LOGINเวลาผ่านไปหนึ่งปีเศษ
หลังคลอดลูกปลายฝนก็ลาออกจากงานบริษัทมาเลี้ยงลูกและหารายได้จากทางอื่น เธอกลายเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว เธอเติบโตและเข้มแข็งขึ้นเพื่อลูกชายตัวน้อยวัย1ขวบชื่อ ‘น้องพายุ’ วันนี้พายุตัวน้อยเกิดอาการไข้ขึ้นสูงและตัวร้อนจี๋ ปลายฝนจึงรีบพาลูกชายมาหาหมอที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ซึ่งไม่ใช่โรงพยาบาลเดิมที่เธอเคยไปหาน่านฟ้าในอดีต ประตูห้องตรวจเปิดออก ปลายฝนสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกความเข้มแข็งก่อนจะอุ้มลูกชายตัวน้อยวัยหนึ่งขวบที่กำลังงอแงเพราะพิษไข้เดินเข้ามาข้างใน “เชิญนั่งครับ” เสียงทุ้มต่ำคุ้นหูดังขึ้นจากหลังโต๊ะทำงาน หมอหนุ่มในชุดสครับสีน้ำเงินเข้ม เสื้อคอวีรับกับสัดส่วนช่วงไหล่กว้างและกางเกงขายาวทะมัดทะแมงภายใต้กรอบแว่นสายตาที่สวมอยู่ไม่ได้บดบังความหล่อเหลาเลยแม้แต่น้อย น่านฟ้าก้มหน้าลงเขียนประวัติย่อในแฟ้มโดยยังไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองผู้เป็นแม่ เมื่อดวงตากลมโตมองชัดๆว่าคุณหมอเจ้าของไข้ในห้องนี้คือ น่านฟ้า พ่อของลูกที่เธอเคยถูกเขาปฏิเสธอย่างไม่ไยดีเมื่อปีก่อน ทำไมถึงเป็นเขา...ปลายฝนตัวชาไปหมด มือที่โอบอุ้มร่างเล็กของน้องพายุเริ่มสั่นเทา “คุณแม่น้องพายุใช่ไหมครับ เชิญนั่งก่อนครับ น้องอาการเป็นยังไงบ้างครับช่วงนี้” น่านฟ้าเอ่ยถามต่อด้วยน้ำเสียงราบเรียบเป็นทางการ พร้อมกับเงยหน้าขึ้นสบตาผู้ป่วยและญาติ ดวงตาคมกริบของน่านฟ้ากวาดมองใบหน้าซีดเซียวของปลายฝนแวบหนึ่ง ปลายฝนกลืนก้อนสะอื้นลงคอ พยายามควบคุมเสียงไม่ให้สั่นเครือ เธอนั่งลงบนเก้าอี้ตรงข้ามโต๊ะตรวจก่อนจะเอ่ยตอบออกไป “คะ...คือ น้องพายุตัวร้อนจัดแล้วก็ซึมตั้งแต่เมื่อคืนค่ะคุณหมอ ทานนมไม่ได้เลยค่ะ” ปลายฝนพยายามหลบสายตา กลัวว่าเขาจะจำแววตาหรือเสียงของเธอได้ น่านฟ้าพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ เขารับแฟ้มประวัติมาเปิดดูผ่านๆก่อนจะลุกจากเก้าอี้เดินมาตรวจอาการเบื้องต้น ใช้เครื่องฟังตรวจเสียงปอดและจับหน้าผากเด็กน้อย “ไข้ค่อนข้างสูงนะครับ เดี๋ยวผมขอตรวจดูช่องคอและฟังปอดให้ละเอียดอีกทีนะหนูน้อย” น่านฟ้าพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนลงเล็กน้อยตามสัญชาตญาณของหมอเด็กที่เอ็นดูผู้ป่วยตัวน้อย น้องพายุร้องไห้งอแงด้วยความกลัวหมอ ปลายฝนต้องรีบกอดปลอบลูกชายเบาๆ “ไม่ร้องนะลูก คนเก่งของแม่ เดี๋ยวกินยาแล้วก็หายเจ็บนะลูกนะ” น่านฟ้าตรวจเช็คอาการอย่างรวดเร็วและคล่องแคล่ว ก่อนจะเดินกลับมานั่งที่เดิมแล้วเอ่ยบอกด้วยสีหน้านิ่งสงบตามปกติ “ดูจากอาการแล้ว น้องน่าจะเป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์Aครับ เดี๋ยวผมจะสั่งยาลดไข้ และให้น้ำเกลือเสริมเล็กน้อยที่ห้องฉีดยานะครับ คุณแม่ไม่ต้องกังวล เดี๋ยวผมเขียนใบสั่งยาให้ รับรองว่ากินยาตามที่หมอสั่ง ไม่กี่วันก็หายดีครับ” “ค่ะ ขอบคุณค่ะคุณหมอ” ปลายฝนรับใบสั่งยามาจากมือของเขา มือเรียวสั่นน้อยๆตอนที่ปลายนิ้วเกือบจะสัมผัสกัน น่านฟ้าพยักหน้ารับสั้นๆโดยไม่ได้ใส่ใจอะไรอีก หันไปเรียกคิวถัดไปทันที ปลายฝนอุ้มลูกชายเดินออกจากห้องตรวจด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งเจ็บแปลบในอกที่เขาจำเธอไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียว และทั้งโล่งใจที่อย่างน้อยเขาก็ทำหน้าที่รักษาลูกในฐานะหมอคนหนึ่งอย่างเต็มที่ โดยที่เธอไม่ต้องเอ่ยปากขอความเมตตาจากผู้ชายใจร้ายคนนี้อีก ร้านกาแฟ น่านฟ้า กุมารแพทย์หนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความนิ่งขรึมและเย็นชา นั่งอยู่ตรงข้ามกับหญิงสาวร่างบางในชุดเสื้อกาวน์สีขาวสะอาดตา เธอกำลังส่งยิ้มหวานหยาดเยิ้มให้เขา รอยยิ้มที่ทำให้น้ำแข็งในใจของหมอหนุ่มละลายหายไปในพริบตา ผู้หญิงคนนี้คือหมอรดา กุมารแพทย์สาวเพื่อนร่วมงานคนเก่งที่เขาแอบรักมาตั้งแต่สมัยเรียนกุมารเวชศาสตร์ปีหนึ่ง และเธอก็ยังคงเป็นหนึ่งเดียวในใจของเขาเสมอมาจนถึงตอนนี้ “เหนื่อยไหมคะน่านฟ้า ช่วงนี้เห็นเคสเด็กไข้หวัดใหญ่เยอะมากเลยนี่นา” รดาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล พร้อมกับเลื่อนแก้วกาแฟโปรดมาให้เขา น่านฟ้าที่ปกติมักจะตีสีหน้านิ่งเรียบใส่ทุกคนเผลอระบายยิ้มละมุนออกมาอย่างปิดไม่มิด แววตาคมกริบที่เคยเยียบเย็นกลับทอประกายอบอุ่นและอ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัดยามที่มองผู้หญิงตรงหน้า “ถ้าเหนื่อย...แต่พอได้มาเห็นหน้ารดาแบบนี้ก็หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้งเลยครับ” น่านฟ้าตอบด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มละมุนละไมจนคนฟังถึงกับแก้มแดงระเรื่อด้วยความเขินอาย รดาหัวเราะเบาๆในลำคอ หลบสายตาคู่คมที่มองมาด้วยความเสน่หาอย่างเปิดเผย “น่านฟ้าก็...ปากหวานตลอดเลยนะคะ ระวังเถอะค่ะ เดี๋ยวพยาบาลคนอื่นได้ยินเข้าจะหาว่าคุณหมอใจร้ายคนนั้นเปลี่ยนไปเป็นคนละคนนะ” “ต่อให้ผมจะใจร้ายกับคนทั้งโลก แต่กับรดา...