LOGINสี่โมงเย็น
ตอนนี้ไทร์ลงเครื่องอยู่ที่อุดรธานี แน่นอนว่าพ่อกับแม่มารอเขาตั้งแต่สองสามชั่วโมงก่อนหน้านี้แล้ว ตาม่วงกับยายแจ่มยิ้มกว้างมาตั้งแต่ไกล ไทร์เดินตรงเข้ามากอดแม่กับพ่อทันที เห็นได้ชัดว่าทั้งสองคนน้ำตาคลอเบ้า ไทร์เองก็เช่นกันนี่มันก็หลายปีแล้วที่ไทร์ไม่ได้กลับบ้าน “ไทร์เอาของมาต้อนอีพ่ออีแม่ด้วยเด้อ เต็มเป๋า” “ขึ้นรถๆ แดดแฮง เดี๋ยวสิป่วยเอา” ตาม่วงพูดก่อนจะขึ้นไปนั่งรถฝั่งคนขับ ส่วนยายแจ่มก็รับผลักให้ลูกชายขึ้นไปนั่งข้างหน้า “เดี๋ยวไทร์นั่งข้างหลัง แม่นั่งหน้าโลด” “บ่ๆ แม่สินั่งหลัง” ขับรถราวหนึ่งชั่วโมงก็ถึงหนองคาย แต่กว่าจะถึงบ้าน รวมๆก็เกือบสามชั่วโมงได้ ยายแจ่มกับตาม่วงชวนลูกคุยไม่หยุดปากจนถึงบ้าน อยู่ที่นั่นเป็นไง เหนื่อยไหม ที่ทำงานเป็นไง มีเมียหรือยัง เล่นเอาไทร์ไม่มีจังหวะงีบบนรถ พอถึงบ้านไทร์ก็เอาของไปเก็บในห้อง กะว่าจะอยู่พักผ่อนที่นี่สักหนึ่งอาทิตย์ พ่อกับแม่ได้ยินแบบนั้นก็ดีใจมาก เพราะปกติมากสุดลูกชายลงมาไม่เกินสามวัน ยายแจ่มบอกว่าให้ลูกไปพักผ่อนก่อน ส่วนยายแจ่มจะเข้าครัว ทีนี้แหละได้เห็นอาหารวางเต็มพื้นแน่ ๆ ส่วนตาม่วงก็ยืนยิ้มรดน้ำต้นไม้รอบบ้าน ความจริงบ้านเรามีสี่คน มีตาม่วง ยายแจ่ม ยี่หวา แล้วก็ไทร์ ยี่หวาเป็นพี่สาวของไทร์แต่เธอไปทำงานอยู่เมืองกรุง เมื่อก่อนบ้านเรามีฐานะที่ยากจนมาก มีหนี้มีสินเต็มหัว แต่พี่สาวก็หาเงินมาจ่ายหนี้สิ้นให้จนหมด แถมยังสร้างบ้านซื้อรถให้พ่อกับแม่อีก ไทร์เองที่เก่งขนาดนี้ก็เพราะเอาพี่สาวตัวเองเป็นไอดอล วันถัดมา บ่ายสามโมง “ไอ่ไทร์ มึงเมือบ้านบ่เห็นบอก เตี๋ยวร้านเดิม จิบเบียร์เย็น ๆ มา” ไอ่ดินมาพร้อมกับเวฟน้ำเงินคันโปรดมันอุส่าห์มาถึงหน้าบ้าน ไม่รู้ว่ายายแจ่มเอาข่าวที่ผมกลับบ้านไปพูดถึงซอยไหน ผมพยักหน้าตอบรับ คว้าเสื้อปุ๋ยสีแดงมาใส่ก่อนขึ้นคร่อมเวฟน้ำเงินอย่างถนัด คิดถึงบรรยากาศบ้านนอก ทุ่งนา ต้นไม้ แสงแดด ไม่นานนักก็ถึงร้านก๋วยเตี๋ยวหน้าโรงเรียนร้านโปรดที่สมัยเด็กๆพวกเขาชอบมากินกันบ่อย ๆ “เส้นเล็กหมูน้ำตกสอง ขอแซ่บ ๆ ขอกากหมูด้วยเด้อ” ดินสั่ง ส่วนไทร์เดินไปหยิบเบียร์มาสี่ห้ากระป๋องใหญ่ ดินเป็นเพื่อนแถวบ้านตั้งแต่สมัยไทร์ยังเด็ก ทั้งสองสนิทกันแบบแค่มองตาก็รู้ใจ แถมดินยังเป็นคนเดียวที่รู้ว่ารักแรกของไทร์คือใคร ทั้งสองนั่งคุยกันหลายเรื่องตามประสาผู้ชาย ก่อนที่สายตาของไทร์จะเลื่อนไปเห็น ผู้หญิงที่เขาจะไม่มีวันลืม ประเด็นคือเธอจูงมือเด็กผู้ชายเหมือนกำลังจะข้ามมาฝั่งนี้ ผู้หญิงผมสีน้ำตาลอ่อน ผิวขาวนวล ตาหวาน เธอกำลังยิ้มดูมีความสุขกับเด็กผู้ชายที่เธอจูงมืออยู่ ต้องยกความดีความชอบให้ไอ่ดินที่พาเขามากินก๋วยเตี๋ยวเวลานี้ ไม่คิดว่าจะเจอ... “ไอ่ดิน เด็กน้อยนั่นไผวะ” ไทร์กระซิบเพื่อนรักที่กระดกเบียร์สบายใจ “เอ้อ กูลืมบอก อิงดาวมีลูกแล้วเด้ มึงยังฮักเขาอยู่บ่” ไทร์ชะงักไปชั่วขณะ นี่ที่เพื่อนเขาพูดมันเป็นจริงเหรอวะ “บ่ ถามซือๆ ไผคือพ่อวะ” เขากลืนน้ำลายลงคอช้า ๆ ไม่รู้ว่าจะถามไปเพื่ออะไร เป็นใครก็เจ็บหมดนั่นแหละวะ “บ่ฮู้” ดินตอบแบบไม่สนใจมาก เขายกชามซดเตี๋ยวน้ำตกหน้าตาเฉย “เอาดีๆ” “เอ้า ก็กูบ่ฮู้ เรื่องนี้บ่มีไผฮู้ อิงดาวเลี้ยงลูกผู้เดียวมาโดนแล้วเนาะ” “อ้ายไทร์!” “อ้าว บ่ทันเห็น สบายดีบ่” ไทร์ยกมือขึ้นมาเกาหัวเพราะไม่คิดว่าอิงดาวจะเข้ามาทักเธอก่อน แอบตกใจนิดหน่อยเพราะไม่รู้ว่าอิงดาวได้ยินที่เขาสองคนคุยกันไหม “แม่ครับ ใครเหรอครับ” เด็กที่อิงดาวจูงมืออยู่เงยหน้าขึ้นมาถามเธอแบบงง ๆ “ล..ลุงไทร์ สวัสดีลุงไทร์เร็ว” “ซา..หวัด..ดี..ครับ ลุงไทร์ ผมชื่อต้นกล้า อยู่อนุบาลสองทับสามครับ” “สวัสดีครับ มาเดี๋ยวลุงเลี้ยงเตี๋ยว” สุดท้ายเขาก็ได้ร่วมโต๊ะกับอิงดาวและลูกของเธอ “หึ คือหน้าเหมือนมึงคักวะ” อยู่ๆไอ่ดินก็พูดอะไรของมันออกมาก็ไม่รู้ หลังจากที่มันกินเบียร์ไปห้ากระป๋องก็เริ่มเพี้ยนหรือไง “น..นั่นสิ บังเอิญจังเนาะ” อิงดาวรีบพูดแทรก “คิกคิก ดีจัง ต้นกล้าอยากหน้าเหมือนลุงไทร์ ลุงไทร์หล่อมากกก” ต้นกล้าเองก็พอฟังภาษาอีสานออก แม้ว่าที่บ้านกับที่โรงเรียนจะใช้ภาษากลาง แต่ว่าคุณตาชอบคุยภาษาอีสานกับคนอื่นบ่อยๆ รวมถึงพ่อค้าแม่ค้าทุกคนด้วย “เด็กชมกูหล่อ มึงได้ยินบ่ไอ่ดิน” ไทร์หันไปอวดเพื่อนแบบไม่คิดอะไร แต่เด็กนี่หน้าตาดีสะอาดสะอ้านสมแล้วที่เป็นลูกของอิงดาว ตาเหมือนแม่มาก ๆ เขาสูดหายใจเข้าปอดลึก ๆ ความเจ็บจี๊ดแทรกเข้ามาในอกแบบไม่ทันตั้งตัวเมื่อเห็นลูกคนอื่นมีแววตาเหมือนคนที่เขารัก “กูกะหล่อแต่เด็กมันตาบ่ถึง” “อย่าพูดคำหยาบต่อหน้าเด็กนะคะ” คนตัวเล็กคิ้วขมวด “คิกคิก ไม่เป็นไรครับ คุณตาก็ชอบพูดกูมึง แต่ว่า คุณครูบอกต้นกล้าแล้วว่าถ้าพูดคำหยาบจะกลายเป็นเด็กไม่ดี