FAZER LOGIN“ฉันเอาน้ำเปล่า” ส่วนแขกรับเชิญพูดออกไปอย่างไม่ลังเล ราคาอาหารว่าแพงแล้ว ราคาเครื่องดื่มก็แพงไม่แพ้กัน แถมเธอก็ไม่ได้มีรสนิยมชื่นชอบเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นก็ไม่อยากให้พลอยชมพูต้องมาเสียเงินเล่นๆ
“ฮะ? นี่เรามาเที่ยวผับ แต่แกสั่งน้ำเปล่าเนี่ยนะ เกินไปล่ะยัยงก บอกแล้วไงว่าฉันเลี้ยงเอง” พลอยชมพูถามกลับมาอย่างอึ้งๆ
“ฉันไม่กินเหล้า แกก็รู้”
“โอย มันไม่ใช่เหล้าแบบที่แกคิด เอางี้ ฉันจะสั่งค็อกเทลให้แก รับรองอร่อย กินง่าย”
พลอยชมพูไม่รอช้า เรียกพนักงานและสั่งเครื่องดื่มเสร็จสรรพ แม้พลอยระวีจะห้ามเท่าไร แต่ดูท่าแล้วคงขัดใจยัยเพื่อนคนนี้ไม่ได้แน่ๆ
“แล้วแกจะเดินทางเมื่อไหร่เหรอ” พลอยระวีถามเพื่อนรักระหว่างรอเครื่องดื่ม
“เดือนหน้า เดี๋ยวทำเรื่องเอกสารอะไรเสร็จ ฉันก็จะเดินทางแล้วจ้า”
พลอยชมพูชมพูยิ้มออกมาด้วยสีหน้าดีอกดีใจอย่างเห็นได้ชัด ทำให้พลอยระวีอดดีใจด้วยไม่ได้
“ฉันดีใจกับแกด้วยนะ ยังไงก็อย่าลืมฉันละกัน ไปอยู่ที่นู่นอะ” นักข่าวสาวพูดติดตลก ขณะที่พนักงานก็นำเครื่องดื่มมาเสิร์ฟให้พอดี
“ถ้างั้นมาฉลองกัน” พลอยชมพูพูดพร้อมกับยกแก้วค็อกเมลขึ้นมาชนเบาๆ กับแก้วของพลอยระวี แล้วยกขึ้นจิบ
เห็นเพื่อนรักนำร่องให้ทำตาม พลอยระวีก็ยกแก้วค็อกเทลขึ้นจิบเบาๆ สัมผัสหวานซ่าที่ปลายลิ้นทำเอาเธอแปลกใจเล็กๆ ก่อนหันมายิ้มให้เพื่อนสนิท แววตาดูสดใส เป็นครั้งแรกกับการดื่มแบบนี้แล้วรู้สึกว่าโอเค
“อร่อยจัง ไม่คิดว่าจะอร่อย” กามิกาเซ่ที่มีส่วนผสมของวอดก้า น้ำมะนาว เหล้าหวานจากผิวส้มทำให้พลอยระวียกแก้วขึ้นจิบอีก
“เห็นไหมยัยพลอย ฉันบอกแล้วว่าอร่อย” พลอยชมพูจิบพิงค์เลดี้แก้วที่สามในคืนนี้ของตนเองต่อ เธอเองก็เพิ่งหัดดื่มแอลกอฮอล์ได้ไม่นาน ด้วยกังวลว่าเวลาไปอยู่ต่างประเทศแล้วเพื่อนๆ ชวนแฮงก์เอาต์แล้วจะไปกับเขาไม่ได้ บางทีการฝึกดื่มให้เป็นก็ถือเป็นเรื่องที่ดีในการหัดเข้าสังคมเหมือนกัน ดื่มให้เป็นก็ถือว่าไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไร
อีกฟากหนึ่งของโซนนั่งดื่ม สองหนุ่มนักธุรกิจกำลังพูดคุยกันด้วยสีหน้าเคร่งเครียด…
’เฮฟเว่น คอสเชีย’ นักธุรกิจลูกครึ่งอเมริกัน-อิตาลี วัยสามสิบเจ็ดปี เขาเป็นเจ้าของเกาะไข่มุกทางภาคใต้ของเมืองไทย ทำธุรกิจเกี่ยวกับเรือสำราญ และธุรกิจผับ บาร์อีกหลายแห่ง ไม่รวม ‘ธุรกิจลับ’ ที่กำลังทำอีกมากมาย
