” อันดาจับมือเพื่อนมาวางที่อกด้านซ้ายตรงตำแหน่งหัวใจ
“หัวใจอันดาเต้นแรงขนาดนี้เลยเหรอ”
“อือ... มันไม่ยอมหยุดเต้นทำไงดี แทบจะหลุดออกมาแล้วนี่”
“ฮ่าๆๆๆ ไม่หยุดเต้นก็ดีแล้วเพื่อน ถ้ามันหยุดเต้นนี่สิเรื่องใหญ่เลยนะ” คนพูดหัวเราะเสียงคิกคักอย่างน่ารัก
“หน้าเราก็ร้อนเห่อไปหมดตอนเจอกับเขา มือไม้แทบวางไม่ถูกเลย”
“รักแรกก็แบบนี้แหละ แบบนี้เขาเรียกอะไรนะ ตกหลุมรักเขา
เข้าอย่างจัง”“อย่าล้อสิ เราเขิน”
“เป็นเอามากนะนี่ เราไปขอเบอร์ให้เอาไหม” คนถามยิ้มด้วยสีหน้า
เจ้าเล่ห์แสนซน“เบอร์โทรหรือจ๊ะ จะดีเหรอ” คนฟังเขินหน้าแดงจัด เป็นผู้หญิง
ไปขอเบอร์ผู้ชายก่อน น่าอายจะตายไป เธอก้มหน้าดึงนิ้วไปมา กัลยายิ้มกว้างเมื่อเห็นอาการของเพื่อนกัลยารู้ดีว่าอันดาเก็บเงินเก่ง อีกฝ่ายขยัน ทำงานพิเศษจนซื้อโทรศัพท์ Nokia รุ่น 3310 เป็นเครื่องแรกและครั้งแรกในชีวิตได้เป็นผลสำเร็จ
แต่ไม่ค่อยมีเงินเติมเลย เวลาโทร. ก็อาศัยหยอดเอา คุยกันพอรู้เรื่องก็รีบกดวาง คุยนานมากไม่ได้มันแพง“ไม่กล้าโทรหาเขาล่ะสิ”
“ถ้ามีเบอร์เขา อาจจะโทรก็ได้นะ” คนตอบหน้าแดงจัด
กัลยาหัวเราะเพื่อน ทั้งเอ็นดูทั้งสงสาร ชอบเขาก็ได้แต่แอบมอง
ไม่กล้าเข้าไปคุย แต่อย่างว่าแหละ ผู้หญิงไปจีบผู้ชายก่อนมันดูแปลกๆ ต้องเป็นคนที่ใจกล้าหน้าด้านระดับหนึ่งถึงจะทำอย่างนั้นได้“เดี๋ยวเราไปขอให้ ขอจากเพื่อนเขาน่ะ เอาไหม” กัลยาเพื่อนของเธอนั้นเป็นพวกมีมนุษยสัมพันธ์ดี เพื่อนเยอะ ด้วยว่าเป็นคนมีเงินและเป็นหลานสาวคนเดียวของอาจารย์ที่ทรงอิทธิพลในสถาบันเล็กๆ แห่งนี้ ดังนั้นกัลยาจึงเป็น
ที่พึ่งเดียวที่เธอนึกถึงยามเมื่อมีปัญหา“จะดีเหรอ”
“เออน่า... เดี๋ยวจัดให้” กัลยาตัดบท เธอเป็นลูกหลานของอาจารย์ที่นี่ จึงกล้าทำอะไรแบบที่หลายคนไม่กล้าทำกัน
กัลยาเป็นพวกมีอันจะกินแต่ไม่ทำตัวอวดรวย อันดาเคยถามว่าทำไม
มาคบกับเธอ เพราะรู้สึกว่าคนละชั้นกัน ในสถาบันการศึกษาเช่นนี้ก็แบ่งชนชั้นวรรณะกันแล้วนะ นักศึกษาไฮโซก็ไฮโซจริงๆส่วนนักศึกษาแบบเธอเรียกยาจก ต้องทำงานงกๆ หาเลี้ยงปากท้อง
และเรียนไปด้วย ถามว่าอิจฉาคนที่พ่อแม่มีเงินไหม ก็มีบ้างนะ แต่เธอ เป็นคนไม่ยอมแพ้ต่ออะไรทั้งหมดทั้งมวล ยังไงก็ต้องเรียนให้จบ เพราะคิดว่าต่อไปจะดูแลพ่อแม่ให้ดีที่สุด“เราขอตัวก่อนนะ ต้องไปทำรายงานต่อ”
