LOGIN
‘คืนนี้ถ้าแกไม่มา ฉันตัดเพื่อนจริงๆ ด้วย!’
คำพูดของ ‘พลอยชมพู’ เพื่อนรักสมัยเรียนมหาวิทยาของ ‘พลอยระวี อรุณฉาย’ ดังก้องอยู่ในโสตประสาทของเธอจนเธอแทบไม่มีจิตใจจะทำงาน
“เฮ้อ สรุปนี่ฉันต้องไปจริงๆ ใช่ไหมเนี่ย”
ยิ่งคิด พลอยระวีก็ยิ่งหนักใจ หลังจากเมื่อช่วงกลางวัน ยัยเพื่อนตัวแสบมันโทร.มาชวนเธอให้ไปฉลอง หลังจากที่ได้ทุนไปเรียนต่อที่ฝรั่งเศส พลอยชมพูมีความฝันอยากไปเรียนต่อด้านดีไซเนอร์ที่ฝรั่งเศสมาหลายปี แต่ด้วยฐานะไม่เอื้ออำนวยเลยทำให้ตั้งแต่เรียนจบมาเกือบๆ ห้าปี ฝ่ายนั้นก็เอาแต่เรียนภาษาอังกฤษและภาษาฝรั่งเศสจนสามารถสอบขอทุนไปเรียนต่อได้สำเร็จ
พลอยระวีดีใจกับเพื่อนสาวอย่างสุดซึ้ง!
แต่เรื่องที่หนักใจ มันดันเป็นเรื่องงานเลี้ยงฉลองคืนนี้มากกว่า ถ้ายัยเพื่อนตัวแสบชวนไปฉลองร้านหมูกระทะ ปิ้งย่าง ชาบู หรือร้านส้มตำ ยำแซ่บ สายชิลอย่างเธอจะไม่อิดออดเลย แต่พลอยชมพูดดันมาพูดว่า…
‘นะๆ ๆ ตั้งแต่โตมาฉันไม่เคยไปเที่ยวผับหรูๆ เลย ฉันอยากไปมานานแล้ว แกไปกับฉันหน่อยนะ’
ทั้งคู่สนิทกันมาก ชนิดที่ว่าเรียนจบมาแล้วก็ยังติดต่อกันเรื่อยๆ ในขณะที่เพื่อนคนอื่นหนีหาย งานเลี้ยงฉลองคืนนี้จึงเป็นการฉลองของสองสาวบัดดี้เพื่อนรักเท่านั้น ซึ่งพลอยระวีไม่ถูกใจเอาเสียเลย!
ตั้งแต่เด็กจนโต พลอยระวีแทบไม่แตะแอลกอฮอล์ ผับ บาร์ ร้านนั่งชิลล์ ไม่เคยเข้าสักครั้ง! และเคยได้ลิ้มรสแอลกอฮอล์ในงานเลี้ยงรุ่นสมัยเรียนครั้งเดียวเอง จนถึงตอนนี้ยังคงสงสัยว่าทำไมคนถึงชอบดื่มกัน รสชาติไม่ได้อร่อยเลยสักนิด มันขมจนหญิงสาวคิดว่ากินกันไปได้ยังไง
ไหนจะบรรยากาศเสียงดัง ผู้คนแข่งกันแต่งตัวอวดโฉมอีกมันไม่ใช่ตัวเธอเลยจริงๆ และคนที่เกิดมาสวยแต่รูป แต่บกพร่องทางทรัพย์สมบัติอย่างเธอจำต้องประหยัด เลยไม่มีโอกาสได้มาเที่ยวกลางคืน ยิ่งผับหรูๆ แบบนี้อย่าหวัง!
