Home / วัยรุ่น / อาถรรพ์ลานเกียร์ / EP.7 : คนที่ฟ้าส่งมา

Share

EP.7 : คนที่ฟ้าส่งมา

last update publish date: 2026-07-24 00:51:18

[เดือนหนาว]

@แชตกลุ่ม

เดือนหนาว : ยัยโฟร์ แกออกมายังเนี่ย จะเที่ยงแล้วนะ

โฟร์ : ถึงแล้ว หาที่จอดรถแป๊บ

เดือนหนาว : งั้นแกไปจองโต๊ะเลย เดี๋ยวฉันตามไป

โฟร์ : โรงอาหารวิศวะใช่ปะ

เดือนหนาว : ใช่ อยู่หลังลานจอดรถอะ

โฟร์ : เค แล้วเจอกันนะสะใภ้วิศวะ

เดือนหนาว : เพ้อเจ้อ

ฉันมุ่ยหน้าใส่จอโทรศัพท์มือถือเมื่อโดนแซวแบบนั้น ยิ่งนัดเจอกันแบบนี้ไม่รู้ว่ายัยสองเพื่อนซี้จะทำอะไรแปลก ๆ หรือเปล่า

“คิดถูกไหมเนี่ยที่พาสองคนนั้นไปด้วย” ฉันพึมพำเมื่อนึกถึงใบหน้าของสองเพื่อนรัก ถ้าพวกนางไปกรี๊ดกร๊าดใส่ไวน์หรือพูดเพ้อเจ้ออะไรแปลก ๆ เข้าต้องขายหน้าแย่เลย

สึบ!

“กรี๊ด!” แต่ก้าวออกไปนอกตึกได้เพียงไม่กี่ก้าว ฉันก็ต้องกรีดร้องออกมาด้วยความตกใจ เมื่อบางอย่างลักษณะเป็นเส้นยาว ๆ ตกลงมาใส่หัวฉัน

“อะ อะไรน่ะ งูเหรอ” แต่พอจับของที่ตกลงมาพาดไหล่ดูก็พบว่ามันคือสร้อยหนังสีดำเส้นหนึ่ง จี้เล็ก ๆ ของมันมีรูปคล้ายฟันเฟือง

“นี่มัน...สร้อยนี่? เกียร์ของคณะวิศวะหรือเปล่านะ” ที่นึกได้แบบนี้เพราะฉันเคยเห็นของแม่น่ะสิ ท่านเป็นศิษย์เก่าคณะวิศวะเหมือนกัน พ่อฉันสวมมันไว้ที่คอตลอดเพราะแม่เป็นคนมอบให้ ท่านรักษามันดีกว่าแหวนแต่งงานอีก

“แกร่วงลงมาได้ยังไงเนี่ย ใครเอามาโยนทิ้งแบบนี้ หรือว่าจะตกลงมา” ฉันเงยหน้าขึ้นไปยังด้านบนของตึก ซึ่งมีผู้คนยืนพิงระเบียงมากมาย บางคนก็กำลังเดินไปเดินมา บางคนก็เกาะขอบระเบียงยืนคุยโทรศัพท์มือถือ

สัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัยฉันอยู่ตรงใจกลางฟันเฟือง ยิ่งทำให้มั่นใจว่าเป็นของเด็กมอเดียวกัน

“หือ…มีเลขสลักไว้ด้วยเหรอ รหัสนักศึกษาหรือเปล่า?” รอบฟันเฟืองมีเลขหลายหลักสลักไว้ พอหมุนดูก็รู้ว่ามันคือรหัสนักศึกษา

“ของแม่ไม่เห็นมีแบบนี้บ้างเลย เกียร์รุ่นอันนี้สวยดีนะเนี่ย” ฉันมองมันด้วยความสนอกสนใจเพราะเพิ่งเคยเห็นเกียร์ที่สลักรหัสนักศึกษาเอาไว้

กริ๊ง กริ๊ง กริ๊ง!

