LOGIN
น่านฟ้า อายุ30ปี สูง186cm.
กุมารแพทย์ (หมอเด็ก) สุขุม นุ่มลึก อบอุ่นเวลาอยู่กับเด็กๆในโรงพยาบาล ปลายฝน อายุ24ปี สูง160cm. เป็นพนักงานออฟฟิศ ก่อนจะลาออกมาเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวและทำงานหาเงินเลี้ยงลูก . . . ตัวอย่าง “แม่...หม่ำๆ…” เสียงร้องงอแงนั้นทำให้น่านฟ้าที่นอนหลับอยู่ข้างๆสะดุ้งตื่นขึ้นทันที ชายหนุ่มลืมตาขึ้นแล้วรีบขยับตัวลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็ว กวาดสายตามองไปที่ปลายฝนที่ยังคงนอนหลับไหลไม่ได้สติ น่านฟ้ากลัวว่าเสียงของลูกจะปลุกคนตัวเล็กให้ตื่นขึ้นมา เขาจึงรีบเอื้อมมือไปอุ้มร่างป้อมของพายุขึ้นมาแนบอกทันที พร้อมกับเอ่ยปลอบเสียงนุ่ม “ชู่ว...แม่ยังหลับอยู่ครับ ไม่กวนแม่นะเด็กดี เดี๋ยวพ่อพาไปห้องโน้นเอง” . . . . . . . . . . . . . . . บ้านปลายฝน เสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ดังขึ้นท่ามกลางความอึดอัดภายในบ้านหลังเล็ก ปลายฝน หญิงสาววัย24ปียืนตัวสั่นน้ำตาคลอเบ้าหลังเพิ่งโดนผู้เป็นพ่อด่าทอและกดดันอย่างหนักเรื่องเงินจำนวน50,000บาท ซึ่งเป็นหนี้ก้อนโตที่แม่เลี้ยงใจร้ายสร้างขึ้นจากการเล่นการพนัน ปลายฝนต้องคอยตามเช็ดตามล้างและหาเงินมาใช้หนี้ให้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ครั้งนี้เธอไม่มีปัญญาหาเงินจำนวนมากขนาดนั้นได้ทันตามกำหนด “ถ้าแกหาเงินห้าหมื่นนี่มาให้ไม่ได้ภายในคืนนี้ ก็ไสหัวออกจากบ้านฉันไปซะ อย่ามาเป็นภาระ!” เสียงพ่อพูดตอกย้ำอย่างไร้เยื่อใย โดยเข้าข้างแม่เลี้ยงที่ยืนลอยหน้าลอยตาอยู่ข้างๆ ปลายฝนรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบพังทลาย เธอไม่มีเงิน ไม่มีที่พึ่ง และกำลังจะถูกไล่ออกจากบ้านอย่างไร้ความปรานี ด้วยความเครียดจนมุมและมืดแปดด้าน เธอจึงตัดสินใจเดินออกจากบ้านอย่างไร้จุดหมาย จนกระทั่งมาหยุดอยู่ที่บาร์หรูแห่งหนึ่ง ทั้งที่ปกติเธอไม่ใช่คนเที่ยวกลางคืนเลย เธอนั่งดื่มแอลกอฮอล์ย้อมใจติดต่อกันหลายแก้วเพื่อหวังจะลืมความทุกข์ระทมทั้งหมด ในเวลาเดียวกัน น่านฟ้า กุมารแพทย์หนุ่มวัย30ปี เจ้าของใบหน้าหล่อนิ่งขรึม ผิวขาวจัด และมีเสน่ห์ดึงดูดใจก็มานั่งดื่มลำพังเพื่อผ่อนคลายความเครียดจากงานที่โรงพยาบาล ร่างสูงโปร่งในเสื้อเชิ้ตสีดำแขนยาวดูดีเดินออกมาจากบาร์ด้วยความมึนงงเล็กน้อย ก่อนที่ร่างบางของปลายฝนที่เดินใจลอยจะเซเข้าไปชนเข้าเต็มแรง พลั่ก! “…” น่านฟ้าขมวดคิ้วด้วยความหงุดหงิด ปลายฝนเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มตรงหน้า แววตาของเธอสะท้อนความสิ้นหวัง แต่ประกายความคิดบางอย่างก็ผุดขึ้นมาเมื่อเห็นท่าทางและเครื่องแต่งกายราคาแพงของเขา