LOGINเพนท์เฮาส์หรูชั้นบนสุดของคอนโดมิเนียมใจกลางเมือง เต็มไปด้วยความเงียบสงบที่ชวนให้อึดอัด แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟมุมห้องสะท้อนกับพื้นหินอ่อนขัดเงา
ลินนั่งขดตัวอยู่บนโซฟาหนังตัวยาวในห้องรับแขก เขาเพิ่งได้รับการเช็ดตัวและเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นเชิ้ตสีขาวตัวใหญ่เกินขนาด ร่างบางสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงประตูห้องนอนใหญ่เปิดออก สิงหาเดินออกมาด้วยชุดลำลอง เสื้อยืดสีดำกับกางเกงขายาว ชายหนุ่มเพิ่งอาบน้ำเสร็จ เส้นผมสีเข้มยังคงเปียกชื้นเล็กน้อย เขาก้าวเท้าเข้ามาในห้องรับแขกด้วยท่วงท่าราบเรียบ ทว่าทรงพลังจนทำให้บรรยากาศรอบข้างกดดันขึ้นมาทันที ลินรีบขยับตัวลงมาจากโซฟา นั่งก้มหน้าอยู่บนพื้นหินอ่อนเย็นเชียบ สายตาจ้องมองเพียงปลายเท้าของตัวเอง ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของห้อง "ลุกขึ้นมานั่งข้างบน" น้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบของสิงหาดังขึ้น ชายหนุ่มทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาตัวยาว ร่างสูงเอนหลังพิงเบาะด้วยท่าทางสบายๆ ลินค่อยๆ คลานกลับขึ้นไปนั่งบนโซฟา เขาพยายามนั่งให้ห่างจากสิงหามากที่สุดเท่าที่จะทำได้ มือทั้งสองข้างประสานไว้บนตัก ก้มหน้านิ่งด้วยความเจ็บปวดและหวาดกลัวที่ยังคงกัดกินในอก สิงหากวาดสายตามองเด็กหนุ่มข้างๆ ตั้งแต่หัวจรดเท้า แสงไฟสลัวในห้องทำให้เห็นใบหน้าหวานได้ไม่ชัดเจนนัก เขาเอื้อมมือไปเอื้อมกดสวิตช์ไฟบนโต๊ะข้างโซฟา ความสว่างจ้ากระจายไปทั่วห้องทันที ลินสะดุ้งเล็กน้อย พยายามก้มหน้าให้ต่ำลงกว่าเดิมเพื่อซ่อนใบหน้าของตัวเอง "เงยหน้าขึ้น" สิงหาสั่ง ลินชะงัก นิ้วมือเกร็งแน่นขึ้น เขาส่ายหน้าเบาๆ เป็นเชิงปฏิเสธ ความกังวลใจฉายชัดผ่านท่าทางปีกไหล่ที่เกร็งขึ้น "ฉันบอกให้เงยหน้าขึ้น!" เสียงของสิงหาห้วนและเข้มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เมื่อเห็นว่าเด็กหนุ่มตรงหน้ายังคงดื้อแพ่ง สิงหาไม่รอให้ลินยินยอม เขาเอื้อมมือหนาออกไปจับเข้าที่คางของเด็กหนุ่มทันที ก่อนจะออกแรงบีบแล้วบังคับให้ใบหน้าหวานเชิดขึ้นรับแสงไฟ ลินเบิ่งตากว้าง น้ำตาไหลพรูออกมาทันทีด้วยความตกใจและเจ็บปวดจากแรงบีบที่คาง แต่สิ่งที่ทำให้สิงหาถึงกับขมวดคิ้วแน่น ไม่ใช่หยดน้ำตาของเด็กตรงหน้า... ทว่าคือรอยปานสีแดงเข้มขนาดใหญ่ที่พาดผ่านตั้งแต่โหนกแก้มซ้าย ลากยาวลงมาจนถึงบริเวณลำคอ รอยปานนั้นขัดกับผิวขาวเนียนและใบหน้าหวานซีกขวาอย่างสิ้นเชิง