Masuk
คิรินทร์โยนแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะเสียงดังจนผู้ช่วยเลขาสะดุ้งไปทั้งตัว เธอก้มหน้ามองแฟ้มที่กระเด็นไปเล็กน้อย หัวใจเต้นแรงไม่ต่างจากตอนที่เข้าประชุมครั้งแรกกับเขา
“คุณไม่ดูหรือไงว่าพิมพ์ผิดมาตัวหนึ่งงานง่ายๆ แค่นี้ยังทำพลาด!” น้ำเสียงของชายหนุ่มเต็มไปด้วยความไม่พอใจ จนทุกคำพูดเหมือนมีมีดคมเฉือนหัวใจของเธอ
“ขอโทษค่ะท่านประธาน แต่…” ไข่มุกรีบเงยหน้าขึ้น พยายามควบคุมลมหายใจ เธอกำลังจะอธิบายว่าเธอรับงานนี้มาจากเลขาคนอื่นอีกที แต่คำพูดก็ถูกตัดลงเมื่อเขายกมือขึ้น
“ไม่ต้องเถียง! กี่ครั้งแล้วที่คุณทำงานพลาด ผมไม่เลี้ยงคนโง่ๆ ไว้หรอกนะ!” เขาตวาดเสียงเข้ม กำมือแน่นราวกับควบคุมความอดทนจนเกือบขาด
ไข่มุกกัดริมฝีปากจนเจ็บ เธอรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังถล่มลงมาบนหัว แต่ก็ไม่กล้าสบตาเขากลัวว่าจะเห็นเพียงความผิดหวังในสายตาของผู้ชายตรงหน้า
“คุณทำงานกับที่นี่มาสามปีเต็มแล้ว ชื่อมหาลัยที่แบกอยู่ก็ไม่ช่วยให้คุณเก่งขึ้นบ้างเลยหรือไง หรือคุณมีสมองเอาไว้ แค่คั่นหูไว้เฉยๆ”
“มุกขอโทษค่ะ” เธอก้มหน้ามองปลายเท้าตัวเองไม่กล้าแม้แต่จะหายใจเสียงดัง
“เอาแต่ขอโทษๆ ทั้งวันฝ่ายบุคคลรับคุณเข้ามาเพราะเรียนดี แต่การทำงานติดลบหรือมัวแต่ไปอ่อยแฟนคนอื่นเลยไม่มีสมาธิทำงาน”
เขามักได้ยินพนักงานพูดถึงผู้ช่วยเลขาของเขาในทางไม่ดี หญิงสาวเป็นคนหน้าตาดีมากไม่แปลกที่ผู้ชายมักจะเข้าหา แต่ช่วงนี้หญิงสาวทำงานพลาดบ่อย บางทีอาจจะโฟกัสอย่างอื่นมากกว่างาน
“มุก...”
“ผมให้โอกาสคุณแก้ไขงานนี้ และคราวหน้าถ้าพลาดอีกคุณก็ไม่จำเป็นต้องอยู่ที่นี่แล้ว”
คิรินทร์สูดลมหายใจลึก ก่อนจะยืนขึ้นตรงเงยหน้ามองไข่มุกด้วยสายตาที่เข้มข้น แต่แฝงความคาดหวังบางอย่างไว้
“มุกจะทำให้ดีค่ะ” เธอพยักหน้าช้าๆ รู้ดีว่านี่ไม่ใช่คำขู่เล่นๆ แต่เป็นบททดสอบที่หนักหนาสำหรับเธอ
เมื่อหญิงสาวออกไปเขาถอนหายใจไม่ได้ตั้งใจจะว่าไข่มุกแรงขนาดนั้น คนเรามีโอกาสทำงานพลาดได้อีกฝ่ายอายุยังน้อยอาจจะยังไม่รอบคอบ แต่ไม่เข้าใจตัวเองว่าทำไมถึงหงุดหงิดทุกครั้งที่เจอหน้าหญิงสาว
“ฉันเป็นถึงท่านประธาน K-Metha Holding จะไปสงสารเด็กที่เพิ่งจบมหาลัยได้ยังไง”