“มาแล้ว ๆ รอนานไหม” ทว่าเสียงกริ่งจักรยานที่ดังขึ้นพร้อมกับเสียงของใครบางคนก็ทำให้ฉันเงยหน้าขึ้นไปมอง มือก็เก็บสร้อยใส่กระเป๋าเอาไว้ก่อนจะส่งยิ้มให้เขา

“ไม่นานหรอก เราเพิ่งลงมาเมื่อกี้เอง”

“ไหวไหมน่ะ” คนที่คร่อมจักรยานอยู่เอ่ยถามเมื่อเห็นท่าทางทุลักทุเลของฉันที่เดินกระเผลกไปหาเขา

“ไหวสิ วันนี้ไม่ค่อยปวดเท่าไหร่เพราะไม่ได้เดินไปไหน นั่งเรียนแล้วก็เดินเข้าลิฟต์แค่นั้นเอง”

“งั้นไปกันเถอะ เราให้เพื่อนจองโต๊ะไว้แล้ว”

“อ้าวเหรอ เราก็ให้เพื่อนจองโต๊ะไว้เหมือนกัน”

เราสองคนหัวเราะออกมาพร้อมกันเพราะไม่คิดว่าต่างฝ่ายจะต่างจองโต๊ะไว้

ฉันซ้อนท้ายจักรยานคันที่เขาปั่นมาส่งฉันหน้าตึกเมื่อเช้าไปที่โรงอาหาร แม้จะไม่ชินกับสายตาของผู้คนระหว่างทางที่มองมา แต่ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายแล้วล่ะที่ฉันจะติดต่อกับเขา ต่อไปเราคงไม่เจอกันอีก

@โรงอาหารคณะวิศวกรรมศาสตร์

ทันทีที่เดินเข้าไปด้านใน เราสองคนต่างก็หยิบโทรศัพท์มือถือออกมาเพื่อโทรหาเพื่อน ๆ

“หนาว ยัยหนาว! ทางนี้!” แต่แล้วเสียงยัยโฟร์ที่โบกไม้โบกมือให้ฉันไกล ๆ ก็ทำให้ใครบางคนหันไปมองตาม

“นั่นเพื่อนเธอเหรอ” คนข้าง ๆ หันมาถาม

“ใช่ ๆ”

“งั้นเธอไปนั่งรอกับเพื่อนก็ได้ เดี๋ยวเราจะไปตามเพื่อนเรามา”

“โอเค” เมื่อตกลงกันได้เราสองคนก็แยกกันไปหาเพื่อน แต่ทันทีที่ฉันเดินไปถึงโต๊ะ ยัยโฟร์ก็ออกอาการสะดีดสะดิ้งใส่ฉัน

“แก! คนนั้นพี่ไวน์นี่ อ๊าก วันนี้ฉันจะได้นั่งกินข้าวกับเขาเหรอ อร๊าย! ตื่นเต้น ๆ”

“แกเลิกเรียกเขาว่าพี่สักทีได้ไหม เขารุ่นเดียวกับเรานะ” ฉันว่าให้นางก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งข้างกัน

“ใครหล่อฉันก็เรียกพี่หมดนั่นแหละ ไม่เคยเห็นซีรีย์เกาหลีหรือไงยะ ใครหล่อก็เรียกโอปป้าหมด” นางหันมาเถียงก่อนจะหันไปยังทิศทางที่มีกลุ่มคนเดินมาแล้วทำท่ากรี๊ดสลบต่อ

“หล่อหมดเลยอะแก อร๊าย” เพื่อนรักหันมากรี๊ดกร๊าดใส่ฉันพลางทุบไหล่ฉันไปด้วย จนฉันต้องหยิกเอวนางแรง ๆ เมื่อสามคนนั้นเดินใกล้เข้ามา

“แกเลิกทำท่าแปลก ๆ ได้แล้วน่า ฉันอายเขา” ฉันว่าให้

“มาแล้วครับสาว ๆ” เสียงไวน์ที่เดินนำหน้าเพื่อนเขามาเอ่ยขึ้น ก่อนจะพากันนั่งลงฝั่งตรงข้ามฉันกับยัยโฟร์

“หล่ออะแก อยากได้ทุกคนเลย” เพื่อนรักหันมากระซิบ ทำเอาฉันต้องหยิกเอวนางไปอีกหนึ่งทีเพื่อให้ความระริกระรี้ของนางลดลง ดีนะที่วันนี้ยัยก้อยไม่มาอีกคน ไม่งั้นคงเข้ากันกับยัยโฟร์ได้ดีเลยเรื่องผู้ชายเนี่ย