ผู้ชายคนนี้ดูร่ำรวยและอาจเป็นทางรอดเดียวของเธอ “คุณคะ ฉันกำลังเดือดร้อนเรื่องเงินห้าหมื่นบาท คุณพอจะช่วยฉันได้ไหมคะ ขอยืมก่อนก็ได้ แล้วฉันจะรีบหามาคืน” ปลายฝนเอ่ยปากขอร้องด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ น่านฟ้ามองผู้หญิงแปลกหน้าหัวยุ่งเหยิงตรงหน้านิ่งๆ พิจารณาจากรูปร่างหน้าตาแล้วถือว่าไม่เลวเลยทีเดียว ในเมื่อเขากำลังหงุดหงิดและอีกฝ่ายก็เสนอตัวเข้ามาเอง มุมปากกระตุกยิ้มหยันก่อนจะตอบตกลงอย่างไร้ความลังเล “ห้าหมื่นสำหรับฉันไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่ถ้าเธอต้องการมัน…ฉันขอแลกกับตัวเธอหนึ่งคืน” ปลายฝนชะงักไปชั่วครู่ แต่ความกดดันเรื่องเงินและบ้านที่ตัวเองกำลังจะถูกไล่ออกทำให้เธอไม่มีทางเลือก เธอพยักหน้ารับคำอย่างจำยอม ทันทีที่ตกลง น่านฟ้าก็หยิบโทรศัพท์มือถือราคาแพงขึ้นมาโอนเงิน 50,000 บาทเข้าบัญชีของเธอทันทีก่อนจะพาร่างบางไปยังโรงแรมม่านรูดใกล้บาร์แห่งนั้น ค่ำคืนนั้น น่านฟ้าปลดปล่อยความต้องการอย่างไร้ความปรานี เขาตักตวงความสุขจากเรือนร่างของหญิงสาวซ้ำแล้วซ้ำเล่าหลายต่อหลายรอบ ราวกับเสือหิวกระหาย เพราะที่ผ่านมาไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนที่ทำให้เขารู้สึกอิ่มเอมและติดใจในรสสัมผัสได้เท่าเธอมาก่อน ปลายฝนถูกกระทำจนสะบักสะบอมไปทั้งตัว เช้าวันใหม่ปลายฝนตื่นขึ้นมาก่อน ขณะที่น่านฟ้ายังคงหลับสนิทอยู่บนเตียง เธอแอบเปิดกระเป๋าสตางค์ราคาแพงของเขาดู จนได้รู้ชื่อและนามสกุลเต็มๆของชายหนุ่มก่อนที่เธอจะรีบแต่งตัวแล้วนั่งรถกลับบ้านไปจัดการใช้หนี้ด้วยความรู้สึกขื่นขมอย่างที่สุด หนึ่งเดือนผ่านไป ร่างกายของปลายฝนเริ่มมีความผิดปกติ จนกระทั่งตรวจพบว่าเธอท้อง ข่าวนี้สร้างความตกใจและหวาดกลัวให้กับเธอเป็นอย่างมากเมื่อแม่เลี้ยงตัวแสบรู้เข้าก็นำเรื่องนี้ไปฟ้องพ่อทันที พ่อโกรธเกรี้ยวและด่าทอด้วยถ้อยคำรุนแรงหาว่าใจแตกสำส่อน ก่อนจะไล่เธอออกจากบ้านจริงๆตามที่เคยขู่ไว้ ปลายฝนจำใจต้องเก็บเสื้อผ้าและย้ายออกมาเช่าอพาร์ทเมนท์เล็กๆอยู่ตามลำพังด้วยความยากลำบาก หลายเดือนผ่านไป โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง น่านฟ้าในชุดเสื้อกาวน์สีขาวสะอาดตากำลังนั่งตรวจแฟ้มประวัติคนไข้ด้วยสีหน้านิ่งขรึมตามเคย ก่อนที่ประตูจะถูกเปิดออกพร้อมกับร่างของปลายฝนที่ยืนตัวสั่น ท้องโตนูนเด่นชัดขึ้นในชุดคลุมท้องสำหรับคนท้องได้เจ็ดเดือน น่านฟ้าเงยหน้าขึ้นมองผู้หญิงที่เดินเข้ามาด้วยความแปลกใจระคนรำคาญเล็กน้อย เมื่อกวาดสายตาสำรวจดีๆเขาก็พอจะจำรางเลือนได้ว่าผู้หญิงคนนี้คือคนเดียวกับที่เคยมีสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนด้วยเมื่อหลายเดือนก่อน ปลายฝนสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกความกล้า ก่อนจะเอ่ยปากพูดออกไปเสียงสั่น “คุณหมอคะ ฉันปลายฝนนะคะ คนที่...