Share

16

last update Petsa ng paglalathala: 2026-08-23 00:00:36

ด้วยความมั่นใจอันหน้าหนาของคนสกุลติง วันนี้ถึงได้มาข่มขู่คนบ้านสกุลฉือในวันนี้ แต่สิ่งที่พวกเขาไม่รู้ก็คือหากเขากล้าที่จะลงมือกับบ้านสกุลฉือในวันนี้ ก็ต้องยอมรับผลที่ตามมา การที่เขาตัดสินใจระรานบ้านสกุลฉือวันนี้อาจจะเพราะความโลภและความหยิ่งผยองทะนงตนว่าตัวเองเป็นผู้บำเพ็ญเพียรคนเดียวในหมู่บ้าน ทำให้สกุลติงมีความมั่นใจเป็นอย่างมากว่าบ้านสกุลฉือจะต้องยินยอมยกข้าวสาลีให้พวกเขาแน่นอน

“พ่อเฒ่าฉือชี อยู่บ้านหรือไม่”

“อยู่ ข้าอยู่ข้างใน เข้ามาได้เลย”

เมื่อพ่อเฒ่าฉือชีเห็นผู้ที่มาเยือนบ้านของตนก็รู้สึกสับสนมาก เหตุใดหัวหน้าหมู่บ้านมาที่บ้านของตน

“หัวหน้าหมู่บ้าน ท่านหาข้าหรือ ไม่ทราบว่ามีธุระอันใดกับข้ารึ”

“ข้ามีเรื่องจะมาหารือกับเจ้า”

“ข้ารือกับข้า หารือเรื่องอันใดรึ”

“เรื่องข้าวสาลีบ้านของเจ้าน่ะ”

“ข้าวสาลีบ้านข้า ข้าวสาลีบ้านข้าทำไมรึ นี่ยังไม่ถึงเวลาที่จะต้องจ่ายภาษีนี่ เท่าที่ข้าจำได้ที่ดินทำกินของข้าที่ได้มาจากการเปิดป่ารกร้างได้รับการงดเว้นภาษีสามปี ตอนนี้เวลาเพิ่งผ่านไปสองปีเท่านั้น แล้วเหตุใดท่านต้องมาหารือเรื่องข้าวสาลีบ้านข้า”

“ข้าวสาลีบ้านของเจ้า เมื่อเก็บเกี่ยวเสร็จแล้วจะต้องยกให้บ้านข้าครึ่งหนึ่ง ข้าเพียงแค่มาบอกให้เจ้ารับรู้เอาไว้”

“ให้บ้านพวกเจ้า อีกทั้งยังให้พวกเจ้าครึ่งหนึ่ง เจ้าถือสิทธิ์อันใด ที่ดินทำกินก็เป็นของบ้านข้า ข้าไม่ได้ไปปลูกข้าวสาลีบนที่ทำกินของพวกเจ้า แล้วพวกเจ้าถือสิทธิ์อันใดกัน เหตุใดข้าถึงต้องยกข้าวสาลีที่ข้าปลูกมาด้วยความยากลำบากให้กับพวกเจ้าด้วย ในตอนที่ข้าไปเช่าวัวมาไถนา พวกเจ้าก็ไม่ยินยอมให้บ้านของข้าเช่าวัว แล้วตอนนี้ยังมาหน้าหนาจะยึดเอาข้าวสาลีบ้านของข้า อ้าปากขอครึ่งหนึ่ง ใครให้หน้าพวกเจ้า” พ่อเฒ่าฉือชีพูดออกมาด้วยความโมโห

“ข้าวสาลีของเจ้า ไม่อยากให้ก็ต้องให้ ข้าเพียงแค่มาบอก หาไม่แล้วแม้แต่ข้าวสาลีของเจ้าอีกครึ่งหนึ่งก็ไม่อาจรักษาเอาไว้ได้ เจ้าอย่าลืมว่าหลานชายของข้าเป็นศิษย์ของสำนักเมฆา หากพวกเจ้าบ้านสกุลฉือแข็งข้อแล้วล่ะก็ อย่าหาว่าพวกข้าใจร้ายก็แล้วกัน”