แต่ยัยเพื่อนตัวแสบก็เหมือนจะรู้ดีว่าพลอยระวีคงไม่ไปแน่ๆ เลยยื่นคำขาดว่าถ้าไม่มาจะตัดเพื่อน แล้วก็บอกว่าไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช่จ่ายเพราะนางจะจัดการเองทุกอย่าง เพราะฉะนั้นก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะเอามาอ้างในการไม่ไปงานเลี้ยงครั้งนี้
“เอาน่ะ คิดซะว่ามาส่งยัยชมพูละกัน”
พลอยระวีนั่งคิดเรื่องนี้เพลินๆ บนรถเมล์ จนนำพาตนเองมาถึงผับดังย่านทองหล่อ ซึ่งใครๆ ก็รู้ดีว่าที่นี่มีแต่ไฮโซมาเที่ยวกันทั้งนั้น! ไม่ใช่ที่ของโลโซ
หญิงสาวมาในชุดเดรสรัดรูปสีดำยาวเหนือเข่าเล็กน้อย ช่วงบนเป็นแขนยาวปกปิดมิดชิด แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ดูเซ็กซี่น้อยลงแม้แต่น้อย ด้วยมีรูปร่างสวยโดดเด่น ชุดที่รัดรูปเผยให้เห็นสัดส่วนโค้งเว้าของร่างกาย แม้จะพยายามปกปิดแค่ไหน แต่มันกลับทำให้เธอดูน่าค้นหามากขึ้น
ใบหน้าโฉบเฉี่ยวที่วันนี้ถูกแต่งเติมด้วยเครื่องสำอางเข้าไปทำให้เธอดูสวยเปรี้ยวขึ้นมา แต่เจ้าตัวกลับกลบความเฉี่ยวคมนี้ด้วยแว่นสายตาหนาเตอะ พร้อมกับทำผมม้วนลอนเบาๆ
ตั้งแต่วินาทีที่ร่างบางแสนเซ็กซี่เดินเข้ามาด้านผับหรู ทุกสายตา โดยเฉพาะหนุ่มเล็ก หนุ่มใหญ่ ต่างจับจ้องมาที่เธอพร้อมกัน พลอยระวีได้แต่คิดว่าตนเองมีอะไรแปลกไปหรือเปล่า แต่จากที่สำรวจตัวเองก่อนออกจากบ้าน หญิงสาวก็มั่นใจระดับหนึ่งแล้วว่าไม่ได้แต่งตัวน่าเกลียด แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าที่นี่ทั้งผู้หญิงและผู้ชายที่มาเที่ยวแต่งตัวกันดูดีมาก เดรสที่เธอใส่มาถือว่าธรรมดาไปเลยเสียอีก
หญิงสาวมองหาเพื่อนรักที่เข้ามาจองโต๊ะก่อนแล้วตั้งเกือบชั่วโมง กวาดสายตาไปรอบๆ พร้อมกับสำรวจผับนี้ไปในตัว ตอนแรก เธอก็คิดว่าที่นี่จะแออัดและคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นเหล้า บุหรี่ แต่ความจริงแล้ว ที่นี่กว้างขวาง แบ่งสัดส่วนได้ดี ลูกค้าไม่ต้องนั่งเบียดเสียดหรือแย่งพื้นที่กันเลย สมกับเป็นผับหรูชื่อดัง...ที่ราคาก็คงจะไม่ธรรมดา
“พลอย!”
เสียงตะโกนเรียกของพลอยชมพูดังมาจากทางด้านในของโซนที่จัดไว้สำหรับลูกค้าที่ต้องการนั่งฟังมากกว่าออกสเต็ปเท้าตามจังหวะเพลง ทำให้พลอยระวีหันไปตามเสียงทันที เมื่อเห็นคนเรียกยืนโบกมือไหวๆ หญิงสาวจึงก้าวฝีเท้าอย่างเร็วเพื่อไปหาเพื่อน และอย่างเช่นเคย…ทุกสายตายังคงจับจ้องการเคลื่อนไหวของเธอ
“มาช้าจริงๆ เลยแก ฉันรอนานแล้ว” พลอยชมพูส่งยิ้มหวานพร้อมเอ่ยแซวเพื่อนสาว
พลอยชมพูเป็นสาวสวย ใบหน้าหวาน แต่นิสัยและบุคลิกช่างต่างจากหน้าตาอย่างสิ้นเชิง เธอเป็นสาวหัวสมัยใหม่ ชอบแต่งตัวตามแฟชั่น อย่างเช่นวันนี้ที่เลือกใส่ชุดเดรสสายเดี่ยวสีชมพูบานเย็นขลับกับผิวขาวอมชมพูพร้อมกับรวบผมหางม้าเผยให้เห็นลำคอขาวนวล...ที่ถ้าผู้ชายเห็นจะต้องอยากเข้าไปดมและสัมผัส
…พลอยระวีชื่นชมความสวยและความมีรสนิยมของเพื่อนรักมาตั้งแต่สมัยเรียน...