แต่ต้นกล้าเป็นเด็กดีไม่พูดคำหยาบครับ” ผู้ใหญ่สองคนมองหน้ากันทันทีเพราะเหมือนถูกเด็กด่า เจ้าของผมสีน้ำตาลก็เหมือนจะกลั้นหัวเราะไว้ไม่ได้ นี่แหละเด็ก คิดอะไรออกมาก็พูดหมด ไทร์มองว่าเด็กคนนี้อารมณ์ดีและดูฉลาด เสื้อผ้าหน้าผมก็ดูสะอาดตายิ่งกว่าเขาสองคนเสียอีก สมแล้วที่เป็นลูกของอิงดาว แค่นี้ก็รู้แล้วว่าเธอเลี้ยงลูกได้ดีแค่ไหน ยอมรับว่าใจหายมากที่เธอมีลูกแล้ว แต่ว่าเธอน่าจะเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว มันอาจจะเจ็บจี๊ดนิดเดียวแต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่ได้ติดอะไร แต่ว่า...ช่างเถอะยังไงเขาลงมานี่แค่อาทิตย์เดียว “งั้นอิงดาวกับลูกกลับก่อนนะคะ” เธอดูมีท่าทีแปลกๆตั้งแต่เจอผมแล้ว ตอนแรกเธอเอ่ยทักเหมือนตกใจที่เห็นผม จากนั้นเธอก็ดูรีบๆลุกลี้ลุกลนแปลกๆ แต่ผมอาจคิดไปเองก็ได้ ถ้ารู้สึกแย่ก็คงไม่ยอมนั่งกินโต๊ะเดียวกันหรอกมั้ง “ขับรถดีๆนะ มื้อนี้อ้ายเลี้ยงเอง” ผมตอบกลับแบบปกติ แม้ว่าจะอยากให้เธออยู่นานกว่านี้อีกสักนิด ห้าปีได้แล้วมั้งที่ผมไม่ได้นั่งมองหน้าเธอแบบนี้ อิงดาวไม่เปลี่ยนไปสักนิด ไม่สิ เหมือนว่าเธอจะสวยขึ้นนะ เป็นสาวเต็มตัวแล้วด้วย “ขอบคุณค่ะ คือว่า! อ้ายไทร์กลับวันไหนเหรอ” “ก็ อีกหกวัน” “ดีจัง เอ่อ ดีที่อ้ายไทร์ได้พักยาวๆ ไปก่อนนะคะ สวัสดีค่ะ สวัสดีค่ะอ้ายดิน” “ครับ ๆ” “ขอบคุณครับ ลุงไทร์” จากนั้นอิงดาวก็รีบจูงลูกขึ้นรถเบนซ์คันเดิมที่คุ้นเคย อิงดาวเป็นลูกสาวคนเดียวของกำนัน เราทั้งสองสนิทกันมากในตอนเด็ก ผมชอบเธอตั้งแต่ครั้งแรกที่เธอเข้ามาทักผมตอนอายุแค่สิบขวบ ผมไม่เคยลืมวันนั้นเลย กำนันพากเอ็นดูไทร์แต่เด็ก เพราะไทร์เป็นคนที่ขยันและหัวไว แม้จะเรียนโรงเรียนบ้านนอก แต่เขาก็กลับทำชื่อเสียงให้โรงเรียนไม่น้อย แข่งอะไรก็ชนะ ช่วยพ่อแม่ทำงาน รับจ้างทำนาหาเงินไปโรงเรียนตั้งแต่เด็ก ครอบครัวของไทร์ค่อนข้างมีฐานะที่ยากจนมา หนี้สินมากมายที่ปู่ย่าตายายเป็นคนก่อ แต่ตอนนี้ทุกคนก็เสียไปหมดแล้ว ตาม่วงกับยายแจ่มก็เลยต้องใช้หนี้แทน เพราะแบบนั้นการหาเช้ากินค่ำเลยกลายเป็นเรื่องปกติ บางวันเขาไม่ได้เงินไปโรงเรียนด้วยซ้ำแต่ไม่ได้โกรธพ่อกับแม่หรอก พวกท่านเองก็ทำเต็มที่แล้ว กำนันเห็นแบบนั้นเลยคอยซื้อหมูไก่ และเอาผักที่สวนกำนันมาให้แทบตลอด ชวนไทร์ไปช่วยงานที่ไร่พักใจ เพื่อเอาผักไปกินฟรี