“นี่เจ้าจะใช้อำนาจของหัวหน้าหมู่บ้านมารังแกกดขี่ข่มเหงครอบครัวของข้ารึ พวกเจ้านี่มันไม่ต่างอันใดจากโจรเลยสักนิด คำพูดของพวกเจ้าไม่ต่างอันใดกับการปล้นเลย ส่วนที่ว่าเจ้าเอาสำนักเมฆามากล่าวอ้าง ทางสำนักรู้หรือไม่ ข้าจะไปฟ้องร้องทางการ กับทางสำนักเมฆา ข้าไม่เชื่อหรอกว่าทางการจะนิ่งเฉย ยิ่งเป็นหลานชายของเจ้าด้วยแล้ว เอาชื่อสำนักมากล่าวอ้างทำเรื่องไร้ศีลธรรมเช่นนี้ ไม่เท่ากับทำลายชื่อเสียงของสำนักเมฆารึ” อั้นปาเดินเข้ามาในลานบ้านทันได้ยินสิ่งที่หัวหน้าหมู่บ้านพูดพอดี

“เจ้ากล้ารึ อั้นปา ข้าว่าเจ้าอย่าได้หาเรื่องให้ตัวเองลำบากเลย เจ้าคิดว่าข้าจะปล่อยให้พวกเจ้าได้มีโอกาสออกไปจากหมู่บ้านรึ ถ้าไม่อยากตายก็จงมอบข้าวสาลีให้พวกข้าครึ่งหนึ่งเสียดี ๆ ข้าให้เวลาพวกเจ้าเก็บเกี่ยวข้าวสาลีสี่วัน ข้ามีทางเลือกให้พวกเจ้าสองทาง หนึ่งคือมอบข้าวสาลี สองคือตาย”

“ข้าก็อยากจะรู้ว่า ใครมันจะตายก่อนกัน จิ๊ จิ๊ จิ๊ ผู้บำเพ็ญเพียรขั้นกลั่นลมปราณขั้นสูง มีฝีมือเพียงเท่านี้ยังบังอาจมาข่มขู่ท่านปู่กับท่านพ่อของข้า พวกเจ้าลืมเอาสติปัญญาออกมาจากท้องแม่ตอนเกิดรึ ถึงได้ไร้สมองเช่นนี้” 

อั้นจิ่วที่เพิ่งตื่นนอน แล้วเดินออกมาเห็นเหตุการณ์พอดี เด็กน้อยยืนมองตั้งนานสองนานก่อนจะหมดความอดทน ครอบครัวหัวหน้าหมู่บ้านแบบนี้ไม่จำเป็นต้องมีมันอีกต่อไปแล้ว ในโลกแห่งนี้ผู้ที่แข็งแกร่งคือผู้ที่มีอำนาจ เห็นทีว่าจะต้องเปิดเผยตัวตนก่อนเวลาอันควรแล้ว

“เจ้าเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม เจ้าช่างสามหาวนัก”

“เวลาข้าง่วง ข้าหาวตั้งเยอะแยะ ไม่ได้แค่สามหาวนะ ออกไปจากบ้านของข้าเลยนะ พวกเราจะไม่ยอมมอบข้าวสาลีให้พวกเจ้าแน่ พวกโจรถ่อย” อั้นจิ่วยืนพิงประตูลอยหน้าลอยตาไล่พวกหัวหน้าหมู่บ้าน

“วันนี้พวกเราจะกลับไปก่อน วันที่พวกเจ้าเกี่ยวข้าวสาลีพวกเราจะมาใหม่”

“ฝากไว้ก่อนเถอะ เจ้าเด็กฟันเพิ่งงอก” หลานชายหัวหน้าหมู่บ้านพูดจบก็สะบัดแขนเสื้อกลับไป