“แหม ก็ฉันมีงานมีการทำเหมือนกันนะ แถมวันนี้ก็ต้องเฝ้าตำรวจนานด้วย กว่าจะสอบสวนผู้ต้องหาเสร็จ ฉันนี่รอห้าชั่วโมงเลย ข้าวก็ยังไม่ได้กิน” นั่งลงปุ๊บก็บ่นเรื่องงานทันที
เหตุผลที่พลอยระวีมาช้าก็เพราะว่าอาชีพ ‘ผู้สื่อข่าว’ ของเธอเวลาทำงานไม่เคยแน่นอน วันไหนมีคดีใหญ่ คดีดัง ก็ต้องคอยเฝ้าความคืบหน้าของคดี อย่างวันนี้ก็เช่นกัน ตำรวจดันจับฆาตกรฆ่าหั่นศพสาวโรงงานได้หลังจากที่หาตัวมาสามวัน พอจับได้ก็สอบสวนอยู่นาน และแน่นอนว่านักข่าวก็ต้องนั่งเฝ้าที่สถานีตำรวจจนกว่าเจ้าหน้าที่จะออกมาให้ข้อมูล และหญิงสาวก็ต้องเขียนข่าวความคืบหน้าส่งสถานีโทรทัศน์เพื่อนำออกไปเผยแพร่ผ่านทีวีและสื่อออนไลน์ให้ประชาชนรับรู้ และนี่ก็คืออาชีพของเธอที่แม้จะบ่นหนัก บ่นเหนื่อย แต่ก็ไม่เคยคิดจะเลิกทำสักครั้ง…
“อ้าว ยังไม่กินอะไรเลยเหรอ งั้นสั่งข้าวไหม เดี๋ยวฉันเรียกพนักงานให้” พลอยชมพูทำท่าจะเรียกพนักงาน แต่ถูกห้ามเสียก่อน
“ไม่เอาชมพู ฉันไม่อยากกินที่นี่ มันแพงว่ะแก ก็รู้นี่ว่าฉันต้องประหยัด” พลอยระวีกระซิบเบาๆ เพราะไม่อยากให้ใครได้ยิน แม้จะไม่ได้อายที่ตัวเองจน แต่ก็อดเขินไม่ได้เหมือนกัน ที่มาเที่ยวในผับไฮโซแบบนี้ แต่ยังจะขี้งกกับค่าข้าวอีก ขนาดไปทำงานบางวัน เธอยังห่อข้าวไปกินเลย
“โอ๊ย ไม่เป็นไร ก็บอกแล้วไงว่า คืนนี้ ฉันเลี้ยงเองไง” พลอยชมพูหันมาบอกพลอยระวีอีกครั้ง
“ไม่เอา เดี๋ยวก่อนกลับค่อยไปหาอะไรกินก็ได้ ฉันกินขนมปังมาบ้างแล้ว ไม่ได้หิวอะไรมากหรอก” พลอยระวียืนยันคำเดิม เพราะก่อนที่จะมาถึงได้เสิร์ชดูราคาอาหารของที่นี่แล้ว แต่ละเมนูแพงชนิดที่ว่าเป็นราคาขายต่างชาติที่คูณสองเท่า ใครจะกินก็กินไปเลย แต่คนหาเช้ากินค่ำอย่างเธอกลืนไม่ลงจริงๆ อาชีพนักข่าวตัวเล็กๆ ก็ไม่ได้เงินเดือนมากมายอะไร
“ก็ได้ งั้นตามใจแก แต่ถ้าหิวก็บอกนะ ไม่ต้องเกรงใจฉัน ถ้าแกไม่กินข้าว เรามาสั่งเครื่องดื่มกันมะ” ฝ่ายเจ้าภาพทำสีหน้าตื่นเต้นทันทีเมื่อนึกถึงเมนูเครื่องดื่ม
