Share

20

last update Tanggal publikasi: 2026-08-23 00:01:10

“เจ้ากล้าดูถูกนายน้อยของพวกเรารึ อยากตายใช่หรือไม่ นายน้อยของเราดีชั่วเช่นไรก็เป็นถึงเซียนน้อย แล้วเจ้าเล่า แม้แต่การเลื่อนระดับยังเชื่องช้า เจ้าคิดหรือว่าเจ้ากินอสูรวิญญาณพวกนี้เข้าไปจะทำให้เจ้าสามารถเลื่อนระดับได้ โง่เง่าสิ้นดี”

“ต้าฮุย ปิดปากของเจ้าไส้เดือนน่าเกลียดตัวนี้สักที ข้ารำคาญ มันรบกวนการเก็บสมุนไพรของข้า”

“เด็กที่ปากยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมเยี่ยงเจ้ากล้าบอกว่าข้าเป็นไส้เดือนรึ เจ้าอยากตายใช่หรือไม่”

“รำคาญจริง ๆ” อั้นจิ่วโบกมือเพียงครั้งเดียวร่างของงูเกล็ดดำก็ระเบิดกลายเป็นจุลหายวับไปกับตา

“นายน้อยขอรับ เกล็ดและหนังของงูเกล็ดดำขายได้ราคาดีมากนะขอรับ นายน้อยไม่น่าลงมือหนักไปเลย”

“ช่างเถอะน่า ไป ๆ พวกเจ้าไปล่าสัตว์อสูรวิญญาณที่นิสัยไม่ดีมาสักสองสามตัว ข้าจะหาเงินเข้าบ้านเสียหน่อย”

“ขอรับนายน้อย”

อั้นจิ่วใช้เวลาอยู่ในป่าอสูรวิญญาณทั้งหมดสองวันสองคืน เด็กน้อยลืมไปแล้วว่าก่อนออกจากบ้านได้รับปากกับท่านปู่และท่านพ่อว่าจะรีบกลับบ้านให้เร็วที่สุด แต่เพราะกำลังสนุกสนานกับการเก็บสมุนไพรวิญญาณ อีกทั้งในป่าอสูรวิญญาณแห่งนี้มีพลังฟ้าดินหนาแน่นมากกว่าอยู่ในหมู่บ้าน ทำให้อั้นจิ่วฝึกฝนจนลืมเวลา 

ตอนนี้อั้นจิ่วได้เลื่อนระดับจากแสวงวิถีเลื่อนขั้นมาอยู่ในระดับหลอมสุญตาขั้นต้นแล้ว ตอนนี้อั้นจิ่วแน่ใจว่าในเมืองนี้หรืออาจจะเป็นทั่วทั้งแคว้นนี้จะไม่มีผู้ใดสามารถรังแกเขาได้ เมื่อเห็นว่าได้เวลากลับบ้านแล้วอั้นจิ่วจึงได้รีบให้ต้าฮุยพากลับบ้าน ระหว่างทางอั้นจิ่วนึกขึ้นมาได้ว่าตอนนี้เวลาได้ผ่านไปแล้วสองวัน ตอนนี้ท่านแม่คงเป็นห่วงเขามากแล้ว

สองวันที่ผ่านมาในระหว่างที่อั้นจิ่วเข้าป่าอสูรวิญญาณไปเก็บสมุนไพร พ่อเฒ่าฉือชีกับอั้นปาก็ไปที่บ้านของลูกสาวทั้งสองคนเพื่อชักชวนให้ย้ายครอบครัวมาอยู่ที่หมู่บ้านเถาหยวนที่ครอบครัวตัวเองเป็นหัวหน้าหมู่บ้าน เดิมทีครอบครัวของลูกสาวทั้งสองคนไม่เต็มใจจะย้ายมา เพราะกลัวว่าจะกลายเป็นภาระของครอบครัวพ่อตาแม่ยาย แต่อั้นปาให้เหตุผลว่าอั้นจิ่วอยากให้ย้ายไปอยู่ด้วยกัน ต่อไปในอนาคตข้างหน้าจะสร้างโรงเรียนขึ้นในหมู่บ้าน อั้นจิ่วอยากให้พี่ชาย พี่สาวได้เรียนหนังสือด้วยกัน ที่สำคัญอั้นจิ่วอยากให้ครอบครัวของท่านป้าทั้งสองเจริญรุ่งเรืองไปด้วยกัน ถ้าหากอยู่หมู่บ้านเดียวกันก็จะสามารถดูแลกันได้สะดวก

