Masukในค่ำคืนหนึ่ง
เสียงร้องไห้งอแงด้วยความทรมานดังระงมไปทั่วห้องพักคับแคบ ปลายฝนสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึกด้วยความตกใจ เธอกดมือลงบนหน้าผากเล็กๆของน้องพายุ แล้วก็ต้องใจหายวาบเมื่อพบว่าตัวลูกชายร้อนจัดราวกับไฟ ร่างกายของเด็กชายหายใจหอบถี่และมีอาการอาเจียนร่วมกับท้องเสียซ้ำซ้อนจากอาการติดเชื้อที่ยังไม่หายดี “พายุ...ลูก เป็นยังไงบ้างคนเก่งของแม่!” ปลายฝนหน้าถอดสีด้วยความตื่นตระหนก เธอยัดร่างเล็กของลูกห่อผ้าห่มแล้วรีบเรียกรถแท็กซี่พุ่งตรงไปที่โรงพยาบาลเอกชนในยามวิกาลทันที เมื่อมาถึงห้องฉุกเฉิน พายุไข้ขึ้นสูงจนเริ่มมีอาการชักเกร็งเล็กน้อย ปลายฝนร้องไห้โฮกอดลูกแน่นด้วยความหวาดกลัวหัวใจแทบสลาย ในจังหวะวิกฤตนั้นเอง น่านฟ้า กุมารแพทย์หนุ่มที่เข้าเวรดึกอยู่พอดีรีบวิ่งเข้ามาดูเคสเร่งด่วน เมื่อเห็นสภาพเด็กน้อยและผู้เป็นแม่ที่หน้าตาตื่นตระหนก เขาก็สวมวิญญาณแพทย์มืออาชีพเข้ามาประคองเด็กและสั่งการพยาบาลอย่างรวดเร็ว “เด็กไข้สูงจัดและมีภาวะขาดน้ำจากการอาเจียนกับท้องเสียครับ เตรียมห้องฉุกเฉินด่วน!” น่านฟ้าเอ่ยเสียงเข้ม ก่อนจะอุ้มร่างเล็กของน้องพายุเข้าไปด้านในทันทีโดยมีปลายฝนวิ่งตามน้ำตาอาบหน้าเข้าไปด้วยใจที่หล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม ผ่านไปเกือบชั่วโมงเต็มที่น่านฟ้าและทีมแพทย์ช่วยกันเช็ดตัว ให้สารน้ำและเกลือแร่ทางหลอดเลือดดำจนอาการของเด็กชายเริ่มคงที่และพ้นขีดอันตราย ประตูห้องพักผู้ป่วยเปิดออก น่านฟ้าในชุดเสื้อกาวน์ยับย่นเล็กน้อยเดินออกมาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ปลายฝนที่นั่งรออยู่หน้าห้องรีบผุดลุกขึ้นวิ่งเข้าไปหาด้วยความร้อนใจ “คุณหมอคะ ลูกฉันเป็นยังไงบ้างคะ น้องพายุปลอดภัยแล้วใช่ไหม” ปลายฝนเอ่ยถามเสียงสั่นเครือ หยาดน้ำตายังคงคลอหน่วยเต็มเบ้า “ลูกคุณยังภูมิต้านทานต่ำและร่างกายอ่อนแอมากจากอาการท้องเสียและติดเชื้อซ้ำซ้อน ดีนะที่พามาส่งโรงพยาบาลทันเวลา ไม่งั้นอาจชักจนเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ คราวหลังควรใส่ใจดูแลเรื่องความสะอาดและอาการของลูกให้ดีกว่านี้ อย่าปล่อยให้ป่วยหนักจนเกือบแย่แบบนี้อีก” น่านฟ้าตอบด้วยน้ำเสียงเรียบสนิทตามหน้าที่ คำพูดตักเตือนแกมตำหนิราดรดลงบนหัวใจของคนเป็นแม่จนเจ็บแปลบ ปลายฝนเม้มปากแน่นกลืนก้อนสะอื้นลงคอไม่กล้าแม้แต่จะเถียงเพราะความจริงเธอก็ดูแลลูกอย่างดีที่สุดแล้ว แต่ความเหนื่อยล้าและข้อจำกัดหลายอย่างมันทำให้เธอแทบไม่ไหว “ค่ะ ขอบคุณนะคะคุณหมอที่ช่วยชีวิตลูกฉันไว้” น่านฟ้าพยักหน้ารับสั้นๆก่อนจะหมุนตัวเดินกลับเข้าไปในห้องตรวจ เขาทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ทำงาน นวดขมับเบาๆเพื่อไล่ความตึงเครียด ในจังหวะเดียวกันนั้นเอง ประตูห้องตรวจก็ถูกผลักเปิดออกเบาๆพร้อมกับร่างของหมอรดาที่ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มบางๆบนใบหน้า รดาในชุดเสื้อกาวน์สะอาดสะอ้านถือแก้วกาแฟอุ่นๆสองแก้วติดมือมาด้วย เธอมองเพื่อนร่วมงานหนุ่มที่นั่งหน้าเครียดอยู่ก่อนแล้วด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใย “ยังไม่พักผ่อนอีกเหรอคะน่านฟ้า เห็นเคสฉุกเฉินเมื่อครู่วุ่นวายพอดูเลยนี่นา” รดาเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลเป็นกันเอง เธอเดินเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานแล้ววางแก้วกาแฟอุ่นลงตรงหน้าเขา ทันทีที่เสียงของรดาดังขึ้นและเงยหน้าขึ้นสบตา บรรยากาศรอบตัวของน่านฟ้าก็เปลี่ยนไปราวกับคนละคน รังสีความเข้มงวดที่เขาใช้จัดการกับคนไข้เมื่อครู่พลันมลายหายไปจนหมดสิ้น รอยยิ้มจางๆที่หาดูได้ยากปรากฏขึ้นบนมุมปากของกุมารแพทย์หนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเย็นชา “อ้าวรดา นึกว่ากลับตึกไปพักผ่อนแล้วซะอีก” น่านฟ้าเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนและอบอุ่นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แววตาคมกริบที่เคยราบเรียบกลับพราวระยับด้วยความรู้สึกพิเศษที่ซ่อนอยู่ภายใน “ผมเพิ่งเคลียร์เคสเด็กไข้สูงเสร็จน่ะครับ เด็กร่างกายอ่อนแอเป็นทุนเดิม เลยใช้เวลาจัดการเคสอยู่นานหน่อย” รดายิ้มรับอย่างเข้าใจ เธอดึงเก้าอี้อีกตัวมานั่งลงใกล้ๆพร้อมกับมองหน้าเขาด้วยความใส่ใจ “น่านฟ้าก็เป็นห่วงคนไข้ตลอดแหละนะ แต่ตัวเองก็ต้องดูแลสุขภาพด้วย ทำงานติดกันมาหลายกะแล้วนะรู้ตัวไหม” “ขอบคุณนะที่เอากาแฟมาให้...” น่านฟ้าเอื้อมมือไปรับแก้วกาแฟจากมือเธอ ปลายนิ้วสัมผัสกันเบาๆชวนให้หัวใจเต้น “มีรดาคอยดูแลแบบนี้ ผมหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้งเลยล่ะครับ” รดาหัวเราะเบาๆในลำคอ แก้มนวลขึ้นสีจางๆด้วยความเขินอายกับคำพูดหยอกเย้าที่แฝงความนัยของเขา ทั้งสองคนนั่งพูดคุยปรึกษากันเรื่องเคสการรักษาและเรื่องสัพเพเหระด้วยบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความผ่อนคลายและเข้าใจกันและกันอย่างลึกซึ้งบรรยากาศยามสายในสวนสาธารณะร่มรื่นเต็มไปด้วย tree canopy