คิรินทร์ กฤตเมธานนท์ อายุ 32 ปี สูงโปร่งร่างกายกำยำแต่ไม่ล่ำเกินไป ท่วงท่าทุกก้าวดูสง่างามและมั่นใจเหมือนชายที่อยู่เหนือทุกสถานการณ์ ใบหน้าคมคายจมูกโด่งเป็นสัน ปากเรียวแต่มีรอยยิ้มบางๆ ที่ดูเย็นชาและมีเสน่ห์ดึงดูด ดวงตาคมกริบเป็นสีเข้ม ลึกเหมือนมีความลับซ่อนอยู่ ขอบตาเรียวทำให้สายตาของเขามีอานุภาพราวกับสามารถอ่านใจคนได้ในเสี้ยววินาที
ผมดำสนิทสลวยเรียบและเงางามเหมือนเพชรที่ได้รับการเจียระไนมาอย่างพิถีพิถัน เสื้อเชิ้ตขาวเรียบเนียน สวมสูทเข้ารูปอย่างดี เสริมด้วยเนกไทสีเข้ม ทุกองค์ประกอบบนตัวเขาเหมือนถูกออกแบบมาเพื่อสะท้อนทั้งอำนาจ ความมั่งคั่ง และความเฉียบขาด
แม้รอยยิ้มของเขาจะบางครั้งดูเย็นชาและเข้าถึงยาก แต่ก็เต็มไปด้วยแรงดึงดูดที่ทำให้คนรอบข้างทั้งเกรงกลัว และหลงใหลในเวลาเดียวกัน
แต่เขาไม่ใช่หนุ่มโสดเพราะเขามีคู่หมั้น ถึงแม้เขาจะไม่ได้รักอีกฝ่ายก็ตาม ทั้งสองหมั้นหมายกันเพราะเรื่องธุรกิจจนวันที่พ่อของเสียชีวิตไป เขาจึงหาทางถอนหมั้นตลอดเวลา แค่คู่หมั้นกลับหนีไปเรียนต่อที่ต่างประเทศเพื่อหวังจะยื้อเวลาออกไป
ประตูห้องทำงานเปิดออก เดวิดถือแฟ้มเอกสารเข้ามาอย่างเรียบร้อย
“งานเลี้ยงบริษัททุกอย่างพร้อมแล้วครับ คุณลิต้ากลับมาแล้วด้วยครับ คาดว่าคืนนี้เธอจะเข้าร่วมงานเลี้ยงด้วย”
คิรินทร์พยักหน้าเบาๆ แต่ดวงตายังคงแข็งกร้าว ขณะที่ริมฝีปากบางขยับพูดอย่างไม่แยแส
“มาแล้วก็ดีจะได้หลุดพ้นจากคนพวกนั้นเสียที หน้าด้านหน้าทนเกินไป” เขาเพียงทำตามความต้องการของพ่อเท่านั้น ในเมื่อท่านไม่อยู่แล้ว เขาไม่จำเป็นต้องสนใจใครอีกต่อไป
ไข่มุกเดินมายืนรอรถหน้าบริษัท มือเล็กกุมกระเป๋าแน่น ร่างกายยังสั่นเล็กน้อยจากความเครียดเมื่อตอนอยู่ในสำนักงาน
“น้องมุกกลับกับพี่ไหม?” ตะวันหนุ่มรุ่นพี่ที่ทำงานอยู่ที่นี่เหมือนกัน เดินเข้ามาแล้วยิ้มทักทายด้วยน้ำเสียงเป็นมิตร
“มุกกลับเองได้ค่ะ” เธอส่ายหน้าเล็กน้อย พยายามเรียบเรียงความรู้สึกให้สงบ
“ตาแดงโดนใครดุมาอีกแล้วใช่ไหม?” ตะวันเลิกคิ้วมองเธอสักพัก ก่อนจะเอ่ยติดตลกอย่างห่วงใย
“เปล่าค่ะ” เธอรีบก้มหน้าหลบสายตารุ่นพี่ ไม่กล้าบอกความจริงว่าพึ่งแอบไปร้องไห้หลังจากถูกเจ้านายดุ เธอแค่ส่ายหน้าอย่างรวบรัด
ตะวันถอนหายใจเบาๆ แต่ก็ไม่ได้ซักถามต่อ แค่ยิ้มบางๆ เหมือนเข้าใจ
คิรินทร์นั่งอยู่ในรถหรูจ้องมองออกไปทางกระจกข้าง สายตาเย็นเฉียบหยุดอยู่ที่ไข่มุกซึ่งกำลังยืนอยู่กับผู้ชายอีกคน ทุกครั้งที่เห็นภาพแบบนี้ ความหงุดหงิดก็พุ่งขึ้นในอกไม่ต่างจากไฟที่ลุกโชน