และในแวดวงธุรกิจสีเทา ชายหนุ่มเองถือเป็นคนที่น่าจับตามองที่สุดคนหนึ่งซึ่งร่ำรวยมหาศาล ระดับมหาเศรษฐี และคืนนี้เอง เขาก็นัดพูดคุยกับ ‘เมฆา’ เจ้าของธุรกิจอาบ อบ นวด วัย สามสิบห้าปี ที่อยากมาร่วมลงทุนเป็นหุ้นส่วนในกิจการผับแห่งใหม่ ซึ่งการพูดคุยในครั้งนี้ก็มีหลายอย่างที่ยังไม่ราบรื่น โดยเฉพาะเรื่องของตัวเงินและเปอร์เซ็นต์ที่เมฆาพยายามจะกดเขาอยู่
“ผมว่าในส่วนของเปอร์เซ็นต์หุ้นที่คุณเมฆาต้องการ อาจจะมากไปสักหน่อย ผมอาจจะต้องขอพิจารณาดูก่อนนะครับ”
เฮฟเว่นเป็นคนกล้าพูด กล้าคิด สนุกกับการทำงาน เขาใช้ชีวิตอยู่ที่ประเทศไทยมาเกือบ สิบปี เพราะฉะนั้น ชายหนุ่มจึงเรียนภาษาไทยจนเรียกได้ว่าตอนนี้แข็งแรงมากพอจนสื่อสารและเข้าใจคนไทยได้ดี นี่คือสิ่งสำคัญที่เขาตัดสินใจเรียนภาษาไทยเพราะไม่อยากมีช่องโหว่ให้นักธุรกิจไทยมาเอาเปรียบได้
“ได้ครับ ไม่มีปัญหา เอาที่คุณเฮฟเว่นสะดวกเลย” เมฆาฝืนยิ้มออกมาทั้งที่ภายในใจหงุดหงิดไม่น้อย เพราะอุตส่าห์หวังผลตอบแทนแบบเนื้อๆ เน้นๆ จากธุรกิจผับแห่งใหม่ที่กำลังจะเปิด เลยยอมควักเงินซื้อหุ้นทีเดียวเพื่อโกยกำไรยาวๆ แต่ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าไอ้ฝรั่งคนนี้จะรู้เท่าทันความคิดเขา และไม่ยอมให้ถือหุ้นมากจนเกินไปเพราะกลัวจะถูกเอาเปรียบ
“ถ้าอย่างนั้น คืนนี้ เรามานั่งดื่มชิลๆ กันดีไหมครับ คุณเมฆาจะได้ดูบรรยากาศแล้วก็ศึกษาแนวทางการทำธุรกิจของผมด้วย” เฮฟเว่นพูดพร้อมกับยิ้มมุมปาก ชายหนุ่มต้องการจะสื่อให้เมฆารู้ว่าตนเองก็ไม่ยอมที่จะเสียเปรียบเด็ดขาด หากใครที่อยากจะร่วมลงทุนร่วมกัน ยังไงก็ต้องทำตามกฎที่เขาสร้างมา ไม่ใช่หวังจะกอบโกยและตั้งตนให้มีอำนาจเทียบเคียงเขาได้
“หืม ผับของคุณเฮฟเว่นมีแต่สาวสวยนะครับเนี่ย” เมฆาใช้สายตาลวนลามพนักงานสาวของที่นี่หลายคน พร้อมกับยอมลงให้กับความมีรสนิยมของเฮฟเว่นที่เลือกสาวแต่ละคนหุ่นดี ดีกรีนางแบบชัดๆ
“ฮ่าๆ คุณเมฆาสนใจคนไหนล่ะครับ แต่บอกก่อนนะครับว่า ผับที่นี่ไม่มีนโยบายให้พนักงานรับงานวีไอพี ถ้าพวกคุณสนใจกัน จะพูดคุยนอกเหนือจากบริการชงดื่มก็อาจจะต้องตกลงกันเอง นอกเสียจากว่า…” หนุ่มลูกครึ่งเว้นจังหวะพูดสักพัก เพื่อดูว่าเมฆาเหมาะสมพอที่จะรู้เรื่อง ‘ธุรกิจลับ’ ของเขาหรือไม่