ที่แผ่กิ่งก้านให้ร่มเงา ลมเย็นๆพัดโชยกลิ่นอายธรรมชาติช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย น้องพายุในชุดเสื้อยืดสีสดใสกับกางเกงขาสั้นกำลังวิ่งดุ๊กดิ๊กไปตามทางเดินด้วยความตื่นเต้น มือเล็กข้างหนึ่งกำของเล่นชิ้นโปรดไว้แน่นโดยมีคุณพ่อรูปหล่ออย่างน่านฟ้าเดินกุมมือน้อยๆนั้นไว้ไม่ห่าง คอยระมัดระวังไม่ให้ลูกชายสะดุดล้ม ไม่ไกลกันนักใต้ร่มเงาไม้ใหญ่ ปลายฝนในชุดเดรสคลุมท้องสีครีมละมุนกำลังนั่งพักผ่อนอยู่บนม้ายาวสีขาว ดวงตากลมโตมองตามภาพสามีและลูกชายด้วยรอยยิ้มละมุน อิ่มเอมใจกับความสุขตรงหน้าจนแทบไม่ต้องเอื้อนเอ่ยคำใดออกมา น่านฟ้าหันมาเห็นภรรยานั่งยิ้มอยู่คนเดียวจึงพาเจ้าตัวแสบวิ่งเหยาะๆเข้ามาหา “คุณแม่เหนื่อยไหมครับ ไหวหรือเปล่า เดี๋ยวปะป๊ากับพายุไปซื้อน้ำเย็นๆมาให้คุณแม่ดีกว่า นั่งรอแป๊บนึงนะ” “ปลายฝนไม่ได้เดินเยอะสักหน่อย ไม่เหนื่อยเลยค่ะ” ปลายฝนส่ายหน้ายิ้มๆพลางหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาซับเหงื่อให้ลูกชายที่วิ่งจนแก้มแดงปลั่ง “แต่เด็กแถวนี้ท่าจะเหนื่อย วิ่งซะเหงื่อท่วมเลยนะคะ” “พายุไม่เหนื่อยคับ! พายุเก่งมาก!” เจ้าตัวเล็กยกมือขึ้นปาดเหงื่อตามภาษาเด
สองเดือนต่อมา ตอนนี้อายุครรภ์ของปลายฝนย่างเข้าสู่เดือนที่ห้าแล้ว ท้องเริ่มนูนเด่นชัดเจนขึ้นตามพัฒนาการของเจ้าตัวเล็กในครรภ์ และจากการอัลตร้าซาวด์ครั้งล่าสุดก็ทำให้พวกเขายิ้มแก้มปริเมื่อแพทย์ยืนยันชัดเจนว่าลูกในท้องเป็นเด็กผู้หญิงสมใจคุณพ่อที่แอบลุ้นมานาน ตลอดระยะเวลาสองเดือนที่ผ่านมา น่านฟ้ายังคงทำหน้าที่สามีและคุณพ่อได้อย่างยอดเยี่ยมและเสมอต้นเสมอปลายไม่เคยเปลี่ยน แม้ว่าภาระหน้าที่ในฐานะแพทย์ที่โรงพยาบาลจะรัดตัวแค่ไหน แต่เขาก็ไม่เคยปล่อยให้ความเหน็ดเหนื่อยมาบกพร่องต่อหน้าที่ครอบครัว กลับบ้านตรงเวลา และคอยดูแลเอาใจใส่ปลายฝนในทุกย่างก้าวอย่างอ่อนโยนและทะนุถนอม และความเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดเจนอีกอย่างนึงคือบนเตียงนอนกว้างไม่ได้มีพื้นที่สำหรับปลายฝนคนเดียวอีกต่อไป นับตั้งแต่วันที่น่านฟ้าขึ้นมานอนเคียงข้างในคืนนั้น โซฟาตัวเดิมในห้องนั่งเล่นก็กลายเป็นเพียงเฟอร์นิเจอร์ประดับห้องไปโดยปริยาย เพราะที่นอนประจำยามค่ำคืนของนายแพทย์หนุ่มได้ย้ายมาอยู่บนเตียงนอนนุ่มเคียงข้างภรรยาและลูกน้อยในท้องทุกคืน ในขณะที่เจ้าตัวเล็กอย่างน้องพายุในวัยสองขวบก็เริ่มแยกเตียงนอนเป็นของตัวเองแล้ว แต่ถูกจัดวางให