คนที่เคยเจอกันเมื่อเจ็ดแปดเดือนก่อน” น่านฟ้าแค่นเสียงหึในลำคอ เขาเอนหลังพิงพนักเก้าอี้กอดอกมองเธอ “อ๋อ...จำได้สิ ผู้หญิงที่เคยเสนอตัวแลกเงินห้าหมื่นคืนนั้นไง แล้วนี่มาหาฉันถึงที่นี่ มีธุระอะไรอีก หรือว่าเงินห้าหมื่นที่ฉันให้ไปมันยังไม่พอใช้?” คำพูดดูถูกดูแคลนกระแทกเข้ากลางใจของปลายฝนจนเจ็บแปลบ น้ำตาคลอเบ้าทันทีด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ แต่เธอไม่มีทางเลือก เธอต้องเอ่ยเรื่องที่สำคัญที่สุดออกไป “เปล่านะคะ ฉันไม่ได้มาขอเงินคุณ แต่ที่ฉันมาวันนี้…เพราะฉันท้องค่ะ ฉันตั้งท้องได้เจ็ดเดือนแล้ว และเด็กคนนี้ก็เป็นลูกของคุณค่ะ” ปลายฝนเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ มือเรียวสั่นเทาลูบเบาๆที่หน้าท้องนูนเด่นของตัวเอง “ในเมื่อเขาก็เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของคุณ ฉัน...ฉันแค่อยากมาบอกให้คุณรู้และอยากให้คุณช่วยรับผิดชอบลูกบ้าง” น่านฟ้าชะงักไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำว่า ‘ท้อง’ แต่ความตกใจนั้นถูกแทนที่ด้วยความโกรธเคืองทันที เขามองว่าผู้หญิงคนนี้วางแผนมาจับเขาชัดๆ “หึ! ท้องงั้นเหรอ?” น่านฟ้าลุกขึ้นยืนเต็มความสูงเดินเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานด้วยแววตาวาวโรจน์ “เธอคิดจะเอาเด็กมาผูกมัดฉันงั้นสินะ ตื่นจากความฝันได้แล้ว! เรื่องคืนนั้นมันก็แค่การซื้อขายแฟร์ๆ ต่างคนต่างได้สิ่งที่ต้องการ จบแล้วก็คือจบ อย่ามาทำมารยาเรียกร้องความรับผิดชอบอะไรบ้าๆบอๆจากฉันเลย เด็กในท้องจะใช่ลูกฉันหรือเปล่าก็ไม่รู้” “คุณหมอ! ทำไมถึงพูดจาใจร้ายแบบนี้คะ!” ปลายฝนสะอื้นไห้จนตัวโยน หัวใจแตกสลายไม่เหลือชิ้นดีเมื่อได้ยินคำดูถูกเหยียดหยาม หยามเกียรติความเป็นแม่จากปากของพ่อเด็ก “เด็กคนนี้เป็นลูกของคุณจริงๆนะคะ! ฉันไม่ได้นอนกับใครอื่นเลย!” “เลิกเล่นละครน้ำเน่าแล้วไสหัวไปซะ! ถ้าไม่อยากให้ฉันเรียกรปภ.มาลากตัวเธอออกไป!” น่านฟ้าตวาดกร้าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาและไร้ความปรานี ใบหน้าหล่อเหลานิ่งสนิทไร้ความรู้สึกผิดใดๆทั้งสิ้น “จำใส่สมองไว้ซะว่าอย่ามาให้ฉันเห็นหน้าอีก และอย่าเอาเรื่องตลกแบบนี้มาเรียกร้องอะไรจากฉัน ออกไป!” ปลายฝนยืนนิ่งน้ำตาอาบแก้ม หัวใจชาหนึบจนก้าวขาแทบไม่ออก เธอรู้แล้วว่าผู้ชายคนนี้ทั้งใจร้ายและไร้หัวใจแค่ไหน