مشاركة

EP.2 : อุบัติเหตุ

last update تاريخ النشر: 2026-07-18 15:42:02

[เดือนหนาว]

บ่ายวันต่อมา…

ติ๊ง

เสียงแจ้งเตือนข้อความดังขึ้น ทำให้ฉันที่กำลังเดินลงจากตึกห้องสมุดต้องล้วงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าออกมาดู

@แชตกลุ่ม

ยัยก้อย : ยัยหนาวฉันกับยัยโฟร์อยู่ที่ลานเกียร์นะ ถ้าออกจากห้องสมุดแล้วแกมาหาพวกฉันที่นี่ได้เลย

เดือนหนาว : ไปทำไมอะ ม้านั่งตึกเราก็มี

ยัยโฟร์ : พอดีเมื่อวานฉันได้คุยกับน้องข้างบ้านมันบอกว่าเรียนคณะนี้ ฉันเลยแวะมาหา

ยัยโฟร์ : บังเอิญมาก ๆ อะแก เรียนวิศวะด้วย กรี๊ดด

เดือนหนาว : ฉันไม่ไปได้ปะ จะอ่านหนังสือต่อ ถึงชั่วโมงเรียนแล้วค่อยเจอกันในห้องทีเดียวเลย

ยัยโฟร์ : ไม่ได้ แกต้องมา น้องฉันมัน FC แกนะมันอยากเจอแกตัวเป็น ๆ

เดือนหนาว : ฉันไม่ได้เป็นคนดังนะ ไม่ได้เป็นดาวมหาลัยด้วย

ยัยโฟร์ : เออน่า มาเหอะ มันเห็นแกในเฟซบุ๊กฉันมันเลยปลื้ม

ยัยก้อย : อย่าเล่นตัว เดี๋ยวแม่ฉุดเลย

เดือนหนาว : เค ๆ ไปก็ไป

ยัยก้อย : น่ารักมาก

หลังจากคุยกับสองนางเสร็จฉันก็รีบเดินออกไปนอกตึก บรรยากาศข้างนอกมีแดดประเทศไทยอันร้อนแรงที่พร้อมจะแผดเผาผู้คนได้ทุกเมื่อ มันทำให้ฉันเริ่มถอดใจ ร้อนขนาดนี้พวกเพื่อน ๆ ฉันยังอุตส่าห์เดินไปหารุ่นน้องที่ลานเกียร์อีกนะ มันน่าบ่นนัก

“ร่มก็ไม่ได้พกมา บ้าจริง” เงยหน้ามองฟ้าแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจ ก่อนจะรีบเดินตรงไปยังลานเกียร์ที่เพื่อนซี้รออยู่

พอเดินมาถึงลานเกียร์ที่มีผู้คนมากมายนั่งเรียงรายเป็นกลุ่มตามโต๊ะม้าหินอ่อน ฉันก็ต้องถ่างตาหาว่าพวกเพื่อน ๆ ฉันอยู่ส่วนไหนของลาน

“ให้ตายสิ ทำไมคนเยอะแบบนี้เนี่ย ไม่มีเรียนกันหรือไง” ฉันบ่นพึมพำก่อนจะกวาดตามองไปรอบลาน ระหว่างนั้นก็ส่งยิ้มแห้ง ๆ ให้กับเจ้าถิ่น ซึ่งก็คือเด็กคณะนี้ไปด้วย

แหงล่ะว่าฉันมันเด็กต่างคณะนี่นา พอเดินเข้ามาก็กลายเป็นจุดสนใจน่ะสิ ดูแค่การแต่งกายก็รู้แล้ว คณะนี้ส่วนใหญ่ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายก็จะสวมเสื้อยืดสีพื้นกับสวมเสื้อช็อปประจำเอกหรือคณะทับไว้อีกที แถมผู้หญิงคณะนี้ก็สวมกางเกงกันหมดเลยด้วย

พอมองหาไม่เจอก็รีบหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา ถ้าพวกนางกลับไปแล้วล่ะน่าดูเลย

@แชตกลุ่ม

เดือนหนาว : ฉันมาถึงแล้วพวกแกอยู่ไหน

เงียบกริบ…

“ยัยพวกนี้นี่ อย่าให้เจอนะ จะหยิกให้แขนเขียวกันหมดเลย” ฉันจิ๊ปากใส่หน้าจอโทรศัพท์มือถือก่อนจะเดินเลี่ยงไปอีกทางเพื่อหามุมคุยโทรศัพท์ มือก็กดโทรออกไปด้วย

ปึก!