ผมใจดีและยอมแพ้ให้คนเดียวแค่นั้นแหละครับ” น่านฟ้าพูดออกไปตามความรู้สึกที่อัดแน่นอยู่ในใจมานานแรมปี สายตาของเขามองสำรวจใบหน้าหวานของเธอด้วยความหลงใหลและทะนุถนอมราวกับเธอบอบบางและล้ำค่าที่สุดในชีวิต รดายิ่งเขินหนักขึ้นไปอีก เธอก้มหน้าลงซ่อนรอยยิ้มหวานบนใบหน้าขณะที่น่านฟ้านั่งมองท่าทางน่ารักนั้นด้วยหัวใจที่พองโตบรรยากาศยามสายในสวนสาธารณะร่มรื่นเต็มไปด้วย tree canopy ที่แผ่กิ่งก้านให้ร่มเงา ลมเย็นๆพัดโชยกลิ่นอายธรรมชาติช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย น้องพายุในชุดเสื้อยืดสีสดใสกับกางเกงขาสั้นกำลังวิ่งดุ๊กดิ๊กไปตามทางเดินด้วยความตื่นเต้น มือเล็กข้างหนึ่งกำของเล่นชิ้นโปรดไว้แน่นโดยมีคุณพ่อรูปหล่ออย่างน่านฟ้าเดินกุมมือน้อยๆนั้นไว้ไม่ห่าง คอยระมัดระวังไม่ให้ลูกชายสะดุดล้ม ไม่ไกลกันนักใต้ร่มเงาไม้ใหญ่ ปลายฝนในชุดเดรสคลุมท้องสีครีมละมุนกำลังนั่งพักผ่อนอยู่บนม้ายาวสีขาว ดวงตากลมโตมองตามภาพสามีและลูกชายด้วยรอยยิ้มละมุน อิ่มเอมใจกับความสุขตรงหน้าจนแทบไม่ต้องเอื้อนเอ่ยคำใดออกมา น่านฟ้าหันมาเห็นภรรยานั่งยิ้มอยู่คนเดียวจึงพาเจ้าตัวแสบวิ่งเหยาะๆเข้ามาหา “คุณแม่เหนื่อยไหมครับ ไหวหรือเปล่า เดี๋ยวปะป๊ากับพายุไปซื้อน้ำเย็นๆมาให้คุณแม่ดีกว่า นั่งรอแป๊บนึงนะ” “ปลายฝนไม่ได้เดินเยอะสักหน่อย ไม่เหนื่อยเลยค่ะ” ปลายฝนส่ายหน้ายิ้มๆพลางหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาซับเหงื่อให้ลูกชายที่วิ่งจนแก้มแดงปลั่ง “แต่เด็กแถวนี้ท่าจะเหนื่อย วิ่งซะเหงื่อท่วมเลยนะคะ” “พายุไม่เหนื่อยคับ! พายุเก่งมาก!” เจ้าตัวเล็กยกมือขึ้นปาดเหงื่อตามภาษาเด
สองเดือนต่อมา ตอนนี้อายุครรภ์ของปลายฝนย่างเข้าสู่เดือนที่ห้าแล้ว ท้องเริ่มนูนเด่นชัดเจนขึ้นตามพัฒนาการของเจ้าตัวเล็กในครรภ์ และจากการอัลตร้าซาวด์ครั้งล่าสุดก็ทำให้พวกเขายิ้มแก้มปริเมื่อแพทย์ยืนยันชัดเจนว่าลูกในท้องเป็นเด็กผู้หญิงสมใจคุณพ่อที่แอบลุ้นมานาน ตลอดระยะเวลาสองเดือนที่ผ่านมา น่านฟ้ายังคงทำหน้าที่สามีและคุณพ่อได้อย่างยอดเยี่ยมและเสมอต้นเสมอปลายไม่เคยเปลี่ยน แม้ว่าภาระหน้าที่ในฐานะแพทย์ที่โรงพยาบาลจะรัดตัวแค่ไหน แต่เขาก็ไม่เคยปล่อยให้ความเหน็ดเหนื่อยมาบกพร่องต่อหน้าที่ครอบครัว กลับบ้านตรงเวลา และคอยดูแลเอาใจใส่ปลายฝนในทุกย่างก้าวอย่างอ่อนโยนและทะนุถนอม และความเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดเจนอีกอย่างนึงคือบนเตียงนอนกว้างไม่ได้มีพื้นที่สำหรับปลายฝนคนเดียวอีกต่อไป นับตั้งแต่วันที่น่านฟ้าขึ้นมานอนเคียงข้างในคืนนั้น โซฟาตัวเดิมในห้องนั่งเล่นก็กลายเป็นเพียงเฟอร์นิเจอร์ประดับห้องไปโดยปริยาย เพราะที่นอนประจำยามค่ำคืนของนายแพทย์หนุ่มได้ย้ายมาอยู่บนเตียงนอนนุ่มเคียงข้างภรรยาและลูกน้อยในท้องทุกคืน ในขณะที่เจ้าตัวเล็กอย่างน้องพายุในวัยสองขวบก็เริ่มแยกเตียงนอนเป็นของตัวเองแล้ว แต่ถูกจัดวางให
