LOGINห้องพักแพทย์ส่วนตัว
น่านฟ้ากำลังนั่งทบทวนตารางงานสำหรับวันพรุ่งนี้ด้วยความรู้สึกผ่อนคลาย รอยยิ้มจางๆยังคงประดับอยู่บนใบหน้าหล่อเหลาเมื่อนึกถึงเหตุการณ์เมื่อช่วงบ่ายที่เขาได้พูดคุยและทานกาแฟร่วมกับหมอรดา ผู้หญิงเพียงคนเดียวที่อยู่ในห้องหัวใจของเขามาเนิ่นนาน น่านฟ้าวาดฝันถึงอนาคตที่เขาจะสามารถก้าวข้ามเส้นคำว่าเพื่อนร่วมงานเพื่อขยับสถานะไปยืนข้างกายเธอให้ได้สักวัน ความรู้สึกลึกซึ้งนี้ทำให้หัวใจของกุมารแพทย์หนุ่มเต็มไปด้วยความอ่อนโยน ซึ่งเป็นมุมที่ไม่มีใครเคยได้เห็น นอกจากผู้หญิงที่ชื่อรดาคนเดียวเท่านั้น อพาร์ทเม้นท์ ภายในห้องพักคับแคบ ปลายฝนกำลังนั่งเช็ดตัวให้น้องพายุ ลูกชายตัวน้อยวัยหนึ่งขวบด้วยความอ่อนล้าหลังจากกลับมาจากโรงพยาบาลและได้รับยาตามอาการ ไข้ของเด็กชายเริ่มลดลงบ้างแล้ว แต่ร่างเล็กๆยังคงส่งเสียงครางฮือด้วยความงอแงและซบหน้าลงกับอกแม่ “ไม่เป็นไรนะลูก...คนเก่งของแม่ เดี๋ยวตื่นมาก็หายดีแล้วนะลูกนะ” ปลายฝนกระซิบปลอบลูกชายด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ มือเรียวกอดร่างเล็กแนบอกแน่น ดวงตากลมโตคลอหน่วยไปด้วยหยาดน้ำตา ภาพใบหน้าเย็นชาและคำพูดดูถูกเหยียดหยามจากปากของน่านฟ้ายังคงวนเวียนซ้ำไปซ้ำมาในหัวของเธอราวกับแผ่นเสียงตกร่อง เขาจำเธอไม่ได้ด้วยซ้ำ เขาไม่เคยใส่ใจและมองเธอเป็นแค่อากาศธาตุ ผู้หญิงที่บังเอิญเดินเข้ามาในชีวิตเขาแค่ชั่วคราวเพื่อแลกกับเงินห้าหมื่นบาทในอดีต ความเจ็บปวดและน้อยเนื้อต่ำใจตีตื้นขึ้นมาจุกอก ปลายฝนกัดริมฝีปากแน่นจนห้อเลือดเพื่อกลั้นเสียงสะอื้นไม่ให้ลูกชายต้องตื่นขึ้นมารับรู้ความเปราะบางของแม่ แสงไฟระยิบระยับจากแชนเดอเลียร์คริสตัลส่องกระทบลงบนโต๊ะอาหารหรูหราใจกลางเมือง น่านฟ้า กุมารแพทย์หนุ่มผู้มักจะตีสีหน้านิ่งขรึมและเย็นชาใส่คนอื่นเสมอ บัดนี้กลับเผยรอยยิ้มอบอุ่นและสายตาที่เต็มไปด้วยความเสน่หาอย่างปิดไม่มิด นั่งอยู่ตรงข้ามกับหมอรดาหญิงสาวในดวงใจ น่านฟ้าบรรจงใช้ช้อนตัดชิ้นเนื้อสเต็กพรีเมียมพอดีคำ ก่อนจะเลื่อนจานไปวางตรงหน้าของรดาด้วยความใส่ใจพร้อมเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มละมุน “ร้านนี้เชฟทำเมนูนี้อร่อยมากครับ รดาลองชิมดูสิ ช่วงนี้เข้าเวรดึกบ่อย ผอมลงไปเยอะเลยนะรู้ตัวไหม” น่านฟ้าเอ่ยปากเย้าด้วยความห่วงใย