ในยามปกติลินมักจะใช้ผมหน้าปรกลงมาปิดบังไว้เสมอ แต่ยามที่ถูกจับเชิดหน้าขึ้นเช่นนี้ รอยปานแดงน่าเกลียดจึงเด่นชัดขึ้นมาอย่างเลี่ยงไม่ได้ สายตาของสิงหาเปลี่ยนไปในทันที จากความเรียบเฉยกลายเป็นความรังเกียจและขยะแขยงอย่างปิดไม่มิด "นี่มันอะไร..." สิงหาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา เขาออกแรงบีบแก้มของลินแรงขึ้นจนลินต้องร้องออกมาไร้เสียง ใบหน้าหวานเหยเกด้วยความเจ็บ ลินพยายามยกมือขึ้นจับมือหนาของสิงหาไว้ อ้อนวอนผ่านแววตาที่เต็มไปด้วยน้ำตา (ปล่อยผมเถอะครับ... ได้โปรด) ลินพยายามส่ายหน้าขอยอมแพ้ แต่นั่นยิ่งทำให้สิงหาอารมณ์เสียมากขึ้น ชายหนุ่มสะบัดหน้าของลินออกอย่างแรงจนศีรษะเล็กสะบัดไปอีกทาง "เหอะ! อัปลักษณ์!" สิงหากระชากเสียงหัวเราะในลำคอ ใบหน้าคมคายเต็มไปด้วยความโมโห ชายหนุ่มยกมือขึ้นเช็ดมือตัวเองกับกางเกง ราวกับว่าเพิ่งไปสัมผัสของสกปรกมา "ไอ้ชัยกับอีนภามันกล้าหลอกฉัน! มันเอาตัวประหลาดแบบแกมาขัดดอกห้าสิบล้านเนี่ยนะ?!" ลินกุมแก้มข้างที่ถูกบีบไว้ ร่างกายสั่นสะท้าน เขาก้มหน้าร้องไห้อย่างหนัก คำพูดแต่ละคำของสิงหาเหมือนเข็มเล่มเล็กๆ ที่แทงลงกลางใจ ปานแดงนี้คือสิ่งที่ทำให้เขาถูกคนรอบข้างหัวเราะเยาะและรังเกียจมาตลอดชีวิต และวันนี้มันก็ถูกใช้เป็นเหตุผลในการถูกด่าทออีกครั้ง "พูดก็ไม่ได้ ตัวก็เล็กแถมยังมีปานน่าเกลียดเต็มหน้า!" สิงหาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขามองลงมาที่ลินด้วยสายตาเหยียดหยาม "อัปลักษณ์แบบนี้... จะเล่นให้คุ้มเงินกี่ร้อยล้านยังไงไหว! แค่เห็นหน้าแกฉันก็หมดอารมณ์แล้ว!" ลินขดตัวร้องไห้จนไหล่บางสั่นโยน เขาขยับนิ้วมือสั่นๆ พยายามทำภาษามือสื่อสารอีกครั้ง (ผมขอโทษ... ผมขอโทษครับ) "หยุดทำท่าทางปัญญาอ่อนใส่ฉันสักที!" สิงหาตวาดเสียงดังจนลินสะดุ้งโหยง "แกคิดว่าทำหน้าสงสารแล้วฉันจะใจดีด้วยเหรอ? เงินห้าสิบล้านที่พ่อแม่แกเอาไป มันไม่ใช่เศษเงิน!" สิงหาถอนหายใจออกมาอย่างหงุดหงิด ชายหนุ่มยกมือขึ้นเสยผมตัวเอง แล้วเดินวนไปวนมาหน้าโซฟา ดวงตาคู่คมจ้องมองร่างบอบบางที่นั่งร้องไห้ไร้เสียงอยู่บนพื้นอย่างใช้ความคิด "ฉันน่าจะยิงหัวพ่อแม่แกทิ้งซะตั้งแต่ตอนนั้น" สิงหาพูดเสียงเรียบ แต่เนื้อหาทำเอาลินถึงกับหน้าซีดเผือด ลินรีบลุกขึ้นจากโซฟาแล้วลงไปนอนกราบแทบเท้าของสิงหา เขาส่ายหน้าอย่างลุกลี้ลุกลน มือเล็กแตะที่หลังเท้าของชายหนุ่มเบาๆ ส่งสายตาอ้อนวอนสุดชีวิต (อย่าทำอะไรพ่อกับแม่ผมเลยนะครับ... ได้โปรด) สิงหามองเด็กหนุ่มที่ยอมทิ้งศักดิ์ศรีลงมากราบเท้าเขาด้วยสายตาว่างเปล่า