 หลังจากฟังเหตุผลของทั้งสองคนแล้ว ครอบครัวทั้งสองจึงตัดสินใจจะย้ายครอบครัวมาที่หมู่บ้านเถาหยวน เมื่อตกลงกันได้แล้ว พี่เขยทั้งสองคนกับอั้นปาก็ได้หารือเรื่องการสร้างบ้านใหม่ และเลือกพื้นที่ในการสร้างบ้านของแต่ละครอบครัว สำหรับบ้านสกุลฉือนั้นต้องรอให้อั้นจิ่วเป็นผู้เลือกสถานที่ในการสร้างบ้าน 

กลับมาทางด้านอั้นจิ่ว หลังจากที่กลับออกมาจากป่าอสูรวิญญาณก็ไม่กล้าเข้าบ้าน ได้แต่ส่งกระแสจิตถามสถานการณ์กับต้าเฮยเพียงเท่านั้น ต้าเฮยตอบกลับมาว่าท่านแม่ของเขาไม่ได้โกรธหรือโมโห เพราะตอนนี้ที่บ้านของเขารู้แล้วว่าเขานั้นไม่ใช่เด็กสี่ขวบธรรมดา เพียงแต่ทุกคนในบ้านยังปฏิบัติกับเขาเฉกเช่นเด็กน้อยวัยสี่ขวบปกติที่สมควรกินก็กิน สมควรนอนก็นอน ทุกคนในครอบครัวอยากให้เขาเป็นเพียงเด็กน้อยแสนธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้น ขอแค่เขาเติบโตขึ้นมาอย่างแข็งแรงและปลอดภัยเพียงเท่านี้ก็ดีแล้ว เมื่อรู้ว่าท่านแม่ไม่ได้โกรธ อั้นจิ่วก็รีบกลับบ้านทันที

 “ท่านแม่ ท่านแม่ขอรับ ข้ากลับมาแล้ว”

“เหตุใดเจ้าถึงเพิ่งกลับมาเอาป่านนี้ ไม่ใช่พ่อของเจ้าบอกให้รีบไปรีบกลับรึ”

“พอดีข้าเห็นว่ามีสมุนไพรเยอะมากขอรับ ไหน ๆ ก็ไปแล้วก็เลยเก็บสมุนไพรเพลินไปหน่อย รู้ตัวอีกทีก็ผ่านไปสองวันแล้ว ท่านแม่ขอรับ ท่านย่ากับท่านปู่แล้วก็ท่านพ่อไปที่ใดขอรับ เหตุใดบ้านถึงได้เงียบเช่นนี้”

“ท่านย่าของเจ้ารู้ว่าเจ้ากำลังจะกลับมาก็เลยทำของอร่อยให้เจ้าอยู่ ส่วนท่านพ่อกับท่านปู่ของเจ้าไปช่วยท่านลุงใหญ่กับท่านลุงรองของเจ้าเลือกที่ดินสำหรับสร้างบ้านน่ะ”

“โอ้ ดีมากเลยขอรับ ในที่สุดทุกคนก็ได้กลับมาอยู่ด้วยกันเสียที”

“ว่าแต่ลูกเถอะ รีบไปอาบน้ำได้แล้วจะได้รีบมากินข้าว เจ้าอายุยังน้อยอย่าให้เหนื่อยมากนัก”

“ข้าไม่เหนื่อยขอรับท่านแม่ รอท่านพ่อมาจะได้เข้าเมืองเอาของไปขาย ตอนนี้บ้านเรายังต้องการเงินอีกมาก”