“อะไรครับ”
“ไม่มีอะไรหรอกครับ ไว้ทุกอย่างเข้าที่เข้าทางผมจะเล่าให้คุณฟัง”
คำตอบของเฮฟเว่นทำเอาคนที่ตั้งใจฟังอย่างเมฆาถึงกับเผลอทำหน้าโมโหใส่ เพราะอีกฝ่ายทำเหมือนเขาไม่ได้สลักสำคัญ และวางตัวเหนือกว่าเสียจนน่าหมั่นไส้
“ฮ่าๆ ก็ได้ครับ…” เมฆาพูดพร้อมกับหันหน้าไปมองทางอื่นเพราะไม่อยากสบตากับเฮฟเว่น เกรงว่านักธุรกิจหนุ่มลูกครึ่งจะรับรู้ได้ถึงความไม่พอใจ พลันเหลือบไปเห็นสาวชุดชมพูเด่นตระหง่านนั่งอยู่ที่โต๊ะฝั่งตรงกันข้าม เธอสวยโดดเด่นผิวขาวใสดูมีออราจนเขาไม่สามารถละสายตาไปได้อยากจะลากกลับไปฟัดบนเตียง
“มองอะไรเหรอครับ” เฮฟเว่นเอ่ยถามขึ้นเมื่อเห็นว่าเมฆาจับจ้องที่ลูกค้าในผับอย่างไม่วางตา
“ผู้หญิงคนนั้นสวยมากเลย ว่าไหมครับ” เมฆาพูดยิ้มๆ โดยที่ไม่ได้หันมามองหน้าคนถามเลยสักนิด
“หึๆ ชอบเหรอครับ ถ้าชอบก็ลองไปจีบเธอดูสิ แต่ดูดีๆ นะครับ ลูกค้าผม บางทีมักจะมากับคู่รัก” เฮฟเว่นพูดยิ้มๆ ไม่ได้ปิดกั้นหากเมฆาจะจีบลูกค้าตามประสาผู้ชายเวลาเจอสาวที่ถูกใจในสถานที่แบบนี้ก็อยากไปต่อ แต่หากว่าลูกค้าไม่เล่นด้วยแล้วเกิดเรื่องเกิดราวขึ้นมา เขาเองก็คงจะอยู่เฉยไม่ได้
“ผมไม่พลาดแน่นอนครับ” เมฆาพูดพร้อมกระดกแก้ววิสกี้จนหมด ก่อนจะลุกขึ้นไปเป้าหมายคือโต๊ะของสาวชุดชมพูฝั่งตรงข้าม ซึ่งตอนนี้เจ้าตัวนั่งเหงาอยู่คนเดียว…
“มาคนเดียวเหรอครับ”
เมฆาถือวิสาสะนั่งลงที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามหญิงสาวโดยที่เธอไม่ทันได้อนุญาต
“เอ่อ…” พลอยชมพูถึงกับทำตัวไม่ถูก พลอยระวีขอตัวไปเข้าห้องน้ำยังไม่ถึงสิบนาที ก็มีแขกไม่ได้รับเชิญโผล่มาเซอร์ไพรส์หนึ่งอัตรา
“อ้อ โทษทีครับผมลืมดูว่าคุณมีสองแก้ว” เมฆาพูดขึ้นหลังจากเห็นแก้วค็อกเทลอีกแก้วที่วางอยู่ตำแหน่งที่นั่งของเขา
“ค่ะ ฉันมากับเพื่อนค่ะ” หญิงสาวตอบอย่างมีมารยาท เพราะดูจากลักษณะของเมฆาแล้วก็แต่งตัวภูมิฐานดู อีกอย่างผับไฮโซแบบนี้ก็คงเลือกลูกค้าพอสมควรคงไม่ใช่นักเลงหัวไม้ที่ไหน แต่ก็ระแวดระวังตัว