เขาชักเท้ากลับเบาๆ ไม่ให้ลินจับ "กราบฉันไปก็ไม่มีประโยชน์" สิงหากระตุกยิ้มสมเพช "ในเมื่อแกซื้อมาด้วยเงินห้าสิบล้าน... ถึงจะอัปลักษณ์แค่ไหน แกก็ต้องทำงานชดใช้" ลินค่อยๆ ยันตัวขึ้นนูนั่งขัดสมาธิ น้ำตาเปรอะเปื้อนเต็มใบหน้า รอยปานสีแดงเข้มยิ่งดูชัดเจนเมื่อผิวแก้มขึ้นสีแดงจากการร้องไห้ "พรุ่งนี้เช้า... แม่บ้านจะมาสอนงานแก" สิงหาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด "งานบ้านทั้งหมดในห้องนี้ ปัด กวาด เช็ด ถู ซักผ้า ทำอาหาร... แกต้องทำคนเดียวทั้งหมด" ลินพยักหน้ารับอย่างรวดเร็ว โดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย สำหรับลินแล้ว การทำงานหนักยังดีกว่าการถูกทำร้ายร่างกาย หรือการที่พ่อแม่ต้องเดือดร้อน "อย่าคิดว่าทำแค่งานบ้านแล้วจะหมดหนี้นะ" สิงหาก้าวเข้ามาใกล้ ย่อตัวลงมาจนระดับสายตาเท่ากับลิน ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสั่นระริกของเด็กหนุ่ม "แกต้องอยู่ที่นี่จนกว่าฉันจะพอใจ และถ้าวันไหนฉันต้องการแก... ต่อให้แกจะน่ารังเกียจแค่ไหน แกก็ไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ" คำขู่ของสิงหาทำให้ลินถึงกับกลืนน้ำลายลงคอด้วยความยากลำบาก ลินรู้ดีว่าตำแหน่ง 'สิ่งของ' ของเขามันหมายถึงอะไร "เข้าใจที่ฉันพูดไหม?" สิงหาถามซ้ำด้วยเสียงเข้ม ลินรีบพยักหน้ารับงึกๆ รอยน้ำตายังคงไหลซาบแก้ม "ดี... งั้นก็ไสหัวไปนอนในห้องเก็บของข้างครัวซะ" สิงหาลุกขึ้นยืนแล้วชี้ไปทางทิศทางของห้องครัว "อย่ามาให้ฉันเห็นหน้าอีกจนกว่าจะเช้า" ลินรีบยันตัวลุกขึ้นยืน แม้ขาจะยังสั่นพะรึบพะรับ เขายกมือขึ้นไหว้สิงหาเบาๆ ก่อนจะรีบเดินก้มหน้าก้มตาตรงไปทางห้องครัวทันที โดยไม่กล้าหันกลับมามองชายหนุ่มอีกเลย สิงหามองตามแผ่นหลังเล็กที่หายลับเข้าไปในส่วนของห้องครัว ชายหนุ่มถอนหายใจออกมายาวๆ ด้วยความอารมณ์เสีย เขาเดินไปคว้าแก้วบรั่นดีขึ้นมาดื่มรวดเดียวหมดแก้ว "ไร้ประโยชน์สิ้นดี..." สิงหาบ่นพึมพำกับตัวเอง ในขณะเดียวกัน ภายในห้องเก็บของขนาดเล็กใต้บันไดข้างครัว... ลินทิ้งตัวลงนั่งบนฟูกเก่าๆ ที่วางอยู่บนพื้น ห้องนี้ทั้งแคบและอับชื้น มีเพียงแสงไฟดวงเล็กๆ จากทางเดินด้านนอกส่องเข้ามาผ่านช่องช่องประตู เด็กหนุ่มยกมือขึ้นสัมผัสรอยปานบนแก้มซ้ายของตัวเองเบาๆ รอยปานที่เขาเกลียดมันมาตลอดชีวิต รอยปานที่ทำให้พ่อแม่มองเขาเป็นภาระ และทำให้ผู้ชายคนนั้นมองเขาด้วยความขยะแขยง น้ำตาหยดแล้วหยดเล่าไหลรินลงมาสะอื้นไร้เสียง ลินซบหน้าลงกับเข่าของตัวเอง กอดร่างกายที่สั่นเทาไว้แน่น