และยังให้ไทร์ไปช่วยสอนลูกสาวทำการบ้าน คิดเลข สอนหนังสือเพราะว่าอิงดาวหัวช้ากว่าเพื่อน กำนันบอกว่าแทนที่จะไปทำนาให้เหนื่อยมาช่วยงานทางนี้ดีกว่า สอนลูกสาวหัวช้าของเขาด้วย และมันก็สบายกว่าทำนามากและยังทำให้เขาได้มีเวลาวิ่งเล่นกับเพื่อน ๆ ตาพากให้ค่าขนมไปโรงเรียนเยอะกว่าพ่อกับแม่ของไทร์เสียอีกถึงจะมาจากการช่วยงานก็เถอะ ไทร์นับถือกำนันพากเป็นเหมือนพ่อคนที่สอง และอิงดาวคือลูกสาวเพียงคนเดียวของกำนันพาก ทำให้ไทร์รู้สึกเจียมตัวทุกครั้งที่อยู่ใกล้เธอ แม้แต่ตอนที่อิงดาวมาเรียนที่กรุงเทพ กำนันยังฝากให้ไทร์ดูแลลูกสาวด้วยความไว้ใจ อิงดาวเองก็คงเห็นไทร์เป็นเหมือนกับพี่ชายแท้ ๆ อย่างที่กำนันเองก็หวังให้มันเป็นแบบนั้น ไทร์จึงได้แต่ข่มความรู้สึกนั้นไว้ส่วนลึก จนกระทั่งคืนนั้น คืนที่เขาได้ทำสิ่งที่ลูกผู้ชายไม่ควรทำ ต่อให้อีกฝ่ายจะเป็นคนเริ่มก่อนก็เถอะ แต่มันก็เป็นเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ ตัวเขาเองไม่ได้เมาจนไม่มีสติ แต่พออิงดาวเปิดทางให้ ในหัวตอนนั้นมันก็โล่งขึ้นมาทันที ความผิดพลาดนั้นมันไม่น่าให้อภัย จนป่านนี้ไทร์ก็ยังรู้สึกผิดอยู่ แม้ว่าอิงดาวจะไม่โทษเขาเลยสักนิด แถมเธอยังพูดออกมาดื้อๆว่า ก็เพราะว่าเขาเป็นผู้ชายมันเป็นเรื่องปกติ ถ้าเธออ่อยเขาขนาดนั้นแล้วเขายังไม่ทำ คงเสียใจกว่านี้แน่ จากนั้นเราก็ทำทุกอย่างเหมือนปกติ อิงดาวไม่ได้มีท่าทีเปลี่ยนไปแม้แต่น้อย มีแค่ผมที่กลับรู้สึกกับเธอมากขึ้นเรื่อย ๆ ดีที่ผมได้ทุนต่อป.โทที่ต่างประเทศ ผมจะได้ตัดใจจากเธอสักที ที่ผ่านมาผมลองคบผู้หญิงมากมายจนแทบจะไม่มีเวลาให้โสด แต่เชื่อไหมว่าผมไม่เคยเลิกชอบอิงดาวได้จริง ๆ เลยสักครั้ง รวมถึงตอนนี้5เดือนผ่านไปโห่........ฮี้ โห่ ฮี้ โห่ อี้ โห่ หิ้ววววว (พร้อมกัน) เสียงโห่ลากยาวนำขบวนเจ้าบ่าวยืนอยู่หน้าขบวน โดยมีตาม่วงยายแจ่ม ขนาบข้างซ้ายขวา มือเจ้าบ่าวพานธูปเทียนแพ ไทร์อยู่ในสูทสีอ่อนโทนครีมอมเทา เนกไทสีเข้มผูกแน่นพอดี เซตผมเป็นทรง เอาง่าย ๆ คือวันนี้หล่อที่สุดในชีวิตแล้ว สีหน้าของไทร์ไม่ได้ยิ้มตลอดเวลาเหมือนคนอื่น แต่แววตาคม ๆ นั้นดูตื่นเต้นจนปิดไม่มิด แทนไทใช้ศอกกระแทกหลังของไทร์เบา ๆ“เฮ้ย เก๋งหยังนัก เดี๋ยวเมียหนี” แทนไทในชุดเพื่อนเจ้าบ่าวแซ่วไทร์เล่น เห็นก็พอรู้แล้วว่ามันตื่นเต้นแค่ไหน“หนีบ่ทันแล้วล่ะ” ไทร์ตอบสั้น