FAZER LOGIN
‘คืนนี้ถ้าแกไม่มา ฉันตัดเพื่อนจริงๆ ด้วย!’
คำพูดของ ‘พลอยชมพู’ เพื่อนรักสมัยเรียนมหาวิทยาของ ‘พลอยระวี อรุณฉาย’ ดังก้องอยู่ในโสตประสาทของเธอจนเธอแทบไม่มีจิตใจจะทำงาน
“เฮ้อ สรุปนี่ฉันต้องไปจริงๆ ใช่ไหมเนี่ย”
ยิ่งคิด พลอยระวีก็ยิ่งหนักใจ หลังจากเมื่อช่วงกลางวัน ยัยเพื่อนตัวแสบมันโทร.มาชวนเธอให้ไปฉลอง หลังจากที่ได้ทุนไปเรียนต่อที่ฝรั่งเศส พลอยชมพูมีความฝันอยากไปเรียนต่อด้านดีไซเนอร์ที่ฝรั่งเศสมาหลายปี แต่ด้วยฐานะไม่เอื้ออำนวยเลยทำให้ตั้งแต่เรียนจบมาเกือบๆ ห้าปี ฝ่ายนั้นก็เอาแต่เรียนภาษาอังกฤษและภาษาฝรั่งเศสจนสามารถสอบขอทุนไปเรียนต่อได้สำเร็จ
พลอยระวีดีใจกับเพื่อนสาวอย่างสุดซึ้ง!
แต่เรื่องที่หนักใจ มันดันเป็นเรื่องงานเลี้ยงฉลองคืนนี้มากกว่า ถ้ายัยเพื่อนตัวแสบชวนไปฉลองร้านหมูกระทะ ปิ้งย่าง ชาบู หรือร้านส้มตำ ยำแซ่บ สายชิลอย่างเธอจะไม่อิดออดเลย แต่พลอยชมพูดดันมาพูดว่า…
‘นะๆ ๆ ตั้งแต่โตมาฉันไม่เคยไปเที่ยวผับหรูๆ เลย ฉันอยากไปมานานแล้ว แกไปกับฉันหน่อยนะ’
ทั้งคู่สนิทกันมาก ชนิดที่ว่าเรียนจบมาแล้วก็ยังติดต่อกันเรื่อยๆ ในขณะที่เพื่อนคนอื่นหนีหาย งานเลี้ยงฉลองคืนนี้จึงเป็นการฉลองของสองสาวบัดดี้เพื่อนรักเท่านั้น ซึ่งพลอยระวีไม่ถูกใจเอาเสียเลย!
ตั้งแต่เด็กจนโต พลอยระวีแทบไม่แตะแอลกอฮอล์ ผับ บาร์ ร้านนั่งชิลล์ ไม่เคยเข้าสักครั้ง! และเคยได้ลิ้มรสแอลกอฮอล์ในงานเลี้ยงรุ่นสมัยเรียนครั้งเดียวเอง จนถึงตอนนี้ยังคงสงสัยว่าทำไมคนถึงชอบดื่มกัน รสชาติไม่ได้อร่อยเลยสักนิด มันขมจนหญิงสาวคิดว่ากินกันไปได้ยังไง
ไหนจะบรรยากาศเสียงดัง ผู้คนแข่งกันแต่งตัวอวดโฉมอีกมันไม่ใช่ตัวเธอเลยจริงๆ และคนที่เกิดมาสวยแต่รูป แต่บกพร่องทางทรัพย์สมบัติอย่างเธอจำต้องประหยัด เลยไม่มีโอกาสได้มาเที่ยวกลางคืน ยิ่งผับหรูๆ แบบนี้อย่าหวัง!