“รายงานอะไรเหรอ” กัลยาทำหน้างง เพราะจำได้ว่าอาจารย์ไม่ได้สั่งรายงานอะไรสักฉบับเดียว
“มีเด็กหอหนึ่งมาจ้างทำรายงานน่ะ ต้องรีบทำให้เสร็จ” หอหนึ่ง
คือหอพักหมายเลขหนึ่ง ที่นี่เรียกหอตามลำดับการก่อตั้ง ดังนั้นหอหนึ่ง คือหอที่เก่าแก่ที่สุดและหลอนสุดติ่ง มีชื่อดอกไม้ประจำหอพักด้วยนะ หอหนึ่ง ก็คือหออินทนิล“จะขยันไปไหน”
“เราไม่รวยเหมือนยานี่นา ไม่ทำงานก็อดตายน่ะสิ”
“ไม่มีตังค์ยืมเราก่อนก็ได้”
“ไม่เอาหรอก ยืมแล้วต้องคืน หาเองดีกว่า จะได้ไม่เป็นหนี้ด้วยไง”
“แต่ถ้าไม่มีจริงๆ บอกเรานะ ไม่ไหวก็บอกเราได้เสมอ ไม่ต้องเกรงใจหรอก มีเมื่อไหร่ค่อยคืนก็ได้” กัลยาเป็นเพื่อนคนเดียวที่ไม่เคยคิดเล็กคิดน้อย เธอไม่ใช่พวกหยุมหยิมหรือเอาเปรียบใคร ออกจะใจกว้างเสียด้วยซ้ำ
“ขอบใจมากจ้ะ” คนตอบหัวใจยังเต้นแรงไม่หาย แค่คิดถึงหนุ่มหน้าใสขวัญใจมหาชนนามว่าวายุ หัวใจเธอมันก็เต้นผิดจังหวะ
สงสัยเธอจะอาการหนักจริงๆ เหมือนเพื่อนว่า
“งั้นเรากลับก่อนนะ”
“จ้ะ” อันดายืนส่งเพื่อนหน้าหอพัก โบกไม้โบกมืออำลา พอหันมามองหอตัวเองแล้วขนลุก จู่ๆ ก็รู้สึกหลอนขึ้นมาในทันที
เธอทำใจดีสู้เสือ สูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ เรียกกำลังใจให้ตัวเอง
เอาเถอะ! เป็นไงเป็นกัน คงไม่โดนพี่ๆ รับน้องจนกระอักเลือดตายหรอก คนอื่นยังรอดชีวิตเรียนจนจบเลย
อันดาเข้าหอก็รีบสวัสดีพี่ๆ เจ้าที่ในหอ แต่ละคนนั่งเหมือนนางพญา
เธอเดินตัวลีบไปวางรองเท้าใต้บันได ก่อนจะเดินขึ้นบันไดไปด้วยฝีเท้า อันเงียบกริบถ้าเดินลงส้นเสียงดังจะโดนรุ่นพี่มองมาด้วยสายตาพิฆาต อยู่ที่นี่
ต้องทำตัวเป็นกุลสตรี ไม่งั้นเด็กปีหนึ่งอย่างเธอจะได้เห็นรุ่นพี่แปลงกาย เป็นนางยักษ์“หยิกตัวเองทำไม เจ็บแย่ เดี๋ยวพิสูจน์ให้ดูว่าไม่ได้ฝัน” วายุพูดจบก็รวบร่างอวบเข้าไปกอดเอาไว้ ก่อนที่เขาจะจับท้ายทอยของเธออย่างมั่นคง บดจูบลงไปยังกลีบปากอวบอิ่ม เธอตาโต จิกมือกับคอเสื้อของเขาแล้วหลับตาพริ้มเขาผละออกห่างแล้วเธอจึงเห็นใบหน้าของเขาชัดขึ้นอีกครั้ง หญิงสาวกะพริบตาปริบๆ วายุยิ้มใส่ตา ก่อนที่เขาจะพาเธอเดินไปหยุดที่โต๊ะรับประทานอาหารที่ปูด้วยผ้าสีขาว มีแจกันดอกไม้สีชมพูหวานแหวว“นั่งสิอันดา”“นี่มันอะไรคะ” เธองงเป็นไก่ตาแตก“ลมเป็น บ.