ปลายฝนหันหลังกลับแล้ววิ่งหนีออกจากห้องตรวจนั้นทั้งสะอื้น ปล่อยให้ตัวเองจมอยู่กับความเจ็บปวดและผิดหวังอย่างถึงที่สุดโดยสาบานกับตัวเองว่าจะไม่มีวันมาเหยียบที่นี่หรือขอความช่วยเหลือจากผู้ชายใจร้ายคนนี้อีกเป็นครั้งที่สองบรรยากาศยามสายในสวนสาธารณะร่มรื่นเต็มไปด้วย tree canopy ที่แผ่กิ่งก้านให้ร่มเงา ลมเย็นๆพัดโชยกลิ่นอายธรรมชาติช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย น้องพายุในชุดเสื้อยืดสีสดใสกับกางเกงขาสั้นกำลังวิ่งดุ๊กดิ๊กไปตามทางเดินด้วยความตื่นเต้น มือเล็กข้างหนึ่งกำของเล่นชิ้นโปรดไว้แน่นโดยมีคุณพ่อรูปหล่ออย่างน่านฟ้าเดินกุมมือน้อยๆนั้นไว้ไม่ห่าง คอยระมัดระวังไม่ให้ลูกชายสะดุดล้ม ไม่ไกลกันนักใต้ร่มเงาไม้ใหญ่ ปลายฝนในชุดเดรสคลุมท้องสีครีมละมุนกำลังนั่งพักผ่อนอยู่บนม้ายาวสีขาว ดวงตากลมโตมองตามภาพสามีและลูกชายด้วยรอยยิ้มละมุน อิ่มเอมใจกับความสุขตรงหน้าจนแทบไม่ต้องเอื้อนเอ่ยคำใดออกมา น่านฟ้าหันมาเห็นภรรยานั่งยิ้มอยู่คนเดียวจึงพาเจ้าตัวแสบวิ่งเหยาะๆเข้ามาหา “คุณแม่เหนื่อยไหมครับ ไหวหรือเปล่า เดี๋ยวปะป๊ากับพายุไปซื้อน้ำเย็นๆมาให้คุณแม่ดีกว่า นั่งรอแป๊บนึงนะ” “ปลายฝนไม่ได้เดินเยอะสักหน่อย ไม่เหนื่อยเลยค่ะ” ปลายฝนส่ายหน้ายิ้มๆพลางหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาซับเหงื่อให้ลูกชายที่วิ่งจนแก้มแดงปลั่ง “แต่เด็กแถวนี้ท่าจะเหนื่อย วิ่งซะเหงื่อท่วมเลยนะคะ” “พายุไม่เหนื่อยคับ! พายุเก่งมาก!” เจ้าตัวเล็กยกมือขึ้นปาดเหงื่อตามภาษาเด
สองเดือนต่อมา ตอนนี้อายุครรภ์ของปลายฝนย่างเข้าสู่เดือนที่ห้าแล้ว ท้องเริ่มนูนเด่นชัดเจนขึ้นตามพัฒนาการของเจ้าตัวเล็กในครรภ์ และจากการอัลตร้าซาวด์ครั้งล่าสุดก็ทำให้พวกเขายิ้มแก้มปริเมื่อแพทย์ยืนยันชัดเจนว่าลูกในท้องเป็นเด็กผู้หญิงสมใจคุณพ่อที่แอบลุ้นมานาน ตลอดระยะเวลาสองเดือนที่ผ่านมา น่านฟ้ายังคงทำหน้าที่สามีและคุณพ่อได้อย่างยอดเยี่ยมและเสมอต้นเสมอปลายไม่เคยเปลี่ยน แม้ว่าภาระหน้าที่ในฐานะแพทย์ที่โรงพยาบาลจะรัดตัวแค่ไหน แต่เขาก็ไม่เคยปล่อยให้ความเหน็ดเหนื่อยมาบกพร่องต่อหน้าที่ครอบครัว กลับบ้านตรงเวลา และคอยดูแลเอาใจใส่ปลายฝนในทุกย่างก้าวอย่างอ่อนโยนและทะนุถนอม และความเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดเจนอีกอย่างนึงคือบนเตียงนอนกว้างไม่ได้มีพื้นที่สำหรับปลายฝนคนเดียวอีกต่อไป นับตั้งแต่วันที่น่านฟ้าขึ้นมานอนเคียงข้างในคืนนั้น โซฟาตัวเดิมในห้องนั่งเล่นก็กลายเป็นเพียงเฟอร์นิเจอร์ประดับห้องไปโดยปริยาย เพราะที่นอนประจำยามค่ำคืนของนายแพทย์หนุ่มได้ย้ายมาอยู่บนเตียงนอนนุ่มเคียงข้างภรรยาและลูกน้อยในท้องทุกคืน ในขณะที่เจ้าตัวเล็กอย่างน้องพายุในวัยสองขวบก็เริ่มแยกเตียงนอนเป็นของตัวเองแล้ว แต่ถูกจัดวางให