“ลองเทสต์เสียงหน่อยพลอย” นวกรเอ่ยขึ้นพร้อมกับโทร.ประสานงานกับเจ้าหน้าที่ออกอากาศที่อยู่ภายในสถานี“ฮัลโหล เทสต์ค่ะ”เมื่อพลอยระวีพูด นวกรก็ส่งสัญญาณโอเคเพื่อบอกว่าเสียงของเธอใช้ได้“อีก 5 นาที ข่าวเข้า พลอยยืนนิ่งๆ เลย”นวกรให้สัญญาณอีกครั้งในขณะที่พลอยระวีก็ยืนนิ่งๆ หน้ากล้องเพื่อทำสมาธิทบทวนบทข่าวที่จะรายงานให้ประชาชนรับรู้ระหว่างที่กำลังเตรียมความพร้อมอยู่นั้น พลอยระวีไม่ทันสังเกตเห็นว่าลิฟต์ตัวหนึ่งได้เปิดออก ผู้ที่เดินออกมาส่งสายตามองไปยังเธอพร้อมกับขมวดคิ้วทันที“นักข่าวยังไม่กลับไปอีกเหรอนี่” ชายใส่สูทสีดำ สวมแว่นกันแดดค่อยเดินมุ่งตรงไปยังล็อบบี้ในขณะที่สายตายังคงจับจ้องที่นักข่าวสาวไม่วางตา‘เฮฟเว่น คอสเชีย’ หนุ่มลูกครึ่ง อเมริกัน-อิตาลี วัย 37 ปี ยืนมองพลอยระวีที่กำลังเตรียมจะรายงานข่าวอยู่ห่างๆ ตั้งแต่หัวจะจรดเท้าราวกับพิจารณาสิ่งของหญิงสาวหน้าตาจิ้มลิ้ม ตัวบอบบาง ผมยาวดำถึงกลางหลังถูกมัดขึ้นเป็นหางม้าเผยให้เห็นใบหน้าหวานและดวงตาคมที่อยู่ภายใต้แว่นสายตา เธอสวมเสื้อยืดสีขาว-กางเกงยีนส์ มีเสื้อคลุมยีนส์ทับอีกตัว ทำให้ภาพลักษณ์ที่ดูเหมือนสาวหวานกลายเป็นสาวมั่นทันที เห็นอย่างน
“ใจเย็นๆ นะครับ เดี๋ยวสัมภาษณ์พร้อมๆ กัน”นายตรวจยศผู้น้อยต่างช่วยกันท่านวิมลออกห่างจากเหล่านักข่าว และคอยอำนวยความสะดวกในพื้นที่การให้สัมภาษณ์ อย่างที่บอก ข่าวนี้เป็นข่าวใหญ่ที่ไม่ได้มีมานาน ในมุมของนักข่าวก็ถือเป็นงานท้าทายหลังจากที่ข่าวเงียบมาหลายเดือน“ตกลงตรวจสอบแล้วเป็นไงบ้างคะท่าน?”“มีคนมีสีเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้จริงไหมครับท่าน?”“เห็นว่านักการเมืองหลายคนก็เข้าไปใช้บริการ และอาจมีการซื้อขายบริการทางเพศจริงใช่ไหมครับ?”“เกิดเหตุการณ์แบบนี้จะสั่งปิดเลยไหมครับ?”เหล่านักข่าวหลายสำนักยิงคำถามใส่ท่านวิมลไม่เว้นให้ท่านได้ตอบจนพลอยระวีเองก็แอบเอือมระอาเหมือนกัน เธอจึงเลือกที่จะเงียบและให้คนอื่นๆ ถามไปก่อน“คืออย่างนี้นะครับ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจของเราได้ขึ้นไปตรวจสอบที่ชั้น 30 แล้ว พบว่าเป็นกาสิโนทั่วไปแบบที่มีภาพหลุดออกมาครับ”พล.ต.อ.วิมลตอบออกมาด้วยสีหน้าลำบากใจจนผิดสังเกต เพราะปกติแล้ว ท่านจะตอบคำถามนักข่าวด้วยความมั่นอกมั่นใจ และสีหน้าที่บ่งบอกความลำบากใจนั้นทำเอาพลอยระวียิ่งหวาดระแวงเข้าไปใหญ่“แล้วจากภาพที่หลุดออกไป นักการเมืองพรรคดังกำลังนัวเนียหญิงสาว เป็นการซื้อขายบริการทางเพศ