แววตาทอประกายความเอ็นดูอย่างเห็นได้ชัด รดายิ้มรับแก้มปริ ดวงตาคู่สวยระยิบระยับด้วยความสุข “ขอบคุณนะคะน่านฟ้า ตามใจรดาตลอดแบบนี้ รดาก็อ้วนขึ้นแย่สิคะ” เธอกล่าวหยอกล้อก่อนจะตักอาหารเข้าปาก ท่าทางที่เป็นธรรมชาติและรอยยิ้มหวานหยาดเยิ้มนั้นทำให้น่านฟ้ารู้สึกหัวใจพองโตราวกับโลกใบนี้มีแค่เขากับเธอเพียงสองคน ความสุข ความเอาอกเอาใจ และความอบอุ่นถูกมอบให้รดาอย่างเต็มเปี่ยมโดยไม่มีความลังเล อพาร์ทเม้นท์ บนพื้นห้องปูเสื่อน้ำมันผืนเก่าๆ ปลายฝนกำลังนั่งขัดสมาธิอยู่กับพื้นเบื้องหน้ากล่องข้าวพลาสติกราคาประหยัด เธอกำลังใช้ช้อนตักข้าวและกับข้าวธรรมดาๆป้อนใส่ปากน้องพายุที่นั่งตักอยู่ แม้ชีวิตจะยากลำบากและเหน็ดเหนื่อยเพียงใด แต่แววตาของปลายฝนยามที่มองลูกชายกลับเต็มไปด้วยความรักความอบอุ่นที่บริสุทธิ์ เธอคลี่ยิ้มอ่อนโยนออกมาเพื่อสร้างบรรยากาศให้ลูกรู้สึกปลอดภัย แม้ในใจจะยังหลงเหลือร่องรอยความเจ็บปวดจากแผลเก่าก็ตาม “อ้าปากกว้างๆนะครับคนเก่งของแม่ หูย...เก่งจังเลยครับ ทานให้อิ่มนะคะ พายุจะได้โตไวๆ เป็นเด็กดีของแม่เนอะ” ปลายฝนเอ่ยคุยกับลูกด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลและอ่อนโยน หยาดเหงื่อซึมตามไรผมเล็กน้อยจากความเหนื่อยล้าตลอดทั้งวัน แต่มือเรียวก็ยังคงทำหน้าที่ป้อนข้าวและเช็ดปากให้ลูกชายด้วยความทะนุถนอม รอยยิ้มอบอุ่นของคนเป็นแม่ในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆนี้สะท้อนความรักที่ยิ่งใหญ่ สวนทางกับความหรูหราสุขสบายในอีกมุมหนึ่งของเมืองอย่างสิ้นเชิงบรรยากาศยามสายในสวนสาธารณะร่มรื่นเต็มไปด้วย tree canopy ที่แผ่กิ่งก้านให้ร่มเงา ลมเย็นๆพัดโชยกลิ่นอายธรรมชาติช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย น้องพายุในชุดเสื้อยืดสีสดใสกับกางเกงขาสั้นกำลังวิ่งดุ๊กดิ๊กไปตามทางเดินด้วยความตื่นเต้น มือเล็กข้างหนึ่งกำของเล่นชิ้นโปรดไว้แน่นโดยมีคุณพ่อรูปหล่ออย่างน่านฟ้าเดินกุมมือน้อยๆนั้นไว้ไม่ห่าง คอยระมัดระวังไม่ให้ลูกชายสะดุดล้ม ไม่ไกลกันนักใต้ร่มเงาไม้ใหญ่ ปลายฝนในชุดเดรสคลุมท้องสีครีมละมุนกำลังนั่งพักผ่อนอยู่บนม้ายาวสีขาว ดวงตากลมโตมองตามภาพสามีและลูกชายด้วยรอยยิ้มละมุน อิ่มเอมใจกับความสุขตรงหน้าจนแทบไม่ต้องเอื้อนเอ่ยคำใดออกมา