“เรื่องเอาของไปขายในเมืองปล่อยให้เป็นหน้าที่ของท่านพ่อของเจ้าเถอะ เจ้าเองก็รีบไปอาบน้ำจะได้กินข้าว แล้วรีบ ๆ พักผ่อนเสียล่ะ”

“ขอรับท่านแม่ อ้อ ต้าฮุย ตอนที่ท่านพ่อเอาของไปขายในเมืองรบกวนเจ้าไปกับท่านพ่อสักเที่ยว”

ต้าฮุยตอบตกลงทันที อั้นจิ่วรีบไปอาบน้ำตามคำสั่งของท่านแม่ พออาบน้ำเสร็จท่านย่าก็ทำอาหารเสร็จพอดี หลังจากกินอาหารมื้อใหญ่แสนอร่อยฝีมือท่านย่าจนอิ่มหนำสำราญแล้ว อั้นจิ่วก็รีบกลับเข้าห้องไปพักผ่อนทันที แต่ความจริงแล้วอั้นจิ่วไม่ได้พักผ่อนอย่างที่หลายคนเข้าใจ เพราะตอนนี้เขาเพิ่งเลื่อนขั้น พลังยังไม่เสถียรเท่าไหร่ เขาจึงจำเป็นที่จะต้องปรับลมปราณให้เข้าที่เข้าทางเสียก่อน

หนึ่งชั่วยามผ่านไป อั้นปากลับมาพร้อมพี่เขยทั้งสองคน เมื่ออั้นปาทราบจากภรรยาว่าลูกชายกลับมาแล้วและมีของที่ต้องการนำไปขายในเมือง เมื่อได้ยินเช่นนั้นอั้นปาไม่รอชา รีบเตรียมเกวียนเทียมวัวทันที ต้าฮุยเห็นว่าเกวียนพร้อมแล้วก็คาบถุงเฉียนคุนกระโดดขึ้นไปบนเกวียนทันที 

อั้นปาบังคับเกวียนไปส่งพี่เขยทั้งสองคนก่อน จากนั้นมุ่งหน้าเข้าเมืองเพื่อนำของไปขายทันที ดูจากท่าทางของต้าฮุยแล้วน่าจะเป็นสัตว์อสูรวิญญาณ หาไม่แล้วลูกชายของเขาคงไม่ให้ต้าฮุยตามมาด้วย หากว่าของที่ต้องการขายเป็นเพียงของธรรมดาสามัญ 

เมื่อเดินทางมาเกือบจะถึงหน้าประตูเมือง ต้าเฮยเอาซากสัตว์อสูรออกมาจากถุงเฉียนคุนจากนั้นร่ายเวทย์ลวงตาเอาไว้ คนทั่วไปไม่สามารถมองเห็นได้ เพื่อหลบเลี่ยงอันตรายจากคนที่มีความคิดไม่ดี ในเมืองนี้ย่อมมีทั้งผู้หวังดีและผู้ไม่หวังดีปะปนกันอยู่ หลังจากที่อั้นปาขายของป่าหมดแล้ว ครั้งนี้เขาทำเงินได้ก้อนใหญ่ได้อีกครั้ง

 ตอนนี้เงินในมือของอั้นปามีอยู่หลายแสนตำลึง อั้นปาทำตามความต้องการของอั้นจิ่วทุกเรื่อง เขารู้ดีว่าที่ครอบครัวของเขามีวันนี้ได้เพราะลูกชายของเขาล้วน ๆ ในที่สุดครอบครัวก็สามารถเจริญรุ่งเรืองขึ้นมาได้จริง ๆ เป็นไปตามคำทำนายของนักพรตพเนจรทำนายเอาไว้ไม่มีผิดเพี้ยน ต่อไปนี้บ้านสกุลฉือจะกลายเป็นครอบครัวใหญ่มีลูกหลานมากมาย ที่สำคัญมีหลานชายมากมายในอนาคต