ๆ แต่เรียกเสียงหัวเราะทั้งขบวนเพื่อนเจ้าบ่าวนอกจากแทนไทกับดิน ก็ยังมีทั้งเพื่อนในห้องสมัยเรียนและลูกจ้างสนิทที่ไทร์จ้างตอนตกแต่งตลาด ถัดไปคือขบวนญาติพี่น้อง พานขันหมากเรียงยาวจนแทบนับไม่ถ้วน บ้างเป็นพานกล้วยอ้อย บ้างเป็นพานขนม บ้างถือซองจนล้นมือ เสียงแคนกับกลองยาวดังขึ้นสลับกันเป็นจังหวะ คนในขบวนตั้งแต่หน้ายันท้ายไม่ได้เดินกันเฉย ๆ แต่โยกกันตามจังหวะ เด็กในหมู่บ้านวิ่งวนไปมา บางคนเต้นตามจังหวะกลองอย่างไม่กลัวอาย แถวแห่ขบวนยาวจนเกือบสุดถนน เอาง่าย ๆ คื
วันนี้เป็นวันแรกที่ไทร์เข้าตลาดในรอบหนึ่งเดือน กว่าจะขอเมียมาตลาดได้มันไม่ง่ายเลยจริง ๆ แต่ก็พอเข้าใจอยู่ เพราะเหตุการณ์ล่าสุดทำให้ลูกกับเมียเป็นห่วงผมมากขึ้น แต่ไม่ต้องห่วงผมแก้ไขความปลอดภัยเรียบร้อยแล้ว ไทร์จ้าง รปภ.คอยตรวจทางเข้าทุกทางเป็นที่เรียบร้อย มองย้อนไปตัวเขาเองก็พลาดอยู่เหมือนกัน ลูกค้าเยอะขนาดนี้เราควรมีคนตรวจของก่อนเข้าตลาดเพื่อความปลอดภัยของทุกคน“คือเฮ็ดหน้าจังสั้น บ่มีหยังแล้ว เชื่ออ้าย” ไทร์ลูบไหล่คนตัวเล็กเบา ๆ บอกตรง ๆ ว่านี่ไม่ใช่เรื่องง่ายของอิงดาว เธอแพนิคกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่อยากให้อ้ายไทร์มาเหยียบที่นี่แล้วด้วยซ้ำ แต่ก็รู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้เพราะเขาเป็นถึงเจ้าของตลาดไทร์ก้าวเข้าไปในตลาดก้าวแรกก็อึ้งกับสิ่งที่เห็น คนมันเยอะเหมือนวันแรก ๆ เลยนี่หว่า แล้วไหนไอ่แทนไทกับไอ่ดินบอกว่าลูกค้าแค่พอมีว่ะ รอยยิ้มมุมปากผุดขึ้นบนใบหน้า นี่เขาโดนไอ่สองตัวนี้เล่นแล้วสินะ สนุกมากไหมพวกห่า มันรู้ไหมว่าเขานอนเครียดอยู่ทุกวัน“อ่าวคุณไทร์ หายดีแล้วเหรอบ่” แม่ค้าขนมจีนตะโกนทักทายเจ้าของตลาดด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ลูกค้าร้านป้านี่ก็เยอะใช่เล่นเหมือนกันนะ“หายดีแล้วครับป้า เฮ็ง ๆ
“อ้ายบ่ไหวแล้ว อิงดาวพาอ้ายกลับบ้านแน” คนตัวใหญ่ร้องงอแงจะกลับบ้านทุกวัน วันนี้เราก็อยู่ที่โรงพยาบาลมายี่สิบกว่าวันแล้วอ้ายไทร์ก็คงจะเบื่อ กิน ๆ นอน ๆทั้งวัน ฉันกับต้นกล้ายังไปตลาด ไปดูร้านตอนเย็น ไปทำขนมตอนเช้า เลยไม่ค่อยเบื่อเท่าไหร่“อ้ายหายดีแล้วหรือไง” “อ้ายหายแล้ว อย่างน้อยให้อ้ายกลับไปรดน้ำต้นไม้กะยังดี อยู่แบบนี้อ้ายเบื่อคัก” คนตัวเล็กถอนหายใจยาว