ความเหงา ความกลัว และความสิ้นหวังถาโถมเข้าใส่จนแทบรับไม่ไหว คืนนี้เป็นคืนแรกในบ้านของมาเฟียผู้เหี้ยมโหด... และลินรู้ดีว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของฝันร้ายที่ยาวนานเท่านั้น ขอคนละ 1 เม้นให้กำลังใจน้องลินค่ำคืนนี้เพนท์เฮาส์หรูสว่างไสวไปด้วยแสงไฟและคึกคักไปด้วยเสียงเพลงจังหวะคลอเบาๆสิงหาเดินโอบเอวหญิงสาวคู่นอนคนใหม่เข้ามาภายในบ้านชายหนุ่มพาเธอมานั่งกกกอดหยอกล้อกันบนโซฟาหนังตัวยาว จิบเหล้าและหัวเราะอย่างมีความสุข ชายหนุ่มพยายามจะเสพสุขกับเรือนร่างของหญิงสาวสวยตรงหน้าแต่ไม่ว่าจะทำอย่างไร... ความรู้สึกกระหายและอารมณ์ดิบในกายกลับไม่ถูกเติมเต็มแม้แต่น้อยเรือนร่างเนียนสวยของคู่นอนไม่อาจสร้างความพึงพอใจให้เขาได้เลย ชายหนุ่มเริ่มเกิดความรู้สึกเบื่อหน่ายอย่างรุนแรง ภาพเรือนร่างบอบบางเปรอะคราบน้ำตาของคนใบ้ที่เพิ่งคลอดลูกเมื่อไม่นานนี้กลับแล่นเข้ามาก่อกวนในหัวไม่หยุดหย่อน"คุณสิงหาคะ... เป็นอะไรไปคะเนี่ย?" หญิงสาวเอ่ยถามเสียงหวาน พลางยื่นหน้าเข้ามาประจบประแจงสิงหาปรายสายตามองเธอด้วยความเย็นชา ชายหนุ่มถอนหายใจออกมาอย่างอารมณ์เสีย ก่อนจะดันตัวเธอออกเบาๆ"กลับไปซะ" สิงหาสั่งเสียงเรียบห้วน"เอ๋? คุณสิงหาคะ... เราเพิ่งจะ...""ฉันบอกให้กลับไป!" สิงหากระชากเสียงดุดัน สายตาคมกริบฉายแวววูบวาบจนหญิงสาวหน้าซีดด้วยความกลัว เธอรีบเก็บกระเป๋าแล้วเดินงกๆ เงิ่นๆ ออกจากเพนท์เฮาส์ไปทันทีความเงียบกลับมาปกคลุมห
เวลาหมุนผ่านไปหลายเดือนอย่างเชื่องช้าและแสนทรมาน ท้องของลิน โตขึ้นตามอายุครรภ์ที่ครบกำหนด ร่างกายที่เคยบอบบางบัดนี้ดูซูบผอมลงอย่างน่าสงสารมีเพียงหน้าท้องที่นูนป่องออกมาอย่างเด่นชัด ลินยังคงถูกใช้งานอย่างหนักในเพนท์เฮาส์หรู และยังคงต้องนอนขดตัวอยู่ในห้องเก็บของใต้บันไดอันแคบและมืดมิดเช่นเดิมกลางดึกคืนหนึ่งที่ฟ้าฝนด้านนอกพัดกระหน่ำอย่างรุนแรง...กึก... โอ๊ย!...ความปวดร้าวอย่างแสนสาหัสพุ่งแทงขึ้นมาจากครรภ์ล่างอย่างฉับพลัน ลินกุมหน้าท้องตัวเองแน่น ใบหน้าหวานซีดเผือด เหงื่อเม็ดโตผุดซึมเต็มซอกคอและหน้าผาก ลินอ้าปากค้าง พยายามจะส่งเสียงร้องแต่กลับมีเพียงลมหายใจหอบฮักติดขัดในลำคอ(เจ็บ... เจ็บเหลือเกิน... ลูก... จะออกแล้วใช่ไหม)ลินทรุดตัวลงนอน ตะแคงขดตัวบนฟูกเก่า ความปวดร้าวทวีคูณขึ้นจนช่องท้องล่างบิดเกร็ง เลือดและน้ำคร่ำเริ่มไหลซึมเปียกชื้นออกมาตามกางเกงวอร์มตัวเก่าลินรู้ได้ทันทีในวินาทีนั้นว่าเขา กำลังจะคลอด... คลอดเพียงลำพังในห้องมืดแห่งนี้เด็กหนุ่มเอื้อมมืออันสั่นเทาไปจีบฟูกนอนแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด ใบหน้าหวานบิดเบี้ยวด้วยความทุกข์ทรมานลินพยายามเบ่งตามจังหวะความปวดร้าวที่พุ่งขึ้นมาซ้ำ