สามเดือนผ่านไป ท่านป้าทั้งสองคนของอั้นจิ่วก็ได้ย้ายมาอยู่ที่หมู่บ้านเถาหยวนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้ท่านปู่ยังได้แบ่งที่ดินทำกินให้กับทั้งสองครอบครัวด้วย ตอนนี้อั้นจิ่วเห็นว่าสิ่งต่่าง ๆ ในหมู่บ้านรวมถึงในครอบครัวท่านพ่อได้จัดการทุกสิ่งอย่างเรียบร้อยดี เมื่อเห็นว่าทุกอย่างลงตัวแล้ว เขาจึงเริ่มที่จะไปจับไก่วิญญาณมาเลี้ยงเอาไว้เพื่อให้คนในบ้านได้กินไข่

 นอกจากไก่วิญญาณแล้ว อั้นจิ่วต้องการปลูกผัก ผลไม้วิญญาณ เด็กน้อยต้องการเปลี่ยนหมู่บ้านเถาหยวนจากหมู่บ้านชาวนาธรรมดาเป็นหมู่บ้านของชาวนาที่เป็นผู้ฝึกตน ตอนนี้โรงเรียนในหมู่บ้านก็ได้เริ่มสร้างแล้ว คาดว่าอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าจะสามารถเปิดรับนักเรียนรอบแรกได้แล้ว ส่วนเรื่องอาจารย์ที่จะมาสอนที่หมู่บ้านนั้น อั้นจิ่วคิดว่าจะหาอาจารย์ที่มีความสามารถทั้งในด้านการต่อสู้และวิชาการ

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • อั้นจิ่ว ข้าจะเป็นชาวนาผู้ไร้พ่าย   169

    “ท่านพี่จ้าว ท่านอย่าเพิ่งรีบคุยโวไป ผักกาดหยกที่แปลงของข้า ใบใหญ่จนเอาไปทำร่มกางบังฝนได้แล้ว เมื่อวานข้าขุดดินพลิกหน้าดินได้ลึกกว่าท่านไปตั้งสามชุ่นเชียวนะ หากจะแข่งกัน ปีนี้ข้าต้องได้รางวัลชาวนาขยันขันแข็งจากนายน้อยแน่”ต้าเฮย อสูรหมีขนเหล็ก ในร่างบุรุษร่างยักษ์ หัวเราะร่าจนพุงกระเพื่อม “พวกเจ้าทั้งสองอย่าเพิ่งเถียงกัน กองปุ๋ยมูลสัตว์ของข้าต่างหากที่หมักได้ที่ที่สุด หมักจนกลิ่นหอมฟุ้งไปถึงภูเขาลูกนู้นแล้ว ฮ่า ๆ ๆ”ที่แห่งนี้ ไม่มีคำว่าฮ่องเต้ผู้ครองแผ่นดิน ไม่มีคำว่าผู้เฒ่าปุถุชน หรืออสูรบรรพกาลอันน่าสะพรึงกลัว มีเพียง ‘สหายร่วมอุดมการณ์ชาวนา’ ที่กำลังทุ่มเทจิตวิญญาณให้แก่ผืนดิน ถกเถียงกันเรื่องสูตรปุ๋ยและขนาดของหัวไชเท้าอย่างมีความสุขและเป็นอิสระที่สุด รอยยิ้มของอดีตฮ่องเต้จ้าวเทียนหลง บัดนี้คือรอยยิ้มที่บริสุทธิ์และเบิกบานที่สุดในรอบเจ็ดสิบปีของชีวิตพระองค์ห่างออกไปไม่ไกลนัก ภายใต้ร่มเงาอันร่มรื่นของต้นท้อสวรรค์ยักษ์ที่แผ่กิ่งก้านสาขาครอบคลุมลานกว้างของจวนตระกูลฉือ กลีบดอกท้อสีชมพูร่วงหล่นลงมาตามสายลมประดุจหิมะในวสันตฤดูฉืออั้นจิ่ว เด็กน้อยที่บัดนี้เจริญวัยขึ้น มีอายุครบหกขวบปี