เพราะการโต้เถียงกันเสียงดังชาวบ้านที่อยู่ใกล้ ๆ บ้านสกุลฉือต่างออกมามุงดู แต่ทว่าพวกเขาไม่กล้ายื่นมือเข้าไปช่วยเพราะเกรงกลัวต่ออำนาจของหัวหน้าหมู่บ้าน มีเพียงหวังเถี่ยจู้ที่รีบถือมีดสับฟืนวิ่งเข้ามา แต่เขายังไม่ได้ทำอันใดพวกหัวหน้าหมู่บ้านก็เดินออกจากบ้านสกุลฉือไปแล้ว ในตอนที่คนบ้านสกุลติงกำลังเดินกลับบ้าน พวกเขารู้สึกแปลกใจเล็กน้อย

“ท่านปู่ เหตุใดพวกเราถึงได้ยอมถอยง่ายนักเล่าขอรับ”

“ข้าเองก็ไม่รู้ รู้แค่ว่าเจ้าเด็กอั้นจิ่วนั่นไม่น่าไว้วางใจ ข้าเองก็ไม่รู้ว่าจะอธิบายเยี่ยงไรดี”

“หรือว่าพวกเราคิดมากกันไปเอง ก็แค่เด็กสามขวบคนหนึ่งไม่ใช่รึขอรับท่านปู่”

“เรื่องนี้ช่างเถอะ เตรียมตัวให้พร้อม หากผู้ใดกล้าขัดขวางก็จัดการฆ่าให้หมด หลานชายเจ้ามั่นใจหรือไม่ว่าจะสามารถจัดการเรื่องนี้ได้”

“ข้ามั่นใจขอรับ”

“ดี กลับบ้านกันเถอะ พวกเราแค่ต้องรอเวลา”

  

สามวันต่อมา เป็นวันที่บ้านสกุลฉือเก็บเกี่ยวข้าวสาลี ครั้งนี้อั้นจิ่วตั้งใจเอาไว้ว่าหากครอบครัวของหัวหน้าหมู่บ้านมาแย่งชิงข้าวสาลีของบ้านตน เขาจะไม่มีวันปล่อยให้คนพวกนี้มีชีวิตอยู่ได้อีก คนสารเลวพวกนี้ที่ใช้อำนาจกดขี่ข่มเหงรังแกผู้อื่นไม่สมควรมีชีวิตอยู่ ครั้งนี้อั้นจิ่วต้องการจัดการกับขุมอำนาจท้องถิ่นอันเล็กจ้อยนี้ออกไป 

ต้าฮุยกับต้าเฮยรู้ถึงความต้องการของนายน้อยของพวกมัน เมื่อนายน้อยต้องการสั่งสอนคนยึดอำนาจพวกมันก็ยินดีช่วยกรุยทางให้กับนายน้อยของพวกมัน ต้าฮุยกลับไปที่ป่าอสูรวิญญาณเพื่อเรียกสัตว์อสูรวิญญาณใต้บังคับบัญชาของมัน ได้แก่พยัคฆ์ขาว เสืออัคคี จิ้งจอกไฟ หมูขนเหล็ก วานรเผือกขนทอง เมื่อรวบรวมกำลังพลได้แล้วพวกมันก็วิ่งมาที่ชายป่าใกล้กับที่นาของบ้านสกุลฉือทันที

กองทัพสัตว์อสูรกำลังซุ่มดูเหตุการณ์อยู่ชายป่า ในขณะที่ครอบครัวสกุลฉือกำลังลงมือเกี่ยวข้าวสาลี ในบรรดาแรงงานนั้นยังมีต้าเฮยเป็นแรงงานเช่นเคย ถึงแม้ต้าเฮยจะเป็นหมีแต่ก็ยังสวมหมวกฟาง ใส่เสื้อคลุมกับกางเกงที่ท่านย่าเป็นคนเย็บให้ ด้วยเพราะกลัวว่าชาวบ้านจะรู้ว่าต้าเฮยคือหมี จึงจับต้าเฮยแต่งตัว หากมองมาจากด้านหลัง ต้าเฮยก็เหมือนชายหนุ่มที่สูงใหญ่คนหนึ่งกำลังเกี่ยวข้าวอย่างขะมักเขม้น