แต่ยัยเพื่อนตัวแสบก็เหมือนจะรู้ดีว่าพลอยระวีคงไม่ไปแน่ๆ เลยยื่นคำขาดว่าถ้าไม่มาจะตัดเพื่อน แล้วก็บอกว่าไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช่จ่ายเพราะนางจะจัดการเองทุกอย่าง เพราะฉะนั้นก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะเอามาอ้างในการไม่ไปงานเลี้ยงครั้งนี้
“เอาน่ะ คิดซะว่ามาส่งยัยชมพูละกัน”
พลอยระวีนั่งคิดเรื่องนี้เพลินๆ บนรถเมล์ จนนำพาตนเองมาถึงผับดังย่านทองหล่อ ซึ่งใครๆ ก็รู้ดีว่าที่นี่มีแต่ไฮโซมาเที่ยวกันทั้งนั้น! ไม่ใช่ที่ของโลโซ
หญิงสาวมาในชุดเดรสรัดรูปสีดำยาวเหนือเข่าเล็กน้อย ช่วงบนเป็นแขนยาวปกปิดมิดชิด แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ดูเซ็กซี่น้อยลงแม้แต่น้อย ด้วยมีรูปร่างสวยโดดเด่น ชุดที่รัดรูปเผยให้เห็นสัดส่วนโค้งเว้าของร่างกาย แม้จะพยายามปกปิดแค่ไหน แต่มันกลับทำให้เธอดูน่าค้นหามากขึ้น
ใบหน้าโฉบเฉี่ยวที่วันนี้ถูกแต่งเติมด้วยเครื่องสำอางเข้าไปทำให้เธอดูสวยเปรี้ยวขึ้นมา แต่เจ้าตัวกลับกลบความเฉี่ยวคมนี้ด้วยแว่นสายตาหนาเตอะ พร้อมกับทำผมม้วนลอนเบาๆ
ตั้งแต่วินาทีที่ร่างบางแสนเซ็กซี่เดินเข้ามาด้านผับหรู ทุกสายตา โดยเฉพาะหนุ่มเล็ก หนุ่มใหญ่ ต่างจับจ้องมาที่เธอพร้อมกัน พลอยระวีได้แต่คิดว่าตนเองมีอะไรแปลกไปหรือเปล่า แต่จากที่สำรวจตัวเองก่อนออกจากบ้าน หญิงสาวก็มั่นใจระดับหนึ่งแล้วว่าไม่ได้แต่งตัวน่าเกลียด แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าที่นี่ทั้งผู้หญิงและผู้ชายที่มาเที่ยวแต่งตัวกันดูดีมาก เดรสที่เธอใส่มาถือว่าธรรมดาไปเลยเสียอีก
หญิงสาวมองหาเพื่อนรักที่เข้ามาจองโต๊ะก่อนแล้วตั้งเกือบชั่วโมง กวาดสายตาไปรอบๆ พร้อมกับสำรวจผับนี้ไปในตัว ตอนแรก เธอก็คิดว่าที่นี่จะแออัดและคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นเหล้า บุหรี่ แต่ความจริงแล้ว ที่นี่กว้างขวาง แบ่งสัดส่วนได้ดี ลูกค้าไม่ต้องนั่งเบียดเสียดหรือแย่งพื้นที่กันเลย สมกับเป็นผับหรูชื่อดัง...ที่ราคาก็คงจะไม่ธรรมดา
“พลอย!”
เสียงตะโกนเรียกของพลอยชมพูดังมาจากทางด้านในของโซนที่จัดไว้สำหรับลูกค้าที่ต้องการนั่งฟังมากกว่าออกสเต็ปเท้าตามจังหวะเพลง ทำให้พลอยระวีหันไปตามเสียงทันที เมื่อเห็นคนเรียกยืนโบกมือไหวๆ หญิงสาวจึงก้าวฝีเท้าอย่างเร็วเพื่อไปหาเพื่อน และอย่างเช่นเคย…ทุกสายตายังคงจับจ้องการเคลื่อนไหวของเธอ
“มาช้าจริงๆ เลยแก ฉันรอนานแล้ว” พลอยชมพูส่งยิ้มหวานพร้อมเอ่ยแซวเพื่อนสาว
พลอยชมพูเป็นสาวสวย ใบหน้าหวาน แต่นิสัยและบุคลิกช่างต่างจากหน้าตาอย่างสิ้นเชิง เธอเป็นสาวหัวสมัยใหม่ ชอบแต่งตัวตามแฟชั่น อย่างเช่นวันนี้ที่เลือกใส่ชุดเดรสสายเดี่ยวสีชมพูบานเย็นขลับกับผิวขาวอมชมพูพร้อมกับรวบผมหางม้าเผยให้เห็นลำคอขาวนวล...ที่ถ้าผู้ชายเห็นจะต้องอยากเข้าไปดมและสัมผัส
…พลอยระวีชื่นชมความสวยและความมีรสนิยมของเพื่อนรักมาตั้งแต่สมัยเรียน...