  • อั้นจิ่ว ข้าจะเป็นชาวนาผู้ไร้พ่าย   168

    “ท่านเจ้าสำนัก พวกเราจะทำเยี่ยงไรดีขอรับ ภาษีอาวุธแพงหูฉี่ พวกเราต้องอดตายแน่ ๆ” เหล่าศิษย์ร้องไห้คร่ำครวญเจ้าสำนักพยัคฆ์คำรามกัดฟันกรอด ก่อนจะตัดสินใจกระทำการที่ทำให้ศักดิ์ศรีของชาวยุทธ์ต้องจารึกความอัปยศไว้ชั่วกัลปาวสาน“ทำเยี่ยงไรน่ะรึ ก็รีบเอาดาบเอาหน้าไม้ ไปหลอมตีเป็น จอบ กับ เสียม น่ะสิ พวกเราจะยุบสำนัก แล้วไปเช่าที่ดินปลูกข้าวสาลี ข้าจะไม่ยอมเป็นชนชั้นล่างให้พวกชาวนาหัวเราะเยาะเด็ดขาด ตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป สำนักพยัคฆ์คำราม จะเปลี่ยนชื่อเป็น ‘สมาคมกสิกรรมพยัคฆ์ไถนา’ ”และปรากฏการณ์แห่งความตลกร้ายก็บังเกิดขึ้นทั่วทั้งแคว้นต้าเฟิ่ง เหล่ายอดฝีมือ จอมกระบี่ และผู้เฒ่าที่เคยปิดด่านกักตน ต่างรีบทุบกระบี่ทิ้ง เปลี่ยนอาวุธเป็นเครื่องมือช่างไม้และอุปกรณ์ทำนา พวกเขาวิ่งวุ่นไปทั่วตลาดเพื่อขอประจบสอพลอชาวนาตัวจริง หวังจะขอเช่าที่ดิน หรือขอเป็นลูกจ้างถอนหญ้า เพื่อยกระดับสถานะทางสังคมของตนเองให้รอดพ้นจากการเป็นชนชั้นต่ำวิถีแห่งชาวยุทธ์ที่เคยรุ่งโรจน์ บัดนี้ถูกบดขยี้จนแหลกละเอียดด้วยความอิ่มท้อง วิถีชาวนา ได้ผงาดขึ้นสู่จุดสูงสุดของสายพานแห่งอำนาจอย่างแท้จริง และทั้งหมดนี้ เกิดขึ้นจากกุ

  • อั้นจิ่ว ข้าจะเป็นชาวนาผู้ไร้พ่าย   167

    ตึง ฮ่องเต้จ้าวเฟิ่งเทียนทรุดเข่าลงกระแทกพื้นดินอีกครั้ง น้ำตาแห่งความปีติยินดีไหลทะลักออกมาดั่งเขื่อนแตก พระองค์ทรงทราบดีว่า ปัญหาที่กัดกินแคว้นต้าเฟิ่งและทุกแคว้นในใต้หล้ามานับพันปี มิใช่สงคราม ทว่าคือความอดอยากและภัยพิบัติทางธรรมชาติ ราษฎรนับล้านต้องล้มตายเมื่อเกิดภัยแล้งหรือตั๊กแตนลง ทว่าบัดนี้ เด็กน้อยวัยห้าขวบเบื้องหน้า กลับมอบกุญแจแห่งความรอดพ้นมาใส่มือของพระองค์“ท่านอาจารย์ พระคุณของท่านยิ่งใหญ่ดั่งฟ้าดิน ของขวัญชิ้นนี้ มีค่าเหนือยิ่งกว่าหินวิญญาณระดับสวรรค์นับล้านก้อน หรือกระบี่วิเศษหมื่นเล่มรวมกันเสียอีก แคว้นต้าเฟิ่งจะเป็นหนี้บุญคุณท่านไปชั่วลูกชั่วหลานขอรับ” โอรสสวรรค์โขกพระเศียรคำนับด้วยความเลื่อมใสอย่างสูงสุด“อย่าเพิ่งรีบขอบคุณข้า” ฉืออั้นจิ่วแสยะยิ้มบาง ๆ ยกพัดขนนกขึ้นปิดปาก “การที่ข้ามอบเมล็ดพันธุ์เหล่านี้ให้เจ้าโดยมิคิดอัฐแม้แต่อีแปะเดียว ย่อมมีเงื่อนไขที่เจ้าต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด”เด็กน้อยกางพัดขนนกออกสะบัดเบา ๆ ปราณพฤกษาแผ่ซ่านกดทับจนอากาศรอบด้านเย็นเยียบ “แผ่นดินนี้เน่าเฟะมานานเกินไปแล้ว เหล่าผู้ฝึกยุทธ์ที่เอาแต่ปิดด่านกักตนหรือวัน ๆ เอาแต่ถือกระบี่ฟาดฟัน