“โอ๊ย!” แต่แล้วก็ต้องร้องเสียงหลงเมื่อเดินไปสะดุดกับบางอย่างจนล้มลงไปกองกับพื้น ทั้งโทรศัพท์มือถือยังร่วงหลุดมือไปด้วย

ทางเดินเกือบครึ่งของลานเป็นพื้นดินธรรมดาที่มีต้นไม้ยืนต้นอยู่ รากของมันโผล่พ้นพื้นมากพอที่จะทำให้คนเดินไม่ดูตาม้าตาเรืออย่างฉันสะดุดเข้า

“เจ็บชะมัด”

“เฮ้ย! มีคนสะดุดลานเกียร์ว่ะ” เสียงผู้ชายคนหนึ่งที่นั่งอยู่ม้าหินอ่อนใกล้ ๆ ฉันตะโกนขึ้น ทำให้คนอื่น ๆ ที่อยู่ในลานเกียร์ทั้งชายและหญิงต่างก็หันมามองฉันเป็นตาเดียว

“ให้ผมช่วยไหมครับ เจ็บตรงไหนหรือเปล่า” เสียงทุ้มของคนเมื่อกี้เอ่ยถามขณะเดินเข้ามาหาฉัน

“ไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณมากนะคะ” ฉันพยุงตัวเองให้ลุกขึ้นพร้อมส่งยิ้มบาง ๆ ไปให้ “ขอตัวก่อนนะคะ พอดีใกล้เข้าเรียนแล้ว” ว่าจบก็รีบเดินออกมาจากตรงนั้นทันที ระหว่างทางก็มีผู้คนมากมายมองมาที่ฉัน ทั้งยังหันไปซุบซิบกัน

‘มึง ๆ คนนี้ไงที่สะดุดลานเกียร์เมื่อกี้อะ’

‘น่ารักว่ะมึง ว่าที่สะใภ้คนต่อไปของคณะเราแน่เลย’

‘ใครจะเป็นผู้โชคดีคนนั้นวะ’

ฉันเดินกะเผลกเข้ามาใต้ตึกคณะวิศวะเพราะอยากหาที่นั่งพัก แต่สายตาหลายคู่ของผู้ชายมากมายที่นั่งกันตามขั้นบันไดของตึกและมุมต่าง ๆ ของตึกก็ทำให้ฉันถอดใจ เปลี่ยนหาที่หลบมุมเงียบ ๆ เป็นสวนหย่อมข้างตึกแทน

“เจ็บชะมัด…” เดินไปได้เพียงไม่กี่ก้าวก็ต้องนั่งหลบมุมตรงเสาต้นใหญ่ใต้ตึกคณะ หัวเข่าของฉันตอนนี้มีเลือดไหลออกมา ทั้งยังเป็นรอยแดงและมีเศษดินเศษหินติด “แตกเลยเหรอ บ้าเอ๊ย โคตรเจ็บเลย”

“โห แผลใหญ่ขนาดนี้ไปห้องพยาบาลก่อนไหม เราว่าเข่าเธอน่าจะแตกนะ” เสียงทุ้มของใครบางคนที่เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าฉันดังขึ้น ด้านหลังเขามีผู้ชายอีกสองคนเดินตามมาด้วย ดูจากการแต่งกายแล้วก็พอจะเดาได้ไม่ยากว่าเป็นเด็กคณะนี้ ‘วิศวะ’

“ใครเป็นไรวะไวน์” หนึ่งในสองคนที่เดินตามเขามาร้องถาม

“โหมึง เข่าแตกแบบนี้พาเขาไปหาหมอเถอะ” ผู้ชายอีกคนที่กดโทรศัพท์มือถืออยู่หันไปบอกเพื่อนก่อนจะมองมาที่หัวเข่าของฉัน

“งั้นเธอไปห้องพยาบาลก่อนไหม เดี๋ยวเราพาไป” คนที่ถูกเพื่อนเรียกว่า ‘ไวน์’ ถามฉันพร้อมย่อตัวลงมาดูแผลที่หัวเข่า

“อะ อื้ม แต่ตอนนี้เราเดินไม่ไหวน่ะ ขอนั่งพักก่อนนะ” ฉันบอกคนตรงหน้าก่อนจะพยายามบัดเศษดินเศษหินออกจากแผล “มันปวดตุบ ๆ น่ะ ตอนเดินเข้ามาในตึกก็เดินแทบไม่ไหว” ฉันเงยหน้าไปบอกเขา