ตอนนี้อ้ายไทร์ทำตัวไม่ต่างจากเด็กสี่ขวบ งอแงยิ่งกว่าต้นกล้าอีก เสียงเคาะประตูดังขึ้นเป็นจังหวะ อิงดาวรีบเดินไปเปิดประตู“ไอ่เพี้ยน ดีขึ้นหลายแล้วบ่” วันนี้น่าจะมากันครบ ตอนเช้าลุงม่วงป้าแจ่มกับพ่อก็มาเยี่ยมอ้ายไทร์เพิ่งจะกลับไปได้ไม่นาน ตอนนี้เฮียเจ๋ง อ้ายแทนไท อ้ายดิน ม้ง ก็หอบผลไม้มาเยี่ยมกันอีก“หายแล้วครับ ความจริงตอนนี้ผมน่าสิออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว แต่เมียบ่คุยกับพยาบาลให้ผมเลยเฮีย” อยู่ ๆ คนตัวใหญ่ก็ทำหน้างอน แถมหันไปฟ้องคนอื่นอีก อิงดาวกุมขมับถอนหายใจ เรียกเสียงหัวเราะจากทุกคนได้ดี จะไม่ให้คนอื่นหัวเราะได้ยังไง ไอ่ไทร์ทำตัวเป็นเด็กแบบนี้“เอ้อ เดี๋ยวมึงกะสิได้ออกแล้วแหละ เบิ่งเจ้าของก่อนจักหน่อย เรื่องงานค่อยไว้ที่หลัง” เ
ประกาศข่าว[ขณะนี้มีรายงานคืบหน้า เกี่ยวกับเหตุการณ์สะเทือนขวัญที่เกิดขึ้นกัน คุณ ธนพนธ์ หรือ ที่ทุกคนรู้จักกันในนาม คุณ ไทร์ เจ้าของตลาดฮีลใจบ้านเฮาที่เพิ่งเปิดได้ไม่นาน ตลาดที่กำลังได้รับความนิยมอย่างล้นหลามในช่วงนี้จากเหตุการณ์ลอบยิงเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ซึ่งคุณไทร์ถูกคนร้ายยิงถึงสองนัด สร้างความตกใจให้กับประชาชนเป็นวงกว้างนั้น แต่ยังถือว่ามีข่าวดีเพราะการผ่าตัดผ่านไปได้ด้วยดี เพราะกระสุนไม่โดนอวัยวะสำคัญ ขณะนี้อาการพ้นขีดอันตรายแล้ว และอยู่ในความดูแลอย่างใกล้ชิดของแพทย์และในส่วนของคดีความ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมตัวผู้ก่อเหตุได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว (จอทีวีฉายภาพผู้ชายสองคนถูกควบคุมตัว) อย่างไรก็ตาม จากการสืบสวนพบว่า ผู้ลงมือยิงเป็นเพียงผู้รับจ้างเท่านั้น เขาสารภาพว่าที่ทำไปเพราะแลกกับหนี้ที่เขาติดคนจ้างอยู่ ตอนถึงหน้างานแล้วเห็นคุณไทร์อยู่กับลูกกับเมียก็อยากถอดใจ แต่มันไม่ทันแล้ว เลยเลงไปจุดที่ไม่อันตรายหวังให้ตัวเองหมดหนี้และคุณไทร์ไม่ถึงกับเสียชีวิต และยังสารภาพอีกว่าผู้อยู่เบื้องหลังการวางแผนก่อเหตุ คือ คุณธีรัช หรือ คุนเม่น นักธุรกิจซึ่งเหมือนว่าคุณเม่นจะมีส่วนเกี่