  • อั้นจิ่ว ข้าจะเป็นชาวนาผู้ไร้พ่าย   166

    ยามเว่ย (13.00-15.00 น.) ขบวนเสด็จลับ ๆ ของฮ่องเต้จ้าวเฟิ่งเทียน เดินทางมาถึงลานกว้างหน้าจวนตระกูลฉือ ทันทีที่เสด็จลงจากรถม้า ภาพแรกที่ปะทะเข้ากับสายตาของโอรสสวรรค์หนุ่ม กลับทำให้พระองค์ต้องเบิกพระเนตรกว้างจนแทบถลน และรีบยกพระหัตถ์ขึ้นขยี้พระเนตรซ้ำแล้วซ้ำเล่าเบื้องหน้าของพระองค์ ที่บริเวณแปลงหมักปุ๋ยคอกด้านข้างจวน บุรุษชราผู้หนึ่งสวมเพียงกางเกงผ้าป่านซอมซ่อ เนื้อตัวเปรอะเปื้อนไปด้วยโคลนและมูลสัตว์ กำลังถือส้อมพรวนดิน จ้วงตักมูลสุกรผสมกับเศษใบไม้แห้งอย่างขะมักเขม้น ใบหน้าที่เคยเต็มไปด้วยความเคร่งเครียดและริ้วรอยแห่งอำนาจ บัดนี้กลับประดับไปด้วยรอยยิ้มกว้างขวางและเสียงหัวเราะที่สดใสยิ่งกว่าทารก บุรุษชราผู้นั้นกำลังพูดคุยหยอกล้อเรื่อง สูตรลับการผสมปุ๋ย กับชายหนุ่มกล้ามโตอย่างออกรสออกชาติ“สะ เสด็จพ่อ นั่นเสด็จพ่อมิใช่หรือพะย่ะค่ะ” ฮ่องเต้จ้าวเฟิ่งเทียนอุทานเสียงหลง พระวรกายสั่นสะท้าน รีบวิ่งถลาเข้าไปหาอดีตจอมราชันย์ที่กำลังขะมักเขม้นกับการทำปุ๋ยเฒ่าจ้าว อดีตฮ่องเต้จ้าวเทียนหลง เงยหน้าขึ้นมองบุตรชาย ก่อนจะใช้หลังมือที่เปื้อนโคลนปาดเหงื่อบนหน้าผาก “อ้อ เฟิ่งเทียนเอ๋ย เจ้ามาถึงแล้วรึ มา ๆ