ก. ของสำนักพิมพ์ที่อันดาส่งงานมาพิมพ์นั่นแหละ”“ลมเป็น บ.ก.” เธอทวนคำ“ครับ”“แสดงว่าที่งานอันดาผ่านเพราะลมช่วยเหรอ”“ไม่ใช่ครับ เพราะงานของอันดามันดีจริงๆ ครับ”“เอ่อ... แล้วเรื่องเงินล่ะค่ะ”“มันเป็นค่าตอบแทนที่อันดาจะได้รับอยู่แล้วครับ”“ลมช่วยอันดา” เธอซาบซึ้งใจ ถึงแม้เขาจะปฏิเสธ แต่เธอคิดว่าเขาช่วย เธอรู้สึกว่าก้อนอะไรมันแล่นขึ้นมาจุกที่อก มันคือก้อนแห่งความตื้นตันจนแทบจะร้องไห้ เขาไม่ได้ไปไหน หลายปีแล้วที่เธอเฝ้าคิดถึง แต่เขาก็ยังอยู่ ยังอยู่ข้างๆ เธอ“ได้คำตอบหรือยังครับเด็กขี้แย อายุสามสิบกว่าแล้วนะ ถ้าจะสละโสดก็ต้องรีบๆ เข้านะ เดี๋ยวไม
“อันดา ขอนอนด้วยสิ”“คะ?” เธออุทานมองหน้าเขา บิดามารดาเข้านอนหมดแล้ว วายุแค่ไปไหว้และพวกท่านก็หลับไปอีกครั้ง หลังจากตื่นขึ้นมาตอนเธอรถขับเข้ามาจอดในบ้าน สุขภาพของพวกท่านไม่ค่อยดี จึงนั่งสนทนานานๆ ไม่ได้“ลุงเริญกับป้าปริกไม่อยู่ ลมไม่มีกุญแจเข้าบ้าน ถ้าอันดาไม่ให้นอน ลมคงไปนอนหน้าบ้านลุงกับป้าให้ยุงกัดจนเป็นไข้เลือดออก” เขาทำเสียงน่าสงสาร“จ้ะ ลมอาบน้ำก่อนไหม” เขาพูดแบบนั้นเธอเลยปฏิเสธไม่ได้ จะไล่เขาไปก็ดูจะใจดำจนเกินไป“อาบหน่อยก็ดี จะได้ไม่เหนียวตัว อันดาขยันนะ ต่อเติมบ้านใหม่ให้พ่อแม่ด้วย”“รู้ได้ไงว่าอันดาทำ” เธอมองเขาอย่างสงสัย“เดาเอาน่ะ อันดาเป็นคนกตัญญู” เขารับผ้าขนหนูมาถือเอาไว้ ก่อนจะเดินไปเข้าห้องน้ำ เธอจึงไปหาเสื้อผ้าของบิดามาให้เขาเปลี่ยนเดินมาอีกรอบเขาก็นุ่งผ้าเช็ดตัวออกมาจากห้องน้ำ หยดน้ำที่เกาะพราวไปทั่วตัวและร่างกายที่แข็งแรง กล้ามเป็นมัดๆ ทำเธอต้องลอบกลืนน้ำลาย รู้สึกขัดเขินจนต้องเบือนหน้าหนี แก้มร้อนผ่าวอย่างปัจจุบันทันด่วน“เสื้อผ้าของพ่อน่ะ พอจะใส่ได้ไหม”“ได้ครับ” เขายื่นมือมารับ ก่อนรวบมือเธอเอาไว้ด้วย“อุ๊ย!” อันดาอุทาน เงยหน้าขึ้นมอง หน้าแดงก่ำ เขาขยับใบ
“วันเกิดเดือนหน้าอยากได้ของขวัญอะไรครับ” วายุเอ่ยถามน้องสาวคนสวย คนฟังตาโตทันที เอ่ยถามอย่างรู้ทัน“มาแนวสายเปย์แบบนี้จะให้น้องช่วยอะไรคะ”“ช่วยนัดว่าที่พี่สะใภ้มารับประทานอาหารหน่อย”“พี่อันดาน่ะเหรอคะ”“ครับ”“ทำไมคุณ บ.