“นี่โฟร์เพื่อนเราเอง เรียนบริหารปี่สีเหมือนกัน” ฉันแนะนำคนข้าง ๆ ให้หนุ่ม ๆ ทั้งสามคนรู้จัก ซึ่งคนถูกแนะนำก็ยิ้มแก้มปริให้ ฉันหันกลับมาหายัยโฟร์พร้อมแนะนำใครบางคนให้นางได้รู้จัก “ส่วนนี่ไวน์ คนที่พาฉันไปส่งห้องพยาบาลเมื่อวานน่ะ”

“ยินดีที่ได้รู้จักนะโฟร์” ทันทีที่ฉันแนะนำไวน์ให้รู้จักกับโฟร์จบ รอยยิ้มบนใบหน้าหล่อเหลาก็ส่งมาให้ยัยเพื่อนรัก คนถูกยิ้มให้ก็หน้าแดงแจ๋ทั้งยังนั่งยิ้มไม่หุบ

“เราชื่อทิวนะ” ผู้ชายคนหนึ่งเอ่ยขึ้น ฉันจำได้ว่าเราเคยคุยกันแล้วเมื่อเช้านี้

“เราแทน” คนที่ก้มหน้าก้มตากดโทรศัพท์มือถือแนะนำตัวกับยัยโฟร์บ้าง

“ยินดีที่ได้รู้จักนะทุกคน” ยัยโฟร์ส่งยิ้มกลับพร้อมพยักหน้าให้ทั้งสามคน

“เอ่อ งั้นเราสั่งข้าวกันดีกว่าเนอะ คนเริ่มมาเยอะแล้ว” พอเห็นทุกคนรู้จักกันแล้วฉันก็รีบชวนสั่งอาหาร เพราะช่วงเที่ยงคนจะพักเยอะ

“สาว ๆ อยากกินอะไรครับเดี๋ยวพวกเราไปสั่งให้เอง” ทิวอาสา

“งั้นพวกมึงสั่งให้กูด้วยแล้วกัน เดี๋ยวกูไปซื้อน้ำเอง” แทนเสนอ

“งั้นเราไปช่วยแทนถือน้ำเอง” ยัยโฟร์ลุกขึ้นก่อนจะหันมามองฉันแล้วพูดต่อ “ส่วนแกยัยหนาวขาเป๋ นั่งเฝ้าโต๊ะไปนะ ฝากดูกระเป๋าด้วย”

“ก็ได้” ฉันพยักหน้าให้ เพราะยังไงก็เดินไม่สะดวกอยู่แล้ว

“กูเอากะเพรารวมนะมึง” แทนบอกเพื่อน ๆ

“เราก็เหมือนกัน” ยัยโฟร์ว่าก่อนจะเดินตามแทนออกไปซื้อน้ำด้วยกัน

“แล้วหนาวล่ะอยากกินอะไร” ไวน์ถามฉัน

“เราเอาเหมือนสองคนนั้นก็ได้ ง่ายดี”

“โอเค งั้นเธอนั่งรอพวกเราแป๊บนะ เดี๋ยวรีบมา”

“อื้ม” เมื่อสองหนุ่มเดินออกไปฉันก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่นรอ ระหว่างนั้นก็ส่งข้อความไปถามไถ่เรื่องแม่ยัยก้อยด้วย

หลังจากพวกเราห้าคนกินมื้อเที่ยงด้วยกันเสร็จ หนุ่ม ๆ ก็ชวนไปนั่งเล่นที่ลานเกียร์ต่อ แต่ยังไม่ทันที่ฉันจะปฏิเสธ ยัยโฟร์ก็รีบตอบตกลง

ฉันคิดว่าไม่อยากรู้จักพวกเขาไปมากกว่านี้แล้ว อยากเลี้ยงข้าวขอบคุณแล้วก็แยกย้ายกัน แต่คงเป็นไปไม่ได้แล้วล่ะ ในเมื่อตอนนี้พวกเรานั่งอยู่ลานเกียร์กันแล้ว แถมยัยโฟร์เองก็เหมือนจะสนุกกับการได้คุยกับหนุ่ม ๆ ด้วย โดยเฉพาะทิวที่คุยเก่งพอ ๆ กับยัยโฟร์ ส่วนแทนรายนั้นก้มหน้าก้มตาจดจ่ออยู่กับจอมือถือ ซึ่งฉันเพิ่งรู้ว่าเขากำลังเล่นเกมอยู่ มีแค่ฉันกับไวน์ที่นั่งฟังยัยโฟร์กับทิวคุยกัน เพราะเราสองคนไม่รู้จะคุยเรื่องอะไร ยัยโฟร์นางสนใจเรื่องเกี่ยวกับวิศวะอยู่แล้ว ก็เลยหาเรื่องมาคุยได้