วันต่อมา น่านฟ้าที่ตื่นนอนก่อนค่อยๆขยับตัวอย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนคนในอ้อมแขน ก่อนจะรวบร่างนุ่มนิ่มของปลายฝนเข้ามากอดแนบชิดอกอย่างอ่อนโยนและหวงแหน ปลายฝนขยับตัวเล็กน้อย เปลือกตาสีมุกกะพริบปริบๆเพื่อปรับโฟกัสฝืนความงัวเงียยามเช้า น่านฟ้าก้มมองภรรยาคนสวยที่ยังมีท่าทางสะลึมสะลือ ดวงตาคมฉายแววเอ็นดู ชายหนุ่มโน้มใบหน้าลงต่ำแล้วกดริมฝีปากจูบลงบนหน้าผากเนียนแผ่วเบาอย่างนุ่มนวล สัมผัสอุ่นละมุนที่แนบลงมาทำเอาปลายฝนชะงักกึก อาการงัวเงียหายเป็นปลิดทิ้งในเสี้ยววินาที หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบแล้วเต้นโครมครามรัวเร็วขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้ ความเขินอายพลุ่งพล่านขึ้นมาจนเห่อร้อนไปทั่วทั้งดวงหน้า เพราะเธอยังไม่คุ้นชินกับการตื่นมาเจอความใกล้ชิดสนิทสนมแบบนี้ น่านฟ้าเห็นดวงหน้าหวานแดงก่ำแถมยังมีท่าทางเลิ่กลั่กยิ่งนึกหมั่นเขี้ยวในความน่ารัก ชายหนุ่มจึงแกล้งโน้มใบหน้าลงไปกดจูบซ้ำลงที่หน้าผากเธออีกฟอดใหญ่ ฟอด “พอแล้วค่ะ ปลายฝนจะลุกแล้ว” ปลายฝนรีบยกมือขึ้นดันแผงอกเขาเบาๆ น้ำเสียงติดจะงอนนิดๆเพื่อกลบเกลื่อนความเขิน “ยังไม่อยากให้รีบลุกเลย...” น่านฟ้ากระซิบเสียงทุ้มพร่า แววตาพราวระยับ วงแขนแกร่
สองเดือนผ่านไป ตอนนี้อายุครรภ์ของปลายฝนย่างเข้าสู่เดือนที่สามแล้ว อาการแพ้ท้องอย่างหนักหน่วงในช่วงแรกเริ่มทุเลาลงไปมาก ร่างกายเริ่มกลับมาสดใสและแข็งแรงขึ้นตามลำดับ ตลอดระยะเวลาสองเดือนที่ผ่านมา พื้นที่ใช้สอยในคอนโดมิเนียมส่วนตัวของเธอไม่ได้มีแค่เธอกับน้องพายุอีกต่อไปเมื่อน่านฟ้าตัดสินใจย้ายข้าวของบางส่วนมาร่วมชายคาเดียวกันเพื่อทำหน้าที่ดูแลทั้งภรรยาและลูกน้อยในครรภ์อย่างใกล้ชิด ทุกๆวันน่านฟ้ายังคงไปทำหน้าที่แพทย์ฝีมือดีที่โรงพยาบาลที่ครอบครัวเป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้นใหญ่ตามปกติ แต่ทันทีที่หมดเวลาภารกิจในโรงพยาบาล ชายหนุ่มจะรีบเคลียร์งานและตรงดิ่งกลับคอนโดทันทีเพื่อมาช่วยดูแลครอบครัว โดยบรรยากาศในห้องอบอวลไปด้วยความสุขและความอลวนเล็กๆเมื่อมีเจ้าตัวเล็กอย่างน้องพายุลูกชายวัยหนึ่งขวบแปดเดือนเข้ามาสร้างสีสัน พายุในวัยกำลังซนและช่างพูดช่างจามักจะสลับสับเปลี่ยนสถานที่นอนตามความเหมาะสม โดยบางคืนที่ปลายฝนต้องการพักผ่อนมากๆ คุณย่าจะช่วยรับตัวหลานชายไปนอนเล่นที่บ้านใหญ่เพื่อแบ่งเบาภาระ แต่ในหลายๆคืนที่พายุอยู่ด้วย น่านฟ้าก็แสดงบทบาทคุณพ่อมือทองได้อย่างยอดเยี่ยม ทั้งอุ้ม ทั้งกล่อมและช่วยภรรยาอ