ก. อมยิ้มไม่นัดเองล่ะคะ”“ให้เลขาฯ คนสวยนัดให้ดีกว่า”“เห็นแต่รูปในบัตรประชาชน ไม่เคยเห็นตัวจริง พี่อันดาจริงๆ เป็นคนยังไงคะ”“เป็นคนสวย”“แน่ะ! ชมว่าสวย ถ้าเขาไม่สวยไม่ชอบเหรอ”“เป็นคนน่ารัก” คนพูดอมยิ้ม“นิสัยน่ารักหรือหน้าตาน่ารักคะ”“ทั้งสองอย่าง”“เชื่อเลยค่ะว่าเวลาคนเรามีความรัก หรือชอบใครสักคน คนที่เราชอบจะหน้าตาดี” นลินอมยิ้ม“เป็นคนกตัญญู” วายุชื่นชมผู้หญิงที่เขารักจากใจ อันดาในอดีตเป็นเช่นไร ปัจจุบันก็เป็นเช่นนั้น เธอไม่เคยเปลี่ยน และสำหรับเขา เธอน่ารักเช่นไร ก็ยังน่ารักเช่นนั้น“อันนี้เชื่อค่ะ ทำทุกอย่างเพื่อครอบครัว ผู้หญิงดีๆ แบบนี้หายากนะคะ เสียสละความสุขส่วนตัวเพื่อพ่อแม่ ถ้าเป็นคนอื่นหนีไปมีความสุขคนเดียวดีกว่า ที่บ้านก็เต็มไปด้วยหนี้”“แล้วที่สำคัญสุด ทำกับข้าวอร่อย”“อันนี้คงต้องลองชิมกันแล้วล่ะค่ะว่าจะอร่อยจริงสมคำร่ำลือหรือเปล่า”“เดี๋ยวก็ได้ชิม
เขาว่าในชีวิตมีเรื่องดีก็ต้องมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นสลับกันไป เหมือนความทุกข์และความสุขไหลวนเข้ามาประดุจดั่งเพื่อนที่ไปมาหาสู่ แต่ไม่ได้อยู่กับเรานานมารดาต้องผ่าตัดอีกหลายครั้งเพราะก้อนเนื้อที่แม้จะไม่ใช่เนื้อร้ายแต่พอตัดเนื้องอกส่วนนั้นออกไป มันก็งอกกลับขึ้นมาใหม่การเดินทางที่ไกลเพราะต้องไปหาหมออีกจังหวัดหนึ่งมีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูงทำให้อันดาต้องขยันเขียนนิยายส่งสำนักพิมพ์ และทำหน้าที่การเป็นครูอย่างเต็มที่วันเวลาผ่านไปจากเดือนเป็นปี คนเดียวที่เธอรู้สึกว่าพึ่งพิงได้ไม่ว่าจะยามทุกข์หรือยามสุขคือ บ.ก. อมยิ้ม เขาคอยปลอบใจ คอยให้กำลังใจ และคอยทำให้เธอหัวเราะได้ แล้ววันที่ต้องตัดสินใจก็มาถึง เมื่อบิดาล้มป่วยลงอีกคน และมารดาก็สุขภาพไม่ค่อยแข็งแรง อันดาเลยตัดสินใจที่จะลาออกจากงานประจำมาดูแลพวกท่านทั้งสองคนเธอยอมรับว่าใจหายและร้องไห้เมื่อเห็นลูกศิษย์หลายคนวิ่งมากอด ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุมัติใบลาออกให้เธอพร้อมด้วยการที่เธอหาครูคนใหม่มาสอนแทน นั่นคือรุ่นน้องที่มหาวิทยาลัยที่กำลังหางานทำอยู่นั่นเองการออกจากงานประจำนั้นมันทำให้รู้สึกโหวงแปลกๆ เพราะจากที่เคยต้องตื่นตั้งแต่เช้ารีบร้อนไปโ