“อื้ม เราเพิ่งนึกขึ้นได้น่ะ มีเรื่องอยากถามพวกนายอยู่พอดีเลย” ฉันนั่งเงียบไปสักพักก็นึกขึ้นได้ก่อนจะหันไปตีแขนยัยโฟร์เบา ๆ ให้นางหันมาสนใจฉัน “แกด้วยยัยโฟร์”

“เรื่องไรอะ” ทั้งสี่คนถามขึ้นพร้อมมองมาที่ฉัน

“คือ…ตอนเรายืนรอไวน์มารับที่หน้าตึกคณะ อยู่ ๆ ก็มีไอ้นี่ตกลงมาใส่หัวเรา” ฉันล้วงเข้าไปในกระเป๋าก่อนจะหยิบสร้อยหนังสีดำออกมาวางไว้ตรงหน้าพวกเขา

“เฮ้ย นี่มันเกียร์รุ่นนี่หว่า” ทิวรีบจับขึ้นไปดูพลางพลิกจี้ไปมา ก่อนจะหันไปมองหน้าไวน์

“เออว่ะ ไหนดูรหัสด้านหลังดิ๊มึง เหมือนของรุ่นพวกเราเลย” แทนที่วางโทรศัพท์ลงเงยหน้ามาคุยกับทิว

“หูย ฉันว่าแกโดนอาถรรพ์ลานเกียร์เข้าครอบงำแล้วแหละยัยหนาว” ยัยโฟร์พูดขึ้น ทำเอาทั้งสามหนุ่มหันมามองนางเป็นตาเดียว

ฉันเองก็ถลึงตาใส่นาง เพราะไม่คิดว่ายัยเพื่อนรักจะเอาเรื่องนั้นมาพูดที่นี่ด้วย ถ้าเป็นเรื่องตลกที่รุ่นพี่เอาไว้หลอกเด็กปีหนึ่งละก็พวกเขาคงขำน่าดู

“ยังไงอะโฟร์” ทิวถามด้วยท่าทางสนใจ

“ก็เมื่อวานยัยหนาวนางเดินสะดุดลานเกียร์ใช่ไหมล่ะ แล้ววันนี้เกียร์ยังตกใส่หัวนางอีก เราว่าไม่นานยัยหนาวเพื่อนเราจะต้องได้หนุ่ม ๆ คณะนี้เป็นแฟนแน่ ๆ เลย อร๊าย” ไม่ตอบคำถามเปล่า แต่ยังบิดตัวไปมาเหมือนตอนที่คุยเรื่องนี้กับยัยก้อยอีก ขายน่าจริง ๆ เลย ยัยเพื่อนเนี่ย!

“เพ้อเจ้อแล้วแก” ฉันว่า

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • อาถรรพ์ลานเกียร์   EP.71 : วันที่รอคอย

    [ไวน์]ในที่สุดวันที่ผมเรียนจบก็มาถึง ทุกคนที่บ้านมาเซอร์ไพรส์ผมหน้ามหาวิทยาลัย ทุกคนรับผมกลับบ้านด้วยตัวเอง ไม่ใช่รอรับผมที่สนามบินอย่างที่เราเคยนัดกันไว้เมื่อหลายวันก่อน“ไม่ได้มาแค่บ้านเรานะ” แม่ที่ผละออกจากอ้อมแขนผมเอ่ยก่อนจะบุ้ยปากไปยังสนามหญ้า “บ้านนั้นก็มาด้วย” ผมหันไปมองก็เห็นลุงหมอกับป้าฟา และที่ขาดไม่ได้ก็คือเดือนหนาว แฟนสาวของผม“ลุงหมอสวัสดีครับ ป้าฟาสวัสดีครับ” ผมทักทายผู้ใหญ่ทั้งสองท่านด้วยรอยยิ้ม เดินไปกอดป้าฟา กอดลุงหมอ ก่อนจะหันไปส่งยิ้มให้ใครบางคนที่เดินตามหลังลุงกับป้ามา“คิดถึงจัง” เราสองคนพูดขึ้นพร้อมกันขณะยืนยิ้มให้กันในระยะห่างที่ไม่ใกล้และไม่ไกลเกินไปเราสองคนส่งยิ้มให้กันอยู่อย่างนั้น ไม่รู้ว่านานแค่ไหน รู้แค่ว่าในใจอยากกระโดดกอดแน่น ๆ หอมแก้มหลาย ๆ ฟอดแล้วลากไปฟัดในห้องให้หายคิดถึง แต่เพราะผู้ปกครองของเราที่อยู่กันแบบครบครัน ทำให้ผมได้แต่ยืนมองดวงหน้าหวาน ๆ และอมยิ้มให้กันอยู่แบบนั้นเราสองคนโตแล้ว เรื่องที่ลึกซึ้งกว่านี้ผมคิดว่าผู้ใหญ่ที่เขาผ่านน้ำร้อนมาก่อนคงรู้นั่นแหละ ผมกับหนาวเข้าออกห้องกันบ่อยจะตาย คอนโดที่เราอยู่เป็นของครอบครัวหนาว ทำไมพวกท่านจะไม่รู้