วันต่อมา น่านฟ้าที่ตื่นนอนก่อนค่อยๆขยับตัวอย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนคนในอ้อมแขน ก่อนจะรวบร่างนุ่มนิ่มของปลายฝนเข้ามากอดแนบชิดอกอย่างอ่อนโยนและหวงแหน ปลายฝนขยับตัวเล็กน้อย เปลือกตาสีมุกกะพริบปริบๆเพื่อปรับโฟกัสฝืนความงัวเงียยามเช้า น่านฟ้าก้มมองภรรยาคนสวยที่ยังมีท่าทางสะลึมสะลือ ดวงตาคมฉายแววเอ็นดู ชายหนุ่มโน้มใบหน้าลงต่ำแล้วกดริมฝีปากจูบลงบนหน้าผากเนียนแผ่วเบาอย่างนุ่มนวล สัมผัสอุ่นละมุนที่แนบลงมาทำเอาปลายฝนชะงักกึก อาการงัวเงียหายเป็นปลิดทิ้งในเสี้ยววินาที หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบแล้วเต้นโครมครามรัวเร็วขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้ ความเขินอายพลุ่งพล่านขึ้นมาจนเห่อร้อนไปทั่วทั้งดวงหน้า เพราะเธอยังไม่คุ้นชินกับการตื่นมาเจอความใกล้ชิดสนิทสนมแบบนี้ น่านฟ้าเห็นดวงหน้าหวานแดงก่ำแถมยังมีท่าทางเลิ่กลั่กยิ่งนึกหมั่นเขี้ยวในความน่ารัก ชายหนุ่มจึงแกล้งโน้มใบหน้าลงไปกดจูบซ้ำลงที่หน้าผากเธออีกฟอดใหญ่ ฟอด “พอแล้วค่ะ ปลายฝนจะลุกแล้ว” ปลายฝนรีบยกมือขึ้นดันแผงอกเขาเบาๆ น้ำเสียงติดจะงอนนิดๆเพื่อกลบเกลื่อนความเขิน “ยังไม่อยากให้รีบลุกเลย...” น่านฟ้ากระซิบเสียงทุ้มพร่า แววตาพราวระยับ วงแขนแกร่
สองเดือนผ่านไป ตอนนี้อายุครรภ์ของปลายฝนย่างเข้าสู่เดือนที่สามแล้ว อาการแพ้ท้องอย่างหนักหน่วงในช่วงแรกเริ่มทุเลาลงไปมาก ร่างกายเริ่มกลับมาสดใสและแข็งแรงขึ้นตามลำดับ ตลอดระยะเวลาสองเดือนที่ผ่านมา พื้นที่ใช้สอยในคอนโดมิเนียมส่วนตัวของเธอไม่ได้มีแค่เธอกับน้องพายุอีกต่อไปเมื่อน่านฟ้าตัดสินใจย้ายข้าวของบางส่วนมาร่วมชายคาเดียวกันเพื่อทำหน้าที่ดูแลทั้งภรรยาและลูกน้อยในครรภ์อย่างใกล้ชิด ทุกๆวันน่านฟ้ายังคงไปทำหน้าที่แพทย์ฝีมือดีที่โรงพยาบาลที่ครอบครัวเป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้นใหญ่ตามปกติ แต่ทันทีที่หมดเวลาภารกิจในโรงพยาบาล ชายหนุ่มจะรีบเคลียร์งานและตรงดิ่งกลับคอนโดทันทีเพื่อมาช่วยดูแลครอบครัว โดยบรรยากาศในห้องอบอวลไปด้วยความสุขและความอลวนเล็กๆเมื่อมีเจ้าตัวเล็กอย่างน้องพายุลูกชายวัยหนึ่งขวบแปดเดือนเข้ามาสร้างสีสัน พายุในวัยกำลังซนและช่างพูดช่างจามักจะสลับสับเปลี่ยนสถานที่นอนตามความเหมาะสม โดยบางคืนที่ปลายฝนต้องการพักผ่อนมากๆ คุณย่าจะช่วยรับตัวหลานชายไปนอนเล่นที่บ้านใหญ่เพื่อแบ่งเบาภาระ แต่ในหลายๆคืนที่พายุอยู่ด้วย น่านฟ้าก็แสดงบทบาทคุณพ่อมือทองได้อย่างยอดเยี่ยม ทั้งอุ้ม ทั้งกล่อมและช่วยภรรยาอ