“อ่อยแต่ผู้ชาย” เขาพึมพำด้วยน้ำเสียงเย็นชา แต่เต็มไปด้วยความรำคาญ
“มีอะไรให้ผมรับใช้ครับ” ศิวกรนั่งข้างคนขับเจ้านายไม่ได้ยินชัด เขาจึงหันไปถามอีกครั้งด้วยน้ำเสียงห้วนๆ
“พรุ่งนี้ติดต่อฝ่ายบุคคลให้ใบเตือนพนักงานที่ชื่อชลาลี”
“น้องมุกเหรอครับ? ผมเห็นน้องเขาทำงานดีมาตลอดนะครับ” ศิวกรเลิกคิ้วเห็นสายตาของเจ้านายเต็มไปด้วยความหงุดหงิด แต่ก็แอบลังเล
“ห่วงมากนักก็รับเอาไปเอง” น้ำเสียงเต็มไปด้วยความหงุดหงิดปนเย็นชา ไม่มีแม้แต่รอยยิ้มให้
ศิวกรก้มหน้าพยักหน้ารับคำ สายตาเห็นชัดว่าเจ้านายกำลังอารมณ์เสีย และครั้งนี้ไข่มุกกำลังตกอยู่ในสายตาของเขาแบบที่เขาไม่อาจปล่อยผ่าน
“คืนนี้งานเลี้ยงให้พี่ไปรับไหม” ตะวันหันมาถามหญิงสาวอีกครั้ง
“มุกมาเองได้ค่ะเกรงใจแฟนพี่ตะวัน อีกอย่างมุกไม่อยากมีปัญหา” แฟนของตะวันขี้หึงมาก ครั้งนั้นก็เข้าใจเรื่องของเธอกับตะวัน จนทำให้เธอต้องออกห่างจากอีกฝ่าย เพื่อความสบายใจของทุกคน
“พี่ขอโทษด้วยนะ”
“มุกไปก่อนนะคะ”
“เจอกันที่งานนะ” เขามองจนเห็นหญิงสาวขึ้นรถเมล์ไป ถอนหายใจออกมาอย่างเบื่อหน่ายยามที่นึกถึงคนรักตัวเอง
“มองตามมันตาละห้อยอยากไปส่งมันจนตัวสั่นหรือไง” เพลงมีนามาเห็นภาพนั้นพอดี เธอไม่ไว้ใจผู้หญิงคนนั้นเพราะตะวันมักส่งข้อความห่วงใยไปหา
“เธอมาได้ยังไง”
“ถ้าไม่มาจะเห็นภาพนั้นเหรอ รักมันหรือไงก็ไปคบกับมันเลยสิ”
“ไร้สาระ” เขาไม่อยากคุยกับคนอารมณ์ร้อนจึงลากเพลงมีนาขึ้นรถมาพร้อมกัน
“ตะวันชอบมันใช่ไหม หรือได้กันแล้วถึงตามราวีมันตลอดเลย”
“ไม่มีคือไม่มีเธออย่าทำตัวน่าเบื่อแบบนี้ได้ไหม น้องมุกเขาไม่ได้คิดอะไรกับฉันเลย”
“ถ้ามันคิดตะวันก็จะไปกับมันใช่ไหม” เพลงมีนาโวยวายลั่นรถ เธอไม่ยอมให้ทั้งสองคนสมหวังเด็ดขาด
“เพลง! เราเลิกกันเถอะ”
“กรี๊ดดด ทำไมได้มันแล้วใช่ไหมถึงทิ้งกัน” หญิงสาวกรีดร้องคบกันมาตั้งแต่เรียนปีหนึ่งจนถึงวันนี้ คราวนี้ยอมรับว่าตะวันเปลี่ยนไปมาก
“ไม่เกี่ยวกับใครทั้งนั้น เธอนิสัยไม่ดีรู้ไหมโวยวายน่าเบื่อ ทั้งที่ฉันไม่เคยทำอะไรให้เธอระแวงเลย มีแต่เธอที่เป็นประสาทอยู่คนเดียว”
“ฉันไม่เลิก ถ้าเลิกฉันจะไปประจานมันว่าตะวันทิ้งเมียไปเอากับมัน”
“เธอมันเกินเยียวยาจริงๆ”