น่านฟ้าหันมาเห็นภรรยานั่งยิ้มอยู่คนเดียวจึงพาเจ้าตัวแสบวิ่งเหยาะๆเข้ามาหา “คุณแม่เหนื่อยไหมครับ ไหวหรือเปล่า เดี๋ยวปะป๊ากับพายุไปซื้อน้ำเย็นๆมาให้คุณแม่ดีกว่า นั่งรอแป๊บนึงนะ” “ปลายฝนไม่ได้เดินเยอะสักหน่อย ไม่เหนื่อยเลยค่ะ” ปลายฝนส่ายหน้ายิ้มๆพลางหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาซับเหงื่อให้ลูกชายที่วิ่งจนแก้มแดงปลั่ง “แต่เด็กแถวนี้ท่าจะเหนื่อย วิ่งซะเหงื่อท่วมเลยนะคะ” “พายุไม่เหนื่อยคับ! พายุเก่งมาก!” เจ้าตัวเล็กยกมือขึ้นปาดเหงื่อตามภาษาเด
สองเดือนต่อมา ตอนนี้อายุครรภ์ของปลายฝนย่างเข้าสู่เดือนที่ห้าแล้ว ท้องเริ่มนูนเด่นชัดเจนขึ้นตามพัฒนาการของเจ้าตัวเล็กในครรภ์ และจากการอัลตร้าซาวด์ครั้งล่าสุดก็ทำให้พวกเขายิ้มแก้มปริเมื่อแพทย์ยืนยันชัดเจนว่าลูกในท้องเป็นเด็กผู้หญิงสมใจคุณพ่อที่แอบลุ้นมานาน ตลอดระยะเวลาสองเดือนที่ผ่านมา น่านฟ้ายังคงทำหน้าที่สามีและคุณพ่อได้อย่างยอดเยี่ยมและเสมอต้นเสมอปลายไม่เคยเปลี่ยน แม้ว่าภาระหน้าที่ในฐานะแพทย์ที่โรงพยาบาลจะรัดตัวแค่ไหน แต่เขาก็ไม่เคยปล่อยให้ความเหน็ดเหนื่อยมาบกพร่องต่อหน้าที่ครอบครัว กลับบ้านตรงเวลา และคอยดูแลเอาใจใส่ปลายฝนในทุกย่างก้าวอย่างอ่อนโยนและทะนุถนอม และความเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดเจนอีกอย่างนึงคือบนเตียงนอนกว้างไม่ได้มีพื้นที่สำหรับปลายฝนคนเดียวอีกต่อไป นับตั้งแต่วันที่น่านฟ้าขึ้นมานอนเคียงข้างในคืนนั้น โซฟาตัวเดิมในห้องนั่งเล่นก็กลายเป็นเพียงเฟอร์นิเจอร์ประดับห้องไปโดยปริยาย เพราะที่นอนประจำยามค่ำคืนของนายแพทย์หนุ่มได้ย้ายมาอยู่บนเตียงนอนนุ่มเคียงข้างภรรยาและลูกน้อยในท้องทุกคืน ในขณะที่เจ้าตัวเล็กอย่างน้องพายุในวัยสองขวบก็เริ่มแยกเตียงนอนเป็นของตัวเองแล้ว แต่ถูกจัดวางให
วันต่อมา น่านฟ้าที่ตื่นนอนก่อนค่อยๆขยับตัวอย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนคนในอ้อมแขน ก่อนจะรวบร่างนุ่มนิ่มของปลายฝนเข้ามากอดแนบชิดอกอย่างอ่อนโยนและหวงแหน ปลายฝนขยับตัวเล็กน้อย เปลือกตาสีมุกกะพริบปริบๆเพื่อปรับโฟกัสฝืนความงัวเงียยามเช้า น่านฟ้าก้มมองภรรยาคนสวยที่ยังมีท่าทางสะลึมสะลือ ดวงตาคมฉายแววเอ็นดู ชายหนุ่มโน้มใบหน้าลงต่ำแล้วกดริมฝีปากจูบลงบนหน้าผากเนียนแผ่วเบาอย่างนุ่มนวล