ฟ้ามืดครึ้มยามดึกคลุมครอบเพนท์เฮาส์หรูให้ตื่นตระหนก สายลมแรงกระพือประตูระเบียงเสียงดังสนั่นลิน นั่งขดตัวอยู่บนฟูกเก่าๆ ในห้องเก็บของใต้บันไดร่างกายบอบบางสั่นสะท้านจากพิษไข้ต่ำๆ และอาการแพ้ท้องที่ยังรุมเร้า มือบางลูบหน้าท้องที่ยังเรียบตึงของตัวเองเบาๆ ด้วยความรักและหวาดกลัวตึง!เสียงปั้นประตูหน้าเพนท์เฮาส์ถูกกระแทกเปิดอย่างรุนแรง ตามด้วยเสียงก้าวเท้าหนักส้นของสิงหาที่เดินเข้ามา ชายหนุ่มเพิ่งกลับมาจากงานมืดที่ถูกศัตรูลูกค้าหักหลังจนเสียรายได้หลักหลายสิบล้านอารมณ์เดือดดาลและโทสะมืดมนเข้าครอบงำจิตใจจนควบคุมตัวเองไม่อยู่ กลิ่นแอลกอฮอล์ฉุนกึกคลุ้งกระจายไปทั่วบริเวณสิงหาก้าวพรวดตรงมายังห้องเก็บของใต้บันได ชายหนุ่มใช้เท้าถีบประตูเปิดออกอย่างแรงปัง!ลินสะดุ้งสุดตัว ร่างบางถดตัวหนีเข้ามุมห้องด้วยความหวาดกลัว ใบหน้าหวานซีดเผือด นัยน์ตาสั่นระริกเมื่อเห็นแววตาคมกริบของสิงหาที่บัดนี้ขุ่นมัวและเต็มไปด้วยความคลั่งโกรธดั่งสัตว์ร้าย"มานี่ลิน!" สิงหากระชากเสียงห้วนต่ำสิงหาพุ่งเข้ามาคว้าหมับเข้าที่กลุ่มผมของลิน ออกแรงดึงจนใบหน้าหวานเชิดขึ้นรับแสงไฟ"อื้อ!... ฮึก..." ลินส่งเสียงอักในลำคอด้วยความเจ็
ภายในห้องทำงานหรูของเพนท์เฮาส์ บรรยากาศเงียบสงัดจนชวนให้อึดอัดสิงหานั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ ชายหนุ่มหมุนซองเอกสารสีน้ำตาลในมือเล่นด้วยความสงสัยเอกสารฉบับนี้ส่งตรงมาจากคลินิกเล็กๆ ในซอยแคบๆ โดยคนของคุณสิงหาที่แอบตามสืบเรื่องที่ลินแอบหนีออกไปข้างนอกเมื่อวันก่อนชายหนุ่มคลายซองเอกสารออก ดึงแผ่นกระดาษผลการตรวจร่างกายของลิน ขึ้นมาเปิดอ่าน สายตาคมกริบไล่อ่านตัวอักษรบนกระดาษอย่างถี่ถ้วน‘ผลการตรวจครรภ์: ยืนยันการตั้งครรภ์ อายุครรภ์ 1 เดือน’ดวงตาคู่คมของสิงหาเบิ่งกว้างขึ้นวูบหนึ่งด้วยความตกตะลึง ร่างสูงใหญ่เกร็งสะพรั่งไปทั้งตัว หัวใจขยับไหวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนทว่าเพียงครู่เดียว... ความรู้สึกตกใจก็ถูกแทนที่ด้วยความโกรธเกรี้ยวและแววตาดูถูกเหยียดหยามอย่างถึงที่สุด"เหอะ... ท้องเหรอ?" สิงหาพึมพำเสียงต่ำ เหยียดยิ้มมุมปากอย่างเย็นชา"ผู้ชายอย่างแกเนี่ยนะท้องได้?"ความสับสนและความหวาดระแวงพุ่งขึ้นมาในหัวของมาเฟียหนุ่ม ชายหนุ่มคิดไปเองทันทีว่านี่คือแผนการของเด็กหนุ่มอัปลักษณ์ที่พยายามจะหาทางรอดและจับเขาไว้เพื่อสบายไปทั้งชาติครืด...สิงหากระชากเก้าอี้ลุกขึ้นยืน ชายหนุ่มถือเอกสารใบนั้นเดินต