  • อาถรรพ์ลานเกียร์   EP.70 : แค่เพื่อน

    [ไวน์]วันนี้ผมกับนิมาซื้อของใช้ด้วยกัน เหตุผลที่มากันสองคนก็เพราะเราเป็นคนไทยสองคนที่อยู่ในทีมเดียวกันแล้วเราก็สนิทกันพอสมควร ส่วนเพื่อนในทีมคนอื่น ๆ ส่วนมากจะเป็นต่างชาติและเป็นรุ่นพี่เรา เขาจะไม่ค่อยสุงสิงกับเราเท่าไหร่ เอาจริง ๆ คือเขาคุยกับเราแหละ แต่แค่ตอนเรียนแล้วก็ตอนทำงานน่ะ ส่วนนอกเวลาพวกเขาก็จะเป็นแบบต่างคนต่างอยู่ ไม่มีใครยุ่งกับใคร“ไวน์จะซื้ออะไรอีกไหม ของนิครบแล้ว” คนข้าง ๆ หันมาถาม“ไม่ล่ะ ของครบแล้ว”“งั้นเราไปหาอะไรกินกันก่อนค่อยกลับดีไหม นิหิวแล้วอะ” คนข้าง ๆ ทำหน้าอ้อนใส่ ผู้หญิงอะเนอะ เดินผ่านร้านของกินที่ตกแต่งสวย ๆ ก็คงอยากเข้าไปนั่งกินแหละ พอเห็นนิแล้วก็คิดถึงหนาวขึ้นมา“อื้มไปสิ นิอยากกินอะไรล่ะ”“ไวน์ชอบกินอะไรเหรอ” คนข้าง ๆ ไม่ได้ตอบ แต่หันมาถามผมขณะเดินเข้าไปในโซนร้านอาหารพร้อมกัน“เรากินอะไรก็ได้ นิเอาที่นิอยากกินเลย”“ตามใจนิเหรอ ดีจังเลย” คนข้าง ๆ ฉีกยิ้มหน้าบาน ผมได้แต่ระบายยิ้มบาง ๆ ออกมาผู้หญิงพอมีคนตามใจคงหน้าบานกันทุกคนเลยนะ หนาวก็ชอบเวลาที่ผมให้เธอเป็นฝ่ายเลือกของกิน ผู้ชายน่ะกินง่ายอยู่แล้ว เธอเข้าร้านไหน เราก็แค่เลือกเมนูที่เรากินได้แค่นั้น ส่วน