น่านฟ้าที่นั่งคุกเข่ารออยู่ไม่ห่าง สังเกตเห็นใบหน้าซีดเซียวและคราบเหงื่อที่ซึมตามไรผมของหญิงสาว ชายหนุ่มจึงขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด หยิบผ้าเช็ดหน้าผืนเล็กชุบน้ำหมาดๆมาซับเช็ดตามใบหน้า ลำคอ และฝ่ามือให้เธออย่างเบามือและทะนุถนอมที่สุดราวกับเธอดั่งแก้วตาในยามนี้ ปลายฝนลืมตาขึ้นมองการกระทำนั้นด้วยแววตาที่เจือความประหลาดใจระคนซาบซึ้ง เธอไม่ได้ปฏิเสธหรือปัดป้องความช่วยเหลือเหมือนทุกที ปล่อยให้เขาปรนนิบัติดูแลจนสะอาดสะอ้านเรียบร้อย เมื่อจัดการทุกอย่างเสร็จ น่านฟ้าก็ช้อนมือขึ้นประคองแผ่นหลังบาง ช่วยพยุงร่างที่ไร้เรี่ยวแรงของเธอลุกขึ้นเดินออกจากห้องน้ำกลับมายังเตียงนอนนุ่ม ชายหนุ่มค่อยๆวางเธอลงนอนราบอย่างระมัดระวัง ก่อนจะช่วยดึงผ้าห่มผืนหนาขึ้นมาห่มคลุมให้จนถึงช่วงอกเพื่อป้องกันไม่ให้เธอโดนความเย็นจากเครื่องปรับอากาศเล่นงานซ้ำ เขาทิ้งตัวลงนั่งบนเตียง มือหนายื่นไปปัดปอยผมที่ชื้นเหงื่อปรกลงมาข้างแก้มออกให้อย่างอ่อนโยน ปลายนิ้วอุ่นเกลี่ยไล้เบาๆที่ข้างขมับเพื่อช่วยปลอบประโลมให้เธอรู้สึกผ่อนคลาย “นอนต่อนะ หลับตาพักผ่อนให้สบายใจได้เลย ไม่ต้องกังวลอะไรทั้งนั้น พี่จะยังอยู่ตรงนี้ คอยดูแลเธออยู่ข
ปลายฝนในชุดนอนผ้าเนื้อนุ่มนิ่มที่น่านฟ้าเตรียมไว้ให้เดินออกมาจากห้องน้ำ ความสะอาดสะอ้านและกลิ่นหอมจางๆจากสบู่ช่วยให้ร่างกายที่เคยอ่อนเพลียรู้สึกเบาสบายขึ้นมาก เธอเดินสำรวจความเรียบร้อยรอบห้อง ก่อนจะตัดสินใจเปิดประตูห้องนอนออกไปยังส่วนของห้องรับแขกด้านนอก ในใจของเธอนึกคิดไปว่าเวลาล่วงเลยมาจนมืดค่ำป่านนี้แล้ว น่านฟ้าน่าจะจัดการธุระและเดินทางกลับคอนโดของเขาไปตั้งแต่ตอนที่เธอาบน้ำอยู่แล้ว ทว่า...ภาพที่ปรากฏตรงหน้ากลับผิดคาด ร่างสูงของน่านฟ้าไม่ได้หายไปไหนเลย ชายหนุ่มยังคงนั่งอยู่บนโซฟาราวกับกำลังเฝ้ารอคอยอะไรบางอย่าง ทันทีที่ได้ยินเสียงเปิดประตูและเห็นร่างบางเดินออกมา น่านฟ้าก็ดีดตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูงอย่างรวดเร็ว สีหน้าและแววตาฉายชัดถึงความห่วงใยทันทีที่สบตากัน “อาบน้ำเสร็จแล้วเหรอ รู้สึกดีขึ้นบ้างไหม” น่านฟ้าเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ก้าวเท้าเข้ามาใกล้ด้วยความระมัดระวังราวกับกลัวเธอจะตกใจ “ดึกแล้วหิวไหม อยากทานอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่า เดี๋ยวพี่สั่งเดลิเวอรี่หรือลงไปหาซื้อมาให้ เอาโจ๊กเพิ่มอีกสักชามไหม หรือจะเป็นผลไม้รสเปรี้ยวดี” คำถามรัวๆที่เต็มไปด้วยความใส่ใจและปรารถนาดีทำเ