ในตอนที่พวกเขากำลังเกี่ยวข้าวสาลี หัวหน้าหมู่บ้านก็มาพร้อมกับชายฉกรรจ์สกุลติง เดินมุ่งหน้าตรงมายังที่นาของบ้านสกุลฉือพร้อมอาวุธครบมือ การกระทำเช่นนี้ของหัวหน้าหมู่บ้านทำให้ชาวบ้านที่กำลังเกี่ยวข้าวสาลีอยู่ในที่นาของตัวเองตกใจเป็นอย่างมาก หวังเถี่ยจู้กับน้องชายถือเคียววิ่งมาที่นาของบ้านสกุลฉือเพื่อแจ้งข่าว

“ครั้งนี้หัวหน้าหมู่บ้านทำเกินไปจริง ๆ ไม่รู้ว่าบ้านสกุลฉือจะสามารถผ่านเคราะห์กรรมครั้งนี้ไปได้เยี่ยงไร”

“นั่นสิ ในที่สุดบ้านพวกเขาก็มีหลานชายแล้ว นี่ไม่ใช่ว่ายังไม่ทันได้โตก็จะตายเสียแล้วหรือ”

“พวกเราไม่สามารถช่วยเหลืออันใดบ้านสกุลฉือได้เลย ใครใช้ให้คนเขามีหลานเป็นผู้ฝึกตนกันล่ะ”

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • อั้นจิ่ว ข้าจะเป็นชาวนาผู้ไร้พ่าย   169

    “ท่านพี่จ้าว ท่านอย่าเพิ่งรีบคุยโวไป ผักกาดหยกที่แปลงของข้า ใบใหญ่จนเอาไปทำร่มกางบังฝนได้แล้ว เมื่อวานข้าขุดดินพลิกหน้าดินได้ลึกกว่าท่านไปตั้งสามชุ่นเชียวนะ หากจะแข่งกัน ปีนี้ข้าต้องได้รางวัลชาวนาขยันขันแข็งจากนายน้อยแน่”ต้าเฮย อสูรหมีขนเหล็ก ในร่างบุรุษร่างยักษ์ หัวเราะร่าจนพุงกระเพื่อม “พวกเจ้าทั้งสองอย่าเพิ่งเถียงกัน กองปุ๋ยมูลสัตว์ของข้าต่างหากที่หมักได้ที่ที่สุด หมักจนกลิ่นหอมฟุ้งไปถึงภูเขาลูกนู้นแล้ว ฮ่า ๆ ๆ”ที่แห่งนี้ ไม่มีคำว่าฮ่องเต้ผู้ครองแผ่นดิน ไม่มีคำว่าผู้เฒ่าปุถุชน หรืออสูรบรรพกาลอันน่าสะพรึงกลัว มีเพียง ‘สหายร่วมอุดมการณ์ชาวนา’ ที่กำลังทุ่มเทจิตวิญญาณให้แก่ผืนดิน ถกเถียงกันเรื่องสูตรปุ๋ยและขนาดของหัวไชเท้าอย่างมีความสุขและเป็นอิสระที่สุด รอยยิ้มของอดีตฮ่องเต้จ้าวเทียนหลง บัดนี้คือรอยยิ้มที่บริสุทธิ์และเบิกบานที่สุดในรอบเจ็ดสิบปีของชีวิตพระองค์ห่างออกไปไม่ไกลนัก ภายใต้ร่มเงาอันร่มรื่นของต้นท้อสวรรค์ยักษ์ที่แผ่กิ่งก้านสาขาครอบคลุมลานกว้างของจวนตระกูลฉือ กลีบดอกท้อสีชมพูร่วงหล่นลงมาตามสายลมประดุจหิมะในวสันตฤดูฉืออั้นจิ่ว เด็กน้อยที่บัดนี้เจริญวัยขึ้น มีอายุครบหกขวบปี