บรรยากาศที่หน้าโรงแรมเดอะไนน์เต็มไปด้วยผู้คนพลุกพล่าน จากที่ก่อนหน้านี้เพียงแค่ 3 วัน ช่วงเวลาตอนเช้าจะเงียบเหงามีเพียงแขกวีไอพีไม่กี่คนที่จะเข้าพัก ทุกคนรู้ดีว่าที่นี่เป็นสวรรค์ของนักท่องราตรีเท่านั้น โรงแรมหรูใจกลางเมืองแท้จริงแล้วเป็นสถานที่ให้กลุ่มคนไฮโซ นักการเมือง หรือแม้แต่คนมีสี เข้ามา ‘ลุ้นโชค’ไม่มีใครรู้ความลับนี้จนเมื่อมีคนเข้าไปแอบถ่ายพื้นที่ชั้น 30 ของที่นี่ และพบว่ามันคือ ‘กาสิโน’ ดีๆ นี่เองจนกลายเป็นข่าวโด่งดังชั่วข้ามคืน หลายสำนักข่าวต่างเล่นข่าวนี้และตีแผ่ว่านี่คือกาสิโนที่เอื้อให้คนมีสีและนักการเมืองหรือไม่เช้านี้ บรรดาช่างภาพผู้สื่อข่าวต่างกรูกันมาที่หน้าโรงแรมเดอะไนน์พร้อมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ นำทีมโดยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ‘พล.ต.อ.วิมล เหล่าอารย’ โดยเจ้าหน้าที่ได้เข้าไปตรวจสอบด้านในโรงแรมชั้น 30 ตามที่มีคำกล่าวอ้าง พร้อมกับไม่อนุญาตให้สื่อเข้าไปด้านในโดยอ้างว่าจะเป็นการวุ่นวายและมีผลต่อพยานหลักฐาน“รอนานแล้วนะ”“นั่นสิ ไม่รู้จะส่งข่าวเที่ยงทันไหม” เหล่าผู้สื่อข่าวหลายช่องต่างพากันบ่น หลังจากที่ตำรวจเข้าไปตรวจสอบภายในนานกว่า 2 ชั่วโมง และไม่มีวี่แววที่จะออกมา‘พล
“มาครั้งแรกเหรอครับ” เมฆาเอ่ยถามขึ้นพร้อมกับมองเสื้อผ้าหน้าผมของพลอยชมพูอย่างพินิจพิเคราะห์ จริงอยู่ว่า เขาเองก็มีเงินทองมากมายจนไม่ต้องมานั่งดูราคาเสื้อผ้าและเครื่องประดับบนกายของหญิงสาว แต่สำหรับผู้หญิงคนนี้ เขากลับมองอย่างประเมินค่าและเมื่อเห็นว่าเสื้อผ้าการแต่งกายและเครื่องประดับของเธอ แม้จะดูสวยและทันสมัย แต่ทุกอย่างล้วนราคาถูก ไม่ใช่ของมีราคา ทำให้รู้ว่าสาวเจ้าไม่น่าจะมีฐานะอะไรมาก แต่คงอยากจะลองเข้าผับหรูเพื่อหิ้วไฮโซหนุ่มกลับบ้านแน่นอน และคืนนี้ เขายินดีที่จะเป็นคนที่โดนสาวน้อยคนนี้หิ้วกลับ!“ใช่ค่ะ พอดีดิฉันอยากเปิดหูเปิดตา”“ไปกับผมไหมครับ” ไม่ทันที่พลอยชมพูจะพูดจบ เมฆาก็พูดแทรกขึ้นมาทำเอาหญิงสาวงุนงงกับคำพูดของเขา“คะ? ไปไหนเหรอคะ” เธอถามออกไปด้วยสีหน้าสับสน“พูดกันตรงๆ ดีกว่า ผมสนใจคุณ และผมก็รู้ว่าที่คุณมาเที่ยวที่นี่เพราะต้องการอะไร ฉะนั้นไม่ต้องกังวลนะครับ ผมมีจ่าย”เมฆาพูดสีหน้ายิ้มแย้ม ในขณะที่พลอยชมพูที่ได้ยินคำนั้นถึงกับหน้าถอดสีทันที ก่อนความโมโหที่พุ่งสุดขีดจากการโดนดูถูกจะทำให้เธอห้ามตัวเองไม่ได้ ยกแก้วค็อกเทลสาดใส่หน้าแขกไม่ได้รับเชิญอย่างลืมตัวซ่า!“นี่เธอ!”