“แหม ก็ฉันมีงานมีการทำเหมือนกันนะ แถมวันนี้ก็ต้องเฝ้าตำรวจนานด้วย กว่าจะสอบสวนผู้ต้องหาเสร็จ ฉันนี่รอห้าชั่วโมงเลย ข้าวก็ยังไม่ได้กิน” นั่งลงปุ๊บก็บ่นเรื่องงานทันที
เหตุผลที่พลอยระวีมาช้าก็เพราะว่าอาชีพ ‘ผู้สื่อข่าว’ ของเธอเวลาทำงานไม่เคยแน่นอน วันไหนมีคดีใหญ่ คดีดัง ก็ต้องคอยเฝ้าความคืบหน้าของคดี อย่างวันนี้ก็เช่นกัน ตำรวจดันจับฆาตกรฆ่าหั่นศพสาวโรงงานได้หลังจากที่หาตัวมาสามวัน พอจับได้ก็สอบสวนอยู่นาน และแน่นอนว่านักข่าวก็ต้องนั่งเฝ้าที่สถานีตำรวจจนกว่าเจ้าหน้าที่จะออกมาให้ข้อมูล และหญิงสาวก็ต้องเขียนข่าวความคืบหน้าส่งสถานีโทรทัศน์เพื่อนำออกไปเผยแพร่ผ่านทีวีและสื่อออนไลน์ให้ประชาชนรับรู้ และนี่ก็คืออาชีพของเธอที่แม้จะบ่นหนัก บ่นเหนื่อย แต่ก็ไม่เคยคิดจะเลิกทำสักครั้ง…
“อ้าว ยังไม่กินอะไรเลยเหรอ งั้นสั่งข้าวไหม เดี๋ยวฉันเรียกพนักงานให้” พลอยชมพูทำท่าจะเรียกพนักงาน แต่ถูกห้ามเสียก่อน
“ไม่เอาชมพู ฉันไม่อยากกินที่นี่ มันแพงว่ะแก ก็รู้นี่ว่าฉันต้องประหยัด” พลอยระวีกระซิบเบาๆ เพราะไม่อยากให้ใครได้ยิน แม้จะไม่ได้อายที่ตัวเองจน แต่ก็อดเขินไม่ได้เหมือนกัน ที่มาเที่ยวในผับไฮโซแบบนี้ แต่ยังจะขี้งกกับค่าข้าวอีก ขนาดไปทำงานบางวัน เธอยังห่อข้าวไปกินเลย
“โอ๊ย ไม่เป็นไร ก็บอกแล้วไงว่า คืนนี้ ฉันเลี้ยงเองไง” พลอยชมพูหันมาบอกพลอยระวีอีกครั้ง
“ไม่เอา เดี๋ยวก่อนกลับค่อยไปหาอะไรกินก็ได้ ฉันกินขนมปังมาบ้างแล้ว ไม่ได้หิวอะไรมากหรอก” พลอยระวียืนยันคำเดิม เพราะก่อนที่จะมาถึงได้เสิร์ชดูราคาอาหารของที่นี่แล้ว แต่ละเมนูแพงชนิดที่ว่าเป็นราคาขายต่างชาติที่คูณสองเท่า ใครจะกินก็กินไปเลย แต่คนหาเช้ากินค่ำอย่างเธอกลืนไม่ลงจริงๆ อาชีพนักข่าวตัวเล็กๆ ก็ไม่ได้เงินเดือนมากมายอะไร
“ก็ได้ งั้นตามใจแก แต่ถ้าหิวก็บอกนะ ไม่ต้องเกรงใจฉัน ถ้าแกไม่กินข้าว เรามาสั่งเครื่องดื่มกันมะ” ฝ่ายเจ้าภาพทำสีหน้าตื่นเต้นทันทีเมื่อนึกถึงเมนูเครื่องดื่ม