วันต่อมา น่านฟ้าที่ตื่นนอนก่อนค่อยๆขยับตัวอย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนคนในอ้อมแขน ก่อนจะรวบร่างนุ่มนิ่มของปลายฝนเข้ามากอดแนบชิดอกอย่างอ่อนโยนและหวงแหน ปลายฝนขยับตัวเล็กน้อย เปลือกตาสีมุกกะพริบปริบๆเพื่อปรับโฟกัสฝืนความงัวเงียยามเช้า น่านฟ้าก้มมองภรรยาคนสวยที่ยังมีท่าทางสะลึมสะลือ ดวงตาคมฉายแววเอ็นดู ชายหนุ่มโน้มใบหน้าลงต่ำแล้วกดริมฝีปากจูบลงบนหน้าผากเนียนแผ่วเบาอย่างนุ่มนวล สัมผัสอุ่นละมุนที่แนบลงมาทำเอาปลายฝนชะงักกึก อาการงัวเงียหายเป็นปลิดทิ้งในเสี้ยววินาที หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบแล้วเต้นโครมครามรัวเร็วขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้ ความเขินอายพลุ่งพล่านขึ้นมาจนเห่อร้อนไปทั่วทั้งดวงหน้า เพราะเธอยังไม่คุ้นชินกับการตื่นมาเจอความใกล้ชิดสนิทสนมแบบนี้ น่านฟ้าเห็นดวงหน้าหวานแดงก่ำแถมยังมีท่าทางเลิ่กลั่กยิ่งนึกหมั่นเขี้ยวในความน่ารัก ชายหนุ่มจึงแกล้งโน้มใบหน้าลงไปกดจูบซ้ำลงที่หน้าผากเธออีกฟอดใหญ่ ฟอด “พอแล้วค่ะ ปลายฝนจะลุกแล้ว” ปลายฝนรีบยกมือขึ้นดันแผงอกเขาเบาๆ น้ำเสียงติดจะงอนนิดๆเพื่อกลบเกลื่อนความเขิน “ยังไม่อยากให้รีบลุกเลย...” น่านฟ้ากระซิบเสียงทุ้มพร่า แววตาพราวระยับ วงแขนแกร่
สองเดือนผ่านไป ตอนนี้อายุครรภ์ของปลายฝนย่างเข้าสู่เดือนที่สามแล้ว อาการแพ้ท้องอย่างหนักหน่วงในช่วงแรกเริ่มทุเลาลงไปมาก ร่างกายเริ่มกลับมาสดใสและแข็งแรงขึ้นตามลำดับ ตลอดระยะเวลาสองเดือนที่ผ่านมา พื้นที่ใช้สอยในคอนโดมิเนียมส่วนตัวของเธอไม่ได้มีแค่เธอกับน้องพายุอีกต่อไปเมื่อน่านฟ้าตัดสินใจย้ายข้าวของบางส่วนมาร่วมชายคาเดียวกันเพื่อทำหน้าที่ดูแลทั้งภรรยาและลูกน้อยในครรภ์อย่างใกล้ชิด ทุกๆวันน่านฟ้ายังคงไปทำหน้าที่แพทย์ฝีมือดีที่โรงพยาบาลที่ครอบครัวเป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้นใหญ่ตามปกติ แต่ทันทีที่หมดเวลาภารกิจในโรงพยาบาล ชายหนุ่มจะรีบเคลียร์งานและตรงดิ่งกลับคอนโดทันทีเพื่อมาช่วยดูแลครอบครัว โดยบรรยากาศในห้องอบอวลไปด้วยความสุขและความอลวนเล็กๆเมื่อมีเจ้าตัวเล็กอย่างน้องพายุลูกชายวัยหนึ่งขวบแปดเดือนเข้ามาสร้างสีสัน พายุในวัยกำลังซนและช่างพูดช่างจามักจะสลับสับเปลี่ยนสถานที่นอนตามความเหมาะสม โดยบางคืนที่ปลายฝนต้องการพักผ่อนมากๆ คุณย่าจะช่วยรับตัวหลานชายไปนอนเล่นที่บ้านใหญ่เพื่อแบ่งเบาภาระ แต่ในหลายๆคืนที่พายุอยู่ด้วย น่านฟ้าก็แสดงบทบาทคุณพ่อมือทองได้อย่างยอดเยี่ยม ทั้งอุ้ม ทั้งกล่อมและช่วยภรรยาอ