  • อั้นจิ่ว ข้าจะเป็นชาวนาผู้ไร้พ่าย   168

    “ท่านเจ้าสำนัก พวกเราจะทำเยี่ยงไรดีขอรับ ภาษีอาวุธแพงหูฉี่ พวกเราต้องอดตายแน่ ๆ” เหล่าศิษย์ร้องไห้คร่ำครวญเจ้าสำนักพยัคฆ์คำรามกัดฟันกรอด ก่อนจะตัดสินใจกระทำการที่ทำให้ศักดิ์ศรีของชาวยุทธ์ต้องจารึกความอัปยศไว้ชั่วกัลปาวสาน“ทำเยี่ยงไรน่ะรึ ก็รีบเอาดาบเอาหน้าไม้ ไปหลอมตีเป็น จอบ กับ เสียม น่ะสิ พวกเราจะยุบสำนัก แล้วไปเช่าที่ดินปลูกข้าวสาลี ข้าจะไม่ยอมเป็นชนชั้นล่างให้พวกชาวนาหัวเราะเยาะเด็ดขาด ตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป สำนักพยัคฆ์คำราม จะเปลี่ยนชื่อเป็น ‘สมาคมกสิกรรมพยัคฆ์ไถนา’ ”และปรากฏการณ์แห่งความตลกร้ายก็บังเกิดขึ้นทั่วทั้งแคว้นต้าเฟิ่ง เหล่ายอดฝีมือ จอมกระบี่ และผู้เฒ่าที่เคยปิดด่านกักตน ต่างรีบทุบกระบี่ทิ้ง เปลี่ยนอาวุธเป็นเครื่องมือช่างไม้และอุปกรณ์ทำนา พวกเขาวิ่งวุ่นไปทั่วตลาดเพื่อขอประจบสอพลอชาวนาตัวจริง หวังจะขอเช่าที่ดิน หรือขอเป็นลูกจ้างถอนหญ้า เพื่อยกระดับสถานะทางสังคมของตนเองให้รอดพ้นจากการเป็นชนชั้นต่ำวิถีแห่งชาวยุทธ์ที่เคยรุ่งโรจน์ บัดนี้ถูกบดขยี้จนแหลกละเอียดด้วยความอิ่มท้อง วิถีชาวนา ได้ผงาดขึ้นสู่จุดสูงสุดของสายพานแห่งอำนาจอย่างแท้จริง และทั้งหมดนี้ เกิดขึ้นจากกุ

  • อั้นจิ่ว ข้าจะเป็นชาวนาผู้ไร้พ่าย   167

    ตึง ฮ่องเต้จ้าวเฟิ่งเทียนทรุดเข่าลงกระแทกพื้นดินอีกครั้ง น้ำตาแห่งความปีติยินดีไหลทะลักออกมาดั่งเขื่อนแตก พระองค์ทรงทราบดีว่า ปัญหาที่กัดกินแคว้นต้าเฟิ่งและทุกแคว้นในใต้หล้ามานับพันปี มิใช่สงคราม ทว่าคือความอดอยากและภัยพิบัติทางธรรมชาติ ราษฎรนับล้านต้องล้มตายเมื่อเกิดภัยแล้งหรือตั๊กแตนลง ทว่าบัดนี้ เด็กน้อยวัยห้าขวบเบื้องหน้า กลับมอบกุญแจแห่งความรอดพ้นมาใส่มือของพระองค์“ท่านอาจารย์ พระคุณของท่านยิ่งใหญ่ดั่งฟ้าดิน ของขวัญชิ้นนี้ มีค่าเหนือยิ่งกว่าหินวิญญาณระดับสวรรค์นับล้านก้อน หรือกระบี่วิเศษหมื่นเล่มรวมกันเสียอีก แคว้นต้าเฟิ่งจะเป็นหนี้บุญคุณท่านไปชั่วลูกชั่วหลานขอรับ” โอรสสวรรค์โขกพระเศียรคำนับด้วยความเลื่อมใสอย่างสูงสุด“อย่าเพิ่งรีบขอบคุณข้า” ฉืออั้นจิ่วแสยะยิ้มบาง ๆ ยกพัดขนนกขึ้นปิดปาก “การที่ข้ามอบเมล็ดพันธุ์เหล่านี้ให้เจ้าโดยมิคิดอัฐแม้แต่อีแปะเดียว ย่อมมีเงื่อนไขที่เจ้าต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด”เด็กน้อยกางพัดขนนกออกสะบัดเบา ๆ ปราณพฤกษาแผ่ซ่านกดทับจนอากาศรอบด้านเย็นเยียบ “แผ่นดินนี้เน่าเฟะมานานเกินไปแล้ว เหล่าผู้ฝึกยุทธ์ที่เอาแต่ปิดด่านกักตนหรือวัน ๆ เอาแต่ถือกระบี่ฟาดฟัน