“เราเหรอ มาเป็นครูแล้วก็กำลังจะเป็นนักเขียนมือสมัครเล่นด้วย” อันดาเล่าเรื่องงานเขียนให้เพื่อนรักฟัง กัลยาฟังแล้วอมยิ้ม เธอจดจำเรื่องราวของเพื่อนทุกอย่างเอาไว้ในสมอง สนับสนุนเพื่อนหากว่าเพื่อนทำอะไรแล้วมีความสุขกัลยาคุยกับอันดาอยู่พักใหญ่ก่อนจะวางสาย อันดามองสมุดบันทึกของตัวเองแล้วอมยิ้ม เธอจะเขียนให้ได้ทุกวัน วันละนิดวันละหน่อย สักวันมันก็ต้องจบเรื่องจนได้“ครูคะ มีคนฝากซาลาเปามาให้ค่ะ” อันดาสะดุ้งหลุดจากภวังค์ความคิดของตนเอง เธอนั่งอยู่ในห้องพักครู หลังจากตรวจการบ้านเสร็จก็คิดเรื่องพลอตนิยายว่าวันนี้จะเขียนอะไรต่อดี“ใครกันจ๊ะ” อันดาเอ่ยถามนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่สองที่กำลังยืนยิ้มอยู่ไม่ไกลจากโต๊ะทำงานของเธอนัก“หนูไม่รู้ค่ะ มีคนฝากมาอีกที นี่โน้ตค่ะคุณครู”“ขอบใจจ้ะ” เธอกล่าวขอบคุณ ก่อนจะอ่านโน้ตเล็กๆ ใบนั้นแล้วอมยิ้ม“กินให้อร่อยนะครับคุณครู”“ใครกันนะ” เธอมองซาลาเปาลูกโตน่ากินแล้วค่อยๆ บิดูไส้ด้านใน เห็นว่าเป็นไส้หมูสับหอมกรุ่น มีเห็ดมีไข่เค็ม รสชาติหอมหวนทำเธอน้ำลายสอ พอชิมเข้าไปคำแรก แป้งนิ่ม ไส้กลมกล่อมอร่อยจนต้องกัดคำต่อๆ ไปเธอชอบกินซาลาเปาไส้หมูมากๆ ชักอยากรู้แล้วสิว่
“หนูจะจำคำของพ่อเอาไว้จ้ะ”“นอนได้แล้ว ฝันดีนะลูกรัก”พลห่มผ้าให้บุตรสาวอย่างเบามือ“พ่อคะ”“ว่าไง”“หนูว่าจะไปสอนหนังสือ”“ก็เอาสิ”“จะลองไปสอบดู หนูไม่ได้เรียนครูมานะจ๊ะ แต่หนูจบวิทยาศาสตร์ ทางโรงเรียนต้องการครูสอนวิทยาศาสตร์ น่าจะไม่มีปัญหานะจ๊ะ”“ลองดูนะ อยากทำอะไรก็ทำเลย หนูเป็นคนเก่ง เรียนจบมาได้เพราะตัวหนู พ่อเองก็ละอายใจที่ไม่เก่งเหมือนพ่อคนอื่นเขา แถมยังเป็นหนี้เป็นสินมากมายขนาดนี้”“พ่ออย่าว่าตัวเองเลยจ้ะ ทุกคนย่อมผิดพลาดกันได้ หนูจะใช้หนี้ให้พ่อกับแม่เอง” อันดาขยับศีรษะไปนอนหนุนตักอุ่นๆ ของบิดา หลับตาพริ้มให้ท่านลูบศีรษะไปมาเบาๆคนแถวบ้านเริ่มถามกันว่าเรียนจบมาจะทำงานอะไร อันดาเพิ่งเข้าใจความรู้สึกของพี่คนหนึ่งที่เคยเล่าให้เธอฟัง สเต็ปการถามของคนที่ชอบสอดรู้สอดเห็นเรื่องชาวบ้านคือ เรียนอะไร เรียนจบจะทำอะไร คงไม่ใช่เอาใบปริญญามาแขวนไว้ตรงฝาบ้านหรอกนะ พอทำงานก็ถามว่าเมื่อไหร่จะมีแฟน เมื่อไหร่จะแต่งงาน พอแต่งงานก็จะถามว่าเมื่อไหร่จะมีลูก พอมีลูกคนแรกก็ถามว่าเมื่อไหร่จะมีลูกคนที่สอง พี่คนนั้นพูดถูก ชีวิตเป็นของเราทำไมต้องไปแคร์ลมปากคนอื่นด้วยรุ่งเช้าของวันใหม่ อันดาไปสมัครงา