สัมผัสอุ่นละมุนที่แนบลงมาทำเอาปลายฝนชะงักกึก อาการงัวเงียหายเป็นปลิดทิ้งในเสี้ยววินาที หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบแล้วเต้นโครมครามรัวเร็วขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้ ความเขินอายพลุ่งพล่านขึ้นมาจนเห่อร้อนไปทั่วทั้งดวงหน้า เพราะเธอยังไม่คุ้นชินกับการตื่นมาเจอความใกล้ชิดสนิทสนมแบบนี้ น่านฟ้าเห็นดวงหน้าหวานแดงก่ำแถมยังมีท่าทางเลิ่กลั่กยิ่งนึกหมั่นเขี้ยวในความน่ารัก ชายหนุ่มจึงแกล้งโน้มใบหน้าลงไปกดจูบซ้ำลงที่หน้าผากเธออีกฟอดใหญ่ ฟอด “พอแล้วค่ะ ปลายฝนจะลุกแล้ว” ปลายฝนรีบยกมือขึ้นดันแผงอกเขาเบาๆ น้ำเสียงติดจะงอนนิดๆเพื่อกลบเกลื่อนความเขิน “ยังไม่อยากให้รีบลุกเลย...” น่านฟ้ากระซิบเสียงทุ้มพร่า แววตาพราวระยับ วงแขนแกร่
สองเดือนผ่านไป ตอนนี้อายุครรภ์ของปลายฝนย่างเข้าสู่เดือนที่สามแล้ว อาการแพ้ท้องอย่างหนักหน่วงในช่วงแรกเริ่มทุเลาลงไปมาก ร่างกายเริ่มกลับมาสดใสและแข็งแรงขึ้นตามลำดับ ตลอดระยะเวลาสองเดือนที่ผ่านมา พื้นที่ใช้สอยในคอนโดมิเนียมส่วนตัวของเธอไม่ได้มีแค่เธอกับน้องพายุอีกต่อไปเมื่อน่านฟ้าตัดสินใจย้ายข้าวของบางส่วนมาร่วมชายคาเดียวกันเพื่อทำหน้าที่ดูแลทั้งภรรยาและลูกน้อยในครรภ์อย่างใกล้ชิด ทุกๆวันน่านฟ้ายังคงไปทำหน้าที่แพทย์ฝีมือดีที่โรงพยาบาลที่ครอบครัวเป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้นใหญ่ตามปกติ แต่ทันทีที่หมดเวลาภารกิจในโรงพยาบาล ชายหนุ่มจะรีบเคลียร์งานและตรงดิ่งกลับคอนโดทันทีเพื่อมาช่วยดูแลครอบครัว โดยบรรยากาศในห้องอบอวลไปด้วยความสุขและความอลวนเล็กๆเมื่อมีเจ้าตัวเล็กอย่างน้องพายุลูกชายวัยหนึ่งขวบแปดเดือนเข้ามาสร้างสีสัน พายุในวัยกำลังซนและช่างพูดช่างจามักจะสลับสับเปลี่ยนสถานที่นอนตามความเหมาะสม โดยบางคืนที่ปลายฝนต้องการพักผ่อนมากๆ คุณย่าจะช่วยรับตัวหลานชายไปนอนเล่นที่บ้านใหญ่เพื่อแบ่งเบาภาระ แต่ในหลายๆคืนที่พายุอยู่ด้วย น่านฟ้าก็แสดงบทบาทคุณพ่อมือทองได้อย่างยอดเยี่ยม ทั้งอุ้ม ทั้งกล่อมและช่วยภรรยาอ