“ฉันเอาน้ำเปล่า” ส่วนแขกรับเชิญพูดออกไปอย่างไม่ลังเล ราคาอาหารว่าแพงแล้ว ราคาเครื่องดื่มก็แพงไม่แพ้กัน แถมเธอก็ไม่ได้มีรสนิยมชื่นชอบเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นก็ไม่อยากให้พลอยชมพูต้องมาเสียเงินเล่นๆ“ฮะ? นี่เรามาเที่ยวผับ แต่แกสั่งน้ำเปล่าเนี่ยนะ เกินไปล่ะยัยงก บอกแล้วไงว่าฉันเลี้ยงเอง” พลอยชมพูถามกลับมาอย่างอึ้งๆ“ฉันไม่กินเหล้า แกก็รู้”“โอย มันไม่ใช่เหล้าแบบที่แกคิด เอางี้ ฉันจะสั่งค็อกเทลให้แก รับรองอร่อย กินง่าย”พลอยชมพูไม่รอช้า เรียกพนักงานและสั่งเครื่องดื่มเสร็จสรรพ แม้พลอยระวีจะห้ามเท่าไร แต่ดูท่าแล้วคงขัดใจยัยเพื่อนคนนี้ไม่ได้แน่ๆ“แล้วแกจะเดินทางเมื่อไหร่เหรอ” พลอยระวีถามเพื่อนรักระหว่างรอเครื่องดื่ม“เดือนหน้า เดี๋ยวทำเรื่องเอกสารอะไรเสร็จ ฉันก็จะเดินทางแล้วจ้า”พลอยชมพูชมพูยิ้มออกมาด้วยสีหน้าดีอกดีใจอย่างเห็นได้ชัด ทำให้พลอยระวีอดดีใจด้วยไม่ได้“ฉันดีใจกับแกด้วยนะ ยังไงก็อย่าลืมฉันละกัน ไปอยู่ที่นู่นอะ” นักข่าวสาวพูดติดตลก ขณะที่พนักงานก็นำเครื่องดื่มมาเสิร์ฟให้พอดี“ถ้างั้นมาฉลองกัน” พลอยชมพูพูดพร้อมกับยกแก้วค็อกเมลขึ้นมาชนเบาๆ กับแก้วของพลอยระวี แล้วยกขึ้นจ
‘คืนนี้ถ้าแกไม่มา ฉันตัดเพื่อนจริงๆ ด้วย!’คำพูดของ ‘พลอยชมพู’ เพื่อนรักสมัยเรียนมหาวิทยาของ ‘พลอยระวี อรุณฉาย’ ดังก้องอยู่ในโสตประสาทของเธอจนเธอแทบไม่มีจิตใจจะทำงาน“เฮ้อ สรุปนี่ฉันต้องไปจริงๆ ใช่ไหมเนี่ย”ยิ่งคิด พลอยระวีก็ยิ่งหนักใจ หลังจากเมื่อช่วงกลางวัน ยัยเพื่อนตัวแสบมันโทร.มาชวนเธอให้ไปฉลอง หลังจากที่ได้ทุนไปเรียนต่อที่ฝรั่งเศส พลอยชมพูมีความฝันอยากไปเรียนต่อด้านดีไซเนอร์ที่ฝรั่งเศสมาหลายปี แต่ด้วยฐานะไม่เอื้ออำนวยเลยทำให้ตั้งแต่เรียนจบมาเกือบๆ ห้าปี ฝ่ายนั้นก็เอาแต่เรียนภาษาอังกฤษและภาษาฝรั่งเศสจนสามารถสอบขอทุนไปเรียนต่อได้สำเร็จพลอยระวีดีใจกับเพื่อนสาวอย่างสุดซึ้ง!แต่เรื่องที่หนักใจ มันดันเป็นเรื่องงานเลี้ยงฉลองคืนนี้มากกว่า ถ้ายัยเพื่อนตัวแสบชวนไปฉลองร้านหมูกระทะ ปิ้งย่าง ชาบู หรือร้านส้มตำ ยำแซ่บ สายชิลอย่างเธอจะไม่อิดออดเลย แต่พลอยชมพูดดันมาพูดว่า…‘นะๆ ๆ ตั้งแต่โตมาฉันไม่เคยไปเที่ยวผับหรูๆ เลย ฉันอยากไปมานานแล้ว แกไปกับฉันหน่อยนะ’ทั้งคู่สนิทกันมาก ชนิดที่ว่าเรียนจบมาแล้วก็ยังติดต่อกันเรื่อยๆ ในขณะที่เพื่อนคนอื่นหนีหาย งานเลี้ยงฉลองคืนนี้จึงเป็นการฉลองของสองสาวบัดดี้เพ