  • อั้นจิ่ว ข้าจะเป็นชาวนาผู้ไร้พ่าย   166

    ยามเว่ย (13.00-15.00 น.) ขบวนเสด็จลับ ๆ ของฮ่องเต้จ้าวเฟิ่งเทียน เดินทางมาถึงลานกว้างหน้าจวนตระกูลฉือ ทันทีที่เสด็จลงจากรถม้า ภาพแรกที่ปะทะเข้ากับสายตาของโอรสสวรรค์หนุ่ม กลับทำให้พระองค์ต้องเบิกพระเนตรกว้างจนแทบถลน และรีบยกพระหัตถ์ขึ้นขยี้พระเนตรซ้ำแล้วซ้ำเล่าเบื้องหน้าของพระองค์ ที่บริเวณแปลงหมักปุ๋ยคอกด้านข้างจวน บุรุษชราผู้หนึ่งสวมเพียงกางเกงผ้าป่านซอมซ่อ เนื้อตัวเปรอะเปื้อนไปด้วยโคลนและมูลสัตว์ กำลังถือส้อมพรวนดิน จ้วงตักมูลสุกรผสมกับเศษใบไม้แห้งอย่างขะมักเขม้น ใบหน้าที่เคยเต็มไปด้วยความเคร่งเครียดและริ้วรอยแห่งอำนาจ บัดนี้กลับประดับไปด้วยรอยยิ้มกว้างขวางและเสียงหัวเราะที่สดใสยิ่งกว่าทารก บุรุษชราผู้นั้นกำลังพูดคุยหยอกล้อเรื่อง สูตรลับการผสมปุ๋ย กับชายหนุ่มกล้ามโตอย่างออกรสออกชาติ“สะ เสด็จพ่อ นั่นเสด็จพ่อมิใช่หรือพะย่ะค่ะ” ฮ่องเต้จ้าวเฟิ่งเทียนอุทานเสียงหลง พระวรกายสั่นสะท้าน รีบวิ่งถลาเข้าไปหาอดีตจอมราชันย์ที่กำลังขะมักเขม้นกับการทำปุ๋ยเฒ่าจ้าว อดีตฮ่องเต้จ้าวเทียนหลง เงยหน้าขึ้นมองบุตรชาย ก่อนจะใช้หลังมือที่เปื้อนโคลนปาดเหงื่อบนหน้าผาก “อ้อ เฟิ่งเทียนเอ๋ย เจ้ามาถึงแล้วรึ มา ๆ