  • อาถรรพ์ลานเกียร์   EP.69 : ระยะห่าง

    [เดือนหนาว]เดือนหนาว : ทำไรอยู่Y eiei : กำลังออกไปข้างนอก วันนี้ไปดูงานนอกสถานที่เดือนหนาว : สู้ ๆ นะ หนาวเอาใจช่วยY eiei : คิดถึงจังเดือนหนาว : คิดถึงเหมือนกันY eiei : แค่นี้ก่อนนะ ไวน์ต้องไปแล้วเดือนหนาว : อื้มหลายเดือนแล้วที่ฉันกับไวน์คุยกันผ่านแอปพลิเคชั่นไลน์ เราโทรหากัน วีดีโอคอลหากันแค่ช่วงแรก ๆ เท่านั้น ไวน์กับฉันเวลาของเราเริ่มไม่ตรงกัน และเวลาว่างของไวน์ก็เหลือน้อยลงทุกวันเดือนหนาว : ทำไรอยู่เดือนหนาว : ไปเรียนยัง…เดือนหนาว : ตอนนี้หนาวกำลังเข้านอน ไวน์เรียนอยู่หรือเปล่า....เดือนหนาว : สู้ ๆ นะ คิดถึง....“ทำไมไม่ตอบนะ หรือว่าเรียนอยู่” หลายวันมาแล้วที่ไวน์เงียบหายไป นอกจากไม่ตอบข้อความของฉันแล้ว ไวน์ก็ไม่ได้อ่านด้วย แล้วก้ไม่ติดต่อมาฉันนอนพลิกตัวไปมาบนเตียง จ้องมองหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่ไร้วี่แววการตอบกลับนานนับชั่วโมง คืนนี้ฉันคงนอนไม่หลับเหมือนเคย พอห่างกันแบบนี้แล้วก็อดหวั่นไหวไม่ได้แฮะบางครั้งฉันก็กลัวว่าไวน์จะมีคนใหม่ เราสองคนไม่ได้คุยกันเหมือนเมื่อก่อนแล้ว บางทีส่งข้อความไปวันนี้ กว่าไวน์จะตอบกลับก็สามวัน ไม่งั้นก็อ่านแต่ไม่ตอบ แต่ลุงอัคคีบอกว่าไวน์เ

  • อาถรรพ์ลานเกียร์   EP.68 : ก่อนจะจากกัน

    [เดือนหนาว]“ไวน์ไม่ไปทันไหมอะ ไวน์คิดถึงหนาว” เสียงคนที่นอนหนุนตักฉันอยู่พูดขึ้น พรุ่งนี้เช้าไวน์จะต้องเดินทางไปต่างประเทศแล้ว ส่วนฉันก็คงช่วยงานแม่ที่นี่และเรียนต่อที่นี่ ไม่ได้ไปไหน“จะบ้าเหรอไวน์ แค่ปีสองปีเองนะ เราคุยกันรู้เรื่องแล้วนี่”“ก็ได้ ๆ งั้นคืนนี้เรารีบนอนกันเถอะ ไวน์อยากกอดหนาวนาน ๆ” คนหนุนตักอยู่รีบลุกขึ้นก่อนจะช้อนตัวฉันเข้าไปในห้องนอน วันนี้ไวน์มาค้างกับฉันที่คอนโด และคงเป็นคืนสุดท้ายที่เราจะได้นอนกอดกัน“ไหนบอกอยากกอดหนาวนาน ๆ ไง ถอดเสื้อผ้าทำไม” ฉันหรี่ตามองคนที่วางฉันลงบนเตียงแล้วก็รีบถอดเสื้อตัวเองออก ก่อนจะขึ้นมาคร่อมฉันไว้ด้วยความเร่งรีบ“ไวน์ร้อน” คนเจ้าเล่ห์ตอบพร้อมยิ้มกรุ้มกริ่ม“ห้องหนาวมีแอร์นะ”“โธ่ หนาวอะ ก็รู้อยู่ว่าไวน์หมายถึงอะไร ทำไมชอบแกล้ง”“รีบนอนได้แล้ว พรุ่งนี้ไวน์ต้องตื่นเช้า”“ขอบอกรักก่อนแล้วจะนอน อยากได้ยินหนาวบอกรักก่อนนอน”“ก็ได้ ๆ” ฉันว่าพลางโอบกอดรอบคอหนาเอาไว้ เราสองคนแลกรสจูบหวานล้ำแก่กัน ผลักกันซุกไว้ซอกคอ พลิกตัวกันไปมายามที่สลับกันตักตวงความหวานจากดอกบัวงามสองข้าง ก่อนจะบดเบียดสองกายเข้าหากันด้วยความเสน่หา ปล่อยอารมณ์และความต้องการใ