“ลองเทสต์เสียงหน่อยพลอย” นวกรเอ่ยขึ้นพร้อมกับโทร.ประสานงานกับเจ้าหน้าที่ออกอากาศที่อยู่ภายในสถานี“ฮัลโหล เทสต์ค่ะ”เมื่อพลอยระวีพูด นวกรก็ส่งสัญญาณโอเคเพื่อบอกว่าเสียงของเธอใช้ได้“อีก 5 นาที ข่าวเข้า พลอยยืนนิ่งๆ เลย”นวกรให้สัญญาณอีกครั้งในขณะที่พลอยระวีก็ยืนนิ่งๆ หน้ากล้องเพื่อทำสมาธิทบทวนบทข่าวที่จะรายงานให้ประชาชนรับรู้ระหว่างที่กำลังเตรียมความพร้อมอยู่นั้น พลอยระวีไม่ทันสังเกตเห็นว่าลิฟต์ตัวหนึ่งได้เปิดออก ผู้ที่เดินออกมาส่งสายตามองไปยังเธอพร้อมกับขมวดคิ้วทันที“นักข่าวยังไม่กลับไปอีกเหรอนี่” ชายใส่สูทสีดำ สวมแว่นกันแดดค่อยเดินมุ่งตรงไปยังล็อบบี้ในขณะที่สายตายังคงจับจ้องที่นักข่าวสาวไม่วางตา‘เฮฟเว่น คอสเชีย’ หนุ่มลูกครึ่ง อเมริกัน-อิตาลี วัย 37 ปี ยืนมองพลอยระวีที่กำลังเตรียมจะรายงานข่าวอยู่ห่างๆ ตั้งแต่หัวจะจรดเท้าราวกับพิจารณาสิ่งของหญิงสาวหน้าตาจิ้มลิ้ม ตัวบอบบาง ผมยาวดำถึงกลางหลังถูกมัดขึ้นเป็นหางม้าเผยให้เห็นใบหน้าหวานและดวงตาคมที่อยู่ภายใต้แว่นสายตา เธอสวมเสื้อยืดสีขาว-กางเกงยีนส์ มีเสื้อคลุมยีนส์ทับอีกตัว ทำให้ภาพลักษณ์ที่ดูเหมือนสาวหวานกลายเป็นสาวมั่นทันที เห็นอย่างน
“ใจเย็นๆ นะครับ เดี๋ยวสัมภาษณ์พร้อมๆ กัน”นายตรวจยศผู้น้อยต่างช่วยกันท่านวิมลออกห่างจากเหล่านักข่าว และคอยอำนวยความสะดวกในพื้นที่การให้สัมภาษณ์ อย่างที่บอก ข่าวนี้เป็นข่าวใหญ่ที่ไม่ได้มีมานาน ในมุมของนักข่าวก็ถือเป็นงานท้าทายหลังจากที่ข่าวเงียบมาหลายเดือน“ตกลงตรวจสอบแล้วเป็นไงบ้างคะท่าน?”“มีคนมีสีเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้จริงไหมครับท่าน?”“เห็นว่านักการเมืองหลายคนก็เข้าไปใช้บริการ และอาจมีการซื้อขายบริการทางเพศจริงใช่ไหมครับ?”“เกิดเหตุการณ์แบบนี้จะสั่งปิดเลยไหมครับ?”เหล่านักข่าวหลายสำนักยิงคำถามใส่ท่านวิมลไม่เว้นให้ท่านได้ตอบจนพลอยระวีเองก็แอบเอือมระอาเหมือนกัน เธอจึงเลือกที่จะเงียบและให้คนอื่นๆ ถามไปก่อน“คืออย่างนี้นะครับ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจของเราได้ขึ้นไปตรวจสอบที่ชั้น 30 แล้ว พบว่าเป็นกาสิโนทั่วไปแบบที่มีภาพหลุดออกมาครับ”พล.ต.อ.วิมลตอบออกมาด้วยสีหน้าลำบากใจจนผิดสังเกต เพราะปกติแล้ว ท่านจะตอบคำถามนักข่าวด้วยความมั่นอกมั่นใจ และสีหน้าที่บ่งบอกความลำบากใจนั้นทำเอาพลอยระวียิ่งหวาดระแวงเข้าไปใหญ่“แล้วจากภาพที่หลุดออกไป นักการเมืองพรรคดังกำลังนัวเนียหญิงสาว เป็นการซื้อขายบริการทางเพศ