“ลีโอ งานนี้ต้องช่วยพ่อแล้วนะลูก เราต้องร่วมมือกันนะ ไม่อย่างงั้น เราสองคนพ่อลูกได้เป็นเด็กกำพร้าทั้งคู่แน่ๆ แม่งอนพ่อตั้งหลายวันแล้ว” เฮฟเว่นหยอกล้อเด็กน้อยในอ้อมแขนที่ส่งยิ้มหวานให้เขาด้วยท่าทีไร้เดียงสา“แอ๊ แอ๊”“ฉันว่าคนที่กำลังร้องเรียกหาฉันไม่ใช่ลีโอแน่ๆ และคนที่กำลังจะเป็นกำพร้าก็คงมีคุณคนเดียว ไม่ใช่ลีโอด้วยหรอกค่ะ”พลอยระวีในชุดเดรสลายดอกไม้เดินเข้ามาหาสามี หญิงสาวมัดมวยผมแบบยุ่งๆ ขึ้นสูงโชว์คอขาวระหง แล้วเบียดตัวเข้ามาช้อนเด็กชายร่างอวบอ้วนจากวงแขนใหญ่มาอุ้มไว้เสียเอง“แม่พลอยมาแล้วครับ ลีโอลูกรัก ได้เวลานอนกันแล้วนะเด็กดี”“พลอยหายโกรธผมเถอะนะ เรื่องเมื่อบ่ายวันก่อนไม่ได้เป็นอย่างที่คุณคิดจริงๆ ฟังผมอธิบายก่อน”ชายหนุ่มร่างใหญ่ในชุดสูทรีบจ้ำอ้าวตามก้นภรรยาสาวสวยไปติดๆ“ผู้หญิงคนนั้น เขาเป็นลูกค้ารายใหญ่ที่จะมาร่วมทุนทำธุรกิจกับเรา แค่บังเอิญเจอกันที่โรงแรม ผมมีนัดทานข้าวกับลูกค้าพอดี” เฮฟเว่นพยายามอธิบายเรื่องเข้าใจผิดที่กำลังเผชิญอยู่“งั
3 เดือนผ่านไปณ คฤหาสน์ร่มรื่นรูปตัวยู ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อรองรับวิวสระว่ายน้ำกลางบ้าน ตกแต่งสวยงามตามสถาปัตยกรรมตะวันตก เฮฟเว่นจ่ายเงินกว่าแปดสิบล้านบาทเพื่อเนรมิตที่นี่ให้เป็นที่อยู่ของเขากับภรรยา แม่ยาย และลูกทั้งสอง แก้มหวานกับลีโอ โดยมีแม่บ้านและสาวใช้ถึงแปดคนเพื่อให้พลอยระวีมีเวลาดูแลลูกได้อย่างเต็มที่ภายในห้องครัวไอร้อนจางๆ ลอยคลุ้งเหนือถาดนึ่งอาหารสเตนเลสที่เพิ่งถูกยกลงมาวางบนเคาน์เตอร์ครัวหินอ่อนสีขาวนวล เนื้อฟักทองสีเหลืองอร่ามถูกปอกเปลือกออกจนเกลี้ยงเกลา หั่นเป็นชิ้นเล็กพอดีคำ ส่งกลิ่นหอมละมุนดึงดูดความสนใจของแก้มหวาน สาวน้อยแก้มป่องวัยสามขวบครึ่งที่กำลังเจริญอาหาร และอร่อยกับทุกสิ่งอย่างที่เธอสามารถกินได้ ไม่ว่าจะเป็นผัก ผลไม้ ขนม หรือแม้กระทั่งนมจากเต้าของพลอยระวีซึ่งคนเป็นแม่นั้นปั๊มใส่ขวดไว้ให้ลีโอหม่ำในแต่ละมื้อหากมื้อไหนที่ลีโอหม่ำไม่หมด เหลือติดก้นขวดสักออนซ์สองออนซ์ แก้มหวานก็มักจะคว้าขวดนมของน้องชายมาดูดต่อจนหมดเกลี้ยง ครั้นพลอยระวีจะร้องห้ามไม่ให้กินต่อ เพราะมีนมสำหรับลูกสาวที่ซื้อ