ตอนพิเศษ 4ย้อนเวลากลับไปในวันที่ไข่มุกยังเป็นนักศึกษาฝึกงานเช้าวันนั้นอากาศในตึกสำนักงานใหญ่เงียบขรึมจนหญิงสาวรู้สึกกดดันตั้งแต่ก้าวเท้าเข้าไปไข่มุกยืนก้มหน้าอยู่แถวหน้า พร้อมกับเพื่อนฝึกงานอีกสามคนที่ถูกส่งตัวเข้ามาฝึกงานที่บริษัทแห่งนี้ มือประสานกันแน่นโดยไม่รู้ตัว“นี่คือท่านประธาน ทุกคนโปรดให้ความเคารพด้วยครับ” เลขาหนุ่มเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉียบ“สวัสดีค่ะ ท่านประธาน” เสียงทักทายดังขึ้นพร้อมกัน“ส…สวัสดีค่ะ” ไข่มุกพูดตามเพื่อน เสียงเบากว่าใครทั้งหมดเธอยังคงก้มหน้าไม่กล้าเงยขึ้นไปมอง เพราะถูกสอนมาว่า การจ้องหน้าผู้ใหญ่หรือผู้บังคับบัญชาระดับสูงถือเป็นการเสียมารยาท ความเงียบปกคลุมอยู่ครู่หนึ่งก่อนเสียงทุ้มเรียบจะดังขึ้น“พูดกับผมต้องสบตา” น้ำเสียงนั้นไม่ได้ดุ แต่หนักแน่นพอจะทำให้หัวใจของคนฟังสะดุด“ขออภัยค่ะ ท่านประธาน” หญิงสาวสะดุ้งเล็กน้อย รีบเงยหน้าขึ้นทันทีในวินาทีนั้นสายตาของทั้งสองสบกันโดยไม่ตั้งใจ คิรินทร์นิ่งไปชั่วขณะ เขาไม่รู้ว่าทำไมหัวใจถึงเต้นแรงขึ้นอย่างไม่มีเหตุผลดวงตากลมใสที่ยังเต็มไปด้วยความไม่มั่นใจใบหน้าเรียบง่าย แต่สะอาดตาอย่างประหลาด ไม่ใช่ความสวยฉูดฉาด
ตอนพิเศษ 3ทะเลยืนหน้ามุ้ยอยู่ใต้ตึกเรียน กระเป๋าสะพายพาดไหล่อย่างไม่ใส่ใจสายตาใคร เขากำลังจะก้าวเดินออกไป แต่กลับต้องชะงัก เมื่อมีเด็กผู้หญิงคนหนึ่งยืนขวางอยู่ตรงหน้าในมือเล็กๆ ของเธอคือดอกกุหลาบสีแดงที่ดูไม่เข้ากับความลังเลในแววตาเลยสักนิด“อ้วนดำขนาดนี้ทำไมไม่เก็บเงินซื้อข้าวกิน จะเอามาให้ฉันทำไม” ทะเลปรายตามองตั้งแต่หัวจรดเท้า น้ำเสียงเต็มไปด้วยความรำคาญคำพูดนั้นเหมือนมีดกรีดลงกลางใจ ปันปันกำดอกกุหลาบแน่น ก่อนเอ่ยเสียงสั่น“ปันอยากให้พี่ทะเลค่ะ” เธอก้มหน้าลงทันที ไม่อยากเห็นสีหน้าแกมดูถูกของเขาอีกต่อไป“ไม่สวยหัดเจียมตัวบ้าง” เขาไม่ยื่นมือไปรับดอกไม้แม้แต่นิดเดียว“ปัน...” เธอพยายามจะพูดอะไรต่อ แต่เขากลับตัดบทอย่างไม่ไยดี“ไปทำตัวให้มันสวยๆ ก่อนเถอะคนที่จะมาเป็นแฟนฉัน ต้องสวยน่ารักเท่านั้น” เขาพูดเสียงเรียบ พูดจบหันหลังให้ทันที เดินจากไปโดยไม่หันกลับมาแม้แต่น้อยทิ้งไว้เพียงเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่ยืนตัวสั่นอยู่กับที่น้ำตาหยดลงบนกลีบกุหลาบทีละหยด ปันปันร้องไห้ออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ มือสั่นจนแทบทรงตัวไม่ไหวเธอสูดหายใจลึก ตั้งใจจะเดินหนีไปจากตรงนั้น แต่สายตากลับเหลือบไปเห็นอะไรบางอย