น่านฟ้าที่นั่งคุกเข่ารออยู่ไม่ห่าง สังเกตเห็นใบหน้าซีดเซียวและคราบเหงื่อที่ซึมตามไรผมของหญิงสาว ชายหนุ่มจึงขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด หยิบผ้าเช็ดหน้าผืนเล็กชุบน้ำหมาดๆมาซับเช็ดตามใบหน้า ลำคอ และฝ่ามือให้เธออย่างเบามือและทะนุถนอมที่สุดราวกับเธอดั่งแก้วตาในยามนี้ ปลายฝนลืมตาขึ้นมองการกระทำนั้นด้วยแววตาที่เจือความประหลาดใจระคนซาบซึ้ง เธอไม่ได้ปฏิเสธหรือปัดป้องความช่วยเหลือเหมือนทุกที ปล่อยให้เขาปรนนิบัติดูแลจนสะอาดสะอ้านเรียบร้อย เมื่อจัดการทุกอย่างเสร็จ น่านฟ้าก็ช้อนมือขึ้นประคองแผ่นหลังบาง ช่วยพยุงร่างที่ไร้เรี่ยวแรงของเธอลุกขึ้นเดินออกจากห้องน้ำกลับมายังเตียงนอนนุ่ม ชายหนุ่มค่อยๆวางเธอลงนอนราบอย่างระมัดระวัง ก่อนจะช่วยดึงผ้าห่มผืนหนาขึ้นมาห่มคลุมให้จนถึงช่วงอกเพื่อป้องกันไม่ให้เธอโดนความเย็นจากเครื่องปรับอากาศเล่นงานซ้ำ เขาทิ้งตัวลงนั่งบนเตียง มือหนายื่นไปปัดปอยผมที่ชื้นเหงื่อปรกลงมาข้างแก้มออกให้อย่างอ่อนโยน ปลายนิ้วอุ่นเกลี่ยไล้เบาๆที่ข้างขมับเพื่อช่วยปลอบประโลมให้เธอรู้สึกผ่อนคลาย “นอนต่อนะ หลับตาพักผ่อนให้สบายใจได้เลย ไม่ต้องกังวลอะไรทั้งนั้น พี่จะยังอยู่ตรงนี้ คอยดูแลเธออยู่ข
ปลายฝนในชุดนอนผ้าเนื้อนุ่มนิ่มที่น่านฟ้าเตรียมไว้ให้เดินออกมาจากห้องน้ำ ความสะอาดสะอ้านและกลิ่นหอมจางๆจากสบู่ช่วยให้ร่างกายที่เคยอ่อนเพลียรู้สึกเบาสบายขึ้นมาก เธอเดินสำรวจความเรียบร้อยรอบห้อง ก่อนจะตัดสินใจเปิดประตูห้องนอนออกไปยังส่วนของห้องรับแขกด้านนอก ในใจของเธอนึกคิดไปว่าเวลาล่วงเลยมาจนมืดค่ำป่านนี้แล้ว น่านฟ้าน่าจะจัดการธุระและเดินทางกลับคอนโดของเขาไปตั้งแต่ตอนที่เธอาบน้ำอยู่แล้ว ทว่า...ภาพที่ปรากฏตรงหน้ากลับผิดคาด ร่างสูงของน่านฟ้าไม่ได้หายไปไหนเลย ชายหนุ่มยังคงนั่งอยู่บนโซฟาราวกับกำลังเฝ้ารอคอยอะไรบางอย่าง ทันทีที่ได้ยินเสียงเปิดประตูและเห็นร่างบางเดินออกมา น่านฟ้าก็ดีดตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูงอย่างรวดเร็ว สีหน้าและแววตาฉายชัดถึงความห่วงใยทันทีที่สบตากัน “อาบน้ำเสร็จแล้วเหรอ รู้สึกดีขึ้นบ้างไหม” น่านฟ้าเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ก้าวเท้าเข้ามาใกล้ด้วยความระมัดระวังราวกับกลัวเธอจะตกใจ “ดึกแล้วหิวไหม อยากทานอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่า เดี๋ยวพี่สั่งเดลิเวอรี่หรือลงไปหาซื้อมาให้ เอาโจ๊กเพิ่มอีกสักชามไหม หรือจะเป็นผลไม้รสเปรี้ยวดี” คำถามรัวๆที่เต็มไปด้วยความใส่ใจและปรารถนาดีทำเ