  • อาถรรพ์ลานเกียร์   EP.67 : (ตอนคั่น) ทิว 3/3 END

    [ชีต้าร์]“อื้อพี่ทิว” ฉันร้องท้วงเจ้าของตักเมื่อมือใหญ่รูดเกาะอกฉันลงมาถึงเอวคอดด้วยความเร่งรีบ บั้นท้ายของฉันทับกับบางอย่างที่แข็งขันอยู่เบื้องล่าง ความรุ่มร้อนทำให้ฉันมีอาการแปลก ๆ“พี่ไม่มีถุงยาง แต่พี่สะอาดพอ ไม่เคยสดกับใคร” เสียงแหบพร่าบอกขณะซุกใบหน้าลงกลางเนินอกฉัน ใจหนึ่งอยากผลักเขาออกเพราะไม่มีอุปกรณ์ป้องกัน แต่อีกใจกลับโหยหาเพียงลิ้นอุ่นชื้นสัมผัสกับยอดดอกบัวน้อยตรงหน้า “เราล่ะ” เขาถามฉันกลับ“ตะ ต้าร์…สะอาดค่ะ” ฉันตอบไม่ไม่มองหน้า แต่ก็ต้องเชิดหน้าขึ้นจนได้เมื่อพี่เขาดูดดึงยอดดอกบัวน้อยรุนแรง “พี่ทิว อ๊า”เจ้าของตักกว้างวุ่นวายอยู่กับดอกบัวงามสองข้างเนิ่นนาน มือหนาสากลูบไล้แผ่นหลังฉันทั่ว ก่อนจะเคลื่อนต่ำลงมาบีบเคล้นบั้นท้ายรุนแรงพี่ทิวยกฉันให้ลุกขึ้นครู่หนึ่ง จัดการปลดเข็มขัดและรูดซิบกางเกงของตัวเองลง ควักอาวุธที่ซ่อนไว้ใต้ร่มผ้าออกมา เขาชักรูดมันสองสามครั้งก่อนจะกดบั้นท้ายฉันลงบนตักเขา“อ๊ะ พี่ทิวอื้ออ”“อ๊า ต้าร์นั่งลงเลย” เสียงกระเส่าของเราทั้งคู่ดังขึ้นพร้อมกันเมื่อฉันค่อย ๆ กดบั้นท้ายลงบนตักกว้าง ทว่าความรู้สึกเจ็บแปลบราวกับเนื้อหนังฉีกขาดก็ทำให้ฉันชะงัก ไม่ยอมทิ้งตั

  • อาถรรพ์ลานเกียร์   EP.66 : (ตอนคั่น) ทิว 2/3

    [ทิว]พอรู้ว่าเป็นคนรู้จัก ก็สอบถามความได้ว่าชีต้าร์มาดื่มกับเพื่อนแล้วถูกฉุดมา แต่ยังไม่ทันจะได้ถามอะไร รถของผมที่ขับมาเรื่อย ๆ ก็เลี้ยวเข้าซอยบ้านของกระถินพอดี“เอาไว้ค่อยคุยกันนะต้าร์ เดี๋ยวถินจะโทรหา” กระถินหันไปบอกคนรุ่นเดียวกันกับเธอ ก่อนจะหันมาบอกผมให้หยุดรถ “จอดตรงนี้แหละลุง เดินไปอีกหน่อยก็ถึงบ้านถินแล้ว”“ไม่เป็นไร เดี๋ยวพี่ไปส่งให้ถึงที่เลย มืดแบบนี้อันตราย” ผมบอกคนที่ปลดเข็มขัดนิรภัยออก“รถลุงเข้าไม่ได้หรอก มันเป็นซอยเล็ก ๆ เข้าได้แต่มอไซค์ ตอนลุงไวน์ขับบิกไบค์มาส่งยังไปลำบากเลย”“อ้าวเหรอ งั้นกลับดี ๆ ล่ะ คืนนี้รับสายพี่ด้วยนะ เดี๋ยวไปถึงโรงพักแล้วจะโทรหา”“โอเคค่ะลุง ขอบคุณมากนะที่มาส่งถิน”“เค ๆ ไว้เจอกันที่ร้านวันพี่ไปดื่มนะ”ตอนนี้เบาะหลังของผมมีผู้หญิงคนหนึ่งนั่งกอดตัวเองด้วยท่าทีสั่นเทา ผมกับกระถินเคยเจอชีต้าร์ครั้งหนึ่งในงานแต่งงานญาติของเดือนหนาว ซึ่งตอนนั้นผม ไอ้แทน กระถิน แล้วก็เพื่อนของเดือนหนาว ไปงานในฐานะทีมเพื่อนฝั่งเจ้าบ่าว ที่จริงก็ไปช่วยงานนั่นแหละ ส่วนชีต้าร์เป็นทีมของเพื่อนเจ้าสาว แต่วันนั้นไอ้ไวน์มันไม่ได้ไปด้วย เพราะมันไปกินข้าวกับครอบครัวก่อนไปเรียนต

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status