มาถึงโรงพยาบาลอิงดาวและตาพากก็วิ่งตรงมาที่ห้องฉุกเฉินทันที สีหน้าของอ้ายแทนไท อ้ายดิน และม้งไม่สู้ดีนัก อิงดาวหัวใจแทบสลาย ไม่คิดเลยว่าจะเกิดสิ่งนี้ขึ้นกับครอบครัวตัวเอง อ้ายไทร์เพิ่งเธอแต่งงานเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว เรากำลังจะมีครอบครัวที่สมบูรณ์ ทุกอย่างมันดีจนอิงดาวไม่เคยเผื่อใจรับเรื่องแบบนี้ มันจุกอยู่ที่อก กำนันพากเห็นสีหน้าลูกไม่สู้ดีเลยพาไปนั่ง ต้นกล้าเองก็ไม่ปล่อยมือแม่ของเขาสักวินาที “อ้ายไทร์เป็นยังไงบ้างเหรอคะ หมอว่ายังไงบ้างคะ” ถึงเธอจะยังไม่อยากยอมรับความจริง แต่เมื่อถึงเวลาอะไรจะเกิดมันก็คงต้องเกิด เธอกลั้นใจถามในสิ่งที่เธอกลัวที่สุด“หมอบอกว่ากระสุนบ่โดนจุดสำคัญ แต่ว่าเฉียดจุดสำคัญหนึ่งนัด เลือดมันออกหลาย หมอบอกว่าไอ่ไทร์น่าจะมีสภาวะช็อกเลือด โอกาสรอด ห้าสิบห้าสิบ” แทนไทพูดเสียงสั่น เขากำมือเอาไว้แน่น โคตรอย่างจะฆ่าไอ่คนที่มันทำอย่างนี้ ประเด็นคือที่ผ่านมาแทนไทก็ไม่เคยเห็นไทร์มีปัญหากับใคร มันไม่เคยนินทาว่าร้ายใครเลยด้วยซ้ำ “บ่ต้องห่วงดอกอิงดาว อ้ายประสานงานกับตำรวจเรียบร้อยแล้ว ไอ้เจี๊ยบมันเป็นตำรวจ มันสิซอยตามหาไอ้คนที่ยิงไอ้ไทร์มาให้ได้” แม้ว่าดินจะพูดปลอบใจอิงด
นี่ก็ผ่านมาหนึ่งอาทิตย์ได้แล้วที่อ้ายไทร์ขอฉันแต่งงาน สิ่งที่ฉันตกใจที่สุดคือพ่อรู้ทุกอย่างแล้ว อ้ายไทร์บอกว่า อ้ายไทร์บอกพ่อตั้งแต่วันที่จะขอให้ฉันย้ายมาอยู่ที่บ้านแล้ว และที่พ่อยอมก็เพราะว่า อ้ายไทร์บอกว่าจะขอฉันแต่งงาน ทีแรกพ่อฉันก็จะเรียกไปนั่งคุยกับผู้ใหญ่ให้เป็นอันว่ารับรู้และตกลงกันทั้งสองฝ่าย แต่อ้ายไทร์ค้านไว้เพราะว่าอยากทำเซอร์ไพรส์ขอฉันแต่งงาน ทุกคนเลยตกลงกันตามนั้น สรุปทุกคนรู้เรื่องราวหมดแล้วยกเว้นฉันเรื่องการขอแต่งงานดังสนั่นโซเชียล เนื่องจากคลิปคุกเข่าในวันนั้นที่อัพลงเพจตลาดฮีลใจบ้านเฮา มีทั้งคอมเมนต์แสดงความยินดี เสียดายเจ้าของตลาด และมีคนชมอนาคตเจ้าสาวเต็มไปหมด อิงดาวอ่านเกือบทุกคอมเมนต์ก็อดหัวเราะไม่ได้ คนไทยนี่มีความคิดสร้างสรรค์ในการคอมเมนต์มาก ๆ ปกติเธอเองก็ไม่ค่อยสนใจโซเชียล แต่ทำไงได้มีแฟนดังขนาดนี้ “ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ เบิ่งหยังอยู่หึ” คนตัวใหญ่อยู่ในบ้านตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่รู้ ออกไปกับลูกตั้งแต่เช้า ตอนบ่ายก็เพิ่งกลับ “ไม่บอกหรอก” อิงดาวกดปิดหน้าจอโทรศัพท์ เธอเอากับข้าวไปอุ่นให้สองพ่อลูก วันนี้อิงดาวทำลาบหมู แบบเผ็ดกับไม่เผ็ด ส่วนปลาดุกย่างกับส้มตำเธอเพิ่งไ