“งั้น…ให้เราอุ้มเธอไปไหมล่ะ ถ้ารอนานกว่านี้แผลแห้งแล้วมันจะทำความสะอาดยากนะ อาจจะติดเชื้อด้วย” คนตรงหน้าอาสา

ที่เขาพูดมามันก็ถูก แต่จะให้ใครก็ไม่รู้มาอุ้มเรามันก็รู้สึกแปลก ๆ อะนะ

แต่ว่า…ถ้าไม่ไปตอนนี้ก็ไม่รู้จะไปตอนไหน อีกอย่างตอนนี้ใต้ตึกเริ่มมีคนเข้ามากันเยอะแล้วด้วย ฉันไม่อยากเป็นจุดสนใจของใคร

“เอางั้นก็ได้ รบกวนด้วยนะ” ฉันพยักหน้าให้คนตรงหน้าก่อนจะหลบสายตาเขาเมื่อเผลอสบตากัน

“งั้นก็…โทษทีนะ” คนตรงหน้าเอ่ยเมื่อขยับเข้ามาใกล้

เรียวปากฉันเม้มเข้าหากันแน่นด้วยความประหม่าเมื่อวงแขนของเขาสัมผัสกับเนื้อตัว ยิ่งใบหน้าของฉันอยู่ห่างจากแผงอกเขาไม่ถึงคืบ หัวใจดวงน้อยก็เต้นแรงอย่างประหลาด ทั้งเนื้อตัวยังชาวาบแปลก ๆ ยามที่กลิ่นน้ำหอมของเขาโชยมาแตะจมูก

“ไวน์ งั้นกูกับไอ้ทิวไปรอมึงที่ลานนะ” เพื่อนของเขาร้องบอกขณะเดินออกไปพร้อม

“เค”

ขณะที่เขาอุ้มฉันมาที่ห้องพยาบาล ฉันก็ต้องคอยหลบสายตาของผู้คนมากมายที่มองมาทางเราสองคน ไหนจะเสียงซุบซิบตลอดทางเดิน ไม่เว้นแม้แต่ห้องพยาบาล พวกนักศึกษาพยาบาลหรือนักศึกษาแพทย์ที่เปลี่ยนเวรมาดูแลห้องนี้ก็ยังหันมามองโดยเฉพาะสาว ๆ

ผู้ชายคนนี้ดูแล้วก็หน้าตาดีใช้ได้เลยนะ ถ้ายัยโฟร์กับยัยก้อยเห็นก็คงพูดว่าหล่อโคตร ๆ เลยมั้ง หุ่นก็ดี ตัวก็สูงมาก แต่ก็อย่างว่าแหละหล่อแค่ไหนเขาก็ไม่ใช่สเปคฉันอยู่ดี สำหรับฉันน่ะ ต้องหนุ่มแพทย์ น่ารัก อบอุ่น ใจดีเท่านั้น ที่เป็นแบบนี้ก็เพราะฉันมีฮีโร่ในดวงใจนั่นก็คือคุณหมอธันวาสามีแห่งชาติ คุณพ่อของฉันเองแหละ ท่านทำให้ฉันมองผู้ชายที่มีบุคลิกต่างจากท่านไม่ได้เลย ฉันอยากเป็นผู้หญิงที่โชคดีเหมือนแม่บ้าง

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • อาถรรพ์ลานเกียร์   EP.71 : วันที่รอคอย