  • อั้นจิ่ว ข้าจะเป็นชาวนาผู้ไร้พ่าย   165

    อดีตฮ่องเต้จ้าวอู๋จี๋ตรัสด้วยน้ำเสียงโล่งอก ประดุจได้ยกภูเขาไท่ซานออกจากพระอุระ พระองค์ทรงกระชากเสื้อคลุมผ้าไหมราคาแพง เข็มขัดประดับหยก และป้ายหยกประจำพระองค์ โยนทิ้งลงบนพื้นดินฝุ่นคลุ้งอย่างไร้เยื่อใย เหลือเพียงชุดกางเกงและเสื้อตัวในที่ทำจากผ้าฝ้ายสีขาวธรรมดา ๆ ซอมซ่อจากนั้น อดีตโอรสสวรรค์ผู้ยิ่งใหญ่ ผู้ที่เคยสั่งเป็นสั่งตายคนนับแสน ก็ทรุดตัวลงคุกเข่าเบื้องหน้าเด็กน้อยวัยห้าขวบ โขกพระเศียรลงบนพื้นดินดังปึก ปึก ปึก“ท่านปราชญ์น้อย ข้าได้เห็นแสงสว่างแห่งวิถีชีวิตที่แท้จริงแล้ว อำนาจในวังหลวงมีแต่ความว่างเปล่าและคาวเลือด ข้าไม่ปรารถนาสิ่งใดอีกแล้ว นอกจากความสงบสุขที่ได้สัมผัสกับผืนดิน”อดีตฮ่องเต้เงยหน้าขึ้น แววตาเปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่นและเว้าวอนอย่างสุดซึ้ง “ข้าน้อย จ้าวเทียนหลง ขอฝากตัวเป็น ศิษย์ชาวนาฝึกหัด แห่งหมู่บ้านเถาหยวนขอรับ ข้าน้อยยินดีสับฟืน หาบน้ำ ถอนหญ้า พรวนดิน หรือแม้แต่ตักมูลสัตว์ ขอเพียงท่านอนุญาตให้ข้าน้อยได้ใช้ชีวิตบั้นปลายอยู่ที่นี่ ได้เรียนรู้วิถีแห่งกสิกรรม ข้าน้อยยอมเป็นข้ารับใช้ ทำทุกอย่างโดยมิต้องจ่ายเบี้ยหวัดให้ข้าน้อยแม้แต่อีแปะเดียวเลยขอรับ”ความเงียบสงัดปก

  • อั้นจิ่ว ข้าจะเป็นชาวนาผู้ไร้พ่าย   164

    พระองค์ทรงพระดำเนินลัดเลาะไปตามคันนา ทอดพระเนตรดูวิถีชีวิตของชาวบ้านที่นี่อย่างเงียบ ๆ ทว่า สิ่งที่ทำให้พระองค์ต้องเบิกพระเนตรกว้างจนแทบถลนออกจากเบ้า กลับมิใช่ความงดงามของทิวทัศน์ ทว่า คือผู้คนที่กำลังทำไร่ทำนาอยู่เบื้องหน้าต่างหาก ที่แปลงปลูกผักกาดหยกด้านซ้าย ฮ่องเต้ทรงทอดพระเนตรเห็นชายหนุ่มรูปร่างกำยำล่ำสันผู้หนึ่ง กล้ามเนื้อบนเรือนร่างของเขาอัดแน่นดุจสลักจากหินผาพันปี ชายหนุ่มผู้นั้นสวมเพียงกางเกงเตี่ยว เปลือยท่อนบนรับแสงแดด เขากำลังใช้มือเปล่า ๆ ดึงถอนวัชพืชปราณวิญญาณออกจากผืนดินอย่างง่ายดาย“สวรรค์ ชายหนุ่มผู้นั้นมีพลังลมปราณบริสุทธิ์และแข็งแกร่งระดับแม่ทัพยุทธ์ขั้นสมบูรณ์เป็นอย่างน้อย ด้วยพละกำลังระดับนี้ หากไปสวามิภักดิ์ต่อราชสำนัก ย่อมได้เป็นถึงแม่ทัพใหญ่คุมกำลังนับแสนนาย ทว่า เหตุใดเขาถึงมานั่งยิ้มแฉ่ง ถอนหญ้าอยู่ในแปลงผักอย่างมีความสุขถึงเพียงนี้”ฮ่องเต้จ้าวอู๋จี๋ทรงรำพึงด้วยความตกตะลึง พระองค์หารู้ไม่ว่า ชายหนุ่มยอดฝีมือผู้นี้ แท้จริงแล้วคือ ผู้เฒ่าซุน ชายชราธรรมดาที่เพิ่งกินไข่ไก่บรรพกาลจนกลับกลายเป็นหนุ่มและมีพลังมหาศาลเมื่อไม่กี่วันก่อนถัดไปที่บริเวณริมลำธาร พระองค์ทรง

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status