“อ๋อ เป็นแผนของคุณสินะคะ ถึงว่าแม่อยากให้พลอยมาที่นี่นัก” พลอยระวีหันไปคาดโทษชายหนุ่มด้วยสีหน้าเปื้อนขำ ขณะที่เขาได้แต่ยักไหล่ยอมรับความจริง“คุณแม่สวยจังเลยค่ะ”แก้มหวานพูดขึ้นพร้อมกับเข้าไปจับมือพลอยระวี ก่อนที่นัยน์ตาจะลุกวาว“หนูอยากมีคนมาขอแต่งงาน แล้วสวมแหวนให้บ้างค่ะ”พลอยระวีมองลูกสาวบุญธรรมด้วยแววตาเอ็นดู แล้วรีบปรามไว้“แก่แดด เดี๋ยวเถอะเรา แม่ยังให้ใครมาขอหนูแต่งงานตอนนี้ไม่ได้ รอให้โตก่อน เรียนจบก่อน”สีหน้าดุๆ ของคนเป็นแม่ กับแววตาเหมือนจริงจังเต็มทีทำเอาสาวน้อยร่างอวบยิ้มเก้อๆ ออกมา“แก้มหวานพูดเล่นค่ะ แม่พลอยดุเป็นยักษ์เลย”“เหรอ แต่สายตาจริงจังเลยนะเรา”พลอยระวีเอามือยีผมแก้มหวาน ก้มลงไปหอมแก้มอวบๆ ด้วยความรักใคร่เอ็นดู เด็กหญิงหัวเราะคิกๆ เพราะจักจี้ ส่วนเฮฟเว่นก็เข้าไปอุ้มลีโอมาไว้ในอ้อมอกตนเองแทนพิมมาดา“คิดถึงจังเลยลูกพ่อ แม่ตกลงแต่งงานกับพ่อแล้วน้า”เหมือนลีโอจะฟังผู้ใหญ่รู้เรื่อง เมื่อคนเป็นพ่อพูดจบก็ยิ
ชายหนุ่มขับรถยนต์หรูพาพาพลอยระวีไปดินเนอร์ที่ร้านอาหารริมทะเลซึ่งเขาเคยพาเธอมานั่งทานเมื่อสองปีที่แล้ว แต่ครั้งนี้พิเศษกว่าเช่นเคย เพราะทั้งร้านไม่มีลูกค้าอยู่เลย มีเพียงเขากับเธอเท่านั้น“อย่าบอกนะคะว่าคุณปิดร้าน” พลอยระวีเอ่ยถามขึ้นเมื่อมองรอบๆ ร้าน ก่อนจะนั่งลง“อื้ม ผมอยากให้มันส่วนตัวน่ะ” เฮฟเว่นยิ้มรับก่อนจะหันไปสั่งให้พนักงานนำอาหารเข้ามาให้“ทีหลังไม่ต้องก็ได้นะคะ ร้านนี้น่าจะมีคนอยากทานเยอะ” หญิงสาวเอ่ยขึ้นอย่างเกรงใจ เพราะร้านนี้ค่อนข้างเป็นร้านดัง มีแต่คนอยากเข้า แถมชายหนุ่มต้องมาเสียค่าเหมาร้านแพงขึ้นอีก“ก็ผมมีเรื่องอยากคุยกับคุณสองต่อสองนี่” เฮฟเว่นพูดขึ้นยิ้มๆ พร้อมกับมองหน้าพลอยระวีอย่างสื่อความหมาย“คุยเรื่องอะไรคะ” หญิงสาวถามกับด้วยสีหน้างุนงง ก่อนจะเริ่มตักอาหารเข้าปากไปด้วย“จำร้านนี้ได้ไหม เมื่อสองปีที่แล้ว ผมเคยพาคุณมา” เขาถามขึ้นพร้อมกับเริมตักอาหารเข้าปากเช่นกัน“จำได้ค่ะ ก็ครั้งนั้น เรายังทะเลาะกันที่นี