    [ไวน์]ในที่สุดวันที่ผมเรียนจบก็มาถึง ทุกคนที่บ้านมาเซอร์ไพรส์ผมหน้ามหาวิทยาลัย ทุกคนรับผมกลับบ้านด้วยตัวเอง ไม่ใช่รอรับผมที่สนามบินอย่างที่เราเคยนัดกันไว้เมื่อหลายวันก่อน“ไม่ได้มาแค่บ้านเรานะ” แม่ที่ผละออกจากอ้อมแขนผมเอ่ยก่อนจะบุ้ยปากไปยังสนามหญ้า “บ้านนั้นก็มาด้วย” ผมหันไปมองก็เห็นลุงหมอกับป้าฟา และที่ขาดไม่ได้ก็คือเดือนหนาว แฟนสาวของผม“ลุงหมอสวัสดีครับ ป้าฟาสวัสดีครับ” ผมทักทายผู้ใหญ่ทั้งสองท่านด้วยรอยยิ้ม เดินไปกอดป้าฟา กอดลุงหมอ ก่อนจะหันไปส่งยิ้มให้ใครบางคนที่เดินตามหลังลุงกับป้ามา“คิดถึงจัง” เราสองคนพูดขึ้นพร้อมกันขณะยืนยิ้มให้กันในระยะห่างที่ไม่ใกล้และไม่ไกลเกินไปเราสองคนส่งยิ้มให้กันอยู่อย่างนั้น ไม่รู้ว่านานแค่ไหน รู้แค่ว่าในใจอยากกระโดดกอดแน่น ๆ หอมแก้มหลาย ๆ ฟอดแล้วลากไปฟัดในห้องให้หายคิดถึง แต่เพราะผู้ปกครองของเราที่อยู่กันแบบครบครัน ทำให้ผมได้แต่ยืนมองดวงหน้าหวาน ๆ และอมยิ้มให้กันอยู่แบบนั้นเราสองคนโตแล้ว เรื่องที่ลึกซึ้งกว่านี้ผมคิดว่าผู้ใหญ่ที่เขาผ่านน้ำร้อนมาก่อนคงรู้นั่นแหละ ผมกับหนาวเข้าออกห้องกันบ่อยจะตาย คอนโดที่เราอยู่เป็นของครอบครัวหนาว ทำไมพวกท่านจะไม่รู้

  • อาถรรพ์ลานเกียร์   EP.70 : แค่เพื่อน

    [ไวน์]วันนี้ผมกับนิมาซื้อของใช้ด้วยกัน เหตุผลที่มากันสองคนก็เพราะเราเป็นคนไทยสองคนที่อยู่ในทีมเดียวกันแล้วเราก็สนิทกันพอสมควร ส่วนเพื่อนในทีมคนอื่น ๆ ส่วนมากจะเป็นต่างชาติและเป็นรุ่นพี่เรา เขาจะไม่ค่อยสุงสิงกับเราเท่าไหร่ เอาจริง ๆ คือเขาคุยกับเราแหละ แต่แค่ตอนเรียนแล้วก็ตอนทำงานน่ะ ส่วนนอกเวลาพวกเขาก็จะเป็นแบบต่างคนต่างอยู่ ไม่มีใครยุ่งกับใคร“ไวน์จะซื้ออะไรอีกไหม ของนิครบแล้ว” คนข้าง ๆ หันมาถาม“ไม่ล่ะ ของครบแล้ว”“งั้นเราไปหาอะไรกินกันก่อนค่อยกลับดีไหม นิหิวแล้วอะ” คนข้าง ๆ ทำหน้าอ้อนใส่ ผู้หญิงอะเนอะ เดินผ่านร้านของกินที่ตกแต่งสวย ๆ ก็คงอยากเข้าไปนั่งกินแหละ พอเห็นนิแล้วก็คิดถึงหนาวขึ้นมา“อื้มไปสิ นิอยากกินอะไรล่ะ”“ไวน์ชอบกินอะไรเหรอ” คนข้าง ๆ ไม่ได้ตอบ แต่หันมาถามผมขณะเดินเข้าไปในโซนร้านอาหารพร้อมกัน“เรากินอะไรก็ได้ นิเอาที่นิอยากกินเลย”“ตามใจนิเหรอ ดีจังเลย” คนข้าง ๆ ฉีกยิ้มหน้าบาน ผมได้แต่ระบายยิ้มบาง ๆ ออกมาผู้หญิงพอมีคนตามใจคงหน้าบานกันทุกคนเลยนะ หนาวก็ชอบเวลาที่ผมให้เธอเป็นฝ่ายเลือกของกิน ผู้ชายน่ะกินง่ายอยู่แล้ว เธอเข้าร้านไหน เราก็แค่เลือกเมนูที่เรากินได้แค่นั้น ส่วน