บรรยากาศยามบ่ายนอกเพนท์เฮาส์หรูถูกปกคลุมไปด้วยม่านเมฆสีเทาทะมึน เสียงฟ้าร้องครืนๆ ดังแว่วมาตามลม เป็นสัญญาณเตือนว่าพายุใหญ่กำลังจะโหมกระหน่ำลงมาในไม่ช้าเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา สิงหาออกไปคุยธุรกิจมืดที่ต่างจังหวัดและสั่งให้การ์ดดูแลความเรียบร้อยอยู่ห่างๆ ประกอบกับป้าสายลากิจกลับบ้านลินจึงฉวยโอกาสช่วงเวลาที่ไม่มีใครสังเกตเห็น แอบก้าวเท้าออกจากเพนท์เฮาส์หรู ร่างบอบบางสวมเสื้อแขนยาวตัวเก่า ดึงฮู้ดขึ้นมาปิดบังรอยปานสีแดงบนแก้มซ้ายไว้มิดชิด เดินโซเซไปตามริมถนนเพื่อมุ่งหน้าไปยังคลินิกเล็กๆ ขนาดเล็กในซอยแคบๆ ที่อยู่ไม่ไกลนักลินไม่ได้รอหมอที่คุณสิงหาบอกว่าจะส่งมาตรวจ เพราะลินกลัว... กลัวเกินกว่าจะให้คนของคุณสิงหามาแตะต้องร่างกาย และกลัวอาการแปลกๆ ที่นับวันยิ่งชัดเจนขึ้นเรื่อยๆภายในห้องตรวจเล็กๆ ของคลินิก กลิ่นยาและน้ำยาฆ่าเชื้อฟุ้งกระจายในอากาศลินนั่งเกร็งอยู่บนเก้าอี้พลาสติก มือทั้งสองข้างประสานแน่นบนตัก ขอบตากลมโตบวมแดงจากการผ่านการร้องไห้มาอย่างหนักใบหน้าหวานซีดเผือดไร้สีเลือด นัยน์ตาสั่นระริกเต็มไปด้วยความพรั่นพรึงและกังวลใจ ขณะจ้องมองคุณหมอวัยกลางคนในชุดกาวน์ที่กำลังก้มอ่านผลตรวจเลือ
ผ่านไปหลายสัปดาห์หลังจากค่ำคืนอันแสนโหดร้าย บาดแผลทางร่างกายของลิน ค่อยๆ สมานตัวลงทีละนิด แต่ความปวดร้าวลึกๆภายในกลับไม่ได้หายไปไหน แสงแดดยามเช้าที่ลอดผ่านช่องหน้าต่างบานเล็กของห้องเก็บของใต้บันไดส่องกระทบใบหน้าหวานซีดผดุง รอยปานสีแดงบนแก้มซ้ายยังคงเด่นชัด ทว่าสิ่งที่เปลี่ยนไปคือดวงตากลมโตที่บัดนี้ไร้ซึ่งประกายชีวิตและความสดใสอุ้ก!จังหวะที่ลินกำลังจะยันตัวลุกขึ้นจากฟูกเก่าๆ ความรู้สึกพะอืดพะอมอย่างรุนแรงก็ตีรวนขึ้นมาจากช่องท้อง ลินรีบยกมือขึ้นอุดปาก ใบหน้าหวานบิดเบี้ยวด้วยความทรมาน เด็กหนุ่มรีบพยุงร่างกายที่อ่อนแรงก้าวฉับๆ ออกจากห้องเก็บของ ตรงไปยังห้องน้ำด้านนอกทันทีอ้วก!... อุ้ก!ลินคุกเข่าลงข้างโถสุขภัณฑ์ ทรุดตัวลงอ้วกเอาเพียงน้ำย่อยสีใสและน้ำน้ำเหลืองออกมาจนหมดท้อง ความเจ็บแสบแล่นริ้วขึ้นมาถึงลำคอใบหน้าขาวซีดบัดนี้ซับสีเลือดเพราะแรงเบ่ง เหงื่อเม็ดโตผุดซึมตามไรผมและซอกคอ ลินหอบหายใจหนักแน่น ร่างกายบอบบางสั่นสะท้านอย่างน่าสงสารเด็กหนุ่มเอื้อมมืออันสั่นเทาไปกดชักโครก ก่อนจะกุมท้องตัวเองไว้แน่น ความรู้สึกเวียนหัวอย่างรุนแรงทำให้ภาพตรงหน้าพร่ามัว คล้ายกับโลกหมุนเคว้งจนต้องหลับตาล