บรรยากาศที่หน้าโรงแรมเดอะไนน์เต็มไปด้วยผู้คนพลุกพล่าน จากที่ก่อนหน้านี้เพียงแค่ 3 วัน ช่วงเวลาตอนเช้าจะเงียบเหงามีเพียงแขกวีไอพีไม่กี่คนที่จะเข้าพัก ทุกคนรู้ดีว่าที่นี่เป็นสวรรค์ของนักท่องราตรีเท่านั้น โรงแรมหรูใจกลางเมืองแท้จริงแล้วเป็นสถานที่ให้กลุ่มคนไฮโซ นักการเมือง หรือแม้แต่คนมีสี เข้ามา ‘ลุ้นโชค’ไม่มีใครรู้ความลับนี้จนเมื่อมีคนเข้าไปแอบถ่ายพื้นที่ชั้น 30 ของที่นี่ และพบว่ามันคือ ‘กาสิโน’ ดีๆ นี่เองจนกลายเป็นข่าวโด่งดังชั่วข้ามคืน หลายสำนักข่าวต่างเล่นข่าวนี้และตีแผ่ว่านี่คือกาสิโนที่เอื้อให้คนมีสีและนักการเมืองหรือไม่เช้านี้ บรรดาช่างภาพผู้สื่อข่าวต่างกรูกันมาที่หน้าโรงแรมเดอะไนน์พร้อมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ นำทีมโดยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ‘พล.ต.อ.วิมล เหล่าอารย’ โดยเจ้าหน้าที่ได้เข้าไปตรวจสอบด้านในโรงแรมชั้น 30 ตามที่มีคำกล่าวอ้าง พร้อมกับไม่อนุญาตให้สื่อเข้าไปด้านในโดยอ้างว่าจะเป็นการวุ่นวายและมีผลต่อพยานหลักฐาน“รอนานแล้วนะ”“นั่นสิ ไม่รู้จะส่งข่าวเที่ยงทันไหม” เหล่าผู้สื่อข่าวหลายช่องต่างพากันบ่น หลังจากที่ตำรวจเข้าไปตรวจสอบภายในนานกว่า 2 ชั่วโมง และไม่มีวี่แววที่จะออกมา‘พล
“มาครั้งแรกเหรอครับ” เมฆาเอ่ยถามขึ้นพร้อมกับมองเสื้อผ้าหน้าผมของพลอยชมพูอย่างพินิจพิเคราะห์ จริงอยู่ว่า เขาเองก็มีเงินทองมากมายจนไม่ต้องมานั่งดูราคาเสื้อผ้าและเครื่องประดับบนกายของหญิงสาว แต่สำหรับผู้หญิงคนนี้ เขากลับมองอย่างประเมินค่าและเมื่อเห็นว่าเสื้อผ้าการแต่งกายและเครื่องประดับของเธอ แม้จะดูสวยและทันสมัย แต่ทุกอย่างล้วนราคาถูก ไม่ใช่ของมีราคา ทำให้รู้ว่าสาวเจ้าไม่น่าจะมีฐานะอะไรมาก แต่คงอยากจะลองเข้าผับหรูเพื่อหิ้วไฮโซหนุ่มกลับบ้านแน่นอน และคืนนี้ เขายินดีที่จะเป็นคนที่โดนสาวน้อยคนนี้หิ้วกลับ!“ใช่ค่ะ พอดีดิฉันอยากเปิดหูเปิดตา”“ไปกับผมไหมครับ” ไม่ทันที่พลอยชมพูจะพูดจบ เมฆาก็พูดแทรกขึ้นมาทำเอาหญิงสาวงุนงงกับคำพูดของเขา“คะ? ไปไหนเหรอคะ” เธอถามออกไปด้วยสีหน้าสับสน“พูดกันตรงๆ ดีกว่า ผมสนใจคุณ และผมก็รู้ว่าที่คุณมาเที่ยวที่นี่เพราะต้องการอะไร ฉะนั้นไม่ต้องกังวลนะครับ ผมมีจ่าย”เมฆาพูดสีหน้ายิ้มแย้ม ในขณะที่พลอยชมพูที่ได้ยินคำนั้นถึงกับหน้าถอดสีทันที ก่อนความโมโหที่พุ่งสุดขีดจากการโดนดูถูกจะทำให้เธอห้ามตัวเองไม่ได้ ยกแก้วค็อกเทลสาดใส่หน้าแขกไม่ได้รับเชิญอย่างลืมตัวซ่า!“นี่เธอ!”