  • อาถรรพ์ลานเกียร์   EP.69 : ระยะห่าง

    [เดือนหนาว]เดือนหนาว : ทำไรอยู่Y eiei : กำลังออกไปข้างนอก วันนี้ไปดูงานนอกสถานที่เดือนหนาว : สู้ ๆ นะ หนาวเอาใจช่วยY eiei : คิดถึงจังเดือนหนาว : คิดถึงเหมือนกันY eiei : แค่นี้ก่อนนะ ไวน์ต้องไปแล้วเดือนหนาว : อื้มหลายเดือนแล้วที่ฉันกับไวน์คุยกันผ่านแอปพลิเคชั่นไลน์ เราโทรหากัน วีดีโอคอลหากันแค่ช่วงแรก ๆ เท่านั้น ไวน์กับฉันเวลาของเราเริ่มไม่ตรงกัน และเวลาว่างของไวน์ก็เหลือน้อยลงทุกวันเดือนหนาว : ทำไรอยู่เดือนหนาว : ไปเรียนยัง…เดือนหนาว : ตอนนี้หนาวกำลังเข้านอน ไวน์เรียนอยู่หรือเปล่า....เดือนหนาว : สู้ ๆ นะ คิดถึง....“ทำไมไม่ตอบนะ หรือว่าเรียนอยู่” หลายวันมาแล้วที่ไวน์เงียบหายไป นอกจากไม่ตอบข้อความของฉันแล้ว ไวน์ก็ไม่ได้อ่านด้วย แล้วก้ไม่ติดต่อมาฉันนอนพลิกตัวไปมาบนเตียง จ้องมองหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่ไร้วี่แววการตอบกลับนานนับชั่วโมง คืนนี้ฉันคงนอนไม่หลับเหมือนเคย พอห่างกันแบบนี้แล้วก็อดหวั่นไหวไม่ได้แฮะบางครั้งฉันก็กลัวว่าไวน์จะมีคนใหม่ เราสองคนไม่ได้คุยกันเหมือนเมื่อก่อนแล้ว บางทีส่งข้อความไปวันนี้ กว่าไวน์จะตอบกลับก็สามวัน ไม่งั้นก็อ่านแต่ไม่ตอบ แต่ลุงอัคคีบอกว่าไวน์เ

  • อาถรรพ์ลานเกียร์   EP.68 : ก่อนจะจากกัน

    [เดือนหนาว]“ไวน์ไม่ไปทันไหมอะ ไวน์คิดถึงหนาว” เสียงคนที่นอนหนุนตักฉันอยู่พูดขึ้น พรุ่งนี้เช้าไวน์จะต้องเดินทางไปต่างประเทศแล้ว ส่วนฉันก็คงช่วยงานแม่ที่นี่และเรียนต่อที่นี่ ไม่ได้ไปไหน“จะบ้าเหรอไวน์ แค่ปีสองปีเองนะ เราคุยกันรู้เรื่องแล้วนี่”“ก็ได้ ๆ งั้นคืนนี้เรารีบนอนกันเถอะ ไวน์อยากกอดหนาวนาน ๆ” คนหนุนตักอยู่รีบลุกขึ้นก่อนจะช้อนตัวฉันเข้าไปในห้องนอน วันนี้ไวน์มาค้างกับฉันที่คอนโด และคงเป็นคืนสุดท้ายที่เราจะได้นอนกอดกัน“ไหนบอกอยากกอดหนาวนาน ๆ ไง ถอดเสื้อผ้าทำไม” ฉันหรี่ตามองคนที่วางฉันลงบนเตียงแล้วก็รีบถอดเสื้อตัวเองออก ก่อนจะขึ้นมาคร่อมฉันไว้ด้วยความเร่งรีบ“ไวน์ร้อน” คนเจ้าเล่ห์ตอบพร้อมยิ้มกรุ้มกริ่ม“ห้องหนาวมีแอร์นะ”“โธ่ หนาวอะ ก็รู้อยู่ว่าไวน์หมายถึงอะไร ทำไมชอบแกล้ง”“รีบนอนได้แล้ว พรุ่งนี้ไวน์ต้องตื่นเช้า”“ขอบอกรักก่อนแล้วจะนอน อยากได้ยินหนาวบอกรักก่อนนอน”“ก็ได้ ๆ” ฉันว่าพลางโอบกอดรอบคอหนาเอาไว้ เราสองคนแลกรสจูบหวานล้ำแก่กัน ผลักกันซุกไว้ซอกคอ พลิกตัวกันไปมายามที่สลับกันตักตวงความหวานจากดอกบัวงามสองข้าง ก่อนจะบดเบียดสองกายเข้าหากันด้วยความเสน่หา ปล่อยอารมณ์และความต้องการใ