  • อั้นจิ่ว ข้าจะเป็นชาวนาผู้ไร้พ่าย   165

    อดีตฮ่องเต้จ้าวอู๋จี๋ตรัสด้วยน้ำเสียงโล่งอก ประดุจได้ยกภูเขาไท่ซานออกจากพระอุระ พระองค์ทรงกระชากเสื้อคลุมผ้าไหมราคาแพง เข็มขัดประดับหยก และป้ายหยกประจำพระองค์ โยนทิ้งลงบนพื้นดินฝุ่นคลุ้งอย่างไร้เยื่อใย เหลือเพียงชุดกางเกงและเสื้อตัวในที่ทำจากผ้าฝ้ายสีขาวธรรมดา ๆ ซอมซ่อจากนั้น อดีตโอรสสวรรค์ผู้ยิ่งใหญ่ ผู้ที่เคยสั่งเป็นสั่งตายคนนับแสน ก็ทรุดตัวลงคุกเข่าเบื้องหน้าเด็กน้อยวัยห้าขวบ โขกพระเศียรลงบนพื้นดินดังปึก ปึก ปึก“ท่านปราชญ์น้อย ข้าได้เห็นแสงสว่างแห่งวิถีชีวิตที่แท้จริงแล้ว อำนาจในวังหลวงมีแต่ความว่างเปล่าและคาวเลือด ข้าไม่ปรารถนาสิ่งใดอีกแล้ว นอกจากความสงบสุขที่ได้สัมผัสกับผืนดิน”อดีตฮ่องเต้เงยหน้าขึ้น แววตาเปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่นและเว้าวอนอย่างสุดซึ้ง “ข้าน้อย จ้าวเทียนหลง ขอฝากตัวเป็น ศิษย์ชาวนาฝึกหัด แห่งหมู่บ้านเถาหยวนขอรับ ข้าน้อยยินดีสับฟืน หาบน้ำ ถอนหญ้า พรวนดิน หรือแม้แต่ตักมูลสัตว์ ขอเพียงท่านอนุญาตให้ข้าน้อยได้ใช้ชีวิตบั้นปลายอยู่ที่นี่ ได้เรียนรู้วิถีแห่งกสิกรรม ข้าน้อยยอมเป็นข้ารับใช้ ทำทุกอย่างโดยมิต้องจ่ายเบี้ยหวัดให้ข้าน้อยแม้แต่อีแปะเดียวเลยขอรับ”ความเงียบสงัดปก

  • อั้นจิ่ว ข้าจะเป็นชาวนาผู้ไร้พ่าย   164

    พระองค์ทรงพระดำเนินลัดเลาะไปตามคันนา ทอดพระเนตรดูวิถีชีวิตของชาวบ้านที่นี่อย่างเงียบ ๆ ทว่า สิ่งที่ทำให้พระองค์ต้องเบิกพระเนตรกว้างจนแทบถลนออกจากเบ้า กลับมิใช่ความงดงามของทิวทัศน์ ทว่า คือผู้คนที่กำลังทำไร่ทำนาอยู่เบื้องหน้าต่างหาก ที่แปลงปลูกผักกาดหยกด้านซ้าย ฮ่องเต้ทรงทอดพระเนตรเห็นชายหนุ่มรูปร่างกำยำล่ำสันผู้หนึ่ง กล้ามเนื้อบนเรือนร่างของเขาอัดแน่นดุจสลักจากหินผาพันปี ชายหนุ่มผู้นั้นสวมเพียงกางเกงเตี่ยว เปลือยท่อนบนรับแสงแดด เขากำลังใช้มือเปล่า ๆ ดึงถอนวัชพืชปราณวิญญาณออกจากผืนดินอย่างง่ายดาย“สวรรค์ ชายหนุ่มผู้นั้นมีพลังลมปราณบริสุทธิ์และแข็งแกร่งระดับแม่ทัพยุทธ์ขั้นสมบูรณ์เป็นอย่างน้อย ด้วยพละกำลังระดับนี้ หากไปสวามิภักดิ์ต่อราชสำนัก ย่อมได้เป็นถึงแม่ทัพใหญ่คุมกำลังนับแสนนาย ทว่า เหตุใดเขาถึงมานั่งยิ้มแฉ่ง ถอนหญ้าอยู่ในแปลงผักอย่างมีความสุขถึงเพียงนี้”ฮ่องเต้จ้าวอู๋จี๋ทรงรำพึงด้วยความตกตะลึง พระองค์หารู้ไม่ว่า ชายหนุ่มยอดฝีมือผู้นี้ แท้จริงแล้วคือ ผู้เฒ่าซุน ชายชราธรรมดาที่เพิ่งกินไข่ไก่บรรพกาลจนกลับกลายเป็นหนุ่มและมีพลังมหาศาลเมื่อไม่กี่วันก่อนถัดไปที่บริเวณริมลำธาร พระองค์ทรง

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status