เช้าวันต่อมา“เที่ยวให้สนุกนะคะ คุณพ่อคุณแม่” แก้มหวานพูดพร้อมกับหอมแก้มพ่อกับแม่คนละหนึ่งฟอด“แล้วไว้ครั้งหน้า เราไปด้วยกันนะครับคนดี”เฮฟเว่นพูดพร้อมกับหอมแก้มเด็กน้อยตัวอวบช่างพูดไปหนึ่งที ก่อนจะเดินเข้าไปหาลูกชาย ตอนนี้ ลีโอถูกพี่เลี้ยงซึ่งเป็นพยาบาลพิเศษที่คัดเลือกมาอย่างดีอุ้มอยู่ มองผู้เป็นพ่อตาแป๋ว“เดี๋ยวพ่อกับแม่มานะครับสุดหล่อ” ชายหนุ่มจุ๊บที่แก้มล้นๆ ของลูกชายเบาๆ เป็นการบอกลา“แม่ไปก่อนนะคะคนเก่ง” พลอยระวีกอดแก้มหวานก่อนจะเข้าไปจุ๊บที่แก้มของลีโออีกครั้ง ไม่ใช่ว่าเธอไม่อยากไปเที่ยวกับเขา แต่ก็อดห่วงลูกๆ ไม่ได้“ไปเที่ยวให้สบายใจเถอะพลอย เดี๋ยวทางนี้ แม่ดูแลเอง” พิมมาดารู้ดีว่าลูกสาวเป็นกังวลใจ จึงพูดให้มั่นใจมากขึ้น“ขอบคุณนะคะแม่ งั้นพลอยไปก่อนนะคะ” พลอยระวีเข้าไปสวมกอดมารดา ก่อนจะเดินตามเฮฟเว่นไปขึ้นรถที่เกาะไข่มุกการเดินทางมาเกาะไข่มุกใช้เวลาไม่นาน พลอยระวีรู้สึกตื่นเต้นที่ได้กลับมาที่
นับจากวันที่เฮฟเว่นเข้ามาดูแลครอบครัว หลายๆ อย่างก็เริ่มดีขึ้น ไม่เพียงแต่สุขภาพร่างกายของพิมมาดา แต่สภาพจิตใจของพลอยระวีเองก็ดีขึ้นเช่นกัน จากที่ผ่านมาเคยรู้สึกโดดเดี่ยว ไร้ที่พึ่ง ทว่า ตอนนี้หญิงสาวก็ไม่รู้สึกแบบนั้นอีก เขาเปรียบเสมือนคนที่ทำให้เธอจมดิ่งและดึงขึ้นมาได้อย่างสง่างามมากกว่าเดิมแต่ถึงแม้จะมีความสุขกับสิ่งที่ได้รับ แต่ประสบการณ์ที่ผ่านมาก็สอนพลอยระวีว่าให้ยืนได้ด้วยตัวเอง เพราะหากวันหนึ่งทุกอย่างเปลี่ยนไป ถึงตอนนั้น เธอก็ต้องกลับมาสู้ด้วยตัวเองอีกครั้ง“ทำอะไรอยู่เหรอลูก” พิมมาดาเข้ามาพูดคุยกับลูกสาว ขณะที่หน้าที่คนเลี้ยงเด็กๆ ในบ้านตอนนี้เป็นเฮฟเว่น“นั่งคิดอะไรเรื่อยเปื่อยค่ะแม่”พลอยระวีหันไปยิ้มให้มารดา ทุกวันนี้ พิมมาดาไม่ต้องออกไปขายขนมที่ตลาดแล้วตามคำขอร้องของเฮฟเว่น ทำให้สุขภาพร่างกายของนางดีขึ้นตามลำดับ“คิดอะไร เล่าให้แม่ฟังได้ไหมลูก” คนเป็นแม่ยังไงก็คือแม่วันยังค่ำ เพียงแค่เห็นลูกสาวนั่งเหม่อลอยก็ย่อมรู้ว่าตอนนี้ลูกมีเรื่องอะไรอยู่ในใจ“คิดเรื่