ตอนพิเศษ 2เวลาผ่านไปหลายปีบ้านหลังเดิมยังคงคึกคักไม่เปลี่ยน เพียงแต่สามแสบตัวน้อยในวันนั้น โตเป็นหนุ่มเป็นสาวกันหมดแล้วสายลมยิ่งโตยิ่งน่ารักรอยยิ้มสดใสกับดวงตาใสซื่อทำเอาเพื่อนผู้ชายในห้องเรียนต่างพากันใจสั่น วันไหนกลับบ้านช้ากว่าปกตินิดเดียว คนเป็นพ่อก็เดินวนเหมือนเสือถูกขัง“วันนี้มีหนุ่มมาจีบอีกไหม” คนเป็นพ่อกอดอกพิงกรอบประตู มองหน้าลูกสาววัยสิบห้าปีอย่างจับผิด“มะ...” สายลมยังไม่ทันตอบจบ“มีสองคนครับ แต่ธาราจัดการไปแล้ว” ธาราพูดขึ้นหน้าตาย ขณะกำลังเทน้ำดื่ม “เก่งมากต้องช่วยพ่อดูแลน้องๆ นะ” เขาหันไปมองลูกชายทันที สีหน้าพอใจอย่างเห็นได้ชัด“พ่อครับ พ่อก็มีแฟนตั้งแต่เด็กทำไมพวกเราถึงมีไม่ได้เหรอครับ” ทะเลถามอย่างไร้เดียงสาเพราะพ่อห้ามไม่ให้พวกเขามีความรักในวัยเรียนประโยคนั้นทำเอาคิรินทร์นิ่งไปชั่วขณะ สมองประมวลผลไม่ทันจะหาข้อแก้ตัว ภรรยาก็สันหาแต่เรื่องไม่ดีของเขามาเล่าให้ลูกๆ ฟัง“คุณแม่เล่าว่าคุณพ่อแรดตั้งแต่เด็กเลยนะคะ” สายลมพูดเสียงใสตาเป็นประกายเหมือนรู้อะไรดี“นั่นมันเรื่องเมื่อก่อน!” เขารีบโพล่งออกมาเสียงดังเกินเหตุเล็กน้อยเขาเหลือบมองไปทางห้องครัวอย่างระแวงในใจคาดโทษภรรย
ตอนพิเศษ 1คิรินทร์นอนกอดเมียแนบอกบนเตียงกว้างอย่างสบายใจ แสงแดดยามบ่ายส่องลอดผ้าม่านบางๆ เข้ามา เผยให้เห็นผืนน้ำทะเลสีครามสุดลูกหูลูกตา ทริปฮันนีมูนครั้งนี้ เขาฝากลูกๆ ไว้กับพี่เลี้ยงแล้วพาไข่มุกหนีความวุ่นวายมาใช้เวลาของกันและกัน“ผมรักคุณที่สุดเลย” เขาพูดเสียงแผ่ว ก่อนจะก้มลงหอมแก้มเธอซ้ายขวาอย่างอารมณ์ดี“คุณคิน แก้มมุกช้ำหมดแล้วนะ” เธอหัวเราะเบาๆ ดันอกเขาออกนิดหนึ่งตั้งแต่มาถึงที่นี่ เขาแทบไม่ยอมพาเธอออกไปไหน นอกจากวนเวียนอยู่แต่ในห้องพักราวกับโลกภายนอกไม่มีความหมาย“หรืออยากช้ำไปทั้งตัวล่ะ” เขายิ้มมุมปาก แววตาเจ้าเล่ห์“อย่ามาหื่น มุกเหนื่อยแถมหิวด้วย” เธอปรามเสียงอ่อน“ผมก็หิวครับที่รัก” น้ำเสียงเขานุ่มลง แต่สายตากลับเป็นประกาย“มุกหิวข้าวค่ะ” เธอรีบแก้ต่างพลางหันหน้าหนีเล็กน้อย“ขออีกรอบได้ไหม” เขาหัวเราะในลำคอ กระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น“เมื่อเช้าคุณก็ทำแล้วนะ” เธอบ่นแต่แก้มกลับร้อนผ่าว“ก็ผมหิวแล้วของโปรดผมก็นอนอยู่ตรงนี้นี่นา แถมไม่มีลูกๆ มากวนใจด้วย”หญิงสาวถอนหายใจอย่างคนแพ้ทาง ก่อนจะซุกหน้าลงกับอกเขาเบาๆ แต่ยังไม่ทันที่บรรยากาศหวานจะได้ดำเนินต่อ เสียงโทรศัพท์ที่วางอยู่ข้า