“ฉันเอาน้ำเปล่า” ส่วนแขกรับเชิญพูดออกไปอย่างไม่ลังเล ราคาอาหารว่าแพงแล้ว ราคาเครื่องดื่มก็แพงไม่แพ้กัน แถมเธอก็ไม่ได้มีรสนิยมชื่นชอบเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นก็ไม่อยากให้พลอยชมพูต้องมาเสียเงินเล่นๆ“ฮะ? นี่เรามาเที่ยวผับ แต่แกสั่งน้ำเปล่าเนี่ยนะ เกินไปล่ะยัยงก บอกแล้วไงว่าฉันเลี้ยงเอง” พลอยชมพูถามกลับมาอย่างอึ้งๆ“ฉันไม่กินเหล้า แกก็รู้”“โอย มันไม่ใช่เหล้าแบบที่แกคิด เอางี้ ฉันจะสั่งค็อกเทลให้แก รับรองอร่อย กินง่าย”พลอยชมพูไม่รอช้า เรียกพนักงานและสั่งเครื่องดื่มเสร็จสรรพ แม้พลอยระวีจะห้ามเท่าไร แต่ดูท่าแล้วคงขัดใจยัยเพื่อนคนนี้ไม่ได้แน่ๆ“แล้วแกจะเดินทางเมื่อไหร่เหรอ” พลอยระวีถามเพื่อนรักระหว่างรอเครื่องดื่ม“เดือนหน้า เดี๋ยวทำเรื่องเอกสารอะไรเสร็จ ฉันก็จะเดินทางแล้วจ้า”พลอยชมพูชมพูยิ้มออกมาด้วยสีหน้าดีอกดีใจอย่างเห็นได้ชัด ทำให้พลอยระวีอดดีใจด้วยไม่ได้“ฉันดีใจกับแกด้วยนะ ยังไงก็อย่าลืมฉันละกัน ไปอยู่ที่นู่นอะ” นักข่าวสาวพูดติดตลก ขณะที่พนักงานก็นำเครื่องดื่มมาเสิร์ฟให้พอดี“ถ้างั้นมาฉลองกัน” พลอยชมพูพูดพร้อมกับยกแก้วค็อกเมลขึ้นมาชนเบาๆ กับแก้วของพลอยระวี แล้วยกขึ้นจ
‘คืนนี้ถ้าแกไม่มา ฉันตัดเพื่อนจริงๆ ด้วย!’คำพูดของ ‘พลอยชมพู’ เพื่อนรักสมัยเรียนมหาวิทยาของ ‘พลอยระวี อรุณฉาย’ ดังก้องอยู่ในโสตประสาทของเธอจนเธอแทบไม่มีจิตใจจะทำงาน“เฮ้อ สรุปนี่ฉันต้องไปจริงๆ ใช่ไหมเนี่ย”ยิ่งคิด พลอยระวีก็ยิ่งหนักใจ หลังจากเมื่อช่วงกลางวัน ยัยเพื่อนตัวแสบมันโทร.มาชวนเธอให้ไปฉลอง หลังจากที่ได้ทุนไปเรียนต่อที่ฝรั่งเศส พลอยชมพูมีความฝันอยากไปเรียนต่อด้านดีไซเนอร์ที่ฝรั่งเศสมาหลายปี แต่ด้วยฐานะไม่เอื้ออำนวยเลยทำให้ตั้งแต่เรียนจบมาเกือบๆ ห้าปี ฝ่ายนั้นก็เอาแต่เรียนภาษาอังกฤษและภาษาฝรั่งเศสจนสามารถสอบขอทุนไปเรียนต่อได้สำเร็จพลอยระวีดีใจกับเพื่อนสาวอย่างสุดซึ้ง!แต่เรื่องที่หนักใจ มันดันเป็นเรื่องงานเลี้ยงฉลองคืนนี้มากกว่า ถ้ายัยเพื่อนตัวแสบชวนไปฉลองร้านหมูกระทะ ปิ้งย่าง ชาบู หรือร้านส้มตำ ยำแซ่บ สายชิลอย่างเธอจะไม่อิดออดเลย แต่พลอยชมพูดดันมาพูดว่า…‘นะๆ ๆ ตั้งแต่โตมาฉันไม่เคยไปเที่ยวผับหรูๆ เลย ฉันอยากไปมานานแล้ว แกไปกับฉันหน่อยนะ’ทั้งคู่สนิทกันมาก ชนิดที่ว่าเรียนจบมาแล้วก็ยังติดต่อกันเรื่อยๆ ในขณะที่เพื่อนคนอื่นหนีหาย งานเลี้ยงฉลองคืนนี้จึงเป็นการฉลองของสองสาวบัดดี้เพ