น่านฟ้าที่นั่งคุกเข่ารออยู่ไม่ห่าง สังเกตเห็นใบหน้าซีดเซียวและคราบเหงื่อที่ซึมตามไรผมของหญิงสาว ชายหนุ่มจึงขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด หยิบผ้าเช็ดหน้าผืนเล็กชุบน้ำหมาดๆมาซับเช็ดตามใบหน้า ลำคอ และฝ่ามือให้เธออย่างเบามือและทะนุถนอมที่สุดราวกับเธอดั่งแก้วตาในยามนี้ ปลายฝนลืมตาขึ้นมองการกระทำนั้นด้วยแววตาที่เจือความประหลาดใจระคนซาบซึ้ง เธอไม่ได้ปฏิเสธหรือปัดป้องความช่วยเหลือเหมือนทุกที ปล่อยให้เขาปรนนิบัติดูแลจนสะอาดสะอ้านเรียบร้อย เมื่อจัดการทุกอย่างเสร็จ น่านฟ้าก็ช้อนมือขึ้นประคองแผ่นหลังบาง ช่วยพยุงร่างที่ไร้เรี่ยวแรงของเธอลุกขึ้นเดินออกจากห้องน้ำกลับมายังเตียงนอนนุ่ม ชายหนุ่มค่อยๆวางเธอลงนอนราบอย่างระมัดระวัง ก่อนจะช่วยดึงผ้าห่มผืนหนาขึ้นมาห่มคลุมให้จนถึงช่วงอกเพื่อป้องกันไม่ให้เธอโดนความเย็นจากเครื่องปรับอากาศเล่นงานซ้ำ เขาทิ้งตัวลงนั่งบนเตียง มือหนายื่นไปปัดปอยผมที่ชื้นเหงื่อปรกลงมาข้างแก้มออกให้อย่างอ่อนโยน ปลายนิ้วอุ่นเกลี่ยไล้เบาๆที่ข้างขมับเพื่อช่วยปลอบประโลมให้เธอรู้สึกผ่อนคลาย “นอนต่อนะ หลับตาพักผ่อนให้สบายใจได้เลย ไม่ต้องกังวลอะไรทั้งนั้น พี่จะยังอยู่ตรงนี้ คอยดูแลเธออยู่ข
ปลายฝนในชุดนอนผ้าเนื้อนุ่มนิ่มที่น่านฟ้าเตรียมไว้ให้เดินออกมาจากห้องน้ำ ความสะอาดสะอ้านและกลิ่นหอมจางๆจากสบู่ช่วยให้ร่างกายที่เคยอ่อนเพลียรู้สึกเบาสบายขึ้นมาก เธอเดินสำรวจความเรียบร้อยรอบห้อง ก่อนจะตัดสินใจเปิดประตูห้องนอนออกไปยังส่วนของห้องรับแขกด้านนอก ในใจของเธอนึกคิดไปว่าเวลาล่วงเลยมาจนมืดค่ำป่านนี้แล้ว น่านฟ้าน่าจะจัดการธุระและเดินทางกลับคอนโดของเขาไปตั้งแต่ตอนที่เธอาบน้ำอยู่แล้ว ทว่า...ภาพที่ปรากฏตรงหน้ากลับผิดคาด ร่างสูงของน่านฟ้าไม่ได้หายไปไหนเลย ชายหนุ่มยังคงนั่งอยู่บนโซฟาราวกับกำลังเฝ้ารอคอยอะไรบางอย่าง ทันทีที่ได้ยินเสียงเปิดประตูและเห็นร่างบางเดินออกมา น่านฟ้าก็ดีดตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูงอย่างรวดเร็ว สีหน้าและแววตาฉายชัดถึงความห่วงใยทันทีที่สบตากัน “อาบน้ำเสร็จแล้วเหรอ รู้สึกดีขึ้นบ้างไหม” น่านฟ้าเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ก้าวเท้าเข้ามาใกล้ด้วยความระมัดระวังราวกับกลัวเธอจะตกใจ “ดึกแล้วหิวไหม อยากทานอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่า เดี๋ยวพี่สั่งเดลิเวอรี่หรือลงไปหาซื้อมาให้ เอาโจ๊กเพิ่มอีกสักชามไหม หรือจะเป็นผลไม้รสเปรี้ยวดี” คำถามรัวๆที่เต็มไปด้วยความใส่ใจและปรารถนาดีทำเ