  • อาถรรพ์ลานเกียร์   EP.67 : (ตอนคั่น) ทิว 3/3 END

    [ชีต้าร์]“อื้อพี่ทิว” ฉันร้องท้วงเจ้าของตักเมื่อมือใหญ่รูดเกาะอกฉันลงมาถึงเอวคอดด้วยความเร่งรีบ บั้นท้ายของฉันทับกับบางอย่างที่แข็งขันอยู่เบื้องล่าง ความรุ่มร้อนทำให้ฉันมีอาการแปลก ๆ“พี่ไม่มีถุงยาง แต่พี่สะอาดพอ ไม่เคยสดกับใคร” เสียงแหบพร่าบอกขณะซุกใบหน้าลงกลางเนินอกฉัน ใจหนึ่งอยากผลักเขาออกเพราะไม่มีอุปกรณ์ป้องกัน แต่อีกใจกลับโหยหาเพียงลิ้นอุ่นชื้นสัมผัสกับยอดดอกบัวน้อยตรงหน้า “เราล่ะ” เขาถามฉันกลับ“ตะ ต้าร์…สะอาดค่ะ” ฉันตอบไม่ไม่มองหน้า แต่ก็ต้องเชิดหน้าขึ้นจนได้เมื่อพี่เขาดูดดึงยอดดอกบัวน้อยรุนแรง “พี่ทิว อ๊า”เจ้าของตักกว้างวุ่นวายอยู่กับดอกบัวงามสองข้างเนิ่นนาน มือหนาสากลูบไล้แผ่นหลังฉันทั่ว ก่อนจะเคลื่อนต่ำลงมาบีบเคล้นบั้นท้ายรุนแรงพี่ทิวยกฉันให้ลุกขึ้นครู่หนึ่ง จัดการปลดเข็มขัดและรูดซิบกางเกงของตัวเองลง ควักอาวุธที่ซ่อนไว้ใต้ร่มผ้าออกมา เขาชักรูดมันสองสามครั้งก่อนจะกดบั้นท้ายฉันลงบนตักเขา“อ๊ะ พี่ทิวอื้ออ”“อ๊า ต้าร์นั่งลงเลย” เสียงกระเส่าของเราทั้งคู่ดังขึ้นพร้อมกันเมื่อฉันค่อย ๆ กดบั้นท้ายลงบนตักกว้าง ทว่าความรู้สึกเจ็บแปลบราวกับเนื้อหนังฉีกขาดก็ทำให้ฉันชะงัก ไม่ยอมทิ้งตั

  • อาถรรพ์ลานเกียร์   EP.66 : (ตอนคั่น) ทิว 2/3

    [ทิว]พอรู้ว่าเป็นคนรู้จัก ก็สอบถามความได้ว่าชีต้าร์มาดื่มกับเพื่อนแล้วถูกฉุดมา แต่ยังไม่ทันจะได้ถามอะไร รถของผมที่ขับมาเรื่อย ๆ ก็เลี้ยวเข้าซอยบ้านของกระถินพอดี“เอาไว้ค่อยคุยกันนะต้าร์ เดี๋ยวถินจะโทรหา” กระถินหันไปบอกคนรุ่นเดียวกันกับเธอ ก่อนจะหันมาบอกผมให้หยุดรถ “จอดตรงนี้แหละลุง เดินไปอีกหน่อยก็ถึงบ้านถินแล้ว”“ไม่เป็นไร เดี๋ยวพี่ไปส่งให้ถึงที่เลย มืดแบบนี้อันตราย” ผมบอกคนที่ปลดเข็มขัดนิรภัยออก“รถลุงเข้าไม่ได้หรอก มันเป็นซอยเล็ก ๆ เข้าได้แต่มอไซค์ ตอนลุงไวน์ขับบิกไบค์มาส่งยังไปลำบากเลย”“อ้าวเหรอ งั้นกลับดี ๆ ล่ะ คืนนี้รับสายพี่ด้วยนะ เดี๋ยวไปถึงโรงพักแล้วจะโทรหา”“โอเคค่ะลุง ขอบคุณมากนะที่มาส่งถิน”“เค ๆ ไว้เจอกันที่ร้านวันพี่ไปดื่มนะ”ตอนนี้เบาะหลังของผมมีผู้หญิงคนหนึ่งนั่งกอดตัวเองด้วยท่าทีสั่นเทา ผมกับกระถินเคยเจอชีต้าร์ครั้งหนึ่งในงานแต่งงานญาติของเดือนหนาว ซึ่งตอนนั้นผม ไอ้แทน กระถิน แล้วก็เพื่อนของเดือนหนาว ไปงานในฐานะทีมเพื่อนฝั่งเจ้าบ่าว ที่จริงก็ไปช่วยงานนั่นแหละ ส่วนชีต้าร์เป็นทีมของเพื่อนเจ้าสาว แต่วันนั้นไอ้ไวน์มันไม่ได้ไปด้วย เพราะมันไปกินข้าวกับครอบครัวก่อนไปเรียนต

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status