หนึ่งปีผ่านไปครอบครัวของคิรินทร์และไข่มุกยังคงอบอุ่นเหมือนเดิม ลูกๆ ทั้งสามโตขึ้นเป็นเด็กซนแต่แสนรู้ ส่วนวายุ ลูกคนนั้นดื้อไม่แพ้พี่ชายเลย เล่นเอาคนเป็นพ่อแทบกุมขมับเช้าวันเสาร์สายลมต้องไปเรียนเต้น ไข่มุกไม่ได้บังคับลูก แต่เพราะลูกสาวอยากไป เธอจึงได้แต่สนับสนุนและตามใจ“ทำไมต้องรีบไปด้วยคะ” เธอถามลูกเสียงนุ่ม“สายลมนัดเจเจไว้ค่ะ” สายลมตอบด้วยตาเป็นประกาย“เด็กหนุ่มตัวขาวๆ ใช่ไหม” ไข่มุกนึกขึ้นได้ทันที เธอจำได้ว่าเคยเจอกันครั้งหนึ่ง“ใช่ค่ะ แม่อย่าบอกพ่อนะคะ เดี๋ยวพ่อดุว่าสายลมคบแต่เพื่อนผู้ชาย” สายลมยิ้มเจ้าเล่ห์“ได้ค่ะ แม่จะเก็บเป็นความลับของเราเอง” เธอหัวเราะเบาๆ พลางลูบหัวลูกสาว“ปล่อยลูกไปหาผู้ชายอีกแล้วนะ!” คิรินทร์ได้ยินทุกอย่าง เขาแทบรับไม่ได้ที่ลูกสาวตัวน้อยมีเพื่อนผู้ชาย“คุณคินสายลมเพิ่งจะกี่ขวบเองเขายังไม่เข้าใจความรักหรอกค่ะ” ไข่มุกอมยิ้ม เอ็นดูสามีไม่น้อย“เป็นเด็กเป็นเล็กทำไมวิ่งตามผู้ชายแบบนี้ล่ะ” เขาหวงลูกสาวเพียงคนเดียว“ทีลูกชายของคุณยังวิ่งตามผู้หญิงเลยนะคะ” เธอว่า พลางคิดถึงความซนและพฤติกรรมแสบๆ ของลูกชายแต่ละคน“นั่นผู้ชายแต่สายลมเป็นผู้หญิง” “เขานิสัยเห
วายุ กฤตเมธานนท์ ลูกชายคนเล็กของคิรินทร์กับไข่มุกลืมตาดูโลกครบหกเดือนแล้ว และตั้งแต่วันนั้นชีวิตของท่านประธานบริษัทหมุนกลับด้านทันที เพราะเขาดันสัญญากับเมียว่าจะเลี้ยงลูกเอง และไข่มุกก็เห็นดีเห็นงามด้วยทุกเช้าแทบไม่ได้พัก เขาต้องตื่นมาแต่งตัวให้สามแฝดไปโรงเรียนไหนจะต้องอุ้ม และเล่นกับวายุที่ติดพ่อเป็นแม่เหล็ก พอหันกลับไปดูตัวเองในกระจกก็แทบจำไม่ได้ภาพท่านประธานผู้สง่างามหายไป เหลือเพียงพ่อบ้านหัวฟูผู้มีแพมเพิสและขวดนมเป็นอาวุธประจำตัวเท่านั้นหมดความเป็นท่านประธานโดยสมบูรณ์จริงๆคิรินทร์ที่เพิ่งอุ้มวายุ เดินผ่านมาอย่างเงียบขรึมวันนี้ไข่มุกจะไปทำผม เขาเลยพาลูกชายมาทำงานด้วย แต่ประโยคที่ลอยเข้าหูทำให้ก้าวชะงัก“อิจฉาน้องไข่มุกจังเลย วาสนาดีมาก”“นั่นสิ ไม่รู้ไปรักกันตอนไหน”“น้องมุกสวยขนาดนั้น ไม่แปลกที่ท่านประธานจะชอบ”เสียงหัวเราะคิกคักดังเบาๆ ทั้งสามสาวเอียงตัวเข้าหากันอย่างเมามัน โดยไม่รู้เลยว่าคนที่กำลังถูกพูดถึงยืนอยู่ด้านหลัง“ดูท่านประธานรักภรรยามากนะคะ”“พาลูกมาทำงานด้วยเกือบทุกวันใครบ้างจะไม่อิจฉา”ชายหนุ่มเลิกคิ้วนิดๆ ก่อนกระแอมหนึ่งครั้ง สามสาวหันกลับมาช้าๆ เหมือนหน