น่านฟ้าที่นั่งคุกเข่ารออยู่ไม่ห่าง สังเกตเห็นใบหน้าซีดเซียวและคราบเหงื่อที่ซึมตามไรผมของหญิงสาว ชายหนุ่มจึงขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด หยิบผ้าเช็ดหน้าผืนเล็กชุบน้ำหมาดๆมาซับเช็ดตามใบหน้า ลำคอ และฝ่ามือให้เธออย่างเบามือและทะนุถนอมที่สุดราวกับเธอดั่งแก้วตาในยามนี้ ปลายฝนลืมตาขึ้นมองการกระทำนั้นด้วยแววตาที่เจือความประหลาดใจระคนซาบซึ้ง เธอไม่ได้ปฏิเสธหรือปัดป้องความช่วยเหลือเหมือนทุกที ปล่อยให้เขาปรนนิบัติดูแลจนสะอาดสะอ้านเรียบร้อย เมื่อจัดการทุกอย่างเสร็จ น่านฟ้าก็ช้อนมือขึ้นประคองแผ่นหลังบาง ช่วยพยุงร่างที่ไร้เรี่ยวแรงของเธอลุกขึ้นเดินออกจากห้องน้ำกลับมายังเตียงนอนนุ่ม ชายหนุ่มค่อยๆวางเธอลงนอนราบอย่างระมัดระวัง ก่อนจะช่วยดึงผ้าห่มผืนหนาขึ้นมาห่มคลุมให้จนถึงช่วงอกเพื่อป้องกันไม่ให้เธอโดนความเย็นจากเครื่องปรับอากาศเล่นงานซ้ำ เขาทิ้งตัวลงนั่งบนเตียง มือหนายื่นไปปัดปอยผมที่ชื้นเหงื่อปรกลงมาข้างแก้มออกให้อย่างอ่อนโยน ปลายนิ้วอุ่นเกลี่ยไล้เบาๆที่ข้างขมับเพื่อช่วยปลอบประโลมให้เธอรู้สึกผ่อนคลาย “นอนต่อนะ หลับตาพักผ่อนให้สบายใจได้เลย ไม่ต้องกังวลอะไรทั้งนั้น พี่จะยังอยู่ตรงนี้ คอยดูแลเธออยู่ข
ปลายฝนในชุดนอนผ้าเนื้อนุ่มนิ่มที่น่านฟ้าเตรียมไว้ให้เดินออกมาจากห้องน้ำ ความสะอาดสะอ้านและกลิ่นหอมจางๆจากสบู่ช่วยให้ร่างกายที่เคยอ่อนเพลียรู้สึกเบาสบายขึ้นมาก เธอเดินสำรวจความเรียบร้อยรอบห้อง ก่อนจะตัดสินใจเปิดประตูห้องนอนออกไปยังส่วนของห้องรับแขกด้านนอก ในใจของเธอนึกคิดไปว่าเวลาล่วงเลยมาจนมืดค่ำป่านนี้แล้ว น่านฟ้าน่าจะจัดการธุระและเดินทางกลับคอนโดของเขาไปตั้งแต่ตอนที่เธอาบน้ำอยู่แล้ว ทว่า...ภาพที่ปรากฏตรงหน้ากลับผิดคาด ร่างสูงของน่านฟ้าไม่ได้หายไปไหนเลย ชายหนุ่มยังคงนั่งอยู่บนโซฟาราวกับกำลังเฝ้ารอคอยอะไรบางอย่าง ทันทีที่ได้ยินเสียงเปิดประตูและเห็นร่างบางเดินออกมา น่านฟ้าก็ดีดตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูงอย่างรวดเร็ว สีหน้าและแววตาฉายชัดถึงความห่วงใยทันทีที่สบตากัน “อาบน้ำเสร็จแล้วเหรอ รู้สึกดีขึ้นบ้างไหม” น่านฟ้าเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ก้าวเท้าเข้ามาใกล้ด้วยความระมัดระวังราวกับกลัวเธอจะตกใจ “ดึกแล้วหิวไหม อยากทานอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่า เดี๋ยวพี่สั่งเดลิเวอรี่หรือลงไปหาซื้อมาให้ เอาโจ๊กเพิ่มอีกสักชามไหม หรือจะเป็นผลไม้รสเปรี้ยวดี” คำถามรัวๆที่เต็มไปด้วยความใส่ใจและปรารถนาดีทำเ







